[EXO] "NERDY BOY" มนุษย์แบคฮยอน | CHANBAEK

ตอนที่ 22 : Chapter 21 :: My Pain (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,614
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 111 ครั้ง
    28 ก.พ. 58

 

 

 

Chapter 21

My Pain

 

 

 

บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยพลุหลากสีจากทั่วทุกมุม แขกในโรงแรมรวมไปถึงเด็กม.ปลายกลุ่มใหญ่ต่างส่งเสียงเฮฮาและปิดท้ายด้วยการอวยพรกันและกัน หลังจากเริ่มเข้าวันใหม่ของปี หากแต่ตอนนี้เด็กหนุ่มทั้งสามคนไม่ได้ให้ความสนใจกับความสวยงามบนท้องฟ้าเหล่านั้นเลยสักนิด

 

สิ่งเดียวที่ยึดสายตาชานยอลไว้ได้คือความมืดในสวนข้างโรงแรม มันคล้ายกับความรู้สึกของเขาตอนนี้ไม่มีผิด ทุกอย่างมันมืดมน และยากที่จะหาทางออกกับความจริงที่เพิ่งได้รับรู้

 

กูพูดได้ยัง

 

มันไม่ใช่ประโยคคำถาม เรื่องนี้ชานยอลรู้ดี จงอินก็แค่อยากทำลายบรรยากาศโง่ ๆ ที่เขาเป็นคนก่อขึ้น จื่อเทายันมือทั้งสองข้างไว้ข้างหลังพลางเหยียดขาออก ทั้งที่ตั้งใจว่าจะส่งข้อความสวัสดีปีใหม่ให้ใครอีกคน แต่ก็ต้องล้มเลิกไปเพราะยังไงความรู้สึกของเพื่อนก็ต้องมาก่อน

 

มึงก็เงียบปากไว้ได้ตั้งนานนะจงอิน เสียงของชานยอลบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าไม่พอใจ จื่อเทามองจงอินที่นั่งอยู่ด้านขวาสุด สีหน้าของมันไม่ได้แสดงออกว่ารู้สึกผิดอย่างที่ชานยอลกำลังคาดหวังเลยสักนิด

 

ถ้ามึงได้ยินจากปากกู คงได้ทะเลาะกับแบคฮยอนแน่

 

แล้วตอนนี้มันต่างกันตรงไหน?

 

ต่างกันตรงที่มึงเลือกที่จะเดินหนีออกมาแล้วปล่อยให้แฟนมึงอยู่ตรงนั้นไง

 

แล้วมึงจะให้กูทำยังไง จูงมือมันออกมาแล้วถามว่าทำไมถึงเก็บเรื่องนั้นไว้เป็นเดือน ๆ โดยที่ไม่ยอมบอก ทั้ง ๆ ที่เรามีเวลาอยู่ด้วยกันตลอดยกเว้นตอนอาบน้ำงั้นเหรอ? ไม่มีใครตอบคำถามนี้ แม้แต่จื่อเทาที่อาจจะพูดอะไรสักอย่างเพื่อเปลี่ยนไปเรื่องอื่น กูไม่เคยระแคะระคายใจเลย พวกมึงบอกมาสิว่ากูต้องรู้สึกยังไง กับการที่กูยอมทิ้งทุกอย่างแล้วเลือกอยู่กับมัน แต่สิ่งที่กูได้รู้วันนี้คือ...?

 

...ใจเย็นน่า จื่อเทาวางมือลงบนไหล่ชานยอลแล้วบีบเบา ๆ

 

ให้ตายเถอะ ชานยอลพยายามสงบสติอารมณ์ ถ้าไม่นับเรื่องตอนทะเลาะกับครอบครัวเมื่อคราวนั้น นี่คงเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าการโมโหจนมือสั่นมันเป็นยังไง กูชักไม่แน่ใจแล้วว่าใครเข้ามาในโลกของใครกันแน่...

 

ทั้งที่กลัวตัวเองมาตลอดว่าอาจทำให้แบคฮยอนต้องเสียใจในวันข้างหน้า แต่ปาร์คชานยอลก็พยายามบอกตัวเองว่ามันคือสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น และห้ามไม่ให้เกิดขึ้นได้ เขาพยายามทำทุกอย่างให้มันดีขึ้น เพื่อที่จะได้เป็นผู้ชายดี ๆ ให้กับคนรัก

 

 

แต่อยู่ ๆ โลกตรงหน้าก็พังไปในพริบตา

 

 

เด็กหนุ่มทั้งสองคนมองเพื่อนสนิทที่นั่งก้มหน้าอยู่ตรงกลาง เสียงถอนหายใจที่ผ่อนออกมานั้นชัดเจนราวกับว่าอยากขับไล่ความอึดอัดใจเหล่านี้ออกไปให้พ้น ๆ สักที จงอินและจื่อเทารู้จักเพื่อนคนนี้ดี ชานยอลไม่เคยเป็นอย่างนี้กับใครมาก่อน หรืออันที่จริงแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่ชานยอลจริงจังกับความรัก

 

มึงจะโกรธกูกับแบคฮยอนก็ได้นะ กูไม่ได้ขอให้มึงเข้าใจกู แต่คนที่มึงควรใช้เวลาทำความเข้าใจคือแฟนมึง

 

...

 

แต่จำไว้อย่าง ว่าคนเราเวลาอารมณ์ร้อน มันทำทุกอย่างพังได้เสมอ

 

จื่อเทามองชานยอลกับจงอินสลับกันไปมา แน่นอนว่าเขาไม่ชินกับสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างที่เป็นอยู่ สองคนนี้มันไม่เคยทะเลาะผิดใจกันเลยสักครั้ง ไม่สิ... ความจริงแล้วพวกเราเลือกที่จะมองข้ามข้อเสียกันและกันไป มากกว่าการมานั่งโต้ตอบอีกฝ่ายด้วยโทสะ

 

นั่งอยู่ตรงนี้ แล้วก็ทบทวนว่าแบคฮยอนเป็นอย่างที่มึงคิดหรือเปล่า จงอินวางมือลงบนไหล่อีกข้างของชานยอล เขาเองก็ลำบากใจไม่แพ้กันที่เก็บความลับนี้ไว้ตลอด แต่ก็อย่างที่พูดไปว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เขาจะเข้าไปเจ้ากี้เจ้าการเรื่องของทั้งสองคน เพียงเพราะว่าชานยอลจำเป็นต้องรู้ความจริง

 

กูคิดว่ากูเข้าใจ แต่กูก็ไม่เข้าใจ ใช่ ชานยอลกำลังรู้สึกอย่างนั้น เขารู้ว่านิสัยแบคฮยอนเป็นยังไง ไอ้บ้านั่นมันไม่เคยทำให้เขาเสียใจเลยสักครั้งตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่เข้าใจ

 

มึงจะเข้าใจนะ ถ้ามึงกลับไปหาแบคฮยอน แล้วก็เปิดอกคุยกัน

 

ไอ้จงอินพูดถูก กูว่าตอนนี้มันก็คงรู้สึกผิดเหมือนกันแหละ แต่ถ้ามึงยังไม่โอเคก็นั่งอยู่ตรงนี้ก่อนแล้วกัน เดี๋ยวกูตามไปดูให้ จื่อเทาตบบ่าเพื่อนสนิท ก่อนจะลุกออกไปจากตรงนี้

 

ชานยอลไม่ได้ห้าม ลึก ๆ แล้วเขาก็อยากให้เพื่อนสักคนตามไปดูว่าตอนนี้แบคฮยอนเป็นยังไงบ้าง เพราะตัวเขายังไม่มีความกล้ามากพอที่จะตามไปดูเอง

 

กูคงผิดเองที่รักมันมากเกินไป

 

มึงไปเอาความคิดนี้มาจากไหนว่ารักมากเลยกลายเป็นคนผิด จงอินถามเสียงเรียบ สีหน้าของชานยอลในตอนนี้ยังคงอยู่ในอารมณ์หมองหม่นไม่ต่างจากในทีแรก

 

กูเคยได้ยินมาว่าใครรักมากกว่าคนนั้นแพ้ เห็นทีว่ามันจะเป็นเรื่องจริง

 

เหรอ เด็กหนุ่มผิวแทนนิ่งไปครู่หนึ่ง พลางเอนตัวไปข้างหลังเล็กน้อยเพื่อยืดเส้นยืดสาย คนมองโลกในแง่ร้ายอย่างมึง พอตกอยู่ในสภาวะดิ่งสุด ๆ เลยหาเรื่องแย่ ๆ มาตอกย้ำตัวเอง

 

...

 

รักมากก็คือรักมาก มันไม่ได้เกี่ยวเหี้ยอะไรกับผิดถูกหรอก ชานยอลหันไปหาคนข้าง ๆ ที่ทอดสายตาขึ้นไปบนท้องฟ้า มองหิมะสีขาวที่ตกลงมาต้อนรับวันแรกของปี ความรู้สึกคนเราไม่เท่ากันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะในสถานะไหน

 

...

