[EXO] "NERDY BOY" มนุษย์แบคฮยอน | CHANBAEK

ตอนที่ 30 : One Shot : Special Baekhyun Birthday ; BEST FRIEND EVER?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,193
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    8 พ.ค. 58

 

 

BEST FRIEND EVER?

One Shot : Special Baekhyun Birthday

 



 

ถ้าถามถึงอุณหภูมิในห้องนี้เหรอ มันเย็นถึงขนาดต้องห่มผ้าเลยก็ว่าได้ แต่ถึงอย่างนั้น... ตามขมับของปาร์คชานยอลก็ยังคงชื้นไปด้วยเหงื่อ หลังจากตัดสินใจอัพรูปอวยพรวันเกิดใครอีกคนในอินสตาแกรมไป

 

เป็นชั่วโมงเลยทีเดียวกับการนั่งโง่เลือกรูปคู่ มันไม่ใช่เรื่องยากสักนิด แค่หลับตาจิ้มเลือกมาสักรูปก็จบ และนั่นเป็นหนึ่งเหตุผลหลัก ๆ ว่าทำไมเขาถึงมาอัพเอาป่านนี้

 

ไม่ลองเป็นปาร์คชานยอลบ้างจ้างให้ก็ไม่เข้าใจ การเลือกรูปคู่กับคนที่ชอบมันเป็นเรื่องยาก เชื่อว่าคนที่ตกอยู่ในสภาวะแอบชอบใครสักคนคงเข้าใจเป็นอย่างดี โดยเฉพาะตอนที่ต้องใช้เวลาคิดว่า รูปไหนแบคฮยอนน่ารักที่สุด?’ ซึ่งมันก็เป็นโจทย์ที่ค่อนข้างยากมากเลยทีเดียว

 

 

เพราะในสายตาปาร์คชานยอลแล้ว อะไรที่เป็นบยอนแบคฮยอนก็ดูน่ารักไปหมด

 

 

หลังมือคงเป็นตัวช่วยซับเหงื่อตามขมับได้ดีที่สุด ชานยอลรู้สึกเหมือนเป็นไก่อ่อน ที่กำลังตื่นเต้นว่าคนบางคนจะมาเห็นรูปนี้เมื่อไหร่ และถ้าเห็นแล้วเจ้าตัวจะรู้สึกยังไง ดีใจไหม? หรือว่าไม่รู้สึกอะไรเลย

 

มันอาจจะเป็นเรื่องปกติสำหรับเมมเบอร์คนอื่นถ้าได้เห็นรูปที่เขาเพิ่งอัพในไอจี แต่สำหรับแฟนคลับที่เป็นชิปเปอร์คู่เขากับแบคฮยอนก็คงมีกรี๊ดแตกกันบ้างล่ะ พวกเราเป็นไอดอล แน่นอนว่าทางบริษัทได้พูดถึงเรื่องแฟนเซอร์วิสที่เป็นอีกส่วนหนึ่งของการตลาด และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขากับแบคฮยอนได้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น

 

ในทีแรกทุกอย่างก็ดูเหมือนเรื่องสนุก แค่เขากับแบคฮยอนคุยกัน แฟนคลับก็เก็บไปเป็นโมเม้นอย่างจริงจัง พูดแบบแย่ ๆ ก็ได้ว่าแอบรู้สึกดีกับการเช็กเรตติ้ง แต่พอนานไปเรื่อย ๆ ปาร์คชานยอลก็ได้รู้ว่ามันไม่สนุกอีกต่อไป

 

 

เมื่อเขาคิดว่าการแตะต้องตัวแบคฮยอน มันมากเกินกว่าแฟนเซอร์วิสอย่างที่เคยทำ

 

 

ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาติดนิสัยการแอบมองแบคฮยอน ไม่ว่าจะเป็นด้านข้าง ด้านหลัง หรือในระยะไกลบนเวทีคอนเสิร์ต

 

ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาคิดว่าการแตะเนื้อต้องตัวอีกฝ่ายมันเป็นเรื่องต้องห้าม ทั้งที่แบคฮยอนก็ไม่ได้ว่าอะไรเลยด้วยซ้ำ มีแต่ปาร์คชานยอลนั่นแหละ ที่รู้สึกว่ามันไม่ควร

 

ตอนนั้นเขาทั้งสองคนเริ่มห่าง ๆ กันออกมา เรื่องนี้จะโทษใครก็ไม่ได้นอกจากตัวเองที่เป็นฝ่ายทำตัวแปลก ๆ ก่อน จนแบคฮยอนรู้สึกอึดอัดทำตัวไม่ถูกเวลาอยู่ด้วยกัน

 

เขายังจำได้เป็นอย่างดี กับช่วงเวลาที่เคยสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง ว่าที่คิดกับแบคฮยอนมันเป็นอารมณ์ชั่ววูบหรือเพราะอะไรกันแน่ เขาพยายามเข้าหาคนอื่น สกินชิพบ้าง เข้าไปแกล้งบ้าง กอดคอ เล่นหยอกล้อกัน รวมไปถึงการถ่ายรูปคู่

 

 

แต่พอเป็นกับแบคฮยอน... เขากลับไม่กล้าทำอย่างนั้น

 

 

ยิ่งคิดยิ่งฟุ้งซ่าน บางทีปาร์คชานยอลก็น่าจะคิดเหมือนชาวบ้านชาวช่องเขาว่าอวยพรวันเกิดให้เพื่อนในวง แค่นั้นทุกอย่างก็จบ ตัวเขาจะได้สบายใจ ไม่ต้องมาคิดมากแบบนี้

 

แต่มันก็เปล่าประโยชน์อยู่ดี มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้จริง ๆ ที่ในหัวของเขาจะมีแต่เรื่องของแบคฮยอนอยู่เต็มไปหมดเมื่อมีเวลาว่าง แต่งเพลงก็แล้ว เกากีต้าร์เล่นก็แล้ว... แต่มันไม่ช่วยอะไรเลยจริง ๆ

 

เขานึกถึงช่วงเวลาที่ได้เล่นกีต้าร์คลอไปกับเสียงร้องเพลงของแบคฮยอน

 

ชายหนุ่มส่ายหัวไล่ความคิดก่อนจะลุกขึ้นยืน บางทีเขาควรจะไปหาน้ำเย็น ๆ ดื่มสักแก้วเพื่อดับความบ้าบอของตัวเองสักหน่อย ก่อนอาการจะหนักมากไปกว่านี้

 

แต่พอไปถึงห้องครัวขายาวก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็นว่าเจ้าของวันเกิดยืนอยู่หน้าตู้เย็น ชานยอลรู้สึกเหมือนถูกสาปให้กลายเป็นหิน เพียงเพราะดวงตาคู่นั้นกำลังมองมายังเขา โดยไม่เบือนหลบไปทางอื่น หลังจากรู้ว่าเราสบตากันนานเกินไปเหมือนครั้งก่อน ๆ

 

บรรยากาศตอนนี้มันแย่งั้นเหรอ ไม่เลย สำหรับปาร์คชานยอลมันไม่แย่เลยสักนิดเดียว แต่สำหรับคนตรงหน้าน่ะเขาไม่รู้

 

เอาจริงไหม... ถึงเซฮุนจะบอกว่าเขาเป็นคนฉลาด มีไหวพริบ และแก้สถานการณ์เก่ง แต่พอเป็นเรื่องของบยอนแบคฮยอนแล้ว ความโง่เกิดขึ้นกับปาร์คชานยอลได้เสมอ เขาไม่เคยอ่านความคิด อ่านการตัดสินใจของคนตัวเล็กเลยได้สักครั้ง

 

ชายหนุ่มเบิกตาโพลงอย่างตกใจ เมื่อเห็นว่าในมืออีกคนถือสมาร์ทโฟนเอาไว้ ซึ่งแสงสว่างที่ฉายอยู่ตรงคาง มันบ่งบอกว่ากำลังถูกใช้งานอยู่

 

 จากที่เคยเหงื่อออก ตอนนี้คอก็เริ่มแห้งไปด้วย แน่นอนว่าเขาอยากให้แบคฮยอนเห็นคำอวยพรนั้น แต่ถ้าเป็นวินาทีนี้เห็นทีว่ามันคงไม่เข้าท่าสักเท่าไหร่...

