[EXO] "FREAK BOY" มนุษย์จงอิน | KAIHUN FEAT.TAO

ตอนที่ 23 : Chapter 22 :: Your Story

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,320
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    10 ม.ค. 59

M

 

 

Chapter 22

Your Story

 

 

 

ทุกคนต้องมีสักเรื่องที่ทำแล้วรู้สึกว่าโง่เหลือทน สำหรับโอเซฮุนก็คือการปล่อยให้แฟนเก่าพาขึ้นรถ แล้วนั่งน้ำตาไหลเงียบ ๆ มาตลอดทั้งทาง ตอนนี้เรานั่งอยู่ริมฟุตปาธพร้อมเบียร์อีกหกขวด จงอินคงรำคาญ จึงซื้อมาประชดคนเมาที่เอาแต่บอกให้จอดอยู่ตลอด

 

นายก็เห็นว่าฉันเมาแล้ว

 

แต่ฉันยังไม่เมา กินเป็นเพื่อนหน่อยแล้วกัน จงอินไม่ว่าอย่างเดียว เซฮุนมองขวดเบียร์ที่อีกฝ่ายยื่นให้ มันถูกเปิดฝาออกเสร็จสรรพราวกับจะบอกว่าไม่ได้พูดเล่น

 

ถ้าฉันอ้วกล่ะ

 

ถ้าไม่ใช่บนเสื้อฉันก็โอเค

 

...

 

เสียงรถบนถนนช่วยดับบรรยากาศน่าอึดอัดได้ห่วยแตกมาก เซฮุนเชื่อว่าถ้าเขาลุกพรวดเดินออกไปคงไม่วายถูกลากให้กลับมานั่งลงที่เดิม ซึ่งเขาไม่สามารถหาเหตุผลให้กับสถานการณ์นี้ได้ บ้าเถอะ... ไม่กี่เดือนที่เลิกกันไปมันเกิดอะไรขึ้นหรือไง ทำไมอยู่ ๆ จงอินถึงนึกอยากคุยกับเขาขึ้นมา

 

เราควรนั่งอยู่ตรงนี้ด้วยกันเหรอ โอเซฮุนได้รับความกล้ามาจากแอลกอฮอล์ในร่างกาย แต่เชื่อเถอะว่าถ้าเขายังมีสติเต็มร้อย ก็คงได้แต่นั่งเงียบแล้วร้องไห้เหมือนตลอดสองอาทิตย์แรก ฉันคิดว่ามันไม่เข้าท่าสักเท่าไหร่เลย

 

เหตุผลเพราะอะไรล่ะ

 

...

 

เราเลิกกันแล้ว?

 

เพราะนายเลือกที่จะหายไป ประโยคตัดพ้อถูกส่งไปอย่างน่าสมเพช นึกขำตัวเองในใจที่กล้าพูดอย่างนั้น ทั้งที่น่าจะรู้ว่าจงอินคงไม่แคร์

 

เซฮุนเริ่มไม่ชอบตัวเองตอนนี้แล้ว เขาควรอยู่เงียบ ๆ ดื่มเบียร์ให้หมด แล้วไปอ้วกแตกที่ไหนก็เอา เพราะมันคงดีกว่าการพ่นคำพูดโง่ ๆ ออกไป ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไม่มีอะไรดีขึ้นเลย

 

ถ้ายังคุยกันอยู่ จะเรียกว่าเลิกได้ยังไง จงอินไม่ต้องอธิบายก็ได้ เพราะเวลาที่ผ่านไปหลายเดือน มันก็เป็นคำตอบให้แล้วว่าเรื่องระหว่างเราเป็นอย่างไร

 

กลัวฉันเสียใจเหรอ เซฮุนถามโดยไม่หันไปสบตากับอีกฝ่าย เขาไม่อยากจับผิดหรอกว่าคำตอบจากปากจะตรงกับสายตาที่มองมาหรือไม่

 

เปล่า เด็กหนุ่มตัวผอมหันขวับ จงอินกระดกเบียร์ลงคอแล้วผ่อนลมหายใจออกเบา ๆ ก่อนจะหันมามองเขาด้วยสายตาเรียบเฉยมันเป็นเพราะฉันแคร์ความรู้สึกตัวเองมากกว่า

 

จงอินก็ยังคงเป็นจงอิน ที่พูดยังไงก็ได้เพื่อให้คนฟังไม่เข้าใจความหมายโดยตรง ประโยคเมื่อครู่สามารถคิดไปได้ทางไหนบ้าง ว่าจงอินเห็นแก่ตัว หรือเพราะกลัวว่าจะเป็นฝ่ายเจ็บเอง ถ้าหากคุยกับเขาต่อไป เซฮุนอยากคิดว่าเป็นเพราะกำลังเมา ประโยคที่อีกฝ่ายพูดจึงมีน้ำหนักชวนให้เขานึกเข้าข้างตัวเอง ว่าที่จงอินเลือกตัดการติดต่อทุกอย่าง ก็เพราะกลัวใจอ่อน

 

แต่ความกลัวเหล่านั้นก็อยู่ในพื้นฐานของความคิดอยากเลิก มันชัดเจนเลยว่าจงอินไม่อยากกลับมา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ๆ เซฮุนดื่มเบียร์รวดเดียวไปครึ่งขวดโดยที่คนข้าง ๆ ไม่ห้าม เราปล่อยให้บรรยากาศบ้า ๆ นี่ทำร้ายกันและกันอยู่นาน จนกระทั่งคนตัวผอมได้รับความกล้าจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์อีกครั้ง

 

หลังจากดื่มหมดแล้ว เรากลับกันเลยไหม? เห็นจากหางตาว่าตอนนี้จงอินกำลังมองเขาอยู่ ฉันไม่ได้ใจกว้างหรือแคร์คนอื่นมากกว่าตัวเองหรอกนะ

 

...

