[EXO] "FREAK BOY" มนุษย์จงอิน | KAIHUN FEAT.TAO

ตอนที่ 18 : Chapter 17 :: Your Reason, My Reason, Our Reason

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,666
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    19 ก.ย. 58

M

 

 

 

Chapter 17

Your Reason, My Reason, Our Reason

 



 

 

เมื่อก่อนเคยคิดว่าตอนอยู่พร้อมหน้ากันหลาย ๆ คนเป็นเรื่องน่าอึดอัด เนื่องจากไม่สามารถพูดคุยกับจงอินได้อย่างอย่างเปิดเผย ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่แค่หันไปคุยกันก็คงไม่มีใครหันจับผิดว่าเขาทั้งคู่มีความลับอะไรกัน

 

เซฮุนเคยถามตัวเองว่าทำไมถึงต้องรู้สึกและปล่อยให้มันบานปลาย เพราะความอายงั้นเหรอ? มันก็ใช่ส่วนหนึ่ง แค่คิดว่าจะต้องถูกปาร์คชานยอลล้อก็ทำให้เขาเลือกเก็บเรื่องนี้ไว้โดยไม่หันหน้าเข้าหาจงอินแล้วคุยกันอย่างเปิดใจสินะ

 

เรายืนอยู่ข้างถนนด้วยกันสามคน โดยมีจื่อเทายืนขนาบซ้ายและจงอินยืนขนาบขวา นัยน์ตาของเด็กหนุ่มตัวผอมทอดมองออกไปยังท้องถนนซึ่งมีทางม้าลายอยู่ตรงหน้า คล้ายกับว่ามันเป็นเส้นแบ่งแยกความรู้สึกที่เขามีให้ผู้ชายสองคนนี้

 

 

คนหนึ่งก็เพื่อน อีกคนก็แฟน...และทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกัน

 

 

เมื่อสัญญาณขึ้นสีเขียว ผู้คนที่ยืนอยู่บนฟุตปาธก็ก้าวข้ามทางม้าลาย จื่อเทาเดินนำหน้าไปก่อนจนมาถึงกลางถนนเขาถึงได้หยุดฝีเท้าทันทีที่ได้ยินเสียงรถเบรกอย่างกะทันหัน เด็กหนุ่มเอี้ยวตัวกลับไปมองตามต้นเสียงนั้น ก่อนจะเห็นว่ามีมอเตอร์ไซค์ส่งรามยอนคันหนึ่งจอดคาบเส้นทางม้าลายเอาไว้พร้อมโค้งหัวขอโทษขอโพยเมื่อเจ้าตัวเกือบขับรถชนคน

 

มันน่าจะเป็นเรื่องปกติ... จนกระทั่งเขาลดระดับสายตาลงไปเห็นมือของเพื่อนสนิทที่กำลังจับข้อมือเซฮุนเอาไว้ ภาพที่เห็นมันก็ไม่ได้มีอะไรผิดแปลกกับสถานการณ์เฉียดฉิวที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เขาก็ไม่สามารถอธิบายความรู้สึกบางอย่างที่จุดขึ้นมาในใจได้

 

สองคนนั้นหันไปมองหน้ากัน เขาเห็นไอ้จงอินถามถึงอาการคนข้าง ๆ ว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ซึ่งเซฮุนก็ส่ายหน้าเป็นคำตอบ มันอาจจะดูปกติธรรมดาอีกนั่นแหละ ถ้าเกิดว่าสองคนนั้นไม่ทำท่ามึนตึงใส่กันเมื่อก่อนหน้านี้

 

เป็นอะไรหรือเปล่า?

 

จื่อเทาไม่ได้ต้องการคำตอบจากคำถามนี้ จุดประสงค์ของเขาคือการเรียกความสนใจจากสองคนนั้นซึ่งมันได้ผล เซฮุนค่อย ๆ ชักแขนกลับแล้วหันมายิ้มให้เขาพร้อมขยับริมฝีปากตอบว่าไม่เป็นไร

 

มันไม่เข้าท่าเลยสักนิด เพราะความไม่เคยชิน ไม่เคยห่วงคนอื่น หวงจื่อเทาน่าจะคิดได้ว่าควรรอเดินมาพร้อมกันแทนที่จะปล่อยให้อีกคนอยู่ข้างหลัง เด็กหนุ่มตัวสูงเข้าไปคว้ามืออีกคนแล้วแล้วยิ้มบาง ๆ เขาได้แต่บอกตัวเองในใจว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกเป็นครั้งที่สอง

 

 

 

 

 

 

วันนี้เป็นวันน่าอึดอัดใจที่สุดตั้งแต่เกิดมา เซฮุนไม่รู้เลยว่าจงอินทำสีหน้าแบบไหนตอนนั่งแท็กซี่มาส่งเขาที่บ้านพร้อมเพื่อนชาวจีน โดยที่จงอินนั่งเบาะหน้าแล้วให้เขานั่งอยู่ข้างหลังกับจื่อเทา

 

รอยยิ้มสุดท้ายที่เซฮุนได้ฝืนในวันนี้คือตอนโบกมือลาก่อนแท็กซี่จะเคลื่อนตัวออก ทั้งที่ควรยิ้มกว้าง ๆ ให้จงอินเห็นเหมือนอย่างทุกครั้งเมื่อถึงเวลาที่เขาจะต้องกลับบ้าน หากแต่วันนี้มันไม่ใช่ เมื่อสายตาหันไปหยุดอยู่ที่ผู้ชายคนนั้น รอยยิ้มที่เคยฝืนก็ค่อย ๆ หุบลง

 

ไม่มีใจอยากจะทำอะไรเลยสักอย่าง แม้แต่ตอนที่เพื่อนทักแชทสตรีมมาบอกว่าเกมที่รอคอยปล่อยเดโม่ออกมาให้เล่นแล้ว รวมไปถึงคลิปของ Poreotics ทีมนักเต้นชาวเอเชียที่ผู้คนรู้จักกันในนามแชมป์ ABDC Season 5 ซึ่งคลิปในห้องซ้อมเต้นได้ปล่อยออกมาเมื่อสี่วันที่แล้วและเขาได้แกะท่าภายในสองวันก่อนจะอัดคลิปลงยูทูป เพื่อนที่เล่นเกมด้วยกันก็แซวว่ามีคนกดเข้าไปดูเกือบหนึ่งแสนครั้งภายในวันเดียวเพราะหน้าตาของเขา

 

ไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น...

