[EXO] "NERDY BOY" มนุษย์แบคฮยอน | CHANBAEK

ตอนที่ 6 : Chapter 05 :: My Fault

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,140
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 148 ครั้ง
    22 ธ.ค. 57

 

 

 

Chapter 5

My Fault

 


 

 

ตัดภาพมาอีกที...ตอนนี้เด็กหนุ่มทั้งสองคนยืนอยู่หน้าห้างสรรพสินค้าที่อยู่ใกล้บ้านเช่ามากที่สุด ไฟที่เคยเปิดทั่วทั้งตึกให้เปลืองไฟประเทศเล่นนั้นดับลงทีละดวงอย่างกับโดมิโน่ไม่มีผิด ตอนนี้มีแค่ไฟดวงเดียวที่ให้ความสว่างในละแวกนั้นได้ก็คือตรงป้อมยามโง่ ๆ เท่านั้น

 

 

ไม่รู้จะพูดอะไรเหลย...

 

 

ไหนชานยอลบอกว่ายังไงก็ทันไง นั่น ประโยคกดดันปลายเปิดที่หมายหัวว่าความผิดครั้งนี้เป็นของกูแต่เพียงผู้เดียว

 

ดูหน่อยเหอะว่ากูไปถึงบ้านก็กี่โมง ไหนมึงจะวิ่งขึ้นไปเอาสมุดบัญชีอีก เสียเวลาเพราะใครวะกูขอถาม โบ้ยความผิดใส่แม่งเลยครับแมนกว่านี้มีอีกไหม ชานยอลขมวดคิ้วมองอีกคนเพราะมันเสือกทำหน้าแบบนั้นก่อน ถ้าคิดจะเล่นสงครามประสาทกับกูเหรอครับ ย่อมได้

 

ถ้าถอนเงินไม่ได้แล้วเราจะกินอะไรกันอ่ะ...

 

...

 

ชานยอล... เออ กูรู้แล้วมึงจะเรียกทำ...

 

 
 

โคร่ก................................

 

 
 

ครับ...เสียงท้องร้องประสานกันเป็นวงออเครสต้ากันเลยทีเดียว เด็กหนุ่มทั้งสองคนยืนนิ่ง ดูเหมือนว่าการหาทางออกตอนนี้มันจะเป็นเรื่องยากแล้ว ไอ้เตี้ยล้วงกระเป๋ากางเกงก่อนจะแบมือออกมาให้ดู เหมือนฉายภาพซ้ำเมื่อในมือนั้นมีเศษเหรียญอยู่แค่สามร้อยวอน

 

ซื้ออะไรได้มั่งอ่ะ

 

น้ำลายหมายังซื้อไม่ได้เลย

 

รามยอนสักซองก็ไม่ได้เหรอ สีหน้ามนุษย์ฮอบบิทนั้นดูสิ้นหวัง อย่าว่าแต่มันเลยครับตอนนี้กูก็หิวจนเริ่มโมโหละ ตบกระเป๋ากางเกงดูว่าตอนนี้พอจะมีเศษเงินติดตัวบ้างไหม จำได้ลาง ๆ ว่าเมื่อตอนกลางวันไอ้จงอินฝากเงินไปซื้อน้ำแล้วไม่ได้คืนเงินทอนให้มัน

 

แบคฮยอนยืนมองมือที่ล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกงอย่างมีความหวัง และทั้งคู่ก็เบิกตากว้างเมื่อชานยอลแบมือออกมาพร้อมแบงค์ห้าพันวอนยับ ๆ กับเหรียญห้าร้อยวอนอีกหนึ่ง

 

ความรู้สึกตอนนี้เหมือนเดินอยู่ท่ามกลางทะเลทรายแล้วเห็นบ่อน้ำสะอาดอยู่ตรงหน้า แบคฮยอนยิ้มกว้างแล้วโผเข้ากอดชานยอลอย่างดีใจจนร่างอีกฝ่ายเซถอยไปข้างหลัง เด็กตัวสูงถึงกับตาเหลือกเมื่อร่างกายถูกสัมผัสโดยมนุษย์ฮอบบิทที่ทำให้รู้สึกเหมือนถูกไฟช็อตทุกครั้ง

 

รอดตายแล้ว!!!”

 

 
 

รอดเห้ไรล่ะ กูจะตายเพราะโดนมึงกอดเนี่ยซั้ซ!!!!

 

 
 

ชานยอลดันคนตัวเล็กออกแล้วถอยหลังออกมาสามก้าว นี่ถ้าไม่ติดว่าตลับเมตรอยู่ในกระเป๋าเป้คงได้ล้วงออกมาสร้างบาเรียป้องกันให้ตัวเอง แบคฮยอนยืนทำตาปริบ ๆ ก่อนจะรู้ว่าเผลอเข้าใกล้อีกฝ่ายมากเกินไป

 

เอาเงินนี่ไปกินข้าวกัน

 

โอเค

 

มึงถือเงินไว้ เด็กตัวสูงว่าแล้วยื่นแบงค์ห้าพันวอนให้อีกฝ่าย มนุษย์ฮอบบิทมันชักจะทำตัวอันตรายเข้าไปทุกวันแล้ว เห็นทีว่าเขาต้องถือตลับเมตรไว้ตลอดเวลา ไม่งั้นล่ะได้เกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าช็อตแบบเมื่อกี้อีกแน่

 

ชานยอลจีบมือจับธนบัตรไว้ นี่เขาระแวงไอ้บ้านนอกขึ้นสมองเลยเหรอวะ แต่อย่าว่างู้นงี้เลย แค่ยืนมองหน้ามันเฉย ๆ ไอ้ความรู้สึกตอนถูกกอดเมื่อครู่ก็แล่นปราดเข้ามาในหัวอย่างห้ามไม่ได้แล้ว

 

แบคฮยอนมองคนตัวสูงแล้วจะคว้าเงินเอาไว้แต่ชานยอลดันปล่อยก่อนเพราะกลัวมือสัมผัสกันจนกระทั่งธนบัตรห้าพันวอนปลิวไปตามสายลม

 

เจ๊ททททททททททททททททท!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

ไม่นะ มันลอยไปโน่นแล้วอ่ะชานยอล!!!”

 

มึงทำอะไรของมึงเนี่ยไอ้บ้านนอก!!!”

 

เราเปล่าสักหน่อยอ่ะ ชานยอลนั่นแหละปล่อยมือออกก่อน!!!”

 

ฮึ่ย!!!!”

 

 

เด็กหนุ่มทั้งสองมองหน้ากันเพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นก่อนจะวิ่งตามแบงค์ห้าพันที่ปลิวไปตามแรงลมด้วยความเร็วทั้งหมดที่มี  วูบหนึ่งเหมือนได้ยินเสียงแว่ว ๆ ดังมาจากเงินแบงค์นั้นว่าบายจ้าและแน่นอนว่าปาร์คชานยอลจะไม่ยอมเสียเงินก้อนสุดท้ายในชีวิตไปแน่!!!

