[EXO] "NERDY BOY" มนุษย์แบคฮยอน | CHANBAEK

ตอนที่ 27 : Chapter 25 :: Our Future (END)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,991
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 98 ครั้ง
    7 มี.ค. 58

 

 

Chapter 25

Our Future

 


 

 

แกร๊ง!

 

เสียงอะไรน่ะ?

 

แกร๊ง! แกร๊ง!

 

...

 

ร่างเล็กขมวดคิ้วก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่พบคือผ้าม่านสีครีมที่ปลิวไหวเพราะลมอ่อน ๆ พัดเข้ามา หน้าต่างถูกเปิดไว้เพียงเล็กน้อยพอให้อากาศได้ถ่ายเท ความอุ่นใต้ผ้าห่มทำคนขี้เซาไม่อยากลุกไปไหน แต่พอมีอะไรบางอย่างฉายเข้ามาในหัว คนตัวเล็กเลยต้องตื่นอย่างเต็มตาปฏิเสธไม่ได้

 

...!!!”

 

แบคฮยอนดีดตัวลุกขึ้นเบิกตาโพลงก่อนจะรีบก้มลงมองสารร่างตัวเอง และก็พบว่าเสื้อผ้ายังสวมอยู่ครบ ไม่ขาดไม่หาย หมายถึงเสื้อแขนยาวตัวเดียวไม่ใช่สองตัวแบบเมื่อคืนนี้ ถึงกางเกงที่ใส่อยู่มันจะเป็นตัวใหม่ก็เถอะ

 

พอหันไปข้างตัวก็พบเพียงแค่รอยยับ แต่คนหายไปแล้ว ร่างเล็กยกมือขึ้นตะปบปาก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นขย้ำกลุ่มผมตัวเองเมื่อภาพลามกเป็นฉาก ๆ ฉายเข้ามาในหัวราวกับม้วนหนังสี่มิติที่ให้แสดงเอง

 

ชานยอลไปไหน? นั่นคือคำถามในตอนนี้ แบคฮยอนคลานมาอยู่ปลายเตียงพลางกลอกตามองซ้ายขวามองหาสิ่งมีชีวิตในห้องนี้ แต่ก็พบเพียงแค่ความว่างเปล่า แม้แต่ยุงบินผ่านสักตัวก็ไม่ ให้ตายเถอะ ภาพไม่ชัดเลยอ่ะ

 

 

ก็จะชัดได้ยังไงเล่า แว่นก็ไม่ได้ใส่!!!

 

 

แบคฮยอนคลานไปหยิบแว่นแล้วค่อย ๆ ย่องเบาไปหยุดอยู่หน้าประตู เสียงดังแกร๊ง ๆ ที่ปลุกให้ตื่นเมื่อครู่ดังขึ้นอีกแล้ว คาดว่าต้นเหตุของเสียงนั้นมันต้องมาจากบ้านของเขาแน่ ๆ

 

ก่อนอื่นต้องเอาหูแนบประตูให้แน่ใจ แต่แค่ครู่เดียวเท่านั้นแหละที่เสียเวลาไปกับการทำตัวติ๊งต๊อง แบคฮยอนก็ค่อย ๆ หมุนลูกบิดออกแล้วโผล่หน้าออกไป สิ่งแรกที่รู้สึกได้คือกลิ่นหอม ร่างเล็กทำจมูกฟุตฟิตแล้วค่อย ๆ ย่องออกมาแบบไม่มีเสียง

 

แต่เอ...ทำไมเขาต้องมาทำอะไรแบบนี้ในบ้านตัวเองด้วยล่ะ

 

พอมาถึงก็แอบชะโงกหน้าเข้าไปในห้องครัว ในที่สุดก็รู้แล้วว่าต้นเหตุของเสียงนั้นมาจากไหน ซึ่งมันคงไม่พ้นกระทะกับทัพพีที่กำลังผัดข้าวโดยคนที่น่าจะหาตัวยากในห้องครัว ถ้าเทียบกับสองปีที่แล้ว

 

ชานยอลถลกแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก ก่อนจะเอื้อมไปหยิบซอสมาปรุงอาหารในกระทะ คนตัวสูงตักข้าวคำเล็กขึ้นมาชิม ระหว่างให้ลิ้นรับรสชาติก็เคาะปลายนิ้วชี้ลงบนซิงค์ราวกับใช้ความคิดก่อนจะพยักหน้ากับตัวเอง

 

โห...ท่าทางแบบนั้นดูไม่เหมือนคนละเมอตื่นมาหยิบกระทะเลย นี่เป็นความรู้ใหม่ที่ไม่ว่าใครก็ต้องตกใจแน่ ๆ กับการที่ได้เห็นชานยอลหยิบจับเครื่องครัวโดยไม่เขวี้ยงมันลงซิงค์อย่างหัวเสียเพราะทำอาหารไหม้ติดกระทะ

 

ขอโทษก็ได้ที่แบคฮยอนกำลังประเมินค่าแฟนต่ำขนาดนี้ แต่เชื่อถ้าว่าภาพเก่า ๆ มันยังคงติดตาอยู่ พอเห็นความเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดแบบนี้เลยแอบสะพรึงใจอยู่นิดนึง

 

ไง?

 

อุ่ย...

 

แบคฮยอนค้างอยู่ท่านั้นเมื่ออยู่ ๆ พ่อครัวหัวป่าก็หันมาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ชานยอลมีเซนส์หรือว่ามีตาอีกคู่อยู่ข้างหลังกันแน่ถึงได้รู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้ ร่างเล็กขยับแว่นอยู่ในที แบคฮยอนพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุดหลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนลอยเข้ามาในความคิดอีกครั้ง

 

ข้าวเสร็จพอดี

 

แบคฮยอนอาจจะเป็นบ้าไปแล้ว ที่พอได้ยินเสียงทุ้มต่ำของชานยอลก็ใจเต้นแรงจนขนลุกเกรียวกราวไปหมด มือไม้ก็ไม่รู้จะเอาไว้ตรงไหน เดี๋ยววางบนโต๊ะ เดี๋ยวยกขึ้นมาเกาท้ายทอยอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งจานข้าวผัดถูกวางลงตรงหน้า แบคฮยอนรู้ตัวว่าเมื่อกี้เผลอสะดุ้งด้วย

 

เห็นว่ายังมีข้าวเหลืออยู่กูเลยเอามาผัด

 

อ้อใช่...เราแช่ตู้เย็นไว้กะผัดกินวันนี้อ่ะ... แบคฮยอนยิ้มเจื่อนมองตามคนตัวสูง ชานยอลทำกับข้าวเป็นด้วยเหรอ

 

อยู่ที่นั่นถ้าขี้เกียจไปข้างนอกก็ทำกินเองบ้าง เมทกูสอนมา ชานยอลว่าพร้อมเปิดตู้เย็น เทน้ำเปล่าสองแก้วแล้วไว้ตรงกลางโต๊ะอาหาร

 

แบคฮยอนไม่ได้พูดอะไรอีก เขาเพียงแค่ตักข้าวผัดที่มีไข่ดาวกับไส้กรอกเป็นพร็อพเสริม นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขารู้สึกเกร็งริมฝีปากที่สุด ยิ่งตอนชานยอลนั่งลงฝั่งตรงข้ามแล้วกินได้อย่างหน้าตาเฉย แบคฮยอนก็ยิ่งรู้สึกทะแม่ง ๆ

 

ชานยอลตื่นนานแล้วเหรอ เจ้าของชื่อไม่ได้ตอบคำถาม เขาเพียงแค่เงยหน้าขึ้นแล้วเท้าศอกมองแฟนจ๋าที่กำลังมองตาปริบ ๆ ทั้งที่มือข้างหนึ่งยังคงถือช้อนไว้อย่างนั้น ไหนจะผมเผ้าที่ชี้โด่เด่นั่นอีก นี่ยังไม่รวมไปถึงแก้มแดง ๆ ทั้งสองข้างด้วยนะ

 

เมื่อคืนหลับสบายไหม?

 

...

 

เล่นถามแบบนี้ถึงกับอิ่มเลยอ่ะ แบคฮยอนตาเหลือกมองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งกำลังจ้องเขาระหว่างรอคำตอบ ชานยอลเริ่มน่ากลัวแล้ว เขารู้สึกว่าการใช้ชีวิตอยู่กับไททันโลกแดงง่ายกว่าผู้ชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามในตอนนี้ซะอีก

 

แล้วชานยอลหลับสบายไหม... แบคฮยอนจะสู้ ต่อให้ชานยอลจะมีทักษะการทำลายล้างสูงขึ้นกว่าเมื่อก่อนจนยากที่จะต่อกร แต่เขาจะไม่ยอมเขินตายตรงนี้เด็ดขาด

 

สบายกว่านอนคนเดียวเยอะ ประโยคนี้มาพร้อมรอยยิ้ม ร่างเล็กรู้สึกเหมือนว่าความพยายามที่จะสู้มันช่างสูญเปล่า เมื่ออีกฝ่ายฮุคหมัดตรงกลับมาได้อีกแล้ว

 

เราลืมแปรงฟัน!” แบคฮยอนลุกพรวดกลอกตาไปมาก่อนจะยิ้มเจื่อน แล้วรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำโดยเร็วที่สุด

 

สองมือเท้าลงกับขอบอ่างล้างหน้า ร่างเล็กมองกระจกแล้วก็ได้แต่หลับตาถอนหายใจหนัก ๆ บยอนแบคฮยอนเริ่มกลัวตัวเองแล้วที่เอาแต่คิดเรื่องลามกตอนมองหน้าชานยอล ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปากที่จูบกันนับครั้งไม่ถ้วน ไหนจะมือใหญ่นั้นที่...

 

ไม่!!!”

 

แบคฮยอนทุบมือลงกับขอบอ่าง มือชานยอลไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่ได้ทำ เขาต้องหยุดความคิดตัวเองก่อนที่จะสติแตกมากไปกว่านี้ ไม่เอาน่า วันนี้อากาศกำลังดี ไหนจะข้าวผัดในจานนั้นอีก จากที่ลองชิมเมื่อกี้มันอร่อยสุด ๆ ไปเลย แบคฮยอนต้องกินจนหมดไม่เหลือทิ้งแน่ เห็นไหมล่ะ...มีอะไรน่าสนใจอีกตั้งเยอะ เลิกคิดได้แล้ว

 

อะไร

 

...

 

แบคฮยอนอยากร้องไห้ พอเงยหน้ามองกระจกก็เห็นว่าตอนนี้ชานยอลมายืนอยู่ข้างหลังแล้ว นี่หายตัวได้ตั้งแต่เมื่อไหร่อ่ะ ถึงชานยอลจะชอบเล่นมุกว่าวาร์ปได้เหมือนเด็กบ้าการ์ตูนก็เถอะ แต่การอยู่ ๆ ก็โผล่เข้ามาแบบไม่ทันได้ตั้งตัวแบบนี้มันน่าตกใจนะ ไหนจะสีหน้าเหมือนไม่รู้เรื่องรู้ราวกับแปรงสีฟันในมือนั่นอีก

 

แปรงฟันพร้อมกันไม่ได้เลยดิ แค่นี้ไล่เหรอ ชานยอลผลักหัวคนตัวเล็กเบา ๆ แบคฮยอนเหมือนคนสติหลุด มือไม้ก็คลำ ๆ หาแปรงสีฟันกับหลอดยาสีฟันมาบีบจนแทบล้น

 

ได้อ่ะ...

 

บีบให้ด้วย คนตัวสูงยื่นแปรงสีฟันมา และแบคฮยอนก็บีบให้ทั้งที่ยังไม่ละสายตาออกจากกระจก

 

เราสองคนยืนแปรงฟันด้วยกันอยู่หน้าซิงค์ มีบางครั้งที่แอบชำเลืองมองความเคลื่อนไหวของคนตัวโตกว่า ทำไมชานยอลถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้ หรือว่ามันเป็นเรื่องปกติที่มนุษย์เราจะใช้ชีวิตได้โดยไม่รู้สึกอะไรหลังจากผ่านสมรภูมิรบมา

 

 

ไม่สิ...ทำไมถึงใช้คำว่าสมรภูมิรบล่ะ...