 

เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงนอนบนเตียงแล้วก่ายท่อนแขนลงกับหน้าผาก หยุดสายตาอยู่ที่เพดานแล้วปล่อยให้ความเงียบทำงาน ได้แต่คิดว่าถ้าเกิดจงอินขอกลับบ้านตั้งแต่เจอกันที่ร้านกาแฟหรือไม่มาในวันนี้ทุกอย่างมันจะดีขึ้นหรือเปล่า คำตอบก็คงไม่ เซฮุนไม่รู้สึกดีเลยสักนิดที่ยังคงติดอยู่กับบ่วงของความไม่สบายใจในทุกวันนี้ ซึ่งมันเกิดขึ้นเพราะเขาเอง

 

โอเซฮุนเป็นคนขี้ขลาด เขาไม่มีความกล้ามากพอที่จะทำตามแผนที่จงอินวางไว้ มันจะดีได้ยังไงในเมื่อสิ่งที่บอบบางที่สุดคือความรู้สึกของคนเราไม่ใช่เหรอ? ถ้าจงอินบอกจื่อเทาว่าเขาคบกันอยู่ หมอนั่นจะเข้าใจและใช้ชีวิตเหมือนปกติได้หรือไง ใช่ มันต้องใช้เวลาอย่างที่จงอินบอก แต่ช่วงใช้เวลา นั่นแหละที่มันจะทำร้ายความรู้สึกของเราทั้งสามคน

 

 

เขาไม่ต้องเลิกกัน แต่จื่อเทาอาจจะมีบาดแผลเล็ก ๆ ที่ทำให้รู้สึกไม่สนิทใจกับจงอินอีก และถ้าเป็นอย่างนั้น... เขาจะปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปได้ยังไง?

 

 

 

 

 
 

ไม่อร่อยเหรอ

 

อ๋อ เปล่า

 

จงอินไม่ได้ถามต่อ เซฮุนสบตากับคนรักที่มองมาด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะยิ้มเจื่อนหลังจากรู้ตัวว่าเผลอนั่งใจลอยระหว่างนั่งกินข้าวด้วยกันในวันหยุดสุดสัปดาห์ ทั้งที่วันนี้จงอินยอมละออกห่างจากหนังสือเพื่อมาอยู่ด้วยกัน แต่เขากลับเป็นอย่างนี้

 

ขอโทษ คือฉันเครียด ๆ เรื่องมหาลัยน่ะ

 

เขาเห็นว่าเจ้าของผิวสีแทนนิ่งไปก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยแล้วก้มลงสนใจกับมื้อเที่ยงอีกครั้ง เซฮุนถอนหายใจเบา ๆ กับบรรยากาศน่าอึดอัดที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ใช่ มันเป็นอย่างนี้มาสักพักใหญ่แล้ว ตั้งแต่เหตุการณ์ไปเที่ยวกันสามคนในวันนั้น

 

คิดว่าจงอินเองก็คงรู้สึกได้กับความเปลี่ยนแปลง ไม่สิ... ต้องบอกว่าความไม่เหมือนเดิมระหว่างเราทั้งคู่ กับความอึดอัดใจที่สะสมมาเรื่อย ๆ แม้ว่าจะพยายามปฏิบัติต่ออีกฝ่ายเหมือนปกติ

 

ฉันกลัวเข้าคยองฮีไม่ได้

 

สุดท้ายเซฮุนก็เลือกโกหกคำโต เพราะกังวลการบอกความจริงว่าไม่สบายใจเรื่องที่จื่อเทาชวนไปต่างจังหวัดในวันอาทิตย์หลังจากกลับมาจากแคมป์ปีใหม่ เขาเลือกที่จะปฏิเสธไปแล้ว แต่ผู้ชายคนนั้นก็อ้างว่าจองตั๋วล่วงหน้าเผื่อไว้ให้เสียดิบดี ถ้าไม่ไปจะเสียน้ำใจเพื่อน แล้วก็จะนอยด์มาก ๆ ด้วย

 

เหรอ

 

คำตอบสั้น ๆ ทำไมถึงน่ากลัวขนาดนี้ เซฮุนนิ่งไปพร้อมมองคนผิวแทนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เขาคงแสดงแสดงออกถึงความผิดปกติเกินไปจงอินถึงได้ดูเซ็ง ๆ อย่างนั้น เด็กหนุ่มตัวผอมกำมือแน่น ทั้งที่ตอนนี้ควรจะมีความสุขเวลาอยู่ด้วยกันแท้ ๆ เพราะเขาคนเดียวเลย

 

ถ้ากลัว จงอินนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับคนรักงั้นพรุ่งนี้มาติวที่บ้านฉันไหม?

 

...

 

เซฮุนรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างภายในแววตาคู่นั้น ราวกับว่าจงอินกำลังคิดอะไรอยู่ตอนรอคำตอบจากปากเขา ซึ่งมันคงไม่ได้ส่งไปในแง่ดี แววตาของจงอินเหมือนกับวันนั้น... วันที่เราได้เจอกันครั้งแรก

 

ว่างใช่ไหม?

 

อ้อ... เรื่องนั้น

 

 

RRRrrrrrr!!!!