 

“แต่เราออกมานานแล้ว คนที่มากับนายคงรออยู่

 

เซฮุนไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าผู้หญิงคนนั้นจะร้อนใจแค่ไหนหลังจากเห็นว่าจงอินออกมากับเขา แม้เธออาจจะเข้าใจว่าเราสองคนอาจจะเป็นเพื่อนเก่าที่จบมาจากโรงเรียนเดียวกัน แต่ตอนนี้เซฮุนรู้สึกอึดอัดมากจนไม่อยากทนอยู่กับจงอินอีกแล้ว

 

ยัยนั่นไม่ใช่เด็กอนุบาล เธอหาทางกลับบ้านเองได้โดยไม่ต้องรอฉัน

 

เป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ พอเลิกกันแล้วก็กลายเป็นคนละคนไปเลยหรือไง

 

ตั้งนานแล้ว จงอินยกเบียร์ขึ้นดื่มที่นายเห็นว่าดี ก็เพราะฉันเลือกให้นายเห็นแบบนั้น

 

...

 

เซฮุนกำลังคิดว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขารู้จักจงอินดีพอหรือยัง?

 

ผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงนี้ ใช่ซอนแซงนิมที่นั่งเล่นเปียโนด้วยกันเมื่อตอนนั้นหรือเปล่า บางทีสิ่งที่เป็นอยู่ มันอาจกำลังสอนให้โอเซฮุนได้รู้ว่า เมื่อสถานะเปลี่ยนไป การแสดงออกก็มักจะเปลี่ยนตามไปด้วย

 

จากที่เห็น นายกับเพื่อนที่มหาลัยก็ดูเข้ากันได้ดีนะ

 

อือ พวกเขาดีกับฉัน เซฮุนยกเบียร์ดื่ม ในเมื่อจงอินตั้งใจเปลี่ยนเรื่อง เขาก็ไม่อยากวกกลับไปหัวข้อสนทนาเดิม ๆ อีก

 

เรียนหนักหรือเปล่า

 

ก็เรื่อย ๆ

 

อืม

 

การถามตอบแบบขอไปทีทำให้เซฮุนคิดว่าควรหาทางจบมันได้แล้ว คนตัวผอมยกเบียร์ขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดขวด ก่อนจะยกมือขึ้นป้องปากเมื่อรู้สึกว่าของมึนเมาทั้งหมดมันขึ้นมาจุกกันอยู่ที่คอแล้ว

 

คนตัวผอมลุกขึ้นยืน ก่อนจะถูกอีกคนประคองเอาไว้เมื่อร่างกายของเขาเสียความทรงตัว เซฮุนจึงดันแผงอกอีกคนออก ขยับริมฝีปากบอกว่าไม่เป็นไร ฉันไหวแล้วพาตัวเองเดินไปหยุดอยู่ข้างถนน พร้อมโบกมือเรียกแท็กซี่ที่อยู่ไกลเกือบสุดสายตา

 

ฉันจะไปส่ง

 

ไม่เป็นไร นายกลับไปหาเพื่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะนั่งแท็กซี่กลับ เซฮุนสะอึก ยกมือขึ้นปฏิเสธโดยไม่มองหน้าอีกฝ่าย

 

ฉันบอกว่าจะไปส่ง

 

ก็บอกว่าไม่เป็นไรไงจงอินเซถอยหลังไปสองก้าวหลังจากถูกอีกคนผลักออกอย่างแรง เด็กหนุ่มผิวแทนมองใบหน้าแดงก่ำของอีกฝ่ายที่เกิดจากพิษเหล้า แต่สำหรับจมูกกับดวงตาคู่นั้น มันเกิดจากความเสียใจ มาทำอะไรตอนนี้!”

 

...

 

ก็แค่แกล้งทำเป็นไม่เห็นฉัน มันยากตรงไหนกัน นายเคยทำได้แล้วไม่ใช่เหรอ!”

 

...

 

อย่ามาทำเหมือนว่าเป็นห่วงได้ไหม กลับไปเลย กลับไปหาผู้หญิงของนาย!”

 

โอเซฮุนคงเป็นบ้าไปแล้ว เขาถึงได้ตะโกนความรู้สึกที่กักเก็บในใจใส่หน้าอีกฝ่าย จงอินยังคงยืนนิ่ง แน่ล่ะ ถ้าผู้ชายคนนี้เข้ามากอดเขาแล้วพูดว่าขอโทษสิ... คงแปลก

 

เด็กหนุ่มตัวผอมกัดริมฝีปากล่างแน่น เขาได้แต่ตะโกนในใจ เมื่ออีกฝ่ายคว้าข้อมือเขาไว้ให้เดินไปขึ้นรถด้วยกัน แรงยื้อดึงของเซฮุนไม่มีผลใด ๆ ในวินาทีนี้ และดูเหมือนว่าจงอินก็คงไม่อยากฟัง

 

พอเถอะ...

