[EXO] "NERDY BOY" มนุษย์แบคฮยอน | CHANBAEK

ตอนที่ 16 : Chapter 15 :: My Decision (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29,993
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 172 ครั้ง
    30 ม.ค. 58

 

 

 

Chapter 15

My Decision

 

 

 

ห้องคนไข้พิเศษที่ขนาดไม่กว้างและไม่แคบจนเกินไป ข้างในนั้นมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้มาเป็นเวลาหลายชั่วโมงแม้ว่าคนที่เคยหลับไม่ได้สติจะตื่นแล้ว มือของเขาชื้นไปด้วยเหงื่อ ความคิดในหัวมันรวนไปหมดเพราะไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรในสถานการณ์น่าอึดอัดแบบนี้ดี

 

สายตาของปาร์คจองซูทอดมองไปยังเพดานสีขาว ส่วนลูกชายคนกลางเอาแต่หลุบสายตาลงมองพื้น เหมือนกับความรู้สึกของทั้งสองคนที่สวนทางกันมาตลอดปี ต่างคนต่างประหม่า โดยเฉพาะชานยอลผู้ซึ่งไม่รู้ว่าการที่เขามาอยู่ตรงนี้มันถูกต้องแล้วหรือเปล่า

 

ถ้าการเฝ้าไข้ผู้ให้กำเนิด แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่อีกใจก็ได้แต่คิดว่าบางทีพ่ออาจจะไม่ได้คิดอย่างนั้น ปาร์คชานยอลรู้จักนิสัยพ่อของเขาดีในเรื่องการแสดงออก แต่สำหรับความรู้สึกที่อยู่ในใจนั่นน่ะเด็กหนุ่มไม่มีวันรู้ได้เลย พ่ออาจจะอยากตื่นขึ้นมาเห็นหน้าลู่หานกับเจโน่มากกว่าเขาก็ได้ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่ควรอยู่ตรงนี้

 

ขอน้ำหน่อย

 

ประโยคนี้เรียกสติเด็กตัวสูงให้กลับคืนมา ชานยอลเงยหน้าขึ้นมองคนเป็นพ่อที่ยังคงไม่ละสายตาจากเพดานก่อนจะลุกขึ้นเดินไปรินน้ำใส่แก้วให้ เด็กหนุ่มก้มลงกดปุ่มปรับระดับเตียงเพื่อให้พ่อได้นั่งดื่มน้ำ เขาเอาแต่มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลถลอกขณะเรียบเรียงคำพูดในหัว

 

อยากเข้าห้องน้ำไหม

 

อืม

 

ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก ชานยอลค่อย ๆ ประคองร่างพ่อให้ขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำ ปาร์คจองซูยกมือปรามเป็นเชิงบอกว่าเขาจัดการตัวเองได้ก่อนที่ลูกชายจะปิดประตูเข้ามาเพียงเล็กน้อยเพื่อปล่อยให้คนเป็นพ่อทำธุระส่วนตัว

 

ยังดีที่ว่าอาการไม่สาหัสมากเลยไม่ต้องให้น้ำเกลือ พ่อต้องนั่ง ๆ นอน ๆ โดยไม่ต้องออกไปดูงานนอกสถานที่อาทิตย์นึง ซึ่งลู่หานค่อนข้างที่จะโอเคกับเรื่องนี้เพราะหมอนั่นบอกว่าพ่อควรได้พักผ่อนบ้างหลังจากเอาแต่ทำงานเป็นบ้าเป็นหลังเพราะอยากมีเงินเยอะ ๆ ไว้เป็นทุนให้ลูก

 

อายที่ผมจะยืนดูพ่อฉี่หรือไงเด็กหนุ่มเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มพลางยืนพิงผนังหน้าห้องน้ำระหว่างรอ

 

ฉันเห็นไอ้จ้อนของแกตั้งแต่ยังเป็นเด็ก คิดว่าฉันจะยังรู้สึกแบบนั้นอยู่ไหม

 

ใครจะรู้ มีแขนแค่ข้างเดียวก็น่าจะให้ผมเข้าไปช่วย

 

มันไม่ได้ขาดแล้วกัน

 

เก่งเสมอ

 

รู้หรือยังล่ะว่าแกเหมือนใคร

 

น่าสะเทือนใจเลยที่ผมดันได้เลือดพ่อมาเยอะ

 

คงอย่างนั้น เสียงของคนในห้องน้ำเงียบไป ชานยอลไม่ได้รู้สึกแย่กับประโยคเมื่อครู่เลยสักนิดทั้ง ๆ ที่เขามักจะเก็บทุกคำพูดของพ่อมาใส่ใจถ้าลดเรื่องหัวดื้อลงมาหน่อยแกจะเป็นปาร์คจองซูเบอร์สองที่หล่อกว่าเบอร์หนึ่ง เด็กหนุ่มแค่นหัวเราะทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น

 

บรรยากาศน่าอึดอัดก่อนหน้านี้ค่อย ๆ จางหายไปอย่างน่าประหลาด มันนานแค่ไหนแล้วที่สองพ่อลูกไม่ได้พูดคุยกันโดยปราศจากอคติในใจ ส่วนหนึ่งที่ทำให้เด็กหนุ่มลดทิฐิลงได้ก็เพราะเรื่องที่ลู่หานเล่าให้ฟัง อีกทั้งความจริงที่ว่าพ่ออคงไม่ได้อยู่กับเขาตลอดไป เพราะฉะนั้นชานยอลถึงได้เห็นค่าของเวลาที่ยังเหลืออยู่

 

 

 

และที่พ่อยอมคุยด้วยก็เพราะว่าคิดเหมือนกันใช่ไหม?

 

 

 

ชานยอลช่วยประคองคนเจ็บไปนอนบนเตียง นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาต้องดูแลใครสักคน แต่ถ้านึกย้อนกลับไปเมื่อตอนยังเป็นเด็ก ทั้งพ่อและแม่ต่างก็สลับกันตื่นมาดูแลเขาในคืนที่ไข้ขึ้นสูง

 

เรื่องดูแลให้พยาบาลจัดการก็ได้ แกน่าจะไปโรงเรียน

 

โรงเรียนไม่หนีไปไหนหรอก พ่อไม่ต้องกลัว

 

ถ้าแกนั่งฝั่งที่แขนฉันไม่เจ็บได้มีหัวแตกแน่ ชายวัยกลางคนมองคาดโทษเด็กหนุ่มที่นั่งปั้นหน้ามึนใส่เขาอยู่ข้างเตียง แต่ก็แค่ครู่เดียวเท่านั้นปาร์คจองซูก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ

 

ลู่หานกับเด็กนั่นจะมาตอนเย็น พูดจบเด็กหนุ่มก็ชะงักไปชั่วอึดใจก่อนจะมองหน้าคนเป็นพ่อ ผมหมายถึงเจโน่

 

อืม

 

หมอบอกว่าพ่อต้องอยู่โรงพยาบาลอีกอาทิตย์นึงแล้วค่อยกลับไปนอนแห้งที่บ้านได้ หลังจากนั้นอีกยี่สิบวันค่อยเข้ามาเช็กดูอาการอีกที ปาร์คจองซูถอนหายใจออกมาอีกครั้ง แน่นอนว่าตอนนี้เขากำลังเป็นกังวลเกี่ยวกับงานที่ยังค้างคาอยู่

 

ขอโทรศัพท์ให้ฉันหน่อย

 

อยู่กับลู่หาน เขาโทรคุยกับช่างรับเหมาแทนแล้ว คุณลุงอีบอกว่าไม่ต้องห่วงทางนั้นเขาจัดการไหว พ่อก็อดทนหน่อยแค่อาทิตย์เดียว หลังจากนั้นจะวิดีโอคอลคุยกับกรรมกรทุกคนก็แล้วแต่สะดวก

 

แกเป็นพ่อฉันหรือไง เอาแต่บ่นอยู่ได้ตั้งแต่ตอนเข้าห้องน้ำแล้ว

 

ไม่ล่ะ มีลูกแบบพ่อผมคงปวดหัวตาย

 

เหอะ ก็พอกันนั่นแหละ

 

ทั้งคู่เงียบอีกครั้ง ถึงแม้ว่าบรรยากาศจะดีขึ้นกว่าที่เคยแต่มันก็ยังมีช่องว่างระหว่างกันอยู่ แน่นอนว่าบทสนทนาเมื่อครู่ไม่ได้ช่วยทำให้เรื่องราวที่เคยกัดกร่อนความรู้สึกของเขาทั้งสองจางหายไปในพริบตาเดียว ซึ่งชานยอลก็รู้ว่ามันต้องใช้เวลา เหมือนอย่างที่ไอ้บ้านนอกบอกและให้กำลังใจเขาอยู่เสมอ

 

 

ปาร์คชานยอลไม่อยากเป็นเด็กหัวดื้อที่ไม่ยอมรับฟังอะไรนอกจากความคิดของตัวเองอีกแล้ว

 

 

บอกตรง ๆ ว่าฉันประหลาดใจที่ตื่นมาแล้วเจอแกเป็นคนแรก สุดท้ายปาร์คจองซูก็พูดขึ้นมาเพื่อทำลายความเงียบ เด็กหนุ่มเพียงแค่ประสานมือไว้บนตักแล้วยึดสายตาไว้ที่ขาเตียงคนไข้  “แกดูฝืนนะชานยอล

 

ไอ้จงอินกับไอ้เทาเคยบอกว่าเขาเป็นคนเก็บอาการไม่เก่งเลย เวลารู้สึกยังไงสีหน้าจะแสดงออกมาอย่างชัดเจนเสมอ และตอนนี้ก็เช่นกัน พ่อคงอ่านความคิดของเขาได้ผ่านจากสีหน้าหรือท่าทางที่มันเก้ ๆ กัง ๆ ราวกับว่าไม่คุ้นชินที่ต้องอยู่ด้วยกัน

 

พ่อพูดถูก ผมฝืน เจ้าของชื่อเงยหน้ามองอีกฝ่ายที่กำลังมองเขาเช่นกันผมฝืนที่ต้องนั่งอยู่ตรงนี้โดยที่ไม่รู้ว่าพ่ออยากให้ผมอยู่หรือเปล่า

 

...

 

ถามว่ายังโกรธอยู่ไหม ผมก็คงไม่ปฏิเสธ ทั้งคู่สบตากัน เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ปาร์คจองซูรู้สึกว่าคนตรงหน้าเป็นใครอีกคนที่ไม่ใช่เด็กหัวรั้นที่เอาแต่โทษเขาอยู่ฝ่ายเดียวเหมือนก่อนหน้านี้แต่ผมกลัวพ่อจะเป็นอะไรไปมากกว่า

 

...

 

...

 

พูดออกไปแล้ว คำพูดที่ฝังอยู่ในความรู้สึกของเด็กหนุ่มได้ส่งไปยังคนเป็นพ่อแล้ว แม้ว่าจะต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากทั้งที่อีกใจก็บอกว่าไม่จำเป็นต้องพูดก็ได้ แต่เขาก็เลือกที่จะพูด เกือบห้านาทีเห็นจะได้ที่ปาร์คจองซูปล่อยให้ลูกชายตกอยู่ในความหวั่นใจ เขาสบตากับเด็กตัวสูงที่กำลังฉายแววประหม่าทางสายตาอย่างชัดเจน

 

ถ้าคิดอย่างนั้นได้...ก็หมายความว่าแกพร้อมที่จะกลับไปอยู่บ้านแล้วใช่ไหมชานยอล?

 

 

 

 

ไม่เจอชานยอลมาสามวันเต็ม ๆ ตั้งแต่คุณลุงเข้าโรงพยาบาล แบคฮยอนกำมือถือที่วางอยู่บนอกพลางจับจ้องไปยังเพดานห้องสีซีดที่คนตัวสูงเคยบ่นว่ามันโสโครกจนทำให้นอนไม่หลับถ้าต้องเห็นมันก่อนนอน

 

ก่อนหน้านี้เดินออกไปนั่งเล่นม้านั่งชิงช้าที่เขาทั้งคู่เคยช่วยกันทาสีแล้วก็ยิ่งคิดถึง ตอนกลางวันไม่เห็นจะรู้สึกแย่ขนาดนี้เลย แบคฮยอนยังหัวเราะและคุยเรื่องผักที่จุนมยอนเกลียดกับทุกคนได้โดยที่ไม่นั่งหงอย แต่พอตอนปั่นจักรยานกลับคนเดียว มองไปยังร้านกาแฟที่ไม่มีชานยอลอยู่แล้วก็เคว้งแปลก ๆ ยิ่งตอนเปิดประตูบ้านเข้ามาแล้วพบเพียงแค่ความว่างเปล่านั่นน่ะ...

