[EXO] "FREAK BOY" มนุษย์จงอิน | KAIHUN FEAT.TAO

ตอนที่ 20 : Chapter 19 :: Your Way

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,691
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    14 ธ.ค. 58

M

 

 

 

CHAPTER 19

Your Way

 

 

 

ทุกคนต่างมีภาระและเรื่องที่จำเป็นต้องทำ เมื่อเวลาเดินทางมาจนถึงช่วงสอบปลายภาค เซฮุนมีวิชาที่ไม่ถนัดอยู่สองสามวิชา แต่เขาก็ไม่กล้าออกปากขอความช่วยเหลือจากคนรัก หลังจากรู้ว่าเพื่อนสนิทอีกสองคนก็ต้องการจงอินอยู่เหมือนกัน

 

ซึ่งถ้าอยู่พร้อมกันสี่คนคงไม่ดีแน่ เขาไม่ได้อยากโทษว่าการติวจะต้องพังเพราะจื่อเทา แต่ก็เชื่อว่าหมอนั่นคงไม่นั่งเงียบอยู่เฉย ๆ แน่ เพราะฉะนั้นเซฮุนจึงเลือกติวอยู่บ้านด้วยตนเอง

 

อุปสรรคทางความรู้ก็ว่ายากแล้ว ตอนนี้เด็กหนุ่มตัวผอมกำลังว้าวุ่นเพราะเอาแต่หันไปมองสมาร์ทโฟนที่วางอยู่ใกล้มือ หน้าจอยังคงมืดสนิท ซึ่งมันก็ควรเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว เซฮุนถอนหายใจ ปล่อยปากกาลงบนโต๊ะจนเกิดเสียง ก่อนจะแนบแก้มลงกับหนังสือ พร้อมหยุดสายตาไว้กับมือถือเครื่องนั้น

 

อยากโทรหา อยากรู้ว่าตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าจงอินกำลังติวกับเพื่อน แต่เขาก็ยังอยากคุยด้วย อยากได้ยินเสียง แต่ความต้องการเหล่านั้นมันเป็นเรื่องงี่เง่าในช่วงใกล้สอบอย่างนี้

 

ชำเลืองมองกล่องดนตรีที่อยู่ถัดไปจากสมาร์ทโฟนก่อนจะเอื้อมมือลากมันเข้ามาใกล้ สายตาจดจ้องกับหมีที่นั่งอยู่บนเปียโนสีขาว หมุนไขลานเพื่อให้ช่วยกลบบรรยากาศเหงา ๆ ในเวลานี้ราวกับว่าจะให้ความคิดถึงทุเลาลง

 

RRRRrrrrrr!!!

 

เด็กหนุ่มสะดุ้งสุดตัวจนหนังสือและปากกาตกลงพื้น หัวใจที่เคยเหี่ยวเฉาถูกเยียวยาด้วยชื่อคนโทรเข้าและรูปประกอบ เซฮุนไม่รู้ตัวว่ากำลังยิ้มกว้างแค่ไหน ไม่เลยสักนิด เขาคว้ามือถือขึ้นมากดรับโดยไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายต้องรอ

 

ฮัลโหล

 

( ทำอะไรอยู่ )

 

อ่านหนังสือสิ

 

( นึกว่าจะเล่นเกมอยู่เสียอีก )

 

พูดเป็นเล่นไป พอถึงเวลาฉันก็ตั้งใจเรื่องเรียนเหมือนกันนะ เซฮุนเห็นเงาตนเองในกระจก เขาถึงรู้ว่ากำลังยิ้มเหมือนคนบ้าแค่ไหน ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะของคนปลายสาย หัวใจก็ยิ่งพองโต

 

( ถ้าบอกว่าเล่นเกมหรือแอบหนีไปซ้อมเต้นล่ะก็... )

 

จะดุหรือไง

 

( โดนแน่ โอเซฮุน )

 

เจ้าของชื่อหัวเราะเบา ๆ เขาเดินไปหยุดอยู่ข้างเตียงแล้วทิ้งตัวลงนอน ปล่อยให้เสียงของอีกฝ่ายเยียวยาความรู้สึกแย่ทั้งหมดที่ฝังอยู่ในใจ

 

จงอิน

 

( หืม? )

 

คิดถึง

 

( ที่โทรมาก็เพราะอยากได้ยินแบบนี้ล่ะนะ )

 

นายควรตอบว่าคิดถึงฉันเหมือนกันไม่ใช่หรือไง

 

( ไม่เหมือนหรอก เพราะถ้าให้เดา ตอนนี้นายคงเอาแต่คิดถึงฉันจนไม่มีสมาธิอ่านหนังสือ )

 

คนถูกรู้ทันถึงกับขมวดคิ้ว กลอกตามองไปรอบ ๆ ห้องราวกับกลัวว่าจะมีกล้องวงจรปิดติดอยู่ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงแล้วยังไง ฉันไม่เหมือนนายนี่

 

( ฉันทำไมหื้ม? )

 

นายไม่ปล่อยให้ฉันเข้าไปในหัวตอนกำลังตั้งใจติวได้หรอก

 

( แบบนั้นจะทำให้นายคิดว่าฉันไม่สนใจหรือเปล่านะ? )

 

ก็... นิดนึง

 

( เรียกว่าแยกแยะได้น่าจะรื่นหูกว่า เรื่องคิดถึงนายฉันทำจนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่ถ้านายยังเข้ามาวิ่งในหัวตอนฉันอ่านหนังสืออยู่ล่ะก็ เทอมนี้ถ้าคะแนนตกคงต้องโทษนาย )

 

เป็นข้อแก้ตัวที่ใช้ได้เลยนะ โอเค งั้นฉันจะไม่น้อยใจ เซฮุนอมยิ้ม หยุดสายตาไว้กับเพดานห้อง

 

( นายเองก็ต้องตั้งใจอ่านหนังสือให้มากกว่านี้ รู้ใช่ไหม? )

 

รู้แล้วน่า

 

( อยากให้ไปช่วยติวหรือเปล่า )

 