 

เสียงของเด็กตัวผอมแผ่วลง เขาหมดแรงจะต่อสู้กับทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว ทั้งความรู้สึกของตัวเอง ที่มันยังคงรัก และเจ็บจนแทบทนไม่ไหว เซฮุนอยากให้จงอินขับรถหายไปจากตรงนี้ ไปไกลแค่ไหนก็ได้ จะใจร้ายให้มากกว่าตอนเลิกกันสักร้อยเท่าก็เอา เผื่อว่าหัวใจมันจะด้านชาจนไม่รู้สึกเจ็บไปกว่านี้อีก

 

 

 

 

 

 

ตายแล้ว คุณจงอิน มาค่ะ ป้าช่วย

 

เด็กหนุ่มผิวแทนโค้งศีรษะทำความเคารพแม่บ้านที่เข้ามาช่วยหิ้วปีกคนเมาให้เข้าไปข้างใน เซฮุนหลับไปตั้งแต่ระหว่างทาง ด้วยฤทธิ์ของโซจูและเบียร์อีกหลายขวด

 

ร่างผอมถูกวางลงบนเตียงอย่างเบามือ คนเป็นแม่บ้านจัดการห่มผ้าให้ ถอนหายใจอย่างเป็นห่วง ก่อนจะหันมามองคนที่ได้ชื่อว่าเพื่อนสนิท ของคุณหนู

 

คุณผู้หญิงบอกว่าวันนี้คุณหนูออกไปดื่มกับเพื่อน เธอเลยสั่งคนขับรถให้เตรียมตัวไว้ถ้าคุณหนูโทรบอกให้ออกไปรับ ฉันเองก็นอนไม่หลับ นั่งรอคุณหนูกลับบ้านมาจนถึงตอนนี้เลยค่ะ ยังไงก็ขอบคุณมากเลยนะคะ

 

ไม่เป็นไรครับ ทั้งคู่ยิ้มให้กัน เขาเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังมองราวกับสำรวจถึงความเปลี่ยนแปลง หลังจากไม่ได้เจอกันหลายเดือน

 

ไม่ได้เจอกันนานเลย เรียนกฎหมายเหนื่อยไหมคะ?จงอินไม่คิดว่าเขาเคยบอกป้าแม่บ้านเรื่องนี้ เด็กหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาอีกครั้ง

 

เหนื่อยกว่ามัธยมนิดหน่อยครับ คุณป้าสบายดีนะ?

 

ฉันสบายดีค่ะ เธอยิ้มพลางถอนหายใจ มองไปยังอีกคนที่หลับไม่ได้สติอยู่บนเตียงแต่คุณหนูท่าจะเหงาน่าดู

 

...

 

ตอนแรกฉันคิดว่าคุณไปเรียนต่างประเทศซะอีก เพราะไม่เห็นมาที่บ้านเลย

 

อ๋อ เปล่าครับ ผมคงไม่ไปจากเกาหลีใต้หรอก ผมรักที่นี่ จงอินหัวเราะ บทสนทนาของทั้งคู่อยู่ในระดับเบาลงกว่าปกติ เพราะไม่อยากให้เซฮุนตื่น

 

พอเห็นคุณฉันก็โล่งอกแล้วล่ะค่ะ ฉันดีใจนะคะที่รู้ว่าคุณสองคนยังติดต่อกันอยู่ เพราะช่วงปิดเทอมคุณหนูน่าสงสารมากเลย

 

...

 

ดูเหมือนว่าเขาจะอกหักนะ คุณก็รู้ใช่ไหมคะ? จงอินไม่ได้ตอบคำถามนี้ เขาเพียงแค่สบตากับป้าแม่บ้าน แล้วส่ายศีรษะเป็นคำตอบอ่า ให้ตายสิ แม้แต่คุณ เขาก็ไม่บอกเหรอคะ

 

...

 

วันนั้นฉันตกใจมากเลยที่เห็นคุณหนูออกไปค้นถังขยะหน้าบ้าน เพราะฉันไม่รู้ว่าช่อดอกไม้แห้งเป็นของที่คนรักของคุณหนูให้มา ฉันก็เลยเอามันไปทิ้ง

 

ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย หัวใจของเด็กหนุ่มผิวแทนกำลังเจ็บปวดกับเรื่องที่เขาไม่เคยรู้ เด็กหนุ่มค่อย ๆ หันไปมองตามป้าแม่บ้าน ก่อนจะพบว่าช่อดอกไม้แห้งธรรมดา ๆ ที่เขาเคยให้ มันถูกอัดกรอบไว้เป็นอย่างดีบนผนัง

 

คุณจงอินคะ เจ้าของชื่อหันกลับมา ก่อนจะก้มลงมองมือของป้าแม่บ้านที่จับแขนเขาอยู่ พร้อมสายตาที่กำลังสื่อความหมายเป็นเชิงขอร้องฉันรู้ว่าทั้งคุณและคุณหนูคงมีเพื่อนใหม่ที่มหาลัยเหมือนกัน แต่ในมุมมองของป้าแก่ ๆ อย่างฉัน ฉันคิดว่าคุณเป็นเพื่อนที่คุณหนูรู้สึกสนิทด้วยมากที่สุด

 

...

 

เพราะฉะนั้น ถ้าคุณมีเวลาว่าง ก็ช่วยนึกถึงเขาทีนะคะ

 

 

 

 

 

 

ป้าแม่บ้านออกไปแล้ว ตอนนี้ในห้องมีเพียงโคมไฟตรงข้างหัวเตียงที่ให้ความสว่าง ตลอดยี่สิบนาทีที่ผ่านไป จงอินยังคงนั่งนิ่ง มองใบหน้าของคนตัวผอมที่อยู่ในห้วงนิทรา มันนานมากแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้ทำอย่างนี้ กับความใจแข็งทั้งหมดที่ทำลงไป เพื่อแลกมาซึ่งความสบายใจของทุกฝ่าย แต่เขาทั้งคู่กลับเจ็บจนไม่รู้ว่าผ่านช่วงเวลานั้นมาได้อย่างไร

 

 

ทั้งที่ทุกอย่างมันควรจบไปตั้งแต่ตอนนั้น แต่เปล่าเลย...