 

มึงตอบกูได้ไหมล่ะว่าระหว่างพ่อกับแม่ มึงรักใครมากกว่ากัน?

 

...

 

ตอบได้ไหมว่าถ้าจำเป็นต้องเลือกกูกับไอ้เทา มึงจะเลือกใคร

 

คำถามมึงจงใจกดดัน คิดว่ากูจะเลือกเหรอ? ชานยอลยังคงไม่ละสายตาออกจากเสี้ยวหน้าของเพื่อนสนิท

 

ใช่ บางอย่างมึงก็ไม่จำเป็นต้องเลือกเลย เรื่องใครรักมากกว่า น้อยกว่าก็เหมือนกัน มึงไม่จำเป็นต้องเก็บเรื่องนั้นมาคิดบั่นทอนความรู้สึกตัวเองหรอกว่ามึงรักแบคฮยอนมากกว่า หรือว่าแบคฮยอนที่รักมึงมากกว่า

 

...

 

แค่มึงรักกันก็พอแล้วไม่ใช่เหรอวะ

 

...

 

มึงอยากออกมาสงบสติอารมณ์เรื่องนี้กูเห็นด้วย แต่ถ้าหลังจากวันนี้มึงยังคิดไม่ได้ มึงก็อาจจะเสียคนสำคัญไปนะชานยอล

 

...

 

มึงโชคดีแค่ไหนที่มีคนรักที่สามารถจับต้องได้ มึงอยากทำอะไรก็ได้ตามที่รู้สึก มึงมีสิทธิ์ทุกอย่าง จงอินหันมาสบตากับเพื่อนสนิทด้วยสายตาเรียบเฉย ชานยอลไม่แน่ใจว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่าว่าแววตาคู่นั้นเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

 

กูไม่แน่ใจว่าตอนนี้กูกำลังจะเป็นบ้าเพราะมันไม่ยอมเล่าให้กูฟัง หรือเรื่องที่มันจะย้ายกลับไปอยู่มกโพกันแน่

 

ถ้าเป็นเรื่องแรกมึงสามารถจัดการความรู้สึกตัวเองได้ เพราะงั้นมึงก็ลองคิดอีกเรื่องดู แล้วก็ช่วยกันหาทางออก

 

ทางออกเหรอ กูคิดได้อย่างเดียวเท่านั้นแหละว่าต้องย้ายไปอยู่มกโพกับมัน ชานยอลทอดสายตาไปยังเบื้องหน้าอีกครั้ง

 

มันคือสิ่งที่มึงคิดเองคนเดียว ถ้าคนสองคนช่วยกันคิดมันก็น่าจะมีทางออกที่ดีกว่านี้ไม่ใช่เหรอวะ? เด็กหนุ่มทั้งสองคนหันมามองหน้ากัน

 

ชานยอลไม่รู้หรอกว่าทางออกของเรื่องนี้มันจะดีขึ้นหรือว่าจะทำให้แย่ลง แต่พอได้ยินเพื่อนพูดแบบนี้แล้ว ยอมรับว่ามันทำให้เขารู้สึกดีกว่าที่เป็นอยู่

 

 

เขาไม่ควรคิดเองคนเดียวสินะ...

 

 

สุดท้ายกูก็เป็นแค่เด็กที่ยังคิดอะไรไม่ได้

 

ถ้าเทียบกับเมื่อก่อน ตอนนี้มึงเปลี่ยนไปเยอะ จงอินล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อตัวนอกแล้วยิ้มบาง ๆ คนทำผิดครั้งแรก เขาสมควรได้รับการให้อภัยหรือเปล่า? เรื่องนี้มีแค่มึงที่ตอบได้นะ

 

เฮ้ยพวกมึง!” ทั้งสองหนุ่มหันไปตามเสียงเรียก แล้วก็เห็นจื่อเทายืนหอบหายใจอยู่ไม่ห่างจากตรงนี้มากนัก แบคฮยอนไม่ได้อยู่ในห้องงานเลี้ยง

 

...

 

กูถามพวกแก๊งคนแคระแล้ว แต่พวกนั้นไม่มีใครเห็นเลย

 

ชานยอลหยัดตัวลุกขึ้นเต็มความสูงในทันทีที่จื่อเทาพูดจบ ขายาวเดินวนไปวนมาเพราะทำตัวไม่ถูกกับความคิดที่ตีกันอยู่ในหัว คำถามแรกคือแบคฮยอนหายไปไหน ทำไมถึงไม่มีใครรู้?

 

โทรหาสิ คำพูดของจงอินเรียกสติเด็กตัวสูงให้กลับคืนมา ชานยอลล้วงกระเป๋ากางเกง ก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ได้เอาลงมาด้วย

 

เวรเอ๊ย ทั้งกูทั้งแบคฮยอน ชาร์จมือถือไว้ในห้อง

 

ชิบหายแล้วไง

 

กูว่าคงอยู่แถวนี้แหละ บางทีมันอาจจะออกมาตามหามึงก็ได้ จื่อเทากดมือถือโทรหาเพื่อนผู้หญิงที่ยังคงอยู่ในห้องงานเลี้ยง เพื่อบอกให้พวกเธอช่วยเป็นหูเป็นตาให้หน่อย ถ้าเจอแบคฮยอนก็ให้รีบติดต่อกลับทันที

 

ชานยอลเสยผมขึ้นระหว่างใช้ความคิด เสียงจื่อเทาตอนคุยโทรศัพท์นั้นเขาแทบจับใจความไม่ได้เลย จงอินกวาดสายตาไปรอบตัว เผื่อว่าแบคฮยอนอาจจะอยู่แถวนี้

 

 

‘...เดี๋ยวหิมะคงตกแน่เลย

ไม่ชอบเหรอ?’

ชอบสิ เราชอบมองหิมะตกผ่านหน้าต่าง แต่ถ้าอยู่ข้างนอกคงหนาวมาก คงนั่งดูไม่ไหว

 

 

เวรเอ๊ย...

 

จงอินขมวดคิ้วมองตามหลังเพื่อนสนิทที่อยู่ ๆ ก็วิ่งออกไปนอกโรงแรม ขายาวนั้นไม่ลดผ่อนความเร็วลงเลยสักนิดราวกับว่ามันจะไม่หยุดจนกว่าจะเจอตัวแบคฮยอน

 

เดี๋ยวกูเข้าไปหาข้างในอีกที

 

อืม กูไปด้วย ทั้งสองคนพยักหน้าอย่างรู้กันแล้วกลับเข้าไปในโรงแรม แทนที่จะวิ่งตามชานยอล

 

จงอินไม่รู้ว่าตอนนี้แบคฮยอนกำลังคิดอะไรอยู่ บางทีเจ้าตัวอาจจะรู้สึกผิดเลยแอบไปนั่งเงียบ ๆ อยู่คนเดียวตามทางหนีไฟ หรือนั่งร้องไห้อยู่ในห้องน้ำสักชั้น

 

 
 

 
 

 

ท่ามกลางความมืดที่มีเพียงแค่แสงสว่างจากเสาไฟข้างถนน ที่ทำให้เด็กตัวสูงมองเห็นถนนเบื้องหน้าได้ ชานยอลหยุดยืนหอบหายใจพลางหันกลับไปข้างหลัง แล้วก็พบว่าเขาวิ่งออกมาจากโรงแรมไกลพอสมควรแล้ว

 

ชานยอลไม่ใช่คนถนัดเรื่องใช้ความคิดเรื่องดี ๆ แต่ตอนนี้เขาจำเป็นต้องใช้มันสักสองสามนาทีเพื่อคิดทบทวนว่าในวินาทีนี้แบคฮยอนน่าจะอยู่ที่ไหน

 

ขาทั้งสองข้างพาผู้ชายโง่ ๆ มาถึงตรงนี้ได้ยังไงนะ แค่คำพูดของคนตัวเล็กที่พูดถึงหิมะลอยเข้ามาในหัว...เพียงแค่นั้นปาร์คชานยอลก็วิ่งออกมาแล้ว

 

ควันสีขาวลอยออกจากริมฝีปากทุกครั้งที่หอบหายใจ ชานยอลกวาดสายตาไปรอบตัวเพื่อมองหาคนรัก แต่ก็พบเพียงแค่ความเงียบกับหิมะที่ร่วงลงมาจากท้องฟ้า

 

จากที่เคยโมโห น้อยใจ แต่ความรู้สึกเหล่านั้นกลับหายไปจากความคิดของปาร์คชานยอลจนหมดสิ้นเพราะความกังวล ตอนนี้เขาอยากเจอหน้าแบคฮยอนให้เร็วที่สุด และหลังจากนั้นจะเป็นยังไงก็ได้

 

 

ปาร์คชานยอลยอมทุกอย่างแล้ว

 

 

 

 

 

นี่เขา...ยืนอยู่ตรงนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ?