 

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เซฮุนไม่รู้ว่าโชคช่วยหรือเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อเห็นว่าคนที่โทรเข้ามาคือหวงจื่อเทา เด็กหนุ่มตัวผอมเงยหน้าขึ้นสบตากับคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม หน้าอกข้างซ้ายเต้นเร็วแรงขึ้นเพียงเพราะเห็นว่าดวงตาคู่นั้นกำลังมองมาที่มือถือของเขา

 

ขอตัวเดี๋ยวนะ เซฮุนยิ้มเจื่อนพร้อมคว้าสมาร์ทโฟนขึ้นมา แต่ยังไม่ทันลุกไปไหนก็ต้องหยุดชะงักเพราะถูกคว้าข้อมือเอาไว้

 

เสียงเครื่องมือสื่อสารยังคงดังอย่างต่อเนื่อง เซฮุนคิดว่านอกจากจื่อเทาที่รอให้เขาตอบรับสายก็คงเป็นจงอินอีกคนที่กำลังรอคำตอบ เจ้าของผิวสีแทนมองมาด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา แรงจับที่ข้อมือนั้นเบาบางแต่ก็รู้สึกได้ถึงความจริงจัง

 

นายไม่อยากไปต่างจังหวัดกับไอ้เทาสองคนหรอก

 

...

 

 

RRRRrrrrrr!!!

 

 

ถ้านายไป นอกจากจะให้ความหวังมันแล้ว ฉันที่อยู่ตรงนี้ก็คงเป็นบ้าเหมือนกัน

 

 

RRRRrrrrrr!!!

 

 

เสียงโทรศัพท์ยังคงกดดันคลายระเบิดเวลา เซฮุนกำมันไว้แน่นทั้งที่ยังสบตากับคนรักอยู่อย่างนั้น คงไม่ต้องถามว่าจงอินรู้ได้ยังไงในเมื่ออีกฝ่ายเป็นเพื่อนสนิทหวงจื่อเทา

 

เด็กหนุ่มตัวผอมหลุบสายตาลง ในเวลานี้ไม่มีทางเลือกดี ๆ ให้กับคนขี้กลัวเลยสักนิด เขาเพียงแค่ปล่อยให้ความวุ่นวายของความคิดปั่นประสาทไม่หยุด จนกระทั่งจงอินจูงมือเขาไปหยุดอยู่หน้าเคาน์เตอร์ เช็กบิลทุกอย่างเสร็จสรรพแล้วเดินออกมาข้างนอก จื่อเทาอาจจะเป็นคนช่างตื๊อ แต่พอเห็นว่าเขาไม่รับภายในสองสายเครื่องมือสื่อสารก็เงียบลง

 

ทั้งคู่หยุดยืนอยู่ริมแม่น้ำ ที่ที่เคยเต็มไปด้วยความทรงจำดี ๆ ระหว่างเรา บอกไม่ถูกว่าทำไมถึงใจหวิวตอนเห็นว่าจงอินปล่อยมือออก เซฮุนเงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าของอีกฝ่ายที่ทอดสายตามองไปยังแม่น้ำ ลมหวีดหวิวเย็นยะเยือกในฤดูหนาวเปรียบเหมือนความรู้สึกของคนขี้กลัวในตอนนี้ไม่มีผิด มันมีแต่ความกังวลว่าทุกอย่างจะต้องแย่ และต้นเหตุมันมาจากเขา

 

ฉันจะไม่ไปแล้ว

 

...

 

ขอโทษนะ

 

รู้สึกใจไม่ดียิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าจงอินยังคงให้ความสนใจกับวิวทิวทัศน์ตรงหน้ามากกว่าการหันมาฟังคำอธิบายจากปากเขา เซฮุนกุมมือเย็นเฉียบของอีกคนไว้ ก่อนจะค่อย ๆ สอดประสานเพื่อหวังว่าจะช่วยให้บรรยากาศระหว่างเราดีขึ้น

 

เราอยู่กับความรู้สึกแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วเซฮุน?

 

...

 

มันเป็นความผิดของฉันเองที่ไม่ได้บอกเพื่อนตั้งแต่แรกว่าเราคบกัน แต่ในเมื่อทุกอย่างมันบีบบังคับมาถึงขนาดนี้ ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะมีวิธีดี ๆ ที่ไหนอีกนอกจากบอกความจริง  ซึ่งนายไม่เห็นด้วย

 

ทำไมนายพูดแบบนี้อีกแล้ว บางทีการพูดความจริงมันก็ทำร้ายจิตใจคนอื่นนะ เซฮุนขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายกับความรู้สึกนั้นที่เขาเข้าใจเป็นอย่างดี เป็นอีกครั้งที่เด็กหนุ่มไม่อยากเชื่อเลยว่าจงอินจะเป็นคนพูดคำนี้ออกมา

 

นายก็เลยเลือกที่จะรักษาน้ำใจไอ้เทา แล้วทำลายความรู้สึกของเราทั้งคู่

 

ไม่ใช่อย่างนั้น นายกำลังเข้าใจผิดไปใหญ่แล้วนะจงอิน

 

ฉันพยายามทำความเข้าใจมาตลอดว่านายคงเป็นห่วงความรู้สึกไอ้เทาถึงได้ปล่อยให้มันเอาแต่ใจมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ผลลัพธ์มันออกมาเป็นยังไงนายก็รู้ เด็กหนุ่มผิวแทนหันหน้าเข้าหาอีกฝ่าย นานแค่ไหนแล้วที่เขาทำได้แต่เงียบ แล้วปล่อยให้ทุกอย่างมันบานปลายตั้งแต่เมื่อไหร่ที่นายมีความลับกับฉัน

 

...

 

ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เราแคร์ความรู้สึกคนอื่นมากกว่าความรู้สึกของกันและกัน

 

แต่จื่อเทาไม่ใช่คนอื่น... เขาสบตากับอีกฝ่ายไม่อยากเชื่อเลยว่าจะได้ยินคำว่าพยายามจากปากนาย

 

... จงอินชะงักไป เขาเห็นว่าดวงตาคู่นั้นนิ่งงันกับความผิดหวัง

 

สิ่งที่ดีที่สุดของแต่ละคนมันเหมือนกันที่ไหนล่ะจงอิน

 

...

