[EXO] "NERDY BOY" มนุษย์แบคฮยอน | CHANBAEK

ตอนที่ 14 : Chapter 13 :: My Only Hope (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,583
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 174 ครั้ง
    25 ธ.ค. 57

 

 

 

Chapter 13

My Only Hope

 



 

 

ถามหน่อยเถอะ...

 

มนุษย์ฮอบบิทมันไม่รู้จริง ๆ ใช่ไหมว่าการเป็นแฟนกันแล้วจะต้องมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมบ้าง? โอเค...ปาร์คชานยอลก็ไม่ได้ถึงขั้นอยากเดินจับมือถือแขนต่อหน้าคนอื่น แต่การที่ฮันซอนฮวาก็รู้อยู่เต็มอกว่ามีสาวใหญ่หุ่นเซ็กซี่ขยี้หัวใจกำลังเลี้ยงต้อยไอ้บ้านนอกอยู่ แต่ทำไมยังไปนั่งยิ้มอี๋อ๋อกันท่ามกลางสายตาผู้คนในโรงอาหารแบบนั้น

 

แล้วดูมันครับ? อย่าหาว่างู้นงี้เลยนะ เขาคิดว่ามนุษย์ฮอบบิทมันเป็นคนแผนสูงว่ะ ตอนนี้มันคงแกล้งปั่นหัวให้หึงอยู่ล่ะสิ จะบอกให้รู้ตรงนี้เลยนะครับว่าปาร์คชานยอลเป็นคนเก็บอารมณ์เก่ง ใจกว้างดุจมหาสมุทรทั้งโลกไหลมาเชื่อมกัน นี่ไม่ชอบบังคับใจใครด้วย ยิ่งโดยเฉพาะแฟนหูย...ไม่ต้องพูดถึง เพราะงั้นต่อให้มันพยายามจุดไฟสุมอกเขายังไงก็ไม่ได้ผล

 

 

ซะที่ไหนกันล่ะห่า!!!!

 

 

สายตามึงตอนนี้ยิ่งกว่าป้ายไฟที่เลื่อนคำด่าไปทางซ้ายจนกว่าถ่านจะหมด <- จงอิน

 

ลุกขึ้นตะโกนให้คนอื่นรู้ไปเลยว่ามันเป็นของมึงคนเดียว อย่ายอมนะเว้ยชานยอล! ไอ้ห่าขาดบ้านพี่พอไหวแต่ขาดนายพี่อยู่ไม่ได้จริง ๆ <- จื่อเทา

 

นางฟ้าก็นางฟ้าเถอะ เจอไฮยีน่าขี้เรื้อนระยะสุดท้ายอย่างเพื่อนกูเข้าไปก็ต้องถอยล่ะวะงานนี้ <- จงอิน

 

สัดพอ แต่ละสิ่งดี ๆ ทั้งนั้น

 

ชานยอลเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มแล้วมองไปยังเพื่อนสนิททั้งสองที่นั่งยิ้มขำราวกับว่าเรื่องที่เขาเป็นทุกข์มันน่าตลกเสียเต็มประดา โถ่ไอ้ชิบหาย พวกมึงไม่มีแฟนบ้างให้มันรู้ไปครับ กูขอสาปแช่งให้มึงสองคนหึงแฟนจนปวดกบาลเพราะหาทางบำบัดตัวเองไม่ได้

 

มึงคิดว่าซอนฮวาจะคุยอะไรกับไอ้บ้านนอกบ้างวะ? ชานยอลขมวดคิ้วเพ่งมองไปยังแฟน ของเขาอย่างไม่สบอารมณ์นัก ยิ่งตอนผู้หญิงสวยคนนั้นหันไปแปะมือกับไอ้เตี้ยราวกับว่าเรื่องที่คุยอยู่มันโดนใจนักหนาก็ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่

 

กูขอพากย์สด จื่อเทาเท้าศอกไว้กับโต๊ะแล้วเอี้ยวหน้าไปข้างหลัง สายตาจับจ้องไปยังกลุ่มนางฟ้าและคนแคระทั้งสี่พลางกระแอมไออะแฮ่ม

 

ชิ๊ง... จงอินทำเสียงประกอบพร้อมนิ้วมือที่รัวไปตรงหน้าเพื่อนตัวเขียว

 

แบคฮยอนจ๊ะ วันนี้ไปค้างบ้านฉันไหม <- จื่อเทา

 

เราไม่ไปหรอก แฟนเราขี้หึงมากแค่หายใจผิดจังหวะยังโดนตบเลย ขอโทษนะซอนฮวา <- จงอิน

 

อ๊าย นั่นแฟนหรือหมากันน่ะ? ไม่เอาน่าที่รัก เลิกกับผู้ชายเส็งเคร็งแบบนั้นแล้วมาคบกับฉันเถอะ ฉันมีนมนะ <- ไอ้เทา

 

ทำไมพูดออกมาได้หน้าตาเฉยอย่างนี้ล่ะ งั้นเราขอจับทั้งสองข้างเลยได้ไหม? <- ไอ้ห่าจงอิน

 

แล้วจังหวะที่พวกเวรนี่พากย์ก็ดันตรงกับสีหน้าท่าทางของสองคนนั้นเหลือเกิน แต่ปาร์คชานยอลมั่นใจว่าบทสนทนาทางฝั่งนั้นคงตรงกันข้ามกับไอ้สองตัวนี้อย่างแน่นอน

 

ได้สิ นมฉันใหญ่กว่าเป้ากางเกงแฟนนายอีก จับสนุกแน่รับรอง <- ไอ้เชี่ยเทา

 

จริงด้วย เต็มไม้เต็มมือ เราช๊อบชอบ

 

พอ!!!!”

 

 

 

กริบ...

 

 

 

สายตาเป็นร้อย ๆ คู่มองมาทางเด็กตัวสูงพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย จงอินกับจื่อเทาค้างอยู่ในท่าเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทที่อยู่สภาวะแข็งทื่ออย่างฉับพลันประหนึ่งโดนคำสาป มีเพียงสิ่งเดียวที่ขยับได้คือเปลือกตา มันกระพริบตามจังหวะก่อนจะกลอกมองไปรอบข้าง

 

หมอนั่นเป็นบ้าอะไรอีกล่ะ ซอนฮวาเอนศีรษะเล็กน้อยพลางกระซิบคนข้าง ๆ

 

ชานยอลอาจจะโมโหหิวมั้ง เขาเป็นอย่างนี้เสมอเวลารามยอนสุกช้าไม่ทันใจ

 

เหอะ นิสัยแบบนั้นชาตินี้คงหาแฟนได้หรอกนะ หญิงสาวมองเหยียดคนตัวสูงที่ยังคงยืนหัวโด่อยู่ที่เดิม

 

ถึงแม้หมอนั่นจะเล่าเรื่องผู้หญิงที่แบคฮยอนชอบให้ฟังจนแอบนึกซึ้งถึงบุญคุณไปเกือบห้านาทีก็เถอะ แต่พอมาคิดดูดี ๆ แล้วปาร์คชานยอลก็เป็นแค่ผู้ชายห่วยแตกที่ขายเพื่อนให้คนอื่นได้โดยไม่มีความละอายใจก็เท่านั้นแหละ

 

ในทีแรกคิดว่าจะหยุดความรู้สึกไว้แค่นี้ แต่พอได้ฟังเรื่องราวเบื้องหลังที่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยกลายเป็นว่ายิ่งให้ฮันซอนฮวาสนใจบยอนแบคฮยอนมากยิ่งขึ้น ก็ไม่ได้ชอบผู้ชายแบดบอยหรอกนะ แต่เธอชอบผู้ชายน่าค้นหา เพราะฉะนั้นฮันซอนฮวาจะไม่รีบร้อนเหมือนก่อนหน้านี้อีก เธอจะปล่อยให้ทุกอย่างมันค่อยเป็นค่อยไปเผื่อว่าวันนึงแบคฮยอนจะใจอ่อนสักวัน

 

 

12:12 PM  คิดถึงกูบ้างไหม

 

 

กดส่งแล้วเงยหน้ารอดูผล ไอ้บ้านนอกหยิบมือถือขึ้นมาทั้งที่แก้มสองข้างนั้นบวมตุ่ยเพราะข้าวเต็มปาก เห็นแล้วอยากเข้าไปหยิกแรง ๆ เหลือเกิน มนุษย์ฮอบบิทหันมาทางนี้แล้ว ชานยอลยักคิ้วกวนใส่แฟนป้ายแดงก่อนจะกำหมัดโชว์เป็นเชิงบอกว่าไม่พอใจที่ฮันซอนฮวานั่งใกล้มันจนแทบจะเข้าไปสิงอยู่แล้ว

 

 

ไอ้บ้านนอกที่รัก

หึงแล้วทำไมต้องถามว่าเราคิดถึงไหม  12:13 PM

 

 

นั่นไง...กวนส้นตีนกูละ

 

 

12:13 PM  ตามหลักแล้วมึงควรมานั่งกินข้าวกับกูป่ะวะฮอบบิท

12:13 PM  สะกดคำว่าแฟนออกไหม ไหนบอกว่าจะไม่ให้ความหวังใคร

12:14 PM  มึงมันคนลวงโลก

12:14 PM  

 

 

ไอ้บ้านนอกที่รัก

ก็เพื่อนเราไม่ชอบหน้าชานยอลอ่ะ  12:14 PM

จงแดบอกว่าจะให้นั่งโต๊ะเดียวกับชานยอลเขายอมเอา

คอไปงัดตูดหมาตายซะยังจะดีกว่า   12:14 PM

 

 
 

ซั้ซ!!! งั้นปล่อยให้มันตายห่าไปซะ!!!