 

 

 

มันทำให้คิดถึงชานยอลมากกว่าเดิมอีก...

 

 

 

ตอนนี้ก็สี่ทุ่มแล้ว พอไม่มีการบ้านให้ทำแบคฮยอนก็รู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้าจนน่าใจหาย สามวันที่ผ่านมาคนตัวเล็กได้พยายามปรับตัวไปกับการใช้ชีวิตตามลำพัง ถึงจะแชทคุยกันบ้างแต่ก็ยังคิดถึงอยู่ดี

 

แบคฮยอนเข้าใจแล้วว่าทำไมชานยอลถึงบอกว่าคิดถึงทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นเราอยู่ด้วยกัน เพราะความรู้สึกมันไม่ยอมหายไปไหนเลย ความคิดถึงเหมือนเงาดำที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงแม้ว่าอีกคนจะอยู่ในที่ ๆ เรามองไม่เห็น แบคฮยอนได้แต่คิดว่าถ้าได้เจอชานยอลสักห้านาทีอาการแบบนี้อาจจะทุเลาลงไปได้ แต่มันก็เป็นเรื่องไร้สาระเกินกว่าที่จะงี่เง่าขอให้ชานยอลแบ่งเวลามาให้ทั้งที่ต้องดูแลพ่ออยู่

 

 

 

อดทนอีกหน่อยนะแบคฮยอน เดี๋ยวชานยอลก็กลับมาแล้ว

 

 

 

ก๊อก ๆ

 

 

ร่างเล็กดีดตัวลุกขึ้นนั่งแล้วมองไปยังประตูบ้านที่เพิ่งถูกเคาะ ริมฝีปากบางยิ้มกว้างอย่างดีใจก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าแว่นที่วางอยู่ข้างที่นอนมาใส่แล้วลุกลี้ลุกลนไปเปิดประตูอย่างร้อนใจ

 

ทันทีที่ประตูเปิดออกหัวใจที่เคยเหี่ยวเฉาก็พองโตขึ้นมาเมื่อพบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือคนที่กำลังคิดถึง แบคฮยอนยิ้มกว้างจนเมื่อยแก้มไปหมด เขารู้สึกว่าความเศร้าตลอดสามวันที่ผ่านมาหายไปเป็นปลิดทิ้งเพียงแค่เห็นคนตัวสูงยืนอยู่ตรงนี้

 

กลับมาแล้วเหรอ!” เป็นคำถามโง่ ๆ ที่หลุดปากออกไปเพราะความดีใจ แบคฮยอนไม่รู้จริง ๆ ว่าจะต้องทักทายคนตรงหน้าด้วยคำไหนดี

 

ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตัวสูงที่ยังคงยืนนิ่ง ชานยอลไม่ได้ยิ้มอย่างมีความสุขเหมือนกับที่บอกในไลน์ว่าคิดถึง อยากเจอเร็ว ๆ เลยสักนิด จนกระทั่งใครอีกคนเดินมาหยุดอยู่ข้าง ๆ นั่นแหละ ที่ทำให้เขาเลิกคิ้วมองอย่างประหลาดใจ

 

ไง

 

ลู่เกอ?

 

คนตัวสูงหันไปทางพี่ชายต่างแม่ก่อนจะหันกลับมาสบตากับเขา มันเป็นอีกเรื่องที่น่าเหลือเชื่อที่เห็นสองคนนี้อยู่ด้วยกันได้หลังจากเข้าหน้ากันไม่ติดมาตลอด บอกตรง ๆ ว่าพอเห็นชานยอลทำหน้าอย่างนี้แล้วแบคฮยอนรู้สึกใจไม่ดีเลย

 

สองพี่น้องกำลังคุยกันเป็นภาษาอังกฤษ และพอจะจับใจความได้คร่าว ๆ ว่าพี่ลู่หานจะนั่งรออยู่ข้างนอกไม่ต้องรีบก็ได้ นั่นหมายความว่าชานยอลจะต้องออกไปอีกใช่ไหม?

 

ชาน... คำพูดทุกอย่างถูกกลืนลงคอไปหมด และดูเหมือนว่าคนตัวสูงก็คงรู้สึกไม่ต่างจากเขาสักเท่าไหร่ แบคฮยอนยังคงมองเสี้ยวหน้าของอีกฝ่ายที่หลุบสายตาลงมองพื้นที่เจ้าตัวเคยบ่นว่ามันโสโครกเหมือนกับเพดานห้องไม่มีผิด

 

กูคงไม่ได้ไปโรงเรียนทั้งอาทิตย์ เรื่องนี้กูฝากไอ้จงอินลาให้แล้ว แบคฮยอนพยักหน้าหงึกกับสิ่งที่อีกฝ่ายบอกพ่อแขนหัก เย็บแผลไปสิบสองเข็มเลยต้องนอนโรงพยาบาลอาทิตย์นึงแล้วค่อยกลับบ้านวันเสาร์ ส่วนกู...

 

...

 

กูคิดเรื่องนี้มาสามวันแล้วว่าจะบอกมึงยังไงดี เสียงของชานยอลเบาลงราวกับกลัวว่าพี่ชายต่างแม่จะได้ยินเข้า แต่เชื่อเถอะว่าประโยคนี้มันทำให้หัวใจของเขาวูบไปราวกับถูกฉุดลงเหว แน่นอนว่าแบคฮยอนรู้สึกแปลก ๆ มาตลอดสามวันตอนที่ได้คุยไลน์กับคนตรงหน้า แต่เขาก็ไม่อยากคิดไปเอง

 

เราฟังอยู่นะ ขอบคุณตัวเองที่เสียงไม่สั่นจนผิดสังเกต แบคฮยอนเป็นคนโง่เหมือนที่ใคร ๆ พูดนั่นแหละ ทั้งเข้าใจยาก ซื่อบื้อไม่ทันใคร แต่เขาก็พอจะเดาได้ว่าคนตรงหน้ากำลังจะพูดอะไร

 

กูว่าจะกลับไปอยู่บ้าน

 

 

จริง ๆ ด้วย...

 

 

เหมือนเวลาหยุดหมุนแบคฮยอนรู้สึกอย่างนั้น ร่างเล็กยืนนิ่งทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากคนตัวสูง ประมาณกี่วินาทีกันนะที่เขาใช้เวลาเรียกสติตัวเองให้กลับมา ทั้ง ๆ ที่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยแท้ ๆ แต่วูบหนึ่งแบคฮยอนกลับรู้สึกเหมือนกำลังถูกบอกเลิกยังไงอย่างนั้น ซึ่งมันบ้าบอสุด ๆ ไปเลย

 

โห...ดีจังเลยอ่ะ รอยยิ้มโง่ ๆ ที่ดูเวอร์เกินจริงถูกส่งไปยังคนตรงหน้า เขากำลังทำอะไรอยู่ ทำไมถึงพูดออกไปแบบนั้นทั้งที่ปากอยากบอกว่าไม่ไปได้ไหม? ชานยอลดีกับคุณลุงแล้วใช่ไหม สุดยอดเลย

 

ชานยอลหันไปขอเวลากับพี่ชายต่างแม่ก่อนจะเข้าไปในบ้านแล้วปิดประตู เพียงแค่อึดใจเดียวเท่านั้นที่แบคฮยอนต้องฝืนทำเป็นยิ้ม ร่างของเขาก็ถูกรั้งเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดคนตัวสูงเสียแล้ว

 

ชานยอลกอดแน่นจัง คิดถึงเรามากเลยใช่ไหมล่ะ คนตัวเล็กพูดอู้อี้ก่อนจะกอดตอบแน่น ๆ เช่นกัน กลิ่นหอมจากน้ำยาปรับผ้านุ่มคนละยี่ห้อนั้นแบคฮยอนไม่ชินเลย ชุดนี้ก็ไม่เคยเห็นชานยอลใส่ด้วย ซึ่งคาดว่าคงเป็นชุดที่บ้าน

 

จะไม่โกรธหน่อยเหรอ กูกำลังจะทิ้งให้มึงอยู่คนเดียวนะ เสียงของคนตัวสูงแผ่วเบาเหมือนคนไม่มีแรง แบคฮยอนได้แต่ถามตัวเองว่าเขากำลังรู้สึกอย่างนั้นอยู่หรือเปล่าหลังจากพยายามหลีกเลี่ยงความคิดที่ว่าชานยอลอาจจะกลับไปอยู่บ้านในเร็ว ๆ นี้ ถึงอีกใจก็ยังหวังอยู่ลึก ๆ ว่าชานยอลอาจจะปรับความเข้าใจกับพ่อได้เรียบร้อยแล้วก็ขออนุญาตอยู่กับเขาต่อ

 

 
 

แต่แบคฮยอนลืมไปว่าความรักของเขาไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น

 
 

 

เราต้องโกรธด้วยเหรอ

 

...

 

ไม่เป็นไรจริง ๆ นะ แบคฮยอนหุบยิ้มลงแล้วซบหน้าลงกับอกแกร่งถ้าชานยอลจะกลับไปอยู่บ้าน เราไม่เป็นไรจริง ๆ

 

...

 

แต่กอดเราต่ออีกนิดได้ไหม

 

...

 

เราคิดถึงชานยอลจะแย่แล้ว กอดเราแน่น ๆ หน่อย

 

พูดมากจริงมึงเนี่ย... ชานยอลถอนหายใจแล้วกระชับกอดแน่นยิ่งขึ้นไปอีก แบคฮยอนเคยอึดอัดกับการต้องหายใจในอ้อมกอดของมนุษย์ไททันของเขา แต่คราวนี้คนตัวเล็กกลับไม่รู้สึกอย่างนั้นเลยสักนิด แบคฮยอนไม่อยากคลายอ้อมกอดออก เขายังอยากรู้สึกว่าชานยอลอยู่ตรงนี้ ซึ่งมันเป็นความคิดที่เห็นแก่ตัวเกินไป

 

 
 

จริงอยู่ที่แบคฮยอนเคยอยู่คนเดียวได้ แต่ตอนนั้นมันไม่ใช่ที่ ๆ มีแต่ความทรงจำร่วมกันกับชานยอลแบบนี้

 
 

 

เรายังเจอกันที่โรงเรียน

 

อืม

 

ตอนขากลับให้เราปั่นจักรยานไปส่งชานยอลที่บ้านนะ

 

บ้าแล้ว มึงไม่ต้องไปทำงานพิเศษหรือไง

 

ไปช้านิดนึงก็ได้ เราปั่นจักรยานเร็วชานยอลก็รู้

 

ไม่อนุมัติ เดี๋ยวกูไปส่งมึงที่ทำงานพิเศษเอง

 

แล้วชานยอลจะนั่งรถกลับเองเหรอ เราอยากไปส่งชานยอลที่บ้าน

 

อืม กูอยากเห็นมึงเดินเข้าไปในร้านมากกว่าเห็นมึงปั่นจักรยานกลับบ้านคนเดียว มันไกลจากที่นี่ เด็กตัวสูงลูบกลุ่มผมนุ่มของคนตรงหน้า เขาชอบกลิ่นแชมพูที่ไอ้บ้านนอกใช้จนอดไม่ได้ที่จะก้มลงไปหอมเบา ๆ

 

เราจะตามใจชานยอล

 

เด็กหนุ่มผละตัวออกมาสบตากับคนตัวเล็กกว่าก่อนจะเอาหน้าผากชนกัน แบคฮยอนยกมือขึ้นโอบใบหน้าอีกคนเอาไว้แล้วหลับตาลง วินาทีนั้นได้แต่ถามตัวเองว่าระหว่างเขากับชานยอลมันเดินทางมาจนถึงจุดที่ห่างกันไม่ได้ได้ยังไง?