 

 

วันนี้ชานยอลอยากไปไหนเป็นพิเศษไหมอ่ะ...

 

ไม่ กูอยากอยู่บ้าน ทำกับข้าวกินด้วยกันแล้วก็นอนอย่างคนขี้เกียจ ชานยอลพูดอย่างไม่ยี่หระ วูบหนึ่งนึกถึงคยองซูเลย บางทีเพื่อนของเขาอาจจะกำลังทำแบบนั้นอยู่หลังจากผ่านพ้นคืนวันปีใหม่มาแล้ว

 

แบคฮยอนแปรงฟันพร้อมชำเลืองมองคนที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลัง ก่อนจะเซไปข้างหน้าเล็กน้อยเพราะชานยอลวางแขนลงมาบนบ่าเขาซะเต็มแรงบอกแล้วว่าให้กินข้าวเยอะ ๆ พอผอมแล้วกลายเป็นคนไม่มีเรี่ยวแรงเลยดิ

 

ชานยอลเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยตอนเราสบตากันผ่านกระจก สายตาคู่นั้นเหมือนจะถามว่ามีอะไร แต่ก็เหมือนว่าจงใจจะแกล้งด้วย แบคฮยอนย่นจมูกแล้วแปรงฟันแรง ๆ ก่อนที่มือใหญ่นั้นจะวางลงบนหัวเขา แล้วโคลงไปมาเบา ๆ

 

เออ ลืมไปเลยว่าต้องกลับไปเช็กเอาท์ กระเป๋ากับของขวัญวันเกิดหมาอยู่ที่นั่น

 

ถ้าเราเป็นหมา ชานยอลก็เป็นพ่อวัว

 

พ่อวัวทำไม? แบคฮยอนหดคอลงเมื่ออีกฝ่ายโน้มหน้าลงมาใกล้ ๆ ร่างเล็กกลอกตาไปมาแล้วส่ายหน้าพรืด

 

พ่อวัวตัวใหญ่กว่าหมาไง

 

ถ้าไม่ตัวใหญ่จะอุ้มหมาได้เหรอวะ ชานยอลไม่พูดอย่างเดียว ผู้ชายคนนี้อุ้มเขาขึ้นไปนั่งบนซิงค์หินขัดโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

 

ชานยอลยิ้มก่อนจะเอาแปรงสีฟันออกมาจากปากของเราทั้งคู่แล้ววางไว้บนอ่าง คราบยาสีฟันยังคงเลอะริมฝีปากของเราทั้งคู่ ถึงเมื่อก่อนชานยอลจะชอบบ่นอยู่บ่อย ๆ ว่าเขาใช้เวลาไปกับการแปรงฟันครึ่งค่อนชีวิต แต่นี่คือการสั่งให้เลิกหยุดแปรงหรือไง แบคฮยอนนั่งแข็งทื่อไปหมดแล้ว เขากำลังจะต้องเจอกับอะไรเหรอ

 

เอาแต่มองลอกแลกตั้งแต่ตอนกินข้าวแล้วนะ เขินมากไง?

 

โห...เล่นถามกันแบบนี้เลย...

 

ก็ถ้ามึงอึน กูอึน แล้ววันนี้จะคุยกันรู้เรื่องไหม แล้วนั่นหลบตาทำไม หันมานี่เด็กตัวสูงบีบคางอีกคนให้หันมาสบตากัน เห็นปากจู๋ที่เลอะคราบยาสีฟันแล้วก็อดยิ้มไม่ได้

 

ก็เราเขินอ่ะ

 

เขินอะไร

 

เราไม่พูดได้ไหมอ่ะ มันเป็นเรื่องน่าอายสำหรับเด็กที่ไม่ได้ไปเรียนอเมริกาอย่างเรา แบคฮยอนอยากร้องไห้ เขาก็พอรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมฝั่งนั้นมาบ้าง ที่การกอดจูบลูบคลำยันมีเซ็กส์คือเรื่องปกติธรรมดา แต่มันไม่ใช่สำหรับเขา

 

ไว้ทำบ่อย ๆ เดี๋ยวก็ชิน แบคฮยอนเบิกตากว้างที่ได้ยินอีกฝ่ายพูด ชานยอลพูดออกมาอย่างหน้าตาเฉยได้ยังไงกัน เมื่อคืนตอนโดนตีเมืองเขายังรู้สึกระบมไม่หายเลย ถ้าทำอีกคงได้นอนให้เตียงดูดวิญญาณเป็นวันแน่ล้อเล่น

 

พูดจริงก็ไม่เอาด้วยแล้ว เราเจ็บจะแย่ แค่นั่งตอนนี้ยังเจ็บเลย คนตัวเล็กงึมงำพร้อมก้มลงมองซิงค์หินขัดที่นั่งอยู่ ชานยอลยิ้มขำแล้วเลื่อนใบหน้าเข้าไปจูบปากคนช่างพูดจังหวะทีเผลอ ก่อนจะผละออกมาสบตากันอีกครั้ง

 

ขอแบบนี้นะ

 

อะไรอ่ะ ชานยอลก็แปรงฟันไปสิ มาขออะไรเรา แบคฮยอนยื่นแปรงสีฟันให้ แต่คนตัวสูงกลับเอาแต่ยิ้มไม่ยอมรับแปรงไปสักที

 

ผลัดกันทำมื้อเช้า แปรงฟันพร้อมกันบ้าง แล้วก็ฟังมึงพูดถึงเรื่องอะไรก็ไม่รู้ทั้งวัน

 

...

 

อีกสองปีนะ

 

...

 

เลี้ยงหมาสักตัวดีไหม

 

...

 

ไม่ชอบเหรอ? เด็กตัวสูงเลิกคิ้วถาม พอเห็นว่ามนุษย์ฮอบบิทเอาแต่อมแปรงสีฟันไว้ในปากตอนสบตากัน

 

แบคฮยอนส่ายหน้าช้า ๆ ก่อนจะเอามืออังหน้าผากตัวเองแล้วไล่มาจนถึงแก้ม เขารู้สึกร้อนไปหมดกับสิ่งที่ชานยอลกำลังพูดถึง

 

เรากำลังคิดภาพตามที่ชานยอลพูด ร่างเล็กเว้นจังหวะไปครู่หนึ่งขณะสบตากัน ก่อนจะค่อย ๆ ยิ้มออกมาอย่างขลาดอายแค่คิดก็ตื่นเต้นแล้วอ่ะ...

 

...

 

พอเห็นว่าชานยอลวางแผนไว้เราก็ยิ่งรู้สึกดี ทั้งที่เราไม่กล้าหวังอะไรไว้มากแบคฮยอนกัดริมฝีปากบนที่เลอะยาสีฟันเบา ๆ เขารู้สึกดีเหลือเกินที่เห็นว่าอีกฝ่ายวางแผนอนาคตของเราไปไกลขนาดนั้นเพราะเรากลัวว่าวันหนึ่งมันเป็นอย่างนั้นไม่ได้ เราก็คงเสียใจ

 

ใช่ ชานยอลเปิดน้ำใส่แก้วแล้วยื่นให้คนตัวเล็กบ้วนปากกูเคยคิดว่าตอนนี้ขอให้เรียนจบได้ก่อนเถอะ อนาคตจะเป็นไงค่อยว่ากันอีกที เพราะถ้าคาดหวังไว้สูงมาก พอทุกอย่างไม่ออกมาเป็นดั่งใจแม่งก็เฟลอีก

 

แล้วชานยอลคิดทำไมอ่ะ แบคฮยอนถามพร้อมเปิดน้ำใส่แก้วให้ชานยอลได้บ้วนปากบ้าง

 

ก็พอคิดแล้วมันมีกำลังใจนี่หว่า เด็กตัวสูงยืนนิ่งให้อีกฝ่ายเอาผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดปากให้ ก่อนจะเท้าแขนทั้งสองข้างไว้กับซิงค์หินขัดอีกครั้งแล้วนั่นมันคือวิธีสร้างกำลังใจของกู

 

ชานยอลรักเราขนาดนั้นเลยเหรอ อดไม่ได้ที่จะถาม พอเวลาผ่านไปสองปี เราได้เจอกันอีกครั้ง ทุกอย่างที่เป็นชานยอลมันดีขึ้นในขณะที่เขายังหยุดอยู่ที่เดิมกับสิ่งเดิม ๆ

 

คนตัวสูงยิ้มก่อนจะถอดแว่นอีกคนออก เขาเอามือรองน้ำพอให้ชุ่มมือแล้วล้างหน้าให้คนตัวเล็กอย่างเบามือ และปิดท้ายด้วยการซับผ้าขนหนูให้

 

มากแค่ไหนไม่รู้ แต่ตอนนี้รู้แค่ว่าอยากตื่นมาทำแบบนี้ให้

 

...

 

แต่คงไม่ทำทุกวันหรอกนะ วันไหนอยากตื่นสายก็ล้างเองแล้วกัน ชานยอลพูดกลั้วหัวเราะตอนนี้แค่อยากทำให้ ในอนาคตมันอาจจะน้อยลง

 

มันคือเห่อไงชานยอล

 

ก็ให้เห่อหน่อยได้ไหมล่ะ อะไรที่เคยทำแล้วหยุดทำ มันไม่ได้หมายความว่าที่เคยเกิดขึ้นมันไม่ใช่ความจริง ชานยอลยักคิ้ว ก่อนจะผลักหัวคนตัวเล็กที่แกล้งปั้นหน้าปั้นตากวนประสาท

 

ทุกครั้งที่รู้สึกเหนื่อยกับการเรียนเขาจะนึกถึงหน้ามนุษย์ฮอบบิท แล้วบอกตัวเองว่าให้อดทนหน่อย เวลามันไม่คงที่ตลอดไปหรอก สักวันหนึ่งความสำเร็จจะเดินทางมาหาเขาในที่สุด

 

เราขี้เห่อเหมือนกันเลยอ่ะ เป็นคู่รักขี้เห่อ ได้ยินอย่างนั้นก็หลุดหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ชานยอลบีบจมูกรั้นเบา ๆ แล้วหันหลังให้ก่อนจะย่อตัวลงเล็กน้อย อะไรเหรอ?

 

เห็นบอกว่าปวด เดี๋ยวพ่อวัวจะพาไปกินยา ชานยอลหันมายิ้มแล้วพยักหน้าย้ำ และมันทำให้หัวใจของผู้รับพองโตเหลือเกิน

 

ร่างเล็กขยับไปกอดคอแกร่งเอาไว้ ก่อนที่ชานยอลจะสอดแขนเข้ามาใต้ขาพับแล้วกระชับให้เขาขึ้นไปอยู่ข้างหลัง แบคฮยอนเคยเห็นฉากแบบนี้ในละคร แต่เขาไม่คิดว่าจะเป็นฝ่ายที่ได้ขึ้นมาอยู่บนหลังใครสักคน นอกจากพ่อ...หมายถึงตอนที่ยังตัวสูงไม่ถึงเอวท่านน่ะนะ

 

ร่างเล็กเกยคางลงกับบ่าคนตัวโตกว่า เขาไม่สามารถหุบยิ้มได้กับความสุขที่เกิดขึ้นในทุกวินาทีที่เราได้อยู่ด้วยกัน

 

ชานยอลต้องกินยากับเราไหม ปวดตรงไหนบ้างหรือเปล่า

 

คนทำไม่ปวดหรอก แต่ถ้าอยากให้กินเป็นเพื่อนก็ย่อมได้ ขายาวก้าวไปอย่างไม่เร่งรีบ แบคฮยอนกระชับวงแขนแล้วหัวเราะพอใจ

 

ชานยอลไม่ชอบกินยาไม่ใช่เหรอ

 

เออไง เมื่อกี้กูพูดเล่น อยากหล่อให้แฟนฟินเฉย ๆ

 

โห จะโกหกว่าพูดจริงก็ได้อ่ะ พอสารภาพงี้ไม่เห็นจะหล่อเลย แบคฮยอนเอาหัวโขกกับหัวอีกคนเบา ๆ

 

หล่อแค่นี้ก็พอแล้ว เดี๋ยวมึงเขินจนไม่กล้ามองหน้ากูหนักกว่านี้แล้วจะยุ่ง เด็กหนุ่มยิ้มขำเมื่อนึกถึงท่าทางของอีกคนที่เอาแต่หลบตาเขาอยู่บ่อย ๆ

 

ชานยอลไม่อยากไปเที่ยวแน่นะ?