 
 

 

ไอ้บ้านนอกที่รัก

ไม่เอาแต่ใจนะ โอ๋เอ๋  12:15 PM

  12:15 PM

เราก็นั่งเรียนด้วยกันอยู่แล้วนี่ ชานยอลยังจะเอาอะไรอีก  12:15 PM

 

 

 

มันก็จริงที่ไอ้บ้านนอกย้ายมานั่งข้าง ๆ เขาแล้วหลังจากให้ไอ้จงอินย้ายขึ้นไปนั่งแทนที่ไอ้ซองแจที่ช่างมีน้ำใจย้ายไปนั่งริมหน้าต่างให้ ตอนแรกมันไม่ยอมมาว่ะ เลยโชว์โหดเดินไปเอากระเป๋ามันมาแบบหน้าด้าน ๆ นี่แหละ เด็กหนุ่มยังจำสีหน้าไอ้บ้านนอกตอนมาทวงของคืนได้เป็นอย่างดี

 

ตอนที่คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันกับริมฝีปากยู่ลงตอนพยายามยื้อดึงกระเป๋าไปจากเขา ไม่มีแม้แต่ความสงสารเห็นใจ ชานยอลรู้แค่ว่าการแกล้งมนุษย์ฮอบบิทมันเป็นเรื่องสนุก และนั่นแหละ สุดท้ายชัยชนะก็เป็นของเขา

 

 

12:16 PM  อืม

 

 

ไม่อายหรอกที่ไอ้จงอินจะมองหน้าเขาด้วยสายตาเอือมระอากับนิสัยขี้งอนไร้สาระของเขา เด็กหนุ่มคิดว่าการน้อยใจแฟนมันเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้เสมอตราบใดที่ปาร์คชานยอลยังคงให้ไอ้บ้านนอกเป็นคนสำคัญอันดับหนึ่ง

 

สาบานให้ตายว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยงี่เง่าน้อยใจแฟนแบบนี้มาก่อน มันก็คงเหมือนอย่างที่ไอ้จงอินเคยบอกนั่นแหละว่าคงเป็นความเห่อ แต่ถ้านานไปกว่านี้อาการยังไม่ดีขึ้นก็แสดงว่าไอ้อาการเห่อแปรเปลี่ยนเป็นความกลัวไปแล้ว

 

 

กลัวว่าจะถูกแย่งความสำคัญไป

 

 

มากไปก็ไม่ดีหรอกมึง รักเขาก็เว้นพื้นที่ส่วนตัวให้กันบ้าง ถ้ามึงล้ำเส้นเกินไปแบคฮยอนจะอึดอัดเข้าสักวัน ไอ้จงอินว่าก่อนจะเขย่าน้ำแข็งในแก้ว

 

ผู้ชายไม่เหมือนผู้หญิงนะเว้ยเพื่อน ถึงเด็กใหม่มันจะหงิม ๆ แต่กูว่ามันก็น่าจะมีความรำคาญเหมือนกัน ไอ้เทาเสริม

 

กูก็พยายามอยู่ พอรู้ตัวทีไรก็งี่เง่าทุกทีเลยว่ะ เวรเอ้ย ทำไมกูไม่เกิดเป็นผู้หญิงให้รู้แล้วรู้รอดไปซะเลยวะ เด็กตัวสูงถอนหายใจ ซึ่งจงอินเพียงแค่ยิ้มขำแล้วส่ายหน้าเบา ๆ

 

มึงก็อย่าฝืนตัวเองมาก พวกแก๊งคนแคระนั่นก็แค่เพื่อนที่โรงเรียน ก็มีแค่มึงที่รู้จักตัวตนแบคฮยอนมากที่สุด มึงน่าจะรู้ดีว่ามันเป็นคนยังไง ถ้ามันจะชอบซอนฮวาก็คงไม่มาชอบเอาตอนตัดสินใจคบกับมึงหรอกห่า มันจะปฏิเสธเธอไปเพื่ออะไรคิดสิคิด

 

 

เออ...ไอ้จงอินมันพูดถูก

 

 

ขนาดมึงยังไม่มั่นใจในตัวมันเลย แล้วงี้จะไปกันรอดเหรอวะ แทนที่จะคบกันแบบผู้ใหญ่ แต่มึงทำให้ความรักของมึงสองคนเป็นความรักแบบเด็ก ๆ

 

ฟังไว้ พระเอกต้องพูดหล่อ ๆ อย่างนี้ จื่อเทาชี้นิ้วไปยังเพื่อนสนิทที่นั่งทำหน้าเรียบเฉยอยู่ข้าง ๆ

 

แล้วกูจะไปรู้ไหมว่าความรักแบบผู้ใหญ่มันเป็นยังไง? ชานยอลเลิกคิ้วมองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เขาไม่เคยเข้าใจคำว่าผู้ใหญ่ ตราบใดที่ใบหน้าของพ่อกับแม่ผุดเข้ามาในหัว

 

พ่อกูเคยบอกว่าเขาเชื่อใจแม่ ถึงต่างคนจะทำงานหนักไม่ค่อยได้เจอกัน แต่ทุกครั้งที่มีเวลาให้ครอบครัว เขาสองคนจะใช้เวลาอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข โดยที่ไม่มีใครงี่เง่าพูดว่าทำไมคุณถึงทำแต่งานล่ะ ไม่สนใจฉันบ้างเลยพ่อบอกว่าแรก ๆ มันอาจจะยากหน่อยตอนที่ต้องห่างกันไปนาน ๆ เป็นอาทิตย์ แต่พอคิดว่าความยากลำบากทั้งหมดมันจะทำให้กูสบาย มันคือเหตุผลที่ทำให้พ่อกับแม่กูห่างกันได้โดยที่ไม่มีใครต้องรู้สึกแย่

 

แต่ครอบครัวที่ไม่มีเวลาให้กัน มันจะเรียกว่าครอบครัวได้ไงวะ? เป็นอีกครั้งที่ชานยอลใส่อารมณ์กับเรื่องนี้ เขาไม่เห็นด้วยกับไอ้จงอินเลยสักนิดที่มันเหมารวมว่าความรักแบบผู้ใหญ่จะต้องเป็นเหมือนครอบครัวมัน ตราบใดที่ยังไม่ได้เห็นการใช้ชีวิตในบ้านของเขา

 

เรื่องนี้กูขอบาย จื่อเทายกมือขึ้นทั้งสองข้าง เพราะเขาเป็นคนเดียวในกลุ่มที่ครอบครัวอยู่ด้วยกันแทบจะตลอดเวลา

 

ก็แค่อยู่กันด้วยความเข้าใจ ถ้าตอนนี้มึงไม่เข้าใจในสิ่งที่กูพูด มึงก็แค่ลองคิดตาม ส่วนจะทำหรือไม่ทำตามก็แล้วแต่มึง

 

...

 

ถ้าอยากคบแบบเด็ก ๆ ก็เชิญงี่เง่าต่อไป แต่กูขอเตือนไว้ก่อนว่าถ้ามึงยังเป็นแบบนี้ ไม่มันก็มึงต้องเป็นฝ่ายอึดอัดจนอยากเลิกเข้าสักวัน

 

...