 

กูรู้สึกแย่ว่ะ

 

เด็กหนุ่มจับมือที่ทาบแก้มของเขาเอาไว้ ทั้งที่คุยกับไอ้จงอินเรื่องนี้แล้วว่าการแยกกันอยู่คงไม่เป็นไร เพราะชานยอลเข้าใจดีว่าไอ้บ้านนอกต้องตอบแบบนี้และคงไม่รั้งไว้แน่ ๆ เพราะฉะนั้นเขาถึงใช้เวลาทบทวนเรื่องนี้อยู่หลายวันว่าจะเอายังไง

 

แน่นอนว่าการอยู่กับคนที่ชอบมันต้องมีความสุขอยู่แล้ว แต่พอนึกถึงพ่อ...คนที่พยายามพูดดี ๆ กับเขาแม้ว่าเจ้าตัวจะยังฟอร์มจัดไม่ต่างไปจากเดิม ซึ่งเจ้าตัวก็แสดงออกให้เห็นแล้วว่าพ่อก็ต้องการให้เขากลับไปอยู่บ้านด้วยกันจริง ๆ

 

คุณลุงไม่เป็นอะไรมากแล้วใช่ไหม

 

อืม

 

ที่บอกว่าคุณลุงจะออกจากโรงพยาบาลวันเสาร์ หมายความว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีกจนกว่าจะถึงวันจันทร์ใช่ไหม เพราะการมาเจอกันวันอาทิตย์ก็คงเป็นไปได้ยาก จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้คนตัวเล็กรู้แล้วว่าชานยอลเป็นห่วงพ่อมากจริง ๆ จนยอมหยุดเรียนหนึ่งอาทิตย์เพื่อเฝ้าดูอาการ แน่นอนว่าเรื่องวันอาทิตย์สีแดงที่ใกล้จะมาถึงคงเป็นวันที่อีกคนต้องอยู่บ้านกับครอบครัว

 

...อืม

 

ร่างเล็กพยักหน้าพลางยิ้มเจื่อน พอผละตัวออกจากกันเขาก็ได้แต่ยกมือขึ้นเกาหัวแก้เก้อ  แบคฮยอนได้แต่บอกตัวเองว่าทำยังไงก็ได้ให้ชานยอลสบายใจ แทนที่จะมายื้อดึงคนตรงหน้าไว้ให้อยู่ด้วยกันป่ะ เก็บของกัน มีโน๊ตบุ๊ค หมอน แล้วก็อะไรอีกนะ อ้อ ชุดนักเรียนของชานยอลเรารีดให้แล้วเดี๋ยวเราพับให้

 

ชานยอลมองตามคนตัวเล็กที่เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าก่อนจะเอาชุดนักเรียนของเขาออกมาพับให้อย่างเป็นระเบียบ ไอ้บ้านนอกเป็นอย่างนี้ตลอดเลย พยายามทำให้คนอื่นสบายใจแล้วทิ้งความรู้สึกของตัวเองไว้ข้างหลัง

 

ไว้จะมาค้างด้วย เด็กตัวสูงหยัดตัวนั่งลงข้าง ๆ อีกคนแล้วรูดซิบกระเป๋าเป้ออก

 

ไม่เอาอ่ะ นอนคนเดียวสบายกว่าตั้งเยอะ เราจะนอนกลิ้งยังไงก็ได้...โอ๊ะ!”

 

พูดมาก คนตัวสูงบ่นอุบอิบหลังจากเขกหัวคนช่างพูดไปทีนึง ไอ้บ้านนอกวางมือไว้บนหัวแล้วทำปากยื่นถ้าคิดถึงก็โทรมานะ เข้าใจไหม?

 

ตอนไหนก็ได้เหรอ

 

อืม หลับอยู่ก็จะรับสาย ชานยอลวางมือลงบนหัวทุยของมนุษย์ฮอบบิทตาใสที่กำลังมองมาอย่างไม่ละสายตา ซึ่งคนตรงหน้าไม่เคยมองเขาแบบนี้มาก่อน

 

แล้วถ้าเราคิดถึงชานยอลตลอดเวลาล่ะจะทำยังไง

 

แช่สายไว้ทั้งวันเลยเป็นไง? เด็กตัวสูงนึกขำคำพูดคำจาที่ทำให้เขาต้องยิ้มทั้งที่กำลังรู้สึกแย่ ไอ้บ้านนอกของเขาทำตัวน่ารักอีกแล้วสิ ก่อนหน้านี้ล่ะไม่เคยเห็นพูด แล้วเขาจะไปทั้งอย่างนี้ได้ยังไง

 

แบบนั้นไม่เอานะมันเปลืองเงิน งั้นเราคิดถึงชานยอลวันละหนึ่งชั่วโมงก็พอ

 

น้อยไปเปล่า

 

เราจะให้ชานยอลคิดถึงเราบ้าง มนุษย์ฮอบบิทเก็บเสื้อผ้าของเขาใส่กระเป๋าเสร็จเรียบร้อยก่อนจะรูดซิบให้และปิดท้ายด้วยการตบกระเป๋าปุ ๆป่ะ พี่ลู่หานรอนานแล้ว

 

เดี๋ยวสิ แบคฮยอนเลิกคิ้วขึ้นมองคนตัวโตที่คว้าข้อมือของเขาเอาไว้ สายตาของชานยอลยังเป็นกังวล แต่คนตัวเล็กก็ดึงแขนเขาให้ลุกขึ้นยืนด้วยกันก่อนจะก้มลงไปคว้าเอากระเป๋าโน๊ตบุ๊คให้

 

ข้างนอกยุงเยอะ เดี๋ยวพี่ลู่หานเป็นไข้เลือดออก

 

“มันไม่โง่ให้ยุงหามหรอก สนใจกูก่อนได้ไหม?

 

เราง่วง พูดจบก็อ้าปากหาวหวอด ๆ แล้วจูงมือคนตัวสูงให้เดินตามมาด้วยกันพอมาคิดดูดี ๆ แล้วเราไม่เห็นต้องเวอร์กันขนาดนี้เลย ทำเหมือนจะไม่ได้เจอกันอีกงั้นแหละ แบคฮยอนหัวเราะ

 

คิดงั้นเหรอ

 

อือ เดี๋ยวก็ได้เจอกันที่โรงเรียน วันอาทิตย์ไปเที่ยวด้วยกันก็ยังได้ แบคฮยอนหยุดฝีเท้าแล้วหันไปยิ้มแห้ง ๆ หมายถึงอาทิตย์ที่ชานยอลว่าง ตอนที่คุณลุงหายดีแล้วนะ

 

...

 

คราวหน้าไปไหนกันดี เดี๋ยวว่าง ๆ เราลองหาดูในอินเทอร์เน็ตดีกว่าว่ามีที่ไหนน่าเที่ยวบ้าง แต่คงไม่ไปสวนสนุกแล้วเพราะชานยอลไม่ชอบเครื่องเล่น

 

ไอ้บ้านนอกเอาแต่พูดไม่หยุด ถ้าเป็นก่อนหน้านี้เขาคงดึงมันมากอดแล้วฟัดแก้มให้หายหมั่นเขี้ยวจนเจ้าตัวหยุดพูดไปเอง แต่ตอนนี้ชานยอลไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น เขาอยากฟังเสียงคนตัวเล็กพูดไปเรื่อย ๆ จนกว่าเราจะต้องหันหลังให้กัน

 

นี่

 

คับ

 “ไปแล้วนะ
 

เด็กหนุ่มมองใบหน้าซน ๆ ของคนตัวเล็ก เขาไม่อยากละสายตาไปไหนเลย จริงอยู่ที่ปาร์คชานยอลไม่ค่อยฉลาดถ้าเป็นเรื่องของความรักและความรู้สึก แต่เขาก็ไม่ได้โง่ที่จะดูไม่ออกว่าตอนนี้ไอ้บ้านนอกกำลังพยายามแค่ไหนที่จะยิ้มตอนมองหน้ากัน

 

เด็กตัวสูงรับกระเป๋าเป้มาสะพายไว้ก่อนที่ลู่หานจะเข้ามาช่วยถือกระเป๋าโน๊ตบุ๊คให้ ชานยอลยังคงไม่ละสายตาจากมนุษย์ฮอบบิทที่ยืนทำตาละห้อยอยู่หน้าประตูบ้าน เขาค่อย ๆ เดินถอยหลัง จนกระทั่งมือเล็ก ๆ ที่วางอยู่ข้างตัวนั้นจะยกขึ้นมาระดับหัวไหล่...แล้วโบกมือลาเขา

 

 
 

ชานยอลไปแล้ว...

 

 

 

ค่อย ๆ ปิดประตูลงเมื่อคนตัวสูงลับสายตาไปแล้ว แบคฮยอนเอนหลังพิงประตูพลางยกมือขึ้นทาบกับหน้าผาก นัยน์ตากระพริบปริบ ๆ ก่อนที่ร่างของเขาจะค่อย ๆ ทรุดลงไปนั่งกับพื้นในวินาทีถัดมา ขาทั้งสองข้างชันขึ้นก่อนจะเอาคางเกยลงไป นัยน์ตากลอกมองไปรอบ ๆ ห้องที่ชานยอลเคยบ่นว่ามันแคบจนเดินสิบก้าวก็สุดทางแล้ว

 

บนที่นอนยังคงมีหมอนอยู่สองใบเพราะอีกคนไม่ได้เอากลับไปด้วย ซึ่งหมอนใบนั้นมันสร้างความหวังเล็ก ๆ ว่าเดี๋ยวชานยอลก็จะกลับมาที่นี่อีก แบคฮยอนไม่ชอบตัวเองตอนนี้เลย เขางี่เง่าอีกแล้วที่อยากวิ่งตามลงไปแล้วตะโกนรั้งให้ชานยอลอยู่ด้วยกัน

 

ร่างเล็กซบแก้มลงกับหัวเข่าทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากห้องแคบที่จู่ ๆ ก็กว้างขึ้นมาในพริบตา ริมฝีปากบางเบ้ลงเล็กน้อยเมื่อวูบหนึ่งเขาเห็นเงาจาง ๆ ของผู้ชายคนนั้นที่กำลังเดินวนไปวนมาอยู่ในห้อง

 

 

ทำไมห้องมันร้อนแบบนี้วะ เร่งแอร์แรง ๆ หน่อยได้ไหม?

 

 

ไม่เอา เปลืองไฟ

 

 

เปลืองไฟกับโลกเป็นสีแดงมึงเลือกอะไรฮอบบิท?

 

 

แบคฮยอนยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเม้มริมฝีปาก เงาจาง ๆ ของคนขี้หงุดหงิดกำลังมองมายังเขา แบคฮยอนกำลังบ้าไปแล้วแน่ ๆ ที่คิดถึงชานยอลจนเก็บมาจินตนาการเป็นตุเป็นตะ ร่างเล็กทำมือปัด ๆ เป็นเชิงไล่ให้ความคิดจางหายไป แต่มันก็ไม่ได้ผลเมื่อคนไม่ชอบโลกกำลังเดินมาทางนี้ราวกับว่าจะหาเรื่องแกล้งอีกแล้ว แต่ก็แค่ครู่เดียวเท่านั้น...ผู้ชายที่เคยใจร้ายกับเขาก็ยิ้มออกมา

 

 

 

เราขอเลือกให้โลกเป็นสีแดง...