 

ท่าทางขลาดเขินของเขาทั้งคู่มันน่าตลกเสียจริง ทั้ง ๆ ที่ในรายการทีวีเราต่างก็เข้ากันได้ดี รับส่งมุกสร้างเสียงหัวเราะให้พิธีกรในรายการอยู่ตลอด แต่ตอนนี้สิ่งที่ชานยอลสัมผัสได้ มีเพียงแค่ความอึดอัดที่โรยตัวอยู่โดยรอบ ซึ่งมันไม่ใช่ครั้งแรก เพราะมันเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ปาร์คชานยอลรู้ตัวว่าคิดไม่ซื่อกับเพื่อนตัวเอง

 

แบคฮยอนถอยหลังก้าวหนึ่ง ราวกับจะเปิดโอกาสให้เขาได้ทำอะไรมากกว่ายืนทื่ออยู่หน้าทางเข้าครัว ชานยอลพยายามปั้นหน้าเป็นปกติ แล้วเดินไปเปิดตู้เย็น

 

เห็นพี่จุนมยอนบ้างไหม?เสียงของแบคฮยอนอยู่ในโทนปกติ อืม... ที่จริงทุกอย่างมันก็ปกติหมดนั่นแหละ ยกเว้นปาร์คชานยอลคนนี้

 

ไม่ได้อยู่ในห้องหรอกเหรอ?”

 

ไม่นะ

 

อ่า... ไม่รู้สิ  รู้สึกเฟลแปลก ๆ ที่เขาทำได้เพียงแค่ยิ้มแห้ง ๆ ประกอบการปฏิเสธ ซึ่งถ้ารู้ว่าพี่จุนมยอนอยู่ที่ไหนมันอาจจะยืดบทสนทนาของเราให้นานกว่านี้ได้

 

ชานยอลกระดกน้ำอกใหญ่หลังจากบทสนทนาสั้น ๆ สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ มันเป็นเรื่องปกติสำหรับปัจจุบัน แต่มันคงเป็นเรื่องแปลกตอนที่เรายังสนิทกันมาก ๆ เหมือนช่วงแรก

 

เขายังจำสีหน้าแบคฮยอนในตอนนั้นได้ดี กับคำถามที่ว่าเป็นอะไรหรือเปล่า? ที่มาพร้อมสายตาซึ่งเต็มไปด้วยความกังวลฉันเผลอทำอะไรให้นายไม่พอใจเหรอ ฉันไม่ได้คิดไปเองใช่ไหมว่าพักนี้นายตั้งใจหลบหน้าฉัน?

 

รู้สึกผิด... นั่นคือความรู้สึกแรกที่ผุดเข้ามาในหัวหลังจากได้ยินประโยคนั้นพร้อมสีหน้าหงอย ๆ ของอีกฝ่าย มันเป็นเรื่องแย่ที่เขาทำได้เพียงแค่ส่ายหน้ายิ้ม ๆ แบบขอไปที ซึ่งถ้าย้อนเวลาได้ เขาก็อยากจะแก้ไขสถานการณ์ให้ดีกว่านั้น ซึ่งมันมีอยู่สองทางเลือก ระหว่างโกหกให้แนบเนียนกว่า หรือบอกไปตามความจริงเลยว่าเขารู้สึกไม่เหมือนเดิม และอยากรู้สึกมากกว่าที่เป็นอยู่

 

 

แต่ตัวเลือกที่สองมันก็อันตรายเกินไปสำหรับความสัมพันธ์ที่เรียกว่าเพื่อน

 

 

แบคฮยอนยังไม่ได้เดินออกไปจากครัว วินาทีนี้เขาได้แต่ถามตัวเองว่าถ้าหันไปพูดว่า 'สุขสันต์วันเกิดนะ' มันจะดูง่าวเกินไปหรือเปล่า มันจะดูเหมือนอวยพรส่ง ๆ ไปไหม และถ้าเป็นอย่างนั้นบรรยากาศคงน่าอึดอัดกว่าเดิมแน่ ๆ เขาไม่อยากให้แบคฮยอนรู้สึกแย่ตั้งแต่เข้าชั่วโมงแรกของวันเกิด ไม่เอาดีกว่า... เขาจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น ถือว่าได้อวยพรในไอจีไปแล้ว พอ ปาร์คชานยอล

 

เห็นไอจีแล้วนะ

 

 

พรวดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!

น้ำเย็น ๆ ... พุ่ง... ออกมา... หมด... เลย...

 

 

เขาเช็ดปากด้วยหลังมือ แล้วค่อย ๆ ชำเลืองมองคนที่ยืนอยู่ข้างหลังอย่างหวาด ๆ ในมือของแบคฮยอนยังคงถือสมาร์ทโฟนเอาไว้เหมือนในทีแรก และที่ยิ่งกว่านั้นคือ...เจ้าตัวกำลังยิ้ม

 

ดีนะที่ไม่ออกทางจมูก

 

นั่นสิ... เมื่อกี้ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ใช่ไหม แบคฮยอนยิ้มขำกับประโยคแก้เขินของเขา ชานยอลมองอีกคนอย่างประหม่า ก่อนที่คนตัวเล็กจะหันหน้าจอให้ดูเป็นการยืนยันว่าไม่ได้ทำอย่างที่เขาพูด

 

คิดว่าเป็นคนแรกจริง ๆ เหรอคำถามของคนตรงหน้าทำเอาใจแป้ว ยิ่งตอนแบคฮยอนชำเลืองมองนาฬิกาแขวนผนังดูเวลาปัจจุบันแล้วก็ยิ่งตึ้บเข้าไปใหญ่

 

เออว่ะ... ปาร์คชานยอลไปเอาความกล้ามาจากไหน ถึงได้คิดว่าตัวเองอวยพรแบคฮยอนเป็นคนแรก

 

เขายืนนิ่งระหว่างใช้ความคิด ในหัวเอาแต่ประมวลผลว่าใครกันนะที่จะอวยพรแบคฮยอนเป็นคนแรก พี่จุนมยอนเหรอ รายนั้นตัดไปได้เลย เพราะแบคฮยอนเพิ่งจะถามหาไปเมื่อครู่นี้ คยองซู...? ไม่น่าจะใช่... จงอินหรือไง? หมอนั่นน่าจะหลับไปแล้ว...

