[EXO] "NERDY BOY" มนุษย์แบคฮยอน | CHANBAEK

ตอนที่ 21 : Chapter 20 :: My Heart

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,131
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 94 ครั้ง
    23 ก.พ. 58

 

 

 

หมายเหตุ : ขอเปลี่ยนแปลงอายุตัวละครนะคะ ตอนแรกเราเขียนให้เป็น 17 เท่าเด็กนักเรียนไทย แต่ตามเกาหลีต้อง 19-20 และตอนนี้ขอเปลี่ยนเป็นว่า เด็ก ๆ เพิ่งจะอายุ 20 นะคะ เราจะกลับไปแก้ในตอนเก่า ๆ แล้วก็ในรูปเล่มด้วยค่ะ

 

 

 

Chapter 20

My Heart

 



 

 

เร็วหน่อย ๆ คุณลุงรอนานแล้ว

 

จุนมยอนตะโกนพร้อมปรบมือเร่งเพื่อนร่วมห้องที่มัวแต่เอื่อยเฉื่อยไม่ยอมขึ้นรถบัสสักที แต่ละคนต่างดูง่วงเหงาหาวนอน ซึ่งมันคงไม่แปลกเพราะตอนนี้เพิ่งจะเจ็ดโมงเช้า แต่ในเมื่อพวกเขาวางแผนกับทริปสิ้นปีไว้ซะดิบดีแล้ว จะปล่อยให้สายกว่านี้ไม่ได้ ไหนจะคำนวณเวลาการเดินทาง กว่าจะไปถึงที่พักอีก คงต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง

 

เลือกที่นั่งเลยนะ ให้ไวหน่อย ขอร้องล่ะ จงแดเสริม ส่วนคยองซูอยู่ข้างรถบัสเพื่อรอรับกระเป๋าเสื้อผ้าเพื่อน ๆ ยัดเข้าไปในท้องรถ

 

จุนมยอนถอนหายใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาต้องปวดหัวกับเพื่อนร่วมห้องที่ชักช้าอืดอาดเหมือนคนไม่ได้เอาวิญญาณมาด้วย เจ้าพวกนั้นทำเหมือนว่าเขาเป็นคนบังคับลากคอให้มายังไงอย่างนั้นแหละ ให้ตายสิ

 

คนเป็นหัวหน้าห้องขึ้นไปบนรถบัส หลายคนเลือกที่จะนอนเพื่อตื่นมาพบว่าถึงที่หมายแล้ว แต่บางคนก็นั่งคุยกัน กินมื้อเช้าที่เตรียมมาจากบ้าน แกะซองขนมกิน และบุคคลที่กล่าวถึงอย่างหลังก็คือปาร์คชานยอลกับบยอนแบคฮยอน

 

ชานยอลแบ่งแซนวิชเป็นคำเล็กแล้วป้อนให้คนข้าง ๆ ที่กำลังแกะกล่องนมอยู่ แบคฮยอนอ้าปากงับอย่างเคยตัว พวกเขาไม่ได้คิดว่าจะมีใครจับผิดว่าสิ่งที่ทำอยู่มันมากเกินกว่าเพื่อนหรือเปล่า และถ้ามีจริง ๆ ปาร์คชานยอลก็พร้อมจะมีคำตอบให้

 

เด็กตัวสูงรับกล่องนมมา แบคฮยอนพลิกตัวหันหลังคุกเข่าลงกับเบาะ ก่อนจะยื่นแซนวิชให้จงอินกับจื่อเทาที่นั่งอยู่ข้างหลัง และภาพที่เห็นมันเรียกรอยยิ้มจากคนที่ลงทุนยอมนอนตั้งแต่สี่ทุ่ม เพื่อที่จะตื่นมาช่วยแฟนทำแซนวิชแต่เช้าอย่างเขาได้เป็นอย่างดี

 

ถ้าอิ่มแล้วชานยอลจะนอนก็ได้นะ ตรงนี้ก็ได้ แบคฮยอนตบบ่าตัวเองปุ ๆ เด็กตัวสูงเห็นอย่างนั้นเลยเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะดีดหน้าผากมนเบา ๆ

 

ตัวก็แค่นี้ ถ้ากูเอนตัวไปซบไหล่มึงคงปวดคอตาย ทันทีที่พูดจบ ร่างเล็กก็นั่งยืดหลังตรงเพื่อเพิ่มความสูง อีกทั้งสายตาที่มองไหล่ตัวเองสลับกับความสูงของเขานั่นอีก

 

งั้นแบบนี้ได้ไหมอ่ะ  รู้ว่าตัวเองเตี้ย แต่เขาก็อยากให้ชานยอลพักผ่อนไปจนถึงที่หมาย จากที่เห็นเมื่อเช้า ก็พอจะเดาออกว่าการพักผ่อนเมื่อคืนมันยังไม่เพียงพอสำหรับชานยอล

 

บรรยากาศยามเช้าในที่สามสิบเอ็ดธันวา มันหนาวเหน็บจนอยากซุกอยู่ใต้ผ้านวมมากกว่าจะให้ตื่นแต่เช้าออกมาขึ้นรถบัส แน่นอนว่าที่พูดไปมันอาจจะเกิดขึ้นกับปาร์คชานยอลคนเดิม แต่ไม่ใช่คนปัจจุบันนี้ ที่อยากตื่นมาใช้เวลาอยู่กับแฟนในวันดี ๆ

 

ชานยอลไม่ได้ตอบคำถามของแบคฮยอน เขาเพียงแค่ประคองศีรษะอีกคนให้เอนลงพิงกับไหล่ของเขา หลังจากนั้นก็เอนศีรษะตนเองซบลงไปอีกที

 

คนตัวเล็กค้างอยู่ท่านั้นโดยที่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่มือใหญ่ซึ่งวางอยู่บนหน้าขา ถุงมือสีน้ำตาลที่ชานยอลสวมอยู่นั้นค่อย ๆ เลื่อนมากุมมือของเขาเอาไว้ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสอดประสานกันในที่สุด

 

...แบบนี้ก็หลับพร้อมกันได้น่ะสิ แบคฮยอนพึมพำเบา ๆ เขาได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของคนข้าง ๆ หลังจากที่เขาพูดจบ

 

ถึงแล้วปลุกด้วยล่ะ

 

แบบนี้เหรอ ร่างเล็กยิ้มตาหยี พลางมองมือที่สอดประสานกันแล้วกระดิกนิ้วชี้สะกิด

 

แบบนี้ก็ได้ ไวเท่าความคิด แบคฮยอนกลายเป็นคนสมองทำงานช้าทันทีหลังจากรู้ตัวว่าถูกอีกคนจูบหลังมือ

 

บอกตามตรงว่าไม่เคยชินเวลาชานยอลนึกอยากเป็นผู้ชายโรแมนติก แบคฮยอนรู้สึกว่าภูมิต้านทานของเขาลดลงทุกครั้งที่ชานยอลทำให้เขิน ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ แต่สุดท้ายผลลัพธ์มันก็เขินเหมือนกัน