 

 

 

60%

 

 

  

 

วันนี้แบคฮยอนตื่นเช้ากว่าทุกวันทั้ง ๆ ที่เมื่อวานก็เหนื่อยจากการเรียนและทำงานพิเศษแท้ ๆ แต่เขากลับนอนไม่หลับทั้งที่ปกติไม่เกินเที่ยงคืนก็น็อกแล้ว แต่คงเป็นเพราะตอนนอนพลิกตัวไปแล้วไม่เห็นชานยอลนอนอยู่ข้าง ๆ ล่ะมั้ง...การพยายามกล่อมตัวเองให้หลับมันเลยกลายเป็นเรื่องยาก

 

จงอินมานั่งแทนชานยอลอีกแล้ว ผู้ชายคนนั้นเอาแต่ยิ้มแล้วแบมือขอนมกล่องฟรีเหมือนกับทุกวัน เมื่อวานแบคฮยอนปั่นจักรยานออกมายังไม่ถึงปากซอยก็ต้องย้อนกลับเข้าไปใหม่เพราะจงอินโทรมาบอกว่าอย่าลืมนมกล่องนึงเผื่อฉันด้วยนะ

 

จงอินนิสัยไม่ดีอ่ะ มีเงินแล้วยังมาขอคนอื่นกินฟรีอีก จื่อเทาก็อีกคน เขายังดื่มไม่หมดเลยผู้ชายคนนั้นก็แย่งไปดื่มหน้าตาเฉย แบคฮยอนไม่ชอบจงอินตอนทำหน้าฟินเวลาดื่มนม พอ ๆ กับตอนที่จื่อเทาบอกว่าดื่มให้ตายยังไงก็ไม่สูงขึ้นมาหรอกนั่นแหละ ทั้งสองคนกวนประสาทมากเลย แต่ก็ยังเทียบระดับกับชานยอลไม่ได้อยู่ดี

 

 

เทียบกับ...ชานยอลไม่ได้...

เอาอีกแล้ว...อะไร ๆ ก็เป็นชานยอลไปหมดเลย

 

 

ช่วงพักเที่ยงก็เหมือนกับทุกวันที่แบคฮยอนต้องนั่งร่วมโต๊ะกับซอนฮวาและเพื่อน ๆ ของเธอที่ใคร ๆ เรียกกันว่าแก๊งนางฟ้า เสียงพูดคุยของจงแด จุนมยอน และฮโยซองสร้างบรรยากาศในโต๊ะได้เป็นอย่างดี ก็มีแต่แบคฮยอนกับคยองซูนั่นแหละที่ตั้งหน้าตั้งตากินข้าวโดยไม่คิดจะพูดแทรกขึ้นมา

 

ร่างเล็กมองไปยังโต๊ะฝั่งตรงข้ามที่คุ้นเคย วันนี้ไม่มีคนนั่งข้างจงอิน ที่นั่งตรงนั้นว่างเปล่า เขาเห็นว่าจื่อเทากำลังง่วนอยู่กับโทรศัพท์มือถือก่อนจะแชร์หูฟังให้จงอิน ภาพตรงหน้านั้นแบคฮยอนไม่ชินเอาเสียเลย การที่มองไปยังจุดเดิม ๆ แล้วไม่เห็นชานยอลนี่มันเหงาจริง ๆ นะ

 

ไม่มีคนที่เอาแต่จ้องเขาตอนที่ซอนฮวาขยับเข้ามานั่งใกล้ ๆ

ไม่มีคนที่รัวส่งสติ๊กเกอร์ประหลาด ๆ ให้เพื่อบอกให้รู้ว่ากำลังไม่พอใจ

ไม่มีคนที่ส่งสายตาดุ ๆ มาก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มตอนคนอื่นมองไม่เห็น

 

 

ไม่มี...ชานยอลไม่ได้อยู่ตรงนั้น

 

 

อ๊า! แม่จิ้งจอกสาวของฉันไปคบกับนักแสดงขี้ยาที่ไหนเนี่ยไม่เห็นรู้จักเลย!” ตอนนี้หน้าของจงแดแทบจะสิงกับจอสมาร์ทโฟนแล้ว คยองซูกับจุนมยอนโผล่หน้าเข้ามาพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมายก่อนจะมองจอโทรศัพท์ในมืออีกคน

 

เธอเพิ่งเลิกกับแฟนที่คบกันมาสามปีเองไม่ใช่เหรอ ไหงเป็นงี้ได้ล่ะ

 

นั่นน่ะสิ แล้วไอ้ขี้ยาคนนี้เป็นใครอ่ะ ตัวประกอบในซีรี่ส์เรื่องไหนไม่เห็นจะคุ้นเลย

 

เลิกแล้วไปคบคนใหม่นี่มันแปลกตรงไหน ถ้าคบซ้อนทั้งที่ยังไม่เลิกกันก็ว่าไปอย่าง ซอนฮวามองแก๊งห้องสมุดทั้งสามที่ดูเหมือนว่าจะผิดหวัง ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติที่เธอเริ่มจะชินหลังจากย้ายมานั่งตรงนี้

 

ก็ฉันไม่อยากให้เธอมีแฟนตอนนี้นี่ อุตส่าห์โสดทั้งทีก็น่าจะให้แฟนคลับอย่างพวกเราฟินนาน ๆ หน่อย จงแดงอหน้าแล้ววางมือถือลงบนโต๊ะอย่างไม่สบอารมณ์

 

ต่อให้เธอไม่มีแฟน เธอก็ไม่เอานายอยู่ดี

 

 
 

เข้าหน้าเลยครั้ฟ...

 

 
 

โห!!! พูดงี้สู้อ้วกใส่หน้าจงแดเลยซะยังจะดีกว่า จุนมยอนเลิกคิ้วมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างหาเรื่องโดยที่มีคยองซูเป็นกองหนุนโดยการหรี่ตามองข่มขู่

 

เดี๋ยวฉันลองเสิร์ทหาข้อมูลแฟนใหม่เธอดูว่าเป็นใคร ฮโยซองว่าแล้วง่วนอยู่กับสมาร์ทโฟนในมือ

 

เสียใจจัง เธอน่าจะรอฉันอีกสักหน่อย อีกไม่กี่ปีฉันก็โตแล้ว จงแดทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้แฟนเก่าเธอยังดูดีกว่าไอ้ขี้ยานี่อีก

 

อันนี้เห็นด้วย ทั้งรวย ทั้งหล่อ ฉันได้ยินมาว่าแฟนคลับผู้ชายคนนั้นมีแต่นูน่าสวย ๆ แถมมีเงินด้วย จุนมยอนพูดทั้งที่ข้าวยังเต็มปาก

 

คนใหม่อาจจะเก่งเรื่องเซ็กส์ก็ได้

 

 
 

กริบ...

 
 

 

ทุกสายตาหันไปทางโดคยองซูที่ตักข้าวเข้าปากได้อย่างหน้าตาเฉยราวกับว่าเรื่องนี้มันธรรมดาและทุกคนในโลกสามารถรับมันได้โดยที่ไม่ต้องขลาดอายอะไร

 

ทะลึ่งจังโดคยองซู ซงจีอึนที่นั่งถัดจากฮโยซองเบ้หน้าใส่เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

 

ขอโทษถ้านางฟ้าอย่างพวกเธอรับไม่ได้

 

ย่ะ

 

ขอดูรูปหน่อยได้ไหม นางเอกละครที่จงแดชอบเรื่องนั้นน่ะเหรอ แบคฮยอนถามก่อนจะรับสมาร์ทโฟนมาดูรูปดาราสาวคนนั้นที่กำลังเป็นข่าวอยู่

 

ใช่ ฉันไปงานแฟนไซน์ของเธอทุกงาน เธอเคยเซ็นให้ว่าจงแดที่รักของนูน่าด้วยนะ

 

นายเป็นพวกชอบสาวรุ่นใหญ่เหรอคิมจงแด ซอนฮวาเบ้ปาก เด็กหนุ่มชี้หน้าตัวเองก่อนจะยิ้มเขิน

 

แต่ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวหลุดออกมาไม่ใช่เหรอว่าสองคนนั้นแยกกันอยู่มาสักพักแล้ว แบคฮยอนชะงักมือแล้วค่อย ๆ หันไปทางฮโยซองที่เพิ่งพูดประโยคเมื่อครู่นี้

 

ใครจะไปรู้ว่ามันเป็นเรื่องจริง พอแยกกันอยู่ก็เริ่มห่าง รักกันน้อยลงล่ะมั้ง

 

อ๋า...เจอแล้ว ๆ ผู้ชายคนนั้นชื่อฮันคังอูเป็นนักแสดงหน้าใหม่!”

 

พรวดดดดดดดดดดดดดดดดด จู่ ๆ คยองซูสำลักน้ำออกมาจนจุนมยอนต้องหันไปตบหลังช่วย

 

ชัดแล้วล่ะ เธอกับคนใหม่เล่นละครเรื่องเดียวกันด้วย คงเป็นความรักที่เกิดขึ้นในกองถ่ายแหงแซะ ฮโยซองยื่นมือถือให้ซอนฮวาดู

 

น่าเศร้าจัง แต่ความรักก็อย่างนี้แหละ ซอนฮวายิ้มให้หนุ่ม ๆ ที่นั่งทำหน้าหงอยอยู่ฝั่งตรงข้ามก่อนจะหันกลับมาสนใจแบคฮยอนอีกครั้ง รักแท้แพ้ใกล้ชิด

 

ถ้าไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วจะไม่รักกันเหรอ ทุกสายตาหันไปทางแบคฮยอน หลังจากที่นั่งฟังมานานในที่สุดเจ้าตัวก็พูดสักที

 

ก็ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกมั้ง...เนอะจงแด จุนมยอนเกาหัวเพราะไม่รู้จะอธิบายยังไง เพราะเขาเองก็ไม่เคยมีแฟนมาก่อน

 

การห่างกันมันทำให้อีกฝ่ายมีสิทธิ์ได้เจอคนอื่นมากขึ้นไงล่ะ ฮโยซองเท้าคางแล้วยิ้มอย่างเด็กสาวไม่มีประสบการณ์ที่ทฤษฏีเป็นเลิศ

 

มีแบบนั้นด้วยเหรอ คนที่คบกันแต่อยู่บ้านคนละหลังก็มีตั้งเยอะแยะ แบคฮยอนไม่ใช่คนชอบแย้งความคิดคนอื่น แต่เรื่องนี้เขาไม่เห็นด้วย เพราะหลายคู่ที่คบกันก็ใช่ว่าจะต้องอยู่บ้านด้วยกันเสียเมื่อไหร่

 

ก็ใช่ไง แล้วรู้หรือยังล่ะว่าทำไมคนเขาถึงเลิกกัน

 

...

 

ทำไมเหรอแบคฮยอน นายมีปัญหากับสาวใหญ่คนนั้นหรือไง? ซอนฮวาเท้าศอกลงกับโต๊ะพลางจ้องหน้าเด็กแว่นเพื่อคาดคั้นเอาคำตอบ ซึ่งมันคงดีไม่น้อยถ้าแบคฮยอนจะบอกว่าใช่

 

สาวใหญ่?

 

ใช่ เรื่องผู้หญิงที่นายชอบน่ะฉันรู้หมดแล้ว ซอนฮวาเบาเสียงลงและปล่อยให้คนอื่น ๆ คุยกันอย่างออกรส แบคฮยอนกลอกตาไปมา เขาไม่เข้าใจว่าผู้หญิงคนนี้กำลังพูดถึงอะไรโอเค ยอมรับก็ได้ว่าฉันรู้เรื่องนี้มาจากปาร์คชานยอล แต่อย่าโกรธหมอนั่นเลยนะ เขาก็แค่อยากให้ฉันตัดใจจากนาย

 

... คนตัวเล็กยังคงปั้นหน้านิ่งเหมือนในทีแรก ยิ่งได้ยินคำพูดแปลก ๆ แบคฮยอนยิ่งงงเข้าไปใหญ่

 

ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นห่วงว่าฉันจะโดนนายหลอก แต่ฉันไม่กลัวหรอกนะ เพราะสิ่งที่นายเป็นมันท้าทายฉันมาก... หญิงสาวจิ้มนิ้วชี้ลงบนหน้าอกข้างซ้ายคนตรงหน้าพร้อมมองด้วยสายตาหวานซึ้ง แบคฮยอนถึงกับตาเหลือก วูบหนึ่งเขารู้สึกเหมือนกำลังโดนลวนลามทางสายตายังไงก็ไม่รู้

 

เราจะหลอกซอนฮวาได้ไง

 

ร้ายนักนะ เจ้าของชื่อยิ้มแล้วเขี่ยแก้มคนตรงหน้าเบา ๆ ไหนเล่ามาซิว่าเกิดอะไรขึ้น กำลังจะเลิกกับสาวใหญ่คนนั้นเหรอ? แบคฮยอนนิ่งไปชั่วอึดใจ ในหัวมีแต่คำว่าสาวใหญ่ลอยชนผนังสมองอยู่เต็มไปหมด

