[EXO] "FREAK BOY" มนุษย์จงอิน | KAIHUN FEAT.TAO

ตอนที่ 19 : Chapter 18 :: Your Heart, My Heart, His Heart, I'm Hurt (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,614
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    13 ธ.ค. 58

M

 

 

 

Chapter 18

Your Tears

 


 

 

หิมะยังคงตกอย่างต่อเนื่อง คล้ายกับว่าสีขาวของมันกำลังกลบทับทุกอย่างโดยรอบเพื่อให้ดูสะอาดโล่งตาต้อนรับวันแรกของปี เด็กหนุ่มตัวผอมในชุดเสื้อโค้ทตัวยาวสีเข้มเข็นรถกระเป๋าออกมาจากเกทโดยมีผู้เป็นพ่อแม่เดินนำอยู่ข้างหน้า

 

มันบ้าบอสิ้นดีที่โอเซฮุนเอาแต่รอข้อความของคนรักตลอดทั้งคืนจนเผลอหลับคาโทรศัพท์ไป ความผิดหวังตอนตื่นมาพบความว่างเปล่านั้นมันแย่แค่ไหนเขาได้รู้ซึ้งแล้ววันนี้ เด็กหนุ่มเอาแต่โทษตัวเอง แน่นอนว่าเซฮุนไม่มีทางมองโลกในแง่ดีขึ้นได้ตราบใดที่เขากับจงอินยังตกอยู่ในสภาพแบบนี้

 

จงอินคงโกรธมากจริง ๆ แต่พอนึกย้อนกลับไปถึงคำพูดแย่ ๆ ของตนเองวันนั้นก็ได้แต่คิดว่ามันสมควรแล้ว เซฮุนควรใช้สมองกลั่นกรองให้มากกว่านี้ก่อนจะพูดอะไรออกไป ถึงมันจะเป็นความคิดที่จำเป็นต้องอธิบาย แต่ก็ใช่ว่าทุกคนบนโลกพร้อมที่จะเข้าใจเหตุผลนั้น

 

 

ทุกวันนี้เวลาอยู่ด้วยกัน นายมีความสุขไหม

ตราบใดที่ยังคิดมากอย่างนี้ ฉันคงพยายามทำตัวเหมือนปกติไม่ได้

 

 

เซฮุนรู้สึกได้อยู่เสมอว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของจงอินมักจะเกิดขึ้นได้โดยธรรมชาติ หากแต่วินาทีนั้นเขากลับเป็นฝ่ายทำให้มันหายไป

 

 

โอเค

 

 

แววตาของจงอินดูผิดหวัง ตัดพ้อ วินาทีนั้นเซฮุนเอาแต่คิดว่าแค่พูดความในใจออกไปอย่างซื่อตรงและหวังให้อีกฝ่ายเข้าใจมันสักนิดก็ยังดี แต่ไม่ใช่อย่างนั้นเลย โอเซฮุนได้ทำเรื่องผิดมหันต์ลงไปจนเขายังไม่อยากให้อภัยตัวเอง

 

และวันนี้เด็กหนุ่มก็ได้รู้ว่าการพูดความจริงเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ มันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลยสักนิด

 

เซฮุน

 

อะ... ครับ?

 

ดูซิ ใครมา

 

ใบหน้าขาวหันไปตามคนเป็นแม่บอก เพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่โอเซฮุนตกอยู่กับความสงสัย ก่อนสองขาหยุดชะงักทันทีที่เห็นว่ามีใครคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ห่างจากตรงนี้ และคน ๆ นั้นคือคนที่อยู่ในหัวของเขาแทบจะตลอดเวลา

 

...

 

ไม่อยากคิดว่าตัวเองกำลังฝันไป กับการเห็นว่าผู้ชายคนนั้นกำลังยิ้มขณะมองมายังเขา เซฮุนทำตัวไม่ถูกแล้ว เขาควรจะทำหน้ายังไงกับความรู้สึกผิดที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้ก่อนจะโค้งหัวทักทายพ่อกับแม่เขา

 

สวัสดีครับคุณลุง คุณป้า

 

มารับเซฮุนเหรอลูก

 

ครับ จงอินเพียงแค่ตอบสั้น ๆ พร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะมองไปยังใครอีกคนที่เอาแต่ยืนจ้องหน้าเขาอยู่อย่างนั้น เที่ยวสนุกไหม?

 

บอกเพื่อนไปสิว่าเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องทั้งคืน คนเป็นพ่อพูดติดตลก เรียกรอยยิ้มจากเด็กหนุ่มผิวแทนที่ยืนอยู่ตรงหน้าได้เป็นอย่างดี

 

แล้วจงอินเป็นยังไงบ้างลูก เห็นเซฮุนเล่าให้ฟังว่าไปเที่ยวกับเพื่อนในห้องทุกปีเลยใช่ไหม?

 

ใช่ครับ

 

น่าเสียดายที่ห้องเซฮุนไม่มีแบบนั้นบ้าง แม่ก็อยากให้เขาไปสนุกกับเพื่อน ๆ ส่งท้ายก่อนเรียนจบเหมือนกัน เด็กหนุ่มตัวผอมไม่ได้ห้ามปรามแม่ให้หยุด กลับกันแล้วเขากำลังรู้สึกดีที่เห็นว่าจงอินกำลังยิ้มขณะคุยกับแม่ของเขา โดยที่ไม่หุบยิ้มแล้วเปลี่ยนเป็นการปั้นหน้าเรียบเฉย

 

คุณก็รู้ว่าลูกของเราสนิทกับจงอินกับเพื่อนซ้อมเต้นมากกว่าเพื่อน ๆ ในห้อง

 

อ่า นั่นสินะคะ งั้นจงอินพาเซฮุนไปเที่ยวบ้างสิลูก อย่าเอาแต่เต้นกับเล่นเกม ออกไปเจอโลกภายนอกบ้าง

 

แม่... เขาคิดว่าตอนนี้มันเริ่มจะเลยเถิดแล้ว จากตอนแรกแค่คิดว่าคุยเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศก็พอ แต่ดูเหมือนว่ายิ่งสร้างความอึดอัดให้เขาทั้งคู่โดยที่ยังไม่ได้ปรับความเข้าใจกัน

 

ถ้าคุณลุงกับคุณป้าไม่ว่าอะไร ผมก็คงต้องขออนุญาตล่วงหน้าตั้งแต่ตอนนี้เลยครับ จงอินพูดก่อนจะหันมาสบตากับเขา

 

งั้นไว้ค่อยคุยเรื่องนี้อีกทีแล้วกันนะ เซฮุนอยากกลับกับเพื่อนหรือเปล่าลูก? เด็กหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย อ้าปากเหมือนอยากพูดอะไรก่อนจะรีบพยักหน้ารัวเป็นคำตอบ

 

ครับ ผมอยากไปกับจงอิน

 

โอเค งั้นไว้เจอกันที่บ้านนะ คนเป็นพ่อเข้ามาลากรถเข็นกระเป๋าของลูกชาย จงอินถอยออกมายืนข้างเซฮุนพร้อมโค้งหัวบอกลาผู้ใหญ่ทั้งสอง

 

พ่อกับแม่เดินไปจากตรงนี้แล้ว เหลือเพียงแค่เด็กหนุ่มตัวสูงทั้งสองคนที่ยังคงยืนอยู่ข้างกัน ทั้งที่รอบข้างมีเสียงประกาศอยู่ตลอด ปะปนกับเสียงรองเท้าที่ย่ำไปบนพื้นในช่วงเวลาเร่งรีบ แต่เซฮุนกลับรู้สึกได้แต่ความเงียบที่เขาสองคนสร้างมันขึ้นมา

 

นึกไปช่วงแรก ๆ ที่เริ่มรู้ตัวว่าชอบจงอิน อาการทำตัวไม่ถูกเวลาอยู่ใกล้อีกคนมันย้อนกลับมาอีกครั้งจนการพูดทักทายอีกฝ่ายได้กลายเป็นเรื่องยาก

 

ขอบตาคล้ำ เมื่อคืนนอนดึกหรือไง

 

อือ

 

อะไรนะ ไม่ได้ยินเลย?