 

ความคิดในหัวเป็นเหมือนฟองสบู่ และเหมือนมันจะถูกจิ้มด้วยเข็มจนแตกออก เมื่ออีกคนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา

 

ไม่บ่อยนักจะมีโอกาสได้อยู่ใกล้กันขนาดนี้ นอกจากเวลาอยู่บนเวทีหรือในรายการทีวี แต่ไม่ว่าจะเป็นเมื่อก่อนหรือปัจจุบัน มันก็ยังคงทำให้หัวใจของปาร์คชานยอลเต้นเร็วได้ดีอยู่เสมอ

 

มีคนชิงตัดหน้าอวยพรไปก่อนแล้วเหรอ เขาคิดว่าตัวเองคงกำลังทำหน้าโง่สุด ๆ ตอนยิงคำถามนี้ออกมาเพื่อทำลายความเงียบ

 

แบคฮยอนหลุดหัวเราะ ซึ่งเขาไม่แน่ใจเลยว่าเป็นเพราะคำถามโง่ ๆ ที่ออกมาพร้อมสีหน้าโง่ ๆ ของเขา หรือเป็นเพราะอะไรกันแน่

 

พูดเหมือนเป็นเรื่องสำคัญ ใครอวยพรก่อนหลังก็มีค่าเท่ากันหมดนั่นแหละ

 

แน่ใจเหรอ ชานยอลหลุบสายตาลงมองคนตรงหน้า เขาชอบที่จะมองแบคฮยอนในระยะนี้ ซึ่งมันไม่มีเหตุผลหรอกว่าเพราะอะไร แต่การที่เขาตอบแฟนคลับว่าชอบผู้หญิงส่วนสูงร้อยห้าสิบ เรื่องนั้นมันมีเหตุผล...

 

 

ว่าเขาอยากหลีกเลี่ยงคำตอบที่โยงไปจนถึงแบคฮยอน

 

 

ทำไมถามงั้น

 

ถ้าฉันทำเฉยไปจนเกือบเที่ยงคืนของอีกวัน นายก็จะไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไง

 

ชานยอลไม่รู้เลยว่าตอนนี้เขากำลังทำหน้าแบบไหนหลังจากถามโง่ ๆ ออกไป มันอาจจะติดน้อยใจอยู่บ้างที่ได้ยินคำตอบแบบนั้น แต่แบคฮยอนก็ไม่ผิดอีกนั่นแหละ สำหรับคนที่อยู่ในสถานะเพื่อน ทุกอย่างต้องอยู่กลาง ๆ ไม่มากและไม่น้อยเกินไป

 

เดี๋ยวนะ ขอคิดแป๊บนึง

 

...

 

รู้สึกมั้ง?

 

ถ้ามีปากกาดำ ฉันจะเอามันขีดฆ่าคำว่ามั้งออก ชานยอลทำมือประกอบ แล้วทำท่าขีดเส้นลากตรงระดับจมูกคนตัวเล็ก ซึ่งแบคฮยอนก็เอาแต่ยิ้มตาหยีแล้วปัดมือคนตัวสูงออกไปยอมรับได้แล้วว่าคนแรกเป็นเรื่องสำคัญ

 

ช้าไปตั้งชั่วโมงยังจะกล้าพูดอีกนะ คนตัวเล็กเลิกคิ้วแล้วชกแผงอกแกร่งเบา ๆ จนร่างสูงต้องยกมือขึ้นทาบรอยสะกิด

 

อะไรกัน หยวน ๆ หน่อยไม่ได้หรือไง

 

ถ้าพูดถึงคนแรกจริง ๆ ก็ต้องอวยพรตั้งแต่เที่ยงคืนแล้ว นี่ปามาตั้งตีหนึ่ง เอ็กโซแอลไม่ได้ใจเย็นเหมือนนายหรอกนะ

 

ไม่นับแฟนคลับสิ นับคนที่อยู่ด้วยกัน เขาเห็นว่าคนตรงหน้าแอบเบ้ปาก บางทีแบคฮยอนก็ไม่ควรจ้องเขาในระยะใกล้แบบนี้ ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะตั้งใจคาดโทษให้ยอมรับผิดก็เถอะ ไหน ใครอวยพรก่อน?”

 

แกล้งแย่งมือถืออีกคนมาดูแก้เก้อ บอกตามตรงว่าเฟลเหมือนกันที่โดนชิงตัดหน้าไปก่อน แต่เรื่องนี้จะโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเอง ปาร์คชานยอลสะเพร่าที่เอาแต่นั่งโง่เลือกรูปอยู่เป็นชั่วโมง ทั้ง ๆ ที่ควรเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวาน

 

อย่าเพิ่ง รู้สึกเหมือนถูกไฟช็อต ตอนที่แบคฮยอนเข้ามาคว้ามือถือเอาไว้ ซึ่งมือนุ่ม ๆ นั้นทาบทับลงบนมือเขาอีกที

 

ชานยอลได้แต่ชำเลืองมองศีรษะทุยที่อยู่ระดับปลายคางของเขา เสียงงึมงำคล้ายว่าเจ้าตัวกำลังบ่นน่ะ เขาชอบฟังเป็นไหน ๆ ถึงแม้เพื่อนร่วมวงจะพากันตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าแบคฮยอนน่ารำคาญก็ตาม

 

ดูไม่ได้เหรอ แค่นี้ทำหวง ทีเมื่อก่อนพาสยังจำได้ ไม่อยากพูดแบบนี้เลยนะแต่ถ้าทำตัวอ่อนปวกเปียกก็จะสงสารตัวเองเกินไป แบคฮยอนย่นจมูกแล้วเอาไหล่ชนกับไหล่เขาจนเซไปทางด้านข้างเล็กน้อย ก่อนจะแย่งมือถือคืนไป

 

ฉันก็จำได้เหมือนกันนั่นแหละ

 

แล้วไง สุดท้ายนายก็หวง ไม่ยอมให้ดู ไม่ได้อยากงี่เง่างอแงอยากดูให้ได้หรอกนะ แต่ถ้ายอมปล่อยไปเฉย ๆ มันก็จะดูเก้อ ๆ เกินไปสำหรับบรรยากาศตึง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเขาสองคน

 

ก็ยังไม่ได้เปิดดู

 

...

 

ของคนอื่นน่ะยังไม่ได้เปิดดู

 

อะไร?”

 

ปาร์คชานยอลไม่ใช่คนโง่ แต่ที่ถามก็เพราะอยากได้รับคำยืนยันจากปากอีกฝ่ายกับหูตัวเองเท่านั้นว่าไม่ได้คิดไปเอง แบคฮยอนขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะหงุดหงิดที่เขาเป็นไอ้บื้อที่ไม่เคยเข้าใจอะไร

 

ที่ไม่ได้อ่านข้อความของคนอื่นก็เพราะเปิดดูของนายก่อนเป็นคนแรกไงล่ะ ทำไมถึงซื่อบื้อแบบนี้นะโยดา

 

ปาร์คชานยอลตายไปแล้ว ตอนนี้เหลือแค่กายหยาบที่ยืนทำหน้าโง่อยู่ตรงหน้าแบคฮยอน เขากำลังใจเต้นแรงกับความสำคัญที่ไม่รู้ว่าจะคิดเข้าข้างตัวเองได้หรือเปล่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาได้แต่บอกตัวเองว่าอย่าคาดหวังมาก เพราะความหวังเหล่านั้นจะผลักเขาให้ตกลงไปกระแทกพื้นอย่างแรงจนเจ็บสาหัส

 