 

 

ครั้งแรกที่คิมจงอินร้องไห้ให้กับความรัก ก็คือตอนที่เขาตัดสินใจเดินออกมาจากชิงช้า เพื่อหันหลังให้คนที่เขารักมากที่สุด มันเจ็บยิ่งกว่าเอามีดกรีดหัวใจตัวเองเสียอีก ไหนจะต้องทำเป็นไม่เห็นข้อความเหล่านั้น เป็นคนใจร้ายที่ยังไม่อยากเชื่อเลยว่าตนเองจะทำอย่างนั้นได้

 

ยิ่งตอนที่เดินออกมาจากร้านกาแฟ แล้วเห็นว่าเซฮุนวิ่งผ่านไปก่อนจะหยุดอยู่หน้าประตูบ้านเขา มองเข้าไปด้านในพร้อมกดกริ่งอย่างร้อนใจ และริมฝีปากที่ขยับเรียกชื่อเขาครั้งแล้วครั้งเล่า คิมจงอินทำได้แค่ยืนมองอยู่ไกล ๆ และพยายามห้ามใจไม่ให้เข้าไปหา แล้วรั้งอีกฝ่ายเข้ามากอด พร้อมกระซิบบอกคำว่าขอโทษ ซ้ำ ๆ

 

 

เพราะเขารู้ดีว่าถ้าทำอย่างนั้น ทุกอย่างก็ต้องพัง

 

 

คิมจงอินยอมเป็นคนใจร้าย ถ้ามันจะทำให้เรื่องยุ่งยากจบลงเสียที เขาไม่อยากให้ใครต้องเป็นกังวลกับความลับที่ไม่รู้ว่าจะเปิดเผยเมื่อไหร่ ในเมื่อเซฮุนไม่มีความสุข จงอินก็ไม่อยากฝืนต่อไปเหมือนกัน

 

ช่วงเวลาที่อยู่กับความเจ็บปวด มันทรมานแค่ไหนเด็กหนุ่มจำได้เป็นอย่างดี มันเป็นเรื่องตลกร้ายที่ใคร ๆ ต่างก็เห็นว่าคิมจงอินเป็นที่พึ่งพาได้ทุกเรื่อง ทั้งการเรียน หรือแม้แต่ปัญหาหัวใจที่ใคร ๆ ก็คิดไม่ตก

 

 

แต่พอเป็นเรื่องของตัวเอง เขากลับทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่างเดียว

 

 

เขาจมอยู่กับความเจ็บปวดในทางที่เลือกเอง รู้สึกเหมือนหัวใจพังครั้งแล้วครั้งเล่าหลังจากตื่นขึ้นมาพบความว่างเปล่า วันที่ไม่มีโอเซฮุนอยู่ในชีวิตอีกต่อไป

 

ในวันที่ไปส่งแบคฮยอนกลับมกโพที่สถานียงซาน ระหว่างที่ไอ้เทาแยกตัวออกไปซื้อน้ำ เขาเอาแต่นั่งเงียบ ๆ จนถูกคนตัวเล็กจับผิดได้

 
 

จงอินไม่สบายใจเรื่องอะไรอยู่หรือเปล่าอะ

ดูออกเหรอ?

เราเดาเอาเอง ชานยอลบอกว่ามันเป็นนิสัยของคนโง่

ตอนนั้นเขาหลุดหัวเราะออกมา คิดว่าคนตัวเล็กคงพูดไม่ผิด เพราะในสิ่งที่คิมจงอินทำลงไป มันก็ล้วนแต่เกิดจากความคิดของตนเองโดยไม่ปรึกษาใครทั้งนั้น

นายกลัวเรื่องระยะทางไหม?

กลัวสิ เรากลัวมาก ๆ เลยอะ แต่พอชานยอลบอกให้เชื่อใจ เราก็กลัวน้อยลงนิดนึง แบคฮยอนจีบมือให้ดู

อะไรที่ทำให้นายรักมันขนาดนั้น?

ไม่รู้สิ บอกไม่ได้หรอก แต่ถ้าถามว่าอะไรที่ทำให้เราขาดชานยอลไม่ได้ เหตุผลก็คงเป็นเพราะชานยอลคือโลกของเรา

...

ไม่ใช่ทุกคนจะทำให้รู้สึกว่าเขาเป็นโลกของเราได้หรอกนะ จงอินก็ต้องมีโลกของตัวเองเหมือนกัน พอถึงตอนนั้น จงอินก็จะรู้เองว่าเราน่ะขาดโลกไปไม่ได้หรอก

 

 
 

ใช่... จงอินขาดโลกไปไม่ได้

 

 
 

ต่อให้อยู่ห่างกันถึงขนาดนี้ แต่เขาก็รู้ทุกเรื่องของเซฮุน ยกเว้นเรื่องช่อดอกไม้ที่ถูกเอาไปทิ้งในถังขยะ และมันถูกเก็บมาอัดกรอบไว้อย่างดีบนผนังนั่น...

 

ฝ่ามือลูบบนใบหน้าพร้อมผ่อนลมหายใจออกมา จงอินไม่แน่ใจเลยว่ามันเป็นเรื่องดีหรือเปล่าที่เราบังเอิญได้เจอกันอีกครั้ง บางทีการได้รับรู้ข่าวอีกฝ่ายข้างเดียว ได้เห็นว่าเซฮุนเข้ากับเพื่อนใหม่ได้ก็น่าจะพอแล้ว

 

แต่ความใจแข็งที่สะสมมาตลอดหลายเดือนก็พังไม่เป็นท่า เพียงเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังเดินออกไปทั้งที่สภาพแทบยืนไม่ไหว จงอินตอบไม่ได้เลยว่าถ้าเซฮุนไม่ได้ดื่ม แล้วเดินออกไปเพราะความไม่พอใจ เขาจะยังเก็บอาการได้อยู่ไหม จะทนมองอีกคนเป็นฝ่ายเดินจากไปได้หรือเปล่า?