 

นอกเหนือจากเรื่องเงินที่กำลังโบยบินหนีไปก็คงเป็นสองขาสั้น ๆ ของไอ้บ้านนอกนั่นแหละที่ทำให้เขาตกใจเข้าไปอีก นี่มึงเป็นนักวิ่งทีมชาติหรือยังไงทำไมถึงได้วิ่งเร็วชนิดว่ามอเตอร์ไซค์ที่ขับผ่านยังต้องเหลียวหลังมอง

 

ย๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

 

 

หายไปแล้ว...

 

 

มนุษย์ฮอบบิทมันกระโดดข้ามรั้วกั้นของสวนสาธารณะเข้าไปจนพงหญ้าถึงกับสั่นไหว ชานยอลเห็นท่าไม่ดีเลยรีบวิ่งตามไปดูก่อนจะผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่งเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กนอนแผ่หลาอยู่บนพื้นหญ้าโดยมีกลีบดอกไม้ติดอยู่ตามเส้นผมและแก้มขาว

 

ไอ้บ้านนอกกระชับแว่นให้เข้าที่ก่อนจะชูแบงค์ห้าพันวอนยับ ๆ ในมือให้เขาดู ซึ่งชานยอลก็ได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ กับรอยยิ้มและความบ้าบิ่นของอีกคน

 
 

 

 

 

 

รามยอนสองซองคือสิ่งที่พระเจ้าประทานมาให้สำหรับคืนนั้น พอเช้าวันรุ่งขึ้นชานยอลก็ต้องตื่นพร้อมไอ้บ้านนอกทั้งที่ปกติเขามักจะฝืนลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวแต่เช้าเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการเจอหน้ามัน แต่เพราะวันนี้เขาทั้งคู่ไม่มีเงินและเมื่อคืนก็คุยกับมันแล้วว่าจะไปธนาคารตอนเช้าแล้วค่อยปีนเข้าโรงเรียนเอา ซึ่งตอนแรกมนุษย์ฮอบบิทมันไม่เห็นด้วย แต่พอบอกว่าตอนเย็นไม่ว่างนั่นแหละมันถึงได้ยอม

 

อันที่จริงจะไปขอยืมเงินไอ้จงอินก่อนก็ได้ถ้าเป็นเรื่องกินข้าวเที่ยง แต่เป็นเพราะผลบอลเมื่อคืนแจ้งผ่านไลน์มานี่แหละที่ทำให้ปาร์คชานยอลเห็นหายนะอยู่รำไร แทบอยากจะยกตีนซ้ายก่ายขมับกับความเสียหายที่ได้รับในครั้งนี้

 

พอหันไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนสนิทตัวดีมันก็ด่ายับไม่มีเหลือ อย่างที่รู้กันว่าไอ้จงอินเป็นคนแนะนำให้เขาไปหาพิเศษทำมากกว่าเล่นการพนันเป็นไหน ๆ ส่วนไอ้เทานี่ไม่ต้องพูดถึง รายนั้นก็โดนแดกเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเพื่อนรักหมายเลขสองจึงไม่มีปัญญาเจียดเงินมาจ่ายช่วยเขา

 

มีคนบอกว่าคนเราต้องผ่านมรสุมชีวิตที่มันหนักหนาสาหัสจนคิดว่าเชี่ยเย้ย ทำไมกูต้องมาเจอเรื่องกะโปก ๆ แบบนี้ด้วยวะสักครั้งหนึ่ง และปาร์คชานยอลคิดว่านี่คือบททดสอบครั้งที่สองหลังจากที่เขาทำการหนีออกจากบ้านมาอย่างอาจหาญโดยที่ไม่มีใครคิดจะตามหา (โศกสัด ๆ)

 

เพราะงั้นการพาไอ้บ้านนอกไปธนาคารแล้วแกล้งทำเป็นหวังดีหยิบยื่นความช่วยเหลือให้ทุกอย่างเพื่อสร้างความประทับใจให้คงจะดีที่สุด และแน่นอนว่ามันได้ผล พอไปถึงธนาคารปาร์คชานยอลคนนี้ก็ตีสองหน้าเอามืออันมีค่าทาบลงบนแผ่นหลังมันแล้วดันเข้าไปข้างในพร้อมผายมือให้ว่าควรเดินไปทางไหนและทำอะไรบ้าง ซึ่งมนุษย์ฮอบบิทมันยิ้มตลอดรายการแถมบอกอีกว่า

 
 

เพราะชานยอลไม่ได้กินข้าวเช้าใช่ไหมถึงได้ใจดีแบบนี้ ดีจังเลยอ่ะ เราอยากให้ชานยอลอดข้าวตลอดไป

 
 

ได้ยินอย่างนั้นแล้วถึงกับตีนกระตุกเป็นจังหวะดั๊บสเต็ปแม้ว่าปากจะยังคงยิ้มให้อย่างเป็นมิตร นี่ถ้าไม่ติดว่ากูหวังอยากยืมเงินมึงล่ะก็รองเท้าผ้าใบข้างขวานี้คงได้แลนดิ้งไปสัมผัสง่ามดากคนแถวนี้แน่ไม่ต้องสืบ

 

และกว่าจะง้างปากขอยืมเงินมันได้ก็ลำบากเหลือเกิน ต้องเข้าใจนิดนึงว่าตั้งแต่เกิดมานี่เป็นครั้งแรกที่รอมาเนิ่นนาน...ถุ้ย! ไม่ใช่ละ! คือจะบอกว่านี่เป็นครั้งแรกที่ขอยืมเงินคนอื่น ถ้าไม่นับไอ้จงอินที่ขอให้มันจ่ายไปก่อนแล้วเนียนไม่คืนเงินน่ะนะ

 

คนที่เคยสุขสบายมาทั้งชีวิตอย่างปาร์คชานยอลยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ อันนี้เข้าใจ เพราะงั้นเขาขอเรียนรู้วิธีตอแหลยังไงให้ได้เงิน ก่อนก็แล้วกัน ซึ่งไอ้บ้านนอกมันก็ใช้เวลานานเหลือเกินกับการตัดสินใจ ก็แค่สองแสนวอนเองป่ะวะ สุดท้ายมันก็ยอมกดเงินออกมาให้แล้วบอกว่า

 

 

ชานยอลเอาไปใช้ให้ดีนะ เงินมันหายาก

 

 

เด็กตัวสูงก็แค่ยิ้มกว้างแล้วกรีดเงินในมืออย่างพอใจก่อนจะเอื้อมมือไปยีหัวมันเป็นการขอบคุณ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็กินข้าวในห้าง พอเดินผ่านโซนเครื่องครัวในบ้านเลยแวะหยุดดูตู้เย็นขนาดเล็ก ไอ้เตี้ยใช้เวลาคิดอยู่นานก่อนจะหันมาถามความเห็นจากเขา ตอนนั้นขี้เกียจยืนอยู่แถวนั้นนานเลยชี้นิ้วส่ง ๆ ไปแต่มันเสือกเห็นด้วยซะอย่างนั้น

 