 

จำไว้นะ ว่าถ้าเมื่อไหร่มึงนึกถึงแต่ความรู้สึกตัวเอง มันคือความเห็นแก่ตัว ไม่ใช่ความรัก

 

 

 

 

ยกขึ้นหมดเลยใช่ไหมครับพี่สาว

 

อ่า...จ๊ะ รบกวนด้วยนะ

 

ไม่เป็นไรครับ ช่วยกันจะได้เสร็จไว ๆ นะ

 

พี่โบรายิ้มขำขณะมองไปยังคนตัวเล็กที่กำลังยกเก้าอี้ขึ้นไว้บนโต๊ะอย่างขะมักเขม้น ส่วนชานยอลเพียงแค่หันไปมองเป็นระยะระหว่างล้างแก้วอยู่หน้าซิงค์ เด็กตัวสูงยังคงรู้สึกแย่กับเรื่องเมื่อตอนกลางวัน มันไม่ใช่เรื่องที่ซอนฮวาไปนั่งข้าง ๆ ไอ้บ้านนอก แต่มันคือเรื่องความรักแบบผู้ใหญ่ที่เขาไม่เคยเข้าใจ

 

พนักงานคนอื่น ๆ เก็บของกลับบ้านแล้ว ตอนนี้เหลือแค่พี่โบราที่ยังทำบัญชีรายวันและเขาที่ต้องล้างแก้วและปัดกวาดเช็ดถูร้าน ทั้งที่คิดว่าคงได้กลับดึกแต่ไอ้บ้านนอกกลับโผล่หน้าเข้ามาแล้วถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม แค่นั้นแหละหน้าที่ทำความสะอาดร้านเลยกลายเป็นของคนตัวเล็กไปโดยปริยาย

 

พี่โบรา

 

หืม?

 

ทำไมพี่ถึงเลิกกับแฟน

 

หยาบคายนะเนี่ย ใครเขาใช้ให้ถามผู้หญิงที่ถูกทิ้งแบบนี้ยะ? ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่น้ำเสียงของหญิงสาวกลับอยู่ในโทนสบาย ๆ

 

ผมแค่อยากฟังมุมมองความรักจากคนอื่นบ้างน่ะ ถ้าพี่ไม่สบายใจก็ไม่ต้องเล่าก็ได้ ผมขอโทษนะ

 

เฮ้ยพี่ล้อเล่น พี่ไม่ได้ซีเรียสอะไร เธอหัวเราะ มันเป็นช่วงที่เราเริ่มมีมุมมองชีวิตที่ต่างกัน จะว่ายังไงดีล่ะ บางทีแค่ความรักมันก็คงไม่พอ

 

อือ

 

เจ้านายส่งเขาไปสังกัดหน่วยงานที่ต่างประเทศ มันเลยทำให้เป็นจุดเปลี่ยนของเรา พี่ยังจำสีหน้าตอนหมอนั่นมาถามความเห็นพี่ได้ดีเลย ทั้ง ๆ ที่ก็มีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้วแต่เขาก็เลือกที่จะถาม

 

เขาตั้งใจจะไปอยู่แล้วน่ะเหรอ?

 

ใช่ เขาก็แค่แสดงออกให้เห็นว่ารู้สึกผิดเลยถามว่าพี่จะรู้สึกยังไง พี่จะอยู่ได้ไหมถ้าเกิดว่าวันหนึ่งเขาจะต้องไป แต่มันก็แค่คำพูดที่เหมือนโล่กำบังที่ทำให้ตัวเขายังดูเป็นคนดีอยู่

 

เขาเลือกงานมากกว่าพี่สินะ

 

ตอนแรกพี่ก็โกรธเขานะ ช่วงนึงพี่กลายเป็นผู้หญิงหน้าโง่ที่คิดว่าความรักจะเอาชนะระยะทางได้ แต่ก็นั่นแหละ...เด็กหนุ่มได้ยินเสียงถอนหายใจเบาหวิว ถึงแม้ว่าพี่โบราจะดูเข้มแข็งในสายตาใคร ๆ แต่เขาเชื่อว่าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างเธอก็คงผ่านเรื่องราวเจ็บปวดมามากเหมือนกัน แต่พอมาคิดดูดี ๆ แล้วอนาคตความก้าวหน้ามันอาจจะอิ่มท้องกว่าความรักก็ได้

 

ทำไมพี่ไม่ย้ายไปอยู่กับเขาล่ะ ถ้าย้ายไปทำงานถึงต่างประเทศได้เขาก็ต้องมีเงินเลี้ยงดูแฟนได้เหมือนกันสิ

 

ถ้าพี่ไป พี่ก็คงไม่รู้ว่าหมอนั่นไม่ได้จริงจังกับพี่เลยน่ะสิ

 

...

 

แค่ไม่กี่เดือนฮีก็ควงแหม่มถ่ายรูปลงอินสตราแกรมแล้วจ้า เขาคงคิดว่าผู้หญิงหน้าโง่ที่อยู่โซลคงไม่รู้เพราะพี่ไม่เล่นโซเชียลเลย แต่พอเขาไปพี่ก็เหงาเลยอยากลองหัดเล่น พอมีคนสอนเล่นก็ลองแอดไปเรื่อยจนเจอเพื่อนที่บริษัทของเขา แล้วมันก็เป็นเรื่องบังเอิญที่พี่ดันเห็นหมอนั่นกดไลค์รูปแฟนพี่กับสาวแหม่มน่ะสิ โบราพูดกลั้วหัวเราะ เด็กหนุ่มได้แต่สงสัยว่าผู้หญิงคนหนึ่งจะมีความเข้มแข็งถึงขนาดไหนถึงได้กล้าพูดเรื่องความเจ็บปวดของตัวเองให้กลายเป็นเรื่องตลกได้

 

โคตรเหี้ย

 

มาก พี่สาปแช่งให้มันเป็นเอดส์ตายแบบรายวันเลยล่ะ... โบราหันมาหรี่ตาขยับปากพูดเบา ๆ ราวกับว่าจะให้ได้ยินกันแค่สองคน สุดท้ายเธอก็ยิ้มออกมาอีกครั้งแม้ว่าเขาจะยังคงมีสีหน้าไม่ต่างจากในทีแรก

 

ถ้านายมีแฟน ก็ช่วยซื่อสัตย์กับเธอทีนะ

 

...

 

ถ้าหมดรักก็บอกกับเธอไปตรง ๆ เลย ผู้หญิงอาจจะน่ารำคาญหน่อยตอนที่ร้องไห้ฟูมฟาย โวยวายงี่เง่า แต่ให้เธอเจ็บกับความจริงดีกว่าให้เจ็บกับคำโกหกหวาน ๆ เพราะยังไงสักวันหนึ่งเธอก็ต้องรู้ความจริงอยู่ดี โบราถอนหายใจทางริมฝีปากก่อนจะเสยผมขึ้น อย่างน้อยมันก็ทำให้นายเป็นลูกผู้ชายที่กล้าเลือกสักคนแทนที่จะคบซ้อนเพราะไม่อยากเสียใครไป

 

ครับ

 

สำหรับพี่นะ การที่เราหมดรักใครสักคนมันไม่ใช่เรื่องที่ผิดหรอก เราก็แค่ไม่หลงเหลือความรู้สึกแบบนั้นแล้ว แต่ถ้าจะผิดก็คือการหลอกให้อีกคนเชื่อว่าเรายังรักเขาอยู่

 

ผมจะไม่ทำแบบนั้นเด็ดขาด

 

ดีมาก ถ้าไม่เข้าใจผู้หญิงก็ให้ถาม อย่าคิดเอาเองล่ะเข้าใจไหม?

 

แหงอยู่แล้ว

 

ทั้งคู่หัวเราะออกมาพร้อมกัน ร่างเล็กค้างอยู่ในท่ายกเก้าอี้พลางมองไปทางชายหญิงสองคนที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ด้วยความสงสัย เพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่ชานยอลหันมาสบตากัน แบคฮยอนไม่รู้หรอกว่าเรื่องอะไรที่ทำให้ผู้ชายคนนั้นยิ้มได้ เพราะในที่สุดแล้วมันก็ทำให้เขายิ้มตามอย่างไร้เหตุผลอยู่ดี

 

 

 
 

50%

 

 

 

 

ล็อกประตูดี ๆ ด้วย

 

ตั้งใจกลับนะพี่ เดินอย่างมีสติ ถ้ามีใครแอบย่องตามไปให้รีบโทรหาผมเลยนะ

 

จ๊ะพ่อคุณ โบรายิ้มพร้อมโบกมือลารุ่นน้องก่อนจะดึงยางรัดผมออกแล้วรวบตึงขณะเดินไปตามฟุธปาต ชานยอลกลับเข้ามาในร้านพลางมองไปยังคนตัวเล็กที่นั่งทำการบ้านอยู่บนเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์บาร์ไม้ติดกระจกใส

 

หิวยัง

 

หิวมาก ๆ ยังมีอะไรต้องทำอีกไหมเดี๋ยวเราช่วย แบคฮยอนละสายตาจากการบ้านแล้วหันไปทางคนตัวสูงที่ยืนอยู่หลังตู้เค้ก ชานยอลส่ายหน้าเป็นคำตอบแล้วทำมือปัด ๆ เป็นเชิงบอกให้เขาทำการบ้านต่อไป