 

 

สิ่งที่ร่างเล็กมองเห็นมีเพียงแค่พรมสีเข้มที่ปูยาวไปจนสุดทางเดิน เขาใช้มันเป็นที่ยึดเหนี่ยวสายตาระหว่างยืนรอใครอีกคนกลับมาที่นี่ แต่ภาพที่เห็นมันพร่ามัวเพราะคราบน้ำตาที่เลอะเลนส์แว่น แต่แบคฮยอนไม่คิดที่จะถอดมันออกมาเช็ด

 

ชานยอลอยู่ที่ไหน? นั่นคือคำถามที่วนเวียนอยู่ในหัว แบคฮยอนใช้เวลาเดินตามหาเกือบทั้งโรงแรมแล้วแต่ก็ยังไม่เห็น ไม่รู้ว่าป่านนี้เป็นยังไงบ้าง ชานยอลเวลาโมโหจะเป็นยังไง ตอนนี้จงอินกับจื่อเทาอยู่เป็นเพื่อนไหม?

 

พอกลับมาถึงหน้าห้องกะว่าจะเข้าไปเอามือถือ แต่ก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าคีย์การ์ดอยู่กับชานยอล และนั่นคือเหตุผลที่เขายืนอยู่ตรงนี้

 

สวัสดีปีใหม่นะลูก

 

...สวัสดีปีใหม่ครับ

 

ขอให้ปีนี้มีแต่เรื่องดี ๆ เกิดขึ้นนะ สุขภาพร่างกายแข็งแรง เรียนหนังสือเก่ง ๆ

 

แบคฮยอนโค้งหัวให้กับหญิงชราที่เดินมาพร้อมกับหลานสาวของเธอ ร่างเล็กมองหมวกปาร์ตี้ที่เธอยังไม่ได้ถอดออก อีกทั้งรอยยิ้มที่ส่งมานั้น มันทำให้เขาคาดหวังว่าพรของเธอจะเกิดขึ้นจริง

 

คุณยายก็เช่นกันนะครับ...

 

เธอเพียงแค่หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะหยุดยืนรอหลานสาวเปิดประตูห้อง แบคฮยอนมองตามทั้งคู่จนลับสายตาไป ก่อนจะก้มหน้าลงมองพรมบนพื้นอีกครั้ง

 

ริมฝีปากบางพ่นลมหายใจอย่างเบาหวิว แน่นอนว่ามันไม่สามารถเอาความผิดในใจของเขาออกไปได้ แบคฮยอนยังคงยืนจมอยู่กับความรู้สึกแย่ ๆ ที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมา และทำใจว่าจะต้องรับมือกับอารมณ์ชานยอลยังไง

 

ถ้าชานยอลโมโห...แบคฮยอนจะยืนนิ่ง ๆ ให้ด่าจนกว่าอีกฝ่ายจะพอใจ หรืออะไรก็ได้ขอแค่ชานยอลบอก เขาจะยอมทำตามทุกอย่าง

 

 

แต่ขออย่างเดียว...

 

 

แบคฮยอน!”

 

...

 

คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นก่อนจะหันไปตามต้นเสียงที่อยู่สุดทางเดินยาว มือที่เคยวางอยู่ข้างตัวกำเข้าหากันแน่นเพราะความกดดันและความดีใจที่กำลังตีกันไปหมด ทันทีที่เห็นว่าชานยอลยืนหอบหายใจอยู่ตรงนั้น

 

จะทำยังไงดี? นั่นคือคำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวของเขา แบคฮยอนมีสิทธิ์วิ่งเข้าไปกอดชานยอลได้หรือเปล่า? หรือเขาควรยืนอยู่ตรงนี้เพื่อรอฟังคำพูดจาร้ายกาจที่สามารถทำให้เขาร้องไห้ได้ ทั้ง ๆ ที่มันก็สมควรแล้ว

 

 

ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้บยอนแบคฮยอนสามารถทำอะไรได้บ้าง?

 

 

ขายาวกำลังตรงมาทางนี้ก่อนจะเปลี่ยนเป็นวิ่งในวินาทีถัดมา เด็กตัวสูงถอดเสื้อกันหนาวตัวโตออกแล้วคลุมให้คนรักทันทีที่เข้าถึงตัว ก่อนที่ร่างของแบคฮยอนจะถูกรั้งเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดในที่สุด

 

...หายไปไหนมา

 

นี่เป็นครั้งที่สองที่แบคฮยอนได้ยินเสียงชานยอลสั่นเครือแบบนี้ ซึ่งครั้งแรกก็คือตอนอยู่หน้าห้องไอซียู ในวันที่คุณลุงประสบอุบัติเหตุ

 

แบคฮยอนเกยคางลงกับบ่าอีกคนโดยที่พูดอะไรไม่ออก แขนสองข้างที่ค้างอยู่กลางอากาศนั้นค่อย ๆ กอดตอบหลวม ๆ จนเปลี่ยนเป็นแนบแน่น แน่นอนว่าสิ่งที่เป็นอยู่มันตรงกันข้ามกับความกลัวที่เคยคิดเอาไว้

 

ชานยอล...เราขอโทษ...

 

เสียงของแบคฮยอนกำลังสั่น และมันส่งผลมาถึงหัวใจของเขาได้อย่างไม่ยาก ชานยอลรู้สึกเจ็บทั้งที่เรากำลังกอดกัน เหมือนกับว่าความจริงแล้วคนที่ทำให้ความรักของเราต้องมีบาดแผลคือตัวเขาเองที่ไม่ยอมรอให้อีกฝ่ายอธิบายเสียก่อน

 

อย่าเลิกกับเรานะ...อย่าบอกเลิกเรา...

 

แบคฮยอนเคยคิดว่าตัวเองเก่งถ้าเป็นเรื่องเก็บความรู้สึก แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถกักกั้นมันเอาไว้ได้อีกต่อไปแล้ว และเมื่อชานยอลออกแรงกอดมากขึ้นเท่าไหร่ ร่างเล็กก็ยิ่งร้องไห้ออกมาเหมือนคนกำลังจะสูญเสียคนสำคัญไปอีกคน

 

 

ใช่...ชานยอลคือคนสำคัญเพียงคนเดียวที่แบคฮยอนเหลืออยู่ในตอนนี้

 

 

พูดบ้าอะไรของมึง... ชานยอลกระชับเสื้อคลุมตัวนอกให้กับคนตรงหน้า เขาไม่รู้ว่าคนตัวเล็กมายืนทนหนาวอยู่ตรงนี้นานแค่ไหนแล้ว เด็กหนุ่มอยากทำให้ขนาดตัวของเขาที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องใครสักคน ได้มอบความอบอุ่นนี้ให้กับคนที่เขารักมากที่สุด

 

ชานยอลฟังเราก่อนนะ...

 

เด็กตัวสูงผละอ้อมกอดออก มือแกร่งทั้งสองข้างจับหัวไหล่คนตัวเล็กเอาไว้ก่อนจะถอดแว่นที่ขึ้นฝ้าจากน้ำตาออกมาอย่างเบามือแล้วบรรจงเช็ดให้ แบคฮยอนกัดริมฝีปากล่างกลั้นน้ำตาพลางมองมือแกร่งตรงหน้า เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้นอีกคนก็สวมแว่นคืนให้

 

ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตัวสูงที่มองมาด้วยแววตาเศร้าหมองแม้ว่าริมฝีปากนั้นจะพยายามยิ้มออกมาเพื่อให้เขาสบายใจ มือแกร่งที่เคยให้ความอบอุ่นยังไง ในตอนนี้แบคฮยอนก็ยังรู้สึกได้อย่างนั้น

 

เราสองคนกำลังรู้สึกเจ็บปวดกับความจริง แต่ในเมื่อเราเลี่ยงไม่ได้ ปาร์คชานยอลก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน อย่างที่เด็กคนหนึ่งที่กำลังจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่...

 

 

เข้าห้องกันเถอะ กูพร้อมจะฟังมึงอธิบายทุกอย่างแล้ว

 

 

 

50%

 

 

  

ภายในห้องเงียบสงบ ไม่มีเสียงพลุดังเหมือนหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว ไม่มีแม้แต่เสียงพูดคุยของใครสักคนที่อาจเดินผ่านหน้าห้อง ถูกต้อง... ทุก ๆ ห้องในโรงแรมนี้เก็บเสียง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แน่นอนว่าคนที่อยู่ข้างในจะไม่ได้ยิน

 

แต่สิ่งเดียวที่เก็บไม่ได้คือเสียงของความรู้สึกในใจ กี่นาทีผ่านไปแล้วที่เขากับชานยอลเลือกที่จะนอนเงยหน้ามองเพดานสีขาวที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีเทาเพราะแสงสว่างจากดวงจันทร์ที่ส่องผ่านประตูระเบียงเข้ามา

 

ข้างนอกอากาศหนาว หิมะที่โปรยปรายลงมาจากท้องฟ้านั้นคล้ายกับน้ำตาในใจ แบคฮยอนไม่อยากขยับตัวไปไหน คนตัวเล็กอยากนอนอยู่ตรงนี้ข้าง ๆ คนที่เขารัก โดยที่ไม่มีใครปล่อยมือไปก่อน

 

ไม่มีถุงมือที่เคยให้ความอบอุ่นคั่นกลาง ชานยอลเลือกถอดมันออกเพื่อที่จะให้เราจับมือกัน แบคฮยอนรู้สึกเหมือนมือของเขาเป็นน้ำแข็ง ส่วนมือของชานยอลเป็นไฟ เพราะมืออีกฝ่ายที่เพิ่งถอดถุงมือออกยังคงอุ่นอยู่ แต่มันก็แค่ครู่เดียวเท่านั้น น้ำแข็งที่ว่าก็ถูกความร้อนละลายไป

 

 

RRrrrrr!!!