 

...เปล่าอ่ะ

 

ห้ามโกหกสิ

 

เราไม่ได้โกหก... แบคฮยอนทำหน้าเนือย ไม่รู้ชานยอลไปเล่าอะไรบ้างซอนฮวาถึงได้เข้าใจผิดแบบนี้ แล้วเขาจะอธิบายยังไงล่ะ ก็คนที่ทำให้ยิ้มไม่ออกก็คือคนที่เอาเรื่องนี้ไปเล่านั่นแหละ

 

เลิกกับเธอเลยไหม ฉันพร้อมจะเป็นแฟนนายได้ทุกเมื่อเลยนะ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงงี่เง่าที่จะเก็บเรื่องอดีตมาคิดมากอยู่แล้ว หญิงสาวยิ้มพอใจ ยิ่งตอนเห็นแบคฮยอนทำหน้าไม่ถูกก็ยิ่งชอบ ตอนนี้ไอ้แว่นคนเจ้าเล่ห์คงแกล้งทำเป็นใสเพื่อหลอกให้เธอตายใจสินะ

 

ไม่เอา เราไม่เลิก

 

ทำไมไม่เลิก รอยยิ้มบนใบหน้าสวยหุบลงทันทีกับคำตอบที่ไม่น่าพอใจ แบคฮยอนยกมือขึ้นกำกลุ่มผมตัวเองแล้วก้มหน้าลงราวกับคนคิดหนัก

 

เราจะเลิกกับคนที่รักมาก ๆ ได้ยังไงล่ะซอนฮวาพูดอะไรก็ไม่รู้

 

คนที่เลิกกันทั้งที่ยังรักก็มีอยู่ถมไป บางทีมันก็ห้ามไม่ได้ป่ะแบคฮยอน ถ้าผู้หญิงคนนั้นทำให้นายลำบากใจก็ถอยออกมาเถอะ ฉันมั่นใจว่าจะทำให้นายมีความสุขได้ ซอนฮวาเอาคางเกยไหล่คนข้าง ๆ

 

ความสุขของคนให้กับคนรับมันไม่เหมือนกันนะ

 

...

 

เราเลิกรักเขาไม่ได้หรอก แค่เลิกคิดถึงยังทำไม่ได้เลย

 

เด็กสาวจ้องคนข้าง ๆ อย่างไม่ละสายตา ในทีแรกก็เอะใจแล้วว่าเพราะอะไรทำไมแบคฮยอนถึงได้หงอยแบบนี้ แต่เจ้าตัวก็พยายามยิ้มเวลาพวกคิมจุนมยอนชวนคุย และทุกอย่างก็ชัดเจนเมื่อเข้าถึงเรื่องของสาวใหญ่คนนั้น คนที่เธอไม่รู้ว่าเป็นใคร

 

 

ทำไมกันนะ?

 

 

 

 

ซ่า...

 

เด็กหนุ่มทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง ปาร์คชานยอลรู้สึกไม่คุ้นชินกับการเดินเหินอยู่ในบ้านกว้าง ๆ แบบนี้ทั้งที่เขาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เด็ก ข้างนอกฝนตก คาดว่าคงใกล้เข้าสู่ฤดูฝนอย่างจริงจังแล้ว แน่นอนว่าหยาดน้ำที่ตกลงมาจากท้องฟ้าโดยที่ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดง่าย ๆ มันทำให้นึกถึงใครคนหนึ่ง

 

มองไปทางเตียงนอนกว้างที่มีใครอีกคนนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ หลังจากที่พ่อย้ายกลับมาพักฟื้นอยู่บ้านได้นี่ก็คงเป็นวันที่หกแล้วที่ชานยอลไม่ได้อยู่กับไอ้บ้านนอก เด็กตัวสูงรู้สึกแย่อย่างบอกไม่ถูก ทั้ง ๆ ที่เขากับพ่อเริ่มคุยกันมากขึ้นโดยที่ไม่มีใครประชดประชันแท้ ๆ แต่มันก็ยังรู้สึกอยากถอนหายใจอยู่ตลอดเวลา ส่วนกับลู่หานก็ใช่ว่าจะรู้สึกแย่เหมือนในทีแรก พอเห็นผู้ชายคนนั้นจัดการทุกอย่างแทนพ่ออีกทั้งยังดูแลเจโน่อย่างใส่ใจ มันเลยทำให้เขาต้องลดทิฐิเพื่อมองลู่หานใหม่

 

วันนี้วันอาทิตย์ แน่นอนว่ามันเป็นวันสำคัญสำหรับเขาเพราะเมื่อไหร่ที่ถึงวันนี้ปาร์คชานยอลก็จะได้เป็นโลกของไอ้บ้านนอกอย่างไม่มีข้อแม้ เด็กหนุ่มรักวันอาทิตย์ตั้งแต่ได้รู้จักกับมัน ไม่สิ...อันที่จริงแล้วเขาอาจจะชอบทุกอย่างตั้งแต่ได้รู้จักกับมนุษย์ฮอบบิทก็ได้

 

อย่างเช่นการหันไปเห็นแว่นที่พ่อใส่เวลาอ่านหนังสือพิมพ์ มันก็ทำให้นึกถึงใครอีกคนที่พอขาดมันไปแล้วก็เหมือนคนตาบอด อีกทั้งผ้านวมที่ห่มด้วยกันทุกวัน และที่นอนแคบ ๆ ซึ่งกลายเป็นที่นอนกว้างเพียงเพราะเราสองคนชอบนอนเบียดกัน

 

 

ให้ตายเถอะ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนเขาก็คิดถึงไอ้บ้านนอกอยู่ดี

 

 

ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างมนุษย์ฮอบบิทจะสร้างความทรงจำไว้ให้เขาเยอะขนาดนี้ มันก็ถูกอย่างที่มันพูดนั่นแหละว่าเราแค่ไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่ยังสามารถเจอกันที่โรงเรียนได้ เราไม่ได้เลิกกันสักหน่อย ใช่ เราไม่ได้เลิก ซึ่งเด็กหนุ่มก็คิดแบบนี้เลยตัดสินใจหักดิบกลับมาอยู่บ้าน

 

แต่ว่าปาร์คชานยอลกลับไม่มีความสุขกับชีวิตแบบนี้เลย หลายวันที่ผ่านมาเขาเอาแต่มองมือถือแล้วชั่งใจว่าจะโทรไปตอนไหนดี เพราะตอนกลางวันมนุษย์ฮอบบิทก็เรียน หัวค่ำก็ไปทำงาน เลิกงานก็ดึก เลยทำได้แค่ส่งข้อความไป

 

 

แต่พรุ่งนี้เขาจะได้เจอไอ้บ้านนอกแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่ปาร์คชานยอลรู้สึกรักวันจันทร์ขึ้นมา

 

 

เป็นอะไร?

 

...

 

เด็กตัวสูงหันไปทางคนเป็นพ่อที่กำลังพับหนังสือพิมพ์ด้วยมือเดียวก่อนจะมองมายังเขา ชานยอลนิ่งไปเพราะไม่รู้ว่าจะตอบคำถามนี้ยังไง เพราะถ้าจะให้บอกว่า คิดถึงแฟน เชื่อว่าพ่อคงอยากรู้แน่ ๆ ว่าคนนั้นเป็นใคร

 

ถึงแกจะไม่ค่อยยิ้มเวลาอยู่กับพ่อ แต่พ่อก็พอจะดูออกว่าตอนนี้แกมีเรื่องอะไรอยู่ในใจ

 

พอโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจะอ่านใจใครก็ได้เหรอ

 

จะพูดอย่างนั้นก็ไม่ถูก มันอยู่ที่ว่าแกเลือกที่จะใส่ใจอีกฝ่ายมากแค่ไหน ชายวัยกลางคนถอดแว่นวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงก่อนจะหันกลับมาทางลูกชายอีกครั้งเรียนรู้ชีวิต แล้วก็โตไปกับมัน

 

เด็กหนุ่มกำลังคิดตามในสิ่งที่คนเป็นพ่อพูด และมันก็มีส่วนที่ทำให้คิดว่ามันถูก ถึงปาร์คชานยอลจะอ่านใจคนไม่เก่งเหมือนคิมจงอิน แต่เขาคิดว่าการอ่านใจมนุษย์ฮอบบิททางสายตามันก็ไม่ใช่เรื่องยาก

 

ผมไม่สบายใจ

 

ที่กลับมาอยู่บ้านน่ะเหรอ?

 

เปล่า ผมคิดว่ามันดีที่เราไม่ต้องประชดกันไปมา โอเค ถึงผมจะยังปรับตัวเข้ากับสองคนนั้นไม่ได้แต่ผมก็ไม่รู้สึกรังเกียจเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว ชานยอลยืนพิงกับประตูกระจกที่ข้างนอกเป็นระเบียงแต่มีอย่างหนึ่งที่ผมรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง

 

ยังไงล่ะ

 

ตอนที่ผมลำบาก มีคน ๆ นึงเต็มใจช่วยผมทุกอย่าง ผมไม่เคยคิดว่านอกจากไอ้จงอินกับไอ้เทาแล้วจะมีคนทำเพื่อผมขนาดนี้ แต่พ่อ... เด็กหนุ่มถอนหายใจเบา ๆ ตอนนี้ผมกลับมาอยู่บ้าน มีทุกอย่าง แต่ผมรู้สึกเหมือนกำลังหันหลังให้คนนั้น

 

...

 

ผมถามพ่อสักข้อได้ไหม?

 

เด็กตัวสูงมองคนเป็นพ่อด้วยแววตาจริงจัง ถึงแม้ว่าปาร์คจองซูจะทำหน้าเรียบเฉย แต่ลึก ๆ แล้วเขากำลังภูมิใจที่ลูกชายคนนี้โตขึ้นทางด้านความคิดและการแสดงออก ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกว่าการที่ชานยอลออกไปใช้ชีวิตข้างนอกครั้งนี้มันไม่แย่อย่างที่คิด

 

ว่ามาสิ

 

ถ้าผมไม่ใช่ลูกพ่อและเราเพิ่งรู้จักกันวันแรก แล้วอยู่ดี ๆ ผมไปขอความช่วยเหลือจากพ่อ...พ่อจะยื่นมือมาช่วยผมหรือเปล่า?

 

...

 

ผมคือปาร์คชานยอลคนที่ใคร ๆ ก็พูดกรอกหูพ่อว่าผมไม่ดี ถ้ารู้อย่างนั้นแล้วพ่อจะช่วยผมไหม?

 

ชายวัยกลางคนหยุดใช้ความคิด ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ปาร์คจองซูคงตอบกลับไปในทันทีว่าคนเราไม่เหมือนกัน และแต่ละคนคงมีเหตุผลที่จะเลือกช่วยหรือทำเป็นไม่สนใจ แต่ตอนนี้เขากำลังพยายามคิดตามว่าเพราะอะไรลูกชายคนกลางถึงได้ถามแบบนี้

 

พ่อคงตอบไม่ได้ เพราะพ่อเป็นพ่อของแก มันไม่มีความเป็นกลางกับเรื่องที่มีคำตอบในใจอยู่แล้วหรอกชานยอล

 

เขาเห็นว่าเด็กหนุ่มนิ่งไปหลังจากได้ยินคำตอบ แต่สำหรับคนที่มีประสบการณ์ชีวิตพอสมควร ปาร์คจองซูก็พอจะเรียบเรียงเรื่องราวได้ไม่ยากว่าต้นเหตุของคำถามนี้มาจากใคร

 

เด็กคนนั้นใช่ไหม?

 

...

 

 

ชานยอลแค่เล่าความรู้สึกของตัวเอง เขาไม่ได้แย่ขนาดที่จะพูดถึงพ่อในทางไม่ดีให้คนอื่นฟังหรอกนะครับ...