 

เด็กหนุ่มผิวแทนลุกจากเก้าอี้ ตรงไปหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานซึ่งมีเครื่องเขียนจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ โดยมีกล่องดนตรีคุ้นตาวางอยู่บนนั้น บางทีถ้าเซฮุนเอาทุกอย่างที่เขาให้ทิ้งไปอย่างไม่ใยดี แล้วเกลียดเขาจนแทบไม่อยากเห็นหน้า ทุกอย่างมันอาจจะดีกว่านี้

 

การรู้ว่าอีกฝ่ายยังเก็บเอาไว้ มันทำคนใจร้ายเกลียดตัวเองเข้าไปอีก

 

ขายาวก้าวไปหยุดอยู่ที่เดิม นั่งลงกับขอบเตียงพลางมองเสี้ยวหน้าคนหลับที่ยังไม่รู้ตัวว่าเขาอยู่ตรงนี้ ถ้าเซฮุนตื่น พนันได้เลยว่าดวงตาคู่นั้นคงผลิตน้ำตาออกมาได้อย่างไม่รู้จักเหนื่อยแน่ คิมจงอินทำให้คน ๆ นี้ร้องไห้มากเกินไปแล้ว

 

หมุนไขลานกล่องดนตรีสามรอบ เขาวางมันลงข้างโคมไฟแล้วปล่อยมันบรรเลงเสียงน่าฟังเพื่อกล่อมให้อีกคนหลับฝันดี หมีที่นั่งอยู่บนเปียโนโยกศีรษะไปตามจังหวะเสียงดนตรี ครั้งหนึ่งมันเคยเรียกรอยยิ้มให้เซฮุนได้ แต่ตอนนี้คงมีแต่น้ำตา

 

เด็กหนุ่มจ้องใบหน้าอีกฝ่ายราวกับว่าอยากจดจำทุกรายละเอียด เกลี่ยปอยผมที่ปรกอยู่กับหัวคิ้วออก ก่อนจะตัดสินใจก้มลงไปจูบขมับอย่างแผ่วเบา เป็นเสี้ยววินาทีสั้น ๆ ที่อยากหยุดเวลาเอาไว้ เพื่อให้เขาอยู่ตรงนี้ กับโอเซฮุน คนที่คิมจงอินรักมากที่สุด

 

 
 

 

 
 

 
 

เชิญค่ะ

 

...

 

ไง?

 

เซฮุนค้างอยู่ในท่าถือช้อน เมื่อเห็นว่าที่แม่บ้านเปิดประตูให้เข้ามาคือคนที่ไม่ได้เจอกันมาเกือบอาทิตย์แล้ว หวงจื่อเทาตัดผมและทำสีใหม่ คาดว่าสาว ๆ คงกรี๊ดเหมือนตอนที่เจ้าตัวเคยเล่าให้ฟังเมื่อช่วงเข้ามหาลัยแรก ๆ

 

ไม่สบายเลยดิ อะไรกัน เดี๋ยวนี้หัดดื่มเหล้าเหรอ?

 

รู้ได้ไง เซฮุนมองอีกคนที่นั่งลงกับขอบเตียง พร้อมแย่งช้อนจากเขาไปตักโจ๊กกิน

 

ป้าแม่บ้านเล่าให้ฟัง สนิทกับเพื่อนใหม่แล้วสินะ อิจฉาจังเลย จื่อเทาหัวเราะ ก่อนจะยีกลุ่มผมสีเข้มของคนป่วยเบา ๆ อย่างเอ็นดู

 

เล่าแค่นั้นเหรอ

 

มีเรื่องอื่นด้วยหรือไง หรือว่านายอ้วกแตก ใช่ไหม? เด็กหนุ่มชาวจีนขมวดคิ้วมองจับผิด พอเห็นว่าเซฮุนยังนิ่ง ไม่ตอบอะไร เขาจึงหัวเราะเพื่อสร้างบรรยากาศ

 

ไม่มีเรียนเหรอ

 

มีบ่ายโมง ผ่านมาทางนี้พอดีเลยเข้ามาเซอร์ไพรส์ จื่อเทาทิ้งตัวนอนทับขาอีกคน ไขว้แขนไว้ใต้ท้ายทอยพลางมองสีหน้าอิดโรยของคนป่วย ห้ามด่า ห้ามไล่ด้วย

 

พูดเหมือนถ้าไล่แล้วจะไปงั้นแหละ

 

อ้าว ก็รู้นี่นา เขายังคงหัวเราะ หวงจื่อเทาอาจจะเป็นไอ้โรคจิตไปแล้วที่ชอบให้อีกคนมองด้วยสายตาดุ ๆ อย่างนั้น ฉันดีใจนะที่นายมีเพื่อนใหม่ แต่ก็ต้องดูด้วยว่าคนพวกนั้นจริงใจหรือเปล่า

 

อะไรที่เป็นตัววัดว่าคนนี้จริงใจ และคนนี้ไม่จริงใจ คนถูกถามเลิกคิ้ว กับประโยคที่มาพร้อมสีหน้าเรียบเฉยถ้าเพราะเรื่องเหล้าล่ะก็ ตัดทิ้งไปได้เลย ฉันดื่มเอง ไม่มีใครบังคับหรอก

 

งั้นก็ดีแล้ว จื่อเทาไหวไหล่ พลิกตัวมองคนตัวผอมที่ค่อย ๆ ตักโจ๊กเข้าปากฉันจะคิดว่าเป็นเพราะนายป่วย นายถึงมึนตึงขนาดนี้ เซฮุนชะงักมือ มองเพื่อนตัวสูงที่เบ้ปากมองมาราวกับว่าอยากขอให้เขาหยุดใจร้ายสักที

 

ขอโทษ ฉันปวดหัวน่ะ

 