เด็กหนุ่มตัวผอมไม่ได้ตอบในทันทีทั้งที่อยากให้จงอินมาหาเดี๋ยวนี้ แต่เขาก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะเหนื่อยมากกว่าเดิม ไม่เป็นไร นายช่วยติวให้ชานยอลเถอะ เขาต้องการคะแนนสูง ๆ มากกว่าฉันเยอะเลย

 

( ดูพูดเข้าสิ )

 

ฉันหมายความว่า ฉันจะแสดงให้นายเห็นเองว่าฉันน่ะเจ๋งแค่ไหน พูดจบก็หัวเราะกลบเกลื่อน ก่อนจะปล่อยให้ความเงียบได้ทำงาน

 

( ช่วงนี้เราต่างก็มีเรื่องให้เครียดกัน ว่าไหม? )

 

เซฮุนขานตอบในลำคอ พลางถอนหายใจกับความเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจที่สะสมมาเรื่อย ๆ จนถึงช่วงสอบปลายภาค ที่เป็นความหนักหนาสาหัสของทุกคน

 

นายต้องอ่านทั้งหนังสือสอบ ไหนจะต้องอ่านหนังสือเตรียมเข้ามหาลัยด้วย เพราะงั้นไม่ต้องกังวลเรื่องของฉันนะ

 

( มันเป็นไปได้ด้วยหรือไง? )

 

...

 

( ถ้าไม่กังวล ไม่นึกถึงเลย นั่นก็หมายความว่าฉันไม่ได้รักนายแล้ว รู้หรือเปล่า? )

 

 รู้สึกอบอุ่นไปทั้งหัวใจ ราวกับจงอินรู้ว่าตอนนี้คนคิดมากอย่างเขากำลังตกอยู่ในสภาวะต้องการคำยืนยันเพื่อให้มีแรงสู้ต่อไป เซฮุนพลิกตัว คว้าเอาหมอนข้างมากอดพร้อมหลับตาลง

 

อยากเจอนายจัง

 

( ถามครั้งที่สองนะ อยากให้ไปหาไหม? )

 

นายติวกับเพื่อนอยู่นี่ เอาไว้วันหลังดีกว่า ถนัดนักล่ะเรื่องทำสวนทางกับความรู้สึก แต่ถ้าจงอินมาทั้งที่ยังมีเรื่องจำเป็นต้องทำ เขาก็คงมีความสุขไม่ได้

 

( งั้นหลังสอบเสร็จเป็นไง )

 

เอาสิ เราก็ไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันมานานแล้ว

 

เซฮุนรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ เพราะช่วงก่อนหน้านี้อีกฝ่ายก็ยุ่งอยู่กับการช่วยติวให้เพื่อน พอนึกถึงผู้ชายกวน ๆ ของชานยอลแล้วก็รู้สึกหวิวในใจยังไงก็ไม่รู้ จากที่จงอินเล่าให้ฟัง ทั้งชานยอลและแบคฮยอนต่างก็น่าสงสารในมุมมองของตนเอง

 

การที่ผู้ชายบ้าบอไปวัน ๆ คิดกลับตัวเป็นคนดี จึงเลือกมองการไกลเพื่อประคับประคองความรักในครั้งนี้ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันเสี่ยงแค่ไหนกับความรักระยะไกล แต่ที่น่าสงสารไปกว่านั้นก็คือ... จนถึงตอนนี้แบคฮยอนก็ยังไม่รู้ว่าชานยอลกำลังคิดจะทำอะไร

 

นายอยากไปไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า ในหัวเซฮุนเต็มไปด้วยแผนที่เกาหลีใต้ แต่ก็ยังนึกไอเดียดี ๆ ไม่ออก ถ้าให้ลุกขึ้นไปเปิดคอมเสิร์ชหาข้อมูลก็เกรงว่าจะโดนดุ เพราะตอนนี้จงอินคงอยากให้เขาตั้งใจอ่านหนังสือมากกว่าอะไร

 

( อืม... ไม่มีที่ไหนเป็นพิเศษนะ )

 

ยังอยากไปเกาะนามิอีกครั้งอยู่ไหม หรือว่าอยากไปที่อื่นแล้ว เด็กหนุ่มตัวผอมกำลังตื่นเต้นจนเก็บอาการไว้ไม่ไหวแล้ว จนกระทั่งจงอินหัวเราะออกมา เขาถึงเม้มปากแน่นแล้วซุกหน้าลงกับหมอน

 

( อยากไปไหนก็ว่ามาเลย )

 

ฉันเคยเห็นในเน็ต มันมีกระทู้นึงน่าสนใจมากเลย หัวข้อว่า ลองไปเที่ยวเหมือนไม่มีวันพรุ่งนี้อีกแล้วดูไหม? ฉันว่าแบบนั้นก็น่าสนใจดีเหมือนกันนะ

 

( อืม น่าสนใจดีนะ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องวางแผนไว้หรอกว่าจะไปที่ไหน พอถึงเวลาก็ขึ้นรถเลย แบบนั้นคิดว่าไง? )

 

โอเคเลย!”

 

( จากที่เราเคยไปเที่ยวด้วยกัน ดูเหมือนว่ายังกั๊ก ๆ ไว้อยู่ )

 

อะไรล่ะที่ว่ากั๊ก

 

( ฉันเขินนายล่ะมั้ง ก็เลยต้องเก๊กตลอดเวลา )

 

เซฮุนหัวเราะกับประโยคเมื่อครู่ สาบานเลยว่าถ้าจงอินอยู่ข้าง ๆ เขาจะผลักให้ล้มไปเลย เด็กหนุ่มยังคงยิ้มอย่างมีความสุขกับรางวัลที่รออยู่ข้างหน้า หลังจากสอบปลายภาคเสร็จ

 

อยากให้ถึงวันนั้นเร็ว ๆ จัง

 

 
 

 
 

 

เพราะได้กำลังใจจากจงอิน เซฮุนถึงฮึดตั้งใจอ่านหนังสือเป็นบ้าเป็นหลังจนทำให้ไม่เอ๋อตอนเจอโจทย์ข้อสอบยาก ๆ แต่จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ถูกเสียทีเดียว ที่จริงเขาแค่พยายามทำให้ความคิดถึงไม่สร้างปัญหาต่อคนรักก็เท่านั้น ถ้าคะแนนออกมาดีเท่าไหร่ รอยยิ้มของซอนแซงนิมก็จะกว้างขึ้นเท่านั้น นั่นคือสิ่งที่เซฮุนรู้