 

ย่อตัวลงพลางเลื่อนกระจกตู้เค้กออก ของหวานหลากหลายรสชาติถูกตกแต่งให้ต่างกันวางเรียงอย่างสวยงาม เมื่อก่อนชานยอลไม่ได้สนใจเลยด้วยซ้ำว่ามันจะลำบากแค่ไหนกว่าจะได้มาเป็นเค้กสักปอนด์ พี่โบราเล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนเจ้าของร้านเข้ามาทำเค้กอาทิตย์ละสองครั้ง แต่พออายุมากขึ้นเธอก็ทำเค้กอยู่บ้านแล้วให้เด็กไปเอามาลงที่ร้านแทน

 

ตอนฟังขั้นตอนการทำชิฟฟ่อนเค้กนี่รู้สึกเหมือนเปิดโลก ถึงจะไม่ได้เห็นกับตาแต่เด็กหนุ่มคิดว่ามันต้องยากมากแน่ ๆ เพราะแค่การตัดเค้กให้ได้ปอนด์ละแปดชิ้นแบบเท่า ๆ กันโดยที่ไม่ให้ชิ้นไหนชิ้นเล็กหรือใหญ่เกินไปก็ว่ายากแล้ว ไหนจะต้องเอามันไปวางบนฟอยล์ฐานรองโดยไม่ให้เค้กล้มอีก ชั่วโมงนั้นปาร์คชานยอลถึงได้รู้ว่ากว่าจะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่เด็กหนุ่มก็รู้สึกดีกับมัน

 

ดับเบิ้ลช็อกโกแลตมัฟฟิ่นคือสิ่งที่หยิบติดมือออกมา เทียนวันเกิดหลากสีอยู่ในเก๊ะข้างตู้แช่ เด็กหนุ่มใช้เวลาเลือกอยู่แค่ครู่เดียวสุดท้ายก็สุ่มหยิบขึ้นมาหนึ่งสีพร้อมไฟแช็ก

 

...

 

แบคฮยอนละสายตาจากสมุดเมื่อจู่ ๆ ไฟก็ดับลง มีแค่แสงสว่างจากเสาไฟข้างนอกเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่ทำให้เขามองเห็นความมืดในร้านได้ คนตัวเล็กเอี้ยวหน้าหันกลับไปและเป็นจังหวะเดียวกับที่แว่นของเขาถูกถอดออกก่อนที่ดวงตาทั้งสองข้างจะถูกปิดโดยมือของใครอีกคน

 

โอ๊ะ

 

ยกมือขึ้นจับข้อมือแกร่งไว้อย่างประหลาดใจ เพียงแค่ครู่เดียวชานยอลก็ค่อย ๆ คลายมือออก และสิ่งที่ให้ความสว่างในตอนนี้คือเทียนเล็ก ๆ เล่มหนึ่งที่ถูกปักอยู่ตรงกลางมัฟฟิ่นดับเบิ้ลช็อกโกแลตตรงหน้า

 

ชานยอลเท้ามือข้างหนึ่งลงบนเคาน์เตอร์บาร์ก่อนที่มืออีกข้างจะวางลงบนศีรษะคนตัวเล็ก เขาเห็นว่าไอ้บ้านนอกหยุดสายตาคู่นั้นไว้กับเปลวเทียนก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเขา

 

เห็นบอกว่าไม่ได้จัดงานวันเกิดมานานแล้ว และกูก็จำเหตุผลที่มึงเคยบอกได้ แต่ไม่เป็นไรนะ เด็กตัวสูงลูบหัวอีกคนเบา ๆ แน่นอนว่าวันนี้ไม่ใช่วันเกิดของไอ้บ้านนอก และเพราะว่าไม่ใช่ชานยอลถึงได้อยากให้อีกคนรู้สึกดีกับการเป่าเทียนอีกสักครั้ง

 

แต่ว่า...

 

มันไม่ใช่ความผิดของมึง เลิกโทษตัวเองเถอะ

 

...

 

กูว่าเขาคงไม่อยากให้มึงต้องรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตหรอกชานยอลกำลังพยายามทำความเข้าใจกับความรักที่เขาเพิ่งจะเริ่มต้นรู้จักกับมันหลังจากรับฟังมุมมองจากคนอื่น เด็กหนุ่มเข้าใจผิดมาตลอดว่าความรักมันคงเริ่มต้นตั้งแต่ตอนที่ไม่ได้รู้สึกรังเกียจการเข้าใกล้ไอ้บ้านนอก จนกระทั่งแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกดี ๆ ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่รู้ตัวว่ามันตั้งแต่เมื่อไหร่

 

 
 

ซึ่งความจริงแล้วมันไม่ใช่อย่างนั้นเลย นี่ต่างหากจุดเริ่มต้นที่แท้จริง

 
 

 

...

 

กูเชื่อว่าวันที่มึงเกิดคือวันที่เขาดีใจมากที่สุด มือของชานยอลที่คอยปลอบโยนด้วยการลูบหัวเขาเบา ๆ นั้นมันทำให้เขาอบอุ่นหัวใจเหลือเกิน ร่างเล็กพยักหน้าทุกคำพูดของคนตัวสูงและแบคฮยอนก็คิดอย่างนั้นเป่าสิ เดี๋ยวน้ำตาเทียนก็หยดลงไปโดนหน้ามัฟฟิ่นหรอก

 

เห็นมันทำหน้าหงอยแล้วก็สงสาร แต่เขาชอบตรงที่ต่อให้มันเศร้าแค่ไหนก็ห้ามน้ำตาไว้ได้ อีกทั้งเรื่องเก็บอาการและสีหน้า ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาก็มีแค่ครั้งเดียวที่เด็กหนุ่มคิดว่ามนุษย์ฮอบบิทมันโกรธสุด ๆ ก็ตอนที่เขายืมเงินมันไปจ่ายค่าแทงบอลนั่นแหละ

 

ไอ้บ้านนอกมันไม่ใช่คนที่เอะอะร้องไห้งอแง ถึงมันจะเตี้ยหรือที่ไอ้จงอินเรียกว่า ตัวเล็กก็เถอะ แต่ในความรู้สึกเขา...ไม่มีใครตัวเล็กใจใหญ่เท่าไอ้หมอนี่อีกแล้วล่ะ ถ้าไม่ใช่เรื่องครอบครัว หรือเรื่องแทงใจจนทำให้ความทุกข์มันอัดแน่นจนทะลัก น้ำตาของมันก็คงไม่ไหลออกมาง่าย ๆ

 

อันนี้ไม่เสียเงินเหรอ

 

ของเหลือ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็โล๊ะลงถังขยะแล้ว โกหกหน้าด้าน ๆ มัฟฟิ่นชิ้นนี้เขาได้ราคาพนักงานซึ่งจะถูกหักค่าแรงทีหลัง แต่ถ้าบอกไปก็กลัวว่าจะไม่หล่ออีก เพราะงั้นวิถีคนถ่อยดูท่าว่าจะเข้ากับปาร์คชานยอลที่สุดแล้ว

 

เด็กหนุ่มยีหัวทุยจนยุ่งเหยิง แน่นอนว่ามันไม่ได้ทำให้ความน่ารักของแฟนป้ายแดงของเขาลดลงเลยสักนิด ก็ดีแหละกู หลงเอาหลงเอาแบบนี้สักวันคงได้สำลักไอ้บ้านนอกตาย

 

แบคฮยอนมองมัฟฟิ่นปักเทียนแล้วหายใจเข้าลึก ๆ มันก็นานมากแล้วที่เขาไม่ได้เป่าเค้ก และถึงมันจะเป็นมัฟฟิ่นราคาแค่ไม่กี่วอนแต่ก็ทำให้หัวใจที่เคยเหี่ยวเฉาถูกเติมเต็มได้เพราะมันมาจากผู้ชายคนนี้ สำหรับคนอื่นชานยอลอาจจะเป็นคนป่าเถื่อน พูดจาขวานผ่าซากฟังไม่ได้ แต่สำหรับแบคฮยอนแล้วคน ๆ นี้เป็นคนดีที่เอาใจใส่เขาแม้กระทั่งเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งหลายคนมองข้ามไป

 

แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นสบตากับแฟนของเขา เห็นคิ้วหนาเลิกขึ้นเป็นเชิงบอกให้จัดการกับเทียนโง่ ๆ เล่มนี้สักที นั่นแหละคนตัวเล็กถึงได้โน้มหน้าลงไปเป่าเทียนก่อนจะขมวดคิ้วเพราะเป่ายังไงมันก็ไม่ดับ เด็กตัวสูงยิ้มขำแล้วนั่งลงเก้าอี้ตัวข้าง ๆ เพื่อดูใบหน้าของไอ้บ้านนอกที่กำลังพยายามเป่าเทียนให้ดับอย่างตั้งใจ