 

สำหรับนาย การบอกความจริงทั้งหมดอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ผลที่จะตามมาล่ะ นายกับจื่อเทาเป็นเพื่อนกันมานานเท่าไหร่ นายสองคนจะกอดคอคุยกันเป็นปกติได้โดยที่ไม่รู้สึกอะไรตอนที่ฉันนั่งอยู่ข้าง ๆ นายในฐานะแฟนเหรอ

 

แล้วทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับนายมันคืออะไร

 

...

 

เลี้ยงความรู้สึกไอ้เทาไปเรื่อย ๆ แล้วบอกให้ฉันทำตัวเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพื่อรอบอกมันว่าเราคบกันในเวลาเหมาะสมซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไหร่งั้นเหรอเซฮุน?

 

ฉันแค่คิดว่าถ้าเขาทนไม่ไหวก็คงเลิกชอบไปเอง พอถึงตอนนั้นเขาอาจจะรู้สึกน้อยลง

 

มันคือการคิดแทนคนอื่น ถ้าคนมันจะคิดทำยังไงมันก็คิด แต่ถ้าบอกความจริงมันก็จะรู้สึกแย่แค่ครั้งนั้นครั้งเดียว

 

...

 

...

 

ขอโทษนะ คือฉัน... เซฮุนหลุบสายตาลงพลางเลียริมฝีปากคลายความกดดัน จงอินมองดวงหน้าขาวที่ถอนหายใจเบาหวิวกับปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นระหว่างเขาทั้งคู่ฉันคิดว่ามันเห็นแก่ตัวเกินไป

 

...

 

ฉันคงไม่มีความสุขถ้าต้องทนอยู่กับความรู้สึกนั้น แค่คิดว่าจะต้องเห็นจงอินกับจื่อเทาไม่สนิทใจกันเขาก็พาลโทษตัวเองไปก่อนแล้ว เซฮุนเงยหน้าขึ้นสบตากับอีกฝ่าย ได้แต่หวังว่าจงอินจะยอมอ่อนลงแล้วอดทนรออีกหน่อย

 

แล้วตอนนี้นายมีความสุขเหรอ

 

...

 

ทำไมฉันถึงรู้สึกว่ากำลังทำเรื่องผิดต่อโลกเพียงเพราะเราคบกัน

 

นายไม่เข้าใจ

 

แล้วนายเข้าใจอะไรบ้างล่ะเซฮุน?

 

เด็กหนุ่มตัวผอมชะงักไปหลังจากได้ยินประโยคนั้นที่มาพร้อมแววตาแข็งกร้าว เขาแทบจำไม่ได้แล้วว่าจงอินเคยโมโหสุด ๆ กับเรื่องอะไร หรือบางทีมันอาจจะไม่เคยเกิดเหตุการณ์นั้นมาก่อนจนมาถึงตอนนี้

 

จงอินเสยผมขึ้นอย่างหัวเสียกับบทสนทนาที่ดูเหมือนว่าจะฉีกไปคนละทาง เขารู้ดีว่าต่างคนต่างมีเหตุผล แต่ที่เซฮุนพูดออกมาทั้งหมดมันเกินไปจริง ๆ

 

ถามตรง ๆ นะ เด็กหนุ่มผิวแทนมองหน้าอีกฝ่าย ชั่วอึดใจเลยทีเดียวกว่าเซฮุนจะหันมาสบตากันทุกวันนี้เวลาอยู่ด้วยกัน นายมีความสุขไหม

 

คำถามนี้ทั้งน่ากลัวและน่าผิดหวัง จงอินคงรู้สึกแย่มากถึงได้เลือกถามแบบนั้นแทนที่จะนิ่งเงียบไปเหมือนกับทุกครั้ง เซฮุนรู้ว่ามีแค่คำตอบเดียวที่จะสานความสัมพันธ์เราต่อไปได้โดยที่ไม่ต้องสาดความคิดตัวเองใส่อีกฝ่ายจนรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิม แต่เขาก็ไม่อยากโกหกกับความกังวลที่สะสมมาตั้งแต่ตอนนั้น

 

... เซฮุนเลือกที่จะส่ายหน้าเป็นคำตอบ เขาเห็นว่าแววตาที่เคยแข็งกร้าววูบไหวไปราวกับไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น

 

ตราบใดที่ยังคิดมากอย่างนี้ ฉันคงพยายามทำตัวเหมือนปกติไม่ได้

 

...

 

เด็กหนุ่มผิวแทนไม่ได้พูดอะไรอีก เขาเพียงแค่ปล่อยให้ความคิดมากมายวิ่งวนอยู่ในหัวซึ่งมีแต่คำว่าทำไม? อัดแน่นอยู่เต็มไปหมด ไม่ใช่ว่าเขาไม่แคร์ความรู้สึกเพื่อนสนิทอย่างหวงจื่อเทา แต่เพราะแคร์ถึงได้เลือกทางนี้ที่จะหยุดทุกอย่างไม่ให้บานปลายได้

 

เซฮุนปล่อยให้ความกลัวเล่นงานจนเขาไม่สามารถทำอะไรได้อีก จงอินถอนหายใจหนัก ๆ แล้วพยักหน้าเข้าใจ ภาพตอนอีกฝ่ายส่ายหน้าเป็นคำตอบว่าอยู่ด้วยกันแล้วไม่มีความสุขกับประโยคเมื่อครู่นั้นมันบั่นทอนความรู้สึกได้เป็นอย่างดีจริง ๆ

 

โอเค

 

...

 

เด็กหนุ่มตัวผอมยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเมื่ออีกฝ่ายเลือกที่จะเดินสวนไปโดยที่ไม่พูดอะไรอีก หัวใจหล่นวูบกับสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นระหว่างเรา ไม่มีแล้วบทสนทนาน่าตึงเครียดจนสร้างความกังวลอีกฝ่าย ไม่มีแววตาคู่นั้นที่มองมาอย่างจริงจังซึ่งแฝงไปด้วยความผิดหวังในตัวโอเซฮุน มีเพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้นที่โอบกอดโอเซฮุนเอาไว้

 

 

ทำไม... ความเงียบท่ามกลางลมหนาวถึงได้น่าใจหายถึงขนาดนี้?