 

สิ้นสุดความเหนื่อยสักที วันนี้คือวันที่ทั้งคู่นัดกันออกไปเที่ยวข้างนอกอย่างที่เคยแพลนเอาไว้ตั้งแต่ก่อนสอบ เซฮุนยังคงเหมือนวันแรกที่ไปเดทกับจงอิน เขายังคงคิดว่ามันพิเศษจนการเลือกชุดกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับหนึ่ง

 

ทั้งคู่นัดเจอกันในร้านกาแฟ จงอินบอกว่าถ้าใกล้ถึงแล้วให้บอกก่อน ซึ่งมันทำให้เซฮุนอดยิ้มไม่ได้ เมื่อทันทีที่เข้าไปในร้านก็ได้พบว่าจงอินสั่งคาราเมลร้อนไว้ให้เขา มันเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็เพิ่มความน่ารักให้ผู้ชายคนนี้ไปอีกเท่าตัว กับการที่จงอินอยากให้เขาถือแก้วอุ่น ๆ เอาไว้เพื่อช่วยทุเลาความหนาวเย็น

 

ไม่มีการวางแผนว่าจะไปที่ไหน เราแค่เดินไปตามฟุตปาธด้วยกัน คุยเรื่องเรื่อยเปื่อยเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ และเริ่มต้นเดทวันนี้ด้วยร้านอาหารญี่ปุ่น ซึ่งเป็นทางที่ทั้งคู่เดินผ่าน

 

จงอินสั่งราเมนชามใหญ่มาชนิดว่ากินสามคนก็ไม่น่าจะหมด และเขาก็เช่นกัน ไม่มีใครเขินกับการก้มหน้าก้มตากิน ในเมื่อความเชื่อของชาวญี่ปุ่นที่ว่ายิ่งกินเสียงดังเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้พ่อครัวมีความสุขเท่านั้น

 

ทั้งคู่เงยหน้าขึ้นมาสบตากัน มันเป็นภาพที่ค่อนข้างตลก เมื่อกระพุ้งแก้มของเราอัดแน่นไปด้วยเส้น จงอินคว้าทิชชู่ขึ้นมาเช็ดปากให้ และแน่นอนว่าเซฮุนคงไม่ปล่อยตัวเองเขินอยู่ฝ่ายเดียว เขาจึงช่วยเช็ดปากให้บ้าง

 

จงอินเตรียมตัวมาดีจนเซฮุนคิดว่าเขาต้องเมื่อยปากตายแน่ ๆ ถ้าต้องยิ้มมากไปกว่านี้ ก่อนออกจากร้านจงอินบอกว่ามีบางอย่างจะให้ มันเป็นของเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็ยังคงเต็มไปด้วยความใส่ใจตามฉบับคิมจงอิน นั่นก็คือถุงมือสีน้ำตาล

 

ในเมื่อไม่มีแพลนว่าต้องไปไหน จงอินเลยจูงมือเข้าขึ้นแท็กซี่และบอกให้คนขับตรงไปเรื่อย ๆ ตลกชะมัดตอนเห็นสีหน้าโชเฟอร์หันมามอง แต่ถึงอย่างนั้นคุณลุงก็ยังใจดี ขับไปเรื่อย ๆ ตามที่ลูกค้าต้องการ

 

มือที่เคยวางอยู่บนหน้าขาถูกกุมเอาไว้ ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสอดประสานในที่สุด เซฮุนหันไปมองเสี้ยวหน้าของคนข้าง ๆ ที่ทอดสายตาออกไปยังท้องถนน อมยิ้มเพียงเล็กน้อยแล้วหันมาสบตากัน

 

จอดข้างหน้าครับ

 

ถึงคนขับจะดูงง ๆ แต่ก็จอดเทียบข้างฟุตปาธในวินาทีถัดมา จงอินจัดแจงจ่ายเงินค่าโดยสารแล้วจูงมือเขาลงจากรถ เด็กหนุ่มตัวผอมหลุบสายตาลงมองมือที่ยังสอดประสานกันแน่น จงอินเพียงแค่หันมายิ้มขณะที่ขาทั้งสองข้างยังคงก้าวไปข้างหน้าเรื่อย ๆ

 

 

ไม่แคร์สายตาใคร ไม่สนใจว่าจะถูกมองเป็นพวกรักร่วมเพศ เราก็แค่เด็กผู้ชายสองคนที่รักกัน มันก็แค่นั้นเอง

 

 

เซฮุนยิ้มกว้างแล้วรีบวิ่งให้ทันอีกคน ท่ามกลางสายลมหวีดหวิวส่งท้ายฤดูหนาวที่ใกล้จะหมดไป สองขาหยุดยืนอยู่ข้างริมแม่น้ำ ที่ที่เขามักจะใช้เวลาร่วมกัน ทั้งคู่นั่งลงพลางเหยียดขาไปข้างหน้า ใช้สองมือยันไว้ข้างหลังพร้อมโกยอากาศเข้าปอดหลังจากวิ่งมาไกล

 

เราหันมาสบตากัน แล้วยิ้มกับความบ้าบอที่เพิ่งทำลงไปเมื่อครู่นี้ เซฮุนหยิบก้อนหินขึ้นมา แม้ระยะเวลาจะผ่านไปหลายเดือน แต่รอยปากกาที่เขาและจงอินเคยวาดลงไปก็ยังคงอยู่

 

ก้อนหินยิ้มตาหยีด้วยฝีมือของจงอินนั้นเป็นคำสั่งบอกให้เขายิ้มตาม พอหันไปข้างตัวก็พบว่าอีกฝ่ายกำลังละเลงปากกาเปอร์มาเนนท์ลงไปบนหินก้อนใหม่ และหันมามองเขาเป็นระยะ

 

ขอดูหน่อย

 

ตอนนี้เหรอ ไม่ได้หรอก

 

อะไรกัน งั้นฉันวาดนายบ้าง

 