 

กูอยากนอนอยู่ใต้ผ้านวม แล้วก็ดูหนังที่โหลดฟรีจากอินเทอร์เน็ต เด็กตัวสูงเว้นจังหวะไปครู่หนึ่งแล้วหันไปสบตากับคนที่อยู่บนหลังกับมึง

 

เดี๋ยวพอชานยอลย้ายมาอยู่กับเราแล้วจะเบื่อบ้านเอานะ ถ้าไม่ออกไปไหนเลย

 

กลัวกูเบื่อบ้านหรือเบื่อมึงกันแน่ ชานยอลวางคนตัวเล็กไว้บนเก้าอี้แล้วเดินไปเอากระปุกยาแก้ปวดมาวางไว้บนโต๊ะ เราควรจะกินข้าวกันต่อหลังจากปล่อยให้มันเย็นชืดเพราะใช้เวลาไปกับการแปรงฟันนานเกินไป

 

ก็เมื่อก่อนชานยอลชอบออกไปเที่ยวอ่ะ

 

เมื่อก่อนก็ส่วนเมื่อก่อนสิ ตอนนี้อยากนอนกอดมึง ได้ไหมล่ะ

 

ร่างเล็กไม่ได้แย้งอะไรอีก พอได้ยินชานยอลยืนยันแบบนี้แล้วก็สบายใจขึ้นมาหน่อย แบคฮยอนคิดว่าเขาคงกังวลเกินไปจริง ๆ นั่นแหละ บางทีการทำตัวให้เป็นปกติเหมือนเมื่อก่อนมันอาจจะไม่แย่อย่างที่คิดก็ได้

 

แล้วพรุ่งนี้เช้าพาไปทำความเคารพพ่อตาแม่ยายด้วย

 

...

 

ชานยอลเท้าคางมองยิ้ม แบคฮยอนไม่เคยคิดเลยว่าชานยอลจะนึกถึงเรื่องนี้ ไม่เคยคิดเลย มันอาจจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่การที่ผู้ชายคนนี้นึกถึงพ่อกับแม่เขา มันก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าชานยอลใส่ใจมากแค่ไหน

 

งั้นกินข้าวเสร็จแล้วเราไปนอนดูหนังกันนะ

 

ชานยอลมองคนตัวเล็กที่ยิ้มออกมาอย่างเป็นธรรมชาติได้แล้ว เขาเคี้ยวข้าวอย่างไม่เร่งรีบแล้วพยักหน้าตกลง

 

.

.

 

 

ช่วงเย็นทั้งคู่ออกมาข้างนอกเพื่อตรงไปเช็กเอาท์โรงแรม ชานยอลลากกระเป๋าออกมาขึ้นแท็กซี่ที่ร่างเล็กนั่งรออยู่ข้างใน ระหว่างทางก็คุยกันถึงมื้อค่ำ ซึ่งก็ได้บทสรุปออกมาเป็นหม้อไฟ เพราะชานยอลอยากกิน แบคฮยอนก็เลยอยากกินด้วย

 

เราไปซื้อของที่ซุปเปอร์ ลากรถเข็นกันคนละมือ หยิบของที่อยากกินใส่เข้าไปราวกับว่าจะไม่มีวันพรุ่งนี้อีกต่อไป พอเลือกของเสร็จหันมาดูอีกทีของเต็มรถเข็นแล้ว

 

กระเป๋าฉีกแน่ฮอบบิท

 

ไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้อ่ะ ชานยอลกะอยู่เป็นเดือนเลยใช่ไหมเนี่ย ดูสิ อีกสองวันจะกินยังไงหมด แบคฮยอนค้นของดู แต่คนตัวสูงกลับเลื่อนรถเข็นหนีไปเฉยเลยเดี๋ยวสิชานยอล ขอเราคำนวณเงินก่อน!”

 

ได้แต่ยืนอ้าปากหวอมองแผ่นหลังกว้างของไททันตัวโตที่เดินห่างออกไปเรื่อย ๆ ชานยอลยังคงเหมือนเดิม ชอบหยิบของไม่จำเป็นใส่รถเข็นเยอะแยะเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด จากสภาพเงินสดที่มีอยู่ตอนนี้คงไม่พอจ่ายแหง ๆ

 

เท่าไหร่อ่ะ... แบคฮยอนกระซิบถามระหว่างแคชเชียร์กำลังคิดเงิน ชานยอลไม่ตอบคำถาม ผู้ชายคนนี้เพียงแค่ยิ้มแล้วควักกระเป๋าเงินออกมาจากกางเกงตัวเอง

 

เดี๋ยวป๋าจ่ายเองนะคะ ร่างเล็กขมวดคิ้วมองเจ้าของเสียงทุ้มต่ำแต่กวนประสาทสุด ๆ ชานยอลจ่ายเงินเสร็จสรรพก่อนจะลากรถเข็นออกไปข้างนอก

 

หารสองนะ!”

 

พูดมากจังฮอบบิท เก็บแรงไว้ทำหม้อไฟเถอะ เด็กหนุ่มละมือข้างหนึ่งออกมาปิดปากคนตัวเล็กแล้วเรียกแท็กซี่ เขารู้ดีว่ามนุษย์ฮบบิทเป็นคนยังไง

 

แต่บางอย่างมันไม่จำเป็นอ่ะ นมกับซีเรียลมันเยอะเกินไปนะ

 

ไม่เยอะหรอก ของพวกนี้อยู่ได้นาน มึงจะได้ไม่ต้องออกไปซุปเปอร์บ่อย ๆ

 

หา

 

อะไรเด็กตัวสูงเลิกคิ้วมองอีกคนที่กำลังทำตาปริบ ๆ เรื่องมึนโลกแตกนี่ขอให้บอกเถอะ

 

หมายความว่าชานยอลซื้อของพวกนี้ไว้ให้เราเหรอ

 

ให้หมาข้างบ้านมั้งเนี่ย ถ้ามันชอบกินซีเรียลมากกว่าข้าวคลุกตับก็เทใส่ชามแล้วไปนั่งกินเป็นเพื่อนมันนะ ชานยอลขยับปากบ่นอุบอิบพลางมองคาดโทษมนุษย์ฮอบบิทที่เกาหัวเหมือนคนซื่อบื้ออยู่ได้ เกือบนาทีนึงเลยมั้ง กว่าไอ้นี่จะรู้ตัวว่าควรเขิน

 

หูย...ทำไมชานยอลดี

 

เลิกพูดได้ละ กูหมดอารมณ์จะหล่อเลย

 

ชานยอลหล่อตั้งแต่ควักกระเป๋าเงินออกมาแล้ว อย่างงี้ คนตัวเล็กไม่พูดอย่างเดียว เจ้าตัวยังทำท่าควักกระเป๋าเงินออกมากรีดแบงค์ห้าหมื่นวอนโชว์อีกด้วย ชานยอลแค่นหัวเราะแล้วกอดคออีกคนเข้ามาอย่างหมั่นเขี้ยว

 

 

มีความสุขอย่างบอกไม่ถูกกับสิ่งที่เราทำร่วมกันในวันนี้

 

 
 

 

 

เราใช้เวลาไปกับการนั่งกินหม้อไฟในบ้านอุ่น ๆ เกือบสามชั่วโมง แบคฮยอนจำเป็นต้องกินเยอะ ๆ เพราะชานยอลอยากให้เขามีเนื้อมีหนังกว่านี้ แต่ชานยอลไปเรียนไกลถึงเมืองนอก ที่นั่นเขาไม่ได้สอนเหรอว่าคนเราอ้วนขึ้นทันทีหลังจากกินหนักมื้อเดียวไม่ได้

 

ตอนนี้ข้างนอกหิมะกำลังตก เราสองคนนอนแห้งอยู่บนเตียงในเวลาเกือบสี่ทุ่ม ชานยอลลุกขึ้นไปค้นกระเป๋าเดินทางก่อนจะกลับมาพร้อมกับกล่องอะไรบางอย่าง แบคฮยอนลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิแล้วมองอย่างลุ้น ๆ

 

นั่นของขวัญวันเกิดเรา

 

แสนรู้นี่ ชานยอลนั่งลงแล้วเกาคางคนตัวเล็กที่กำลังยิ้มอย่างดีใจ แต่ยังไม่ทันได้แกะกล่องของขวัญก็ต้องหุบยิ้มเมื่ออยู่ ๆ คนตัวสูงก็ลุกขึ้นเดินไปหยุดอยู่หน้าประตู แกะเลย เดี๋ยวกูไปฉี่แป๊บนึง

 

เดี๋ยวเรารอชานยอลกลับมา

 

แกะเลย ไม่ต้องรอ

 

ไหงงั้นล่ะ ชานยอลจะไม่รอลุ้นกับเราเหรอ

 

กูจะลุ้นกับของที่เลือกเองกับมือทำไมวะ ประสาท ชานยอลยิ้มขำพลางส่ายหน้าหน่าย ๆ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องโดยไม่มีท่าทีว่าที่พูดออกมาเมื่อกี้แค่ล้อเล่น

 

อะไรอ่ะ แบคฮยอนอ้าปากค้าง สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ประตูห้องที่เปิดทิ้งไว้ ชานยอลทำโรแมนติกมาตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เจอกันอีกครั้ง แล้วไหงอยู่ดี ๆ มาดับฝันกันแบบนี้เนี่ย

 

ก็ได้ เดี๋ยวพอชานยอลกลับมาเขาจะแกล้งทำเป็นไม่ตื่นเต้นให้ดู

 

ร่างเล็กค่อย ๆ แกะกล่องของขวัญขนาดเหมาะมืออย่างตั้งใจ แม้ว่าหลังจากนี้มันคงถูกชานยอลเก็บเอาไปทิ้งขยะเพราะคิดว่าไม่จำเป็นแล้ว เขาคิดว่าการกระชากกระดาษห่อของขวัญจนขาดมันเป็นการทำร้ายจิตใจคนห่อเกินไป ถึงบางทีชานยอลจะไปจ้างคนอื่นห่อมาก็ตาม

 

โอ๊ะ

 

แบคฮยอนหยิบแว่นแฟชั่นหน้าตาแปลก ๆ ขึ้นมาเพ่งมองใกล้ ๆ แล้วพลิกซ้ายขวา ก่อนจะควานเศษกระดาษในกล่องแต่ก็ไม่เจออะไรอีก ทำไมมันดูเหมือนของที่ซื้อตามร้านแผงลอยข้างฟุตปาธเลยล่ะ นี่นำเข้าจากอเมริกาจริง ๆ เหรอเนี่ย

 

เขากำลังรู้สึกผิดหวังอยู่ลึก ๆ งั้นเหรอ แบคฮยอนไม่ได้อยากรู้สึกอย่างนี้เลยจริง ๆ นะ คือไม่ว่าชานยอลจะให้อะไรมันก็ดีทั้งนั้นนั่นแหละ แต่แว่นหน้าตาแปลก ๆ นี่มันคืออะไร ไม่ใช่แว่นสายตาด้วย และถึงเป็นแว่นสายตาจริง ๆ เขาก็ไม่รู้ว่าจะกล้าใส่ออกนอกบ้านไหม

 

แกร่บ!

 

โอ๊ะ!”