แต่ทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ ได้คุยกัน มันก็อดที่จะหวังไม่ได้ แม้จะแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย ปาร์คชานยอลปอดแหกเกินกว่าที่จะแสดงความกล้าให้บยอนแบคฮยอนรู้ว่าฉันคิดกับนายมากกว่าเพื่อน

 

ไหนบอกว่าฉันช้าเป็นชั่วโมงไง ปาร์คชานยอลกำลังยิ้มโง่ ๆ ให้คนตรงหน้า ตอนนี้เขารู้สึกเมื่อยแก้มไปหมด แถมมือไม้ที่เคยวางข้างตัวมันก็อยู่ไม่สุข ยกขึ้นมาเกาท้ายทอยแก้เขิน

 

ก็ช้า แบคฮยอนเบือนหน้าหลบไปอีกทาง พลางกัดริมฝีปากล่างคลายอาการประหม่า แต่พอดีกดเปิด Notification ไอจีของนายไว้

 

คำถามแรกคือ... ใครควรจะเป็นฝ่ายได้รับความรู้สึกดี ๆ ในวันเกิด? มันควรเป็นบยอนแบคฮยอนผู้ซึ่งเกิดวันที่ 6 พ.ค. มากกว่าปาร์คชานยอลคนนี้ไม่ใช่เหรอ

 

แบคฮยอนไม่ควรทำตัวน่ารักในเวลาแบบนี้ มันดึกแล้วและปาร์คชานยอลก็กำลังรู้สึกดีมากด้วย มือไม้มันอยู่ไม่สุข เหมือนว่ามันอยากดึงคนแถวนี้เข้ามากอดยังไงอย่างนั้น

 

เห็นไหม บอกแล้วว่าเป็นคนแรก ขอพูดแก้เขินหน่อยเถอะ เพราะถ้ายืนอยู่เฉย ๆ ก็กลัวว่าจะเป็นบ้าเป็นบอหลุดยิ้มออกมาอย่างไร้สาเหตุก็ได้ ไม่สิ... การที่เขายิ้มมันมีสาเหตุอยู่แล้ว

 

ไหนล่ะ ของขวัญ?” แบคฮยอนแบมือ

 

อยากได้ด้วยเหรอ?”

 

ไม่อยากให้หรือไง

 

ทำไมต้องย้อนถาม แค่ตอบเฉย ๆ ไม่ได้หรือไงกัน...

 

ก็เปล่า คือ...

 

ล้อเล่นน่า แบคฮยอนหลุดยิ้มออกมา หลังจากเห็นว่าแกล้งเขาได้สำเร็จ ชานยอลไม่ได้พูดเล่น ๆ เรื่องของขวัญน่ะมีอยู่แล้ว แต่...

 

ไปนอนแล้วนะ ฝันดี

 

แบคฮยอนพูดตัดบทกลางอากาศ มันเป็นสัญญาณเตือนว่าบทสนทนาแรกในวันเกิดของคนตรงหน้าได้สิ้นสุดแล้ว และเขาก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น

 

ชายหนุ่มยืนนิ่ง เขารู้สึกเก้อและวูบตรงหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ปาร์คชานยอลยังอยากยืนอยู่ตรงนี้เพื่อคุยกับบยอนแบคฮยอนต่อไป ไม่ว่าหัวข้อบทสนทนานั้นจะไร้สาระมากก็ตาม

 

นานแค่ไหนแล้วที่ทำได้เพียงแค่มองแบคฮยอนจากข้างหลัง ซึ่งมันทำให้เขาโทษตัวเองทุกครั้งหลังจากปล่อยให้อีกฝ่ายเดินไป โดยที่ไม่หาวิธีรั้งเอาไว้

 

ร่างสูงคว้าคว้าข้อมือคนตัวเล็กทั้งที่ยังไม่ได้ให้สมองช่วยตัดสินว่ามันจะเป็นสิ่งที่ควรทำจริง ๆ หรือเปล่า ในเมื่อการแตะต้องตัวแบคฮยอนนั้นมันเป็นเรื่องต้องห้ามมาตลอด

 

แต่มันเป็นสิ่งเดียวที่ยืดเวลาระหว่างเขาทั้งสองคนออกไปได้ ถ้าปาร์คชานยอลไม่ใช้วิธีเข้าไปกอดอีกคนจากข้างหลัง ซึ่งเขายังไม่มีความกล้ามากพอถึงขนาดนั้น

 

ของขวัญน่ะ แบคฮยอนหันกลับมา เขาเห็นว่าแววตาคู่นั้นฉายไปด้วยความสงสัย ...อยู่...ในห้อง

 

เกือบสิบวินาทีเห็นจะได้ ที่ทั้งคู่ปล่อยให้ความเงียบเล่นงานแล้วสบตากันอยู่อย่างนั้น ชานยอลรู้สึกเหมือนกลั้นหายใจอยู่ตลอดเวลา เขาอยากพูด อยากทำอะไรให้ได้มากกว่านี้ แต่ความกล้ามันก็หายไปทันทีที่เห็นหน้าแบคฮยอน

 

แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อแบคฮยอนใช้มือข้างที่ว่างอยู่มาจับข้อมือของเขา ชานยอลเงยหน้าขึ้นสบตากับอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ จนกระทั่งได้เห็นรอยยิ้มที่เขาชอบแอบมองอยู่บ่อย ๆ

 

และแน่นอนว่ามันทำให้หัวใจของคนขี้ขลาดพองโตได้อย่างง่ายดาย

 

งั้นก็พาไปดูสิ

 

ความอุ่นตรงข้อมือได้ถูกส่งมาถึงหัวใจของคนปอดแหกในวินาทีถัดมา ชานยอลยังไม่ละสายตาจากคนตัวเล็ก ก่อนจะพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม

 

คนอื่นหายไปไหนหมดนะ เสียงของแบคฮยอนช่วยผ่อนคลายบรรยากาศน่าอึดอัดในตอนนี้ให้ดีขึ้นตามลำดับ ร่างสูงผ่อนลมหายใจออกมาทางริมฝีปากเพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะค่อย ๆ แกะมืออีกคนออกจากข้อมือ แล้วเปลี่ยนเป็นสอดประสานเรียวนิ้วแทน

 

'อย่าปล่อยนะ ขอร้องล่ะ'

 

นั่นคือสิ่งที่ชานยอลภาวนาอยู่ในใจ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด ที่จับมือแบคฮยอนไว้แบบนี้ มันก้าวข้ามผ่านระดับที่เพื่อนทำกัน แต่เหมือนว่าอีกฝ่ายจะอ่านความคิดเขาออก เมื่อมือที่จับอยู่นั้น ค่อย ๆ สอดประสานกับเรียวนิ้ว... จนแทบไม่เหลือช่องว่าง

 

มือเย็นนะ

 

มือนายก็ร้อน

 

ชานยอลไม่รู้ว่าตอนนี้แบคฮยอนกำลังทำหน้าแบบไหน เมื่อความรู้สึกทั้งหมดมันหยุดอยู่ที่ความนุ่มของมือแบคฮยอน หัวใจที่เคยเหี่ยวเฉากำลังได้รับการรดน้ำจนกลับมาเบ่งบานเหมือนดอกทานตะวันโดนแสงแดด ขอบคุณแบคฮยอนที่ไม่ปล่อยมือ ขอบคุณตัวเองสำหรับความกล้าอันน้อยนิด