เซฮุนไม่ยอมแพ้หรอก เขาแบมือออกมาเป็นเชิงขอปากกา ซึ่งจงอินก็หยิบแท่งใหม่ในกระเป๋าให้อย่างรู้งาน เราสองคนทำอะไรเหมือนเด็ก ๆ เหมือนทุกครั้งเมื่อมาที่นี่ ก้มหน้าก้มตาวาดสีหน้าอีกฝ่ายลงไปแล้วแลกกันดู

 

ฉันวาดเสร็จแล้วนะ

 

ขอเวลาอีกห้าวิ เซฮุนเบี่ยงตัวหลบราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแอบดูผลงานระดับโลกที่เพิ่งละเลงลงไปเมื่อครู่ ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ชั่วอึดใจเดียวเซฮุนก็หันไปแลกก้อนหินกันตามธรรมเนียม

 

ทำไมฉันมีถุงใต้ตา

 

เพราะช่วงนี้นายเอาแต่อ่านหนังสือหนักจนนอนดึก ก็เลยมีมันเพิ่มขึ้นมาไง คนตัวผอมหัวเราะ พลางจิ้มนิ้วชี้ลงบนโหนกแก้มอีกฝ่าย

 

งั้นขอกลับบ้านแล้วกันนะ เซฮุนเลิกคิ้ว ปกติเรามักจะวางมันไว้ข้างกันหลังจากวาดเสร็จอยู่ตลอดนี่ ฉันจะพามันไปรักษาถุงใต้ตา นายเองก็ต้องเอาตัวเองกลับไปรักษาด้วยเหมือนกัน

 

ได้ยินอย่างนั้นคนตัวผอมจึงก้มลงมองก้อนหินในมืออีกข้าง แล้วก็ได้พบว่าจงอินวาดหน้าตาของเขาเหมือนคนกำลังงง ๆ ตาลายคล้ายว่าจะเป็นลม อะไรเนี่ย

 

นายคงวิ่งมากเกินไป ก็เลยทำหน้าแบบนี้

 

ฉันไม่ได้ทำสักหน่อย จงอินยิ้มขำ พลางกุมท่อนแขนเมื่อถูกอีกฝ่ายชกเบา ๆ

 

งั้นฉันจะพามันกลับไปนอนพักที่บ้าน จะได้ไม่เหนื่อยจนตาลาย ดีไหมล่ะ เซฮุนชำเลืองมองคนรักที่เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ จงอินพยักหน้าตกลงพร้อมยีหัวเขาเบา ๆ

 

 

 

 

 

 

เด็กหนุ่มตัวผอมหลุดออกจากความคิด เมื่อคนที่หายไปเกือบห้านาทีกลับมาถึงแล้วหยัดตัวลงนั่งข้าง ๆ เขาเหมือนในทีแรก มันเป็นเรื่องบ้าบอจริง ๆ ที่เราสองคนเลือกตอกย้ำความหนาวด้วยไอศกรีมโคนอย่างนี้

 

ท้องฟ้าเริ่มถูกความมืดกลืนกินเมื่อตะวันใกล้จะตกดิน ทั้งคู่ยังคงทอดสายตาไปยังแม่น้ำเบื้องหน้า ซึ่งถูกแต่งแต้มความสวยด้วยท้องฟ้าสีส้มปนคราม เซฮุนรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก ความจริงการนั่งเฉย ๆ โดยที่ไม่พูดอะไรมันอาจจะมากพอแล้ว ขอแค่มีคนที่เรารักนั่งอยู่ข้าง ๆ

 

แต่เขาก็หลุดออกจากความคิด เมื่ออยู่ ๆ อีกฝ่ายก็เลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ พร้อมงับไอศกรีมรสช็อกโกแลตในมือเขา จนริมฝีปากของเราชนกันเล็กน้อย

 

ดวงตาคู่นั้นยังคงมีผลกระทบต่อความรู้สึกโอเซฮุนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นวันแรกหรือในตอนนี้ ทั้งคู่สบตากันไม่กี่วินาที ก่อนที่คนตัวผอมจะปิดเปลือกตาลงเพื่อรับจูบจากอีกฝ่าย

 

ริมฝีปากเราเลอะไปด้วยไอศกรีมรสช็อกโกแลต มันหวานและขมเล็กน้อย แต่กลับต่างจากที่กินเองจากโคนอย่างสิ้นเชิง วูบหนึ่งเซฮุนคิดว่าตนเองกลายเป็นไอศกรีมไปแล้ว เมื่ออีกฝ่ายค่อย ๆ ละเลียดจูบริมฝีปากของเขาจนแทบไม่เหลือรสหวานอีกต่อไป

 

หัวใจเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมาอยู่รอมร่อ จูบครั้งนี้มันหวานหอม อบอุ่นจนรู้สึกแปลก ๆ จนกระทั่งคนผิวแทนถอนริมฝีปากออกไป เขาถึงรู้ว่าทำไอศกรีมที่เคยอยู่ในมือตกพื้นไปแล้ว และนั่นทำให้รอยยิ้มเกิดขึ้นบนใบหน้าจงอินได้อีกครั้ง

 

ฟ้ามืดครึ้ม เราเล่นเป่ายิ๊งฉุบเพื่อตัดสินว่ามื้อเย็นนี้จะกินอะไร และคนแพ้ต้องจ่าย ซึ่งเซฮุนเป็นฝ่ายชนะ เขาชูมือขึ้นสุดแขน หัวเราะออกมาอย่างชอบใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายปั้นหน้าเครียดพร้อมกุมขมับ

 

 

ก็รู้หรอกว่าจงอินแค่แกล้งทำไปอย่างนั้น แต่ก็น่ารักดี

 

 

มื้อเย็นจบลงจนท้องแทบแตก จงอินบ่นอุบอิบที่ถูกบังคับให้กินเยอะ จึงยื่นมือออกมาเป็นเชิงบอกให้เซฮุนลากไปด้วย อ้างว่าเดินเองไม่ไหวแล้ว เห็นไหมล่ะ... ใครนะที่บอกว่าจงอินเย็นชา เข้าถึงยาก ทั้งที่จริงผู้ชายคนนี้ก็มีมุมเด็กขี้อ้อนอยู่เหมือนกัน

 