มนุษย์ฮอบบิทมองนาฬิกาข้อมือแล้วเอื้อมมาสะกิดแขนเขาเบา ๆ เป็นเชิงบอกว่าสายมากแล้ว ซึ่งปาร์คชานยอลก็ไม่ได้มีอารมณ์จะเดินเอ้อละเหยลอยชายกับมันสองต่อสองในห้างอย่างกับคู่รักมาเดทกัน เพราะงั้นเขาทั้งสองคนเลยกลับโรงเรียนโดยการปีนรั้วเข้าไป

 

 

 

 
 

ชีวิตกลับเข้าสู่โหมดปกติหลังจากเสียบอลไปเหยียบสองแสน นี่นั่งให้ไอ้จงอินด่าอยู่นานจนต้องยกมือไหว้ขอให้มันหยุด ไม่รู้จะอธิบายยังไงเพื่อนถึงจะเข้าใจ ก็คนไม่อยากทำงานนี่ครับมันเหนื่อย อยู่ในวัยเรียนก็ต้องกินกับนอนสิถึงจะถูก ให้ออกไปลำบากตรากตรำแบบนั้นมันใช่เรื่องที่ไหน

 

แต่ความชิบหายก็มาเยือนเมื่อหันไปข้างหลังแล้วพบว่ามนุษย์ฮอบบิทมันยืนฟังอยู่กับแก๊งคนแคระทั้งสาม นี่ถึงกับยืนขึ้นพร้อมขนแขนที่ลุกตั้งอย่างไม่ได้นัดหมาย จากสายตามองเหยียดของเพื่อนมันแล้วก็พอจะเข้าใจว่าบทสนทนาเรื่องเสียบอลเมื่อครู่คงลอยเข้าหูซ้ายและฝังอยู่ในซีรีบรัมของพวกมันทุกคนโดยที่ไม่ทะลุหูขวา และจากสีหน้าของไอ้บ้านนอกที่มองมายังเขาด้วยสายตาตัดพ้ออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

 

ซึ่งปาร์คชานยอลไม่รู้ว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้เห็นหน้ามันชัด ๆ

 
 

 

 

 

 

เกือบอาทิตย์นึงแล้วที่ต้องทนอยู่กับความรู้สึกผิดในใจ ทั้งที่จะทำเป็นเฉยแล้วมองผ่านไปโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรก็ยังได้ แต่พอกลับไปแล้วเห็นไอ้เตี้ยหลับคากองการบ้านบ่อย ๆ อีกทั้งตอนเช้ามันก็ดูเพลีย ๆ ก็ได้แต่สงสัยว่าช่วงนี้มันเป็นอะไร

 

ชานยอลเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอหันไปมองคนตัวเล็กที่นั่งสัปหงกอยู่ตลอดตอนที่อาจารย์กำลังสอนจนกระทั่งหวงจื่อเทาทักขึ้นมา เด็กตัวสูงได้แค่ไหวไหล่แล้วเอนหลังพิงกับเก้าอี้ก่อนจะแอบหันไปอีกครั้ง

 

พอถึงเวลาพักเที่ยงก็บอกให้ไอ้จงอินกับไอ้เทาลงไปก่อน วันนี้เป็นไงเป็นกัน ต่อให้เขาจะรำคาญไอ้มนุษย์ฮอบบิทแค่ไหนแต่การที่มันเพิกเฉยเขาโดยที่ไม่ทำตัวปัญญาอ่อนเหมือนอย่างเคยมันก็เป็นเรื่องน่าหงุดหงิด นี่ปาร์คชานยอลไม่ได้ควักตลับเมตรออกมาใช้นานแค่ไหนแล้ว

 

ร่างเล็กหยุดยืนอยู่หน้าห้องน้ำชายเมื่อเปิดประตูออกมาแล้วเห็นใครอีกคนยืนขวางทางอยู่ ไอ้บ้านนอกมองหน้าเขาแค่ครู่เดียวแล้วก็ทำท่าจะเดินหนีไปและแน่นอนว่าชานยอลไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้น มือใหญ่คว้าไหล่บางเอาไว้แล้วดันให้กลับไปยืนที่เดิม ซึ่งเขาได้ยินเสียงถอนหายใจของไอ้เตี้ยอย่างชัดเจน

 

มึงจะคิดมากทำไมวะ กูแค่ยืมเงินมึงเดี๋ยวก็คืนแล้ว

 

เราไม่ได้โกรธเรื่องคืนไม่คืน แต่เราโกรธที่ชานยอลโกหกเรา แบคฮยอนเงยหน้ามองอีกคนอย่างตัดพ้อ

 

จะโกหกหรือพูดความจริงยังไงกูก็คืนเงินมึงอยู่ดีป่ะ

 

ใช่ แบคฮยอนเว้นจังหวะไปชั่วอึดใจแล้วหลุบสายตาลง แต่เราอุตส่าห์เป็นห่วงชานยอลอ่ะ ก็ถ้าบอกว่าเอาไปเล่นการพนันตั้งแต่แรกเราก็คงไม่คิดอะไร

 

ถ้าบอกมึงก็ไม่ให้กูยืมดิ

 

ก็แค่ตอนแรก... เสียงของคนตัวเล็กแผ่วลง เขาเห็นว่าไอ้บ้านนอกมันทำหน้าจริงจังอย่างกับว่าเสียใจนักหนา แล้วตาคู่นั้นน่ะจะใสไปไหน อย่าร้องไห้นะเว้ยเพราะถ้าชานยอลตื้อเราก็ใจอ่อนอยู่ดี

 

...

 

แต่ชานยอลโกหกเรา บอกว่าต้องเอาเงินไปใช้หนี้ที่ยืมคนอื่นมาตอนหนีออกจากบ้านช่วงแรก ๆ เรากลัวชานยอลนอนไม่หลับ กลัวไม่สบายใจถึงได้ให้ยืมไป แล้วมันคืออะไรล่ะ ชานยอลคิดว่าเรารวยมากเหรอ เงินทั้งหมดที่ใช้อยู่ทุกวันนี้มันมาจากน้ำพักน้ำแรงของแม่เรานะ

 

...

 

ถึงเราจะเป็นคนบ้านนอกโง่ ๆ แต่เราก็เห็นชานยอลเป็นเพื่อนคนนึง ถึงชานยอลจะไม่เคยคิดแบบนั้นเลย

 

 

หน้าชาไปหมด...