 

เร็ว ๆ ดิวะ

 

มันไม่ดับอ่ะ

 

เทียนจะไม่ดับได้ไง เป่าอีกทีดิ พยักเพยิดหน้าสั่งให้คนตัวเล็กจัดการกับเทียนอีกครั้ง

 

ทำไมมันไม่ดับล่ะชานยอล

 

ซื่อบื้อ แค่เป่าเทียนให้ดับยังทำไม่ได้แล้วอนาคตจะทำมาหาแดกอะไรวะ

 

มันไม่ดับจริง ๆ นะไม่เชื่อมาเป่าดูได้เลยอ่ะ แบคฮยอนเบ้หน้ามองคนข้าง ๆ แล้วชี้เทียนที่ปักอยู่กับมัฟฟิ่น

 

ตลกแล้ว ไฟมันก็แค่นี้ ยิ้มขำแล้วสวมแว่นกลับเข้าไปให้ ไอ้บ้านนอกขยับปากบ่นงุบงิบเพราะเขาแสดงท่าทางออกมาอย่างชัดเจนว่าไม่เชื่อ แหงล่ะ...ก็เทียนที่หยิบมามันเป็นเทียนแบบเป่าไม่ดับ...

 

ชานยอลไม่เชื่อเรานี่ คอยดูนะคอยดู เด็กตัวสูงเบือนหน้าหลบไปอีกทางพลางยกมือขึ้นป้องปากหัวเราะทันทีที่เห็นไอ้บ้านนอกของเขาโกยอากาศเข้าเต็มปอดแล้วเป่าเทียน แต่ก็นั่นแหละ...มันก็ยังไม่ดับอยู่ดีชานยอลช่วยเป่าหน่อยสิ เราเหนื่อยแล้วอ่ะ...

 

จะให้ช่วยยังไงครับฮอบบิท นี่เค้กวันเกิดย้อนหลังที่กูอุตส่าห์ตั้งใจให้นะ

 

ตั้งใจตรงไหน มันคือเค้กของฟรีที่รอถูกโยนทิ้งถังขยะวันพรุ่งนี้ต่างหาก

 

แต่กูก็เอามาให้มึงกินก่อนที่มันจะเสียป่ะวะ ไหนบอกว่าให้ประหยัดเงิน นี่กูพยายามเป็นคนดีเพื่อที่จะเอาชนะใจมึงเลยนะไอ้บ้านนอก หรืออยากจัดบลูเบอร์รี่ชีสเค้กสักสามปอนด์?

 

ขี้ประชดจัง

 

เพราะมึงนั่นแหละ ผลักหัวไปเบา ๆ ทันทีที่พูดจบ ไอ้บ้านนอกอมยิ้มแล้วทำปากจู๋เป่าเทียนเบา ๆ พร้อมขยับปากพึมพำเบา ๆ ว่าดับสิ...ดับเร็ว... อยู่นั่น

 

กระจอก

 

เฮ้อ ไอ้บ้านนอกยกมือขึ้นกุมขมับเหมือนคนทุกข์ใจที่ไม่สามารถจัดการเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการเป่าเทียนให้ดับได้ คนตัวเล็กรู้สึกว่าชีวิตมันยากเหลือเกิน หรืออาจจะเป็นคำสาปจากเทพสักองค์ที่กำลังใช้ไสยศาสตร์ล้อเล่นให้เขากลัวอยู่ก็ได้  เราไม่เป่าแล้วได้ไหมอ่ะ

 

 

บ้าเอ้ย ไอ้บ้านนอกมันไม่รู้จักเทียนเป่าไม่ดับจริง ๆ เหรอวะ

 

 

ไหวเปล่าหนู แกล้งดึงหูเล็กเบา ๆ ก่อนจะเลื่อนมือลงมาวางบนไหล่เล็ก

 

เราทำสมาธิอยู่

 

ทำไปแล้วก็ฟังกูพูดด้วย มนุษย์ฮอบบิทพยักหน้าหงึกทั้งที่ยังเพ่งมองเทียนเล่มนั้นหวังเอาชนะวันอาทิตย์นี้ไปเที่ยวกัน

 

เที่ยวไหน

 

อยากไปไหนล่ะ

 

เราอยากนอนอยู่บ้านทั้งวันจนกว่าจะหายง่วง

 

มึงตลกป่ะเนี่ย? ไม่เคยมีความคิดจะไปด่งไปเดทกับแฟนหนุ่มสุดหล่อบ้างเลยใช่ไหมหื้อ...อ้าวเฮ้ย?!” เลิกคิ้วมองคนตัวเล็กที่จู่ ๆ ก็เอานิ้วบี้เปลวไฟจนดับอย่างไม่กลัวความร้อน หนำซ้ำมันยังหันทำหน้าตาเฉยใส่เขาอีกด้วย

 

ดับแล้ว

 

ทำบ้าไรครับฮอบบิทคุง?

 

ก็มันเป่าไม่ดับสักทีนี่ เราต้องคิดวิธีใหม่ถ้าทฤษฏีเดิม ๆ มันใช้ไม่ได้แล้ว ถึงบางครั้งจะหลุดออกนอกกรอบหลักการบ้าง แต่ก็เพื่อความสำเร็จ ดูมันครับ...แค่เป่าเทียนโง่ ๆ มึงยังยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดได้อีกนะ ไฟแค่นี้ไม่เจ็บ ไอ้บ้านนอกหนีบนิ้วกลางนางก้อยลงเพื่อให้อีกคนดูอีกสองนิ้วที่เหลือ

 

ถ้าบวมขึ้นมาแล้วกูจะขำให้

 

ไม่จริงหรอก ชานยอลต้องจับมือเรามาอย่างงี้ แล้วก็บ่น ๆ ๆ ตอนช่วยทายาให้ คนตัวเล็กทำท่ากระชากมือตัวเองแถมยังทำหน้าโหดขยับปากบ่นเลียนแบบเขาอีก เด็กตัวสูงไม่ได้หัวเราะ เขาเพียงแค่อมยิ้มกับท่าทางกวน ๆ ของคนตรงหน้าก่อนจะดึงมือนั้นมาดูใกล้ ๆจริง ๆ ด้วย

 

พูดมากจังมึงเนี่ย

เล่าต่อสิว่าชานยอลอยากไปเที่ยวที่ไหน

 

อยากไปเดินห้างไหม?เด็กตัวสูงสบตากับอีกคนเพื่อขอความเห็น แบคฮยอนนิ่งไปครู่หนึ่งพลางขมวดคิ้ว

 

ตากแอร์ฟรีเหรอ

 

ไม่ใช่อย่างนั้นดิ กูหมายถึงเดินเล่น ดูหนัง กินข้าวกันไรงี้

 

อ๋อ... ไอ้บ้านนอกอ้าปากพยักหน้า นั่นแหละเขาถึงได้โล่งใจขึ้นมาหน่อย อย่างน้อยปาร์คชานยอลก็ไม่ต้องพยายามอธิบายให้มันมากกว่านี้ทำไมเราต้องออกไปสนุกสุดเหวี่ยงกันในวันอาทิตย์เพื่อที่จะกลายเป็นคนจนในวันจันทร์ด้วยล่ะชานยอล

 

...

 

...

 

 

 

พี่ถึงกับตึงเลยทีเดียว...

 

 

 

งั้นไปที่ ๆ ไม่ต้องใช้เงินก็ได้

 

มีด้วยเหรอ แค่ออกไปปากซอยก็เสียเงินแล้ว

 

เดี๋ยวกูจ่ายเองโอเค๊?!!!” เลิกคิ้วมองหาเรื่องคนตัวเล็กที่เอาแต่ยกเหตุผลร้อยแปดมาอ้างอยู่ได้ ไอ้บ้านนอกนิ่งไปขณะสบตากัน และเพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นที่ปาร์คชานยอลปล่อยให้ความหงุดหงิดครอบงำ เพราะสุดท้ายแล้วอารมณ์เหล่านั้นก็จางหายไปทันทีที่คนตรงหน้าลุกขึ้นยืนแล้วเข้ามากอดเขา

 

โอ๋เอ๋ ไม่โมโหนะ

 

ไรมึง

 

อุตส่าห์มัฟฟิ่นวันเกิดมาให้เราทั้งที วันนี้ต้องมีแต่คนอารมณ์ดี

 

แล้วหมาตัวไหนทำให้กูงิดล่ะคะ แกล้งกระแดะดิ้นนิดหน่อยทำท่าจะผละอ้อมกอดออกแต่ไอ้บ้านนอกกลับออกแรงรัดเขามากยิ่งขึ้น นี่มึงแรงควายขนาดนี้เลยเรอะฮอบบิท!!!