เรามาถึงสวนสนุก ไฟรอบข้างถูกเปิดเพื่อเพิ่มความสว่างและตกแต่งให้บรรยากาศรอบข้างสวยงามยิ่งขึ้น จงอินไม่ชอบกินสายไหม แต่ก็ยอมรับมันเข้าปากง่าย ๆ เพราะเซฮุนป้อนให้ เราขึ้นเครื่องเล่นน่าหวาดเสียวกันไม่ต่ำกว่าห้าอย่าง เสียงหวีดร้องของเราสองคนน่าจะดังกว่าคนอื่นที่ขึ้นไปพร้อมกัน แต่นั่นก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่ต้องแคร์

 

คนตัวผอมหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปคนที่นั่งกุมขมับอยู่บนม้าหมุนอีกตัว มันคงเป็นเครื่องเล่นชนิดเดียวที่ไม่ทำให้จงอินต้องทำใจก่อนขึ้นมาบนนี้ ทันทีที่รู้ตัวว่าถูกแอบถ่าย คนผิวแทนก็ยิ้มให้ ก่อนจะชูสองนิ้วขึ้นเพื่อเรียกรอยยิ้มจากเขา

 

เสียงดนตรีประกอบให้ม้าหมุนดูเป็นเครื่องเล่นที่น่ารัก ผสานกับเสียงเด็กเล็กที่ขึ้นมาพร้อมผู้ปกครอง ไม่สนใจคนอื่นนอกจากบุตรหลานของตนที่อยู่บนเครื่องเล่น ไม่มีใครสนว่าเด็กผู้ชายสูงร้อยแปดสิบสองคนจะนั่งสบตากันอยู่บนม้าหมุนที่เคลื่อนไหวเป็นวงกลมจนครบรอบ

 

จงอินหยิบมือถือขึ้นมาตั้งท่าเตรียมจะถ่ายรูป ซึ่งเซฮุนก็ยิ้มให้พร้อมชูสองนิ้วอย่างรู้งาน ผ่านไปเกือบนาทีแต่คนผิวแทนก็ยังไม่ส่งสัญญาณบอก เขาจึงเลิกคิ้วขึ้นแล้วขยับปากถามว่าถ่ายเสร็จหรือยัง ตอนนั้นถึงได้เบิกตากว้างเมื่อจงอินบอกว่า

 

 

ฉันเซลฟี่ตัวเองน่ะ

 

 

เซฮุนยังไม่อยากกลับบ้าน และจงอินก็ไม่ว่าอะไร ถ้าหากว่าเราอยากยืดเวลาอยู่ด้วยกันต่ออีกสักนิด ทั้งคู่ใช้เวลาอยู่ในสวนสนุกนานพอสมควร เล่นทุกอย่างที่อยากเล่นจนกระทั่งเดินมาถึงชิงช้าสวรรค์ ต่อคิวไม่นานก็ได้ขึ้นไปชมความสวยงามยามค่ำคืนบนนั้น

 

นายกลัวความสูงไหม?

 

ฉันกลัวเข้านิติฯ ไม่ได้มากกว่า คำตอบของจงอินเรียกรอยยิ้มจากคนที่เกาะแหมะอยู่กับกระจกใสของชิงช้าได้เป็นอย่างดี

 

เซฮุนพลิกตัวหันกลับมาสบตาคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม จนถึงตอนนี้จงอินก็ยังคงยิ้ม ซึ่งนั่นคงเป็นคำตอบได้ว่าเดทในวันนี้ไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่กังวลอยู่ ความมืดโดยรอบถูกตกแต่งความสวยงามด้วยแสงไฟตามตึกสูงและบ้านเรือน จากตรงนี้สามารถมองเห็นได้ทุกทิศทาง จนอดไม่ได้ที่จะเอามือถือขึ้นมาถ่ายรูป

 

นั่งนิ่ง ๆ ล่ะ ฉันจะข้ามไปหานายแล้ว จงอินแกล้งทำท่าเหมือนว่ากระเช้ามันจะเอียงถ้าหากนั่งด้วยกัน เขาจึงหลุดยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้

 

เซฮุนขยับตัวเพื่อให้อีกฝ่ายนั่งได้อย่างถนัด เสียงถอนหายใจที่ผ่อนออกมาคาดว่าจงอินคงแอบกลัวความสูงอยู่บ้าง เมื่อก้มลงไปด้านล่างก็พบกระจกใสที่เป็นฐานกระเช้าเช่นกัน

 

เผลอแป๊บเดียวก็จะหมดวันแล้ว

 

นั่นสิ ฉันรู้สึกเหมือนเพิ่งกินราเมนชามยักษ์หมดไปเมื่อกี้นี้เอง พูดจบทั้งคู่ก็หันมามองหน้ากันแล้วหัวเราะ

 

ไว้คราวหน้าเรามาเที่ยวแบบนี้กันอีกนะ เซฮุนหันไปถามคนข้าง ๆ ซึ่งจงอินไม่ได้ขานตอบ แต่กลับยิ้มบาง ๆ ขณะสบตากัน แล้วเอื้อมมือมาบีบจมูกเขาเบา ๆ นี่

 

เจ้าของชื่อเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม เซฮุนนิ่งไปครู่หนึ่งเพื่อเรียบเรียงความคิด ขณะที่กระเช้าชิงช้าค่อย ๆ เคลื่อนตัวขึ้นสูงทีละนิด หยุดกึกเป็นระยะเพื่อรับคนใหม่ขึ้นมา

 

เปล่า

 

มีอะไรก็ว่ามาสิ

 

ฉันว่าไม่พูดคงดีกว่า ไม่อยากทำลายบรรยากาศดี ๆ ตอนนี้ เขายิ้มเจื่อน รู้สึกโกรธตัวเอง ที่จริงไม่น่าหลุดพูดออกไปตั้งแต่แรกเลย

 

เรื่องไอ้เทาเหรอ

 

...

 

จงอินก็ยังคงเป็นจงอิน ที่รู้ทันเขาอยู่เสมอ เซฮุนเม้มริมฝีปากพลางพยักหน้าเป็นคำตอบ ถึงวันนี้จะมีความสุขมาก แต่ก็มีหลายครั้งที่รู้สึกได้ว่าจงอินยังมีอะไรในใจอยู่ ซึ่งก็คงไม่พ้นเรื่องนี้แน่ ๆ

 

คงคิดว่าฉันจะกังวลเรื่องมันใช่ไหม?