 
 

 

 

 

 
 

แม่จะออกไปดูพลุกับพ่อ ลูกจะไม่ไปด้วยจริง ๆ เหรอ?

 

ไม่ครับ ผมว่าจะนอนแล้ว ถ่ายรูปมาฝากด้วย

 

โอเคจ้ะลูกรัก อย่านอนดึกล่ะ พรุ่งนี้เรามีนัดกันสิบโมงนะ เซฮุนหลับตาลงให้คนเป็นแม่จูบหน้าผาก เขายิ้มจนกระทั่งเธอเดินไปหยุดอยู่หน้าประตูห้องพักก่อนที่ทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม

 

ผ่านไปสามวันแล้วที่ไม่มีการติดต่อจากจงอิน เซฮุนเกยคางลงกับหน้าต่างแล้วทอดสายตาไปยังความสวยงามยามค่ำคืนวันสิ้นปีในฮ่องกง เขาไม่ได้อยากมาที่นี่ แต่ถ้าการมาเที่ยวต่างประเทศพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวสักครั้งและมันทำให้พ่อกับแม่สบายใจเขาก็จะทำ

 

เซฮุนอยู่กับความเหงาและความโดดเดี่ยวมาตลอด แต่ปีนี้เด็กหนุ่มตัวผอมรู้สึกมากกว่าเดิมเป็นสองเท่าเพราะเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้จงอินรู้สึกแย่ เซฮุนคงเคยตัวไปแล้วกับการมีอีกฝ่ายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต แต่ต่อให้อยากให้จงอินอยู่ตรงนี้ด้วยกัน มันก็เป็นไปไม่ได้

 

 

ถ้าส่งข้อความไปก่อน... จงอินจะเปิดอ่านมันไหมนะ...

 

 

ตอนนี้ผู้ชายคนนั้นคงกำลังสนุกกับเพื่อน ๆ อยู่ริมทะเล ถ้าเห็นข้อความจากเขามันจะทำให้บรรยากาศกร่อยไปหรือเปล่า?

 

เด็กหนุ่มตัวผอมหลุดออกจากความคิด รีบคว้าเอาสมาร์ทโฟนที่กำลังสั่นสะเทือนขึ้นมาถือไว้พร้อมรอยยิ้ม ก่อนที่มันจะเลือนหายไปเมื่อพบว่าเจ้าของเฟสไทม์นั้นไม่ใช่ของคนที่กำลังรออยู่ แต่กลับเป็นของหวงจื่อเทา

 

เกือบครึ่งนาทีที่เซฮุนใช้เวลาไปกับการตั้งสติและปรับสีหน้า เขายื่นมือถือออกห่างเล็กน้อยแล้วกดรับ เพียงแค่ครู่เดียวภาพของเพื่อนชาวจีนก็ฉายขึ้นมาเต็มจอ

 

( สวัสดีปีใหม่! )

 

เมาแล้วเหรอ? เซฮุนหัวเราะ

 

( ตอนแรกแอบดื่มไปก็มึนหน่อย ๆ แต่ตอนนี้สร่างแล้ว )

 

คนในจอหัวเราะแล้วหันซ้ายขวา ดูเหมือนว่าตอนนี้จื่อเทากำลังเดินอยู่ข้างนอกแทนที่จะเป็นตัวโรงแรม

 

ทำไมล่ะ?

 

( ก็ ) เด็กหนุ่มชาวจีนเกาศีรษะพลางถอนหายใจ จนถึงตอนนี้ดวงตาเรียวเฉียบคู่นั้นยังคงกวาดไปรอบ ๆ ราวกับว่ามองหาอะไรอยู่ ( เกิดเรื่องนิดหน่อยน่ะ ไอ้ชานยอลทะเลาะกับแฟนมัน )

 

อ่า...

 

( ตามหาฮอบบิทกันให้วุ่นเลยเนี่ย ไม่รู้หายไปอยู่ไหน ) เซฮุนพยักหน้า ( ที่จริงอยากคอลมาตั้งแต่เที่ยงคืนแล้ว แต่ก็เพราะติดเรื่องนี้แหละ อวยพรคนแรกเลยป่ะเนี่ย? )

 

โทษนะ ที่ฮ่องกงตอนนี้เพิ่งห้าทุ่มสี่สิบ

 

( โหย เอาเกาหลีดิ งั้นนับว่าฉันเป็นคนแรกแล้วกัน )

 

บ้าบอ ไปตามหาเพื่อนต่อเลยไป

 

( อะไร ทำไมไม่มีอวยพรกลับสักคำ นี่ปีใหม่แล้วนะเซฮุน นายควรบอกให้ฉันมีความสุขมาก ๆ แข่งว่ายน้ำชนะทุกรายการ มีสุขภาพแข็งแรงก่อนแล้วค่อยขอวางสิ )

 

ก็อวยพรเองหมดแล้วยังจะขออะไรอีก เด็กหนุ่มตัวผอมหัวเราะกับคำพูดอีกคน จื่อเทายิ้มร่าแล้วจ้องเขาผ่านหน้าจอมือถือ

 

( ขอนายเป็นแฟน )

 

...

 

( ล้อเล่นน่า ทำหน้าตื่นเป็นไก่เลย โธ่ )

 

จื่อเทาระเบิดหัวเราะ ตอนนี้เซฮุนไม่รู้เลยว่าที่พูดออกมานั้นแค่เล่น ๆ หรือจริงจัง ซึ่งเขาได้แต่หวังว่าจะเป็นอย่างหลัง

 

ตอนนี้นายแยกย้ายกันตามหาแบคฮยอนเหรอ

 

( อืม ไอ้ชานยอลวิ่งหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ มือถือก็ไม่ได้เอาติดตัวไป เกิดหนาวตายคากองหิมะข้างนอกแล้วใครจะไปเห็น )

 

แล้ว... จงอินล่ะ?