แบบนี้เขาเรียกว่าแฮงค์ ถ้านายไม่ป่วย ฉันจะพาออกไปดื่มอีกรอบ รับรองหาย เด็กหนุ่มดีดนิ้ว มองเซฮุนนั่งกินจนอิ่ม ก่อนจะลุกขึ้นช่วยยกถาดอาหารออกไปวาง

 

ฉันเมาแล้วเป็นบ้านะ โวยวายด้วย

 

ฉันเมาแล้วหัวเราะ แบบนั้นเรียกบ้าไหม? จื่อเทาหันไปมองอีกคนที่กำลังบดเบียดตัวเข้าหาผ้านวมผืนหนา พอเห็นว่าเซฮุนยิ้มบาง ๆ เขาจึงรู้สึกโล่งใจมาบ้าง

 

ไม่เมาก็บ้าอยู่แล้ว

 

จะถือว่าเป็นคำชมอารมณ์ดีขึ้นมาเป็นกอง เขาพาขายาวเดินสำรวจรอบห้องแล้วก็รู้สึกได้ถึงความเป็นเด็กในตัวอีกฝ่าย กับฟิกเกอร์และของเล่นหลาย ๆ อย่างที่วางไว้บนชั้น

 

จะว่าไปเขาก็ไม่เคยสังเกตเลยว่าในห้องเซฮุนมีอะไรบ้าง อาจเป็นเพราะมาแค่ไม่กี่ครั้ง แถมมาเดี๋ยวเดียว ดูสิ... ของสะสมเกี่ยวกับเกมค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว ไหนจะหนังสือการ์ตูนซึ่งถูกจัดเรียงบนชั้นอย่างสวยงามนั่นอีก จื่อเทาเปิดอ่านเป็นบางเล่ม เขากับเซฮุนมีรสนิยมเดียวกันเลยพอเป็นเรื่องแบบนี้

 

เด็กหนุ่มเก็บหนังสือเข้าชั้นแล้วลุกขึ้นยืนกวาดสายตาไปโดยรอบ ก่อนจะสะดุดตาอยู่กับช่อดอกไม้แห้งที่ถูกอัดอยู่ในกรอบสีเข้ม

 

ใครให้เหรอ อ้าว... พอหันไปถาม คนป่วยก็ชิงหลับไปเสียแล้ว จื่อเทาส่ายหน้ายิ้ม ๆ ก่อนจะกลับไปสนใจกับสิ่งของในห้องของคนที่เขาชอบอีกครั้ง

 

ใช่ จื่อเทายังตัดเซฮุนออกไปจากใจไม่ได้ หลายครั้งที่นึกอยากจบความรู้สึกนี้ แต่มันก็เป็นเรื่องยากเหลือเกิน กับการให้เลิกชอบคนที่อยู่เหนือทุกข้อยกเว้น คนที่ทำให้รู้สึกว่าคงไม่มีใครเหมือนเซฮุนอีกแล้ว

 

ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเซฮุนคงไม่ใจอ่อน แต่มนุษย์ก็อย่างนี้ เรามักจะเดินตามคนที่ทำให้ใจสั่น มากกว่าคนที่ทำให้สบายใจ

 

เด็กหนุ่มหลุดออกจากความคิด เมื่อสายตาหันไปเห็นสิ่งของที่รู้สึกคุ้นตาอย่างน่าประหลาด จื่อเทาขมวดคิ้วพร้อมเดินไปหยุดอยู่ข้างเตียง มองกล่องดนตรีหมีนั่งบนเปียโนที่วางอยู่บนโต๊ะข้างโคมไฟ มันสร้างความสงสัยให้สมองทำงานอย่างหนัก ว่าทำไมถึงรู้สึกคุ้นตาได้ถึงขนาดนี้

 

 

ทั้ง ๆ ที่มันก็แค่เครื่องดนตรีธรรมดาที่จะมองผ่านไปเฉย ๆ ก็ได้ แต่ทำไม...

 

 

โธ่มึง... ช่วยเลือกหน่อยดิ

ให้ใครล่ะ

ให้คนยิ้มยาก

ความน่ารักของมันขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนให้

 

 

 

บอกเขาที ว่ามันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ

 

 

 

 

 

 

เมื่อวานหายยาวเลยนะไอ้ห่า

 

ผมนี่งงเลยครับ ตอนถามว่ารู้จักกันไหมเสือกไม่ตอบ แต่พอเซฮุนลุกปุ๊บ แม่งวิ่งเลย

 

นิ่ง ไอ้สัดนิ่ง

 

อยู่ดี ๆ แม่งหูหนวกเฉย 5555

 

ตอนอยู่โรงเรียนเก่าเซฮุนเคยแย่งมึงจีบสาวเปล่าวะ เคืองอะไรก็ค่อย ๆ คุยกันนะ เมื่อวานซัดไปกี่หมัดล่ะหื้ม

 

55555555555

 

จงอินไม่ได้หันไปหัวเราะหรือแก้ตัวกับประโยคเหล่านั้น เขาแค่ถอดแว่นสายตากรอบดำเก็บใส่กล่องเมื่อจบคลาสกฎหมาย ไม่มีใครสงสัยกับท่าทีนิ่งเฉยของจงอิน เมื่อเพื่อน ๆ เข้าใจว่าคงเครียดกับบทเรียนในวันนี้ จึงแสดงสีหน้าออกมาอย่างนั้น

 

ซึลกิ มึงตามไปเคลียร์ดิ๊ เมื่อวานผัวหายยาวเลย

 

เดี๋ยวกูจัดเอง เธอพยักหน้า ก่อนจะวิ่งตามมาประกบข้างเด็กหนุ่มผิวแทนที่ยังคงปั้นหน้าเคร่งเครียดอยู่หันมาคุยกันหน่อย กูอุตส่าห์ตามมาเสือกถึงขนาดนี้

 

ไปกินข้าวเถอะ กูจะไปหาเพื่อนเอกพละ

 

ที่ชื่อหวงจื่อเทาปะ? กูไปด้วยดิ

 

อย่าเลย มึงไปกับไอ้แทมินไป

 

อะไรวะ ซึลกิเบ้ปาก ผลักไหล่เพื่อนตัวสูงแรง ๆ อย่างไม่พอใจเมื่อวานมึงหายหัวไปไหนทั้งคืน โทรไปก็ปิดเครื่อง

 

...