 

งั้นฉันจะไม่ปล่อย มือของเราจะได้อุ่นพอดี เสียงของเขาเบามาก จนคิดว่าบางทีแบคฮยอนอาจจะไม่ได้ยินก็ได้

 

งั้นก็อย่าปล่อยจนกว่ามือจะอุ่นนะ

 

มันเกินกว่าคำว่าอุ่นแล้ว เมื่อมือของเราทั้งคู่เริ่มชื้นไปด้วยเหงื่อ ชานยอลยังคงอมยิ้มกับความสุขที่ดำเนินไปอย่างเชื่องช้า จนเขาอยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้

 

ร่างสูงเปิดประตูห้องและให้อีกคนเข้ามา เขารู้สึกดีเหลือเกินที่รูมเมทไม่อยู่ ไม่อย่างนั้นบรรยากาศฟุ้ง ๆ แบบนี้คงถูกดูดกลืนหายไปจนยากที่จะดึงกลับมาได้

 

เราปล่อยมือกันแล้ว ชานยอลคิดว่ามันคงน่าตลกถ้าเกิดเขาจะจูงมือแบคฮยอนไปเอากล่องของขวัญ แล้วยื่นให้ด้วยมือเดียว

 

เปิดลิ้นชักแล้วเอากล่องของขวัญขนาดเหมาะมือออกมา พอหันกลับไปก็เห็นว่าแบคฮยอนกำลังเล่นอยู่กับคุมะบนเตียงแคบ ๆ ของเขา ร่างสูงหยัดตัวนั่งลงข้าง ๆ คนตัวเล็ก แล้วยื่นกล่องของขวัญให้ และอีกฝ่ายก็รับเอาไว้พร้อมรอยยิ้ม

 

นี่คนแรกไหม

 

คนแรกก็ได้ ชานยอลไหวไหล่กับคำตอบ ถ้าแบคฮยอนไม่ได้ออกไปไหนมาตอนเที่ยงคืน เขาก็มั่นใจว่านี่ต้องเป็นของขวัญชิ้นแรกแน่ ๆ

 

บรรยากาศโดยรอบถูกครอบคลุมด้วยความเงียบอีกครั้ง ชานยอลไม่เคยคิดว่าการนั่งอยู่กับเพื่อนบนเตียงแคบ ๆ ที่เดิมจะทำให้เป็นเรื่องชวนเหงื่อตกได้ขนาดนี้ทั้งที่เมื่อก่อนมันเป็นเรื่องปกติ ธรรมดา

 

แต่อะไร ๆ ก็เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อตอนนี้สมองมันเอาแต่คิดถึงหัวข้อบทสนทนาที่จะยืดเวลาให้อีกฝ่ายอยู่ต่อ โดยที่ไม่ลุกขึ้นยืนแล้วบอกกับเขาว่าไปนอนแล้วนะ

 

งั้นไปแล้วนะ

 

 

ว่าแล้วไง...

 

 

ชานยอลไม่ได้ตอบกลับไป เขาเพียงแค่นั่งนิ่ง ๆ แล้วชำเลืองมองคนตัวเล็กที่กำลังมองเขาอยู่เช่นกัน

 

สักพักเลยทีเดียวที่ทั้งคู่ปล่อยให้เวลาเดินผ่านไป และให้สายตาสื่อสารแทนคำพูด โอกาสได้อยู่ด้วยกันแบบนี้มันไม่บ่อย เรื่องนี้ปาร์คชานยอลรู้ ซึ่งเขาก็ไม่อยากหลบแววตาคู่นี้อีกแล้ว เขาไม่อยากแกล้งทำร้ายร่างกายอีกฝ่ายเวลาเขินจนทำตัวไม่ถูกเหมือนทุกครั้งอีก

 

อยากพูดอะไรหรือเปล่า

 

 

นั่นคือคำถามเดียวกับความคิดของเขาในตอนนี้...

 

 

ชานยอล

 

...

 

งั้นฉันไปนะ เขาเงยหน้ามองคนตัวเล็กที่ลุกขึ้นยืนพร้อมรอยยิ้มตามมารยาท ก่อนจะชูกล่องของขวัญขึ้นมาระดับหัวไหล่ขอบคุณสำหรับของขวัญ

 

...

 

ไว้วันเกิดเดี๋ยวซื้อคืนนะ แบคฮยอนชูสองนิ้วแล้วงอลงสามครั้งเป็นท่าประกอบก่อนจะหันหลัง สายตาคนตัวเล็กมองไปยังประตูห้องที่ปิดสนิท เขาคิดว่าปาร์คชานยอลคงอยากพูดอะไรมากกว่าประโยคสั้น ๆ บนเวที แต่ดูเหมือนว่าเขาจะคาดหวังเกินไป

 

...

 

แบคฮยอนยืนนิ่งเมื่อถูกสวมกอดจากข้างหลังโดยไม่ทันตั้งตัว เขารู้สึกได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจของใครอีกคน พร้อมวงแขนแกร่งที่คาดอยู่กับช่วงคอ และใบหน้าที่แนบอยู่กับแก้มของเขา

 

ไม่ว่าจะรู้สึกยังไง แต่อย่าเพิ่งบอกให้ฉันปล่อยได้ไหม?

 

...

 

ร่างเล็กเม้มริมฝีปาก เสียงถอนหายใจแผ่วเบาอยู่ข้างแก้มนั้นเขารู้สึกได้ ไม่ใช่แค่ชานยอลที่กำลังประหม่ากับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ บยอนแบคฮยอนเองก็เช่นกัน กับความรู้สึกที่ห่างเหินไปนานจนน่าใจหาย

 

แล้วต้องอยู่แบบนี้อีกนานแค่ไหน ตอนนี้กลายเป็นบยอนแบคฮยอนที่ดูเหมือนคนโง่ เขาเพียงแค่ยืนนิ่งให้อีกฝ่ายกอด หลังจากสร้างสถานการณ์ให้ทุกคนออกไปข้างนอก แล้วอ้างว่าจะตามไปทีหลังพร้อมชานยอล ซึ่งพี่จุนมยอนก็ดูจะประหลาดใจอยู่ไม่น้อย



 และที่แกล้งถามหาลีดเดอร์กับคนซื่อบื้อก็เป็นเรื่องโกหก


 

เท่าที่นายอยากอยู่

 

 

คนปอดแหก...

 

 

...

 

ร่างสูงหลุบสายตาลงมองคนตัวเล็กที่คลายวงแขนเขาออก ก่อนจะพลิกตัวหันหน้าเข้าหา ทั้งคู่สบตากันอย่างหยั่งเชิง ปาร์คชานยอลเพียงแค่กัดริมฝีปากล่างเพื่อบังคับตัวเองไม่ให้เบือนหน้าหนีเพราะความขลาดเขิน พอเป็นเรื่องบยอนแบคฮยอนทีไร เขาก็กลายเป็นไอ้ซื่อบื้อทุกที

 

เราน่าจะไปดื่มฉลองกัน

 

ตอนนี้น่ะเหรอ ชานยอลมองนาฬิกาข้อมือ ก่อนที่ร่างเล็กจะพยักหน้าเป็นคำตอบ

 

เมาแล้วเผื่อจะกล้าพูด กล้าทำอะไรมากกว่านี้

 

...