 

ทั้งที่เมื่อก่อนคิดว่ายังพอเก็บอาการไหว แต่นับวันเขายิ่งรู้สึกว่าทุกอย่างมันเริ่มเปลี่ยนไป

 

 

แบคฮยอนรู้สึกว่าชานยอลเปลี่ยนไป ทั้ง ๆ ที่ชานยอลก็ยังคงเป็นชานยอล

 

 

ผู้ชายคนนี้ยังคงชอบพูดจาขวานผ่าซาก ชอบพูดหยาบคาย แต่ที่บ้ากว่านั้นคือมันดันน่ารักในสายตาเขา จะว่ายังไงดีล่ะ อาจเป็นเพราะแบคฮยอนตกหลุมรักชานยอลในรูปแบบนั้น เขาถึงไม่ต้องการให้อีกฝ่ายเปลี่ยนตัวเองมากไปนัก

 

ชานยอลเคยถามว่าอยากให้เลิกพูดคำหยาบหรือเปล่า เราสองคนควรมีสรรพนามที่เอาไว้เรียกกันและกันไหม พอได้ยินอย่างนั้นแล้วมันอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกกับความใส่ใจที่ชานยอลมีให้เขามากขึ้นจนน่าประหลาดใจ แบคฮยอนไม่เคยคิดว่าอีกฝ่ายจะคิดเล็กคิดน้อย ซึ่งมันทำให้ชานยอลเป็นคนน่ารักสุด ๆ เวลาอยู่ให้โหมดจริงจัง และเขาก็ได้ให้คำตอบไปว่าไม่เอาดีกว่า

 

แบคฮยอนรู้ว่าไม่มีอะไรเหมือนเดิมตลอดไป แต่อะไรที่มันทำให้เรารู้สึกไม่ฝืน ไม่อึดอัดต่อกันมันก็คงดีกว่าเป็นไหน ๆ แบคฮยอนไม่คิดว่าการที่ชานยอลเรียกเขาว่ามึง มันเป็นเรื่องเลวร้าย เมื่อความรู้สึกของเรามันไม่ได้หยาบคายเหมือนกับคำพูด

 

 

 

 

เมื่อมาถึงโรงแรมติดทะเล ทุกคนก็แยกย้ายเอาของไปเก็บ เป็นอย่างที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้ว่าสองคนต่อหนึ่งห้องพัก แต่มีกฎว่าห้ามชายหญิงอยู่ด้วยกัน คิมจงอินไม่อยากให้พ่อของเขาต้องปวดหัวหากมีเรื่องฉาวถึงหูผู้ปกครอง

 

ใช่แล้ว พ่อของจงอินเป็นคนจัดหาที่พักให้สำหรับทริปสิ้นปีนี้ โดยเอารายได้จากบ้านผีสิงเมื่อตอนงานโรงเรียนมาจ่ายเป็นค่าห้อง ซึ่งได้ส่วนลดจากทางโรงแรมอีกสิบห้าเปอร์เซ็นต์

 

ชานยอลแหวกผ้าม่านออกแล้วเปิดประตูระเบียง เด็กตัวสูงหายใจเข้าลึก ๆ พลางยิ้มให้กับภาพทะเลสวยตรงหน้าที่มาพร้อมกับลมหนาว

 

พอหันไปข้างหลังก็เห็นว่าคนตัวเล็กกำลังง่วนอยู่กับกระเป๋าเป้ของเขา ส่วนกระเป๋าเจ้าตัวยังคงวางอยู่บนที่นอน แบคฮยอนเป็นอย่างนี้เสมอ ถ้าไม่จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย เจ้าตัวจะไม่ยอมออกมากินลมชมวิวเด็ดขาด

 

มานี่สิ

 

คนตัวเล็กเดินไปหาอีกคนที่ยื่นมือออกมา ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกประคองให้มายืนอยู่ข้างหน้า เพื่อให้คนตัวโตกว่าสวมกอดจากข้างหลัง

 

แบคฮยอนทอดสายตาไปยังทะเลในฤดูหนาว ถึงจะเคยเห็นที่มกโพจนชินแล้ว แต่มันก็ให้ความรู้สึกที่ต่างกัน ชานยอลก้มลงมองเสี้ยวหน้าของอีกคนที่กำลังยิ้ม ก่อนจะกดจมูกลงบนแก้มขาวเบา ๆ

 

สวยจัง ชานยอลเคยมาที่นี่ไหม

 

เคยครั้งนึง พ่อไอ้จงอินพามา

 

...เดี๋ยวหิมะคงตกแน่เลย

 

ไม่ชอบเหรอ?

 

ชอบสิ เราชอบมองหิมะตกผ่านหน้าต่าง แต่ถ้าอยู่ข้างนอกคงหนาวมาก คงนั่งดูไม่ไหว พอพูดจบคนฟังถึงกับหัวเราะออกมา ชานยอลยีหัวคนตัวเล็กที่ยังคงยืนมองวิวทิวทัศน์ แล้วค่อย ๆ ปล่อยมือออก เดินถอยหลังกลับไปเก็บของที่กองอยู่บนเตียงแทน

 

ที่มกโพสวยแบบนี้ไหม

 

สวยมากเลยอ่ะ ไว้ไปด้วยกันนะ

 

ชานยอลไม่ได้ตอบคำถาม เขาเพียงแค่ยิ้มกับตัวเองก่อนจะเอาเสื้อไปแขวนไว้ในตู้เสื้อผ้า เราทุกคนตกลงว่าจะค้างที่นี่หนึ่งคืน เพื่อสังสรรค์วันสิ้นปีและเคาน์ดาวน์รับวันปีใหม่ แล้วค่อยนั่งรถบัสคันเดิมกลับโซลตอนสิบโมงเช้า

 
 

 

 

พวกเราลงมารวมตัวกันที่ริมทะเล ผู้ชายบางส่วนเข้าไปช่วยพวกผู้หญิงทำอาหาร และจัดแจงเครื่องดื่มตามโต๊ะ บางกลุ่มแยกกันไปถ่ายรูปริมทะเล วิ่งเล่นกันเหมือนเด็ก ๆ อย่างสนุกสนานแม้ว่าอากาศจะหนาวจนตัวสั่น

 

แต่สามทหารเสือเลือกที่จะนั่งอยู่เงียบ ๆ แล้วทอดสายตาไปยังทะเลเบื้องหน้า มองเพื่อน ๆ ที่เอาแต่หัวเราะประสานเสียงกับคลื่นน้ำที่สาดเข้าฝั่ง ส่วนกลุ่มที่ทำอาหารก็ยังคงวุ่นวายเหมือนในทีแรก แน่นอนว่าพวกผู้ชายที่เข้าไปช่วยไม่ได้ลดหย่อนภาระให้พวกผู้หญิงเลยสักนิด

 

ตรงนี้หนาวมาก แต่ถ้าแลกกับความสนุก มันก็คุ้มที่จะเด็ก ๆ กลุ่มนี้จะทนอยู่สักสองสามชั่วโมง