 

ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องมารู้สึกผิดเพราะคำพูดของคนที่ปากบอกว่ารำคาญเต็มกลืนอย่างมัน ก็ไม่แปลกหรอกที่จะรู้สึกแบบนี้เพราะปาร์คชานยอลก็แค่เป็นเด็กเกเร ไม่ได้ถึงขั้นเป็นคนเลว เวลามีคนพูดแทงใจดำหน่อยมันก็มีบ้างที่จะสะเทือน ตอนนี้เขาได้เพียงแค่ยืนอยู่เงียบ ๆ ตามลำพังในขณะที่อีกคนเดินไปแล้ว

 

 

 

 

อยู่บ้านหลังเดียวกัน นอนหันหลังให้กันอย่างกับคู่ชีวิตที่ใกล้จะหย่าร้าง นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วป่ะอะไรจะเคืองเรื้อรังขนาดนั้น ที่โรงเรียนไม่มองหน้าก็ว่าเกินไปแล้วแต่พอกลับมาถึงบ้านก็เจอแต่ความว่างเปล่า ไอ้บ้านนอกมันหลับคากองหนังสืออีกแล้วและเขาก็ไม่ได้หล่อพอที่จะเดินไปปลุกมันให้ลุกไปนอนดี ๆ เพราะเดี๋ยวตกดึกมันก็คลานมานอนเองนั่นแหละ

 

ถึงจะไม่คุยกันสักคำแต่มนุษย์ฮอบบิทก็ยังมีน้ำใจแบ่งข้าวกล่องสำเร็จรูปให้เขา ที่รู้ก็เพราะเห็นฝากล่องเขียนว่า ให้ นั่นแหละถึงได้ยอมกิน

 

วันนี้มีเรียนพละ ชานยอลกลับขึ้นมาบนห้องเพื่อเอาที่ชาร์ตแบตสำรองในกระเป๋า แต่ยังไม่ทันเข้าไปในห้องก็ต้องหยุดยืนอยู่หน้าประตูทันทีที่ได้ยินเสียงคนคุยกันข้างใน

 

เมื่อไหร่จะใส่กางเกงเสร็จล่ะจุนมยอน

 

อีกนิดเดียวน่า

 

คยองซูกับแบคฮยอนรออยู่นะ เราจะไม่ได้ซ้อมวิ่งผลัดก็เพราะนายเนี่ย

 

เออ รู้แล้ว อย่าเร่งนักสิ

 

ได้ยินเสียงบ่นอุบอิบเบา ๆ ก่อนเสียงนั้นจะเงียบไป ปาร์คชานยอลชั่งใจว่าจะเดินแหวกเข้าไปเลยดีไหม เพราะถ้าทำแบบนั้นพวกคนแคระต้องนินทาเขาแน่

 

ว่าแล้วก็หดหู่ไม่หาย นายว่าไหม?

 

เรื่องแบคฮยอนน่ะเหรอ?

 

ใช่ ตอนแรกฉันคิดว่าเขาเป็นลูกคนรวยที่อยากลองใช้ชีวิตในเมืองกรุงซะอีก ที่ไหนได้ต้องย้ายมาเพราะบ้านโดนญาติยึด

 

จะเรียกว่ายึดก็คงไม่ถูก คนพวกนั้นน่ะทำตัวเป็นกาฝากชัด ๆ ตีเนียนเข้ามาอยู่หน้าตาเฉยแล้วกดดันหมอนั่นจนต้องย้ายออกมาต่างหาก

 

ฉันล่ะเกลียดพวกที่ชอบกดขี่ข่มเหงเด็กจริง ๆ ถ้าแม่แบคฮยอนไม่เสียเพราะโรคมะเร็งคนพวกนั้นก็คงไม่กล้าหรอกเชื่อดิ

 

เออไง แล้วอย่างหมอนั่นก็ดูท่าว่าจะไม่สู้คนด้วย

 

เป็นนายจะทำไง? ถ้าวันหนึ่งนายต้องอยู่ตัวคนเดียวโดยที่ไม่มีพ่อกับแม่อีกแล้ว?

 

อย่าพูดอย่างนั้นสิจงแด แค่คิดก็จะร้องไห้แล้ว ถ้าไม่มีพวกเขาฉันคงเสียหลักไปเลยล่ะ

 

เอาเป็นว่าเราทั้งสามคนต้องเอาใจใส่แบคฮยอนให้มาก ๆ นะ หมอนั่นจะได้ไม่รู้สึกว่าอยู่ตัวคนเดียว

 

ตกลง

 

บทสนทนาเมื่อครู่ทำให้ขาทั้งสองข้างก้าวไม่ออก โทรศัพท์ในมือนั้นถูกกำไว้แน่นจนรู้สึกเจ็บไปหมดเมื่อภาพรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของใครอีกคนลอยเข้ามาในหัว คนที่เขาเคยคิดว่าคงไม่เคยเจอเรื่องราวร้าย ๆ ในชีวิตแน่ แต่ปาร์คชานยอลคิดผิดทุกอย่าง

 

แต่ชานยอลโกหกเรา บอกว่าต้องเอาเงินไปใช้หนี้ที่ยืมคนอื่นมาตอนหนีออกจากบ้านช่วงแรก ๆ เรากลัวชานยอลนอนไม่หลับ กลัวไม่สบายใจถึงได้ให้ยืมไป แล้วมันคืออะไรล่ะ ชานยอลคิดว่าเรารวยมากเหรอ เงินทั้งหมดที่ใช้อยู่ทุกวันนี้มันมาจากน้ำพักน้ำแรงของแม่เรานะ

 

 

ฉันว่าที่แบคฮยอนต้องไปทำงานพิเศษก็เพราะถูกปาร์คชานยอลเกาะนั่นแหละ

 

ทุเรศจริง ๆ นะ ฉันว่าเขาควรไล่หมอนั่นออกไปสักที ไม่งั้นในอนาคตต้องลำบากเพราะถูกดูดจนเงินหมดตัวแน่

 

 

งานพิเศษงั้นเหรอ?

 

 

ชานยอลสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเดินไปหลบอยู่หลังเสาเมื่อเสียงประตูห้องเลื่อนออก เด็กหนุ่มชะโงกหน้าออกไปดูเพียงเล็กน้อยแล้วก็เห็นว่าคิมจุนมยอนกับคิมจงแดเดินออกไปแล้ว แต่ปัญหามันอยู่ที่ขาของเขาที่มันก้าวไปไหนไม่ได้ และความคิดในตอนนี้ก็เช่นกัน

 

 

ในหัวของปาร์คชานยอลมีแต่เรื่องของไอ้บ้านนอกอยู่เต็มไปหมด...

 


 

 

เป็นไรวะ

 

ทำหน้าอย่างกับโดนแฟนทิ้ง โอ้ะลืมไปว่าเพื่อนกูโสดมานานแล้ว

 

จงอินกับเทาหันไปแท็กมือกันก่อนจะหัวเราะออกมาในขณะที่เด็กตัวสูงอีกคนยังคงทอดสายตาไปยังลู่วิ่งข้างสนามฟุตบอล แน่นอนว่าตอนนี้สายตาของเขายังจับจ้องอยู่กับคนตัวเล็กที่กำลังวิ่งส่งไม้ผลัดอย่างตั้งใจ

 

กูบอกแล้วว่าสักวันมันต้องทนมึงไม่ไหว แต่ไวเกินคาดว่ะ เป็นเสียงของจงอินที่พูดประโยคนี้คนบ้านนอกเขาเซนซิทีฟเรื่องความไว้ใจนะมึงไม่รู้เหรอ

 

ใช่ คนบ้านนอกชอบคิดว่าคนกรุงมีแต่พวกตอแหล ไม่จริงใจ จื่อเทาเสริม

 

ที่มันโกรธไม่ใช่เพราะกลัวว่ามึงไม่คืนเงินหรอก แค่มันคงเซ็งที่มึงไปโกหกมันอ่ะ

 