 

ร่างเล็กเบิกตาอย่างตกใจเมื่ออยู่ ๆ ขาแว่นข้างหนึ่งมันก็หลุดออกมาเสียอย่างนั้น ต้องไม่ใช่อย่างนี้สิ นี่เพิ่งจะหยิบมันขึ้นมาดูเมื่อกี้เองนะ ถ้าเขวี้ยงไปรอบ ๆ ตัวก็ว่าไปอย่างอ่ะ ถึงลึก ๆ จะแอบผิดหวัง (รู้สึกผิดจัง) แต่ก็ใช่ว่าเขาจะแกล้งทำมันพังสักหน่อย

 

...

 

ชานยอล!!”

 

แบคฮยอนผงะพอหันไปอีกทีก็เห็นว่าคนตัวสูงยืนกอดอกอยู่หน้าประตูแล้ว สีหน้าคนให้ของขวัญดูไม่ค่อยสบอารมณ์นัก เขาไม่สามารถจินตนาการดราม่าที่กำลังจะเกิดขึ้นได้เลยหลังจากทำอิมพอร์ตจากอเมริกาพัง

 

เราไม่ได้ตั้งใจนะ เราเพิ่งหยิบออกมาแล้วอยู่ดี ๆ มันก็หักอ่ะ แบคฮยอนลนลานอธิบาย แต่สีหน้าชานยอลก็ยังไม่ต่างไปจากทีแรก

 

คนตัวสูงนั่งลงบนเตียงแล้วมองหน้ามึน ๆ ของเขาสลับกับแว่นขาหักในมือ เสียงถอนหายใจแบบนั้นคืออะไร ชานยอลกำลังจะโกรธใช่ไหม แบคฮยอนควรจะอธิบายให้มากกว่านี้

 

เรา...

 

อุ่ย...

 

รู้ไหมว่ามันกี่เหรียญ

 

ไม่รู้อ่ะ...

 

กว่าจะทำงานพิเศษได้ ทำไมไม่รักษาของให้ดี

 

เรารู้ว่ากว่าจะได้เงินชานยอลคงลำบากมาก แต่เราไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะ พอแกะกระดาษออกเราก็วางไว้อย่างงี้ แล้วเราก็หยิบขึ้นมา...ดังกร๊อบเลย แบคฮยอนทำท่าทางประกอบเรียกร้องความเห็นใจ แต่ชานยอลก็ยังเอาแต่ทำหน้ามึนตึงอยู่นั่น

 

มือข้างไหนทำมันพัง

 

หูย...ชานยอลอ่ะ ไม่เอางี้สิ จะให้ทำยังไงถึงจะเข้าใจ ชานยอลยังคงทำหน้าโหดเหมือนเดิมแล้วพยักหน้าเป็นเชิงบอกให้เขารีบตอบมาสักที มือขวาก็ได้อ่ะ...

 

แบมือออกมา

 

จะตีเราเหรอ แฟนที่ดีเขาไม่ตีแฟนกันหรอกนะ

 

แบ มือ ออก มา

 

แบแล้วคับ ร่างเล็กเม้มปากแน่นหลังจากรีบขานตอบอย่างเอาใจ แบคฮยอนหลุบตาลงมองอีกคนที่ประคองมือเขาไปแล้วลูบ ๆ ฝ่ามือเตรียมฟาด โห...โหดจริงอ่ะท่าทาง

 

อยากให้กูตีกี่ที

 

ถ้าชานยอลรักเรา ชานยอลจะตีแค่ทีเดียว

 

หึ

 

อุตส่าห์ขอความเห็นใจแล้วยังจะหึใส่อีก แบคฮยอนได้รู้วันนี้แล้วว่าการเป็นนักเรียนนอกทำให้ชานยอลอบอุ่นขึ้น แต่ก็ทำให้แอบโหดขึ้นนิดนึงด้วยเหมือนกัน

 

ร่างเล็กหลับตาแน่น ถ้าชานยอลฟาดลงมาทีเดียวเลยก็คงดีหรอก แต่ถ้าตีแล้วต้องหายโกรธนะ เดี๋ยวออกไปหากาวตาช้างมาแปะแล้วใส่ให้ดูเลยก็ได้อ่ะ

 

ความคิดที่อยู่ในหัวเมื่อครู่จางหายไปในพริบตาเมื่อรู้สึกได้ถึงโลหะเย็น ๆ สวมเข้ามาในนิ้วนางข้างขวา แน่นอนว่าเขาไม่ได้รู้สึกเจ็บเพราะมันแน่ ๆ แบคฮยอนลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่มองเห็นคือรอยยิ้มของคนตัวโตกว่า ก่อนสายตาจะหลุบลงมองนิ้วมือตัวเองที่สอดประสานกับมือใหญ่ แล้วก็ได้พบว่าแหวนที่เพิ่งสวมใส่ที่นิ้วนางเมื่อครู่ มันหน้าตาเหมือนแหวนที่สวมอยู่กับนิ้วก้อยข้างซ้ายของชานยอล

 

ชอบไหม

 

แบคฮยอนไม่รู้ว่าจะต้องตอบยังไงหลังจากได้ยินคำถามนี้ รู้สึกเหมือนถูกตบหัวแล้วลูบหลังยังไงอย่างนั้น ร่างเล็กทำตาปริบ ๆ ก้มลงมองมือตัวเองกับมือชานยอลใกล้ ๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตากัน

 

อะไรอ่ะ

 

ยังจะถามอีกเหรอว่าอะไร ราวกับว่าคำถามของมนุษย์ฮอบบิทกลืนรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาไปยังไงอย่างนั้น ปาร์คชานยอลได้แต่ถามตัวเองว่าแฟนของเขาแกล้งโง่หรือว่าโง่อย่างตั้งใจกันแน่ แบคฮยอนเกาหัวแล้วอ้าปากพยักหน้าเข้าใจ

 

อ๋อ ที่แท้ก็เป็นของตบตาเรานี่เอง ร่างเล็กหยิบแว่นขาหักขึ้นมาระดับใบหน้าแล้วสบตากับคนตัวโตกว่าเราก็ว่าทำไมชานยอลแปลก ๆ ที่ให้เรานั่งแกะของขวัญคนเดียว

 

แบคฮยอนเอาแต่ยิ้มตอนมองแหวนในมือ ชานยอลพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เขาไม่อยากแสดงออกให้อีกฝ่ายเห็นว่ากำลังอายมากแค่ไหนกับแผนการบ้า ๆ ที่วางเอาไว้เพราะอยากเซอร์ไพรส์แฟนอีกแล้ว

 

ร่างเล็กหันหลังแล้วขยับเข้าไปนอนพิงกับอกแกร่ง ชานยอลหลุดยิ้มออกมาเมื่อมนุษย์ฮอบบิทจับมือทั้งสองข้างของเขามากอดเอวตัวเองไว้ ได้ยินเสียงงึมงำอยู่คนเดียว แต่พอจะจับใจความได้ว่า

 

เหมือนถูกขอแต่งงานเลยอ่ะ ไม่สิ แบบนี้ต้องเรียกว่าหมั้นไว้ก่อน พอเรียนจบแล้วค่อยแต่งงานกัน...ไม่สิ เราเป็นผู้ชายแต่งงานกันไม่ได้ งั้นเราแต่งกันเองสองคนได้ไหมอ่ะ...

 

ชานยอลเพียงแค่ยิ้มพร้อมกระชับกอดแล้วกดจูบลงบนขมับอีกคนเบา ๆ เขาจะไม่รับปากให้แบคฮยอนต้องรอ แต่ถ้าเวลานั้นมาถึง แน่นอนว่าเขาจะไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปเฉย ๆ โดยที่ไม่ทำอะไร

 
 

แค่อดทนรออีกหน่อย...

 

 

 

 
 

ทั้งคู่ไปไหว้หลุมศพพ่อกับแม่แบคฮยอนด้วยกัน สีหน้าชานยอลดูจริงจังมากตอนทำพิธีเคารพหลุมศพ และพิธีซังโย โดยการเอาอาหารและเครื่องดื่มเซ่นไหว้ อากาศวันนี้ก็ยังคงหนาวเหมือนกับเมื่อวาน เราสองคนใช้เวลาอยู่ตรงนี้สักพัก ก่อนที่ชานยอลจะหันมาบอกกับเขาว่า ถ้าได้อยู่ด้วยกันเมื่อไหร่จะมาช่วยทำความสะอาดหลุมศพอีกที เพราะสภาพอากาศตอนนี้คงไม่สะดวกนัก

 

สี่วันเต็ม ๆ กับการได้อยู่ด้วยกันแทบจะตลอดเวลา จะเรียกว่าสั้นก็สั้น แต่มันก็มากเกินพอสำหรับคนที่ต้องกลับไปสานต่อความสำเร็จอย่างชานยอล แบคฮยอนไม่ได้ถามว่าถ้าเรียนจบแล้วจะเป็นยังไง ปัญหามันจะจบง่าย ๆ แค่นั้นจริงเหรอ แต่สุดท้ายแล้วเขาก็เลือกเก็บมันไว้ในใจ เพราะไม่อยากทำลายช่วงเวลาดี ๆ ของเรา

 

ทั้งสองคนยืนอยู่หน้าชานชาลาสถานีรถไฟมกโพ วันนี้ผู้คนคับคั่งเพราะเป็นช่วงเวลาเดินทางกลับไปใช้ชีวิตเหมือนอย่างเคย เราไม่ได้จับมือกัน แบคฮยอนเพียงแค่ยืนอยู่ข้าง ๆ ชานยอลตอนรอรถไฟ

 

หลายครั้งที่ปลายนิ้วแตะกัน เสียงผู้คนที่ลอดเข้ามาในหูเป็นสิ่งเดียวที่บอกให้รู้ว่าปาร์คชานยอลควรหักห้ามใจตัวเองให้มาก แบคฮยอนยังต้องอยู่ที่นี่อีกนาน เขาไม่อยากให้คนอื่นมองคนรักของเขาเป็นตัวประหลาด เพียงเพราะว่าเราจับมือหรือกอดกัน

 

แบคฮยอน

 

คับ

 

หันหลัง

 

...

 

แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตัวสูงที่กำลังยิ้มให้เขา มันไม่ใช่รอยยิ้มของความเศร้าหลังจากที่พวกเรารู้ว่าความสุขในปีนี้สิ้นสุดลงแล้ว แต่มันคือรอยยิ้มที่กำลังบอกให้เขาเชื่อมั่นว่าทุกอย่างจะต้องผ่านไปได้ด้วยดี

 

ร่างเล็กยืนหันหลังให้กับรางรถไฟตามที่อีกคนบอก เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น รถไฟ KTX ก็เคลื่อนตัวเข้ามาเทียบชานชาลา

 

ผู้คนทยอยเข้าไปข้างในเรื่อย ๆ แต่ชานยอลยังคงไม่ไปไหน แบคฮยอนคิดว่าสิ่งที่เขาอยากทำในตอนนี้ไม่ใช่การยืนหันหลังข้าง ๆ คนตัวสูง แต่เขาอยากจะกอดหรือพูดอะไรสักอย่างก่อนที่เราจะไม่ได้เจอกันอีกสามร้อยหกสิบวัน

 

...