 

( แยกไปอีกทาง คงยังไม่เจอเหมือนกัน ถ้าเจอมันคงโทรมาบอกแล้ว )

 

อ่า...

 

( ดูสิ ) จื่อเทาหยุดนั่งลงบนม้านั่งแล้วหันจอมือถือไปยังป่ามืดเบื้องหน้า ( หิมะก็ตกแล้วด้วย เป็นห่วงพวกมันจริง ๆ )

 

ชานยอลคงไม่หายเข้าไปในนั้นหรอกมั้ง

 

( คงงั้น พูดแล้วก็เป็นห่วง ) เด็กหนุ่มตัวสูงถอนหายใจ ( ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมา นับว่าเป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นไอ้ชานยอลร้อนใจขนาดนี้ )

 

ทะเลาะกันแรงมากเลยเหรอ?

 

( ใช่ ฮอบบิทมันไม่ยอมบอกว่าจะกลับไปอยู่บ้านนอก ไอ้ชานยอลรู้เข้าเลยนอยด์แดกใหญ่โตเลย แต่มันมีอะไรมากกว่านั้น ฉันก็ปลอบไม่เก่งเท่าไอ้จงอินซะด้วย ที่ทำได้ก็แค่วิ่งตามหาช่วยมันนี่แหละ ดูเป็นเพื่อนที่ไม่ได้เรื่องเลยใช่ไหม? )

 

พูดอะไรอย่างนั้น นายก็มีวิธีของนาย ใช่ว่าทุกคนในโลกจะปลอบเก่งสักหน่อย

 

( แต่หนึ่งในนั้นมีไอ้จงอินด้วยน่ะสิ ) จื่อเทายิ้มขำ ( ฉันเชื่อว่าทุกอย่างจะต้องดีขึ้น ถ้ามันเป็นคนออกปากอธิบาย )

 

เด็กหนุ่มตัวผอมเงียบไป คำพูดของอีกฝ่ายเป็นเหมือนมีดแหลมคมที่แทงเข้ากลางอกเขา เพื่อตอกย้ำถึงความดื้อรั้นที่โอเซฮุนไม่ยอมเชื่อฟังคนรัก

 

( แต่พวกเราต่างก็โต ๆ กันแล้ว จะให้มันช่วยจัดการทุกเรื่องก็คงไม่ได้น่ะนะ... )

 

อืม พวกเราโตแล้ว จะทำอะไรถึงต้องคิดให้มาก ๆ ห่วงความรู้สึกคนอื่นให้เยอะ ๆ

 

( ใช่ พูดแล้วก็ตลกดี ) จื่อเทายังคงยิ้มกับบทสนทนานี้ ( เมื่อก่อนฉันเป็นคนมองเห็นแต่ความรู้สึกตัวเอง แต่มนุษย์ก็คือมนุษย์ เราทุกคนล้วนแต่เคยผิดพลาดกันมาแล้วทั้งนั้น ฉันเองก็เริ่มใส่ใจคนรอบข้างมากขึ้น ได้แต่บอกตัวเองว่าจะทำร้ายใครที่ไหนก็ได้ยกเว้นเพื่อนสนิทสองคนนี้ )

 

...

 

( ฉันคิดว่าตัวเองโชคดีที่มีเพื่อนอย่างพวกมัน ) จื่อเทาทอดสายตาไปทางอื่น ( การอยู่ท่ามกลางคนที่เข้าใจเรานี่มันเป็นอะไรที่วิเศษจริง ๆ นะ นายคิดอย่างนั้นไหม? )

 

เซฮุนไม่ได้ตอบคำถาม เสียงของจื่อเทาไม่ได้ดังก้องห้องกว้างในโรงแรมหรูใจกลางเมือง แต่มันชัดเจนในความรู้สึกของคนฟังในตอนนี้

 

( หลายครั้งที่ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่เอาไหน เป็นเพื่อนที่พึ่งพาไม่ได้ ในขณะที่ไอ้จงอินมักจะยื่นมือมาเป็นคนแรก มันอยู่ตรงนั้นเพื่อฉันเสมอ )

 

...

 

( และในเมื่อมันให้ทุกอย่างกับฉันได้ ฉันเองก็ให้มันได้เหมือนกัน )

 

เด็กหนุ่มตัวผอมไม่รู้ว่าสีหน้าตนเองเปลี่ยนไปจากเดิมขนาดไหน จนกระทั่งอีกฝ่ายมองหน้าจอมือถือแล้วเอานิ้วจิ้มลงมา ความรู้สึกของเขาเป็นเหมือนปืนที่ถือเอาไว้ ส่วนคำพูดของจื่อเทาเป็นเหมือนมือที่จับปืนขึ้นมาจ่อขมับเขาแล้วเหนี่ยวไก

 

ยิ่งรับรู้ว่าทั้งคู่รักและสนิทกันมากเท่าไหร่ ความคิดที่อยากจะใจอ่อนตามแผนของจงอินก็ยิ่งเลือนรางลงไปเท่านั้น

 

( เป็นอะไรหรือเปล่า? )

 

อ๋อเปล่า ยังไงก็ขอให้หาเจอไว ๆ นะ อย่างแบคฮยอนไม่น่าจะไปไหนไกลหรอก

 

( หวังว่างั้น ) เด็กหนุ่มชาวจีนว่าแล้วหลุบสายตามองจออีกครั้ง ( จะไปแล้วนะ )

 

อืม ไว้คุยกันใหม่

 

( อยากให้นายอยู่ตรงนี้ด้วยกันจัง )

 

แววตาของคนขี้เล่นเปลี่ยนไป เซฮุนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มเจื่อนเหมือนทุกครั้งที่จื่อเทารุกหนักทางทำพูดและสายตา

 