พวกมึงสองคนหยุดพูดก่อนได้ป่ะห่า เด็กตัวสูงถอนหายใจอย่างรำคาญ ทำเอาอีกสองหนุ่มถึงกับเลิกคิ้วมองกันอย่างไม่เข้าใจ มันก็นานมากแล้วนะที่ไอ้ชานยอลไม่เคยแสดงออกแบบนี้กับพวกเขา เพราะส่วนมากก็อย่างเห็น ๆ ว่ามีแต่มันนั่นแหละที่เป็นฝ่ายถูกรำคาญเพราะนิสัยส่วนตัว

 

จะมานั่งเครียดมันก็ไม่ช่วยอะไรป่ะวะเฮ้ย จื่อเทามองเพื่อนอย่างระอา ก็รู้หรอกนะว่าปาร์คชานยอลเป็นคนยังไง ถ้าถามถึงบุรุษงี่เง่าออฟเดอะเยียร์ก็คงหาคนรับรางวัลได้ง่าย ๆ เลย และคิดว่าไอ้จงอินก็คงเห็นด้วย

 

ก็แค่ไปขอโทษ คนซื่อ ๆ อย่างมันคงไม่ได้ต้องการอะไรจากมึงมากไปกว่านี้หรอกเชื่อดิ

 

...

 

เด็กหนุ่มทั้งสามคนมองไปยังคนตัวเล็กที่ยืนหอบหายใจอยู่ข้างสนาม โดยมีจุนมยอนกับจงแดเข้าไปประคบประหงมราวกับว่ามันจะขาดใจตายเสียเดี๋ยวนั้นถ้าไม่ได้ดื่มน้ำหรือซับเหงื่อออกจากใบหน้า

 

จนถึงตอนนี้ปาร์คชานยอลก็ยังสับสนในความรู้สึก แน่นอนว่าเขายังคงหมั่นไส้ความกวนตีนปนซื่อบื้อของไอ้มนุษย์ฮอบบิท แต่ทั้งหมดนั้นถูกเบียดเข้าไปด้วยความเห็นใจ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าถ้าเกิดไอ้หมอนั่นนิสัยต่างจากที่เป็นอยู่เขาจะยังรู้สึกแบบนี้ไหม? ถ้าเกิดมันไม่ให้ยืมเงิน ถ้ามันเห็นแก่ตัวกินข้าวคนเดียวโดยที่ไม่สนใจจะทิ้งข้าวกล่องสำเร็จรูปไว้ให้...

 

 

ถ้าเกิดมันไม่เป็นห่วงเขาสักนิด...ปาร์คชานยอลจะยังรู้สึกแบบนี้อยู่หรือเปล่า?

 

 

 

 

ท้องฟ้าเป็นสีส้มปนคราม แสงจากเสาไฟฟ้าค่อย ๆ เปิดทีละดวงเมื่อถึงเวลา ร่างเล็กกระชับกระเป๋าเป้เดินไปตามทางอย่างไม่เร่งรีบโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครคนหนึ่งตามมาตั้งแต่หน้าโรงเรียน

 

เขาเห็นว่าไอ้บ้านนอกก้มลงเก็บเหรียญที่เด็กผู้หญิงคนนึงทำตก แต่เธอคนนั้นไม่ได้สนใจใยดีที่จะหันมาเก็บมันเลยด้วยซ้ำ ผู้หญิงคนนั้นเอาแต่คุยกับเพื่อนจนกระทั่งไอ้เตี้ยเดินไปสะกิดแขน เธอดูงง ๆ และสายตาของเพื่อนผู้หญิงอีกสามคนที่มองไอ้บ้านนอกก็ดูเหยียดพอสมควร แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับแบมือออกเพื่อรับเหรียญคืนก่อนที่คนตัวเล็กจะเดินต่อไป

 

ต่อให้อยู่ไกลเป็นกิโลเขาก็จำไว้ว่าสี่คนนั้นเป็นใคร พวกเธอคือแก๊งนางฟ้าที่หนุ่ม ๆ ครึ่งหนึ่งในโรงเรียนอยากจะเดินควงใครสักคนไปเดทด้วยโดยเฉพาะฮันซอนฮวากับจอนฮโยซองที่ฮ๊อตสุด ๆ

 

ชานยอลล้วงกระเป๋ากางเกงวอร์มทั้งสองข้างพลางเคี้ยวหมากฝรั่งเดินผ่านไป ได้ยินแว่ว ๆ ว่าผู้หญิงกลุ่มนั้นกำลังพูดถึงเขา จากที่สังเกตมานานแถมไอ้เทามาไซโคให้ฟังก็พอจะรู้ว่าจอนฮโยซองน่ะแอบชอบเขาอยู่ แต่การหันไปยิ้มอ่อยหรือเข้าไปทักทายก่อนมันก็ไม่ใช่นิสัย เพราะงั้นก็ควรเดินตามไอ้เตี้ยต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะรู้ว่ามันทำงานพิเศษที่ไหน

 

สุดท้ายก็ได้คำตอบเมื่อเห็นร่างเล็กเดินเข้าไปในซุปเปอร์แห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านเช่ามากนัก เขาแอบเดินเข้าไปส่องดูผ่านกระจกใสบานใหญ่และก็ได้เห็นว่าไอ้บ้านนอกกำลังเดินออกมาพร้อมเสื้อพนักงาน มันยิ้มทักทายคนที่อยู่หน้าแคชเชียร์ก่อนจะออกมากับไม้ถูพื้น

 

เวรเอ้ย...

 

ไอ้บ้านนอกถูพื้นร้านอย่างตั้งใจ พอมีลูกค้าเข้าไปข้างในก็โค้งหัวทักทายพร้อมรอยยิ้มจนอดเอามาเปรียบเทียบกับตัวเองไม่ได้ว่าถ้าเขาอยู่อย่างนั้นจะยังยิ้มให้คนอื่นได้อยู่หรือเปล่า การเก็บความเศร้าไว้ใต้รอยยิ้มนี่มันทำกันได้จริง ๆ น่ะเหรอ?

 

แค่คิดว่าต้องอยู่คนเดียวในโลกแล้วหันไปไม่เจอใคร มันก็เป็นเหตุผลที่จะทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของปาร์คชานยอลจางหายไปได้แล้ว แต่ไอ้บ้านนอกกลับอยู่ได้และยิ้มให้กับทุกคนที่เข้าหาโดยที่ไม่แสดงออกให้เห็นเลยว่าความจริงแล้วกำลังรู้สึกยังไงอยู่

 

 

นั่นน่ะสิ...จริง ๆ แล้วมันเป็นคนยังไงกันแน่?