 

ฮึ่บ!”

 

เดี๋ยวกูจับทุ่ม

 

ชานยอลกอดเราบ้าง เป็นครั้งแรกที่แบคฮยอนรู้สึกว่าตัวสูงกว่าชานยอลถ้าไม่นับตอนเปลี่ยนหลอดไฟ การเป็นคนตัวสูงนี่มันดีจริง ๆ เลยอ่ะ

 

ไม่กอด

 

กอดหน่อย

 

ไม่

 

ชานยอลอย่างอนสิ เดี๋ยววันอาทิตย์เที่ยวไม่สนุกนะเด็กตัวสูงอมยิ้มเมื่อในที่สุดความพยายามชวนเดทนอกสถานที่ก็เป็นผลสำเร็จหลังจากเกลี้ยกล่อมมันจนหน้าแหกไปหลายยก

 

แขนแกร่งทั้งสองข้างยกขึ้นกอดรอบเอวคนตัวเล็กที่กำลังเอนตัวไปมาราวกับว่ากำลังโอ๋เด็ก ซึ่งปาร์คชานยอลก็คิดว่าเขาเป็นเด็กทารกจริง ๆ นั่นแหละ โดยเฉพาะเวลาเรียกร้องความสนใจจากแฟน

 

เราเกิดหกพฤษภา แล้วชานยอลล่ะเกิดวันที่เท่าไหร่ เดือนไหน

 

ยี่สิบเจ็ดพฤศจิกา

 

ชานยอลเกิดท้ายปีเหรอ งี้ต้องเรียกเราว่าพี่แบคฮยอนนะ

 

ฝันไปเถอะ

 

จนถึงตอนนี้ทั้งสองคนก็ยังไม่ผละตัวออกจากกัน ท่ามกลางความมืดภายในร้านที่มีกลิ่นเมล็ดกาแฟอ่อน ๆ คละคลุ้งอยู่โดยรอบเพิ่มความอบอุ่นให้กับอ้อมกอดของเด็กหนุ่มทั้งสองคนที่กำลังใช้เวลาเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

 

ถึงจะมีความหวาดกลัวอยู่มากมาย แต่เขาจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่ไอ้บ้านนอกต้องการให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นคนรัก เพื่อน หรือครอบครัว แน่นอนว่าเขาจะพยายามอย่างถึงที่สุด

 

นี่

 

ร่างเล็กผละอ้อมกอดแล้วก้มลงมองอีกคนที่หยิบกระเป๋าเงินสีดำออกมา สภาพของมันเยินนิดหน่อย บ่งบอกว่าชานยอลคงใช้มานานพอสมควรแล้ว

 

กระเป๋าใบนี้พ่อซื้อให้เมื่อสองปีที่แล้ว อันที่จริงมันอยู่ในกล่องสีดำเรียบ ๆ แล้วกูเสือกเปิดประตูออกมาเห็นมันวางอยู่หน้าห้องในวันเกิดพอดีน่ะ

 

อื้อ แบคฮยอนวางมือทั้งสองข้างลงบนไหล่คนตัวโตกว่า เขากำลังตั้งใจฟังเรื่องที่คนตรงหน้าพูด

 

กูชอบเพราะมันเป็นสีดำ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกดีที่พ่อรู้จักการพูดโน้มน้าวคน ใจดีกับคนงานก่อสร้าง แต่กลับไม่รู้จักวิธีทำให้ลูกดีใจ แบคฮยอนลากเก้าอี้ขยับเข้ามาใกล้ชานยอลแล้วนั่งลงไอ้จงอินบอกว่ามันคือวิธีแสดงความรักของคนปากแข็ง

 

แล้วชานยอลคิดยังไง

 

ไม่รู้ดิ ไม่รู้จะคิดอะไร เด็กหนุ่มวางกระเป๋าเงินลงบนเคาน์เตอร์บาร์แล้วหัวเราะ ที่เล่าให้ฟังเพราะอะไรรู้ไหม?

 

ไม่รู้หรอก แต่เราอยากรู้นะแบคฮยอนเลื่อนไปกุมมือแกร่งที่วางอยู่บนหน้าขาตัวเองก่อนจะยิ้มให้

 

เพราะกูไว้ใจมึง เหมือนที่มึงไว้ใจกู

 

ร่างเล็กยิ้มกว้างพร้อมกับคลึงหลังมือแกร่งเบา ๆ แบคฮยอนได้แต่หวังว่าสิ่งที่เขากำลังแสดงออกมันจะทำให้คนตรงหน้ารู้สึกดีขึ้นมาได้ เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ที่พูดถึงเรื่องครอบครัว ผู้ชายขี้โมโหอย่างชานยอลเปลี่ยนไปเป็นคนละคนอย่างสิ้นเชิง

 

เด็กตัวสูงเปิดกระเป๋าเงินออกแล้วดึงรูปใบหนึ่งที่ซ้อนอยู่ช่องข้างในสุดออกมา มันเป็นรูปถ่ายเก่า ๆ ที่เขาต้องใช้เวลาหลายวินาทีกว่าจะมองเห็นเป็นรูปเป็นร่างเพราะความมืดในร้านที่มีเพียงแค่หลอดไฟข้างนอกเท่านั้นที่ให้ความสว่างได้

 

รูปถ่ายของเด็กชายตัวเล็กที่ถือมือข้างหนึ่งถือลูกโป่งสีขาว ส่วนมืออีกข้างกุมมือพ่อเอาไว้ ส่วนผู้หญิงในรูปนั่งลงยอง ๆ มือของเธอกอดเอวเด็กน้อยเอาไว้ขณะหัวเราะให้กับกล้อง เบื้องหลังคือสวนสนุกแห่งหนึ่งที่มีผู้คนเดินพลุกพล่าน ทั้งสามคนยิ้มอย่างมีความสุข เว้นแต่คนตัวสูงที่กำลังมองรูปถ่ายในตอนนี้

 

มันคือครั้งแรกและครั้งเดียวที่กูเคยไปสวนสนุก

 

แบคฮยอนเห็นว่าชานยอลยังไม่ละสายตาจากรูปครอบครัว เขาไม่รู้หรอกว่าลึก ๆ แล้วตอนนี้คนตัวสูงกำลังรู้สึกยังไงอยู่ แต่ถ้าให้คิดเอาเองโดยไม่ต้องพูดออกมาให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่ล่ะก็ แบคฮยอนขอเดาว่าตอนนี้ชานยอลคงคิดถึงช่วงเวลานั้นมากเลยทีเดียว

 

แล้วอยากไปอีกไหม

 

...

 

เราเคยไปเที่ยวสวนสนุกสองครั้ง ถ้าชานยอลอยากไปนะ เราไม่พาหลงทางแน่ ๆ อยากไปด้วยกันหรือเปล่า เด็กตัวสูงไม่ได้ตอบคำถาม เขาเพียงแค่มองดวงตาคู่นั้นที่มองผ่านเลนส์แว่น เพียงแค่อึดใจเดียว...ชานยอลก็ยิ้มออกมาแล้วพยักหน้ารับ

 

ถ้าพาหลงทางกูจะแหกปากร้องไห้กลางสวนสนุกเลยคอยดู

 

 

 

 

 

เวลามักจะเดินผ่านไปเร็วเสมอเมื่อเราอยู่กับคนสำคัญ นี่คือวันอาทิตย์ เป็นวันที่เด็กหนุ่มทั้งสองคนใส่สีแดงตามที่เคยตกลงกันไว้ ชานยอลยื้อตัวไว้เมื่อร่างเล็กกำลังถูลู่ถูกังไปข้างหน้าโดยที่มีหมวกตุ๊กตาสัตว์อยู่บนหัว มันจำเป็นไหมที่ต้องใส่หมวกเหมือนกับคนอื่น ๆ ทั้งที่มันก็ไม่น่ารักเลยสักนิด แค่เดินเล่นเฉย ๆ ไม่ได้หรือไงกัน

 

ตลอดเวลาหลายชั่วโมงที่เผาไปกับเครื่องเล่น ชานยอลอยากจะวิ่งไปอ้วกสักสิบหนเอาให้หายมึน แต่กลัวจะหมดแมนเลยได้แค่ยืนทำหน้าอึนแล้วเงยหน้ามองไอ้บ้านนอกที่ขึ้นเครื่องเล่นหวาดเสียวบนที่สูง นี่ขนาดยืนดูเฉย ๆ กูยังจะอ้วกแทน