 

อย่างมึงคงเข้านิติได้อยู่แล้ว เรื่องอ่านหนังสืออ่ะ เพลา ๆ ลงบ้างก็ได้มั้ง? จื่อเทาพูดทั้งที่ไม่หันไปมองคนข้าง ๆ

 

อะไรก็เกิดขึ้นได้ เหมือนกับตอนที่มึงคิดว่าโรงเรียนคู่แข่งหน้าโง่ คงว่ายน้ำได้เร็วไม่เท่าไหร่ แต่นั่นคือความคิดที่ทำให้มึงตายใจ สุดท้ายมึงก็ว่ายแพ้มัน

 

สัด งานตอกย้ำไหมล่ะมึง ชานยอลหัวเราะพอใจก่อนที่จงอินจะหัวเราะตาม เมื่อนึกไปถึงการแข่งขันว่ายน้ำคราวก่อนที่จื่อเทาพลาดท่าจนได้ที่สอง

 

โธ่พ่อ ผมก็แค่อยากให้ผ่อนคลายบ้างป่ะครับ พักหลังมึงชักจะเก็บตัวอยู่คนเดียวบ่อยเกินไปแล้ว จื่อเทาเอาศอกกระทุ้งเอวเพื่อนสนิท

 

ไอ้เทาพูดถูก ถึงตัวเขาจะอยู่กับแบคฮยอนตลอด แต่ถ้าต้องออกไปข้างนอกด้วยกันตามประสาเพื่อน แน่นอนว่าต้องมีไอ้จงอินกับไอ้เทาไปด้วย แต่พักหลังไอ้จงอินไม่ค่อยไปไหนมาไหนกับเพื่อน เอาแต่บอกว่าจะอยู่บ้านอ่านหนังสือ กลัวสอบเข้านิติไม่ได้ ไอ้เทาเลยหนีบโอเซฮุนมาแทน

 

ไว้เรียนจบค่อยผ่อนคลายก็ยังไม่สาย กูไม่อยากนั่งเครียดเพราะนึกอยากกลับมาแก้ไขชีวิตวัยเรียนเอาทีหลัง

 

อาเมน ชานยอลกับจื่อเทาแตะมือลงบนอกก่อนจะปิดท้ายตรงหน้าผากพร้อมกัน

 

แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ไว้มาเจอกันบ้างนะเว้ย อย่าหายหนังหน้าไปเลยล่ะ จื่อเทาเป็นคนแรกที่เปิดประเด็นดราม่า และเขาเชื่อว่าคนอื่น ๆ ก็คงเคยคิดเรื่องนี้เหมือนกัน กับการที่พวกเราต้องแยกย้ายกันไปเรียนที่อื่น เพื่อเลือกทางเดินชีวิตให้ตัวเอง

 

แรก ๆ ก็งี้ พอเจอเพื่อนใหม่มึงอาจจะกลายเป็นคนแรกที่หายหัวไปเลยก็ได้ จงอินว่า

 

รักกันมากก็ลงนิติไปอีกคนดิ แต่อย่าเลยว่ะ สมองอย่างมึงไม่น่ารอด โดนไทร์ก่อนแน่ ๆ ชานยอลเสริม

 

ทั้งสามคนหัวเราะเบา ๆ กับบทสนทนาที่ดูเหมือนจะจริงจัง จะว่าไปแล้วพวกเขาก็ไม่ค่อยคุยเรื่องมีสาระนักเวลาอยู่รวมตัวกัน ออกจะเป็นเรื่องไร้สาระเสียส่วนใหญ่ นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้เรารู้ตัวว่ากำลังโตขึ้น

 

สรุปมึงจะไม่ไปเมกาจริง ๆ สินะ

 

เออ ถ้าไปอยู่ที่นั่นกูคงจินตนาการตอนตัวเองใกล้จะเป็นบ้าเพราะคิดถึงไอ้บ้านนอกออกเลย

 

โถ ไอ้คนเห่อแฟน

 

เงียบปากไปเลยไอ้คนไม่มีแฟน ชานยอลยืดตัวข้ามหัวจงอินไปตบหัวจื่อเทา แต่เจ้าตัวหลบได้ทัน

 

เดี๋ยวก็มีแล้ว รอก่อน

 

เดี๋ยวกูรอดูเลยเนี่ย เอาแบบคบยืด ๆ นะครับ วันไนท์สแตนด์ไม่นับ

 

เดี๋ยวรู้เลยว่ายืดแค่ไหน จื่อเทาหัวเราะ ก่อนที่เขากับชานยอลจะหลุบตาลงมองเพื่อนสนิทอีกคนที่เอาแต่นั่งเงียบราวกับว่ามีเรื่องในใจ

 

มึงซีเรียสเรื่องระยะทางเปล่าวะชานยอล?

 

ถ้าไม่กูคงตัดสินใจไปเมกาแล้ว ชานยอลอยากใช้ชีวิตแบบเด็กฝรั่งดูบ้าง นั่นคือความสนุกอย่างหนึ่งของเขา แต่ในเมื่อมีสิ่งสำคัญต้องให้เลือก แน่นอนคำตอบคือแบคฮยอน

 

อ้อ...โอเค ชานยอลกับจื่อเทาเงยหน้ามองไอ้คนเข้าใจยากที่จู่ ๆ ก็ลุกขึ้นยืน ก่อนจะชี้ไปยังกลุ่มทำอาหารเป็นเชิงบอกว่าจะไปช่วยทางนั้นสักหน่อย ทิ้งไว้แค่เพียงสองหนุ่มที่หันมามองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ

 

 

 

 
 

ภายในห้องจัดงานเลี้ยงขนาดเล็กของโรงแรม แต่ก็กว้างมากพอที่จะให้เด็กม.ปลายสามสิบกว่าคนจัดงานปาร์ตี้ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

 

ตอนนี้ห้าทุ่มเศษ ๆ เสียงหัวเราะและเสียงเพลงดังกึกก้องไปโดยรอบ แก๊งห้องสมุดยึดไมค์ทั้งสามตัวแล้วแหกปากร้องคาราโอเกะ ส่งต่อท่อนร้องให้กันได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

 

จื่อเทานั่งอยู่ท่ามกลางวงล้อมสาว ๆ แล้วเล่าเรื่องประสบการณ์อย่างว่าให้พวกเธอฟัง พร้อมกำชับบอกด้วยว่าถ้าเจอผู้ชายนิสัยแบบเขาก็อย่าหน้ามืดตามัวหลงคารมจนตกลงปลงใจคบด้วยเด็ดขาด

 

ส่วนชานยอลปาเป้าแข่งอยู่กับนัมจุน ทั้งสองคนงัดกันอย่างไม่มีใครยอมใครจนคนอื่น ๆ ทำหน้าเซ็งเพราะมันเล่นกันอยู่สองคนโดยไม่คิดจะแบ่งปันให้เพื่อนเล่นด้วย