 

แบคฮยอนรู้สึกได้ถึงมือแกร่งเพิ่งวางลงบนศีรษะของเขา ชานยอลเพียงแค่ลูบเบา ๆ โดยที่ไม่พูดอะไร หรือบางทีตอนนี้คำพูดทั้งหลายอาจจะไม่จำเป็นแล้ว เพราะตลอดสี่วันที่ผ่านมา เราสองคนก็ใช้เวลาร่วมกันไปกับการทำความเข้าใจ

 

จำได้ไหมว่าบอกอะไรไว้บ้าง

 

เราจำได้

 

กินข้าวเยอะ ๆ จะได้มีเนื้อมีหนังมากกว่านี้ ชานยอลเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ตอนนี้ประตูยังไม่ปิด เขายังมีเวลาอีกสิบวิในการย้ำเตือนคนตัวเล็ก กูจะไม่หักโหมทำงานพิเศษเพื่อหาเงินค่าตั๋วเครื่องบิน แต่จะเปลี่ยนเป็นค่อย ๆ ทยอยเก็บแทน เราจะได้มีเวลาคุยกันมากขึ้น

 

การคุยกันแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะแบคฮยอนไม่รู้ว่าตอนนี้ชานยอลกำลังทำสีหน้าแบบไหน การจากลามันเป็นเรื่องเศร้าทั้ง ๆ ที่เขาก็เข้าใจ ว่าครั้งนี้มันไม่ใช่ครั้งสุดท้าย แต่ก็อดหดหู่ไม่ได้เลย

 

ชานยอล

 

อืม

 

ถ้าขึ้นรถไฟแล้วก็อย่าหันกลับมาจนกว่าขบวนจะออกนะ ชานยอลไม่ได้ตอบในทันที จนกระทั่งสัญญาณดังเตือนว่าอีกไม่กี่วินาทีรถไฟจะเคลื่อนตัวออกนั่นแหละ เขาถึงได้ขานตอบในลำคอ

 

แล้วเจอกันใหม่นะ

 

แล้วเจอกัน

 

ประโยคบอกลาธรรมดาแต่เต็มไปด้วยความรู้สึก แบคฮยอนคิดว่าที่ออกมาเป็นแบบนี้มันอาจจะดีกว่าการกอดสั่งลากัน เพราะถ้าเป็นแบบนั้น เขาอาจจะไม่อยากปล่อยให้ชานยอลไปก็ได้

 

เสียงล้อของกระเป๋าลากออกไปแล้ว ห่างกันเพียงแค่ไม่กี่วินาทีเสียงประตูก็ปิดลง แบคฮยอนยังคงยืนหันหลังให้กับรางรถไฟ ความต้องการของชานยอลคือให้เขาเดินออกไปจากตรงนี้โดยที่ไม่ต้องหันกลับไป

 

เสียงรถไฟกำลังเคลื่อนตัวออก แบคฮยอนกำมือแน่นแล้วหายใจเข้าลึก ๆ ยังไงดีนะ...เขาอยากหันกลับไปมองหน้าชานยอลอีกสักหน่อย ซึ่งถ้าหันหลังกลับไป บยอนแบคฮยอนสัญญาว่าจะไม่เจ็บปวดกับการเห็นชานยอลต้องไป

 

...

 

สุดท้ายหัวใจก็เอาชนะสมอง ร่างเล็กเอี้ยวตัวหันเข้าหารถไฟเพื่อที่จะได้มองชานยอลอีกครั้ง แต่ภาพที่เห็นมันทำให้เขาตกใจอยู่ไม่น้อย เมื่อคนที่บอกว่าจะหันหลังให้ชานชาลา กลับมองมายังเขาผ่านกระจกในโบกี้รถไฟเช่นกัน

 

เด็กตัวสูงยิ้มบาง ๆ เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นระดับหัวไหล่เพื่อโบกมือลาคนตัวเล็ก เราทั้งคู่ต่างผิดสัญญาด้วยกัน แต่บนใบหน้าของเด็กหนุ่มทั้งคู่กลับมีแต่รอยยิ้ม และวันนี้ปาร์คชานยอลก็ได้รู้แล้วว่า การสบตากันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนออกเดินทาง มันไม่ใช่เรื่องแย่อย่างที่คิด หากว่าเราทั้งคู่ยิ้มรับความหวังเพื่อกันและกัน

 

รถไฟเคลื่อนตัวออกไปทุกทีแล้ว แบคฮยอนเริ่มเดินตามก่อนจะเร่งจังหวะเป็นวิ่งในที่สุด เขายังอยากมองหน้าชานยอลต่ออีกหน่อย แค่วินาทีเดียวก็ยังดี

 

เรา รัก ชาน ยอล

 

แม้จะไม่ได้ยินเสียง แต่การแกะคำพูดผ่านริมฝีปากอีกฝ่ายก็ทำให้เขาอบอุ่นไปทั้งหัวใจ ชานยอลไม่สามารถหุบยิ้มได้ มันคงไม่ดีแน่ถ้าปล่อยให้มนุษย์ฮอบบิทขาสั้นเอาแต่กึ่งวิ่งกึ่งเดินแบบนี้ไปจนสุดชานชาลา ชานยอลยิ้มขำกับท่าทางคนตัวเล็ก

 

 

แล้วพูดแบบไม่ออกเสียง เพื่อให้อีกคนอ่านคำนั้นผ่านทางริมฝีปากของเขา

 

 

รัก เหมือน กัน

 

 

 

 

แบคฮยอน

 

ครับพี่?

 

นี่จดหมายของนายใช่ไหม ไปรษณีย์มาหยอดตู้บ้านพี่เฉยเลย

 

ใช่ครับ ของผมเอง ขอบคุณมากนะครับพี่ฮโยลิน

 

แบคฮยอนโค้งหัวขอบคุณหญิงสาวผิวแทนผู้ซึ่งเป็นสะใภ้บ้านข้าง ๆ ที่เพิ่งแต่งเข้ามาได้สามเดือน เธอทำมือปัด ๆ เป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไร ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในบ้านด้วยสภาพชุดคลุมอาบน้ำ ร่างเล็กถูปลายจมูกขณะมองซองจดหมายสีขาว ชื่อคนส่งมามีเพียงแค่ตัวย่อว่า K.J เท่านั้น

 

แบคฮยอนเปิดประตูเข้าไปในบ้าน  วางหนังสือกับแฟ้มเกี่ยวกับการเกษตรลงแล้วถอดเสื้อตัวนอกออก วันนี้อากาศดี แต่เพราะเด็กเรียนจบใหม่อย่างเขาถูกผู้ใหญ่ทาบทามให้ไปช่วยให้ความรู้ชาวบ้านเกี่ยวกับพืชพันธุ์ธัญญาหาร รวมไปถึงปุ๋ยแต่ละชนิดที่ควรใช้ให้ถูกต้อง เลยกลายเป็นว่าตอนนี้เขาต้องการที่จะอาบน้ำมากที่สุด

 

ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาแล้วแกะซองจดหมายออกอย่างใจเย็น แล้วก็พบว่ามีซองสีครีมสอดอยู่ข้างในอีกที คนตัวเล็กขมวดคิ้วขำ ใครที่ไหนกันนะที่ใส่ซองจดหมายซ้อนกันหลายชั้นแบบนี้ แต่พอแกะซองออกเท่านั้นแหละ บยอนแบคฮยอนถึงได้รู้ว่าทำไมเจ้าของซองจดหมายถึงได้ใส่มันมาหลายชั้นแบบนี้

 

 

ขอเรียนเชิญท่านเพื่อเป็นเกียรติ และร่วมรับประทานอาหาร เนื่องในพิธีสมรสระหว่าง คิมจงแด และ ฮันซอนฮวา

 

 

หา?

 

แบคฮยอนขมวดคิ้วอ้าปากค้าง ก็รู้หรอกนะว่าสองคนนั้นคบกันมาสองปีแล้ว แต่การแต่งงานหลังจากเรียนจบได้ไม่ถึงสามเดือนนี่มันไม่เร็วไปหน่อยเหรอ ไม่สิ...ข้างล่างเขียนเพิ่มไว้ว่างานแต่งจัดอีกสามเดือนข้างหน้า แต่พูดก็พูดเถอะ หกเดือนเองนะ จงแดเพิ่งหางานทำเป็นหลักเป็นแหล่งได้ไม่นานนี้เอง

 

อะไรกัน ทำไมดูฉุกละหุกจังเลยล่ะ แบคฮยอนพึมพำกับตัวเองแล้วล้วงสมาร์ทโฟนออกมาจากกางเกงเพื่อโทรหาคยองซู หน่วยข่าวกรองที่ดีที่สุดฮัลโหลคยองซู ว่างไหมอ่ะ

 

( มันก็อยู่ที่ว่าเรื่องที่จะคุยเป็นเรื่องอะไรน่ะ )

 

แสดงว่าคยองซูต้องว่าง เพราะเราจะโทรมาถามเรื่องแต่งงานของจงแดกับซอนฮวาถึงจะอยู่ห่างกัน แต่พวกเราก็ยังมาพบปะสังสรรค์กันบ้างปีละครั้ง แล้วก็ไม่เคยมีความลับต่อกันด้วย เรื่องนี้จงแดต้องเคลียร์

 

( นายเห็นการ์ดแต่งงานเห่ย ๆ นั่นแล้วสินะ )

 

ใช่ เราเพิ่งได้เมื่อกี้เอง

 

( ฉันล่ะอายแทนจริง ๆ อารมณ์เหมือนลูกสาวกำนันแต่งงานกับคนเลี้ยงควายท้ายหมู่บ้านยังไงอย่างนั้น การ์ดแต่งงานนี่ถามหน่อยว่าใช้โฟโต้ช็อปทำจริงเหรอ นึกว่าเอาขาหน้าละเลง )

 

คยองซูรู้มานานแล้วใช่ไหม?

 

( ก็เพิ่งรู้ตอนมันสั่งทำการ์ดเรียบร้อยแล้วนั่นแหละ ฉันเพิ่งวางสายจากจุนมยอนไปเมื่อยี่สิบนาทีที่แล้วเอง หมอนั่นก็ตกใจเหมือนกัน )

 

เกิดอะไรขึ้นอ่ะ...อย่าบอกนะว่าซอนฮวาท้อง...

 

( ไม่ท้องหรอก ยัยนั่นเป็นฝ่ายอยากแต่งงานเร็ว ๆ เอง เธออ้างเหตุผลว่าไม่อยากให้ผู้หญิงที่ไหนมองไอ้หมอนั่นอีก เฮ้อ ก่อนจะหวงนี่ช่วยดูเหง้าหน้าแฟนตัวเองด้วยก็จะดีมาก )

 

จงแดฟินเลยสิงี้

 

( จะไม่ฟินได้ไง พ่อแม่ฝ่ายหญิงชอบไอ้จงแดชนิดว่าจะเป็นฝ่ายยกขันหมากไปขอมันเองเลยล่ะ ไหนจะแฟนสวย รวย เก่ง ขี้อ้อน แถมขาสวยด้วย )

 

เดี๋ยวนะคยองซู แบคฮยอนหรี่ตาลงทันทีที่รู้สึกได้ว่าประโยคหลังมันแปลก ๆ

 

( ตัดอันหลังไปก็ได้ เอาเป็นว่าเพื่อนเรามันตกถังข้าวสาร นายต้องมานะแบคฮยอน ไอ้หมอนั่นแพลนไว้ว่าอยากให้เพื่อนเจ้าบ่าวสมัยม.ปลายขึ้นไปร้องเพลงในงานแต่งด้วยกัน )

 

แล้วเพื่อนที่มหาลัยล่ะ

 

( มันมีเพื่อนซะที่ไหนล่ะ ติดเมีย...เอ๊ย...ติดแฟนซะขนาดนั้น เราคือผู้โชคร้ายไม่รู้เหรอ )

 

แบคฮยอนหัวเราะ สิ่งที่เขากับคยองซูควรทำในตอนนี้คือการอวยพรให้เพื่อนมีความสุขมากกว่ามานินทาเรื่องบ้า ๆ บอ ๆ มากกว่าไม่ใช่เหรอ

 

( เห็นว่าคิมจงอินก็จะไปนะ แต่หวงจื่อเทาต้องรอดูอีกที ส่วนปาร์คชานยอลนี่ยังไม่รู้ว่าไง เพราะต้องฝากสองคนนั้นติดต่อไป หรือถ้านายได้คุยกับหมอนั่นก็เกริ่น ๆ ไปก่อนก็ได้นะ )

 

ได้เลย

 

( ว่าแต่มีสูทหรือยังล่ะ ถ้าไม่มีก็มาเช่าได้นะ แถวบ้านฉันมีร้านราคาถูกอยู่ )

 

โอเค ถ้าใกล้ถึงวันแล้วจะบอกอีกทีนะ

 

( ได้ )

 

หลังจากที่วางสายแบคฮยอนก็ทิ้งตัวลงนอนกับโซฟา สายตาจับจ้องไปยังเพดานบ้านให้ความเงียบช่วยคลายอาการเหนื่อยล้าจากการทำงาน ร่างเล็กยิ้มกับตัวเองเมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีตจนมาถึงปัจจุบัน นี่พวกเราโตขึ้นจนต้องไปงานแต่งของเพื่อนแล้วสินะ

 

ไม่น่าเชื่อเลยว่าสองคนนั้นจะลงเอยกันได้ ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนซอนฮวาแทบจะไม่สนใจจงแดเลยด้วยซ้ำ แต่พอขึ้นมหาลัยทุกอย่างก็เปลี่ยนไป จงแดกลับกลายเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดสำหรับเธอไปโดยปริยาย และนั่นทำให้รู้ได้ว่าผู้หญิงบางคนก็ไม่ได้ต้องการผู้ชายหล่อ รวย อบอุ่น เพราะที่เธอต้องการจริง ๆ ก็แค่ผู้ชายที่รักและดูแลเธอคนเดียวเท่านั้น

 

 

ก๊อก ๆ

 

 

แบคฮยอน!”