 

อื้ม

 

อืม นายเดาไม่ผิดหรอก คำตอบของจงอินทำเอาคนฟังตกใจอยู่ไม่น้อย ทั้ง ๆ ที่คิดไว้อยู่แล้ว แต่ก็มีอีกเสี้ยวหนึ่งที่หวังว่าอีกฝ่ายน่าจะตอบว่าไม่ใช่หรอก เหมือนทุกครั้งฉันพยายามเข้าใจทุกคน รวมถึงตัวฉันเองด้วยน่ะ

 

...

 

แต่มันก็เป็นเรื่องยากเหมือนกันนะ จงอินยังคงยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่ถูกความอึดอัดแต่งแต้มลงไปด้วยฉันตลกตัวเองที่ให้คำแนะนำคนอื่นได้เสมอ แต่พอเป็นเรื่องตัวเอง ฉันกลับทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง

 

เซฮุนรู้สึกเหมือนกำลังโดนชก ทั้ง ๆ ที่ประโยคนี้จงอินไม่ได้เขวี้ยงมันใส่หน้าเขาเลยสักนิด เด็กหนุ่มตัวผอมนั่งนิ่ง รู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปอยู่ในห้องของหวงจื่อเทาในวันนั้น และถูกความอึดอัดเล่นงานเหมือนทุกครั้งถ้าเข้าเรื่องความรักที่เปิดเผยไม่ได้

 

ไอ้เทามันชอบนายมาก รู้ใช่ไหม

 

อือ ฉันรู้

 

เพราะงั้นคงยากหน่อยถ้าจะรอให้มันตัดใจ จงอินเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ตอนนี้สายตาของเราทั้งคู่เลือกที่จะทอดมองไปยังกรุงโซลยามค่ำคืน มากกว่าเป็นการสบตากันระหว่างเข้าบทสนทนาน่าอึดอัด

 

เดี๋ยวก็เรียนจบแล้ว พอเข้ามหาลัยจื่อเทาก็คงห่าง ๆ ไปเอง

 

ไม่หรอก ฉันรู้จักไอ้เทาดี ในสายตานาย ไอ้หมอนั่นอาจดูเหลาะแหละไหลไปเรื่อย แต่ถ้ามันเอาจริงกับอะไรสักอย่าง มันจะไม่หยุดจนกว่าจะได้มา

 

...

 

เหมือนเหรียญทองที่เป็นรางวัลแห่งชัยชนะซึ่งมันได้รับอยู่เสมอ

 

...

 

ฉันพยายามเข้าใจทุกคนแล้ว คิดว่านายก็คงเหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่นายควรรู้ไว้ว่าเราไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้ ยิ่งเป็นเรื่องความรักแล้ว ไม่มีทางไหนเลยที่เราจะช่วยให้ไอ้เทารู้สึกดีขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรักข้างเดียว หรือเรื่องที่เราคบกัน

 

...

 

ปล่อยไปก็มีแต่จะถลำลึก เหมือนอย่างที่เป็นอยู่ ไอ้เทาจะไม่หยุดจนกว่ามันจะรู้ว่านายชอบใคร

 

ถ้าเขารู้ นายสองคนคงเข้าหน้ากันไม่ติดแน่

 

ใช่ แต่นั่นคือสิ่งที่ควรจะเป็น ในเมื่อเราสองคนผิดที่ไม่ได้บอกมันตั้งแต่แรก

 

ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก สุดท้ายเดทดี ๆ วันนี้ก็ถูกตบหน้าด้วยปัญหาเดิม ๆ อีกครั้ง ซึ่งเซฮุนคงไม่ขอโทษใครนอกจากตัวเอง แต่เขาก็ไม่อยากให้ทุกอย่างออกมาแย่ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน

 

เราก็แค่ยอมรับในสิ่งที่ทำ

 

ถ้ายอมรับแล้วจะเป็นยังไงต่อ เราได้คบกันต่อไป แต่หลังจากนั้นล่ะจงอิน

 

นั่นสิ แล้วหลังจากนั้นล่ะ? จงอินหันเข้าหาอีกฝ่าย ช่วงแรก ๆ มันอาจจะยาก แต่สักวันไอ้เทาจะเข้าใจ

 

ระหว่างนั้นเราจะมีความสุขได้เหรอ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าจื่อเทากำลังเสียใจอยู่

 

คนฟังนิ่งไป ชั่ววินาทีนั้นเขาก็ได้แต่ภาวนาขอให้จงอินเข้าใจเหตุผลที่เขาต้องการจะสื่อ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจริง บรรยากาศตอนอยู่พร้อมกันสามคนคงแย่มากแน่ ๆ ไม่ใช่แค่เซฮุนที่จะถูกเมิน แต่จงอินล่ะ คนที่เป็นเพื่อนสนิทกันที่สุดจะต้องมาขุ่นเคืองใจกันเพราะเรื่องแบบนี้งั้นเหรอ

 

ไม่เป็นไร ถ้านายคิดอย่างนั้นฉันก็จะไม่บังคับอีก จงอินยิ้มบาง ๆ พลางวางมือลงบนศีรษะทุยของคนคิดมาก

 

ถึงจะคบกันได้ไม่นานนัก แต่เขาก็คิดว่ารู้จักเซฮุนดีพอสมควร และเพราะว่ารู้จักดี คิมจงอินถึงรู้ว่าเรื่องราวจะเดินไปในทิศทางไหน เรายอมให้ความตึงเครียดกัดกร่อนหัวใจมากี่ครั้งแล้ว ทั้งคู่ปล่อยให้ความเงียบครอบคลุมกระเช้าชิงช้า จนกระทั่งมันหยุดชะงักไป

 

ถึงช่วงโรแมนติกแล้ว จงอินทอดสายตามองออกไปข้างนอก ก่อนจะหันมายิ้มให้กับเขาอีกครั้ง ราวกับว่าอยากให้คนโง่อย่างโอเซฮุนรู้สึกผ่อนคลายหลับตาลงสิ ฉันมีอะไรจะให้นาย

 

คนตัวผอมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลงในวินาทีถัดมา เพียงครู่เดียวเท่านั้น เขาก็ลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่วางลงบนมือ