 

 

เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างโคมไฟดังขึ้น เราสองคนปล่อยให้เสียงริงโทนกับเสียงแรงสั่นทำลายความเงียบอยู่แต่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ชานยอลจะตัดสินใจเอื้อมไปหยิบมันมากดรับ

 

กูอยู่ในห้องแล้ว...อืม...เจอแล้ว ร่างเล็กชำเลืองมองอีกฝ่าย คาดว่าคนในปลายสายคงเป็นจงอิน เพราะจากน้ำเสียงที่ลอดออกมานั้นไม่โผงผาง สำเนียงไม่ชัดอย่างหวงจื่อเทา อืม...รู้ ชานยอลอาจจะไม่รู้ตัวว่าเผลอถอนหายใจออกมาเบา ๆ หรือแม้แต่น้ำเสียงที่ดูเหนื่อยล้ากับสิ่งที่เป็นอยู่ไม่เป็นไร...อืม...ขอบใจ

 

คนตัวสูงวางมือถือลงที่เดิมแล้วกลับมานอนหงายมองเพดานอีกครั้ง แบคฮยอนได้แต่บอกตัวเองให้เรียบเรียงคำพูดเพื่อที่จะอธิบายให้ชานยอลฟัง เราจะได้เข้าใจกันมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ และมันต้องเป็นคำพูดที่ออกมาจากความรู้สึก ไม่ใช่คำสวย ๆ ที่เอาไว้แก้ตัวทั้งที่เขาผิดเต็ม ๆ

 

ไอ้จงอินถามว่าจะอยู่ต่ออีกคืนไหม มันจะจัดการเรื่องห้องให้

 

อ...อ้อ...

 

แต่กูปฏิเสธไปแล้ว พูดจบก็หันหน้าเข้าหาคนตัวเล็ก แบคฮยอนได้แต่มองดวงตาคู่นั้นที่กำลังมองมา แสงจากดวงจันทร์ทำให้เขาเห็นว่าตอนนี้ชานยอลกำลังทำหน้าแบบไหน

 

ไม่ได้ถามว่าเพราะอะไรชานยอลถึงไม่อยากอยู่ต่อ ถึงแบคฮยอนจะเดาใจคนไม่เก่ง แต่จากที่คบกันมานาน มันก็มีบางเรื่องที่เขาจะรู้ได้ทันทีว่าถ้ามีตัวเลือกสองข้อ ชานยอลจะตอบอะไร

 

จริงอยู่ที่พรุ่งนี้ทุกคนต้องขึ้นรถบัสกลับโซลตอนสิบโมง แต่ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ชานยอลคงเลือกอยู่ต่อถ้ามีคนหยิบยื่นโอกาสมาให้ถึงที่ การไปเดทนอกสถานที่มันคือสิ่งที่ผู้ชายคนนี้ชอบเป็นไหน ๆ แต่แบคฮยอนจะไม่ถามกลับไปว่าเพราะอะไรชานยอลถึงตัดสินใจอย่างนั้น

 

ถ้าเล่าจบแล้วแต่ชานยอลยังโมโหอยู่ พอถึงตอนนั้นจะบีบมือเราแรง ๆ ก็ได้นะ เสียงของคนตัวเล็กแผ่วเบาแต่ก็แฝงไปด้วยความกล้า ซึ่งมันคงมีอยู่ไม่มากนักถ้าเทียบกับความกลัว

 

ชานยอลรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังสื่ออะไร และมันไม่เคยมีความคิดแบบนั้นอยู่ในหัวของเขา ถึงปาร์คชานยอลจะเป็นพวกบ้าดีเดือด ชอบใช้ความรุนแรงเวลาโมโห แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำอย่างนั้นกับคนที่รักมากที่สุด

 

จะบีบให้กระดูกหักไปเลย แบคฮยอนรู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหลอีกแล้ว ชานยอลไม่น่าพูดด้วยน้ำเสียงแบบนี้เลย ไหนจะมือที่สอดประสานแน่นยิ่งขึ้นอีก แต่เขาก็ไม่อยากให้คน ๆ นี้พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาเหมือนกัน

 

ร่างเล็กหลับตาลงเมื่ออีกฝ่ายช่วยถอดแว่นออกให้ เราพลิกตัวนอนหันหน้าเข้าหากันโดยที่ยังไม่ปล่อยมือไปไหน แบคฮยอนคิดว่าชานยอลคงกำลังใช้ความพยายามเป็นอย่างมากที่จะบังคับมุมปากทั้งสองข้างให้ยกยิ้มตอนที่เรากำลังสบตากัน

 

เราขอโทษจริง ๆ นะ

 

เลิกพูดว่าขอโทษได้แล้ว

 

อื้อ คือเรื่องทั้งหมดน่ะ... แบคฮยอนหลุบตาลงแล้วให้สมองเรียบเรียงคำพูด ชานยอลเห็นว่าคนตรงหน้ากำลังประหม่า ราวกับกลัวว่าคนขี้โมโหอย่างเขาจะไม่เข้าใจเราไม่เคยคิดจะหลอกชานยอลเลยนะ ความจริงแล้ว...

 

มานี่สิ ชานยอลยิ้มบาง ๆ พร้อมยื่นมือมาข้างหน้า แบคฮยอนนิ่งไปครู่หนึ่ง กระทำของผู้ชายคนนี้เคยเรียกรอยยิ้มจากเขาได้เสมอ เช่นการอ้าแขนออกเพื่อให้เขาเข้าไปอยู่ในอ้อมกอด แต่คราวนี้แบคฮยอนรู้สึกว่าน้ำตามันพาลจะไหลออกมา เขาอยากพูดว่าขอโทษ อยู่ซ้ำ ๆ จนกว่าชานยอลจะรู้สึกดีขึ้น ถึงแม้ว่ามันจะเป็นไปได้ยากก็ตาม

 

แบคฮยอนค่อย ๆ ขยับเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของคนตัวสูงแล้วซุกหน้าลงกับอกแกร่ง ชานยอลก้มจูบบนเรือนผมนุ่มก่อนจะเกยคางลงบนศีรษะทุย ในหัวตอนนี้ว่างเปล่า เขาไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการกอดแบคฮยอนเอาไว้แน่น ๆ

 

ถ้าถามว่าตอนนี้ยังรู้สึกแย่อยู่หรือเปล่า แน่นอนว่าเขาจะไม่ปฏิเสธ แต่การกอดคนรักเอาไว้แน่น ๆ เพื่อให้รู้ว่าอีกฝ่ายยังอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน มันก็ช่วยทุเลาความเศร้าลงไปได้พอสมควร

 

เราผิดเองที่มีความสุขจนลืมไปว่ามาเรียนที่โซลเพื่ออะไร

 

ชานยอลไม่ได้ขานตอบ เขาเพียงแค่กระชับกอดให้คนตัวเล็กอยู่ในท่าที่ไม่อึดอัดเกินไป ก่อนจะเกลี่ยปอยผมนุ่มระหว่างรอฟัง

 

ทั้งที่ความจริงเราจะอยู่มกโพให้คนที่บอกว่าเป็นลุงกับป้าโขกสับก็ได้ แต่เราก็เลือกที่จะหนีออกมาดูแลจิตใจตัวเองแบคฮยอนถอนหายใจ พวกเขาแสดงออกว่าเป็นเจ้าของบ้าน ส่วนเราเป็นผู้อาศัย

 

...