 

 

นานพอสมควรกับการที่ปาร์คชานยอลวนเวียนอยู่แถวนั้น ถูกต้องแล้ว เขาไม่ใช่คนที่จะทนอยู่กับอะไรนาน ๆ ได้ แต่น่าแปลกที่เขากลับนั่งอยู่ตรงนี้เป็นชั่วโมงโดยที่ไม่เบื่อไปก่อน ในหัวมันมีแต่เรื่องของไอ้บ้านนอกอยู่เต็มไปหมด ไอ้มนุษย์ฮอบบิทที่ชอบกวนโมโหเขาด้วยสีหน้าและคำพูดซื่อ ๆ นั่นน่ะ

 

มือถือเป็นอย่างเดียวที่ช่วยฆ่าเวลาและทำให้มือไม่ว่าง อันที่จริงเขาควรจะไปเที่ยวเล่นเตร็ดเตร่กับไอ้เทาหรือไม่ก็รอไอ้จงอินเรียนเสริมเสร็จ แล้วหลังจากนั้นก็ไปหาอะไรอร่อย ๆ กินกันเหมือนอย่างเคย แต่วันนี้เขากลับไม่รู้สึกอยากทำอะไรสักอย่างนอกจากรอไอ้บ้านนอกเลิกงานไว ๆ

 

ห้าทุ่มคือเวลาเลิกงานสินะ เด็กหนุ่มเห็นว่าใครอีกคนเดินออกจากร้านในสภาพชุดพละเหมือนในทีแรก พอคนตัวเล็กเดินเข้าไปในตรอกเพื่อตรงไปยังบ้านเช่าเขาก็หยุดฝีเท้าแล้วถอนหายใจ

 

 

 

 

เกือบยี่สิบนาทีเลยที่ปาร์คชานยอลนั่งโง่อยู่บนขั้นบันไดสนิมโดยไม่ยอมเข้าไปในบ้าน สำหรับคนที่ไม่ค่อยขอโทษใครก็คงต้องใช้เวลาทำใจหน่อยล่ะ นี่กังวลว่าถ้าเกิดพูดไปแล้วมนุษย์ฮอบบิทมันดันเพิกเฉยทำเป็นไม่สนใจแล้วเขาจะทำยังไง และถ้าเกิดมันพูดจากวนตีนเยาะเย้ยล่ะ?

 

แค่คิดก็เครียดแล้วจริง ๆ บางทีปาร์คชานยอลก็อยากเป็นคนไร้สามัญสำนึกแล้วประชดชีวิตด้วยการทำตัวชุ่ย ๆ เหมือนอย่างที่ชอบทำ แต่พอคิดอย่างนั้นทุกอย่างก็วกกลับมาที่เรื่องไอ้เตี้ยไม่มีพ่อไม่มีแม่อีกล่ะ แล้วมันก็ดูน่าสงสารเกินกว่าที่เขาจะทำตัวแย่ ๆ ใส่อย่างที่เคย

 

เปิดประตูบ้านเข้าไปแล้วก็พบกับสภาพเดิมไม่มีผิด แต่อาจเป็นเพราะว่าอีกคนเพิ่งอาบน้ำเสร็จและกำลังจะทำการบ้าน ดวงตาคู่นั้นเลยปรือมองมายังเขาก่อนจะหันกลับไปสนใจหนังสือและสมุดบนโต๊ะญี่ปุ่นต่อ

 

ชานยอลยังไม่ได้เปิดบทสนทนาที่เตรียมมาหลายชั่วโมง ถ้าไอ้จงอินกับไอ้เทารู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่มีหวังโดนล้อยันลูกบวช เด็กตัวสูงวางกระเป๋าเป้ลงแล้วตรงเข้าไปอาบน้ำ แน่นอนว่าช่วงเวลาตอนยืนอยู่หน้าฝักบัวนั้นเขาก็เรียบเรียงคำพูดให้มันดูไม่แข็งแต่ก็ไม่อ่อนจนเกินไป

 

เด็กตัวสูงเดินออกมาในสภาพเสื้อยืดกับกางเกงขายาวเตรียมพร้อมที่จะนอน ก้มลงหยิบมือถือขึ้นมาเสียบชาร์ตแบตก่อนจะมองไปยังคนตัวเล็กที่ยังคงฝืนทำการบ้านต่อไปโดยไม่คิดจะทำให้ผมแห้งก่อน

 

ชานยอลหายใจเข้าลึก ๆ แล้วให้กำลังใจตัวเอง ถ้าเกิดมันไม่สนใจในสิ่งที่เขาพูดก็ตบหัวเรียกสติไปซะ แต่ถ้ามันกวนตีนก็ต้องตบหัวอีกเหมือนกัน

 

สองขายาวก้าวมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะญี่ปุ่นก่อนจะหยัดตัวนั่งขัดสมาธิ คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมองโดยที่มีมือข้างหนึ่งคอยค้ำหน้าผากเอาไว้ไม่ให้หน้าทิ่มลงไป ชานยอลเลียริมฝีปากอย่างประหม่า เขานับในใจว่าหนึ่ง สอง สาม...ก่อนที่จะเริ่มบทสนทนากับอีกคน

 

กูขอโทษ

 

...

 

เดี๋ยวจะรีบหาเงินมาคืนให้ โอเคไหม?

 

... แบคฮยอนปรือตามองคนตัวสูงก่อนจะหลุบสายตาลง ตอนนี้มือเล็กยังคงถือปากกาไว้แม้ว่าจะทำการบ้านไปได้ไม่ถึงไหน ชานยอลกลืนน้ำลายลงอย่างฝืดคอ บางทีไอ้บ้านนอกก็น่าจะพยักหน้าหรือแสดงออกมาบ้างว่าโอเคหรือไม่โอเค

 

กูจะไม่โกหกมึงแล้วก็ได้ห่า เลิกงี่เง่าทีได้ป่ะอึดอัดเว้ย

 

อือ เรารู้แล้ว

 

รู้ไรมึง พูดจบก็เอานิ้วดันหน้าผากมนให้เงยขึ้น แบคฮยอนกระพริบตาช้า ๆ ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ

 

เราไม่รู้อ่ะ...ชานยอลพูดอะไรบ้างเราคิดไม่ทันแล้ว...เราง่วง

 

ง่วงก็นอนดิ จะนั่งฝืนทำทำไม

 

ก็เรายังทำการบ้านไม่เสร็จ... จู่ ๆ เสียงอู้อี้ของไอ้เตี้ยก็น่าเอ็นดูขึ้นมาในสายตาเขาเสียอย่างนั้น และตอนนี้ชานยอลก็ยังไม่ละมือออกจากหน้าผากคนตัวเล็กกว่า ชานยอลทำเสร็จหรือยัง ต้องส่งพรุ่งนี้ก่อนสิบโมงนะ

 

ยัง ไว้ไปทำที่โรงเรียน พูดจบก็ปล่อยมือออกมา โอเค อย่างน้อยไอ้เตี้ยมันก็ยอมพูดกับเขาโดยที่ไม่มองด้วยสายตาตัดพ้อเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว

 

ทำสิ...

 

ทำ...เฮ้ย!” ชานยอลรีบเอามือไปรองศีรษะที่เกือบทิ่มฟาดโต๊ะญี่ปุ่นไว้ได้ทัน เด็กหนุ่มเบิกตาอย่างตกใจเมื่อตอนนี้คนตัวเล็กนั้นทิ้งตัวไปตามแรงโน้มถ่วงของโลกแทนที่จะลุกขึ้นนั่งดี ๆ หลังจากได้รับความช่วยเหลือจากเขาไอ้บ้านนอก

 

...