 

อื้อ

 

ขึ้นเสียงเหรอ?

 

อย่าแกล้งสิ...

 

ทั้งสองคนยังคงทอดสายตาไปยังเบื้องหน้าโดยที่ไม่มีใครหันเข้าหาอีกฝ่ายก่อน สัมผัสเดียวที่ทำให้รู้ว่าจงอินอยู่ตรงนี้มันไม่ใช่ความฝันคือนิ้วก้อยของเราทั้งคู่ที่เผลอแตะกันโดยไม่รู้ตัว เซฮุนหลุบสายตาลงอย่างรู้สึกผิดเมื่อได้รับไออุ่นจากฝ่ามือคนข้าง ๆ ที่กำลังค่อย ๆ สอดประสานเข้ามา เพียงแค่นั้นความหวาดกลัวในใจก็ค่อย ๆ จางหายไป

 

รู้แล้วใช่ไหมว่าช่วงเวลาที่ไม่มีฉันมันเป็นยังไง?

 

ถ้ามันคือการสั่งสอน เซฮุนก็จะจำเอาไว้ว่าไม่ควรทำแบบนี้อีก เขารู้สึกเหมือนเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ ที่เพิ่งหยุดร้องไห้หลังจากถูกทำโทษ และจงอินคือผู้ใหญ่ที่พร้อมจะใจร้ายเสมอถ้าหากเด็กอย่างเขาทำตัวไม่น่ารัก แต่ถึงอย่างนั้นการปลอบโยนด้วยวิธีนี้มันก็ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นไปทั้งใจ

 

เด็กหนุ่มตัวผอมหันหน้าเข้าหาอีกฝ่าย เขาเห็นว่าแววตาคู่นั้นกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่เหลือเค้าเย็นชาอีกแล้ว มันทำให้รู้สึกเหมือนยกภูเขาลูกใหญ่ออกจากอกไป ตลอดหลายวันที่ไม่ได้คุยกันมันทรมานเหมือนเวลาผ่านไปเป็นเดือนยังไงอย่างนั้น

 

ถ้าฉันกอดนายตรงนี้มันจะดูแปลกเกินไปหรือเปล่า...

 

อืม... ถ้าไม่จูบแลกลิ้นก็คงไม่มีปัญหามั้ง?

 

จงอินขมวดคิ้วทำหน้าจริงจังก่อนจะยิ้มขำ มันต้องเป็นโรคติดต่อแน่ ๆ เซฮุนเชื่ออย่างนั้น เมื่อคนขี้กลัวอย่างเขาหลุดยิ้มออกมาเพียงแค่เห็นว่าบนใบหน้าอีกฝ่ายไม่ได้มีแต่ความมึนตึงอีกแล้ว

 

เซฮุนเป็นฝ่ายเข้าไปกอดจงอินก่อน ในวินาทีนี้คงไม่มีอะไรเยียวยาจิตใจเขาได้เท่ากับอ้อมกอดของคนตรงหน้าอีกแล้ว จงอินเกยคางลงบนไหล่คนตัวผอมพร้อมกระชับร่างอีกฝ่ายไว้ในอ้อมกอดเพื่อชดเชยความทรมานซึ่งเกิดขึ้นเพราะคิดถึงในตลอดหลายวันที่ผ่านมา

 

เขาไม่ใช่คนใจแข็งเลยสักนิด กลับกันแล้วคิมจงอินเป็นแค่ผู้ชายซื่อบื้อคนหนึ่งที่ทฤษฏีเป็นเลิศแต่ปฏิบัติห่วยแตก เขาไม่สามารถอยู่อย่างปกติสุขได้ทั้งที่ในหัวเต็มไปด้วยเรื่องของเซฮุนแบบนี้

 

ขอโทษ ฉันมันนิสัยไม่ดีที่พูดแบบนั้นกับนาย อย่าโกรธฉันเลยนะจงอิน

 

เรามันก็นิสัยไม่ดีกันทั้งคู่นั่นแหละ

 

เขาเห็นด้วยกับคำพูดของจงอิน กับทุก ๆ เรื่องที่เกิดขึ้นจนทำให้ความสุขหายไปและแทนที่ด้วยความกังวลน่ะ... เราทั้งสองคนแย่จริง ๆ ที่เอาแต่คิดเรื่องคนอื่นจนมองข้ามความรู้สึกของกันและกัน

 

เด็กหนุ่มผิวแทนหลับตาลง แม้ว่าจะกอดคนตรงหน้าแต่หมึกสีดำที่หยดลงบนความรู้สึกของเขาก็ยังคงทิ้งรอยเอาไว้ ซึ่งได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่งมันจะจางลงไปและกลับมาเป็นเหมือนเดิม

 

 

 

 

 
 

นี่เอาจริงแล้วใช่ไหม?

 

เออ

 

ไม่ได้อยากเซ้าซี้นะ แต่กูอยากให้มึงทบทวนอีกครั้ง

 

เออ กูเอาจริง ทุกอย่างที่พูดไปมันผ่านการกลั่นกรองทางความคิดมาหมดแล้ว

 

จงอินนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหันไปมองหน้าเพื่อนตัวสูงที่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้พูดเล่น ท่ามกลางผู้คนที่ลากรถเข็นผ่านในซุปเปอร์มาร์เก็ต เด็กหนุ่มสองคนกำลังง่วนอยู่กับการเลือกวัตถุดิบเพื่อทำอาหารไปเยี่ยมเพื่อนชาวจีนที่ป่วยเป็นไข้หวัด

 

ไปอเมริกานี่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ทั้งการปรับตัวเข้ากับเวลา การปรับตัวเข้ากับคนที่นั่น การกินอยู่ อาหารที่ไม่เหมือนกัน และความคิดถึงคนที่นี่ที่กูมั่นใจว่าต้องแรงกล้ามากแน่ ๆ ชานยอลเอาลิ้นกระพุ้งแก้มกับคำพูดคำจาของเพื่อนสนิทที่ดูเหมือนว่าจะรู้ทันเขาไปเสียหมด

 

เออน่า มึงก็แค่ช่วยติวให้กู ไปได้ไม่ได้ก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ที่กูจะได้แน่ ๆ ก็คือความรู้จากมึง เขาว่าแล้วหยิบของใส่รถเข็นทั้งที่ไม่มอง

 

ในเมื่อมึงอยากลองสักตั้ง กูก็จะช่วยเท่าที่ไหวแล้วกัน

 

เยี่ยม นี่แหละเพื่อนที่ดี ชานยอลกอดคออีกฝ่ายที่ยอมตกลงจนได้ นี่เซ้าซี้มันมาสักพักแล้วแม่งแต่เอาเหตุผลสารพัดมาอ้างอยู่นั่น คนยิ่งเขว ๆ เรื่องไอ้บ้านนอกอยู่ด้วย