 

แต่ก่อนที่แม่จะจากไป แม่บอกว่าถ้าอยู่ไม่ไหวก็ให้ย้ายไปอยู่โซลก่อน หนึ่งเทอมแลกกับสุขภาพจิต เพราะแม่เป็นห่วงว่าเราจะเป็นบ้าตายถ้าเกิดว่าแม่จากไปแล้ว แต่เราต้องทนอยู่ในบ้านหลังนั้นกับคนเห็นแก่ตัว

 

ชานยอลหลับตาลงแล้วจูบลงบนเรือนผมนุ่มอีกครั้ง เขารู้สึกสงสารคนในอ้อมกอดจับใจที่ต้องเจอเรื่องราวร้าย ๆ ตามลำพัง

 

เราบอกตัวเองว่าต้องเข้มแข็ง เราต้องอยู่คนเดียวให้ได้ พอเรียนจบเราก็อายุยี่สิบแล้ว เราสามารถกลับไปแสดงสิทธิ์ความเป็นเจ้าบ้านได้ คนพวกนั้นจะต้องออกไปจากบ้านเรา เป็นครั้งแรกที่ชานยอลรู้สึกว่าแบคฮยอนกำลังโกรธ แม้ว่าน้ำเสียงเจ้าตัวจะยังเหมือนเดิม

 

อาจเป็นความคับแค้นใจของเด็กผู้ชายตัวคนเดียวที่ถูกญาติพี่น้องเอาเปรียบ มันทำให้เขาได้รู้ว่าไอ้บ้านนอกที่เขารู้จัก ก็เก็บความรู้สึกเหล่านี้เอาไว้ในใจเหมือนกัน บยอนแบคฮยอนที่ใคร ๆ คิดว่าโลกสวย ซื่อบื้อ ก็มีมุมแบบนี้

 

แต่พอชานยอลบอกว่าจะมาอยู่บ้านด้วยกัน เราดีใจมากที่จะได้อยู่กับเพื่อนทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน เราจะไม่ต้องอยู่คนเดียวอีกแล้ว

 

...

 

แต่มันแย่ตรงไหนรู้ไหม...

 

คนตัวเล็กเงียบไปเพื่อทิ้งจังหวะให้เราทั้งคู่ตกอยู่ในความคิด ชานยอลรู้สึกได้ถึงวงแขนที่โอบกอดแผ่นหลังของเขาแน่นยิ่งขึ้น

 

มันแย่ตรงที่พอเรารักชานยอลแล้ว เราก็ลืมความตั้งใจทุกอย่างไปหมด

 

...

 

เราลืมว่าต้องกลับไปเอาบ้านคืน ลืมว่าเราต้องแยกกันสักวัน จนกระทั่งได้คุยกับแทฮยองวันนั้น ประโยคนี้แผ่วลง แบคฮยอนรู้สึกแย่กับตัวเองที่เป็นแบบนี้เราไม่กล้าบอก ไม่รู้ว่าต้องใช้คำไหนชานยอลถึงจะเข้าใจเราจะต้องกลับไปอยู่มกโพแล้วนะ อย่างนั้นเหรอ ถ้าบอกไปอย่างนั้นแล้วชานยอลจะโมโหไหม จะบอกเลิกเราหรือเปล่า

 

มึงคิดว่าการบอกเลิกมันพูดง่ายเหรอวะ

 

เราไม่รู้...ชานยอลคือแฟนคนแรกของเรานะ

 

ตอนกูเริ่มชอบมึง กูหาเหตุผลทั้งโลกมาเพื่อปฏิเสธความรู้สึกตัวเอง

 

...

 

แต่ถ้าเราจะเลิกกัน มันจะมีแค่เหตุผลเดียวเท่านั้น ชานยอลผละคนในอ้อมกอดออกมาเล็กน้อยก่อนจะเอาหน้าผากชนกัน...คือเราไม่รักกันแล้ว

 

ทั้งคู่สบตากันท่ามกลางความมืด แบคฮยอนปล่อยให้ความเงียบช่วยขับไล่ความเศร้าออกไปอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ เป็นคำตอบ

 

งั้นเราเลิกกันไม่ได้นะ...

 

เด็กหนุ่มเลื่อนมือขึ้นมาโอบแก้มคนตรงหน้า ก่อนจะละออกมาพ่นลมอุ่นลงกับฝ่ามือแล้วทาบลงกับแก้มขาวอีกครั้ง แบคฮยอนจับข้อมือแกร่งเอาไว้ เรายิ้มเป็นกำลังใจให้กันและกันก่อนที่ร่างเล็กจะหลับตาลงแล้วเผยอปากรับจูบจากอีกคน

 

จูบครั้งนี้ไม่เจ็บปวดเหมือนตอนอยู่ในห้องงานเลี้ยง แต่มันก็ยังคงเศร้ากับความจริงที่เรายังไม่มีทางออก แบคฮยอนปล่อยให้ลิ้นร้อนเข้ามาเติมเต็มความมั่นใจ เขาหลอกตัวเองมาตลอดว่าเข้มแข็ง ทั้งที่จริงแล้วถ้าไม่มีปาร์คชานยอล...บยอนแบคฮยอนก็อยู่ไม่ได้

 

 

หรืออาจจะอยู่ได้ แต่ไม่มีความสุข

 

 

เด็กตัวสูงขบริมฝีปากล่างของคนตัวเล็กพลางดูดดึงอย่างหลงใหล เสียงผ่อนลมหายใจตอนละฝีปากออกจากกันเพื่อปรับองศาจูบนั้นคือสิ่งเดียวที่ได้ยิน เราจูบกันอยู่อย่างนั้น ก่อนที่ชานยอลจะผละออก เราทั้งคู่เหมือนคนลืมวิธีหายใจหลังจากแลกรสจูบกันอยู่นาน

 

อยากให้ไปอยู่มกโพด้วยไหม? สีหน้าและน้ำเสียงของคนตัวสูงบ่งบอกว่าจริงจังมากแค่ไหน ครั้งหนึ่งแบคฮยอนคาดหวังว่าอยากให้ออกมาเป็นแบบนี้ ซึ่งมันเป็นความคิดของคนเห็นแก่ตัว แต่ไม่นึกเลยว่าชานยอลจะพูดออกมา

 

ได้เหรอ... ร่างเล็กมองอีกฝ่ายอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ถึงจะขัดแย้งในใจอยู่ลึก ๆ แต่เขาก็อยากจะเห็นแก่ตัวสักครั้ง ถ้ามันทำให้เราอยู่ด้วยกันชานยอลไปอยู่กับเราได้จริงเหรอ...

 

เด็กตัวสูงไม่ได้ตอบคำถาม เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะปัดไรผมออกจากดวงหน้าขาวที่ยังคงไม่ละสายตาออกจากเขา

 

คุณลุงจะว่าหรือเปล่า ชานยอลจะอยู่ที่นั่นได้เหรอ บ้านเราไม่ได้อยู่ในเมืองนะ แถวนั้นมีห้างใหญ่ ๆ แค่ที่เดียว คือมันแทบจะไม่มีอะไรเลย เรากลัวว่าชานยอลจะอยู่ไม่ได้ เด็กหนุ่มได้แต่หัวเราะในลำคอแล้วเลื่อนไปจูบหน้าผากคนคิดมาก

 

ปัญหาอยู่ที่พ่อ ส่วนเรื่องบ้านนอกหรือในเมืองไม่ใช่ปัญหาหรอก เพราะถ้าจะย้ายไปอยู่มกโพ ปาร์คชานยอลคงต้องคิดหาเหตุผลให้เป็นเรื่องเป็นราวก่อน ไม่งั้นพ่อคงสงสัยแน่ว่าทำไมอยู่ดี ๆ ลูกชายหัวสูงถึงนึกอยากย้ายไปอยู่บ้านนอกแบบนั้น ยังมีอะไรที่ยังไม่ได้บอกอีกไหม?

 

มี แบคฮยอนพยักหน้าเราพยายามรวบรวมความกล้าที่จะบอกเรื่องนี้ แต่พอเอาเข้าจริง ๆ เราก็พูดไม่ออก ร่างเล็กถอนหายใจเบา ๆ เราทนเก็บเรื่องนี้ไว้ แล้วก็ใช้เวลาอยู่กับชานยอลให้มาก ๆ เหมือนคนเห็นแก่ตัวที่เอาแต่มีความสุข ทั้ง ๆ ที่รู้แก่ใจว่าถ้าชานยอลรู้เรื่องนี้เมื่อไหร่คงต้องเสียใจแน่

 

...

 

เราเลยคิดว่า ถ้ากลับไปอยู่มกโพเราจะลงเรียนแค่สี่วัน  พอถึงวันศุกร์ก็นั่งรถไฟมาโซล แล้วก็กลับมกโพวันอาทิตย์

 

...

 

ชานยอลไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องค่าตั๋วรถไฟหรอกนะ ที่นั่นมีงานพิเศษให้เราทำเยอะแยะเลย เพราะงั้นถ้าคุณลุงไม่ให้ไปอยู่มกโพก็ไม่เป็นไรนะ

 

...