นั่นสิ อยากให้ทุกคนอยู่ด้วยกัน วิวที่ฮ่องกงสวยมากเลยล่ะ

 

จื่อเทาหัวเราะกับคำตอบอีกคน ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเซฮุนจะต้องแกล้งตายชักแม่น้ำทั้งโลกมา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็อยากพูดมันออกไป กับความรู้สึกที่มันมีอีกฝ่ายอัดแน่นอยู่ในนี้แทบจะตลอดเวลา

 

พอจื่อเทาวางสายไปความเงียบก็กลับมาทำงานอีกครั้ง เด็กหนุ่มคว้าหมอนสีขาวขึ้นมากอดแล้วเอนศีรษะพิงกับขอบหน้าต่างอีกครั้ง เซฮุนไม่ชอบตัวเองว่าเก็บทุกเรื่องมาคิดจนสร้างความเครียดให้กับตัวเอง หลายครั้งที่นึกอยากเททุกอย่างเหมือนที่คนขี้ขลาดทำกัน แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้

 

จงอินเป็นเพื่อนที่ดี ไม่แปลกเลยที่จื่อเทากับชานยอลจะรักผู้ชายคนนั้น

 

เมื่อก่อนตอนที่เจอเรื่องแย่ ๆ เซฮุนได้แต่ภาวนาขอให้เวลาผ่านไปไว ๆ แต่พอได้เจอกับจงอินเขากลับมีความคิดว่าอยากให้เวลาหยุดอยู่แค่นั้น แน่นอนว่ามันเป็นไปไม่ได้ ทุกอย่างคือความเปลี่ยนแปลง เหมือนอย่างตอนนี้ที่เด็กหนุ่มตัวผอมคิดอยากย้อนเวลากลับไปเพื่อแก้ไขเรื่องราวต่าง ๆ

 

 
 

คุณกำลังส่งข้อความถึง...

นัมชินแซงนิม

[ ตอนนี้ที่ฮ่องกงเพิ่งเข้าปีใหม่ ช้ากว่าที่โซลไปชั่วโมงนึง... และฉันก็คิดถึงนายเป็นคนแรกในวินาทีแรกของปี ]

 

 

 

 

TBC

 

 

 

เคยอยู่ในสถานะคิดมากกับทุก ๆ เรื่องไหม?