 

ครับพี่โฮลิน!”

 

ร่างเล็กหลุดออกจากความคิดแล้วลุกขึ้นไปเปิดประตู ตั้งแต่เธอย้ายเข้ามาอยู่บ้านรุ่นพี่ที่รู้จักกันตอนเป็นเด็กในฐานะภรรยา แบคฮยอนก็ได้แต่คิดว่าโลกนี้ยังมีปัญหาให้เขาต้องแก้ไขอีกเยอะ ยกตัวอย่างเช่นวิธีช่วยหมาที่อ้วกออกมาเป็นหญ้า ทั้งที่เคยบอกไปแล้วว่าอย่าปล่อยหมาไว้กับหญ้าพี่ฮโยลินก็ไม่เคยฟังเลย

 

ว่าไงครับ

 

วันนี้หมาฉันไม่ได้อ้วกหรอกนะ

 

อุ่ย...อย่างกับอ่านใจผ่านทางสีหน้าออกยังไงอย่างนั้น แบคฮยอนยิ้มเจื่อนพลางเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม เขาไม่ได้ใจแคบจนรำคาญเธอหรอกนะ

 

ไปแจกใบปลิวประกาศขายบ้านไว้หรือไง?

 

หา?

 

ไม่สิ ฉันหมายถึงใบปลิวประกาศหาคนช่วยหารค่าบ้าน ยิ่งอีกฝ่ายอธิบายแบคฮยอนก็ยิ่งงงไปใหญ่ ร่างเล็กรับกระดาษเอสี่ที่ถูกตกแต่งด้วยโฟโต้ช็อปเป็นเรื่องเป็นราวมาดูแล้วก็ยิ่งงง

 

นายอยู่คนเดียวก็จริง แต่สามีฉันบอกว่าบ้านหลังนี้เป็นมรดกตกทอดมาจากพ่อแม่ไม่ใช่เหรอ แล้วยังจะหาคนมาหารอะไรอีกล่ะ เธอเคี้ยวหมากฝรั่งพลางเท้าเอวมองเด็กหนุ่มตรงหน้า

 

ผมเปล่านะ

 

จะเปล่าได้ไง จะบอกว่าไอ้กระดาษแผ่นนี้ดัมเบิลดอร์เป็นคนเสกมันขึ้นมาเหรอ จากที่บ่นเก่งอยู่แล้ว ตอนนี้แบคฮยอนยิ่งรู้สึกว่าพี่ฮโยลินบ่นเก่งเข้าไปอีก เด็กหนุ่มส่ายหน้าพรืด เขายังคงยืนยันว่าไม่ใช่ฝีมือตัวเอง บางทีอาจจะมีคนแกล้งก็ได้

 

พี่ไปเจอไอ้นี่จากที่ไหน

 

มีคนมาถามหาบ้านหลังนี้ เขากำลังหาที่พักอยู่ เธอว่าแล้วกวาดสายตาไปรอบ ๆ บ้านแต่มีคนหารด้วยก็ดีเหมือนกันนะ นายก็อยู่คนเดียวไม่ใช่เหรอ ถ้าให้ใครสักคนมาอยู่ด้วยก็คงไม่เสียหาย แถมได้เงินใช้เพิ่มอีกต่างหาก ผู้ชายคนนั้นท่าทางจะต้องการบ้านด่วนเพราะเห็นลากกระเป๋าเดินทางมาด้วย ต่อให้โก่งราคาหน่อยก็คงเอาอยู่ดี ดูจากภายนอกท่าทางจะเป็นคนมีเงินอยู่ ถ้านายตกลงเดี๋ยวฉันเรียกให้เลย

 

เขาอยู่ที่นี่เหรอครับ? แบคฮยอนเบิกตากว้าง เขาไม่ได้ตั้งใจจะหาคนมาหารค่าบ้านอะไรทั้งนั้น แล้วจะให้ปฏิเสธยังไงดี บอกว่ามีคนอุตริทำใบปลิวประกาศแบบนี้น่ะเหรอ แล้วเขาจะต้องปฏิเสธอีกสักกี่คน ไม่รู้ด้วยว่ามันถูกแจกไปกี่ใบแล้ว

 

น้องจ๋า เชิญเข้ามาได้เลยค่ะเจ้าบ้านนางพร้อมคุยแล้ว หญิงสาวเสียงใสตะโกนออกไปข้างนอก

 

แบคฮยอนเห็นกลุ่มผมสีอ่อนที่โผล่พ้นรั้งกำแพง คาดว่าผู้ชายคนนั้นคงตัวสูงพอสมควร ร่างเล็กถอนหายใจแล้วก้มลงมองดูใบปลิวในมืออีกครั้ง ถ้าปฏิเสธผู้ชายคนนั้นไป เห็นทีว่าเขาคงต้องเป็นธุระหาโรงแรมให้อยู่สักคืนแล้ว

 

สายตาจับจ้องไปที่รองเท้าหนังมันเงาที่ก้าวเข้ามา ก่อนที่สายตาจะค่อย ๆ เลื่อนลำดับขึ้นไปตามลำดับ ขายาวหยุดยืนอยู่หน้าประตูรั้วบ้านพร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ผู้ชายในชุดโทนสีเข้มรูปร่างภูมิฐาน เข้ากับทรงผมที่ถูกเซ็ทขึ้นเป็นอย่างดีนั้น...

 

 
 

บยอนแบคฮยอนคิดว่า...เขารู้จักผู้ชายคนนั้นเป็นอย่างดี...

 

 

 

นี่ไงคะ บ้านที่น้องกำลังตามหาอยู่

 

ขอบคุณมากนะครับพี่สาว

 

ไม่เป็นไรจ้ะ ถ้าน้องได้อยู่บ้านหลังนี้ พี่ก็ยินดีที่จะเป็นเพื่อนบ้านเสมอ เธอระเบิดหัวเราะออกมาจนหมดคราบสาวสวยอกอึ๋ม ก่อนจะหันมาทางรุ่นน้องข้างบ้านที่ยืนอึ้งโดยที่ไม่พูดอะไร ก็พอจะเข้าใจหรอกนะ ตอนเธอเจอผู้ชายคนนี้ครั้งแรกก็อึ้งเหมือนกัน เห็นหล่อ ๆ มากดออดหน้าบ้านคิดว่าจะโดนจีบ แต่ที่ไหนได้มาถามทาง

 

นี่คือความคิดของหญิงสาวที่มีสามีแล้วและวางแผนว่าจะมีลูกกันสักสองคน

 

นั่นเจ้าของบ้าน ชื่อบยอนแบคฮยอน เพิ่งเรียนจบเอง น่าจะอายุห่างจากน้องไม่มาก แต่น้องมันนิสัยดีนะ ฮโยลินยังคงสาธยายความดีของน้องชายข้างบ้านให้คนแปลกหน้าฟัง มันจะดีนะถ้าผู้ชายคนนี้ย้ายเข้ามาเป็นอาหารตาให้เธอชมบ้าง

 

สวัสดีครับ ผมมาขอหารค่าบ้าน

 

หา?

 

ผมพูดเบาไปสินะ ชายหนุ่มร่างสูงพูดกลั้วหัวเราะด้วยท่าทีสุภาพผมบอกว่าผมขอหารค่าบ้านกับคุณน่ะครับ

 

ร่างเล็กยืนนิ่ง เขาไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรในสถานการณ์แบบนี้กับละครที่อีกฝ่ายกำลังแสดง  แน่นอนว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคงไม่ใช่ผู้ชายหน้าเหมือนปาร์คชานยอลอย่างในละครช่วงค่ำแน่ ๆ

 

แบคฮยอนอ้าปากเหมือนอยากจะถามอะไรสักอย่าง เช่น กลับมาจากอเมริกาตั้งแต่เมื่อไหร่อะไรอย่างนี้มากกว่าการมาคิดคำถามในหัวว่าควรจะแกล้งโง่แล้วเล่นกับชานยอลดีไหม

 

เอ่อ...

 

หญิงสาวมองเด็กหนุ่มทั้งสองคนสลับไปมา ในทีแรกน้องหน้าหล่อก็ยิ้มอย่างอารมณ์ดีอยู่หรอก พอเห็นว่าแบคฮยอนมันมัวแต่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่ยอมตอบคำถาม น้องหน้าหล่อเลยจะหมดความอดทน

 

คือ...

 

กูบอกว่าขอหารค่าบ้านด้วย หูแตกหรือไงไอ้บ้านนอก

 

หญิงสาวผิวแทนสะดุ้ง ในขณะที่แบคฮยอนเพียงแค่ยืนทำตาปริบ ๆ มองคนตัวสูงที่กำลังสบถด่าแบบไม่มีเสียง ตอนนั้นแหละเขาถึงได้ยิ้มออกมา แบคฮยอนชอบเวลาชานยอลหงุดหงิดหลังจากเซอร์ไพรส์ไม่สำเร็จจริง ๆ

 

ใจเย็น ๆ ลูก...

 

ไม่เย็นแล้ว มึงจะหารไม่หารบอกมาคำเดียว ประโยคแรกตอบฮโยลิน ส่วนประโยคหลังหันมาเหวี่ยงเจ้าของบ้าน

 

แบคฮยอนไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแค่ยืนนิ่ง ๆ แล้วทำท่าเหมือนจะส่ายหน้าปฏิเสธ แต่ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อคนตัวสูงตรงมาทางนี้แล้วเปิดประตูบ้าน ก่อนจะโยนกระเป๋าเดินทางเข้าไปอย่างถือวิสาสะในสายตาของหญิงสาวที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอย่างฮโยลิน

 

อะไรอ่ะ เราไม่ให้อยู่นะ

 

ทำไมไม่ให้อยู่

 

เราไม่ยอมหารด้วยหรอก เอาของออกไปเลย

 

กูไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละ

 

ถ้าไม่ยอมไป เราจะเอาตลับเมตรมาไล่

 

ทั้งคู่สบตากันอย่างหยั่งเชิงแล้วปั้นหน้าปั้นตากลั้นยิ้มเอาไว้ หญิงสาวมองเด็กหนุ่มทั้งสองคนที่กำลังฟาดฟันกันทางคำพูดด้วยท่าทางแปลก ๆ แล้วก็ได้แต่สงสัย ไอ้เด็กสองคนนี้มันเถียงกันประสาอะไรเธอไม่เข้าใจ แต่มันคงดีกว่านี้ถ้าเธอหลบมวยกลับบ้านไปแล้วแกล้งทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

จะให้ขนออกไปไหนวะ นี่เพิ่งโดนพ่อไล่ออกจากบ้าน

 

ทำไมโดนไล่ล่ะ เกิดอะไรขึ้น? จากที่จะเล่นต่ออีกหน่อย เลยต้องเปลี่ยนเป็นโหมดห่วงใยทันที ชานยอลไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแค่มองซ้ายขวา พอเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นไม่อยู่แล้วก็โอบไหล่คนตัวเล็กเข้าไปในบ้านด้วยกัน

 

แบคฮยอนหันหน้าเข้าหาคนตัวโตอย่างร้อนใจ ถึงจะอยากพูดถึงเรื่องมาเซอร์ไพรส์ถึงที่นี่ แต่เขาก็เป็นห่วงเรื่องบ้านที่โซลของชานยอลมากเกินกว่าจะลำดับความสำคัญของเรื่องอื่นมาแทนได้

 

จริงอยู่ที่แบคฮยอนรอวันนี้มานานหลายปี กับวันที่เราทั้งคู่เรียนจบและได้อยู่ด้วยกัน ซึ่งเขาก็รู้ด้วยว่ามันต้องมีวันนี้ วันที่ชานยอลอาจจะเข้าหน้ากับคุณลุงไม่ติด ถ้าเกิดพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ของเราออกไป

 

ชาน...