 

เราจะมาหาชานยอลทุกอาทิตย์เอง

 

เด็กตัวสูงพยักหน้าเป็นคำตอบ ก่อนจะรั้งร่างเล็กเข้ามากอดแน่น ๆ พอถึงตอนนี้เขายิ่งรู้สึกผิดที่เคยโกรธและไม่เข้าใจ ทั้ง ๆ ที่ปาร์คชานยอลก็รู้อยู่เต็มอกว่าบยอนแบคฮยอนเป็นคนยังไง

 

กูรักมึงมากนะแบคฮยอน

 

เราก็รักชานยอล รักจะแย่อยู่แล้ว

 

เสียงกระซิบที่อยู่ข้างหู มีเพียงแค่เราสองคนเท่านั้นที่ได้ยิน เตียงขนาดคิงไซส์กลายเป็นเตียงกว้างเกินไปสำหรับคนสองคน ทั้งคู่กอดกันแนบแน่น แลกไออุ่นซึ่งกันและกันในคืนหนาวเหน็บ

 

ไม่มีใครพูดอะไรอีกแล้ว ชานยอลคิดว่าคำพูดไหนในโลกก็ไม่สามารถทำให้เขารู้สึกดีขึ้นได้นอกจากการกอดอีกคนไว้อย่างในตอนนี้

ไม่อยากเชื่อเลย ว่าครั้งหนึ่งในชีวิตของการมีความรัก มันจะทำให้ปาร์คชานยอลมีความสุขและเจ็บปวดได้ถึงขนาดนี้ เด็กหนุ่มหลับตาลงแล้วจมกับความคิด เขาอยากให้แบคฮยอนหลับมากกว่าฝืนอยู่กับเขาเพราะเป็นกังวลใจ

หลังจากที่ใจมันพร้อมที่จะรับฟัง เขาก็ได้แต่บอกกับตัวเองว่าทางออกของเรื่องนี้มีอยู่ไม่กี่ทาง และที่มองเห็นได้ชัดที่สุดก็คือการย้ายไปอยู่มกโพด้วยกัน ซึ่งมันอาจจะมีปัญหาตามมา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะแก้ไขไม่ได้

 

พี่โบรา

หืม?’

ทำไมพี่ถึงเลิกกับแฟน

 

เด็กตัวสูงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น คำพูดและสีหน้าของหญิงสาวรุ่นพี่ในร้านกาแฟวันนั้นผุดขึ้นมาในหัวให้ได้คิดอีกครั้ง ชานยอลค่อย ๆ ลูบศีรษะคนที่น่าจะผล็อยหลับไปแล้ว หลังจากที่ร่างในอ้อมกอดแน่นิ่งไม่ขยับตัว

 

มันเป็นช่วงที่เราเริ่มมีมุมมองชีวิตที่ต่างกัน จะว่ายังไงดีล่ะ บางทีแค่ความรักมันก็คงไม่พอ

เขาเลือกงานมากกว่าพี่สินะ

ตอนแรกพี่ก็โกรธนะ ช่วงนึงพี่กลายเป็นผู้หญิงหน้าโง่ที่คิดว่าความรักจะเอาชนะระยะทางได้ แต่ก็นั่นแหละ...

 

ไอ้จงอินบอกว่าสิ่งที่ทำร้ายคนเราได้ดีที่สุดคือความคิดของตัวเอง และเขาเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง เมื่อเรื่องราวที่เกิดจากประสบการณ์จริงของยุนโบรากำลังทำให้เขากลัวว่าระยะทางจะเป็นอุปสรรคที่ทำให้ความรักของเขากับแบคฮยอนจืดจางลง จนกลายเป็นหมดรัก

และนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาตัดสินใจถามเรื่องไปอยู่มกโพ ถ้าหากไอ้บ้านนอกอยู่ไม่ได้ ปาร์คชานยอลก็คงให้ตัวเลือกนี้เป็นคำตอบ...

 

 

 

 

ทริปปีใหม่สิ้นสุดลง เด็กหนุ่มสาวลงจากรถบัสแล้วตรงไปเอากระเป๋าส่วนตัว ก่อนจะหันมาโบกมือลาเพื่อน ๆ เมื่อพบว่าผู้ปกครองมารอรับกลับบ้านแล้ว บรรยากาศโดยรอบนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ทุกคนกำลังมีความสุข มันเป็นสัญญาณดีในวันแรกของปี

 

มึงกลับไงวะ? จื่อเทาหันมาถาม สีหน้าของเด็กหนุ่มชาวจีนดูไม่สดใสเหมือนอย่างเคย เพราะเป็นห่วงชานยอลที่เงียบมาตลอดทั้งทาง

 

เขาได้ฟังจากไอ้จงอินมาแล้ว แต่มันไม่ใช่เรื่องที่เขาทั้งคู่จะเข้าไปช่วยจัดการได้ ไอ้จงอินบอกว่าทุกคนมีวิธีจัดการปัญหาด้วยตัวเอง ส่วนเพื่อนมีหน้าที่คอยปลอบใจไม่ใช่ยื่นขาเข้าไปยุ่ง เหตุผลนี้เลยทำให้หวงจื่อเทาทำได้แค่มองอยู่ห่าง ๆ เท่านั้น

 

เดี๋ยวลู่หานมารับ แล้วมึงสองคนล่ะ

 

กูกลับแท็กซี่ มึงไปส่งกูหน่อยดิ จงอินว่าแล้วเหวี่ยงเป้ไปข้างหลัง ชานยอลรู้ว่าการชวนในครั้งนี้มันคงมีเหตุผลอะไรบางอย่าง ได้ยินอย่างนั้นเลยหันไปมองคนข้าง ๆ ที่ยืนทำหน้าหงอยอยู่ ก่อนจะโคลงหัวเบา ๆ แล้วเดินไปกับเพื่อนสนิท

 

แบคฮยอนหันไปทางขวามือ แล้วก็พบว่ายังเหลืออยู่ไม่กี่คนที่ยังอยู่ในละแวกนี้ ร่างเล็กโบกมือลาเพื่อนชมรมห้องสมุดที่กำลังจะกลับบ้าน ทุกคนดูมีความสุขหลังจากเลี้ยงฉลองปีใหม่กัน แม้แต่คยองซูที่ใคร ๆ ต่างบอกว่ามีหน้าเดียว ตอนนี้ก็กำลังยิ้มตอนโบกมือให้เขา

 

 

ดีจังที่ทุกคนกำลังมีความสุข

 

 

ไปนั่งรอไอ้ชานยอลกันตรงนั้นกัน จื่อเทาว่าแล้วกอดคอแบคฮยอนให้เดินไปด้วยกัน

 

บนพื้นสนามขาวโพลนไปด้วยหิมะ บนกิ่งก้านใบไม้ก็เช่นกัน ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสีหม่น เหมือนกับว่าความเศร้าตามเขามาจากทะเลจนถึงโซลยังไงอย่างนั้น

 

เมื่อคืนคุยกันยาวเลยดิ

 

ขอโทษนะ เราไม่รู้ว่าทุกคนจะตามหาเรา เด็กหนุ่มชาวจีนยิ้มก่อนจะวางมือลงบนศีรษะคนตัวเล็กกว่า

 

เพื่อนหายก็ต้องออกตามหา มันเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วไม่ใช่เหรอวะ

 

จื่อเทาโกรธเราไหม

 

เรื่องอะไรล่ะ

 

ที่เราปิดบังทุกคนเรื่องจะต้องกลับมกโพ แบคฮยอนยืนนิ่ง ตอนนี้ชานยอลกับจงอินเดินออกนอกประตูโรงเรียนไปแล้ว

 

ตอนแรกก็เคือง ๆ หรอกนะ แต่ไอ้จงอินบอกว่าเรื่องของคนรักกันอย่าไปเสือก จื่อเทาหัวเราะ

 

ถึงจะยังเคืองอยู่เราก็เข้าใจนะ เพื่อนใคร ใครก็รัก จริงไหม แบคฮยอนยังคงหงอยอยู่ เห็นแบบนี้แล้วใครจะไปกล้าว่าลง

 

ใช่ ต่อไปนี้ก็ห้ามทำอีกล่ะ เข้าใจเปล่า? จื่อเทาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแล้วเอนหลังพิงกับโต๊ะไม้ ซึ่งแบคฮยอนก็พยักหน้าหงึก สรุปเมื่อคืนตกลงกันว่ายังไง

 

คนตัวเล็กไม่ได้ตอบคำถามในทันที ถ้าเจ้าตัวหน้าแดงหรือมีท่าทีเงอะ ๆ งะ ๆ หวงจื่อเทาจะคิดเอาเองแล้วนะว่ามันสองคนให้ร่างกายปรับความเข้าใจกัน และถ้าเป็นแบบนั้นเรื่องนี้คงได้แถลงการณ์กันยาวแน่

 

ชานยอลบอกว่าจะขอคุณลุงย้ายไปอยู่มกโพกับเรา

 

โว้ว...นี่ไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม? เด็กหนุ่มชาวจีนเลิกคิ้วมองคนข้าง ๆ ที่พยักหน้าเป็นคำตอบ เขาพยายามคิดว่าเมื่อกี้นี้อาจจะหูฝาดไป และการดีดนิ้วเพื่อเรียกให้ตื่นน่าจะได้ผล

 

เราเห็นแก่ตัวมากเลยใช่ไหม?