คิดมากจนกลัวไปหมด กลัวจนทำลายความรู้สึกของคนที่เรารัก




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,767 ความคิดเห็น

  1. #6704 ʙʜ❥∞ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 03:19
    นี่อยากให้เซฮุนโดนจงอินบอกเลิกค่ะ บ้า บ้าที่สุดเลย ทำไมถึงป๊อดงี้วะโอเซฮุน
    #6,704
    0
  2. #6653 Linseyyy13 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:08
    มันก็จริงที่ว่า...ทางเลือกที่ดีที่สุดของแต่ละคนมันต่างกัน...แต่ในสถานการณ์แบบนี้เราเห็นด้วยกับวิธีของจงอินนะ
    เซฮุนทำแบบนี้ก็เหมือนให้ความหวังจื่อเทาไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็โกหกไปเรื่อยๆเช่นกัน
    #6,653
    0
  3. #6608 arthipnm (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 21:49
    ทำตัวไม่ถูกเลย แต่อยากให้บอกความจริงแล้วอ่ะ ไม่อยากให้มันยืดเยื้ออยู่แบบนี้ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย สงสารก็สงสาร
    #6,608
    0
  4. #6576 hunkeng (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 16:55
    ปวดหัวแทนเซฮุนโว้ยยยยยย
    #6,576
    0
  5. #6542 sapphire- (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 17:51
    อึดอัดจริงๆT^T
    #6,542
    0
  6. #6481 Kannika Tankam (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 22:29
    ยัง/ไงพี่ก็ทีมจงอินนะคะ น้องเซฮุนอย่าทำให้มันยืดเยื้อไปกว่านี้เลย
    #6,481
    0
  7. #6455 sss.doofa (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 23:33
    เซฮุนอ่าา ทำไมไม่บอกไปล่ะ ทำอย่างนี้ก็ไม่ดีกับทุกฝ่ายนะ เป็นเราเราเลือกจะบอกออกไปตั้งแต่แรกแล้ว/ ไม่ปล่อยให้เรื่องมันคาราคาซังอยู่อย่างงี้หรอกก
    #6,455
    0
  8. #6335 ิbeam (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 15:12
    ในความคิดเรานะ เซฮุนกำลังปล่อยให้ควาทกลัวทำร้ายจงอิน เทา แล้วก็ตัวเอง ถ้าเป็นเรา เราคงบอกอ่ะ เพราะยิ่งรู้ช้า ยิ่งเสียใจมาก คงรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนโง่ที่โดนหลอกอ่ะ
    #6,335
    0
  9. #6285 GYYG (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 02:11
    ไม่รู้อะ! ความคิดและมุมมองของการแก้ไข้ปัญหาของเรามันไม่เหมือนกันอะเนอะ แต่ส่วนตัวเราคงบอกไปตั้งแต่แรกแหละในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้แล้วจะทำไงต่อไปนิ เชื่อใจพี่มลินคะ ว่าจะจบแบบสวยงามและแก้ไข้อะไรให้ดีต่อทุกฝ่ายได้ เพราะเรามองไม่ออกจริงๆนอกจากบอกไปตามตรง ~~
    #6,285
    0
  10. #6268 K pada4 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:41
    ถ้าบอกไปตั้งแต่แรกก็คงจบไปแล้ว แบบที่จงอินบอก สิ่งที่จงอินคิดจะทำไม่ใช่สิ่งที่เห็นแก่ตัว เรามองว่ามันคือความจริงยิ่งสำหรับเพื่อนที่สนิทยิ่งเป็นสิ่งสำคัญ บอกความจริงไปตรงๆอาจเสียความรู้สึกในตอนแรกแต่ก็ดีกว่าที่จะมารู้ที่หลังถึงแม้จะเลิกชอบไปแล้ว เฮ้อ ชอบความคิดจงอินทั้งที่เราเป็นดมนเซฮุนน่ะ แต่เรื่องนี้ชอบจงอินจริง
    #6,268
    0
  11. #6117 fianna (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 มกราคม 2559 / 10:29
    รู้สึกทำอะไรไม่ถูกแทน ไม่รู้จะทำยังไง ตันมากจริง อึดอัดแทน พูดไม่ออกเลย //อินเกินไปไหม55//ไม่ขำเลย
    #6,117
    0
  12. #6080 Narisara Ank (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 มกราคม 2559 / 18:26
    ทำไมไม่บอกไปตรงๆตั้งแต่แรก บางทีมันอาจจะไม่ต้องอึดอัดใจแบบนี้อ่ะ
    #6,080
    0
  13. #5968 gaemuay★ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 มกราคม 2559 / 13:27
    เซฮุนไม่ผิดเลยนะเพราะความกลัวเลยคิดแทนคนอื่น หลายคนเป็นแบบนั้น ซึ่งเราก็เคย.. ): แต่จงอินก็ถูกอ่าาาาา ฮื่อ
    #5,968
    0
  14. #5957 pitchafon (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 มกราคม 2559 / 12:32
    มันจุกๆจี๊ดๆอยู่ในอก โอ้โห น้ำตาจะไหล เข้าใจความรู้สึกจงอินแหละ และก็เข้าใจความรู้สึกเซฮุนด้วย มันหน่วงมากกกก
    #5,957
    0
  15. #5897 Reset_Secret (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 มกราคม 2559 / 07:27
    คือนอนอ่านเฉยๆใจยังแทบระเบิดอ่ะค่ะ ฮ่ออออ
    #5,897
    0
  16. #5782 gikhun (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 มกราคม 2559 / 19:23
    แบบ.....เหมือนตอนนี้ที่เป็นอยู่
    #5,782
    0
  17. #4887 Kim-kibom (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2558 / 11:01
    มันบอกไม่ถูก..สงสารจงอิน..สงสารเทา..หรือสงสารฮุน..แต่ถ้าพูดกันตรงๆจะเจ็บน้อยกว่านี้ป่ะ
    #4,887
    0
  18. #4857 เมียฮยอก..กิ๊กน้องแบค (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 / 19:10
    อะไรๆยากไปหมดเลยอะพี่มื้ว หน่วงจัด จะเป็นยังไงต่อล่ะนี่
    #4,857
    0
  19. #4776 TitleJwpk (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2558 / 22:37
    อัพเถิดดชาวไทยยยยยยย:---: รออยู่นะต๊าาาาาาาา
    #4,776
    0
  20. #4770 tales story (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 14:37
    จะกลับมาคุยกันเหมือนเดิมได้เมื่อไหร่นะ แล้วการทำตามแผนของจงอินมันดีจริงๆหรอ การปล่อยเทาไปเรื่อยๆของเซฮุนมันดีจริงๆหรอ ไม่รู้อ่ะ ไม่รู้แล่วT^T อัพเร็วๆนะคะ
    #4,770
    0
  21. #4769 ภรรยาเซฮุน (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 02:10
    ทำไมมันหน่วงเยี่ยงนี้TT ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเซฮุนนายต้องรักจงอินให้มากๆนะ แคร์คนที่เรารัก เป็นกำลังใจให้ //จื่อมาคู่กับเรามั้ยย5555(ยังจะขำ)
    #4,769
    0
  22. #4768 JibARMY (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 10:23
    หน่วงงอ่าาาา
    #4,768
    0
  23. #4759 aairch_ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 10:37
    เราเคยเป็นแบบเซฮุนนะคิดมากคิดมันอยู่คนเดียวไม่กล้าพูดไม่กล้าถามไม่กล้าบอกเพราะกลัวมันจะพัง แต่คนล่ะพอสะสมมันไปนานๆโดยที่ไม่พูดไม่ทำความเข้าใจกันแล้วเรารู้เลยว่ามันพังมากกว่า คนเราทุกคนมันมีวิธีพูดที่จะทำให้คนฟังรู้สึกแย่น้อยลงอยู่แล้วขอแค่เซฮุนกล้าพูด ที่เป็นอยู่ตอนนี้มีความสุขแล้วหรอ การที่บอกไปไม่ใช่เพื่อให้จื่อเทาต้องรับได้นะกับการที่เซฮุนไม่ได้รักจื่อเทาแต่รักจงอินแต่มันเป็นการรักษาน้ำใจทุกคน เหมือนตอนนี้เซฮุนคิดมากจนกลายเป็นว่าอะไรก็แคร์แต่จื่อเทาล่ะจงอินอ่ะ การพูดความจริงออกไปมันไม่ใช่สิ่งที่โหดร้ายกับคนฟังนะแต่มันคือสิ่งที่เซฮุนควรทำ ไม่มีใครฟังเรื่องผิดหวังครั้งแรกแล้วกระโดดเหย้งๆบอกว่าไม่เป็นไรหรอก ทุกคนก็ต้องเสียใจผิดหวังกันทั้งนั้น แต่เสียใจครั้งเดียวแค่นั้นเอง พอขยับตัวมาอีกนิดเราก็จะดีขึ้น เห็นจื่อเทาเป็นคนที่ดูเลือกเซฮุนมากกว่าเพื่อนหรือไง แค่หาคำอธิบายเอง มันไม่ยากหรอกจริงๆนะขอแค่จริงใจ
    #4,759
    0
  24. #4758 pppchy (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2558 / 18:42
    เซฮุนห่วงเทาเกินไปอะ ไม่ได้นึกถึงจงอินเลย คนคบกันก็ต้องแคร์กันหน่อยจิ ถ้าปล่อยไปนานกว่านี้เทาก็ยิ่งคิดไปไกลยอะดิ ; _ ;
    #4,758
    0
  25. #4754 Nebbianuvolaa (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 14:32
    ความหน่วงนี้??
    #4,754
    0