 

มึงหลับ? เด็กตัวสูงขมวดคิ้วมองอีกฝ่าย ซึ่งสิ่งที่มองเห็นตอนนี้ก็มีเพียงแค่เส้นผมที่ยังเปียกอยู่กับปลายจมูกรั้นเท่านั้น

 

ชานยอลถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นนั่งคุกเข่า จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ปล่อยมือออกจากศีรษะคนตัวเล็ก เด็กตัวสูงค่อย ๆ อ้อมไปนั่งข้าง ๆ อีกฝ่ายแล้วประคองศีรษะนั้นลงบนโต๊ะญี่ปุ่นอย่างเบามือ

 

ตลับเมตรจะช่วยอะไรกูได้ไหม ณ จุดนี้ เด็กหนุ่มมองเสี้ยวหน้าของมนุษย์ฮอบบิทที่หลับไม่รู้เรื่องทั้งที่ยังถือปากกาไว้ในมือ ชานยอลถอนหายใจครั้งที่แสนล้านแล้วเขารู้สึกอย่างนั้น มือใหญ่เอื้อมไปดึงปากกาออกแล้ววางไว้บนโต๊ะก่อนจะหันซ้ายขวาดูว่าจะเอายังไงกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ดี?

 

จะให้อุ้มมันไปนอนน่ะเหรอ...ฝันไปเถอะ แต่ถ้าจะปล่อยให้ฟุบหลับอยู่ตรงนี้ทั้งที่หัวยังเปียกอยู่ก็ขัดใจ แล้วการปลุกมันขึ้นมาก็คงเป็นเรื่องยาก เด็กตัวสูงดึงผ้าขนหนูผืนเล็กออกมาจากรอบคอแล้วโปะลงบนศีรษะคนตัวเล็ก พอเริ่มออกแรงเช็ดหัวมันก็โยกไปตามแรงจนขาโต๊ะญี่ปุ่นถูกับพื้นห้องจนเกิดเสียง เอ้าเจริญเถอะมึง

 

เวรเอ้ย...

 

สบถกับตัวเองเบา ๆ แล้วช้อนศีรษะตัวเจ้าปัญหาขึ้นมาอย่างเบามือ ร่างไร้เรี่ยวแรงเอนพิงกับอกแกร่งตามการควบคุมของคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อย่างไม่ตั้งใจ ชานยอลนิ่วหน้าจิกเล็บจนหงิกเพราะตอนนี้กลิ่นสบู่และแชมพูของคนข้าง ๆ ลอยเตะเข้าจมูกเขาอย่างห้ามไม่ได้ ทั้งที่ใช้ขวดเดียวกันแท้ ๆ แต่พอรู้ตัวว่ากลิ่นหอมทั้งหมดมาจากตัวอีกฝ่ายเขาก็อยากจะเป็นบ้าตายเดี๋ยวนี้เลย

 

ค่อย ๆ เช็ดเส้นผมให้อีกคนเบา ๆ ถ้าไอ้บ้านนอกตื่นขึ้นมาตอนนี้สาบานเลยว่าปาร์คชานยอลจะผลักมันออกแล้วแกล้งตายให้ดู เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ ที่กำลังทำเรื่องแบบนี้กับมนุษย์ฮอบบิท มันชักจะมากเกินกว่าคำว่าสงสารหรือเห็นใจไปแล้วหรือเปล่า ไอ้บ้านนอกก็ปริปากพูดด้วยแล้วเขาก็ควรจะทำตัวให้เป็นปกติเหมือนก่อนหน้านี้สิ

 

ชานยอล...

 

ห...ห้ะ? มือนี่แข็งไปเลยครับพอได้ยินเสียงแผ่วเบาพูดขึ้นมา เด็กตัวสูงนั่งนิ่งดูท่าทีว่าคนตัวเล็กจะพูดอะไรต่ออีกหรือเปล่าแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา

 

เราง่วง...

 

ก็ไปนอนสิวะ

 

นอนไม่ได้อ่ะ...หัวเขย่าไม่หยุดเลย...

 

แล้วมึงจะนอนทั้งที่หัวเปียกแบบนี้น่ะนะ หัวได้เป็นเชื้อราแน่ หมอนใบโปรดของมึงก็จะเหม็นอับด้วย

 

หัวเป็นเชื้อราเลยเหรอ...

 

เออดิ เอาไปเช็ดเองเลยไป เด็กตัวสูงผละตัวออกแล้วแปะผ้าขนหนูไว้บนหัวอีกฝ่าย แบคฮยอนปรือตามองคนข้าง ๆ ที่กำลังปั้นหน้านิ่งตอนสบตากับเขาก่อนจะยื่นนิ้วชี้ไปแตะปลายจมูกคนตัวสูง ...!!!”

 

สำนึกผิดแล้วก็ต้องทำดีกับเราด้วยนะ

 

อะไรของมึงวะ!” ชานยอลปัดมือเล็กออกอย่างรำคาญก่อนที่ร่างนั้นจะล้มลงมานอนบนตักเขาหน้าตาเฉย เด็กตัวสูงเบิกตาอย่างตกใจ สองมือค้างอยู่กลางอากาศเมื่อร่างเล็กกำลังบดเบียดอยู่บนตักเขาราวกับเป็นหมอนนุ่มไอ้...

 

นุ่มจัง...

 

ลุกมาเคลียร์กับกูเดี๋ยวนี้เลยนะ กูยังพูดไม่จบ

 

ไว้ค่อยคุยกันต่อพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ...

 

ไม่ได้

 

งั้นอีกสิบนาทีปลุกเรานะ...

 

ไม่ปลุก มึงต้องลุกเดี๋ยวนี้

 

ห้านาทีก็ได้อ่ะ...

 

ไม่

 

...

 

ไอ้บ้านนอก

 

...

 

หูแตกไงวะ

 

เรารู้ว่าชานยอลไม่ได้เป็นคนนิสัยไม่ดีหรอก...

 

...

 

อย่ากลัวเลยนะ...

 

ประโยคหลังแผ่วลงก่อนที่แผงอกบางจะผ่อนเข้าออกตามจังหวะหายใจ ชานยอลถอนหายใจก่อนจะปิดเปลือกตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน เมื่อกี้เขารู้สึกวูบกับคำพูดของไอ้บ้านนอกราวกับถูกจี้ใจดำ

 

คนทั้งโลกแม้กระทั่งพ่อยังมองว่าเขาเป็นคนไม่ดี ถ้าไม่นับไอ้จงอินกับไอ้เทาก็คงเป็นไอ้ซื่อบื้อคนนี้แหละที่มองว่าเขาเป็นคนดี เด็กหนุ่มกุมขมับแล้วลืมตาขึ้นมองใบหน้าขาวที่ผล็อยหลับไปแล้ว จากที่เห็นมันทำงานอย่างตั้งใจและก็อะไรหลาย ๆ อย่างทำให้ได้รู้ว่ามนุษย์ฮอบบิทมันก็เก่งเอาเรื่องที่กล้ายืนด้วยขาตัวเองแบบนี้ ในขณะที่เขาเอาแต่ทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาเรียกร้องความสนใจจากคนรอบข้างไม่หยุด

 

มันจะเป็นยังไงนะถ้าเขาจะลองใช้วิธีเดียวกับมัน ใช่ว่าปาร์คชานยอลจะอยากเป็นคนดีอะไรขึ้นมาหรอกนะ แต่พอเห็นคนที่อ่อนแอกว่าแต่กลับเข้มแข็งกว่าได้นี่มันทำให้เขาอยากลองฮึดสู้ดูสักครั้ง สุดท้ายเขาก็แพ้มนุษย์ฮอบบิทซื่อ ๆ อย่างมันอยู่ดีสินะ ชานยอลใช้เวลาอยู่กับความเงียบหลายนาที จนกระทั่งมือใหญ่นั้นคว้าผ้าขนหนูผืนเดิมมาอีกครั้ง

 

 

 

แล้วเช็ดผมให้กับคนที่หลับไม่ได้สติอยู่บนตักอย่างเบามือ...