 

 

เด็กที่ชื่อบยอนแบคฮยอนย้ายมาอยู่โซลคนเดียว จนวันนึงมีไอ้เด็กบ้าที่ไหนก็ไม่รู้ไปขออยู่ด้วยเพราะทะเลาะกับที่บ้าน ชานยอลเพียงแค่ยืนฟังอย่างไม่เข้าใจว่าพ่อไปรู้เรื่องนี้ได้ยังไง หรือว่าจะเป็นลู่หานที่เล่าให้ฟัง?เพราะเป็นเด็กต่างจังหวัดที่รู้ไม่เท่าทันคนในเมือง เด็กบ้านนอกซื่อ ๆ ที่ไม่ว่าใครพูดอะไรก็ยอมไปหมดถ้าผลลัพธ์มันจะออกมาดี

 

 

ผมไม่รู้ว่าคุณลุงกับชานยอลทะเลาะกันแรงแค่ไหน แต่ช่วยให้เวลาเขาอีกหน่อยนะครับ ชานยอลไม่ได้เกเรเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตอนนี้เขาทำงานพิเศษหาเงินใช้เอง ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายที่คุณลุงจะโอนให้ผมคงรับไว้ไม่ได้จริง ๆ ครับ...

 

ทำไมล่ะ? เราอยู่คนเดียว ต้องหาเงินเลี้ยงตัวเองแถมยังต้องแบ่งเงินที่ได้ไปจ่ายค่าเช่าบ้าน ค่าอยู่ค่ากินคูณสองเข้าไปอีก ไม่รู้สึกว่าชานยอลเป็นภาระบ้างหรือไง?’

 

ผมไม่เคยรู้สึกว่าชานยอลเป็นภาระเลยครับ...

 

 

เพื่อนที่จริงใจกับเราโดยไม่มีข้อแม้มันหายาก เพราะงั้นแกก็รักษาเด็กคนนั้นไว้ดี ๆ ล่ะ

 

...

 

แบคฮยอนดูแลลูกชายหัวดื้อแทนฉันอยู่เป็นเดือน ๆ ไหนจะสั่งสอนให้แกเป็นผู้เป็นคนอีก

 

ชานยอลขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจว่าพ่ออยากพูดอะไรกันแน่ ปาร์คจองซูเอื้อมไปคว้ากระเป๋าเงินบนโต๊ะข้างเตียงก่อนจะหยิบธนบัตรออกมาจำนวนหนึ่งแล้วยื่นให้ลูกชาย

 

 

นี่ค่าแท็กซี่ ถ้าคิดอยากตอบแทน ก็ไปรับเพื่อนมาอยู่ด้วยซะ

 

 
 

 

 

 

ร่างเล็กหายใจฟุตฟิตเป็นหวัดต้อนรับหน้าฝน ผลพวงของการนอนดึกตื่นแต่เช้าอีกทั้งสภาพอากาศแปรปรวนเลยทำให้ไม่สบาย แต่แบคฮยอนไม่โทษฝนหรอกนะเพราะมันก็ตกตามฤดูกาล แต่เสียแค่อย่างเดียวตรงตากผ้าลำบากนี่แหละ

 

นิ้วเรียวถูปลายจมูกเบา ๆ พอเลื่อนตู้เสื้อผ้าแล้วก็รู้สึกโหวงอีกครั้งหลังจากพบว่ามันโล่งไปเกือบครึ่ง ทั้ง ๆ ที่เจอภาพแบบนี้มาหลายวันแล้วแท้ ๆ ซึ่งแบคฮยอนก็ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าเดี๋ยวก็ชิน

 

ฮึ

 

กระจายเสื้อผ้าที่แขวนอยู่ให้ห่างออกจากกันเพื่อทำลายช่องว่างในตู้ แบคฮยอนเลือกเสื้อแขนยาวสีเหลืองดำออกมาแล้วสวมเข้าทางหัว แต่ยังไม่ทันสอดแขนเข้าไปคนตัวเล็กก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นตัวเองในกระจก

 

วันนี้วันอาทิตย์

 

พูดจบก็ถอดเสื้อออกแล้วแขวนกลับเข้าไปในตู้เหมือนเดิมก่อนจะเลือกเอาเสื้อแขนยาวสีแดงออกมาสวม แบคฮยอนดึงกิ๊ฟหนีบผ้าออกมาแล้วรวบจุกผมข้างหน้าเป็นต้นมะพร้าวขณะเดินไปเปิดตู้เย็นเพื่อเอาแผ่นเจลลดไข้มาแปะเหม่ง

 

ลงไปกลิ้งบนที่นอนแล้วคว้ามือถือขึ้นมากดเล่น วันนี้ไลน์เงียบเหงาจัง ส่งข้อความหาชานยอลเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วก็ไม่ยอมตอบอีก คนแย่ ไหนบอกว่าจะรีบตอบกลับมาไง นี่มันวันอาทิตย์นะ วันของชานยอลแท้ ๆ แต่ตัวเองดันไม่ว่าง ใช้ได้ที่ไหนเนี่ย

 

 

AM 11:11 วันนี้เราไม่ได้ใส่สีแดง ชานยอลใส่ไปคนเดียวเลยนะ

AM 11:11  

 

 

เดี๋ยว!”

 

ร่างเล็กดีดตัวลุกขึ้นนั่งเหลือกตามองข้อความในไลน์ที่กดส่งไปแล้ว ให้ตายเถอะ เขาเพิ่งนึกได้ว่าการส่งไปแบบนั้นมันงี่เง่ามากและอาจทำให้ชานยอลรำคาญได้ ไม่นะ! มีวิธีลบข้อความไหม

 

 

AM 11:12 อันเมื่อกี้เราละเมอนะ เราไม่ได้คิดอย่างนั้น ตอนนี้เราใส่สีแดงอยู่

 

 

ร่างเล็กเบะปากแล้วทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง ขาทั้งสองข้างก็ถีบผ้าห่มเหมือนเด็ก นี่เขากำลังทำอะไรอยู่เหรอ โอเค...แบคฮยอนยอมแพ้แล้ว คนตัวเล็กกำลังเหงามากถึงมากที่สุด พอป่วยแบบนี้แล้วก็อยากให้ชานยอลอยู่ข้าง ๆ อยากโดนกวนประสาทอ่ะ...เขาต้องเป็นโรคจิตแน่เลย T_T

 

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ความคิดถึงมันห้ามกันไม่ได้คนตัวเล็กคิดอย่างนั้น นัยน์ตาจับจ้องหน้าจอสมาร์ทโฟนอยู่หลายวินาทีเพื่อรวบรวมความกล้าก่อนจะกดโทรหาไททันตัวโต วันนี้วันอาทิตย์คงโทรได้แหละมั้ง ถ้าชานยอลไม่ว่างก็คงขอวางสายเองนั่นแหละ แต่...

 

 

ไม่มีคนรับสาย

 

 

อะไรเนี่ย ไหนชานยอลบอกว่าจะรับสายทุกครั้งไง ไม่ได้นะนี่สิบเอ็ดโมงแล้ว ชานยอลจะนอนยาวจนถึงตอนนี้ไม่ได้อ่ะ ไม่ต้องตื่นมาเฝ้าพ่อหรือไง ตื่นเลยตื่น ร่างเล็กขมวดคิ้วบ่นกับโทรศัพท์มือถือก่อนจะวางมันลงข้างตัวแล้วกางแขนกับขาออกกว้างบนที่นอนเบื่อจัง

 

แบคฮยอนขยับแขนกับขาเป็นท่าผีเสื้อ นี่เขาว่างถึงขั้นมานอนทำเรื่องติงต๊องขนาดนี้เลยเหรอ สงสารตัวเองจังเลยอ่ะ T_T

 

ถ้าโทรไปตอนเที่ยงชานยอลอาจจะกินข้าวอยู่ แล้วตอนบ่ายล่ะ พูดกับตัวเองเหมือนคนบ้าแล้วก็ถอนหายใจ จนกระทั่งเสียงมือถือดังขึ้นแบคฮยอนถึงได้หันไปคว้ามันมาดูหน้าจอในทันที

 

 

คุณป้าเจ้าของบ้าน

 

 

รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไปในพริบตาเมื่อความคาดหวังมันตรงกันข้ามกับความเป็นจริง ร่างเล็กปล่อยให้ตัวเองหงอยอยู่แค่ไม่กี่วินาทีก็กดรับสาย บางทีเขาอาจจะหวังมากเกินไปว่าจะได้คุยกันทั้งที่ชานยอลก็ต้องดูแลคุณลุงอยู่ที่บ้าน

 

สวัสดีครับคุณป้า

 

( แบคฮยอนอยู่บ้านหรือเปล่าลูก ป้าไปตลาดเลยซื้อขนมมาฝาก ให้ป้าเอาไปให้เลยไหม? )

 

อ่า ผมเกรงใจจังครับ...คุณป้าไม่เห็นต้องลำบากซื้อมาเลย

 

( ไม่ลำบากหรอกน่า คิดมากอีกแล้วเด็กคนนี้ สรุปว่าไงลูก ให้ป้าเอาขึ้นไปให้เลยไหม? )

 

เดี๋ยวผมลงไปเอาเองดีกว่าครับ ข้างนอกฝนตก เดินขึ้นมาข้างบนเดี๋ยวคุณป้าจะเปียกเอา แบคฮยอนว่าแล้วลุกขึ้นเดินไปหยิบร่มพับบนชั้น

 

( จ๊ะ ไม่ต้องรีบนะลูกเดี๋ยวลื่น บันไดยิ่งไม่ค่อยดีอยู่ )

 

ครับผม

 

ร่างเล็กวางสายแล้วเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า ข้างนอกฝนตกแรงแบบนี้มันคงดีกว่าถ้าเกิดแบคฮยอนใส่เสื้อกันหนาวแบบมีฮู๊ดทับไปอีกตัว

 

 
 

ก๊อก ๆ ๆ

 
 

 

นั่นคุณป้าเหรอครับ?

 

 

 

ก๊อก ๆ ๆ

 

 

 

เดี๋ยวนะครับคุณป้าผมกำลังจะไปเดี๋ยวนี้แหละ!” แบคฮยอนตะโกนไปทางประตูแล้วก็ได้แต่พึมพำกับตัวเอง ทำไมคุณป้าถึงได้ขึ้นมานะ เมื่อกี้ก็ตกลงกันแล้วนี่นาว่าเดี๋ยวจะลงไปเอาขนมเอง

 

แบคฮยอนลนลานมาเปิดประตูบ้าน ทันทีที่ดึงลูกบิดเข้าหาตัวนัยน์ตาก็เบิกกว้างอย่างตกใจเมื่อพบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าในตอนนี้ไม่ใช่คุณป้าอย่างที่คิด แต่กลับเป็นผู้ชายตัวสูงที่ยืนกางร่มอยู่

 

ชานยอล?