 

ไม่ขอตอบได้เปล่า ฉันรู้ตัวว่าเป็นพวกให้คำปรึกษาได้บัดซบมาก ขืนให้ท้ายนาย หรือไม่เห็นด้วย ก็กลัวว่าผลที่ตามมามันจะแย่ ใช่ จื่อเทาคิดอย่างนั้นจริง ๆ แต่ไหนแต่ไรเขาก็ไม่ค่อยได้ใช้สมองนัก แม้แต่ตอนที่ไอ้ชานยอลหนีออกจากบ้าน เขาก็เป็นคนหนึ่งที่เลือกนั่งฟังไอ้จงอินบ่น โดยไม่คิดจะปลอบใจไอ้ชานยอลสักคำ

 

ถ้าต้องอยู่ห่างคนที่รักมาก ๆ จื่อเทาจะทำได้ไหมเด็กหนุ่มชาวจีนไม่ได้ตอบคำถามนี้ เขาเพียงแค่หันไปมองหน้าคนคิดมากอย่างเอ็นดู ก่อนจะเท้าศอกลงกับโต๊ะไม้

 

กลัวพ่อไอ้ชานยอลไม่อนุมัติเหรอ

 

ใช่ ก็ชานยอลเพิ่งกลับไปอยู่กับครอบครัวได้ไม่นาน ชานยอลเริ่มคุยกับพี่ลู่หานมากขึ้น แถมไม่ใจร้ายกับเจโน่เหมือนเมื่อก่อนแล้วด้วย เราว่าคุณลุงต้องไม่โอเคแน่เลยอ่ะ

 

ตอบยากเลย ฉันยังไม่เคยคบกับคนที่รู้สึกว่ารักจริง ๆ เลยสักครั้ง แต่ถ้าถามว่าทนเห็นคนที่รักไปชอบคนอื่นได้ไหม นั่นก็อีกเรื่อง จื่อเทายิ้มขำ รู้ว่าคิดมาก แต่ช่วยเชื่อใจไอ้ชานยอลหน่อยนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันอยากให้นายมั่นคงกับมัน

 

เราเชื่อใจชานยอล

 

ดีมาก ไหนแท็กมือหน่อยซิ จื่อเทาขมวดคิ้วแล้วยกมือขึ้นเตรียมพร้อม แต่แบคฮยอนกลับกำมือขึ้นมาเสียอย่างนั้นอะไรเนี่ย ไปรู้ท่านี้มาจากไหน

 

จงอินสอนเรา

 

เจ๋งนี่ เด็กหนุ่มชาวจีนหัวเราะแล้วชกมือกับคนตัวเล็กเบา ๆ

 

ทุกคนมีมุมมองความรักที่ต่างกัน นั่นหมายถึงตัวหวงจื่อเทาเองด้วย ใครหลายคนบอกว่าการประคับประคองความรักเป็นเรื่องยาก แต่หลังจากจากที่ฟังไอ้จงอินเล่า ตอนนี้ปาร์คชานยอลเพื่อนสนิทของพวกเราคงกำลังเจอกับจุดเริ่มต้นของอุปสรรค ซึ่งเด็กหนุ่มได้แต่เอาใจช่วย ขอให้ทั้งสองคนผ่านมันไปให้ได้

 

 

 

 

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เด็กหนุ่มสาวต้องฝืนตื่นมาโรงเรียนยามเช้า ทั้งที่ใจอยากจะนอนต่อบนเตียงนุ่ม ๆ ในช่วงฤดูหนาวที่ข้างทางเดินเต็มไปด้วยหิมะที่ถูกกวาดไปกองเอาไว้ ทุกคนดูอิดโรย บางคนไม่สบายจนต้องลาเรียน แต่ก็ยังมีใครอีกคนที่ฟุบหลับอยู่กับโต๊ะ

 

แบคฮยอนมองคนข้าง ๆ เขาสังเกตว่าพักนี้ชานยอลนอนดึกทุกวันเลย และมันทำให้เขาไม่สบายใจ ถ้าถามว่ายังคิดมากเรื่องนั้นอยู่ใช่ไหม และคนตัวเล็กก็คงไม่ปฏิเสธ เพราะหลังจากสร้างความทรงจำเลวร้ายคืนแรกของวันปีใหม่ หลังจากนั้นชานยอลก็กลับบ้านแล้วเข้าไปคุยกับคุณลุงในห้อง และกลับมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

 

หนาวเหรอ

 

อ้อ...ก็...นิดนึง แบคฮยอนยิ้มเจื่อน ไม่รู้ว่าชานยอลลืมตาตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่

 

คนตัวเล็กนั่งนิ่ง เมื่อตอนนี้มือข้างขวาของเขาถูกอีกคนจับไปวางไว้บนโต๊ะก่อนที่ใบหน้าคมจะซบลง ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกันอีก มันกลายเป็นสัญลักษณ์ของเราไปแล้วใช่ไหมกับการสบตากันเพื่ออ่านใจอีกฝ่าย

 

นั่งจ้องอยู่ได้ มีอะไรเปล่าชานยอลเพียงแค่ยิ้มบาง ๆ ขณะมองมายังเขา

 

รู้ด้วยเหรอว่าเรามองอยู่

 

รู้ดิ ก็ทำแบบนี้ เด็กตัวสูงปรือตาเหมือนคนแกล้งหลับแถมยังยิ้มกวนประสาทอีก แบคฮยอนเห็นอย่างนั้นเลยหลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

 

ช่วงนี้ชานยอลนอนดึกทุกวันเลยใช่ไหมอ่ะ

 

เออ พอดีติดเกมมือถืออ่ะ มันเป็นช่วงอีเวนท์พอดี ถ้าเข้าเกมช่วงเวลานั้นแล้วจะได้ทองเยอะ ชานยอลว่าแล้วเปิดแอพเกมในมือถือให้ดู คนตัวเล็กค้างอยู่ท่านั้นแล้วเงยหน้ามองคนรัก

 

แน่นะ

 

แน่ดิ แต่กูไม่ให้มึงเล่นหรอกนะ ถ้าเล่นแล้วติดเดี๋ยวจะไม่มีเวลาสนใจกูแบคฮยอนหลับตาแน่นเพราะถูกปลายนิ้วเรียวเขี่ยจมูกเบา ๆ

 

เราก็เป็นห่วง นึกว่าชานยอลเป็นอะไรซะอีกอ่ะ แบคฮยอนแนบแก้มลงกับโต๊ะทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากอีกฝ่าย ชานยอลอมยิ้มกับคำพูดคำจาน่ารักของแฟน ก่อนจะแนบแก้มลงกับโต๊ะแล้วกุมมือเล็กลงมาซ่อนไว้ข้างใต้

 

เวลามึงคิดมากเรื่องกูนี่โคตรน่ารักเลยรู้ตัวป่ะ ชานยอลเลิกคิ้วกวน แล้วหัวเราะออกมาเพราะคนตัวเล็กย่นจมูกใส่

 

ถ้าชานยอลไม่ได้เป็นอะไรก็ดีแล้ว เราอาจจะฟุ้งซ่านไปเอง

 

แคร์กูขนาดนั้นเลยเหรอ

 

แคร์สิ ชานยอลเป็นแฟนเรา แล้วเราก็รักชานยอลมาก ๆ ด้วยอ่ะ เสียงของไอ้บ้านนอกตอนพยายามแก้ตัวนั้นเบาหวิว แต่พอเอามาหักลบกับริมฝีปากที่ยู่เข้าหากันตอนพูดแล้วก็จบอยู่ที่คำว่าน่ารักอยู่ดี

 

คิดว่ารักเป็นคนเดียวเหรอ กูก็รักมึงมากรู้ไว้ด้วย

 

วันนี้เรารู้แล้ว งั้นพรุ่งนี้ชานยอลบอกเราอีกทีนะ พูดจบก็ยิ้มตาหยี แบคฮยอนชอบเวลาชานยอลทำท่าเหมือนคนจะยิ้มแต่ก็ยังฟอร์มเอาไว้แบบนี้จังเลย มันทำให้โล่งใจว่าเขาคิดไปเองว่าตอนนี้เราทั้งคู่กำลังค่อย ๆ ถูกความเศร้ากัดกินเพราะเรื่องอนาคต

 

นี่ฮอบบิท

 

คับ

 

พอสอบปลายภาคเสร็จแล้วไปเดทตอนกลางคืนกันนะ

 

เดทกลางคืนเหรอ?

 

ใช่ เดี๋ยวคืนนั้นจะยืมรถลู่หานไป รับรองว่าเป็นเดทที่โรแมนติกสุด ๆ ที่ปาร์คชานยอลจะเซอร์วิสให้ได้ แบคฮยอนอมยิ้มกับสีหน้าของคนตัวสูงที่แสดงออกมาจนเวอร์เกินจริง

 

แล้วอะไรที่โรแมนติกอ่ะ

 

ดูหนัง เดินเล่นแม่น้ำฮัน จะเกี่ยวแม่กุญแจคู่ที่โซลทาวเวอร์ หรือชมวิวบนตึกหกสิบสามแล้วต่อด้วยอควอเรียมก็ว่ามา กูพาไปได้หมด

 

โห...จริงจังนะเนี่ย...