 

 

อืม...เพิ่งรู้ว่ามันชอบเรื่องเสียว

 

 

ยิ่งตอนไอ้เด็กหัวเถิกวัยไม่ถึงห้าขวบที่ยืนถือไอติมโคนมองหน้าเขาราวกับว่าไอ้พี่คนนี้เป็นส้นตีนอะไรมากไหม คิดว่าตัวเองน่ารักมากหรือไงถึงได้ใส่หมวกสติชแบ๊ว ๆ ยืนจังก้าอยู่ตรงนี้ แต่ก็แค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้นแหละที่เขาใช้สายตาข่มขู่เด็ก พอหันไปอีกทีไอ้บ้านนอกก็วิ่งกลับมาพร้อมลูกโป่งในมือแล้ว ตอนแรกสงสัยว่ามันไปเอามาจากไหน พอหันไปทางตัวตลกที่ยืนแจกลูกโป่งอยู่ข้าง ๆ ทางขึ้นเครื่องเล่นนั่นแหละทุกอย่างถึงได้กระจ่าง

 

อะไร

 

ลูกโป่ง

 

มึงคิดว่ากูอยู่ในวัยที่จะเดินไปไหนมาไหนกับมันได้โดยไม่รู้สึกกระดากอายงั้นเหรอวะฮอบบิท หรี่ตามองคาดโทษแฟนป้ายแดงแล้วก็อยากจะขบหัวมันเหลือเกิน ที่เอารูปให้ดูก็เพราะอยากบอกว่าเขาก็คิดถึงโมเม้นเก่า ๆ กับครอบครัวเหมือนกันนะ แต่ไม่ได้หมายความว่าอยากใส่หมวกสติชถือลูกโป่งวิ่งเล่นในเอเวอร์แลนด์แบบนี้

 

ชานยอลจะอายทำไมเขาก็ถือกันทั้งแผ่นดิน เด็กคนนั้นก็ถือ คนนู้นก็ถือ นั่นเห็นไหม สามลูกเลย อู้หู! มีสีชานยอลด้วย!” เรื่องเสร่อโชว์ความบ้านนอกในกรุงนี่ที่หนึ่ง เด็กตัวสูงกุมขมับหลังจากถูกคนตัวเล็กยัดเชือกลูกโป่งใส่มือก่อนจะวิ่งไปข้างหน้าพร้อมหมวกลิงสีน้ำตาลที่อยู่บนหัว

 

ไม่นานนักมันก็กลับมาพร้อมสายไหมสีฟ้าขาว สรุปแล้วเมื่อกี้มึงตื่นเต้นกับสายไหมหรอกเหรอ ลูกโป่งสีชานยอลอะไรคือไม่รู้จัก ตอนนี้สายไหมคือสิ่งสำคัญที่สุดในโลก ไอ้บ้านนอกเกือบจะน่ารักกับท่าถือสายไหมแล้วถ้าเกิดมันไม่เอียงคออ้าปากกว้างเพื่อที่จะงับมัน

 

ทั้งคู่เลือกนั่งพักกินลมชมวิวกันบนม้านั่งแล้วปล่อยให้บรรยากาศดี ๆ โดยรอบสร้างความโรแมนติกให้ ถึงแม้ว่าเราทั้งสองคนจะเหมือนพี่ชายพาน้องชายมาวิ่งเล่นในสวนสนุกก็ตามที

 

สรุปวันนี้ใครเป็นคนอยากมาเที่ยวที่นี่กันแน่

 

เรากับชานยอล พูดทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากของหวานในมือ จนถึงตอนนี้เด็กหนุ่มก็ยังถือลูกโป่งสีขาวเอาไว้ถึงตัวเขาจะแสดงท่าทีออกมาอย่างชัดเจนว่าไม่อยากได้มันก็ตาม

 

สนุกไหม?

 

มาก ๆ หันมายิ้มแล้วแลบลิ้นให้อีกคนดู แฮ่...เป็นสีฟ้าไหม...โอ๊ะ!” คนตัวเล็กสะดุ้งสุดตัวทันทีที่ถูกปลายนิ้วยาวป้ายลิ้นเข้าให้ ชานยอลหัวเราะพอใจขณะมองอีกคนที่กำลังเบ้หน้า เค็มอ่ะ

 

เค็มตัดหวานไง ไม่ดีเหรอ

 

ไม่เห็นดีเลย มือชานยอลไม่อร่อย

 

แล้วอะไรล่ะถึงจะอร่อย ปากกูไหม? เอนตัวไปกระซิบใกล้ ๆ พอถึงตอนนั้นเด็กหนุ่มถึงได้รู้ตัวว่าเหตุการณ์เดจาวูอาจจะเกิดขึ้นอีกไม่กี่วินาทีนี้...ห้า...สี่...สาม...สอง...

 

เราไม่เขินหรอก ชานยอลหยุดเถอะ

 

 
 

กูว่าแล้วไง...

 
 

 

แต่ชานยอลเป็นคนหล่อนะ ถึงขาจะโก่งไปหน่อยก็เถอะแต่มันก็ทำให้ชานยอลตัวสูงกว่าคนอื่น หูก็กางแต่ก็ยังดีกว่าไม่มีหูอ่ะเนอะ ที่พูดมานี่มีข้อไหนที่กูควรจะภูมิใจบ้างเหรอขอถามหน่อย...

 

แล้วมึงมีอะไรดีมั่ง เตี้ยก็เตี้ยนมก็ไม่มีให้จับ กูชอบมึงที่ภายนอกเหรอ?!” เดือดแล้วนะครับนี่มึงเคยคิดจะอวยกูให้ถึงฝั่งฝันบ้างไหม...ไม่เค๊ย

 

มีสิไม่เชื่อจับดูได้ พูดจบก็เอามือคนตัวสูงมาทาบกับแผงอกแฟ่บ ๆ ของตัวเอง ณ จุดนั้นชานยอลอยากบ้าอีกแล้ว กูหมายถึงนมที่เป็นหน้าอกนูน ๆ ไม่ใช่นมแบบนี้ซ๊าดดดดดดดดดด

 

พอเถอะ กูหิวน้ำ

 

เดี๋ยวเราไปซื้อเอง!” คนตัวเล็กดีดตัวลุกขึ้นยืนแล้วงับสายไหมที่ลดลงไปเกือบครึ่งแล้ว เออมึงน่ารัก ทำอะไรก็ดีไปหมดไม่เหมือนกู พยายามแค่ไหนสุดท้ายก็เป็นแค่บักเสี่ยวข้าวเหนียวแดกในสายตามึงอยู่ดี ฟั้ค

 

เร็ว ๆ เลยกูคอแห้งแล้ว

 

คับ!” ไอ้เตี้ยหมวกลิงทำท่าตั้งหลักก่อนจะวิ่งแซงซ้ายแซงขวาแหวกผู้คนไปจนลับสายตา ชานยอลยิ้มขำ ถึงวันนี้จะเป็นการเดทที่ประหลาดไปสักนิด แต่มันก็เหมาะกับเขาสองคนดี

 

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ปาร์คชานยอลต้องเปลี่ยนมุมมองความรักอีกเรื่องก็คือ เราไม่จำเป็นต้องทำตามคู่รักคู่อื่น ไม่จำเป็นต้องเดินจับมือหรือไปเที่ยวในสถานที่ยอดฮิต เกี่ยวแม่กุญแจที่มีชื่อของเรา หรือแม้แต่ดูหนังรักที่กำลังเป็นกระแสในช่วงนี้ เพราะความจริงแล้วแค่ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันแล้วมองอีกฝ่ายยิ้มอย่างมีความสุขมันก็น่าจะโอเค

 

เด็กหนุ่มมองผู้คนที่เดินสวนกันไปมา มีทั้งครอบครัว คู่รัก ไปจนถึงกลุ่มเพื่อนสนิทที่ยกกล้องถ่ายรูปขึ้นมาถ่ายไว้เป็นที่ระลึก สวนสนุกต้องมีเวทย์มนต์แน่ ๆ ที่ทำให้คนเรายิ้มได้เพียงแค่ใช้เวลาอยู่ในนี้

 

ชานยอลกำลังจินตนาการสีหน้าของมนุษย์ฮอบบิทตอนวิ่งกระหืดกระหอบกลับมาพร้อมขวดน้ำในมือ เขาเชื่อว่าสายไหมแท่งนั้นคงหมดไปแล้วและคงมีอะไรสักอย่างกลับมาแทน แน่นอนว่าไอ้บ้านนอกต้องยิ้มแม้ว่ากำลังรู้สึกเหนื่อย

 

 
 

RRRRrrrrr!!!