 

ยังไม่ทันได้เอ่ยปากถาม มือแกร่งก็โอบใบหน้าเขาเข้าไปจูบอย่างดูดดื่มเสียแล้ว ชานยอลรั้งร่างคนตัวเล็กให้เข้ามาในอ้อมกอดก่อนจะปรับองศาใบหน้าเพื่อรสจูบที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ชานยอลคิดว่าตอนนี้มันไม่ใช่ช่วงเวลาสำหรับเกมถามตอบ ในเมื่อมีสิ่งที่เขาอยากทำมากกว่านั้น

 

แบคฮยอนกอดตอบแล้วปล่อยให้ความคิดถึงทำหน้าที่ของมัน เราจูบกันอยู่อย่างนั้นก่อนจะผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ชานยอลคลอเคลียปลายจมูกรั้นอย่างหลงใหลแล้วกดจูบซ้ำลงไปอีกครั้งอย่างหมั่นเขี้ยว

 

บอกเราก่อนได้ไหมว่าทำไมถึงถูกคุณลุงไล่ออกจากบ้าน

 

ถ้าไม่บอกจะไม่ให้อยู่ด้วยเหรอ? เด็กตัวสูงยิ้มขำ จนถึงตอนนี้มนุษย์ฮอบบิทก็ยังแสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจนว่าเป็นกังวลเรื่องของเขา

 

ได้สิได้ แต่เราเป็นห่วง ถ้าเรารู้แล้วจะได้ช่วยกันแก้ปัญหาไง

 

ชานยอลมองคนตัวเล็กอย่างเอ็นดู มือแกร่งโอบใบหน้าขาวเอาไว้พลางใช้นิ้วหัวแม่มือไล้ไปตามแก้มเนียนอย่างเบามือ ดวงตาคู่นั้นที่เคยมองเขายังไง ในวันนี้ก็ยังเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนไป

 

และเขาจะไม่ยอมให้มีอะไรมาเปลี่ยนอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรู้สึกของเราสองคน หรือสิ่งที่เคยตั้งใจไว้ ในเมื่อวันนี้ปาร์คชานยอลเรียนจบแล้ว เขาได้ก้าวขึ้นบันไดแห่งความสำเร็จมาอีกขั้น

 

ปาร์คชานยอลพร้อมแล้วสำหรับการใช้ชีวิตแบบผู้ใหญ่ ที่จะยิ้มรับความสุข และต่อสู้กับปัญหาที่ถาโถมเข้ามา เหมือนอย่างที่มนุษย์ทั้งโลกกำลังทำอยู่ และแน่นอนว่าเขาไม่สามารถทำคนเดียวได้...หรืออาจจะได้?

 

 

แต่มันคงดีกว่า ถ้าเขาได้เรียนรู้และใช้ชีวิตไปกับคน ๆ นี้ คนที่เขารักมากที่สุด

 

 

เล่าวันนี้คงไม่หมดหรอก ขอเปลี่ยนเป็นเล่าวันละนิดวันละหน่อยจนกว่าจะตายได้ไหมวะ...ไอ้บ้านนอก

 

 

 

THE END

 
 

 

โอย เขียน Talk ไปเยอะมากแต่ดันโพสไม่ติด เลยต้องมานั่งเขียนใหม่

 

 

เรื่องนี้จบเหมือนไม่จบ ไปจบแบบเคลียร์ ๆ ที่สเปเชียลนะคะ

ฟิคเรื่องนี้อาจจะเอื่อย ๆ เฉื่อย ๆ อาจจะทำให้พอใจหรือไม่พอใจบ้าง ยังไงเราก็ขอบคุณและขอโทษทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

 

ตัวละครในฟิคเราอาจจะเดินเรื่องเร็วบ้าง ช้าบ้าง แล้วแต่ว่าทามไลน์เนื้อเรื่องช่วงนั้นเป็นยังไง และช่วงหลัง ๆ นิสัยทั้งชานยอลและแบคฮยอนเปลี่ยนไป ไม่มากก็น้อย นั่นเป็นเพราะว่าตัวละครได้โตขึ้นมา เขาได้เรียนรู้อะไรได้มากขึ้น เพราะฉะนั้นผู้อ่านอาจจะไม่ค่อยได้เห็นชานยอลในมุมไททันโลกแดงเหมือนเมื่อก่อนแล้ว (หรือมีก็อาจจะน้อย)

 

เราเป็นกังวลกับการเขียนตอนจบ เพราะสำหรับเรามันเป็นเรื่องยาก การเขียนตอนจบให้ประทับใจได้มันสุดจริง ๆ ค่ะ มันไม่เหมือนกับการเปิดฟิคให้ดูน่าสนใจ การเดินเรื่องให้น่าสนใจ เหมือนกับว่าเราจะพาตัวละครนั้น ๆ มาจนถึงจุดนี้โดยสมบูรณ์ได้ยังไง (สมบูรณ์ในที่นี้คือ สมบูรณ์ทางเนื้อเรื่อง ไม่ใช่ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบนะคะ เพราะเราคิดว่าชีวิตคนเราคงไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบทุกอย่าง) คนอ่านจะรู้สึกอิ่มไหม เราสื่อให้คนอ่านถึงแล้วหรือยัง

 

สำหรับตอนจบนี้ยังไม่จบทั้งหมดหรอกค่ะ เหมือนที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่าฟิคเราจะจบอย่างเป็นทางการคือจบในสเปเชียล เพราะยังมีอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้เคลียร์

 

ในสเปเชียลจะกล่าวถึงเรื่องงานแต่งงานของจงแดและซอนฮวา และเรื่องของคุณพ่อค่ะ เรามาเอาใจช่วยไททันโลกแดงกับฮอบบิทกันอีกหนึ่งตอนนะคะ

 

ยังไงก็ขอบคุณทุกคนจริง ๆ ที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนนี้ เราไม่รู้ว่าคนอ่านจะรู้สึกได้ไหม เราไม่รู้ว่าคนอ่านมองเรายังไง แต่เราก็อยากบอกอยู่ดีว่าเรารู้สึกขอบคุณพวกคุณทุกคนที่ชื่นชอบงานเขียนของเรา ทั้งคนที่ตามเราแค่ฟิค และตามตัวตนของเราด้วย เรารู้สึกดีจริง ๆ ที่มีพวกคุณค่ะ ขอบคุณจริง ๆ นะคะ

 
 

เดี๋ยวถ้าเราเขียนสเปจบแล้ว จะมาอัพให้ทุก ๆ คนอ่านเลยจ้า รักกกกกกก

 

 