 

จงอินกวาดสายตาไปรอบตัวเพื่อเก็บบรรยากาศเหล่านี้ไว้ในความทรงจำ บางคนเคยอยู่ห้องเดียวกันตั้งแต่ม.ต้น บางคนก็เพิ่งอยู่ตอนม.ปลาย มันเป็นเรื่องน่าใจหายจริง ๆ ถ้าหากตื่นมาตอนเช้าแล้วเป้าหมายที่ต้องไปนั้นไม่ใช่ห้องเรียนแคบ ๆ ที่มีกระดานดำอยู่หน้าห้อง แต่กลับเป็นห้องสโลปซึ่งมีโปรเจคเตอร์ใช้ในการสอน

 

หันไปทางขวาก็เห็นว่าแบคฮยอนกำลังยุ่งอยู่กับการจัดวางลังเครื่องดื่มให้เป็นที่เป็นทาง อย่างที่รู้กันว่าไอ้พวกเวรนั่นเอาแต่รื้อกล่องออกมาเพื่อเอาของที่ต้องการ เสร็จแล้วก็ปัดตูดหนีทิ้งไว้ให้คนอื่นคอยตามเก็บ

 

อ้าวจงอิน ร่างเล็กขยับถอยออกข้างเล็กน้อยเพื่อให้คนตัวโตกว่ายกลังเครื่องดื่มขึ้นไปวางซ้อนทับกัน

 

ไม่ไปสนุกกับคนอื่นหรือไง

 

อ๋อ... แบคฮยอนยิ้มเจื่อนพลางหันไปมองข้างหลัง เพียงแค่ครู่เดียวก็หันกลับเข้าหาอีกคนอยู่ตรงนี้ก็สนุกนะ

 

จงอินเพียงแค่ยิ้มบาง ๆ กับคำตอบของร่างเล็ก ทั้งคู่ช่วยกันจัดของให้วางซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบจนเสร็จเรียบร้อย แบคฮยอนพ่นลมหายใจออกทางริมฝีปากเบา ๆ ก่อนจะสะดุ้งเมื่อถูกอีกคนเอากระป๋องเครื่องดื่มอุ่นทาบลงกับซอกคอ

 

ตรงนี้เสียงดัง ออกไปสูดอากาศข้างนอกกันไหม?

 

 
 

 

 
 

แบคฮยอนกับจงอินเดินออกมาตรงระเบียงซึ่งอยู่ติดกับห้องงานเลี้ยง ทั้งคู่ยืนรับลมหนาวอยู่ตรงนี้แล้วทอดสายตามองทะเลตอนกลางคืน ในมือของเราทั้งคู่มีช็อกโกแลตร้อน จงอินไม่ได้ดื่มของมึนเมาอ่อน ๆ เหมือนอย่างเพื่อนคนอื่น ซึ่งแบคฮยอนคิดว่าดี

 

ปีที่แล้วฉลองปีใหม่กับใครเหรอ? เด็กหนุ่มผิวแทนถามพลางมองคนข้าง ๆ ที่ถือกระป๋องเครื่องดื่มร้อนด้วยมือทั้งสองข้าง

 

เราหลับข้ามปีน่ะ ไม่ได้ฉลองอะไรเลย

 

ฟังดูเหงาจังนะ จงอินหัวเราะแล้วยกช็อกโกแลตร้อนขึ้นดื่มเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่น

 

แต่จงอินฉลองกับเพื่อน ๆ เหมือนปีนี้เลยใช่ไหมอ่ะ

 

อืม ไอ้ชานยอลเล่าให้ฟังเหรอ? แบคฮยอนพยักหน้าเป็นคำตอบก่อนจะเอากระป๋องเครี่องดื่มทาบแก้มตัวเอง ตอนนั้นจงอินถึงได้รู้ว่าเขาไม่ควรพาคนตัวเล็กออกมาตากลมข้างนอกนาน ๆแบคฮยอน

 

ว่าไง

 

ฉันว่าจะเรียนนิติ แล้วนายล่ะจะเรียนอะไร? เด็กหนุ่มไม่ได้มองอีกฝ่าย เพราะเขาอยากให้แบคฮยอนใช้เวลาคิดก่อนตอบ มากกว่าการหันหน้าเข้าหาเพื่อกดดัน

 

เราอยากเรียนเกี่ยวกับการเกษตรน่ะ แต่อีกใจก็อยากเป็นครูสอนเลขเหมือนกัน แหะ... แบคฮยอนยิ้มตาหยีเมื่อนึกถึงความฝันเมื่อตอนยังเป็นเด็กประถม

 

ก็ดีเลยสิ ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลก็เปิดคณะนี้เหมือนกัน วิทยาศาสตร์ป่า พฤกษศาสตร์ ไบโอเทคโนโลยีอาหารและสัตว์ เทือก ๆ นั้น... ฉันก็จะลงเรียนที่นั่นเหมือนกัน

 

ทันทีที่พูดจบบรรยากาศก็เงียบลง จงอินไม่แน่ใจว่าเขาแย่งรอยยิ้มมาจากใบหน้าคนตัวเล็กหรือเปล่า เมื่อตอนนี้สีหน้าแบคฮยอนได้เปลี่ยนไปแล้ว

 

อ๋อ นั่นสินะ จงอินจะเรียนนิติที่นั่น

 

อืม ไอ้เทากับไอ้ชานยอลก็เหมือนกัน

 

ใช่แบคฮยอนยิ้มเจื่อน อันที่จริงมันไม่ใช่เรื่องยากที่จะแยกแยะว่าตอนนี้คนตัวเล็กกำลังฝืนยิ้มหรือเกร็งริมฝีปากเพราะความหนาว

 

จงอินปล่อยให้ความเงียบและเสียงน้ำทะเลทำลายความเงียบอยู่ชั่วอึดใจ ภายในห้องงานเลี้ยงเงียบไปแล้ว คาดว่าคนพวกนั้นคงเริ่มจัดที่จัดทางเพื่อตั้งวงเล่นเกมอะไรสักอย่างก่อนถึงเวลานับเคาน์ดาวน์ปีใหม่ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าเหมือนกับทุกปี

 

ปลายนิ้วชี้เรียวยาวเคาะลงบนรั้วระเบียงเป็นจังหวะโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรอีก มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะพบเจอช่องว่างของบทสนทนา เพราะถ้าไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของกันและกันแล้ว จงอินกับแบคฮยอนก็แทบจะไม่ได้คุยกันเลย

 

แบคฮยอน

 

อือ

 

จะบอกเมื่อไหร่

 

...

 

แบคฮยอนหันหน้าเข้าหาคนตัวโตกว่าพลางเลิกคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ บนใบหน้าของจงอินไม่มีรอยยิ้มจาง ๆ เหมือนอย่างที่เจ้าตัวชอบทำแล้ว ตอนนี้มีเพียงแค่สายตาเรียบเฉยที่เต็มไปด้วยคำถาม แน่นอนว่ามันเป็นครั้งแรกที่แบคฮยอนรู้สึกอย่างนี้

 

จะบอกไอ้ชานยอลเมื่อไหร่ว่านายจะย้ายกลับไปอยู่มกโพแล้ว

 

...