 

ไปหยิบหัวไชเท้าตรงนั้นมา

 

ครับนายท่าน ชานยอลขานตอบแล้วรีบวิ่งไปเลือกตามแผง เพียงแค่ครู่เดียวก็กลับมา ว่าแต่ไอ้ห่าเทามันว่าไงบ้าง นี่กูโทรไปตอนเช้ามันไม่รับ สงสัยนอนอมเหรียญอยู่

 

ไข้ขึ้นสูงน่ะ แม่มันบอกว่าไอ้เทาไม่ยอมไปโรงพยาบาล เอาแต่นอนไม่ลุกขึ้นมาแดกข้าว กูว่าคงเฮิร์ทเรื่องว่ายน้ำแพ้ด้วยแหละ

 

โธ่ กูบอกแล้วว่าอย่าตายใจ เป็นไงทีนี้ คว่ำ

 

มึงจะบ่นตรงนี้ก็ได้ แต่อย่าเสือกพูดให้มันได้ยินล่ะ จงอินชี้หน้าอีกฝ่าย ซึ่งชานยอลก็พอรู้อยู่หรอกว่าไอ้เพื่อนเจ๊กค่อนข้างจริงจังถ้าเป็นเรื่องการแข่งขันว่ายน้ำ

 

เออ กูรู้

 

เด็กหนุ่มทั้งสองคนวุ่นอยู่กับการเลือกวัตถุดิบ พอได้ทุกอย่างครบก็ตรงกลับไปที่บ้านของจงอิน ชานยอลเอาแต่พูดถึงความกังวลในใจหากต้องย้ายไปเรียนที่อเมริกา แน่ล่ะ การย้ายไปอยู่ในที่ไกลหูไกลตาขณะความรักกำลังเบ่งบานแบบนี้มันก็เป็นเรื่องต้องคิดหนักเหมือนกัน

 

มึงบอกแบคฮยอนหรือยัง?

 

ยัง ถ้าบอกตอนนี้กูมั่นใจว่าทุกอย่างต้องพังแน่ ไอ้บ้านนอกมันต้องแกล้งทำเหมือนไม่คิดมาก แล้วบอกให้กูโชคดี

 

แล้วจะบอกเมื่อไหร่?

 

เมื่อตอนที่กูพร้อม แล้วก็ไม่ต้องถามด้วยนะว่าเมื่อไหร่เด็กหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง พอได้ยินเสียงจงอินขานตอบในลำคอก็เลยอยากจะได้ความเห็นจากคนที่มีสติที่สุดในกลุ่มบ้าง มีอะไรอยากแนะนำกูไหม ชานยอลมองแผ่นหลังของเพื่อนสนิทที่กำลังง่วนอยู่กับอาหารคนป่วยในหม้อ

 

ไม่มี

 

ไหงงั้น?

 

กูเองยังเอาตัวไม่รอด จะเอาอะไรไปแนะนำมึงล่ะ

 

แต่ที่ผ่านมามึงก็ช่วยกูไว้เยอะ บางทีมึงอาจจะไม่รู้ตัวว่าคำพูดบางคำของมึงมันทำให้กูคิดได้ ชานยอลมองกองหนังสือเตรียมสอบบนโต๊ะอาหารที่เขาซื้อมาทิ้งไว้ที่บ้านจงอิน แน่นอนว่าของเหล่านี้แบคฮยอนไม่เคยเห็นมันมาก่อน

 

ทุกวันนี้กูยังสบสนอยู่เลยว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้องสำหรับตัวกู และอะไรที่ถูกต้องสำหรับคนอื่น

 

ยังไง?

 

ความสัมพันธ์คนเราอาจจะผูกกันไว้เหมือนเชือก แต่บางสถานะก็เหมือนเส้นด้ายบาง ๆ ที่จะขาดเมื่อไหร่ก็ได้ถ้ามีคนกระตุกมัน

 

เด็กหนุ่มตัวสูงไม่ได้ยิงคำถามโง่ ๆ ออกไป แต่คำพูดของอีกฝ่ายและน้ำเสียงนั้นก็พอทำให้รู้ว่าจงอินกำลังมีเรื่องไม่สบายใจอยู่ และแน่นอนว่าเขาจะไม่ซักไซ้ถามจนกว่ามันจะยอมพูดออกมาเอง

 

ชานยอล

 

เออ กูฟังอยู่

 

ถ้าอยู่ ๆ วันหนึ่งกูบอกมึงว่ากูชอบแบคฮยอน มึงจะคิดยังไงวะ?

 

ไอ้ฉิบหาย ตลกเปล่าเนี่ย? ชานยอลตะโกนถามอย่างเอาเรื่อง หากแต่คนเป็นเพื่อนเสือกหันมาหัวเราะแล้วกลับไปสนใจอาหารคนป่วยอีกครั้ง อะไรเข้าฝันให้มึงถามแบบนี้

 

กูแค่อยากรู้ว่ามึงจะคิดยังไง ถ้าเกิดวันหนึ่งมึงรู้ว่ามึงกำลังชอบคนเดียวกันกับเพื่อน ชานยอลพยายามคิดตาม ซึ่งบอกเลยว่าเขาไม่ค่อยถนัดใช้ความคิดสักเท่าไหร่โดยเฉพาะเรื่องการหาคำตอบ

 

กูจะทำอะไรได้วะ ขอให้มันเลิกชอบคนของกูงี้เหรอ แต่มันก็แปลก ๆ อยู่ดีว่ะ

 

แล้วถ้าคนนั้นเป็นกูล่ะ?

 

กูจะถีบยอดหน้ามึงแบบไม่เสียเวลาคิดสักวิเลยด้วย เด็กตัวสูงไม่ลังเลที่จะสวนกลับไป จงอินยิ้มขำพลางส่ายหัวเล็กน้อย แต่มันก็ยากอยู่ดีป่ะวะ ต่อให้กูเป็นฝ่ายถอย หรือบอกให้เพื่อนถอย ยังไงจุดจบก็ต้องมีขุ่นเคืองใจบ้างอยู่ดี

 

เด็กหนุ่มผิวแทนปล่อยให้เพื่อนวิเคราะห์เรื่องนี้ต่อไป เขาหยิบมือถือขึ้นมาสไลด์หน้าจอเข้าโซเชียลไปเรื่อยเปื่อยระหว่างรอซุปเดือดได้ที่ แต่ทุกอย่างก็เหมือนถูกหยุดเวลาไว้แค่นั้น เมื่อเขาเห็นรูปในอินสตาแกรมของเพื่อนสนิทอย่างหวงจื่อเทา

 

 

ที่อัพรูปเซฮุนกำลังนั่งก้มหน้าก้มตาปอกเปลือกส้มอยู่ข้างเตียงพร้อมแคปชั่นว่า ยารักษาที่ดีที่สุด

 

 

เอาจริงไหม กูคงตอบคำถามนี้ไม่ได้จนกว่าจะได้เจอกับตัว

 

...

 

หวังว่ามึงคงไม่ได้ชอบไอ้บ้านนอกหรอกนะ?

 

...