-มลินค่ะ

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 98 ครั้ง

10,184 ความคิดเห็น

  1. #10182 Just read (@hellojuneny) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 22:56
    กลับมาอ่านอีกแล้วค่ะชอบมากๆเหมือนเดิมอบอุ่นหัวใจมากค่ะแง
    #10182
    0
  2. #10155 Timmmmmmmm (@Timmmmmmmm) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 17:21
    ขอบคุณพี่มลินที่แต่งฟิคดีๆเรื่องนี้นะคะ&#8203; แงงงง&#8203; ไม่ผิดหวังเลยจริงๆเรื่องนี้น่ารักมากๆเลยค่ะ&#8203; เป็นกำลังใจให้พี่เขียนเรื่องต่อๆไปนะคะ<3
    #10155
    0
  3. #10120 95.8% (@947IG) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 18:21
    ขอบคุณไรท์ที่แต่งฟิคน่ารักแบบนี้ขึ้นมานะคะ ชอบมากเลย ตามอ่านทุกเรื่องของพี่มลินเลยนะ &#128156;
    #10120
    0
  4. #10117 11507416p (@11507416p) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 16:00
    ดีกับใจจริงๆ ขอบคุณนะคะไรท์ ไม่ผิดหวังที่ได้เข้ามาอ่านหากไรท์กำลังเขียนเรื่องอื่นอยู่ก็สู้ๆนะ
    #10117
    0
  5. #10078 Film08715 (@Film08715) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 01:17
    ทำไมเป็นฟิคที่น่ารักอย่างนี้ คือดีอ่ะ อยากได้ชานแบคมาไว้ส่องเล่นที่บ้าน ตอนไปอยู่เมืองนอกเราปวดใจแทนแบคฮยอนเลยอ่ะ
    #10078
    0
  6. #10068 phinmatcha (@phinmatcha) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 03:39
    ชอบมากๆเลยยยย
    #10068
    0
  7. #10052 Chankuma (@chansuju151137) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 03:37
    ตามทวิตเตอร์พี่มลินมานาน แต่ไม่เคยอ่านฟิคของพี่เลย555 ด่าเราได้นะพี่ เห็นช่วงนี้ฟิคทีมคุกกำลังมาแต่ไม่กล้าอ่านเห็นคนร้องไห้กันเต็มเลย555 เป็นคนที่ไม่ค่อยอ่านฟิค จะอ่านทีก็หาที่เขียนจบไปแล้ว นี้เลยมาอ่านมนุษย์แบคฮยอนช้ากว่าชาวบ้านเค้าเป็นชาติ เสียดายมาอ่านช้าไม่งั้นคงต้องมีฟิคเรื่องนี้ติดไว้สักเล่ม ไม่ค่อยเจอฟิคที่เขียนได้ครบรสสอดแทรกการใช้ชีวิตของคนเรา เขียนได้ดีมากๆ สู้ๆนะพี่ 
    #10052
    0
  8. #10018 baekhyunOnly (@baekhyunOnly) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 22:37
    อบอุ่นหัวใจเบอร์แรงงง ชอบอ่ะ ฮืออออ จบดี๊ดีอ่ะ
    #10018
    0
  9. #10016 ตัวเอ็ม หนูเอ็ม (@cnitsmie) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 18:04
    หนูเพิ่งอ่านจบ หนูชอบเรื่องนี้มาก เหมือนได้เปิดโลกไปกับตัวละคร เหมือนพวกเขาสอนให้เรารู้ถึงการใช้ชีวิตและเติบโตไปในทางที่ดี มันเปิดโลกเปิดความคิดของหนูมากเลยพี่ ฟิคเรื่องนี้มันสุดจริงๆขอบคุณที่แต่งให้พวกเราอ่านนะคะ
    #10016
    0
  10. #10009 oom3456789 (@oom3456789) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 02:13
    ความรู้สึกที่อ่านเรื่องนี้ตอนแรกกับความรู้สึกหลังอ่านตอนจบโครตจะแตกต่างกันเลย รู้สึกเติบโตไปพร้อมกับตัวละครเห็นตัวละครแต่ละตัวค่อยๆโตขึ้นเรื่อยๆ ตอนเราอ่านเรื่องนี้เหมือนหลุดไปอยู่ในฟิคเรื่องนี้เลย มันเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ฉาบฉวย อ่านแล้วรับรู้ได้ว่าชานแบครักกันมากแค่ไหน พอเขาเศร้าเราก็เศร้าด้วย พอเขารักกันเรานี่ยิ้มแทบแตก รู้สึกผูกผันกับทุกตัวละครทั้งๆที่เป็นแค่ตัวอักษรแต่ดึงอารมณ์ของเราออกมาได้มากขนาดนี้ ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆมาให้อ่านนะคะ รักพี่หว่ะ
    #10009
    0
  11. #10001 Moonshining (@KiHae_KyuMin) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 17:05
    เป็นเรื่องที่เรื่อยๆแต่มีข้อคิดและความน่าติดตามเยอะมาก ชอบนะคะ
    #10001
    0
  12. #9996 byun_aom_ (@byun_aom_) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:30
    ชอบมากเลยค่าา
    #9996
    0
  13. #9778 sapphire- (@pbcarrot-) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 00:31
    งื้อออจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังอบอุ่นเหมือนเดิมมม><
    #9778
    0
  14. #9720 045203323 (@045203323) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 12:00
    สเปเชี่ยวนี่เว็บอะไร จะไปอ่านนนน
    #9720
    0
  15. #9718 ฮานิบี (@bladdawanpb) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 เมษายน 2559 / 17:01
    ชอบมุขขอหารค่าบ้านจัง น่ารักมากๆเลยค่ะ
    #9718
    0
  16. #9701 miniaraspring (@miniemint57) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 17:25
    โอ้ยยยยยย ฟินนนนนนนน เขินแรง >\\\\\<
    #9701
    0
  17. #9657 minZp (@poison1471) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:33
    โอ๋ยยยยย ฟินนนน ยิ้มทุกตอนเลยยย ไหนบอกฟิคนี้ไม่มีอะไรงายยยยย โอ้ยย ฟินจริงๆน้ะเนี้ยยย
    #9657
    0
  18. #9655 mamodictator (@mamodictator_13) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:03
    นี่ฟินมากกกกกกกก ตั้งแต่ตอนที่พี่ชานบอก ไหนมือข้างไหนทำ อินี่รู้เลยว่าต้องเป็นงี้หยุดอ่านแล้วผ่อนลมหายใจเข้าลึกๆทำใจก่อนเดี๋ยวกรี้ดแตกจนกระกระทั่งใส่แหวนนั่นแหละขนาดทำใจได้แล้วยังคว้าหมอนมาเหวี้ยงเข้าจังหวะ call me baby เลยอ่ะคือโคตรฟิน จนมาฉากที่จากกันตรงรถไฟอินี่น้ำตาซึมเลยจร้าาาาา สงสารคู่นี้อ่ะผ่านอะไรกันมาเยอะเน๊อะทั้งๆที่ไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันแท้ๆแต่ก็รักกันได้ขนาดนี้ รวมไปถึงตอนจบที่พี่ชานมาขอเช่าบ้าน นี่เงิบมาก อะไรคือมายืนโหดสัสใส่เจ้าของบ้าน นี่ถ้าเป็นฮโยลินยืนตรงนั้นคงวิ่งไปโทรตามตำรวจมาล่ะ นึกว่าจะตีกัน 5555555 รวมๆแล้วชอบฟิคนี้มากกว่าเรื่องอื่นๆที่พี่มลินแต่งเลย คหสต.นะคะ ไม่ใช่ว่าเรื่องอื่นไม่ดี แต่เราชอบฟิคพีคๆแบบนี้อ่ะค่ะ อยากให้มีภาคต่อ 555555555
    #9655
    0
  19. #9625 litterrabbitza (@rabbitza) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:41
    กลับมาสักทีน่า ฮโยรินงงมากแน่ๆ
    #9625
    0
  20. #9548 อันตี้คุง (@aynayn159) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2558 / 11:40
    อ่านฟิคมาเป็ยร้อยเรื่อง ไม่เคยปริ่มเท่านี้หนูอายุแค่ 14 นะ คือ มันทำให้หนูเรียนรู้หลายเรื่องมากอ่ะพี่มลิน หนูยังจำไอ่ชานยอลคนหลอกแดกตอนแรกๆได้อยู่ หนูก็แบบ ว่าคิดว่ามันจะจบแบบ แฮปปี้ๆ อยู่ด้วยกัน แบบไม่มีเรื่องครอบครัวมาเกี่ยว ที่ไหนได้ หนูคิดน้อยไปคือๆม่รู้อ่ะแบบ อ่านแล้วร้องไห้อ่ะพี่ ร้องจนอารมณ์ค้างต้องหยุดอ่านสัก10นาทีแล้วอ่านใหม่ คือมันเป็นเนื้อหาที่หนูคิดไว้แม่งไม่ใข่เลยอ้ะ หนูโคตรชอบฟิคพี่เลยดิ้ อันนี้เป็นเรื่องแรกของพี่ที่อ่านจบ โอ้ย ขอบคุณพี่มากๆที่สร้างฟิคดีๆแบบนี้ ขอบคุณพี่มลินมากค่ะ รักพี่มิ้วนะ ขอให้สร้างฟิคดีๆแบบนี้เรื่อยๆนะคะ คือหนูคิดว่าหนูเป็นคนร้องไห้ง่ายอยู่แล้วด้วยไง เกียดชิบหายคนว่าจากลาอ่ะ แม่งรู้เลยอ่ะชีวิตที่ไม่มีใครมันเป็นแบบนี้นี่เอง มันสอนทุกอย่างอ่ะพี่ ขอบคุณพี่จริงค่ะ
    #9548
    0
  21. #9546 xxmaarnficxx (@xxmaarnficxx) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2558 / 02:42
    มันซึ้งมันอิน มันกัดกินไปทั้งขั้วของหัวใจ(ไม่เวอร์) เราอยากใส่อิโมเพื่ออรรถรสนะ แต่เด็กดีมันไม่ให้น่ะสิ มาถึงตรงนี่เราว่ามันจบแฮปปี้มาก ถึงจะมีต่อสเปอีก เเต่เดี๋ยวเราขอเม้นก่อน55555555 ยิ่งอ่านเเล้วรู้สึกว่ามันคุ้มกับเวลาที่รอคอยจริงๆนะ สี่ปีสำหรับความรักของคนนี้ ไม่เอาไม่พูดหมดเดี๋ยวไปต่อในสเปนะพี่มิ้ว
    #9546
    0
  22. #9434 หน้าผากปาร์คยูชอน (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 15:54
    จบแล้วสินะคะ ถึงจะบอกว่าจะจบตรงสเปแต่เราก็อยากเม้นตรงนี้ก่อน555555 อ่านเงามานาน55555



    เรามาสารภาพว่าเราเป็นแฟนคลับดงบังค่ะ ปรกติเวลาอ่านฟิคจะอ่านแค่คู่ดงบัง เมนหลักเป็นยูซูเนอะ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเราไม่ได้อ่านฟิคมาเป็นระยะเวลานึงแล้ว



    เพื่อนสนิทเราที่เคยชอบดงบังด้วยกัน ตอนนี้มาชอบเอกโซ เราเลยได้ยินเรื่องเอกโซจากเพื่อนอยู่เรื่อยๆ55555555 เรามาเริ่มทำความรู้จักเมื่อไม่นานนานี้ตอนชานแบคไปหาน้องแฝดซอออนซอจุน รู้สึกว่าชานยอนรักเด็กดี น่ารักดี แต่ก็ไม่ได้อะไรมาก จนวันนึงเราไปช่วยเพื่อนสนิทคนนี้ทำงานที่บ้านมัน แล้วนั่งดูยูทูปมดูเซอร์ฟิคกัน เราก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจ5555 โห สมัยนี้เค้าพัฒนาถึงขนาดนี้แล้วเหรอ (บ่งบอกถึงอายุมาก555555) แล้วก็เจอทีเซอร์ฟิคเรื่องนี้... มันเหมือนมีแรงดึงดูด555555 เห็นบทสนทนาของชานแบคในทีเซอร์แล้วรู้สึกไม่ธรรมดามาก5555555 เพื่อนเราก็บอกว่าสนุกมาก แต่งดีมาก เราต้องชอบแน่ๆ เราก็เลยอ่าน แล้วก็เป็นอย่างที่เห็น555555555 มันสุดยอดมากๆไรเตอร์ เราพูดจริงๆ เป็นหนึ่งในฟิคที่ดีที่สุดที่เราเคยอ่านมา เราชอบที่ไรเตอร์คำนึงถึงความเป็นจริงในการแต่งฟิค เช่น เรื่องมุมมองของสังคม การมีเหตุผลของตัวละครแต่ละตัว เอ็นซีพอประมาณ หือ เราอยากได้มาเก็บมากๆเลยอ่ะ น่าเสียได้ปิดไปแล้ว



    อ่านเรื่องนี้จบเราก็ชอบชานยอลเลย555555555 ขอบคุณสวรรค์ เข้าวงการอีกครั้งหลังจากรอดมาเกือบ 10 ปี555555555
    #9434
    0
  23. #9386 aonniieeee (@wichuda21) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 / 02:36
    เขียนดีมากๆเลยค่ะ แต่ตอนเราอ่านเราจินตนาการว่าชานยอลเป็นเด็กผู้ชายตัวสูง แบคเป็นคนตัวเล็กๆ ซึ่งไม่ได้มองว่าสองคนนี้คือชานยอลกับแบคฮยอนเลยค่ะ (แย่จัง หมายถึงจินตนาการของเรานะ) แต่เราก็ชอบนะ ชอบมุมมองการคิดการแฝงคติต่างๆ มันโอเคมากๆเลย ซึ่งบางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ แต่เรื่องนี้มี เราชอบ และสิ่งที่ชอบมากๆคือการบรรยาย เรานึกตามได้ตลอดเลยค่ะ อ่านแล้วไม่มีความรู้สึกเบื่อเลย สุดยอดไปเลยค่ะ ^_^
    #9386
    0
  24. #9384 ฟพช (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2558 / 15:55
    เราจะร้องไห้ ตั้งแต่ตอนเรียนจบ ตอนไปเมกา ตอนขึ้นรถไฟ

    ทุกการจากลามันเศร้าจริงๆ

    ตอนการ์ดแต่งงานมาก็จะร้องเหมือนกัน ไม่รู้สิ พวกเขาโตขึ้นมากเลย

    นิยายนี่เราอาจจะใช้เวลาอ่านไม่นาน แต่ตัวละครของพวกเราโตขึ้นหลายปี ความคิดความอ่านเปลี่ยนไป ทำให้เราเองที่อ่านก็โตขึ้นเหมือนกัน

    เราชอบบุคลิกของจงอินในเรื่องนี้มาก ความถ่อยน้อยนิด ชอบลากเข้าดราม่า แต่ถ้าไม่มีจงอิน ทุกคนคงคิดอะไรแคบๆ จงอินผู้คลายปม ผมนี่ชาบูเลยครัชชชชชช

    เรื่องนี้นะ มันไม่ได้ตื่นเต้นหวืดหวาหรือดราม่าน้ำตาแตก แต่รู้ไหม เราหุบยิ้มไม่ได้กับตัวละคร โดยเฉพาะบ้านนอก

    เธอทำให้เราเชื่อว่าแบคฮยอนมันบ้านนอกจริงๆ มกโพมากๆ ใสๆ เราๆนายๆมากอ่ะ เด๋อด๋าแรงงงงงงง

    มันน่ารัก คำพูดคำจา เรานี่อยากสุภาพแบบบ้านนอกเลยอะ ขนาดด่ายังน่ารัก นี่สร้างตัวละครที่ทั้งจริงใจทั้งน่ารักแบบนี้ออกมาได้ยังไง พนมมือกราบแรง

    ชานยอลก็ด้วย เซอร์ไพรส์แม่มทั้งเรื่อง น่ารักดี

    ขอบคุณนะที่เขียนฟิคสบายๆ แต่สอดข้อคิดกับความหวังมาเพียบ จรรโลงใจมาก เบาสบาย เรายิ้มทั้งวันจริงๆนะ

    กอดแรง<3
    #9384
    0
  25. #9333 Preawrung Nutnicha (@-preawrung-) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 22:55
    ชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ มันน่ารักมากๆ เลย คาแรคเตอร์แปลกๆ ที่ลงตัว ชอบค่ะ มีความสุขที่ได้อ่านเรื่องราวน่ารักๆ ของไรท์นะคะ
    #9333
    0