 

แบคฮยอนรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน ในหูมันอื้อไปหมด เขาไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงน้ำทะเลที่สาดคลื่นเข้าหาฝั่ง สิ่งเดียวที่ได้ยินคือเสียงหัวใจตัวเอง ที่กำลังเต้นเร็วแรงขึ้นราวกับนักโทษถูกจับโกหกได้

 

จงอินรู้ได้ยังไง?

 

เจ้าของชื่อไม่ได้ตอบคำถามในทันที ผู้ชายคนนี้เพียงแค่หลับตาลงแล้วถอนหายใจเนือย ๆ ก่อนจะนวดขมับ แบคฮยอนมองคนตัวโตกว่าระหว่างรอคำตอบ นี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าความจริงมันน่ากลัวเมื่อไม่ได้หลุดออกมาจากปากตัวเอง

 

ฉันได้ยินนายคุยกับเพื่อนนายวันนั้น

 

...

 

 

ตอนนี้นายอายุยี่สิบ มีสิทธิ์ทุกอย่างตามกฎหมายแล้วนะ

 

 

ภาพตอนคุยกับเพื่อนสนิทในวันนั้นแบคฮยอนยังจำได้ดี ไม่ว่าจะเป็นคำพูด สีหน้าและแววตาที่ดูดีใจเกินเหตุนั่นน่ะ แทฮยองเป็นแบบนั้นเสมอ ผู้ชายคนนั้นมักจะรู้สึกแรงแม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องของตัวเอง

 

 

พอจบม.ปลายจากที่นี่ นายก็จะได้ทุกอย่างคืน มกโพคือบ้านของพวกเรา

 

 

แทฮยองพูดถูก ความตั้งใจแรกของแบคฮยอนคือการหนีออกมาจากบ้านตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ตรงนั้นเคยมีแต่ความสุข แต่พอแม่จากไปแล้วสิ่งที่เขาได้รับก็มีเพียงแค่ความอึดอัด

 

ความจริงแล้วแบคฮยอนจะฝืนอยู่ที่นั่นจนกว่าจะอายุยี่สิบก็ได้ แต่มันเป็นเรื่องยากเหลือเกิน เขาไม่สามารถทนอยู่กับคนที่เรียกตัวเองว่าญาติพี่น้อง แต่การกระทำนั้นเลือดเย็นยิ่งกว่าอะไร เพราะฉะนั้นแบคฮยอนเลยเลือกที่จะมาอยู่โซล ถึงจะแค่เทอมเดียว แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่ช่วยทำให้เขาตั้งหลักได้ และหลังจากนั้นก็ค่อยกลับไปเอาบ้านของพ่อกับแม่คืน

 

 

คนพวกนั้นไม่มีสิทธิ์มาอาศัยอยู่ในบ้านของเขา โดยเฉพาะห้องของพ่อกับแม่

 

 

ก่อนออกมาจากที่นั่นแบคฮยอนล็อกประตูและหน้าต่างห้องของท่านไว้เป็นอย่างดี แน่นอนว่าถ้าคนพวกนั้นไม่จ้างช่างมาตัดโซ่ออก หรือใช้ค้อนทุบกระจกหน้าต่าง ก็คงไม่สามารถเข้าไปในนั้นได้

 

แบคฮยอนไม่คิดว่าเขาจะผูกพันกับใครที่นี่ ไม่คิดว่าจะได้รับมิตรภาพที่ดี หรือแม้แต่ความรักจากใครสักคน... หรืออันที่จริงมันคือเขาเองนั่นแหละที่มีความสุขจนลืมไปชั่วขณะว่าความตั้งใจแรกคืออะไร

 

 

อดทนอีกนิดนะ เดี๋ยวนายก็จะได้กลับบ้านแล้ว

 

 

แบคฮยอนไม่ได้รู้สึกดีใจกับสิ่งที่เพื่อนสนิทพูดออกมาเลยสักนิด เขาไม่รู้ว่าตอนนั้นกำลังทำสีหน้าแบบไหน จนกระทั่งแทฮยองวางมือลงบนศีรษะเขาแล้วถามว่าเป็นอะไร? ตอนนั้นแหละ...แบคฮยอนถึงได้รู้สึกว่ากำลังจะร้องไห้ออกมา

 

 

 

อยากกลับไปเอาบ้านคืน...แต่เขาก็อยากอยู่กับชานยอลตลอดไป

 

 

 

เรา...

 

...

 

เราไม่กล้าบอกชานยอล

 

...

 

เราขี้ขลาดเอง จงอิน...เราจะทำยังไงดี...

 

ใจเย็นก่อนนะแบคฮยอน ฉันรู้ว่ามันยาก แต่ถ้าเลือกคำพูดให้ดีหน่อยฉันเชื่อว่าไอ้ชานยอลมันต้องเข้าใจ

 

ไม่...ชานยอลไม่เข้าใจหรอก ชานยอลต้องเกลียดเรา

 

...

 

ชานยอลรักเรามากเรื่องนี้เรารู้ แต่ถ้าเราย้ายกลับไปอยู่มกโพ...

 

เครื่องดื่มร้อนนั้นเย็นไปตามสภาพอากาศ จงอินมองสีหน้าของคนตัวเล็กที่เหมือนคนกำลังจะสำลักความอึดอัดออกมาจากทุกทางยกเว้นคำพูด เด็กหนุ่มรู้ว่ามันอาจจะเป็นเรื่องยากที่จะอธิบาย เพราะตัวเขาก็รู้นิสัยเพื่อนสนิทอย่างชานยอลดีว่ามันคงเข้าใจอะไรยาก แต่การที่แบคฮยอนปล่อยให้เรื่องผ่านไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่คิดจะแก้ไขอะไรเลย เขาก็ไม่เห็นด้วยเหมือนกัน

 

ถ้ารู้อย่างนั้น...มึงก็ยังเลือกที่จะปิดบังกูเหรอวะ?

 

เสียงนี้ไม่ได้มาจากจงอิน แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายก่อนจะหันไปทางประตูกระจกที่เชื่อมต่อระหว่างระเบียงและห้องงานเลี้ยง

 

ร่างเล็กรู้สึกเหมือนถูกควักหัวใจออกมาทันทีที่พบว่าชานยอลยืนมองอยู่ตรงนั้น สีหน้าของคนตัวสูงเต็มไปด้วยคำถาม จงอินมองเพื่อนสนิทกับคนข้าง ๆ สลับกัน เขาไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันออกมาเป็นแบบนี้

 

ชานยอล...

 

บางทีกูอาจจะหูเพี้ยนไปก็ได้...ถูกไหม? ชานยอลกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ พลางมองไปยังคนตัวเล็กที่ยืนไม่ห่างจากตรงนี้มึงบอกกูทีสิ ว่าจะไม่มีใครไปไหนทั้งนั้น

 

ชานยอลมึง...