 

ประโยคของคนตรงหน้าทำให้คนตัวสูงพูดไม่ออก ทั้งที่มันก็ดูธรรมดาไม่มีนัยยะแฝงอะไร แต่ทำไมปาร์คชานยอลถึงรู้สึกว่ามันเข้าตัวยังไงก็ไม่รู้

 

อ่า เอางั้นเหรอ ร่างสูงยิ้มเจื่อนพลางเกาท้ายทอย ในขณะที่คนตัวเล็กเอาแต่จ้องหน้าเขา

 

เหมือนวันนั้น

 

...

 

วันที่นายไปแม่น้ำฮันกับเซฮุน แล้วก็เมาแอ้กลับมากวนประสาทคยองซูจนได้เรื่อง ฉันนอนอยู่บนโซฟาได้ยินทุกอย่าง ตั้งแต่เสียงอ้อแอ้ไปจนถึงเสียงฝ่ามือของหมอนั่นที่ฟาดลงบนตัวนาย

 

ชานยอลไม่ได้อุทานออกมาว่าอ๋อ... วันนั้นน่ะเหรอ หรือแสดงท่าทีว่าจำได้ เมื่อมันมีบางอย่างที่ทำให้เขาอยากลบความทรงจำในวันนั้นออกไปให้หมด กับสิ่งที่ทำลงไปเพราะฤทธิ์เหล้า

 

 

ซึ่งเขาได้แต่หวังว่าแบคฮยอนจะ...

 

 

คืนนั้น ชานยอลเว้นจังหวะไปชั่วอึดใจ ขณะที่สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่กับใบหน้าอีกฝ่ายนาย...ไม่ได้หลับอยู่หรอกเหรอ?

 

หัวใจของปาร์คชานยอลเต้นเร็วแรงอย่างน่าประหลาด ถ้าคนตรงหน้าเป็นตำรวจที่กำลังสอบสวนผู้ต้องสงสัยล่ะก็ เขาคงถูกลากคอเข้าคุกเพราะแสดงพิรุธออกมาอย่างชัดเจนเกินไป ร่างสูงรู้สึกได้ถึงเหงื่อที่ซึมออกมาจากขมับอีกครั้ง จากสายตาแบคฮยอนที่มองมา ราวกับอยากจะบอกว่าฉันจำทุกอย่างที่นายทำในวันนั้นได้ ยังไงอย่างนั้น

 

ฉันกับคยองซูเล่นกันเสียงดังจนนายตื่นเลยใช่ไหม ชานยอลยังปั้นหน้ายิ้มแม้ว่าสมองและร่างกายจะรวนไปหมด มันคือประโยคที่ดีที่สุดในตอนนี้หากว่าเขาต้องการเปลี่ยนไปเรื่องอื่น

 

เปล่าร่างสูงผ่อนลมหายใจออกทางริมฝีปากอย่างแผ่วเบาแล้วพยักหน้ากับคำตอบของแบคฮยอน ก่อนจะยืนนิ่งเมื่ออีกคนยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ฉันตื่นเพราะถูกจูบ

 

...

 

รู้สึกเหมือนเวลาหยุดอยู่กับที่ รวมไปถึงหัวใจของปาร์คชานยอลด้วย ร่างสูงยืนนิ่งกับคำตอบที่เหมือนหมัดลุ่น ๆ ที่ซัดเข้าเต็มหน้าเขาจนน็อกดาวน์ลงไปฟุบกับพื้น

 

ภาพสีซีเปียฉายเข้ามาในหัวเป็นฉาก ๆ เสียงหัวเราะของเซฮุนตอนไปนั่งดื่มด้วยกันที่แม่น้ำฮัน เสียงเพลงและเสียงบทสนทนาเกี่ยวกับเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาทดสอบในชีวิตบนรถ ไปจนถึงฝ่ามือหนัก ๆ ของคยองซูที่หวดลงบนร่างเขาอย่างไม่ยั้ง

 

 

และภาพของแบคฮยอนที่นอนหลับอยู่บนโซฟา...

 

 

ปาร์คชานยอลไม่แน่ใจว่าเบียร์แค่ไม่กี่ขวด หรือจิตใต้สำนึกที่เป็นแรงจูงใจให้เขาเลื่อนใบหน้าเข้าไปจูบแบคฮยอนตอนหลับในวันนั้น ถึงจะแค่ปากแตะปาก แต่มันก็เป็นเรื่องต้องห้ามสำหรับคนเป็นเพื่อนกัน ชานยอลรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้องและมันไม่ควรที่จะเกิดขึ้น แต่ตอนนั้นมันก็ยากเกินที่จะหักห้ามใจ และที่ทำลงไปก็คิดว่าแบคฮยอนคงไม่รู้

 

พูดอะไรบ้างสิ อย่าเอาแต่เงียบ

 

ร่างเล็กรู้สึกใจวูบเมื่อเห็นสีหน้าและท่าทีของอีกฝ่าย ไม่ใช่แค่ชานยอลที่คิดมากกับเรื่องวันนั้น เพราะตัวเขาเองก็เช่นกัน กับเรื่องจูบที่ไม่ว่าจะทำยังไงก็ลบล้างมันออกไปจากหัวไม่ได้

 

แบคฮยอนพยายามทำตัวให้เป็นปกติแล้ว กับการที่ตอนนั้นชานยอลเลือกห่างออกไป เขาก็แกล้งทำเหมือนไม่รู้สึกอะไร ทั้งที่เกิดคำถามในหัวอยู่ตลอดว่าทำไม

 

ชานยอลรู้แล้วเหรอ? เขาแสดงออกมากเกินไปใช่ไหม? หมอนั่นถึงได้ตีตัวออกห่างเพราะรู้ว่าบยอนแบคฮยอนคิดไม่ซื่อ

 

 

แต่เพราะจูบวันนั้น ที่ทำให้เขากลับมาคิดมากกับเรื่องนี้อีกครั้ง

 

 

ตกใจใช่ไหม? ขอโทษนะ ร่างสูงไม่กล้าสบตาอีกฝ่ายซึ่ง ๆ หน้านานเกินสองวินาทีอีกแล้ว สิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือการก่นด่าตัวเองในใจ ฉันไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดี ถ้ามันทำให้นายรู้สึก...

 

พูดยังไม่ทันจบประโยคร่างสูงก็เซถอยหลังไปก้าวหนึ่งเพราะถูกคนตรงหน้าโถมเข้าจูบ ปาร์คชานยอลมีเวลาเพียงไม่กี่วินาทีกับการเรียบเรียงคำถามในหัว ก่อนที่มือทั้งสองข้างจะโอบรั้งร่างคนตัวเล็กเข้ามากอดเพื่อแลกจูบที่แนบแน่นยิ่งขึ้น

 

ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะอะไร หรือกำลังรู้สึกแบบไหน ปาร์คชานยอลขอเทเรื่องบ้า ๆ พวกนั้นทิ้งไว้ข้างหลังก่อนได้ไหม?