 

ไม่ตอบไม่ได้นะ กูเป็นเพื่อนมึงอะจงอินถอนหายใจ เขาไม่รู้ว่าจะต้องตอบอีกคนอย่างไรให้มันสิ้นสุดอยู่แค่คำถามนี้หนักใจขนาดเล่าไม่ได้เลยดิ

 

อืม

 

โธ่มึง กูแค่เป็นห่วงปะวะ คิดเองคนเดียวมันจะไปสู้สองคนได้ไง เธอคิดอย่างนั้นจริง ๆ ตั้งแต่ช่วงแรกที่เข้าปีหนึ่ง ก็มีแค่จงอินเท่านั้นที่คุยกับเธอในฐานะเพื่อนอย่างสนิทใจ ไม่ใช่เพราะอยากคบหาด้วยเหมือนที่ผู้ชายคนอื่น ๆ ทำ

 

มึงรู้ไปก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก

 

อ้าว มึงกำลังต้องการความช่วยเหลืออยู่เหรอวะเพื่อน?

 

ทั้งคู่หยุดยืนอยู่กับที่ ท่ามกลางทางเดินยาวซึ่งมีต้นไม้หลากชนิดประดับอยู่โดยรอบ มีผู้คนผ่านไปมาเป็นระยะ ในช่วงเวลาบ่ายสองที่นักศึกษาส่วนใหญ่ยังคงมีเรียนอยู่

 

ซึลกิยิ้มราวกับรู้ว่าจี้ใจเขาได้ ซึ่งมันก็ไม่ผิด ผู้หญิงคนนี้ฉลาดมากเกินกว่าจะคิดไปในแง่โลกสวย เมื่อเราทั้งคู่ค่อนข้างสนิทกันพอสมควร อีกทั้งครั้งหนึ่งเขาพลาดให้ซึลกิยืมมือถือ พอรู้อีกที ยัยบ้านี่ก็อ่านข้อความที่เซฮุนส่งมาให้จนครบแล้ว

 

แต่โชคดีที่เขาเปลี่ยนชื่อเป็น ‘Kiss The Rain’ ซึลกิจึงไม่รู้ว่าเจ้าของข้อความนั้นชื่ออะไร นอกจากเนื้อหาที่ทำให้รู้ว่าเป็นแฟนเก่าที่ฝังใจจงอินมาจนถึงทุกวันนี้

 

 

ความลับไม่มีในโลกหรอก กูบอกมึงได้แค่นี้

 

 
 

 

TBC

 
 

 

ลั่นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,767 ความคิดเห็น

  1. #6657 Linseyyy13 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 02:57
    ชอบซึลกิอ่ะ 555
    จื่อเทา...นายจะได้รู้ความจริงละนะ ความลับมันไม่มีในโลกจริงๆนั่นแหละ
    #6,657
    0
  2. #6613 arthipnm (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 08:30
    ต้องอย่างนี้ดิ เทาต้องรู้ได้แล้วคนดีของบ่าว
    #6,613
    0
  3. #6596 hunkeng (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 21:59
    ซึลกิจัดการเลย
    #6,596
    0
  4. #6549 sapphire- (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 17:08
    นี่สงสารเทาอ่ะ ไม่รู้เรื่องอะไรเลย
    #6,549
    0
  5. #6548 sapphire- (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 17:08
    เห้อมส์ ปวดตับ
    #6,548
    0
  6. #6499 NTTD_3001 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 12:49
    อ่านตอนนี้แล้วน้ำตาคลอ....
    #6,499
    0
  7. #6133 fianna (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มกราคม 2559 / 18:12
    เศร้าแรงมากก เราเชื่อว่าทุกอย่างจะต้องดีคน ทุกคนจะมีความสุข
    #6,133
    0
  8. #6059 snowtears (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 มกราคม 2559 / 22:57
    ความลับไม่มีในโลก เหยดดดดดดดด แม่หมอซึลกิป่ะเนี่ย 😂 ในที่สุดอิจื่อก็จวนจะได้รู้แล้วนะคะ รู้ซักมีเหอะ ไม่อยากด่าว่าแกนี่แหละไอ่ตัวปัญหา ไอ่จื่อบ้า 😂 ช่างเป็นคนที่บาปบริสุทธิ์จริงๆเพราะแม่มไม่รู้เรื่องรู้ราวกะใครเขาเลย รอเคลียร์ค่ะ ณ จุดนี้ ฮืออออออ ลุ้นนนนนนนนนนน
    #6,059
    0
  9. #5920 Reset_Secret (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มกราคม 2559 / 14:43
    ตบฉันที555555555555555555555555555555555
    #5,920
    0
  10. #5914 เมียฮยอก..กิ๊กน้องแบค (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มกราคม 2559 / 11:39
    คนใจร้ายยย กลับไปหาเซฮุนได้แล้วว งือออ
    #5,914
    0
  11. #5867 minnieminb (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มกราคม 2559 / 01:30
    นี่เราอดทนมานานมาก อดทนให้พี่มลินอัพจนถึงตอนไม่ดราม่า เราจะได้ไม่ม่า55555555 ชอบมากเยย ตอนนี้อ่านแล้วรู้สึกปวดใจสุดๆ ฮึก..
    #5,867
    0
  12. #5841 chompoohyun (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 มกราคม 2559 / 00:29
    โหกำลังอ่านมาด้วยความเคร่งเครียดน้ำตานองเจอประโยค 'อยู่ดีๆแม่งหูหนวกเฉย' นี่ถึงกับลั่น55555 เออนะทำเป็นนิ่งไปอมทุกข์มันเป็นงี้สินะเฮ้อออ เข้าใจจงอินนะแต่ก็สงสารเซฮุนมากกว่า ยิ่งรู้ว่าเซฮุนทุกข์ จงอินคงทุกข์มากกว่า แต่สำหรับคนที่ไม่มีโอกาสได้รับรู้ความคิดของอีกฝ่ายเลยอย่างเซฮุนนั้นน่าสงสารสุด? ? ในมุมมองของฝ่ายที่ไม่รู้อะไรอยู่ดีๆก็ถูกทิ้งเขาไม่สนใจเขาตัดขาดแล้วจู่ๆเขาก็มาทำเหมือนว่ายังเป็นห่วง.. ? ? ส่วนจื่อเทานั้น...อินี่ก็รักเดียวใจเดียวละเกินนะพ่อเอ้ย มาเจอกล่องดนตรีไปอีกอื่มม...
    #5,841
    0
  13. #5766 //*\\O~I~L//*\\ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 มกราคม 2559 / 15:00
    ดีที่จงอินไม่มีใครใหม่
    #5,766
    0
  14. #5703 Artemis~ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 22:56
    ฉันเจ็บเหลือเกิน T^T