 

เด็กหนุ่มผิวแทนยังคงไม่ละสายตาออกห่างจากสมาร์ทโฟนในมือ มันนานแค่ไหนแล้วที่เรื่องเหล่านี้กลายเป็นเหมือนเข็มแหลมคมที่พร้อมจะทิ่มแทงสร้างความเจ็บปวดให้กับเขาได้ทุกเมื่อ ทั้งที่บอกตัวเองว่าไม่เป็นไร ในเมื่อเซฮุนบริสุทธิ์ใจทุกอย่างก็คงไม่แย่ไปที่เป็นอยู่ ซึ่งเขากำลังจะใจกว้างทำมันได้อยู่แล้ว

 

แต่ดูเหมือนว่าปัญหาจะไม่ได้มีอยู่แค่นั้น จงอินได้แต่ถามตัวเองว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้มันคือทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วงั้นหรือ? มันไม่ใช่ความหึงหวง แต่มันคือความบานปลายที่ชักจะถลำลึกเข้าไปทุกทีระหว่างสองคนนั้น

 

 

หนึ่งคนไม่คิดอะไรเกินเลย

แต่อีกคนก็รู้สึกได้ถึงความหวังที่อีกฝ่ายมอบให้โดยไม่รู้ตัว

 

 

บางทีพวกเราก็สนิทกันมากเกินไป

 

...

 

สนิทกันจนไม่รู้ว่าที่ทำอยู่คือการรักษาน้ำใจหรือทำร้ายอีกฝ่ายทางอ้อมกันแน่

 

 

 

 

60%

 

 

  

แค่ก ๆ

 

ถ้าไม่ยอมไปหาหมอก็ควรกินยาแก้ไอบ้าง

 

รู้แล้วน่า ขี้บ่นจัง

 

ถ้าเมื่อชั่วโมงที่แล้วนายไม่รั้งฉันไว้ ในห้องนี้ก็จะมีแค่เสียงไอของนายแล้ว

 

จื่อเทายิ้มขำพลางมองไปยังคนขี้บ่นที่ทำหน้าเนือยอยู่บนเก้าอี้ล้อหมุนหน้าโต๊ะทำงาน เขายังคงซุกอยู่กับความร้อนรุ่มใต้ผ้านวม มองเพื่อนสนิทที่เขาคิดไม่ซื่อโดยไม่ละสายตาไปไหนเพื่อเยียวยาความเหนื่อยล้าจากทั้งทางร่างกายและจิตใจที่สะสมมานาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องความกดดันกับการว่ายน้ำ หรือเรื่องหัวใจที่ไม่มีอะไรคืบหน้าไปกว่าเดิม

 

อยู่กับฉันแล้วเบื่อสินะ

 

อย่าชวนดราม่า เซฮุนยกมือห้ามอีกคนทั้งที่สายตายังคงจับจ้องอยู่กับโทรศัพท์

 

ยังไม่หายเคืองที่หวงจื่อเทาโทรมาบอกว่ากำลังจะตาย และไม่มีคนอยู่บ้าน จึงบอกให้เขารีบมาหาหน่อย เป็นไงล่ะ พอมาถึงก็เห็นแค่รอยยิ้มแป้นแล้นของคนป่วย พร้อมอาหารที่คนเป็นแม่ทำไว้ให้แต่หมอนี่กลับไม่ยอมกินจนเขาต้องบังคับ

 

ดูอะไรอยู่ คลิปเต้นเหรอ?

 

เปล่า

 

ขอดูบ้างสิ ฉันอยากรู้ว่านายกำลังสนใจอะไร

 

เรื่อยเปื่อยน่ะ นายก็นอนได้แล้ว ป่วยนาน ๆ เดี๋ยวถูกปลดจากตำแหน่งนักว่ายน้ำหรอก เซฮุนมองอีกคนที่นอนจ้องเขาตาแป๋ว เบ้ปากเรียกคะแนนสงสารจนต้องหลบสายตา

 

นายจะหาเรื่องหนีกลับบ้าน ฉันรู้ จื่อเทาขมวดคิ้ว เมื่ออีกคนที่หลุดยิ้มออกมาราวกับถูกจับได้ เด็กหนุ่มตัวสูงถอนหายใจฮึดฮัด แสดงออกให้รู้ไปเลยว่ากำลังน้อยใจพักนี้นายดูแปลก ๆ ยังไงก็ไม่รู้

 

ฉันเนี่ยนะ?

 

ใช่ แต่บอกไม่ถูก ฉันรู้สึกเหมือนนายกำลังชอบใครอยู่ยังไงก็ไม่รู้สิ และเซนส์มันบอกว่าไม่ใช่ฉัน ประโยคนี้ดึงเอารอยยิ้มไปจากใบหน้าคนตัวผอมราวกับเวทย์มนต์ เซฮุนชะงักไป เขาไม่ได้หันไปถามว่าเพราะอะไรอีกฝ่ายถึงคิดอย่างนั้นใช่ไหม?

 

นี่กำลังหาเรื่องชวนคุยอยู่เหรอ

 

เรียกว่าร้อนใจจนอยากได้คำตอบดีกว่า เป็นอีกครั้งที่เซฮุนกลัวสายตาจริงจังคู่นั้นของอีกฝ่าย จื่อเทาลุกขึ้นนั่งพร้อมมองมาทางนี้ระหว่างรอคำตอบ ซึ่งมันคงไม่ยากถ้าจะบอกว่าเปล่า แต่สำหรับคนโกหกไม่เก่งอย่างโอเซฮุนแล้ว เขาจึงได้แค่เงียบ

 

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง นายจะทำยังไง

 

ฉันทำอะไรได้ด้วยเหรอ ฉันรู้แค่ว่าหัวมันจะระเบิด แล้วก็ไม่อยากให้นายเดินออกไปจากห้องนี้แล้ว

 

จื่อเทารู้ว่ากำลังงี่เง่า แต่คนเราบังคับความรู้สึกหลังจากเจอผลกระทบได้ด้วยหรือไง ในเมื่อถ้ารู้ว่าเซฮุนมีใคร ยังไงหัวใจมันก็ต้องเจ็บอยู่ดี ซึ่งเขาได้แต่ภาวนาว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธ แล้วบอกว่าแค่แกล้งอำเล่นเท่านั้น

 

อีกแล้วนะ เซฮุนเบือนสายตาไปอีกทางอย่างอ่อนใจ เขาไม่รู้เลยว่าจะต้องทำหน้ายังไงเวลาจื่อเทามองมาอย่างจริงจังอย่างนั้นฉันไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย

 

ฉันก็ไม่ชอบเหมือนกัน เพราะงั้นรีบปฏิเสธมาสิว่าไม่ใช่

 

ทำไมเราต้องคุยกันเรื่องนี้ เรื่องให้คุยบนโลกยังมีอีกตั้งเยอะ ถ้านายคิดว่าในห้องมันเงียบเกินไป

 

แต่ฉันอยากได้คำตอบเรื่องนี้เรื่องเดียว ไม่ได้เหรอเซฮุน? เด็กหนุ่มตัวสูงมองเสี้ยวหน้าอีกฝ่ายอย่างคาดหวัง

 

มีหรือไม่มีมันก็เปลี่ยนเรื่องระหว่างเราไม่ได้อยู่ดี เราเคยคุยกันไปแล้วนะ

 

สรุปคือมีจริง ๆ ใช่ไหม?

 

หวงจื่อเทากำลังเป็นบ้า เขาจะไม่โทษว่าเป็นเพราะพิษไข้ที่ทำให้ขาดสติจนพูดแบบนั้นออกไป ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเซฮุนจะต้องลำบากใจกับการยัดเยียดความรู้สึกให้อย่างนี้ มันถูกอย่างที่อีกฝ่ายพูด ว่าเราต่างเคยคุยกันเรื่องความสัมพันธ์ที่มากกว่าเพื่อนมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งหวงจื่อเทาก็ได้รับความผิดหวังกลับมา

 

อื้ม

 

...