 

เพราะสิ่งที่เขาอยากทำมากที่สุดในตอนนี้ก็คือการสัมผัสคน ๆ คนตรงหน้า คนที่เขาทำได้เพียงแค่มองอยู่ห่าง ๆ โดยที่ไม่กล้าแตะต้องตัวเหมือนที่ทำกับเมมเบอร์คนอื่น ๆ

 

ชานยอลเอียงใบหน้าปรับองศาเพื่อให้ลิ้นร้อนทำหน้าที่ได้อย่างถนัด เราจูบกันเหมือนคนเก็บกดมานาน ซึ่งเขาก็คงไม่ปฏิเสธ

 

มีเพียงแค่เสียงถอนลมหายใจของคนสองคนเท่านั้นที่ทำลายความเงียบในตอนนี้ ชานยอลคิดว่าสิ่งที่เขาอยากทำมากที่สุดคือการกอดและจูบแบคฮยอนให้พอใจ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะได้อะไรมากกว่านั้น เมื่อร่างของเราทั้งคู่ล้มลงไปนอนบนเตียงแคบ โดยที่จับมือใครดมไม่ได้ว่าใครเป็นฝ่ายชักนำ

 

มันควรเป็นแบบนี้เหรอ? นั่นคือสิ่งที่ปาร์คชานยอลถามตัวเอง แต่ในเวลาแบบนี้ไม่ว่าใครก็คงหาคำตอบไม่ได้

 

ร่างสูงผละริมฝีปากออกแล้วยันมือไว้กับผืนเตียงทั้งที่ยังคร่อมร่างอีกคนเอาไว้ แต่ยังไม่ทันได้เรียบเรียงคำพูดก็ต้องกุมหัวตัวเองเมื่อมันดันไม่รักดีโขกกับสันไม้สีน้ำตาลอ่อนเข้าอย่างจัง

 

ไอ้เตียงบ้านี่นอกจากจะทำให้เซลฟี่กับน้องคุมะได้อย่างลำบากแล้ว มันยังกล้าดีหักหน้าเขาในช่วงเวลาแบบนี้อีก

 

 

แบคฮยอนที่นอนราบอยู่บนเตียงหลุดขำออกมาอย่างห้ามไม่ได้ จากบรรยากาศที่ร้อนแรงจนแทบลุกเป็นไฟ แปรเปลี่ยนเป็นทุ่งดอกไม้โง่ ๆ อย่างไม่ทันตั้งตัว

 

บ้าเอ๊ย...

 

เจ็บไหม

 

เจ็บสิ

 

ซื่อบื้อจริง

 

แบคฮยอนยันศอกไว้กับเตียง แล้วใช้มืออีกข้างลูบหัวคนที่กำลังเสียฟอร์มอย่างหนัก ร่างสูงคว้าข้อมือเล็กเอาไว้แล้วจ้องหน้า ก่อนที่ร่างของเขาจะค่อย ๆ โน้มลงเข้าหาคนตัวเล็กราวกับโดนแม่เหล็กดูด

 

น่าขายหน้าชะมัด

 

งั้นจะแกล้งทำเป็นไม่รู้แล้วกัน

 

...

 

เลิกทำหน้าแบบนี้สักทีสิ... แบคฮยอนรู้ว่าชานยอลกำลังประหม่า เพราะเขาเองก็รู้สึกไม่ต่างกันนัก

 

ขอโทษ ฉันตื่นเต้นเกินไปหน่อย... ว่าแต่นายไม่ได้ดื่มมาใช่ไหม? ชานยอลสบตากับคนใต้ร่างในระยะใกล้ แน่นอนว่าสถานการณ์ปัจจุบันมันไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้อย่างปกติ แบคฮยอนส่ายหน้าเป็นคำตอบ ก่อนจะโอบใบหน้าอีกฝ่ายเอาไว้

 

ชานยอล

 

...

 

กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม?

 

...

 

ประโยคขอร้องที่มาพร้อมแววตาคู่นี้ แน่นอนว่ามันมีผลต่อปาร์คชานยอลเสมอ ร่างสูงเลียริมฝีปากที่แห้งผากแล้วสบตากับคนตัวเล็ก ชั่วอึดใจเลยทีเดียวที่เขาเงียบไป ก่อนจะพยักหน้าเป็นคำตอบตามที่อีกคนต้องการ

 

เหมือนเดิม

 

แต่พิเศษกว่าเดิม

 

...

 

ชานยอลมองรอยยิ้มของคนใต้ร่างแล้วก็ได้แต่นิ่งไป กับสถานการณ์ที่เป็นอยู่มันก็เป็นสิ่งยืนยันได้ว่าคงไม่มีเพื่อนคนไหนเขาทำกันแบบนี้ แต่พอได้ยินจากปากแบคฮยอนเองมันก็ทำให้คนปอดแหกใจชื้นขึ้นมาเป็นเท่าตัว

 

ชานยอลอมยิ้มแล้วพยักหน้า ก่อนจะคลอเคลียปลายจมูกรั้นแล้วจูบกันอีกครั้ง คราวนี้มันเริ่มต้นอย่างเนิบนาบ ค่อยเป็นค่อยไป ร่างสูงจูบปลายคางมนอย่างทะนุถนอม ก่อนจะเลื่อนไปตามซอกคอหอมในวินาทีถัดมา

 

เสียงครางในลำคอของคนใต้ร่างนั้นเป็นสิ่งแปลกใหม่ ชานยอลกำลังประหม่า เขากำลังพยายามตั้งสติ และคอยมองหน้าอีกฝ่ายอยู่ตลอด ซึ่งถ้าแบคฮยอนบอกให้หยุด เขาก็จะยอมทำตามโดยไม่อิดออด

 

เสื้อยืดสีขาวถูกถลกขึ้นจนถึงช่วงอก แบคฮยอนหลับตาลงรับสัมผัสวาบหวามจากไอ้บ้าที่ปั่นหัวเขามาเป็นเวลานาน ริมฝีปากที่เคยเอาแต่พูดเรื่องไร้สาระกำลังพรมจูบตามหน้าท้องเขา แล้วค่อย ๆ เลื่อนมาจนถึงยอดอก

 

ทุกอย่างมันดีจนต้องผ่อนลมหายใจร้อน ๆ ออกมาเป็นจังหวะ แบคฮยอนเผลอแอ่นอกรับลิ้นร้อนที่กระหวัดวนรอบแล้วดูดดึงกระตุ้นอารมณ์ สองมือที่เคยกำผ้าปูที่นอนจนยับเลื่อนขึ้นมาวางลงบนกลุ่มผมสีเทาหม่น สอดเรียวนิ้วเข้าไปแล้วขย้ำเบา ๆ เผื่อผ่อนคลายอารมณ์

 

เตียงแคบ ๆ นั้นไม่ใช่ปัญหา ทั้งสองคนเอาแต่หัวเราะในลำคอเพื่อแก้อาการขลาดเขินกับสถานการณ์ที่ไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้น ชานยอลเป็นคนขี้เขินงั้นเหรอ แบคฮยอนเพิ่งรู้วันนี้ ทั้ง ๆ ที่เขาคิดว่าตัวเองคงอายจนต้องปิดหน้าแท้ ๆ

 

ไม่หยุดแล้วนะ

 

อ่า...ฮะ

 

ชานยอลยิ้มกับคำตอบของคนตัวเล็ก ก่อนจะก้มลงไปจูบให้หายหมั่นเขี้ยว แบคฮยอนกอดรอบคอแกร่งไว้เพื่อรั้งไม่ให้อีกคนผละออกพร้อมหัวเราะในลำคอ ทั้งที่ยังไม่ผละริมฝีปากออกจากกัน

 

ไม่ว่าใครจะอวยพรเป็นคนแรก ไม่ว่าใครจะซื้อของขวัญชิ้นใหญ่ให้สักแค่ไหน

แต่ไม่ว่ายังไง... สิ่งที่บยอนแบคฮยอนอยากได้เป็นของขวัญมากที่สุด ก็ยังคงเป็นปาร์คชานยอลอยู่ดี

 

รู้ไหมว่าของขวัญชิ้นนี้มันวิเศษยังไง?