    #5,703
    0
  15. #5689 hong (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 21:36
    กลัวววววทุกอย่าง หวาดระแวงมันไปทุกอย่างงงงงงงงง ฮือออเส้าแรงงงงงง เทาเริ่มรุ้แล้วแน่เลยยย เส้าอ่ะ
    #5,689
    0
  16. #5634 pim pimmi (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 17:46
    จงอินก็รักมาก ทำไมใจแข็งจัง กลับมาสิสงสารเซฮุน
    #5,634
    0
  17. #5617 HUNNYCARE (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 03:24
    มาต่อไวๆน่ะไรท์ อยากรู้ความคิดจื่อ อยากรู้จงอินไปพูดอะไรกับจื่อ โอ้ยสงสารฮุนน
    #5,617
    0
  18. #5616 hunny_hunny (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 02:17
    เมื่อไหร่เค้าจะได้กัลอีกกกกก ????????????????
    #5,616
    0
  19. #5615 มนุษย์ป้า💛 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 01:40
    จูบของจงอิน กลัวใจจงอินเหลือเกินที่จงอินจะทำมันเป็นครั้งสุดท้าย // ถ้าทิ้งน้องอีกนอนนอกห้องไปเล้ยนะ!!!!
    #5,615
    0
  20. #5613 baekhyun456 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 01:34
    ร้องไห้หนักมากก TT.
    #5,613
    0
  21. #5612 eve_popparazzi (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 01:16
    ตีหัวทั้งน้องและพี่มันได้ไหมม อึดอัดแทนทนไม่ไหวล่ะ รักกันขนาดนี้จะตีซึนเพื่อ? เดี๋ยวให้น้องมีแฟนใหม่ดีไหม??
    #5,612
    0
  22. #5611 zehun (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 01:13
    ร้องไห้อีกแล้ว สามตอนล่าสุดร้องไห้ตลอดเลย TT
    #5,611
    0
  23. #5610 jiab155 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 01:07
    เทาควรรู้ตัวแล้วถอยออกมาได้แล้ว การเป็นสาเหตุให้คนสองคนเป็นทุกข์เพราะตัวเองมันบาปนะเว่ย
    #5,610
    0
  24. #5606 by2x_ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 00:47
    ร้องไห้ing อยากให้จือเทารู้จริงๆว่ากล่องดนตรีนั้นของจงอินนนน
    #5,606
    0
  25. #5604 i-squid (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 00:29
    คนที่บอกเลิกก่อนไม่ได้หมายความว่าจะไม่เจ็บนะเซฮุน // ณ จุดนี้แอบสงสารเทานะ คือเหมือนเทาพยายามเริ่มต้นเป็นคนใหม่ กลับตัวกลับใจจริงจังกับใครซักคน แต่พอทุ่มเทสุดสุดก็กลับไม่สมหวัง คือเราก็ไม่ได้มองว่าการที่จงอินคบกับเซฮุนมันเป็นเรื่องผิดนะ แต่การที่ไม่ได้บอกเทาไปตรงๆ ให้ได้ทำใจตั้งแต่เนิ่นๆเราว่ามันเจ็บอะ มันเหมือนการให้อาหารหมูอะ ให้มันกินจนอิ่มทุกวัน จนวันนึงที่เทารู้ความจริง มันเหมือนกับวันที่หมูได้รู้ว่าคนที่ให้อาหารมันทุกวันจริงๆแล้วไม่ได้รักมันเค้าแค่ทำเพื่อที่จะฆ่ามันแล้วเอาไปขาย ฟิลคงแบบใจสลายคล้ายๆโลกมันหยุดหมุน (เอ๊ะ!!!เกี่ยวกันมั้ย เราเพ้อเจ้อข้ามเราไป 5555) // อยากให้กับมาคบกันอีกอะ แต่ก็กลัวเทากับจงอินทะเลาะกัน แงแงงงงง ไม่มีทางไหนไม่ปวดร้าวยังไงก็เจ็บช้ำ~~~ //ไรต์สู้สู้นะคะ เรื่องมันเข้มข้น มันลุ้นทุกบรรทัดจริงจริง เราชอบบบบ ^^
    #5,604
    0