 

จื่อเทาคิดว่าการถูกตบหน้าคงไม่เจ็บถึงขนาดนี้ ยิ่งเห็นว่าอีกฝ่ายมองมาด้วยสายตาที่กำลังบอกให้เขาตัดใจ เขาก็ยิ่งรู้สึกเหมือนว่าโลกตรงหน้ามันกำลังจะพังไปเสียดื้อ ๆ เด็กตัวสูงไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเอง แต่ในหัวมันก็ดันเอาแต่พร่ำบอกว่าบางทีมันอาจเป็นเรื่องที่เซฮุนกุขึ้นเพื่อเขาให้เขาหยุดความคิด แล้วกลับไปเป็นเพื่อนกันเหมือนในทีแรก

 

หรือถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องยอมรับได้ง่าย แน่ล่ะ... มันจะมีสักกี่คนในโลกที่ยิ้มให้คนที่เขารักไปรักคนอื่น อวยพรให้มีความสุข แล้วยืนยิ้มโง่ ๆ ให้กับความผิดหวังขณะมองตามแผ่นหลังคู่นั้นที่เดินไปด้วยกัน

 

 

บ้าน่า... หวงจื่อเทาคนหนึ่งล่ะที่ไม่ใช่อย่างนั้น

 

 

บอกได้ไหมว่าใคร

 

ไหน ๆ บรรยากาศก็เข้าสู่ความอึดอัดแล้วก็ให้มันแย่สุด ๆ ไปเลยแล้วกัน เขาอยากรู้จริง ๆ ว่าคนนั้นคือใคร หน้าตาเป็นอย่างไร เรียนที่ไหน รู้จักกับเซฮุนได้อย่างไร เพราะทุกวันนี้ถ้าไม่คิดไปเอง คนที่รู้ตารางชีวิตเซฮุนดีที่สุดก็คงไม่พ้นเขาคนนี้ หวงจื่อเทา

 

อีกฝ่ายเลือกที่จะเงียบ ซึ่งนั่นไม่ใช่คำตอบที่น่าพอใจนักสำหรับคนที่กำลังจะเป็นบ้า เซฮุนไม่ยอมหันมาสบตากัน แล้วพูดในสิ่งที่เขากำลังคาดหวังว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง

 

กูเอง

 

เสียงของผู้มาใหม่เรียกความสนใจจากคนที่กำลังตกอยู่ในสภาวะอึดอัด เซฮุนเบิกตากว้างอย่างตกใจทันทีที่เห็นว่าคนที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามาคือคนที่เขาส่งข้อความไปหลายครั้งแต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับ

 

จื่อเทามองเพื่อนสนิทที่มาพร้อมถาดอาหาร จากกลิ่นหอมที่ลอยเตะจมูกคาดว่าคงไม่ใช่ฝีมือแม่เขาอย่างแน่นอน จงอินวางถาดลงบนโต๊ะพร้อมมองไปยังคนป่วยบนเตียง ก่อนจะเบือนสายตาไปทางคนรัก ซึ่งมีสีหน้าเหมือนคนกำลังจะระเบิดตัวออกเป็นเสี่ยง ๆ

 

อะไรนะ คำถามของจื่อเทาน่ากลัวขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เซฮุนกำมือแน่นกับความอึดอัดที่บีบตัวเข้ามาเรื่อย ๆ จนเขาอยากหนีออกไปจากตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด มึงพูดเหี้ยไรเนี่ย

 

คนป่วยพูดกลั้วหัวเราะ ถ้าไอ้จงอินนึกอยากแกล้งให้เขาไข้แตกล่ะก็มันคงได้สมหวังแน่ ๆ แต่ไอ้เวรนั่นไม่เคยนิ่งระหว่างมองหน้าเขาแบบนี้มาก่อน ไม่แม้แต่ตอนที่หวงจื่อเทาเป็นฝ่ายหาเรื่องชกต่อยกับเด็กโรงเรียนอื่นจนถูกมันตบหัวเรียกสติ

 

จงอินเห็นว่าเซฮุนกำลังมองมาราวกับว่ากำลังขอร้องให้เปลี่ยนใจ ถ้าหากว่าเขากำลังคิดจะทำอะไรสักอย่างเพื่อยุติความยุ่งเหยิงในครั้งนี้ แต่สำหรับเด็กหนุ่มผิวแทนที่ทนอยู่กับสภาวะความอึดอัดมานาน สิ่งที่เซฮุนเคยขอว่าจะจัดการเองมันก็เริ่มเรื้อรังเข้าไปทุกทีอย่างที่เห็น

 

เชื่อว่าถ้าอธิบายให้ไอ้เทาฟังสักหน่อย เพื่อนที่สนิทกันมาหลายปีก็คงพยายามทำความเข้าใจได้ ซึ่งคงดีกว่าการให้มันมารู้เองทีหลัง อาจจะถูกโกรธไปสักพัก แต่ก็ยังดีกว่าแอบคบกันอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไปอย่างนี้ แล้วปล่อยให้ไอ้เทาหลงรักเซฮุนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนโงหัวไม่ขึ้น

 

 

ซึ่งดูเหมือนว่าจะสายไปแล้ว

 

 

 

เขาพูดเล่นน่ะ เซฮุนโพล่งขึ้นมา ก่อนที่จงอินจะได้พูดอะไรมากไปกว่านี้ เขายิ้มเจื่อน มองไปยังคนป่วยซึ่งสีหน้าเปลี่ยนไปหลังจากไม่ได้คำตอบที่คาดหวัง

 

ฉันไม่ได้พูดเล่น

 

จงอิน

 

เซฮุนมองคนรักที่กำลังจะทำให้ห้องสี่เหลี่ยมแห่งนี้กลายเป็นนรก ก็พอเข้าใจว่าจงอินคงรู้สึกแย่ที่เขามาอยู่ตรงนี้โดยไม่บอกล่วงหน้าก่อน หรืออาจจะทนอยู่กับสถานะหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่ไหวแล้ว แต่เซฮุนก็อยากให้เชื่อใจแล้วรออีกสักหน่อย ถึงจะเห็นแก่ตัว แต่เขาก็ไม่อยากให้ทุกอย่างพังลงในวินาทีนี้

 

มึง... ไม่ค่อยชอบขี้หน้ากันไม่ใช่เหรอวะเด็กหนุ่มตัวสูงเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง แล้วไปคุยกันตั้งแต่เมื่อไหร่...?