 

มึงหยุด ชานยอลสวนขึ้นมาโดยไม่เปิดโอกาสให้จงอินได้แก้ตัวแทนคนตัวเล็กเลย กูฟังแค่มึงมาตลอด ตอนนี้กูก็จะฟังแค่มึงเหมือนกันแบคฮยอน

 

...

 

แม้ว่าตรงนี้อากาศจะหนาวจนควันสีขาวออกจากริมฝีปากทุกครั้งที่หายใจ แต่เด็กตัวสูงกลับรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว เขาเพิ่งเกลียดการรอคำตอบก็วันนี้ มันเป็นเรื่องยากมากหรือไงกับการพูดความจริงออกมา

 

ชานยอลได้ยินไม่ผิดหรอก...

 

...

 

เราผิดเองที่ไม่ได้บอก...เราขอโทษ

 

ทุกครั้งที่คนตัวเล็กรู้สึกผิด ดวงตาคู่นั้นจะช้อนมองมาราวกับต้องการขอความเห็นใจ และมันใช้ได้ผลกับเขาเสมอ ปาร์คชานยอลไม่เคยใจแข็งได้เลยถ้าอีกฝ่ายคือคน ๆ นี้...คนที่เขารัก แต่คราวนี้มันต่างออกไป... แววตาคู่นั้นที่เคยขอความเห็นใจกลับหลุบลงไม่กล้าสบตากัน อีกทั้งน้ำเสียงที่แผ่วลงราวกับรู้สึกผิดนั่นน่ะ...

 

 

มันทำให้เขากำลังจะเป็นบ้า...

 

 

มึง...คิดจะกลับไปอยู่ที่นั่น ทั้ง ๆ ที่เรา...? ชานยอลไม่รู้ว่าจะต้องเรียบเรียงคำพูดยังไงถึงจะได้คำตอบอย่างที่ใจต้องการ ใช่แล้ว...เขากำลังทำตัวไม่ถูก และทุกอย่างมันอาจจะดีขึ้นถ้าเกิดว่าอีกฝ่ายเข้ามากอดเขาแล้วอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง

 

 

แต่มันก็แค่ความคิด...

เพราะตอนนี้ปาร์คชานยอลไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น...นอกจากเสียงหัวใจของตัวเอง

ที่เต้นแผ่วลงไปทุกที...

 

 

เฮ้ยเข้ามาเร็ว! เล่นเกมกัน!”

 

ร่างของชานยอลถูกเพื่อนร่วมห้องลากเข้าไปข้างใน ส่วนแบคฮยอนและจงอินก็เช่นกัน เด็กหนุ่มผิวแทนวางมือลงบนไหล่คนตัวเล็กแล้วบีบเบา ๆ เป็นเชิงให้กำลังใจ จากสีหน้าอีกฝ่ายในตอนนี้คงรู้สึกแย่ไม่ต่างจากชานยอลนัก ซึ่งเขาคิดว่าวิธีที่ดีที่สุดคือการให้ทั้งคู่หันหน้าคุยกันตรง ๆ

 

เด็กชายหญิงนั่งล้อมกันเป็นวงกลม แต่ก็มีหลายคนที่เลือกยืนอยู่วงนอก เสียงเฮฮาดังไม่ได้หยุด เมื่อเด็กสองคนที่แอบชอบกันถูกผลักให้เข้าไปในวง เด็กสาวยืนก้มหน้าอย่างขลาดอาย ก่อนที่นัมจุนจะเข้าไปยืนอยู่ตรงกลางแล้วยื่นเปเปโร่ให้หนึ่งแท่ง โดยบังคับให้เธอคาบส่วนปลายเอาไว้ แล้วดันไหล่เด็กผู้ชายตัวสูงให้เข้าหาเธอ

 

วี๊ดวิ๊ว!!!!”

 

ลุยเลยเพื่อน!!! จังหวะนี้ห้ามพลาดนะเว้ย!!!”

 

เสียงเชียร์จากคนรอบข้างสร้างความสนุกสนานให้เด็กหนุ่มสาวที่กำลังสนุกอยู่กับงานเลี้ยงในโถงกว้างได้เป็นอย่างดี เกมกัดเปเปโร่เป็นอีกเกมหนึ่งที่พวกเขาชื่นชอบ มันเป็นทั้งคิวปิดให้คนรักกัน และอาจจะเป็นกรรไกรตัดความสัมพันธ์ให้สองคนนั้นมองหน้ากันไม่ติด

 

แบคฮยอนมองไปยังอีกคนที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้มากนัก สีหน้าของชานยอลนั้นเรียบเฉย ไม่รู้สึกอะไรกับบรรยากาศครื้นเครงรอบข้างเลยสักนิดเดียว ผู้ชายคนนั้นเอาแต่มองพื้นพรมสีน้ำตาลเข้มเพื่อหาที่ยึดสายตา หรืออันที่จริงแล้วชานยอลอาจจะกำลังสงบสติอารมณ์โกรธอยู่

 

กรี๊ด อีกนิดเดียวเองอ่ะ!!!”

 

โหยแม่งไม่ใจเลย

 

ฮ่า ๆ

 

จากที่เสียงดังอยู่แล้วยิ่งดังเข้าไปอีก เมื่อเด็กหนุ่มคนนั้นกัดเปเปโร่ให้ขาดตรงกลาง เพื่อไม่ให้ริมฝีปากของเขาโดนริมฝีปากของเธอ เด็กสาวกัดเปเปโร่ส่วนที่เหลือแล้ววางลงบนมือนัมจุน ก่อนจะก้มหน้าเดินกลับไปนั่งที่อย่างขลาดอาย

 

จงอินมองคนข้าง ๆ ที่เอาแต่กำมือแน่นจนน่าเป็นห่วง พอหันไปทางเพื่อนสนิท อาการก็ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ เด็กหนุ่มผิวแทนถอนหายใจออกมา ก่อนจะเบิกตาอย่างตกใจเมื่ออยู่ ๆ นัมจุนก็เข้ามาลากแบคฮยอนเข้าไปกลางวง

 

เฮ้ยมึงไปลากไอ้ชานยอลออกมาเร็ว!!!”

 

หลายคนรู้ว่านัมจุนหมั่นไส้ทั้งคู่และจ้องจะหาเรื่องแกล้งอยู่ตลอด แน่นอนว่าพอมีโอกาส เขาคงไม่ยอมเสียมันไปง่าย ๆ ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนฝ่าเท้าของคนตัวสูงคงลอยเข้าสีข้างของคิมนัมจุนได้อย่างไม่ยาก แต่ตอนนี้ชานยอลเพียงแค่เดินออกมาตามแรงผลักของเพื่อนร่วมห้อง ก่อนจะหยุดยืนอยู่ตรงหน้าคนตัวเล็ก

 

เฮ้ยเอาจริงดิมึง?