 

ข้างนอกได้ยินเสียงฝนชัดกว่าข้างในเสียอีก แต่มันคงไม่ดังเท่ากับเสียงหัวใจของคนตัวเล็กในตอนนี้แน่ ๆ แบคฮยอนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันไปที่ได้เห็นชานยอลที่นี่ ตรงนี้ เวลานี้ เป็นเพราะเคยคาดหวังมากเกินไปเลยต้องปลอบใจตัวเองอยู่ตลอด

 

จะไปไหน? คำถามเรียบเฉยแต่ตรงข้ามกับสีหน้าของคนตัวสูงในตอนนี้ แบคฮยอนทำตาปริบ ๆ มองอีกคนที่กำลังยิ้มก่อนจะลดระดับสายตาลงแล้วซบหัวลงกับบานประตู

 

ไปเอาขนม คุณป้าโทรมาบอกให้ลงไปเอา เสียงงึมงำเบา ๆ เกือบถูกเสียงสายฝนกลบไปหมด ร่างเล็กยืนนิ่งเมื่อคนตัวสูงเอื้อมมือมาทาบกับหน้าผากเขาที่มีเจลลดไข้ติดอยู่

 

ไม่สบายแล้วยังจะออกไปข้างนอกอีก กูด่ามึงดีไหมเนี่ย

 

ไม่ให้ด่า ชานยอลจะมาด่าเราไม่ได้ ทีชานยอลยังไม่ยอมรับสายเราเลย แบคฮยอนเชิดหน้าเถียงคอเป็นเอ็น ดูสิ มาถึงก็บ่นเลยอ่ะ เขาไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ชานยอลต่างหาก

 

ก็ไม่ได้เอามือถือมาด้วยจะรับสายได้ไง

 

ไม่รู้แหละ ชานยอลบอกว่าจะรับสายทุกครั้งที่เราโทรไป ตอนนี้ชานยอลผิดสัญญาแล้วหนึ่งครั้ง ร่างเล็กชูนิ้วชี้ขึ้นมาก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อคนตัวสูงกำนิ้วเรียวของเขาเอาไว้ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นกุมทั้งมือ

 

แค่ครั้งเดียวทำพูดมากจัง

 

ชานยอลไหล่เปียกฝน

 

เออ ร่มมันคันเล็ก เหยียบแม่งทิ้งเลยดีไหมเนี่ย เด็กตัวสูงมองร่มในมือก่อนจะหุบลงแล้วโยนทิ้งบนพื้นอย่างไม่ใยดีแล้วเดินเข้าไปในบ้านหน้าตาเฉย แบคฮยอนมองตามแผ่นหลังคนขี้บ่นอย่างงง ๆ ก่อนจะก้มลงหยิบร่มขึ้นมาพิงกับผนังหน้าบ้าน

 

เรายังไม่ได้ลงไปเอาขนมเลย

 

กูกับขนมอะไรสำคัญกว่ากัน เด็กตัวสูงถามพลางถอดเสื้อแขนยาวตัวนอกผึ่งไว้กับราวสูงระดับเอวก่อนจะนั่งลงบนที่นอน

 

ขนม

 

เดี๋ยวเหอะ ชานยอลเลิกคิ้วมองคาดโทษคนตัวเล็กที่เอาแต่ยืนยิ้มตาหยีอยู่หน้าประตู จนกระทั่งเขายื่นมือออกไปเป็นเชิงเรียกนั่นแหละ ไอ้บ้านนอกถึงได้รีบเดินมานั่งข้าง ๆ กัน

 

ทำไมไม่เอามือถือมาล่ะ

 

รีบ

 

คิดถึงเรามากก็เลยรีบ

 

เออไง ชานยอลมองหน้าซน ๆ ของคนตัวเล็กที่ขึ้นสีระเรื่อ ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ได้มาจากอาการเขินอาย เด็กหนุ่มอังหลังมือลงบนแก้มและซอกคอ ก่อนจะโอบไหล่เล็กให้เอนลงมาซบกับอกเขา

 

ป่วยแล้วทำไมไม่บอก

 

เราไม่ได้เป็นหนัก ถ้าถึงขั้นลุกไม่ขึ้นคงรีบโทรไปแล้ว

 

ไม่เชื่อ มึงคงนอนแห้งอยู่ในห้องจนกว่าจะหายแน่ ๆ

 

อะไรอ่ะ บางทีเราอาจจะโทรไปงอแงให้ชานยอลมาป้อนข้าวป้อนยาเราก็ได้นะ

 

ขี้โม้ว่ะฮอบบิท ชานยอลยีหัวคนตัวเล็กแรง ๆ ก่อนจะกดจมูกลงบนเรือนผมนุ่ม

 

ชานยอลกินข้าวหรือยัง

 

ยัง มึงล่ะ

 

ยังเหมือนกัน งั้นเราต้มรามยอนกินกันไหม

 

หิวแล้วเหรอ

 

หิวแล้ว ท้องเราร้องจ๊อก ๆ เลยจับดูสิ แบคฮยอนจับมือใหญ่มาทาบพุงตัวเอง ชานยอลได้แต่หัวเราะออกมาเบา ๆ กับท่าทางและคำพูดของคนตัวเล็ก

 

อันที่จริงเด็กหนุ่มอยากจะทำอะไรมากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นกอดแน่น ๆ หรือหอมแก้มให้หายคิดถึง อยากจูบแสดงความรัก แต่ดูเหมือนว่าการมองหน้าไอ้บ้านนอกมันจะเป็นการบรรเทาความรู้สึกได้ดีที่สุด

 

อดทนอีกนิดนึงได้เปล่า นั่งคุยกับกูก่อนแล้วค่อยกิน

 

ได้ เราจะนั่งคุยกับชานยอลก่อน ร่างเล็กเหยียดขาออกก่อนจะก้มลงมองมือใหญ่ที่ทาบลงบนหลังมือของเขาชานยอลมาหาเราแบบนี้ไม่เป็นไรใช่ไหม มีคนดูแลคุณลุงหรือเปล่า พี่ลู่หานกับน้องเจโน่อยู่บ้านไหม?

 

อืม ไม่เป็นไรหรอก

 

แล้วชานยอลต้องกลับตอนไหน เด็กตัวสูงเห็นว่าไอ้บ้านนอกหยิบมือถือขึ้นมาดูราวกับจะจับเวลาว่าเขาจะกลับไปเมื่อไหร่

 

อยากให้กลับตอนไหนล่ะ

 

ถามเราได้ไงเล่า เอาที่ชานยอลสะดวกสิ ชานยอลยิ้มพลางลูบหัวคนตัวเล็กกว่า ไอ้บ้านนอกยังคงทำตัวน่ารักกับเขาเหมือนเดิมไม่ได้มีท่าทีว่าจะงอแงใส่ ซึ่งก่อนหน้านี้ปาร์คชานยอลคิดมาตลอดว่าที่มนุษย์ฮอบบิทไม่อาลัยอาวรณ์เลยคงเป็นเพราะมันไม่ได้จริงจังกับเขา

 

 

แต่เด็กหนุ่มคิดผิด...ผิดมหันต์เลยล่ะ

 

 

อยู่คนเดียวเหงามากไหม

 

มาก แต่เราอยู่ได้นะชานยอลไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวพรุ่งนี้เราก็เจอกันที่โรงเรียนแล้ว ทุกอย่างกำลังจะลงตัว

 

คิดงั้นเหรอ

 

อือ แล้วชานยอลล่ะเหงาไหม ร่างเล็กหันไปถาม เด็กตัวสูงขมวดคิ้วทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะพยักหน้าเป็นคำตอบถ้าคิดถึงก็ต้องคุยกับเราบ่อย ๆ นะ

 

บ่อยของมึงนี่มันแค่ไหนล่ะฮอบบิท

 

ก็ทุกครั้งที่คิดถึงไง ใครจะไปนับได้เล่าชานยอลนี่ก็ ชานยอลมองไปรอบ ๆ ห้องแล้วให้สมองเรียบเรียงคำพูด

 

แน่นอนว่าจุดประสงค์ที่เขามาหาไอ้บ้านนอกในวันนี้มันมากกว่าความคิดถึง แต่เรื่องที่จะพูดนั้นเขาไม่แน่ใจเลยว่ามันจะเข้าท่าหรือเปล่า จากที่รู้จักกันมา มนุษย์ฮอบบิทก็แสดงออกให้เห็นอยู่หลายครั้งว่ามันไม่ใช่คนที่จะคิดอะไรง่าย ๆ

 

ชานยอลเป็นอะไรหรือเปล่า?

 

มีเรื่องนึงที่กูอยากพูด เพราะงั้นมึงนั่งฟังจนกว่ากูจะพูดจบได้ไหม? เด็กตัวสูงหันไปสบตากับคนข้าง ๆ แบคฮยอนลดสีหน้าลง แววตาคู่นั้นดูแฝงไปด้วยความกลัวเขารู้สึกได้

 

พูดแบบนี้อีกแล้ว เรากลัวนะ

 

ทำไมต้องกลัว กูสิต้องกลัว

 

กลัวสิ เราไม่ได้อยู่ด้วยกันตั้งอาทิตย์นึงชานยอลอาจจะเบื่ออ่ะ นี่ไม่ได้ไปปิ๊งพยาบาลสาวมาใช่ไหม ห้ามตอบแบบนี้นะ แบคฮยอนเอามือปิดหูตัวเองทั้งสองข้างทั้งที่ยังไม่ละสายตาออกจากคนตัวโต เด็กหนุ่มแกะมือคนคิดมากออกแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ

 

 เพ้อเจ้อว่ะ

 

งั้นบอกเราก่อนว่าเรื่องดีหรือไม่ดี

 

มันอยู่ที่มึงว่าดีหรือไม่ดี

 

มีงี้ด้วยเหรอ

 

ใช่ พร้อมจะฟังยัง? ร่างเล็กมองอีกคนอย่างหวาด ๆ แล้วใช้เวลาประมวลผลอยู่เกือบห้าวินาทีก่อนจะพยักหน้าหงึกตั้งแต่กูกลับไปอยู่บ้าน...เออ...ถ้าไม่รวมกับที่อยู่โรงพยาบาลก็เมื่อวาน...กูก็นอนไม่หลับเลยว่ะ ไม่สิ...อันที่จริงกูนอนไม่หลับทั้งอาทิตย์นั่นแหละ หรือถ้าจะพูดให้ถูกก็คือหลับ ๆ ตื่น ๆ

 

ไม่เห็นต้องลนเลย พูดในแบบที่อยากพูดก็ได้เราฟังภาษาชานยอลเข้าใจนะเด็กหนุ่มนั่งนิ่ง แล้วไอ้ภาษาชานยอลนี่มันยังไงกันวะ

 

กูคิดถึงมึงเข้าใจไหม

 

เข้าใจแล้ว ชานยอลเพิ่งบอกเราไปเมื่อกี้เอง เราก็คิดถึงชานยอลเหมือนกันแหละน่า แบคฮยอนอมยิ้มก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อจู่ ๆ แว่นที่สวมอยู่กลับถูกถอดออกก่อนที่มือใหญ่จะโอบใบหน้าเขาเอาไว้

 

กูไม่อยากอยู่แบบนี้ มันไม่มีความสุข กูอยากตื่นมาเจอมึง ก่อนนอนก็อยากเจอมึง

 

อ...อ้อ... ร่างเล็กทำได้เพียงแค่กระพริบตาแล้วขานตอบในลำคอเท่านั้น แววตาชานยอลดูจริงจังกับเรื่องที่พูด ซึ่งเรื่องนั้นมันก็เป็นเรื่องที่แบคฮยอนคิดเหมือนกัน

 

ใครใช้ให้มึงเข้ามามีอิทธิพลในชีวิตคนอื่นขนาดนี้หะฮอบบิท?

 

อะไรเล่า...ชานยอลนั่นแหละ... คนตัวเล็กจับข้อมือแกร่งทั้งสองข้างเอาไว้ก่อนจะหลับตาลงเมื่อคนตัวสูงเลื่อนใบหน้าเข้ามาจุ๊บปากอย่างหมั่นเขี้ยวก่อนจะผละออกไป

 

ยังจะโทษกูอีกเหรอ มึงทำให้กูซึมจนพ่อถามว่าเป็นอะไร ทำให้กูใช้ชีวิตเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้ เพราะงั้นมึงต้องมารับผิดชอบชีวิตกูด้วย

 

หา...

 

ไปอยู่ด้วยกันนะแบคฮยอน ให้กูเป็นฝ่ายดูแลมึงบ้าง

 

...

 

ความเงียบโรยตัวเหมือนกับเวลาถูกหยุดไว้แค่นี้ เด็กหนุ่มมองเข้าไปยังดวงตาใสของคนตรงหน้าซึ่งดูเหมือนว่ากำลังอึ้งอยู่

 

ชานยอลเรียกชื่อเราด้วยอ่ะ...

 

อะไร มันใช่เรื่องที่ต้องพูดไหมเนี่ย

 

ต้องพูดซี่ นี่เป็นครั้งแรกที่ชานยอลเรียกชื่อเราเลยนะ

 

เพี้ยนว่ะฮอบบิท กูไม่เรียกชื่อมึงแล้ว เด็กตัวสูงดันหน้าผากร่างเล็กออกไป เขารู้สึกร้อนไปทั่วทั้งใบหน้าหลังจากรวบรวมความกล้าเรียกชื่อไอ้บ้านนอกเป็นครั้งแรก ซึ่งมันเป็นเรื่องบ้าบอจริง ๆ ที่เขาเพิ่งจะมาเรียกอะไรเอาตอนนี้ ถ้ารักกูก็ห้ามปฏิเสธ

 

เราจะไปอยู่กับชานยอลได้ยังไง นั่นบ้านคุณพ่อของชานยอลนะ

 

ถ้ากูบอกว่าพ่ออนุญาตแล้วมึงจะยังดื้ออยู่ไหมวะฮอบบิท

 

หา?