 

เสียงของจื่อเทาแผ่วลง ทั้งสีหน้าที่กำลังแสดงออกมาและ แววตาที่มองไปยังเพื่อนสนิทและคนที่ชอบ เขารู้สึกเหมือนเวลาหยุดหมุน ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ทั้งสิ้น มีแค่ก้อนความคิดในหัวซึ่งมีแต่คำว่าทำไม?เท่านั้นที่ล่องลอยไปมา

 

ท่ามกลางความเงียบ ทั้งสามคนต่างมองเห็นแต่ความถูกต้องของตนเองจนลืมไปว่ากำลังส่งผลกระทบให้คนอื่นต้องเจ็บปวด ไม่มีทางไหนที่จะไม่เจ็บ ทุกคนรู้ หรือถ้าจะมี ก็คงเป็นทางที่ทำให้เจ็บน้อยที่สุด ซึ่งทางของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

 

ทางของจื่อเทาคือการสมหวังในความรักครั้งนี้ มากกว่าการตัดใจยอมเห็นอีกคนเป็นแค่เพื่อน

 

ทางของเซฮุนคือการค่อย ๆ ทำให้อีกคนตัดใจไปเองโดยไม่ต้องหักหาญน้ำใจเพื่อนด้วยการตัดความสัมพันธ์นี้ไป แม้จะเคยปฏิเสธแล้ว แต่เพราะยังเป็นเพื่อน ยังต้องเห็นหน้ากันอยู่ทุกวัน การตัดใจเลยเป็นเรื่องยาก อีกทั้งการแสดงออกของเซฮุนที่ให้ความหวังโดยไม่รู้ตัว จึงทำให้จื่อเทายังมีความหวังอยู่

 

ทางของจงอินคือการบอกไปตรง ๆ แม้จะทำให้เพื่อนสนิทต้องเสียใจ แต่แน่นอนว่ามันย่อมดีกว่าการเก็บไว้เป็นความลับ แต่เขาก็ทำลงไปแล้ว คิมจงอินทำเพื่อคนที่เขารัก คน ๆ นั้นชื่อโอเซฮุน

 

แต่คนเราย่อมมีลิมิตความอดทน ต่อให้เข้าใจเหตุผลทุกอย่างดี แต่ทุกอย่างมักมีผลกระทบต่อความรู้สึกเสมอ ที่ไม่พูด ไม่ใช่ว่าไม่คิด ไม่ใช่ว่าไม่รู้สึก แต่เป็นเพราะเขาแคร์เซฮุนมาก ถึงได้เลือกเก็บความน้อยใจบ้า ๆ นี้ไว้ ซึ่งมัน...

 

เด็กหนุ่มผิวแทนมองไปยังเพื่อนสนิทและคนรักซึ่งกำลังมองมาด้วยสายตาที่ต่างความหมาย ในช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่วินาที มันทำให้คิมจงอินคิดได้ว่าความถูกต้องของเขามันอาจจะไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว

 

 

เขายอมแพ้ ยอมโอเซฮุนแล้วทุกอย่าง

 

 

หน้ามึงตอนนี้แม่งโคตรตลก จงอินยิ้มขำแล้วปาส้มใส่ ซึ่งเพื่อนสนิทก็รับไว้ได้อย่างทุลักทุเล จื่อเทาหลุบสายตาลงกระพริบตาระหว่างตั้งสติ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนที่ยืนยิ้มอยู่ข้างประตูห้องนอน

 

เซฮุนกำลังสับสน กับสิ่งที่จงอินแสดงออกทีเล่นทีจริงเล่นเอาหัวใจแทบหล่นวูบ เด็กหนุ่มตัวผอมสบตากับคนรัก จงอินยิ้มบาง ๆ พร้อมโยนส้มให้และเขาก็รับไว้ได้อย่างพอดิบพอดี

 

มึงเลิกกดดันเซฮุนได้แล้ว เดี๋ยวก็ตายห่าเพราะคิดมากหรอก

 

กูจะตายก็เพราะมึงพูดแบบนั้นนั่นแหละ... เล่นเหี้ยอะไรก็ไม่รู้ จื่อเทาถอนหายใจหนัก ๆ ปกติจะเป็นไอ้ชานยอลที่ชอบเล่นอะไรแผลง ๆ ชวนให้ตกใจ แต่พอเป็นไอ้จงอินแล้วก็เล่นเอาหัวใจแทบวาย

 

ลุกมาแดกข้าวซะ เดี๋ยวกูไปแล้ว

 

อ้าว ยังไม่ทันได้นั่งเลย จะรีบกลับไปไหนวะ จื่อเทาเลิกคิ้วมองอีกคนที่คว้าลูกบิดประตูไว้

 

ไอ้ชานยอลมันนั่งอ่านหนังสือรออยู่บ้านกู จะติวกันหน่อย ใกล้สอบแล้ว

 

อ่า

 

มึงก็รีบหายไว ๆ จะได้มาติวด้วยกัน เทอมสุดท้ายแล้ว ตั้งใจหน่อย

 

เออ รู้แล้ว จื่อเทาหัวเราะ ไอ้นี่ขี้บ่นยังไงก็ยังเป็นอย่างนั้น

 

จงอิน เด็กหนุ่มผิวแทนชะงักมือกับเสียงของเซฮุน เขาหันกลับไปข้างหลังแล้วก็พบแววตาคู่นั้นที่แฝงไปด้วยถ้อยคำมากมายขณะมองมา

 

ขอบคุณเหรอ หรือว่าขอโทษ แต่ไม่ว่ายังไงตอนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่คิมจงอินอยากจะคุยกับใครทั้งนั้น เด็กหนุ่มผิวแทนแค่พยักหน้าแบบขอไปที เพื่อให้เพื่อนสนิทไม่เอะใจกับความสัมพันธ์ซับซ้อนระหว่างเขากับคนตัวผอม ซึ่งมันคงเป็นความต้องการของเซฮุนแล้ว

 

หลังจากที่จงอินออกไปจากห้อง ความเงียบและความกดดันที่เคยเกิดขึ้นก็จางหายออกไปบ้าง แต่มันยังคงเกาะกินในใจคนอย่างโอเซฮุนที่ถูกกดหัวด้วยความรู้สึกผิด ไม่ต้องถามก็คงเดาเอาเองได้ไม่ยากว่าตอนนี้จงอินคงรู้สึกแย่มาก

 

ต้องการให้ทุกอย่างออกมาเป็นอย่างนี้อยู่แล้วไม่ใช่หรือไง แล้วจะมารู้สึกผิดทำไมในเมื่อโอเซฮุนเลือกที่จะเห็นแก่ตัว เอาความสบายใจไว้กับตนแล้วให้จงอินแบกรับความทุกข์ใจไว้อยู่คนเดียวนั่นน่ะ...

 

 

เขามันแย่จริง ๆ

 

 

จื่อเทาร่าเริงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อรู้ว่าคำพูดของเพื่อนสนิทอย่างจงอินเป็นแค่เรื่องล้อเล่น แต่ในขณะเดียวกันเซฮุนก็รู้สึกแย่จนไม่สามารถเรียบเรียงความคิดได้ ในหัวของเขาเต็มไปด้วยเรื่องของจงอิน มันกระวนกระวายจนรู้สึกว่าทนอยู่ตรงนี้ต่อไปไม่ได้อีกต่อไป

 

อ้าว จะไปไหน?

 

เพิ่งนึกได้ว่าพ่อกับแม่นัดกินข้าวเย็นน่ะ ถ้าออกช้ากว่านี้ก็กลัวรถติด... ไว้เจอกันใหม่นะ

 

จื่อเทาเลิกคิ้วมองคนตัวผอมซึ่งมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก แน่นอนว่าเขายังคาใจเรื่องคนที่เซฮุนชอบ อยู่ แต่ถ้าให้เซ้าซี้มากไปกว่านี้ก็เกรงว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของตนเองจะหายไป เพราะฉะนั้นเขาจึงพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจนัก และส่งยิ้มให้ก่อนอีกคนจะออกไป

 

 

 

.

.