 

ไอ้ห่า กูจะอ้วก สาววายคนไหนรีเควสมากูจะตัดลิ้นแม่งให้หมด!!!”

 

กรี๊ดดด ชอบจังเลยค่า!!! จูบกันเลยค่ะเพื่อน อย่าช้า!!”

 

เสียงกรีดร้องไม่ได้เข้าโสตประสาทของเด็กหนุ่มทั้งสองคนที่ยืนอยู่ตรงกลางวงล้อมเลย เหมือนในหัวมันว่างเปล่า ไม่รับรู้อะไร แบคฮยอนกำชายเสื้อไว้แน่น ก่อนจะรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นมองอีกคน

 

 

ชานยอลไม่ได้มองหน้าเขา... สายตาคู่นั้นเลือกที่จะหันไปอีกทางมากกว่าการมองหน้ากัน

 

 

อย่ายอมแพ้คู่แรกนะเว้ย มาถึงขั้นนี้แล้วมึงต้องดูดปากกันเพื่อกระชับมิตร นัมจุนเอาเปเปโร่ให้แบคฮยอนคาบไว้ในปาก ก่อนจะตบบ่าชานยอลพร้อมพยักหน้าขอให้สู้ตาย

 

แบคฮยอนกำชายเสื้อแน่นจนมือชื้นเหงื่อ มันทำให้อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเรื่องเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น ตอนนี้ชานยอลอาจจะวิ่งไล่เตะก้นคิมนัมจุนจนกว่าจะสาแก่ใจก่อนจะเดินเข้ามายีหัวเขาพร้อมรอยยิ้มแล้วพากลับไปนั่งที่เดิมด้วยกัน

 

พวกมึงพอเถอะ

 

ได้ยินเสียงจงอินที่พยายามปรามเพื่อน ๆ ให้หยุดเล่นสนุกกันสักที หลายคนไม่ทันสังเกตว่าตอนนี้สีหน้าของทั้งคู่ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่พร้อมจะเล่นเกมนี้ แต่ต่อให้ชานยอลตะโกนโวยวายมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เมื่อทุกคนตกลงกันแล้วว่าวันนี้ต้องสนุกสุดเหวี่ยง ห้ามมีเรื่องทะเลาะกันเด็ดขาด

 

แบคฮยอนไม่ได้โกรธ แต่สิ่งที่เขาอยากทำที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่การคาบเปเปโร่ไว้ในปากเพื่อให้เพื่อน ๆ พอใจ แต่มันคือพูดความในใจทั้งหมดให้คนตรงหน้าฟัง แล้วตามด้วยการกอดอีกฝ่ายไว้แน่น ๆ

 

แค่ทำให้มันจบ ๆ ก็พอน่า ขำ ๆ ก่อนเคาน์ดาวน์ไง

 

เอาเลยชานยอล กัดไปอย่าให้เหลือ!!!”

 

ฮ่า ๆ ไอ้หน้าหงิมยืนตัวเกร็งไปหมดแล้ว

 

แบคฮยอนเบิกตาโพลงอย่างตกใจเมื่อแว่นของเขาถูกถอดออกโดยคนตรงหน้า ตอนนี้ภาพทุกอย่างพร่ามัว มีเพียงแค่ใบหน้าของชานยอลที่ค่อย ๆ โน้มตัวลงมาเท่านั้นที่ม่านตามองเห็นได้ชัด เขารู้ว่าชานยอลไม่ได้อยากทำอย่างนี้ ซึ่งแบคฮยอนเพียงแค่ยืนอยู่นิ่ง ๆ แล้วปล่อยให้อีกคนกัดเปเปโร่เข้ามาทีละนิด

 

แท่งขนมเคลือบช็อกโกแลตเป็นเหมือนกับความรู้สึกของเรา ที่มันค่อย ๆ หายไปทีละนิดเมื่ออีกคนเลือกที่จะทำลายมัน แม้ว่าจะเจตนาหรือไม่ และแน่นอนว่าคนนั้นไม่ใช่ชานยอล คนที่ใคร ๆ ต่างบอกว่าใจร้ายและนิสัยไม่ดี

 

 

แต่กลับเป็นเขาคนนี้... บยอนแบคฮยอน

 

 

รู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบเมื่อมือแกร่งเลื่อนขึ้นมาประคองใบหน้าของเขาให้เงยขึ้นเล็กน้อยเพื่อปรับองศา เสียงกรีดร้องของเพื่อนผู้หญิงยังคงดังอย่างต่อเนื่อง มันเป็นสิ่งตอกย้ำให้แบคฮยอนถามตัวเองว่านี่คือสิ่งที่เขาต้องทำในเวลานี้จริง ๆ น่ะหรือ?

 

กรี๊ดดด!!!!”

 

แม่เจ้าโว้ย!!!”

 

แบคฮยอนหลับตาลง... เขารู้สึกได้ถึงริมฝีปากอุ่นที่ทาบทับลงมาอย่างแผ่วเบา ภาพตอนที่เราจูบกันฉายเข้ามาในหัวอย่างกับม้วนหนัง มันฉายซ้ำ ๆ เพื่อตอกย้ำว่าจูบครั้งนี้มันต่างออกไป

 

 

มันขมขื่น และสร้างแผลในใจให้เราสองคนเป็นครั้งแรกหลังจากตกลงเป็นแฟนกัน

 

 

โห...ชานยอลมันสุดตีนจริงว่ะ เพื่อเอาชนะมันยอมทำได้ทุกอย่างแม้กระทั่งจูบ...เฮ้ย...ไปไหนวะชานยอล?!!!” นัมจุนตะโกนไล่หลังเจ้าของชื่อที่อยู่ ๆ ก็ผละออกจากคนตัวเล็กแล้วเปิดประตูออกไปโดยไม่บอกไม่กล่าว จงอินกับจื่อเทามองหน้าอย่างรู้กันก่อนจะรีบวิ่งตามเพื่อนสนิทออกไป

 

เป็นอะไรของเขาน่ะ?

 

อ่า ไม่รู้สิ

 

เสียงฮือฮาของคนรอบข้างนั้นแบคฮยอนจับใจความไม่ได้เลย เขารู้สึกเหมือนถูกสาปให้แข็งเป็นหินจนขยับตัวไปไหนไม่ได้ หรืออันที่จริงแล้ว...เขาไม่รู้ว่าจะต้องเดินไปไหนหลังจากเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ได้ผ่านพ้นไป

 

 

อย่าพูดเหมือนว่าสักวันหนึ่งเราจะไม่รักกันสิ

ไม่มีใครรู้อนาคตไม่ใช่เหรอ?’