 

 

 

TBC

 

 

 

ความเปลี่ยนแปลงมาถึงแล้ว ตอนนี้ดราม่าไปเนาะ 5555555555555

ความรู้สึกของชานยอลที่มีต่อแบคฮยอนกำลังเปลี่ยนไป เริ่มต้นที่ความสงสารเพราะชานยอลค่อนข้างที่จะเซนซิทีฟเรื่องครอบครัว (มันถึงได้หนีออกมาจากบ้าน) เดี๋ยวเราจะได้รู้เบื้องหลังของทั้งชานยอลและแบคฮยอนว่ามันเป็นมายังไง

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 148 ครั้ง

10,182 ความคิดเห็น

  1. #10174 BangJae_ (@N-finland-bbmm) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 11:00
    แงงงงงง น้องแบ้กกกกก น่าสงสารมากก ฮื่อออออ ชานยอลทำดีกับน้องหน่อยเลิกด่าน้องได้แล้วว
    #10174
    0
  2. วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 13:38
    คิดได้ซักทีนะชานยอล

    ประชดชีวิตแล้วมีอะไรเี

    คนที่ลำบากกว่าแกมีเยอะแยะ
    #10162
    0
  3. #10143 psirikwan43 (@psirikwan43) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 01:27
    ร้องไห้เลยTT
    #10143
    0
  4. #10128 areenachesani (@areenachesani) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 21:48
    แงง น้องแบคคค สงสารน้องมากก
    #10128
    0
  5. #10122 Hydrangea_CB (@panidarwb) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 04:54
    หลับมาอ่านใหม่เเล้วอยากจะโบกชานยอล มุงทำน้องน้อย
    ไม่ได้น้องน้อยคอยช่วยนี้ชีวิตคงชิบหัยไปเเล้ว
    #10122
    0
  6. #10101 mpndss (@mpndss) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 22:01
    แค่นี้ก็เขินแล้ว สงสารแบคจัง><
    #10101
    0
  7. #10074 11507416p (@11507416p) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:08
    น่อวววววววว
    #10074
    0
  8. #10061 Ongshay (@Ongshay) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 18:27
    เราเป็นคนอ่านฟิคได้ยากมากๆ และเรื่องนี้เหมือนเป็นฟิครักแรก. แนะนำให้อ่านกันนะ555
    #10061
    0
  9. #10059 สแปน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 23:19
    ใครบอกน้ำตาจะไหล เรานี่ร้องไห้เลย สงสสารตัวละครที่เจอเรื่องร้ายๆ แล้วยังคิดบวกใช้ชีวิตบนความสดใสได้ ชอบค่ะ ไรท์ถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีมาก
    #10059
    0
  10. #10031 Chankuma (@chansuju151137) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 19:39
    น้ำตาจะไหล หนูแบคแกร่งดั่งหินผา ชานยอลควรเลิกเกเรได้แล้ว ฟินตรงซบอก น่ารัก
    #10031
    0
  11. #10024 freshselu (@freshselu) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 15:21
    ทำไมอ่านแล้วน้ำตาไหลฮือ
    #10024
    0
  12. #9981 BABAcb (@BABAcb) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 23:06
    สงสารแบคมากง่าาาา
    #9981
    0
  13. #9950 Mine-Kris* (@minegalaxykris) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 13:05
    ได้รู้ความจริงอะไรเกี่ยวกับตัวแบค แล้วสงสารอ่ะ...
    เห็นหน้ายิ้มๆ ข้างในคงต้องรับอะไรเยอะเลย พี่ชานดูแลแบคดีๆนาาา ^^
    #9950
    0
  14. #9938 เจ้าครีม (@z-1036-none) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 17:54
    ชอบตอนที่แบคบอก รู้ว่าชานยอลไม่ใช่คนไม่ดี
    #9938
    0
  15. #9813 SeiJii EXEL เดสส (@suphidsarah) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 07:36
    สงสารแบคค ชานยอลต้องคอยดูแลแบคด้วยนะะะะะ เริ่มเป็นห่วงล้าววววว
    #9813
    0
  16. #9782 คาวาอิแปลว่าน่ารัก (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กันยายน 2559 / 15:50
    ชานแบคสู้ๆ
    #9782
    0
  17. #9761 sapphire- (@pbcarrot-) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 00:26
    แบคเก่งจังงง
    #9761
    0
  18. #9760 sapphire- (@pbcarrot-) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 00:26
    ความรู้สึกเริ่มเปลี่ยนแล้ววว
    #9760
    0
  19. #9742 byunbunny09 (@byunbunny09) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 15:09
    แบคน่าสงสารชานยอลคงเริ่มคิดได้แล้ว
    #9742
    0
  20. #9728 Title Thanatporn (@titlethanatporn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 17:15
    พี่ชานดูแลแบคให้ดีด้วยน้าาาา
    #9728
    0
  21. #9704 gguitar (@ajumma93) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 19:47
    อยากเข้าไปโอ๋น้องแบคของพี่ซะจริงๆ เอ็นดู ;-; แต่ก็สงสารชานเหมือนกัน นางไม่เคยลำบาก นางไม่เคยมีปัญหา พอเจอหน้อยนางก็ทำอะไรไม่ถูก ดูแลกันดีๆนะ ?
    #9704
    0
  22. #9679 miniaraspring (@miniemint57) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 12:06
    สงสารแบคอ่ะ ;__; ชานยอลเริ่มหวั่นไหวแล้วล่ะสิ อิอิ
    #9679
    0
  23. #9635 mamodictator (@mamodictator_13) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 01:36
    หดหู่มากเลยตอนรู้เรื่องครอบครัวแบค แต่พอเห็นชานยอลดูแลดีขนาดนี้ก็อดฟินไม่ได้ 555555555555
    #9635
    0
  24. #9609 litterrabbitza (@rabbitza) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:03
    ตอนนี้มันดีกับใจค่าาา ชานยอล เอ็นดูแบคให้มากๆน่า
    #9609
    0
  25. #9593 little daffodil (@wannyrenesmee) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2559 / 00:33
    ชานยอลอ่าาาา เป็นห่วงเค้าสินะ
    #9593
    0