 

 

เซฮุนไม่เคยวิ่งเร็วขนาดนี้มาก่อน จากระยะเวลาที่จงอินเดินออกมา คาดว่าคงยังไปได้ไม่ไกลมากนัก อัตราการวิ่งของหัวใจเร็วแรงขึ้น ในหัวเต็มไปด้วยความกลัวจนไม่สามารถเรียบเรียงคำพูดที่จะพูดกับคนรักได้

 

 

ถ้าพระเจ้ายังเห็นใจอยู่ ก็อยากให้ช่วยโอเซฮุนอีกสักครั้ง

 

 

สองขาหยุดยืนอยู่ริมฟุตปาธ กวาดสายตาไปรอบตัวเพื่อตามหาใครอีกคนแต่ก็พบแค่รถราบนท้องถนนและผู้คนที่เดินผ่านไปมา เด็กหนุ่มหอบหายใจอย่างหนัก เขาคว้าเอามือถือขึ้นมาหวังจะกดโทรออกแต่ก็หยุดชะงักเมื่อจงอินโทรเข้ามาก่อน

 

ฮัลโหล นายอยู่ไหน!”

 

( ฉันอยู่บนรถเมล์น่ะ ทำไมเสียงเป็นอย่างนั้นล่ะ นายกำลังทำฉันตกใจนะ )

 

คือ... ฉัน คนตัวผอมยืนก้มหน้านิ่ง กับความผิดหวังที่ตะโกนกรอกหูให้รู้สึกแย่เข้าไปอีก สุดท้ายเขาก็ตามจงอินไม่ทัน ขอโทษนะ

 

( กะแล้วว่านายต้องพูดอย่างนี้ )

 

เสียงของคนปลายสายพูดติดตลก ไม่ได้เรียบเฉยอย่างที่เป็นกังวลเอาไว้ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ช่วยให้โอเซฮุนสบายใจขึ้นมาได้เลย

 

ฉันขอโทษที่ไม่ได้บอกว่ามาหาจื่อเทา คือ... ไม่รู้จะพูดยังไงดี ฉันคิดว่าถ้ามาแป๊บเดียวก็คงดีกว่าบอกให้นายรู้ แล้วนายก็จะเก็บไปคิดมากว่าฉันให้ความหวังเขา

 

( ฉันเข้าใจ )

 

นายไม่เข้าใจหรอก เซฮุนยกมือขึ้นทาบหน้าผาก ปล่อยให้ความหนาวเหน็บในช่วงต้นปีเล่นงานคนโง่ ๆ อย่างเขาแทนคำพูดของจงอิน ฉันรู้สึกผิดจริง ๆ แต่ฉันก็ไม่อยากให้นายพูดมันออกไปตอนนั้น

 

( ฉันเข้าใจ )

 

จงอิน... เด็กหนุ่มตัวผอมถอนหายใจ ดูเหมือนว่าตอนนี้อีกฝ่ายแค่อยากให้เขาสบายใจ มากกว่าระบายความรู้สึกออกมา กับเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ที่ทำให้เราทุกคนรู้สึกแย่

 

( ช่วงนี้เราต่างคนต่างมีเรื่องให้เครียด ไว้หาเวลาว่างไปเที่ยวกันดีไหม? )

 

ไปตอนนี้เลยไม่ได้เหรอ ฉันอยากเจอนาย

 

( ไอ้ชานยอลมันรอฉันอยู่ที่บ้านน่ะสิ นายจำที่ฉันเคยเล่าให้ฟังได้ไหม ที่บอกว่าไอ้ชานยอลคิดอยากไปอเมริกา ตอนนี้เหมือนว่ามันจะตัดสินใจได้แล้ว )

 

อ๋อ... ฉันจำได้

 

( ไว้วันหลังนะ แล้ววันนั้นฉันจะอยู่กับนายทั้งวัน )

 

เซฮุนขานตอบในลำคออย่างไม่เต็มใจนัก จนถึงตอนนี้เขาก็ยังอยากขอไปเจอจงอินอยู่ดี อย่างน้อยการได้เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังยิ้มจริง ๆ คงทำให้โล่งใจไปได้บ้าง แต่มันก็งี่เง่าเกินไป เด็กหนุ่มไม่อยากให้คนรักรำคาญกับความเอาแต่ใจที่มันมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

ฉันจะรอวันนั้น

 

( รีบกลับนะ อากาศมันหนาว ฉันไม่อยากให้นายป่วยตอนไปเที่ยวด้วยกัน )

 

อื้ม

 

ไม่มีใครพูดอะไรอีก เซฮุนยังคงทาบสมาร์ทโฟนไว้กับหูเพื่อรอฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรก่อนวางสายเหมือนทุกครั้งหรือเปล่า เด็กหนุ่มตัวผอมเสยผมขึ้นพลางหายใจเข้าลึก ๆ เขาจะทำอย่างไรกับความรู้สึกแย่ ๆ ที่อัดแน่นอยู่ในใจดี

 

 

เขาอยากเจอจงอิน... ตอนนี้เลย...

 

 

( เซฮุน )

 

ฉันฟังอยู่

 

( ฉันน่ะ )

 

จงอินเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับว่าประโยคถัดไปต้องเรียบเรียงคำพูดก่อน หัวใจของเซฮุนเต้นเร็วแรงขึ้น เหมือนย้อนเวลากลับไปตอนช่วงแรก ๆ ที่เริ่มโทรคุยกัน แต่ความรู้สึกมันต่างออกไป ตรงที่ตอนนั้นมันเต้นแรงเพราะความขลาดเขิน แต่ตอนนี้มันกลับเต้นแรงเพราะความหวาดกลัว

 

( รักนายมากเลยนะ )

 

...

 

เด็กตัวผอมทรุดตัวนั่งลงยอง ๆ พลางเสยผมขึ้นแล้วค้างมือไว้กลางศีรษะ เขาถอนหายใจหนัก ๆ หลังจากได้ยินประโยคที่เรียกความมั่นใจกลับคืนมา ความกลัวที่เกิดขึ้นจากการคิดไปเองมันน่ากลัวขนาดนี้เลยหรือ เขารู้สึกเหมือนจะเป็นบ้า

 

ฉันก็รักนาย... รักมาก ๆ เลยด้วย

 

เสียงยิ้มขำของคนปลายสายเป็นเหมือนน้ำที่รดลงบนกระถางดอกไม้แห้งเหี่ยว หลังจากวางสายเซฮุนก็ยืนขึ้น เงยหน้ามองท้องฟ้าพร้อมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะโบกมือเรียกแท็กซี่

 

 

โดยที่ไม่รู้ว่ากำลังถูกใครคนหนึ่งมองอยู่

 

 

 

เด็กหนุ่มผิวแทนวางสมาร์ทโฟนลงบนโต๊ะไม้ สายตาของเขายังทอดมองไปยังท้องถนนด้านนอกผ่านกระจก จนกระทั่งเจ้าของร่างผอมบางขึ้นไปบนแท็กซี่ เขาจึงเปลี่ยนที่ยึดสายตาเป็นแก้วเซรามิกส์สีขาวซึ่งวางอยู่ตรงหน้า

 

ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีเสียงหัวเราะ มีแต่ความว่างเปล่าแต่ขุ่นมัว ชายหนุ่มหลุบสายตาลงมองควันที่ลอยออกมาจากกาแฟดำในแก้ว ก่อนจะยกขึ้นจิบเพียงเล็กน้อยเพื่อดับความหนาวเย็นในร่างกาย

 

กลิ่นหอมชวนให้หลงใหล แต่รสชาติกลับขมปร่าจนไม่สามารถยกดื่มในครั้งเดียวได้ เปรียบเสมือนความรักของเขาตอนนี้ ที่มันเคยหอมหวานแต่ก็แฝงไปด้วยความขมจนอยากตัดใจเลิกดื่ม

 

เขายังจำสีหน้าเซฮุนและไอ้เทาเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วได้เป็นอย่างดี ความอึดอัด ความบ้าบอที่พาตัวเองเข้าไปในห้องนั้น และพูดความจริงออกไป แต่สุดท้ายก็ต้องกลืนคำพูดเหล่านั้นออกไปหมด เพียงแค่เห็นแววตาของเซฮุน ที่มองมาอย่างขอร้องไม่ให้เขาพูดมันออกไป

 

 

สีหน้าของหวงจื่อเทาตอนคาดหวังเรื่องโกหกจากปากเขา และสีหน้าของโอเซฮุนตอนกำลังหวาดกลัว เขาสามารถรู้สึกถึงมันได้แม้ว่าสองคนนั้นจะไม่ปริปากพูดออกมาสักคำ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่มีทางรู้เลยก็คือ...