 

ไม่รู้ ไหนบอกซิ

 

มันวิเศษตรงที่นายสามารถ แกะกล่องมันได้ทุกวันยังไงล่ะ

 

คนเป็นเจ้าของวันเกิดยิ้มขำแล้วพลิกตัวขึ้นคร่อมทับช่วงกลางลำตัวคนปอดแหกที่กำลังปากดี มือเรียวลูบไปตามแผงอกแกร่งผ่านเสื้อยืดสีดำก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าท้อง แล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูง

 


 

วันอื่นไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้ฉันอยากแกะกล่องของขวัญของวันนี้แล้ว

 

 

 

END

 

 

 

Happy Birthday Baekhyun (:




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

10,184 ความคิดเห็น

  1. #10092 teynittayasut (@teynittayasut) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 16:24
    ชอบบบบบ
    #10092
    0
  2. #9886 SeiJii EXEL เดสส (@suphidsarah) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 12:26
    โอ๊ยยย แกะไปเลยยย เราอยากอ่านตอนเค้าแกะกันจังเลยค่ะ อร๊ายย-----
    #9886
    0
  3. #9730 KAMSNW (@kamsnw) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 02:24
    รออะไรล่ะ เขินวนไปสิคะ อ๊ากกกกก -//////-
    #9730
    0
  4. #9703 miniaraspring (@miniemint57) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 20:44
    โหหห แกะกล่อง แกะเลยค่ะ 5555
    #9703
    0
  5. #9627 litterrabbitza (@rabbitza) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 10:36
    อูยยยย เข้าใจตรงกันนะ อิอิ
    #9627
    0
  6. #9582 shinsen_CB (@shinsen_CB) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 มกราคม 2559 / 21:12
    กรี๊ดดดด ยิ้มแก้มปริแล้ว ชานแบคละชานแบค นี่มโนไปถึงชีวิตจริงเลยว่าพวกนางจะเป็นแบบนี้ไหม โอ๊ยยย เขิน
    #9582
    0
  7. #9543 ฟางจิ้น (@fanggin) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2558 / 18:18
    รีบแกะเลยยยย55
    #9543
    0
  8. #9525 Kim-kibom (@sarun555) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2558 / 20:58
    ของขวัญน่าแกะมากๆๆๆ
    #9525
    0
  9. #9519 KRIS_WU-KY *-* (@maylovelove10) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2558 / 21:45
    เฮ้ยยยยยยยยยยย แกะบ่อยๆแมะจ้ะ
    #9519
    0
  10. #9512 NamPSBBH (@namnapatsamon) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2558 / 08:16
    เป็นสเปที่ดีงามมาก. นี่มันชานยอลกับแบคฮยอนชัดๆ. เขินนนนนนนนนนน ฟินนนนน
    #9512
    0
  11. #9447 Lunglawan. (@LunglawanCB) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2558 / 08:08
    อ้ายยย พี่มลินเอาเรื่องนี้มาทำฟิคเถอะ อรั้ยยเขิน
    #9447
    0
  12. #9419 Ananya (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 04:44
    หมอนขาดหมดแล้วค่าาาาา ฟินแรงงงงงมากกกก

    มโน แลนด์ไปถึงเรื่องจิงเลยเนี่ย เขิลลลลลลล พี่ชานไม่ป๊อดละน้าาาาา อึ่ย!!
    #9419
    0
  13. วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 11:06
    ฟินมากๆๆๆ .นี่มันชีวิตจริงชานยอลกับแบคฮยอนชัดๆ
    #9405
    0
  14. #9403 aonniieeee (@wichuda21) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 / 01:21
    หูยยยยย เก็บกระเป๋าไปฟินแลนด์กันเถอะค่ะ แง เขินแรง ของขวัญสุดพิเศษ ปาร์คชานย๊อลลลล คนป๊อด ต้องให้แบคเริ่มก่อนใช่มั้ย 555555
    #9403
    0
  15. #9394 AikoPikachu (@aikolove) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2558 / 19:30
    อั้ยยยยยยย เพิ่งได้อ่านนน คือรายยยยย กรี้ดดดดดดดดดด พี่ชันไม่ป๊อดละนะคะะะะะ อั้ยยยยยยย
    #9394
    0
  16. #9389 Preawrung Nutnicha (@-preawrung-) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 17:06
    ชอบบบบ >\<
    #9389
    0
  17. #9359 KAKARN_MATO (@kakarn00) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2558 / 19:28
    >////< แกะกล่องกันบ่อยๆนะ
    #9359
    0
  18. #9321 ninaa (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2558 / 21:28
    อุ่ยยย เขินแรง เขินๆๆๆๆ มีnc มั้ยค่ะพี่มลินค่ะ
    #9321
    0
  19. #9318 Intelligence- (@capacite) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2558 / 21:20
    อ๊ากกกก โอ๊ยยยฟินคร่ะะะ 555 #ดีเลย์แป๊ปป
    #9318
    0
  20. #9295 Lovely_Luhan (@mindsa123) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 00:26
    ง่าาาาาาาาาาาาาาาา เขินมากกกกกกกก โอยความเขินโจมตีอย่างหนัก -////- นึกถึงวันเกิดแบคเลย ปีที่แล้วชานยอลก้เป็นคนแรกที่อัพรูป(รูปแรกในไอจีด้วย)แต่ดันลบ ซึ่งเราก้ยังไม่เข้าใจว่าเขาจะลบทำไม? แต่มาปีนี้แม่ยกนี่หัวใจพองโตเลยจ้า ยิ่งอ่านฟิคแล้วยิ่งฟิน >///<
    #9295
    0
  21. #9279 galaxy.inspirit (@galaxy12inspirit) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 12:26
    โอ้ยยยยยย โคตรฟินเลยยย
    #9279
    0
  22. #9267 Naive Smile** (@babe-buzzbuzz) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2558 / 12:30
    เราขอจองตั๋ว ใต้เตียงด้วยคนได้มั้ย
    #9267
    0
  23. #9263 MindCB (@krisylaxy) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 20:38
    พี่คะฉันอยากเห็นเขาแกะกล่องของขวัญกันจังเลยค่ะ
    #9263
    0
  24. วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 18:56
    กีสสสพึ่งมาเจอออกีสสสส เขินนนนงื้อเขินไม่ไหวล้าววววว คือเด็กดีไม่เด้งแจ้งเตือนให้นี่มาขุดๆละเจออฮืออเขินตัมเบยยยย
    #9262
    0
  25. #9259 joylnr (@joylnr) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 00:43
    เขินมากกกกกก เป็นสเปที่ดี๊ดี 

    นี่ก็สงสัยว่าทำไมชานแบคไม่สกินชิฟเท่าคนอื่น

    แต่ความไม่เหมือนมันอาจจะมีอะไรซ่อนอยู่ก็ได้

    ชอบมากกกกกกกก มันเกินคาดจริงๆ คือจินตนาการต่อทันที55555

    ให้ความรู้สึกจริงมากอ่ะ ชอบบบบบบบบ
    #9259
    0