 

มันคือช่อดอกไม้แห้งถูกมัดไว้ด้วยเชือกสีน้ำตาล เซฮุนเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายพร้อมฉายแววสงสัย จนถึงตอนนี้จงอินก็ยังคงยิ้มและหายใจเข้าลึก ๆ ขณะหลุบสายตาลงมองสิ่งของที่เพิ่งมอบให้กับเขา

 

รู้ไหมว่าทำไมถึงเป็นดอกไม้แห้ง

 

เซฮุนส่ายหน้าเป็นคำตอบ เด็กหนุ่มตัวผอมไม่ยอมละสายตาไปไหนทั้งนั้น ไม่แม้แต่จะมองช่อดอกไม้แห้งในมือ

 

ดอกไม้สดอยู่ได้ไม่กี่วันก็เหี่ยว แต่ถ้าเป็นดอกไม้แห้ง มันจะเหมือนเดิมตั้งแต่วันแรกที่ได้รับ และวันที่นายเก็บมันขึ้นมาดูอีกครั้ง

 

...

 

ความรู้สึกของฉันที่มีต่อนาย มันเหมือนกับดอกไม้ช่อนี้ จงอินไล้ปลายนิ้วหัวแม่มือลงบนแก้มของเขาอย่างแผ่วเบา ฉันรักนายจริง ๆ เซฮุน

 

...

 

ฉันไม่เคยเสียใจ เพราะถ้าย้อนเวลาได้ วันนั้นฉันก็จะกลับไปช่วยนายจากพวกนรกนั่น

 

ไม่มีอีกแล้วรอยยิ้มที่เคยแต่งแต้มอยู่บนใบหน้า ราวกับว่าวันนี้เขาและจงอินต่างใช้มันไปอย่างสิ้นเปลืองในช่วงกลางวัน พอถึงตอนนี้มันถึงได้จางหายไปจนหมดสิ้น

 

แต่มันนานแค่ไหนแล้วที่เราปล่อยให้เรื่องนี้ทำร้ายความรู้สึกกันและกัน

 

...

 

มีแต่ความอึดอัดใจ เพราะกลัวว่าไอ้เทาจะรู้เรื่องนี้ จนกลายเป็นว่าความรักของเรามันกลายเป็นความผิด

 

...

 

เราเลือกทำร้ายตัวเอง เพื่อรักษาความรู้สึกอีกคนเอาไว้

 

ทั้งคู่สบตากันนานเกือบนาที จนกระทั่งจงอินค่อย ๆ เลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ และจูบริมฝีปากของเขาในที่สุด เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นเมื่ออีกฝ่ายเลื่อนมือไปกดก่อนที่เสียงพนักงานจะแทรกเข้ามาผ่านทางวิทยุที่ติดอยู่ด้านบน

 

จูบครั้งนี้ต่างจากตอนกลางวัน เมื่อความหอมหวานที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความขมขื่น ทุกอย่างดูมึนงงจนเรียบเรียงสติไม่ได้ จงอินค่อย ๆ ถอนจูบออกก่อนจะเอาหน้าผากชนกัน และปล่อยให้ความเงียบดึงเราทั้งคู่ดำดิ่งลงไปในเหวลึก ก่อนที่อีกฝ่ายจะเงยหน้าขึ้น พร้อมดวงตาคู่นั้นที่แดงก่ำราวกับว่าน้ำตามันพร้อมจะไหลออกมา

 
 

 

เราเลิกกันเถอะ

 

 
 

เคยรู้สึกชาไปทั้งตัวไหม?

 
 

 

ชาจนรู้สึกเหมือนว่าเวลาได้หยุดหมุนไปแล้ว ก่อนหน้านี้โอเซฮุนขยับริมฝีปากออกเสียงพูดได้อย่างไร เคยแสดงออกอย่างไรเพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจความรู้สึกในตอนนั้น ๆ ได้ สิ่งที่เขาทำในตอนนี้มีเพียงแค่นั่งนิ่ง ๆ สบตากับจงอินราวกับวอนขอให้เปลี่ยนใจ แต่พอรู้สึกตัวอีกทีประตูกระเช้าก็ถูกเปิดออก

 

 

จงอินเดินออกไปแล้ว และนั่นเป็นสัญญาณบอกโอเซฮุนว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันคือเรื่องจริง

 

ประตูกระเช้าถูกปิดลง ชิงช้าค่อย ๆ เคลื่อนตัวอีกครั้ง หากแต่ตอนนี้กลับมีเพียงแค่เด็กหนุ่มตัวผอมคนเดียวที่นั่งอยู่ด้านใน พร้อมช่อดอกไม้แห้งในมือ

 

หัวใจเต้นแผ่วเบาลง ตามมาด้วยหยดน้ำตาที่ไหลออกมาแม้ไม่ได้บีบ ภาพเบื้องหน้าพร่ามัว... ชัดขึ้น... พร่ามัว... ชัดขึ้น... สลับกันอยู่อย่างนั้นขณะจับจ้องอยู่กับความมืดของท้องฟ้ายามค่ำคืน

 

ประโยคเมื่อครู่ยังก้องอยู่ในหูราวกับว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นไปเมื่อหนึ่งวินาทีก่อน ริมฝีปากสั่นเครือเม้มเข้าหากันแน่นจนกระทั่งน้ำตาหยดลงบนกางเกงยีนส์สีซีดจนเป็นต่างดวง เซฮุนไม่มีโอกาสรั้งเลยสักนิด หรือถ้ามี เขาก็คงพลาดมันไปหลายครั้งแล้วกับโอกาสที่จงอินเคยมอบให้

 

รู้สึกเหมือนกำลังเอื้อมมือเข้าไปบีบหัวใจตัวเอง โอเซฮุนถึงได้รู้สึกเจ็บจนใจจะขาดอย่างนี้ เด็กหนุ่มตัวผอมหยุดสายตาอยู่กับเบาะฝั่งตรงข้ามที่ว่างเปล่า ชิงช้ายังคงเคลื่อนตัวไปเรื่อย ๆ ในขณะที่ความรักของเราหยุดลงแล้ว

 

 
 

ลองไปเที่ยวเหมือนไม่มีวันพรุ่งนี้อีกแล้วดูไหม?