 

ยังจะมาหาอีก ถ้ามึงไม่ยอมไปจะมีการบังคับเกิดขึ้นนะนี่กูเตือนไว้ก่อน เด็กตัวสูงขมวดคิ้วมองอย่างจริงจัง ตอนนี้ไอ้บ้านนอกของเขากำลังงงเป็นไก่ตาแตกก่อนจะหันกลับมาสบตากันอีกครั้ง

 

ยังไงอ่ะ

 

...

 

คือเราไปอยู่กับชานยอลได้จริง ๆ เหรอแบคฮยอนยกมือขึ้นเกาหัวงง ๆ

 

อืม

 

แล้วต้องเสียค่าเช่าเดือนละเท่าไหร่ ที่บ้านชานยอลคิดแพงไหม ทันทีที่ได้ยินอย่างนั้นเด็กตัวสูงก็หลุดขำออกมาอย่างห้ามไม่ได้

 

ตลกแล้ว คิดว่ากูจะให้จ่ายค่าเช่าบ้านเหรอ

 

เอ้า...ถ้าไม่จ่ายแล้วจะให้ทำยังไงอ่ะ... แบคฮยอนงึมงำพลางมองคนรักอย่างหวาด ๆ

 

“Sleep with me and free breakfast.”

 

ฟรีข้าวเช้าด้วยเหรอ ทำไมบ้านชานยอลใจดีจังเลย

 

กูประชดหรอก เด็กตัวสูงรั้งร่างอีกคนเข้ามากอดฟัดให้หายคิดถึง แบคฮยอนหัวเราะเอิ้กอ้ากในอ้อมกอดก่อนจะพลิกตัวนอนหงาย ชานยอลบีบจมูกรั้นเบา ๆ อย่างหมั่นเขี้ยวขณะสบตากันไปอยู่ด้วยกันนะ

 

ถ้าเราไปอยู่เฉย ๆ เราคงอึดอัดแน่เลย ไม่มีอะไรให้เราทำเหรอ เราเกรงใจคุณลุง

 

ถ้าลำบากใจก็สอนพิเศษไอ้เด็กเจโน่เพิ่มไปอีกคนสิ แค่นั้นพ่อก็โอเคแล้ว อีกอย่าง...ที่ให้ไปอยู่ด้วยนี่ก็ไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายอะไร เพราะมึงก็ต้องอยู่ห้องเดียวกับกู

 

อ้าว คิดว่าจะให้เรานอนห้องแยกซะอีก

 

ฝันเหรอ คิดว่าตัวเองเป็นนางเอกละครที่ถูกเสี่ยรับไปเลี้ยงดูแล้วได้นอนห้องสวย ๆ หรือไง ชานยอลเลิกคิ้วมองคนตัวเล็กที่ย่นจมูกใส่เขา

 

ถ้าเราไม่ใช่นางเอก ชานยอลก็ไม่ใช่พระเอกเหมือนกัน

 

เออ กูมันเป็นตัวร้าย

 

ชานยอลเป็นตัวร้าย

 

หมั่นเขี้ยวว่ะ ฟัดแก้มแม่งอีกสักทีเถอะทำตัวน่ารักเกินไปแล้ว ตอนลงไปเอาขนมก็คุยกับป้าเรื่องค่าเช่าบ้านเลยนะ บอกว่าไม่อยู่แล้วจะย้ายไปอยู่กับแฟน

 

ไม่เอาอ่ะ คุณป้าได้มองว่าเราเป็นเด็กใจแตกพอดี

 

จ้า ฮอบบิทเด็กดีที่หนึ่ง พูดจบก็แค่นหัวเราะเมื่ออีกคนยิ้มพอใจแล้วนอนลงบนตักเขาพร้อมตวัดแขนกอดเอวซะแน่น ชานยอลลูบหัวคนตัวเล็ก ไอ้บ้านนอกของเขาป่วยแล้วยิ่งน่าเอ็นดูเข้าไปใหญ่ ไปกินข้าวบ้านกูนะ

 

วันนี้เหรอ

 

อืม ไม่อยากรอแล้ว เก็บเสื้อผ้าบางส่วนไปไว้ที่บ้านกูเถอะ ส่วนเรื่องขอย้ายออกค่อยมาคุยกับป้าแกทีหลัง

 

มันจะไม่เป็นไรใช่ไหมอ่ะ... แบคฮยอนพูดทั้งที่ยังคงนอนหลับตาอยู่บนตักหนาเรากลัวเป็นภาระให้คนที่บ้านชานยอล เราเป็นคนนอก

 

ไม่เป็นไรหรอก

 

จริงนะ

 

แบคฮยอนลืมตาขึ้นแล้วก็พบว่าตอนนี้คนตัวสูงกำลังยิ้ม ปลายนิ้วเรียวยาวไล้ไปตามแก้มของเขา มันทำให้คนตัวเล็กรู้สึกได้ว่าผู้ชายคนนี้จริงจังมากแค่ไหน ชานยอลประคองคนคิดมากให้นอนหนุนหมอนดี ๆ ก่อนที่เขาจะเอนตัวลงนอนข้าง ๆ ทั้งคู่สบตากันในระยะช่วงหายใจจนปลายจมูกชนกัน ก่อนที่แบคฮยอนนั้น...จะขยับเข้ามาจุ๊บปากคนตัวสูงเบา ๆ

 

เอาหวัดจากเราไป

 

หวัดเหรอ? เด็กหนุ่มยิ้มขำ

 

ใช่ แบ่งกัน เราจะได้หายไว ๆ ชานยอลทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะโอบใบหน้าเรียวของคนตัวเล็กเอาไว้แล้วมองเข้าไปยังนัยน์ตาคู่นั้น

 

 

แค่ปากแตะปากมันจะไปช่วยอะไรได้วะ...มันต้องมากกว่านั้นสิ

 

 

 

 

 

TBC

 

 

ช่างเป็น 40% ที่ยาวกว่า 60% ได้น่าเกลียดมาก

62 หน้าเวิร์ดค่ะ สวัสดี

 

 

สวัสดีวันปีใหม่ล่วงหน้านะคะ ขอให้ทุกคนมีความสุข มีแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ :D




 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 172 ครั้ง

10,182 ความคิดเห็น

  1. #10179 BangJae_ (@N-finland-bbmm) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 19:43
    แงงงง จะร้องไห้ เราน้ำตาไหลเลยอ่ะTT
    #10179
    0
  2. วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 22:24
    นึกว่าจะดราม่า

    ดีที่ปมคลาย
    #10170
    0
  3. #10153 Timmmmmmmm (@Timmmmmmmm) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 15:59
    เป็นเขินกับประโยคสุดท้าย///-///
    #10153
    0
  4. #10110 11507416p (@11507416p) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 13:31
    งื้อออ ไปอยู่ด้วยกันน
    #10110
    0
  5. #10082 windnie06 (@windnie06) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 18:37
    น้ำตาไหลเลย สงสารแบคฮยอนจัง แต่พอมารับไปอยู่ด้วย แล้วรู้สึกดีใจด้วย
    #10082
    0
  6. #10067 phinmatcha (@phinmatcha) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 22:17
    น่ารักจัง
    #10067
    0
  7. #10042 Chankuma (@chansuju151137) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 12:48
    สงสรแบคตอนอยู่คนเดียวความคิดถึงนี้น่ากลัวจริงๆ แต่ว่าเย้ๆๆๆ!!'ได้อยู่ด้วยกันสักที ยัยฮอบบิทจะได้เลิกเหงา
    #10042
    0
  8. #10041 Chankuma (@chansuju151137) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 12:48
    สงสรแบคตอนอยู่คนเดียวความคิดถึงนี้น่ากลัวจริงๆ แต่ว่าเย้ๆๆๆ!!'ได้อยู่ด้วยกันสักที ยัยฮอบบิทจะได้เลิกเหงา
    #10041
    0
  9. #10023 Rnave12 (@wahn_wkn) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 09:13
    เป็นตอนที่อ่านแล้วน้ำตาไหลทุกที งืมม
    #10023
    0
  10. วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 16:01
    หมันเขี้ยวแบคอ่ะ ฮืออออ
    #9975
    0
  11. #9967 มิสวาเลนไทน์ (@mrredgoodluck) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 07:36
    ให้ชานเป็นฝ่ายเลี้ยงบ้างเนอะแบค 555
    #9967
    0
  12. #9786 CLAIREY (@saranratchertam) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 03:03
    แบค...นี่นายจะน่ารักไปไหนน โอ๊ยย มันฟินมากกก ( ก.ไก่ล้านตัว )
    #9786
    0
  13. #9769 sapphire- (@pbcarrot-) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2559 / 23:13
    ดีต้อใจเหลือเกินนนนแง้งงงง
    #9769
    0
  14. #9752 byunbunny09 (@byunbunny09) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 13:24
    ไปอยู่ด้วยกันแล้วววว
    #9752
    0
  15. #9691 miniaraspring (@miniemint57) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 เมษายน 2559 / 16:40
    เย้ ได้อยู่ด้วยกันแล้ว
    #9691
    0
  16. #9670 ชานเซอร์ (@pcy_42) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 10:14
    จะได้ไปอยู่ด้วยกันเเล้วว เราดีใจจัง ????
    #9670
    0
  17. #9645 mamodictator (@mamodictator_13) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 18:58
    ไปอยู่ด้วยกันเลยจะได้เลิกคิดมากสักที แต่ก็ต้องระวังๆแหละเดี๋ยวความแตก ล็อคห้องไว้เลยนะ จะทำอะไรกันก็ให้มันเบาๆนะ 55555555555
    #9645
    0
  18. #9620 little daffodil (@wannyrenesmee) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:52
    จะได้อยู่ด้วยกันอีก ดีใจ
    #9620
    0
  19. #9617 litterrabbitza (@rabbitza) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:00
    ฮื้ออออ น่ารักจริงๆๆ โอ้ยย
    #9617
    0
  20. #9567 Kimji_sag (@Kimji_sag) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2558 / 01:02
    หลังจากประโยคนี้แล้วพวกนางก็ได้ดัน แท๊แด๊นนนนน!!
    #9567
    0
  21. #9538 xxmaarnficxx (@xxmaarnficxx) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2558 / 12:39
    ร้องไห้อีกเเล้ว?????
    #9538
    0
  22. #9503 NamPSBBH (@namnapatsamon) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 22:35
    ตอนต้นนี่ร้องไห้ไหลไม่หยุด อ่านไปร้องไห้ไป. พออ่านมาเรื่อยๆถึงตอนหลังๆ. แล้วยิ้มเลย. น่ารักๆๆๆ
    #9503
    0
  23. #9465 daraxx21 (@daraxx21) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กันยายน 2558 / 19:45
    น่ารักจัง ไรท์แต่งได้ครบเครื่องมากกก
    เรื่องฮานี่ที่1 ชอบมากเลยยยย
    นึกถึงแล้วยิ้มตลอดเว...
    #9465
    0
  24. #9450 พังพังพ๊อบ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 กันยายน 2558 / 22:39
    แย่มาก ตอนอ่านตอนที่ชานต้องกลับไปอยู่กับพ่อน้ำตาไหลหน่วงมาก แต่ตอนท้ายกับฟินส้ะ อือหือ ปรับอารมณ์ไม่ทัน
    #9450
    0
  25. #9430 หน้าผากปาร์คยูชอน (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 21:12
    ไรเตอร์ เราเสียใจอะ เราเพิ่งมาติดตาม EXO เมื่อวีคที่แล้ว

    แล้วเราก็เพิ่งเริ่มอ่านฟิคเอกโซ แล้วเราก็มาเจอเรื่องนี้ที่เราชอบมาก Y Y

    มากกกกกกกกกกก กอไก่ล้านตัว เราอยากได้เป็นเล่มแต่ก็ปิดโดนไป(นานมาก)แล้ว Y Y

    เศร้าอ่ะ ทำไงดี จะรีปริ้นท์รึเปล่า หรือมีเหลืออยู่รึเปล่าคะ อยากได้จริงๆนะ



    รบกวนแอดไลน์ kimmypooh
    #9430
    0