 

แล้วก็จบที่ป๊าบ ๆ กันในรถ... ชานยอลยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ๆ แล้วกัดริมฝีปากล่าง แบคฮยอนยิ้มตาหยี ชานยอลชอบพูดเรื่องทะลึ่งปิดท้ายเสมอตอนที่กำลังเขิน และเขาเชื่อว่ามันเป็นอย่างนั้น กับตารางเดทจริงจังที่ไม่เคยวางแผนมาก่อน

 

ตื่นเต้นจัง...เราอยากให้ถึงวันนั้นไม่ไหวแล้ว เสียงของไอ้บ้านนอกคล้ายกระซิบ ใบหน้าซื่อ ๆ ที่กำลังมองมานั้นยังทำให้เขารู้สึกดีได้เสมอ

 

ระหว่างนี้ก็เดทในห้องเรียนไปก่อน

 

ยังไงอ่ะ

 

อย่างนี้ไง

 

แบคฮยอนเบิกตาอย่างตกใจทันทีที่คนตัวสูงเลื่อนใบหน้าเข้ามาจุ๊บปากเขาโดยไม่เปิดโอกาสให้ได้ตั้งตัว และนั่นเป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงประตูห้องเลื่อนออก เป็นสัญญาณบอกว่าอาจารย์ได้เข้ามาพอดี

 

คนตัวเล็กไม่แน่ใจว่าชานยอลกะเวลาไว้เป็นอย่างดี หรือเพราะเขาทั้งคู่มากับดวงกันแน่ ทุกคนถึงได้หันไปสนใจอาจารย์ที่ยืนอยู่หน้าห้อง มากกว่าการหันมาทางเด็กผู้ชายสองคนที่แอบจูบกันอยู่ข้างหลังห้อง

 

“หูยชานยอลอ่ะ...

 

หน้าแดงเลย สมน้ำหน้า

 

ถ้าอาจารย์เห็นเมื่อกี้เราตายคู่แน่เลย...ตกใจแทบแย่

 

งั้นทำไงดีวะ ไปจูบเรียกขวัญในห้องน้ำกันดีไหม?

 

ชานยอลขมวดคิ้ว พอเห็นว่าแฟนจ๋าไม่ตอบเลยลุกพรวดเต็มความสูงและไม่ลืมที่จะคว้าข้อมือแบคฮยอนให้ลุกขึ้นด้วย ทุกสายตามองมาทางนี้ แบคฮยอนทำหน้าเหรอหรา อ้าปากค้างเพราะพูดไม่ออก ก่อนจะก้มลงมองข้อมือตัวเองที่ถูกกุมเอาไว้อย่างไม่กลัวใครเข้าใจผิด

 

 

แย่แล้ว ชานยอลคิดจะทำอะไรอีกเนี่ย

 

 

ดูเหมือนว่าเพื่อนผมจะไม่สบาย ขออนุญาตพาไปห้องพยาบาลนะครับ

 

 

 

 

TBC

 

 

จะไม่มีการพูดหรือสปอยล์ตอนหน้าอะไรทั้งนั้ล!

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 111 ครั้ง

10,184 ความคิดเห็น

  1. #10048 Chankuma (@chansuju151137) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 23:36
    เนี่ยๆกำลังดราม่า แล้วก็โค้งหักศอกออกไปเลย โว้ยยยนชานยอลอย่าทำไรแบคนะโว้ย
    #10048
    0
  2. #9824 SeiJii EXEL เดสส (@suphidsarah) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 00:04
    ตอนแรกนี่น้ำตามาเลยนะ ตอนท้ายนี่อะไรกันเนี่ย ไปทำอะไรกานนนนน5555555555555555555
    #9824
    0
  3. #9775 sapphire- (@pbcarrot-) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 04:16
    อื้มมมม-///-
    #9775
    0
  4. #9696 miniaraspring (@miniemint57) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 12:01
    ตอนแรกๆนี่หน่วงอ่ะ จะร้อง ไห้พอมาตอนหลังๆนี่ ป๊าปๆกันในรถ5555 ตอนจบนี่พาแบคไปทำอะไรในห้องน้ำ O_O
    #9696
    0
  5. #9651 mamodictator (@mamodictator_13) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 04:11
    หน่วงแบบตายยังขอบคุณที่พี่มลินเมตตาให้เขาสองคนเข้าใจกัน ฮื่ออออ แต่เงิบตรง ป๊าบๆกันในรถ ยังไม่พอนี่บากไปห้องน้ำอี๊กกกกก นี่จริงจังมากไหมพี่ชาน 5555555555555555
    #9651
    0
  6. #9622 litterrabbitza (@rabbitza) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:11
    เห้ยๆๆ อะไรๆๆ
    #9622
    0
  7. #9572 Kimji_sag (@Kimji_sag) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2558 / 11:44
    ต่อด้วยป๊าปๆกันในรถ โอยยยยยยมันจะดีแล้วเว้ยชานถ้าแกไม่พูดเรื่องนี้ 
    #9572
    0
  8. #9506 SweetLip (@sweetylip) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 03:19
    จูบเรียกขวัญเสร็จแล้วทำไรต่อชานยอล55555555
    #9506
    0
  9. #9380 aonniieeee (@wichuda21) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2558 / 02:54
    นี่ดราม่ามากในตอนแรก ปวดใจมากๆ จะร้องไห้ พอตอนใกล้จบนี่ อื้อหือ O.O ลากไปห้องน้ำเลยหรอ >//////< ชานยอลอ่าาาา
    #9380
    0
  10. #9310 Intelligence- (@capacite) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2558 / 22:50
    อร๊ายยยย 5555 นั่งน้องไห้ไปยิ้มไปอ่ะคิดดู 55
    #9310
    0
  11. วันที่ 24 พฤษภาคม 2558 / 08:47
    แหม่5555555555 อารายกันนะพวกแกรรร
    #9260
    0
  12. #9250 joylnr (@joylnr) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2558 / 01:41
    มันทั้งเศร้าทั้งสุขเลยอ่ะ หน่วงๆ

    แต่เวลาชานยอลหื่นนี่เขินแทนแบค 55555

    น่ารักว่ะะะะะ
    #9250
    0
  13. #9204 ❥summer (@kannarinda) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 09:55
    ไม่สปอยก็ไม่สปอย เคๆ อืมๆ
    #9204
    0
  14. #9133 nimnimqx (@littlegirl1443) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 11:36
    ปาร์ค ชานยอล สายหื่นนะเนี่ย ป๊าปๆกันในรถ~ 55555555
    #9133
    0
  15. #9052 Yoo Sangeun (@eurng22) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 เมษายน 2558 / 16:38
    กรี๊ดดดดๆๆ ชานยอลคนหื่นน >< 
    #9052
    0
  16. #9021 ~ P E A R ~ (@paphawarin_pear) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 19:54
    มีจูบเรียกขวัญด้วยยย
    #9021
    0
  17. #8981 12exo9snsd (@kwonyuri12exo) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 เมษายน 2558 / 11:38
    จูบเรียกขสัญ อ๊ากก ยอลจะทำไร
    #8981
    0
  18. #8977 อาแนของแบคฮยอน (@anniii1994) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 เมษายน 2558 / 01:18
    จูบเรียกขวัญหรอ หื้มมม จะดีนะ 555555555555

    #8977
    0
  19. #8943 Nook Kra (@nongnookpoohza) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 เมษายน 2558 / 01:11
    อาร๊ายยย ชานยอลแกจะทำอะไรแบคหรอ โอ้มายก้อดดดด จะพาไปน๊ายยยย กรี๊ดดดดด
    #8943
    0
  20. #8854 Miine_Nanz (@miinenaz) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 16:49
    เอ้ออิ ดีกันแล้ววว จะเป็นไงต่อน้าา
    #8854
    0
  21. #8843 MR.สมถุ้ย (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 22:11
    ชานยอลจะทำหยั๋งก๋าาาาาาา?555555555
    #8843
    0
  22. #8842 MR.สมถุ้ย (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 22:11
    ชานยอลจะทำหยั๋งก๋าาาาาาา?555555555
    #8842
    0
  23. #8818 krissmez (@krissmez) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 18:56
    หยอยทะลึ่งว่ะ กรี๊ดดดดด แกรรรร เขาดีกันล่ะ!!!(ตอนก่อนหน้านี้เกือบจะร้องไห้)
    #8818
    0
  24. #8771 MAISIEinsane (@treetipp) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 มีนาคม 2558 / 08:35
    หึ่ยยย แบคใสแรงเค้าชวนไปป๊าปๆบนรถ ยังจะยิ้มตาหยี55555
    #8771
    0
  25. #8747 b-byun (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 มีนาคม 2558 / 12:20
    พี่ชานคิดจะทำอารายยยยยยยยยย??
    #8747
    0