 

 

ตอนนั้นและตอนนี้ คิมจงอินคนโง่กำลังทำหน้าแบบไหนอยู่?

 

 

 

TBC


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,767 ความคิดเห็น

  1. #6705 ʙʜ❥∞ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 03:33
    โอ้ยยยย ทำไมจงอินดูเหนื่อยอยู่คนเดียว รับภาระแบกไว้คนเดียว เหนื่อยแล้วก็วางเหอะ
    #6,705
    0
  2. #6690 PiPoTweeTy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 22:50
    เดินออกมาเถอะ อยู่ไปก็ไม่มีความสุข เสียใจ จะร้องไห้แทนจงอินแล้ว
    #6,690
    0
  3. #6636 sesu94 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 10:30
    ไม่ไหวแล้วอ่ะ อึดอัด สงสาร ร้องห้ายยย TT
    #6,636
    0
  4. #6633 bammswift (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 02:42
    โคตรอึดอัดเลย เราเข้าใจเซฮุนนะคนที่ไม่เคยมีเพื่อน พอมีเพื่อนแล้วก็แคร์มากเป็นธรรมดา สงสารทั้งสามคนเลย
    #6,633
    0
  5. #6623 BEN'IM (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 / 15:28
    เค้าสงสารจงอินอ่ะ ฮืออออ เซฮุนไม่ควรไปให้ความหวังจื่อเทา จะจบยังไงก็ต้องมีคนเจ็บอยู่ดี ไม่มีทางที่เทาจะไม่เจ็บหรอกนะเซฮุน จะเจ็บกว่าเดิมตรงปิดบังเนี่ยแหละ ร้อง
    #6,623
    0
  6. #6609 arthipnm (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 07:24
    โอ้ยยยยยยยยเซฮุนนนนนน
    #6,609
    0
  7. #6588 Miniminzz (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 09:38

    อินี่อินมากค่ะ มันเริ่มเยอะเกินไปแล้ส เรื่องมันชักบานปลายเพียงเพราะไม่อยากทำให้เพื่อนเสียใจ
    เซฮุนถ้าจะรักษาน้ำใจเทาขนาดนั้นทำไมไม่คบกันไปเลยละ สงสารจงอินอ่ะ ปล่อยจงอินไปเถอะ เจ็บแต่จบทีเดียว
    #6,588
    0
  8. #6582 hunkeng (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 19:09
    สงสารจงอินมากตอนนี้แต่ก็เข้าใจทั้งเซฮุนทั้งเทา ????????????
    #6,582
    0
  9. #6544 sapphire- (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 23:34
    จริงๆก็เข้าใจความรู้สึกเซฮุนนะ เซฮุนไม่ค่อยมีเพื่อนนะอย่าลืม
    #6,544
    0
  10. #6543 sapphire- (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 23:34
    จงอินนนนนTT
    #6,543
    0
  11. #6482 Kannika Tankam (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 22:48
    โอยยย จะเครียดอะไรกันเบอร์นี้คะ พี่ปวดใจมากๆๆๆๆ
    #6,482
    0
  12. #6474 gguitar (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 11:35
    จื่อแอบตามฮุนมาแน่ๆๆๆๆ ??
    #6,474
    0
  13. #6456 sss.doofa (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 23:42
    เซฮุนแม่งงงงงง โมโหอ่ะ พูดไปก็จบๆไปแล้วปะล่ะ เราโคตรโมโหแทนจงอินอ่ะ หัวร้อนเลยค่ะ ถ้าเป็นแบบนี้ก็เลิกเถอะ เราสงสารจงอินมาก TT
    #6,456
    0
  14. #6336 ิbeam (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 15:23
    อึดอัดอ่ะ เซฮุนแม่ง แบบนี้ไม่โอเคอ่ะ เลิกไหม?
    #6,336
    0
  15. #6286 GYYG (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 11:49
    นึกว่านางเอกแวมไพร์ทไวไลท์ 555
    #6,286
    0
  16. #6269 K pada4 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:25
    เลิกแม่ง! ทั้งหมั้นไส้ทั้งรำคาญเซฮุน จุดๆนี้สงสารจงอินสุด อึดอัดแทนจงอินอ่ะ
    #6,269
    0
  17. #6169 taiiiiii (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 01:13
    ?? พึ่งมีเวลาว่างช่วงเสาร์อาทิตย์เลยได้มาอ่านคือไม่รู้จะพูดยังไงกับความรู้สึกตอนนี้คืออึดอัดแทนจงอินอ่ะเข้าใจจงอินมากอ่ะคนนี้ก็แฟนคนนี่ก็เพื่อนจะทำไรก็ไม่ได้แม่งอึดอัดไปหมดกังวลไปหมดคือแบบ...ฮื่ออออออหน่วงอ่ะจะร้องไห้แล้วนะออนนี่??
    #6,169
    0
  18. #6120 fianna (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 มกราคม 2559 / 11:49
    อึดอัดแทนจงอินนะ คืออยากพูดให้ทุกอย่างเคลียร์ แต่ก็ติดทีคนๆเดียว จนต้องแบกรับอะไรมากมายไว้ในใจ
    #6,120
    0
  19. #5982 kaewtahottest (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มกราคม 2559 / 02:23
    โอยยยยยฮรือออจงอินคือดีมาก เรื่องนี้ชอบมากกกกก ปกติชอบอ่านดราม่าอยู่แล้วมาเจอเรื่องนี้ใช่เลย
    #5,982
    0
  20. #5980 Real GJZ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 23:07
    เคยเป็นแบบจงอินนะ จะพูดก็ไม่ได้ทั้งๆที่อยากพูดจะตายอยู่แล้ว ????????????
    #5,980
    0
  21. #5969 gaemuay★ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มกราคม 2559 / 13:33
    จงอิน..
    #5,969
    0
  22. #5319 moji123456 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 02:34
    สงสารจงอินที่สุด โอ้ยย อึดอัด. โมโหเซฮุนนนด้วยย ร้องง????
    #5,319
    0
  23. #5208 ฟพช (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 19:27
    ตอนนี้เกลียดความขี้กลัวของเซฮุน ความเห็นแก่ตัวของเทา ความใจดีของจงอิน





    โมโหจนน้ำตาไหล อึดอัดมาก
    #5,208
    0
  24. #5155 sehunnie (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 04:52
    เซฮุนนาาาาาาาาาาาา ทำไมไม่บอกล่ะะะะะะะะะะะะะะะ
    #5,155
    0
  25. #5148 Orratai Jaiban (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 06:34
    แล้วทำไมต้องโกหกว่าขึ้นรถเมลล์แล้วล่ะ?
    #5,148
    0