 

 
 

และแล้ว... ก็ไม่มีวันพรุ่งนี้สำหรับเราจริง ๆ

 

 

 

TBC

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,767 ความคิดเห็น

  1. #6706 ʙʜ❥∞ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 03:47
    ตั้งแต่แช่งให้เซฮุนโดนจงอินบอกเลิกนี่สั่นทุกครั้งที่จงอินบอกรักเซฮุน แต่ก็ไม่มีอะไรซักที จนชะล่าใจอ่ะ พอจงอินเอาจริงแล้วใจหายเลย ร้องไห้เพราะสงสารจงอินล้วนๆ
    #6,706
    0
  2. #6691 PiPoTweeTy (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 23:00
    ร้องไห้ฮืออออออ จงอินนน ต้องเลิกทั้งที่ยังรักต้องขนาดไหนอ่ะ
    #6,691
    0
  3. #6680 nashsha (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 14:33
    คิดไว้แล้วว่าจงอินจะต้องถอยออกมาชัวร์ แต่เป็นเราเราก็ไม่โอเค ในเมื่อพยายามจะพูดความจริงอยู่ตลอด แต่อีกฝ่ายก็เอาแต่บอกให้รอเวลา
    #6,680
    0
  4. #6671 บยอนนี่ขี้เซา (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 23:51
    ตอนนี้เจ็บปวดหัวใจจริงๆ เศร้ามาก
    #6,671
    0
  5. #6665 sosh (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มีนาคม 2560 / 03:08
    ฮือเศร้า สงสารจงอินที่ทนมาขนาดนี้
    #6,665
    0
  6. #6654 Linseyyy13 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:53
    พีคมากกกก T T
    #6,654
    0
  7. #6635 kan96 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 03:42
    โอโห้ น้ำตานี่ไหลเลย
    #6,635
    0
  8. #6634 Janjira (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 18:05
    หน่วงเกินไป อ่านมาอยู่ดีๆ เราเลิกกันเถอะ จุกเลย เจ็บจี๊ดที่หัวใจ เหมือนน้ำตาจะไหล
    #6,634
    0
  9. #6627 Beamxm99 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 23:14
    อ่านรอบ2แล้ว คำว่า เราเลิกกันเถอะ ยังคงทำให้ไหลอย่างต่อเนื่อง หน่วงจริงๆค่ะซิส
    #6,627
    0
  10. #6626 อิเน่เมียไค. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 00:01
    น้ำตาร่วงเลยอ่ะ รู้สึกหน่วงในอกมาก ทำไมเรารู้สึกเจ็บอ่ะ ทั้งๆที่เราคิดไว้แล้วว่ามันจะต้องลงเอยด้วยการเลิกกันแต่พอมาถึงตอนนี้จริงๆแล้ววูบเลยอ่ะ สุดท้ายทุกอย่างจะดีขึ้นใช่มั้ย TT
    #6,626
    0
  11. #6610 arthipnm (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 07:53
    ตกใจอ่ะ แต่ก็โอเคเข้าใจจงอินเป็นเราก็คงไม่ไปต่อ เซฮุนแคร์คนอื่นแต่ไม่แคร์จงอิน แต่ว่ามันต้องดีขึ้นใช่มั้ยคะคุณว่าที่อัยการ ฮืออออออออ
    #6,610
    0
  12. #6589 Miniminzz (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 09:49
    เราเลิกกันเถอะ
    อาจจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็ได้ เพราะถึงคบกันไปก็ไม่มีความสุขอยู่ดี เราคิดว่าตอนนี้จงอินทำดีที่สุดแล้ว ใจแข็งมากจริงๆ ส่วนเซฮุน เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นบทเรียนนะ เซฮุนแคร์คนอื่นมากเกินไป จนกลายเป็นทำร้ายความรู้สึกของคนรัก
    #6,589
    0
  13. #6584 hunkeng (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 06:54
    หน่วงมากตอนนี้พอถึงตอนที่บอกว่าเลิกกันเถอะนี่ตัวชาจริงคงอินมากกกกขนาดเรายังชาแล้วเซฮุนจะขนาดไหนฮือออ
    #6,584
    0
  14. #6565 tanokphomphon (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 21:41
    เจ็บปวดที่สุด...
    #6,565
    0
  15. #6559 Nekoberry (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 02:06
    ฮือออ ฮุนอ่า น่าจะเชื่อจงอินนะ บอกเทาไปก็จบแล้ว TT
    #6,559
    0
  16. #6545 sapphire- (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 23:49
    .... เศร้ามาก
    #6,545
    0
  17. #6484 Kannika Tankam (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 23:04
    ขอให้มันเป็นบทเรียนนะเซฮุน
    #6,484
    0
  18. #6457 sss.doofa (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 23:49
    ไม่แปลกใจเลย ถ้าเราเป็นจงอินก็คงขอเลิกเหมือนกันแหละ ฮุนแคร์แต่คนอื่นแต่ไม่แคร์แฟนตัวเองเลยอ่ะ
    #6,457
    0
  19. #6351 -mumo- (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 21:55
    หน่วง มันหน่วงมากค่ะ
    #6,351
    0
  20. #6337 ิbeam (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 15:31
    ไม่แปลกใจเลยที่จงอินขอเลิกอ่ะ555555
    #6,337
    0
  21. #6276 Ola[F] (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มีนาคม 2559 / 21:14
    ปวดใจราวกับอยู่ในเหตุการณ์จริง TT
    #6,276
    0
  22. #6270 K pada4 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:41
    สมน่ำหน้า จงอินดีเกินไปจริง หัดมองโลกตามความเป็นจริงบ้าง
    #6,270
    0
  23. #6128 fianna (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 มกราคม 2559 / 17:19
    อึ้งอ่ะ ปวดใจมากก ฮืออออออ จี๊ดเลยยย
    #6,128
    0
  24. #6072 chaiki (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มกราคม 2559 / 19:58
    ทรมานมากเลย
    #6,072
    0
  25. #5987 yeon98 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 มกราคม 2559 / 17:42
    ช็อก...พร้อมน้ำตา ?? สงสารจงอิน...
    #5,987
    0