อนาคตทำอะไรเราไม่ได้หรอก

สัญญาแล้วนะ

 

 

ร่างเล็กเม้มริมฝีปากที่กำลังสั่นเครือ ดวงตาพร่ามัวเพราะน้ำตาที่คลอหน่วง หากแต่ไม่มีใครคิดจะหันมาสนใจแล้วไถ่ถามว่า เป็นอะไร เพราะนอกจากชานยอลแล้ว คงไม่มีใครหยิบยื่นความห่วงใยแบบนั้นให้เขาอีก

 

ภาพของชานยอลตอนกำลังหัวเราะ ตอนกอดเขา จูบเขา และพร่ำกระซิบบอกว่ารักข้างหูนั้นเป็นเหมือนคำสาปที่หลอกหลอนให้รู้สึกผิด บยอนแบคฮยอนทำลายความเชื่อใจที่ชานยอลมีให้ ทำลายความรู้สึกของผู้ชายคนนึงที่รักเขามากที่สุดโดยการไม่ยอมบอกความจริง

 

 

แบคฮยอนขี้ขลาดที่เลือกเก็บเรื่องนี้เอาไว้ แล้วเอาแต่กอบโกยความสุขให้ตัวเอง

 

 

ปัง!!! ปัง!!!

 

 

สวัสดีวันปีใหม่!!!”

 

เย้!!!”

 

ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีนะ เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป!!!”

 

เสียงพลุกับแสงสว่างหลากสีบนท้องฟ้าสาดส่องเข้ามาผ่านทางหน้าต่างและประตูระเบียง ทุกคนกำลังให้ความสนใจกับความสวยงามเหล่านั้น ในขณะที่คนตัวเล็กยังคงยืนอยู่ตรงกลางโถงกว้างตามลำพัง

 

 

 

กับความรู้สึกผิดที่อัดแน่นอยู่เต็มหัวใจ...

 

 

 

 

TBC

 

ร้องไห้แปป

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 94 ครั้ง

10,184 ความคิดเห็น

  1. #10113 11507416p (@11507416p) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 14:55
    หน่วงไปอีกกก
    #10113
    0
  2. #10095 family1485 (@family1485) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 20:38
    หน่วงง สงสารแบคนะ แต่อีกใจก็สงสารชานยอล
    #10095
    0
  3. #10047 Chankuma (@chansuju151137) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 23:04
    โหยยยยน้ำตาไหลเลย หน่วงใจมาก สงสารทั้งคู่
    #10047
    0
  4. #9823 SeiJii EXEL เดสส (@suphidsarah) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 23:35
    ฮือออ สงสารทั้งแบคสงสารทั้งชานยอลเลยอ่ะ อยากให้อยู่ด้วยกันอ่ะ ฮือ
    #9823
    0
  5. #9806 Nabeecy61 (@Nabeecy61) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 00:22
    สงสารชานยอลมากตัวเองยอมไม่ไปเรียนเมกาเพราะอยากอยู่กับคนรักแต่แบคกลับปิดบังเรื่องที่ตัวเองจะกลับไปมกโพ TT ถ้าบอกไปตรงๆแล้วก็ให้ชานยอลไปเรียนเมกาเลยดีกว่า แบคใจร้ายยยย
    #9806
    0
  6. #9800 ToeyRaksamon (@ToeyRaksamon) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 23:23
    ฮือออ หน่วงอ้ะ T^T
    #9800
    0
  7. #9774 sapphire- (@pbcarrot-) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 18:47
    ฮืออเศร้าT^T
    #9774
    0
  8. #9712 ฮานิบี (@bladdawanpb) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 16:55
    ทำไมเริ่มต้นปีแบบนี้เล่า
    #9712
    0
  9. #9709 myseluu (@myseluu) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 เมษายน 2559 / 14:44
    หน่วงมากอ่ะ ฮืออ
    #9709
    0
  10. #9695 miniaraspring (@miniemint57) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 11:15
    ฮือออออ หน่วงอ่ะ T^T
    #9695
    0
  11. #9672 patiesweeties (@patiesweeties) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 15:40
    หน่วงมาก เศร้าเกินไปแล้ว
    #9672
    0
  12. #9650 mamodictator (@mamodictator_13) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 03:35
    ว่าแล้วว่าต้องได้แยกแต่ไม่คิดว่าจะเป็นแบคอ่ะ นึกว่าจะเป็นชานที่ไป โอ้ยยยยยนี่โคตรหน่วงเลย ฮื่อออออ
    #9650
    0
  13. #9571 Kimji_sag (@Kimji_sag) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2558 / 11:15
    น่านนนนนว่าแล้ววว โอยยยยยยยยจะบ้าตาย
    #9571
    0
  14. #9541 xxmaarnficxx (@xxmaarnficxx) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2558 / 15:46
    เศร้ามากเลย คิดถึงเพื่อนๆม.ปลายด้วย เราก็เป็นอีกคนที่ไม่คุ้นบรรยากาศมหาลัยเท่าไหร่ พาลจะคิดถึงเพื่อนเก่าหนักเลย ฟีลลิ่งนี้...
    #9541
    0
  15. #9489 JibARMY (@jiblumin) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 21:50
    ฮึกก ร้องไห้แปปปป
    #9489
    0
  16. #9483 SweetLip (@sweetylip) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2558 / 22:28
    งือออออ ไม่เอาดิไม่เศร้า แงงงงง หน่วงสุดดๆ กลับมาดีกันนะชานแบคนะะ
    #9483
    0
  17. #9470 นันทน์ภัส. เอี่ยมวงค์ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 กันยายน 2558 / 18:39
    เศร้าอะ😢😢😢😣
    #9470
    0
  18. #9451 Chompoo Jinnaphat (@jinpoojinpoo) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 กันยายน 2558 / 13:09
    ร้องไห้เลยฮือออ
    #9451
    0
  19. #9436 moomin ♡ (@ploychhoco) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 23:30
    ร้องไห้แล้ว TT
    #9436
    0
  20. #9379 aonniieeee (@wichuda21) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 22:25
    งืออออ เศร้าจัง ปวดใจเลยค่ะ ไม่กลับมกโพได้มั้ยแบค เอาบ้านคืนแล้วก็กลับมาอยู่กับชานยอลเหมือนเดิมได้มั้ย ไม่อยากดราม่าเลย ฮืออออ T^T
    #9379
    0
  21. #9360 parfait19 (@parfait19) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2558 / 20:21
    อ๊ากกกกกกกกกกกกกก อย่าจากกันไปนะคะะะะะะ!!!!!!!!!!
    #9360
    0
  22. #9331 Fay_Jitradda (@jitradda) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 19:53
    มันกำลังม่าใช่ไหม บอกเราที
    #9331
    0
  23. #9309 Intelligence- (@capacite) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2558 / 22:23
    ฮืออ ร้องไห้เลยย
    #9309
    0
  24. #9273 Lovely_Luhan (@mindsa123) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2558 / 17:12
    ดราม่าเริ่มมาแล้วง่ะ ฮรืออออ คืนดีกัน คุยกันเหมือนเดิมเถอะนะ T{}T
    #9273
    0
  25. #9249 joylnr (@joylnr) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2558 / 00:57
    สงสารทั้งคู่เลยอ่ะ แต่แบคมันไม่ได้ตั้งใจจะโกหกนะ

    โหยยยยยยยหน่วงมาก
    #9249
    0