 

 
 

เด็กหนุ่มล้วงกระเป๋ากางเกงเอาโทรศัพท์อกมาดู บนหน้าจอขึ้นเบอร์แปลก จะว่าไปมือถือเขาก็ใช่ว่าจะมีคนโทรเข้าบ่อย ตัดไอ้บ้านนอกไปได้เลยเพราะรายนั้นมีมือถืออยู่เครื่องเดียว และเด็กหนุ่มก็เมมเบอร์ไว้แล้วเรียบร้อย นอกจากไอ้จงอินไอ้เทาก็แทบไม่มีใครรู้เบอร์แล้วนะ แต่ก็นั่นแหละ ในเมื่อไม่ยอมวางสักทีก็รับสายหน่อยแล้วกัน

 

ฮัลโหล

 

( พ...พี่...พี่ชานยอล )

 

เสียงสะอื้นของคนปลายสายนั้นทำให้เจ้าของชื่อขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ เขาไม่คุ้นเสียงเด็กผู้ชายคนนี้เลยสักนิดเดียว จะว่ารุ่นน้องที่โรงเรียนเหรอ ก็มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นนะที่เขารู้จัก

 

นั่นใคร?

 

( พี่...พี่อย่าเพิ่งวางสายนะ...ฟังให้จบก่อน...ผมเจโน่เองครับ...อึ่ก... )

 

...

 

เด็กหนุ่มหลับตาลงพลางถอนหายใจ มันเป็นเรื่องไม่คาดคิดเลยที่น้องชายต่างแม่จะปั่นประสาทเขาได้ทั้งที่ไม่เคยให้เบอร์โทร แถมยังร้องไห้ฟูมฟายจนแทบทับใจความไม่ได้อีก ปาร์คชานยอลต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างหนักที่จะห้ามปากไม่ให้ตะโกนด่าไอ้เด็กนั่นในวันดี ๆ แบบนี้

 

มีอะไรก็ว่ามา

 

( พี่...พี่มาโรงพยาบาลกังนัม...ก...กังนัมซีเวียแรนซ์ตอนนี้ได้ไหมครับ... )

 

ทำไมฉันต้องไปที่นั่น? โดนรุมกระทืบมาหรือไง? ชานยอลไม่สบอารมณ์เลยสักนิด นับครั้งไม่ได้เลยที่เขาต้องถอนหายใจเพื่อรอการวางสายจากน้องร่วมสายเลือดแค่ครึ่งเดียว ซึ่งเขาก็ไม่ได้เต็มใจอยากจะมี

 

( พี่มาเถอะนะครับ...ผมขอร้อง... )

 

ฉันไม่ไป ถ้าเจ็บตรงไหนก็โทรบอกพ่อแกสิวะ!”

 

( ผมจะบอกได้ยังไงก็พ่อเพิ่งขับรถชนเสาไฟฟ้า!!! )

 

...

 

เหมือนเวลาถูกหยุดไว้แค่นี้พร้อมประโยคเมื่อครู่ที่วนเวียนอยู่ในหัวราวกับว่ามันถูกเล่นซ้ำไปมา เชือกในมือถูกคลายออกก่อนที่ลูกโป่งสีขาวจะค่อย ๆ ลอยขึ้นไปบนฟ้าอย่างไร้จุดหมาย มันเหมือนกับความรู้สึกของเด็กหนุ่มในตอนนี้ไม่มีผิด นี่เป็นครั้งที่สองในชีวิตที่ปาร์คชานยอลรู้สึกเหมือนกับว่าโลกใบนี้กำลังจะพังไปต่อหน้าต่อตา

 

พูดเล่นหรือเปล่า? แกโกหกใช่ไหม? นี่คือคำถามที่ไม่ได้พูดออกไป ชานยอลรู้สึกหายใจไม่ออก มันอึดอัดและสมองตื้อไปหมด เด็กหนุ่มไม่รู้แม้แต่วิธีทำให้มือหยุดสั่น

 

เสียงของคนปลายสายยังคงเรียกชื่อของเขาไม่หยุด หากแต่สติของปาร์คชานยอลนั้นหลุดลอยออกไปไกลจนไม่สามารถเรียกกลับมาได้ในตอนนี้ ภาพเก่า ๆ ฉายในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนม้วนหนัง ภาพของพ่อตั้งแต่ตอนเป็นหนุ่มจนเข้าสู่วัยกลางคน  เด็กหนุ่มเคยคิดว่าพ่อเกลียดการยิ้มเพราะเขา และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ลักยิ้มบนแก้มของพ่อหายไป ความสุขในวัยเด็กที่เคยมี ถึงแม้ว่ามันจะเลือนลางจนแทบจำไม่ได้

 

 

 

แต่ปาร์คชานยอลก็ไม่พร้อมที่จะเสียพ่อไปตอนนี้...ไม่พร้อมเลยสักนิดเดียว

 

 

 

 

...พ่อ

 

 

 

TBC

 

 

ซวยแล้วๆๆๆ ชานยอลจะทำยังไง จะไปหาพ่อที่โรงพยาบาลไหม หรือจะยังยึดทิฐิต่อไปโดยที่ไม่สนใจว่าคนให้กำเนิดจะเป็นตายร้ายดียังไง?

 

 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 174 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,205 ความคิดเห็น

  1. #10109 11507416p (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 12:59
    ชานยอลได้กลับบ้านแน่นอน
    #10,109
    0
  2. #10039 Chankuma (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 20:30
    กำลังดีๆ มาม่าก็มาแทรกอีกแล้ว สู้เค้าชานยอล
    #10,039
    0
  3. #9750 byunbunny09 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 08:28
    ยอลต้องกลับไปอยู่บ้านแน่เลย
    #9,750
    0
  4. #9689 miniaraspring (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 เมษายน 2559 / 15:44
    ฮือออ คุณพ่อชานยอลอย่าเป็นอะไรเลยนะ T^T
    #9,689
    0
  5. #9643 mamodictator (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:51
    โถ่ทึกกี้ อย่าเป็นอะไรนะะะะะะะะะ
    #9,643
    0
  6. #9616 litterrabbitza (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 / 15:05
    ฮื้อออ พี่ทึกหนอ รีบไปสิชานยอล ที่รักยิ้มหายไป เพราะ โบท๊อก รึเปล่าค่ะ ฮ่าๆ
    #9,616
    0
  7. #9605 little daffodil (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 มกราคม 2559 / 12:39
    คุณพ่ออย่าเป็นอะไรนะ ฮือ
    #9,605
    0
  8. #9564 Kimji_sag (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 23:36
    ม้ายน้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา ฮื่ออออกำลังแฮปปี้เลยพี่มลิน T^T
    #9,564
    0
  9. #9487 ParkByun ChanBaek (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2558 / 19:22
    ฮือออ~
    #9,487
    0
  10. #9463 daraxx21 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 กันยายน 2558 / 08:28
    โอ้ยยยยย ฟิคนี้เป็นฟิคตลกชัดๆๆ
    ไรท์แต่งได้ฮามากกกกก55
    #9,463
    0
  11. #9428 kim.soojinrr (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2558 / 21:11
    รัก ....

    .

    .

    .

    .

    พี่มลิน หะ หาาา!! ?? 55555 >< 
    #9,428
    0
  12. #9390 chanbaek1992fic (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2558 / 15:25
    ใกล้ดร่าม่าแล้ววว
    #9,390
    0
  13. #9370 aonniieeee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2558 / 20:19
    เศร้าเลยอะไรท์ แต่ตอนนี้ก็ทำหัวเราะจนท้องแข็งได้เหมือนกัน
    #9,370
    0
  14. #9356 SweetLip (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2558 / 22:35
    โอ้ยยย ฮาชื่อไลน์ จากไอ้บ้านนอก กลายเป็นไอ้บ้านนอกที่รัก ปาร์คชานยอลคนติดแฟนนนนนน
    #9,356
    0
  15. #9355 parfait19 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2558 / 07:07
    เขิลลลลลลลลลล>\\\< ชานแบคๆๆๆๆๆ พาแบคไปด้วยๆ ไปเปิดตัวค่ะ 5555555
    #9,355
    0
  16. #9327 Fay_Jitradda (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 02:39
    เอาจริงๆๆน้ำตาไหลเลยตอนชานยอลหยิบรูปครอบครัวมาให้แบคฮยอนดู คือพี่มลินทำไงให้เรารู้สึกตามได้ขนาดนี้
    #9,327
    0
  17. #9302 Intelligence- (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2558 / 20:35
    ฮืออ จะร้องไห้ตอนจบบบ แง้ แต่คู่นี้โคตรมุ้งมิ้งอ่ะ 55
    #9,302
    0
  18. #9097 joylnr (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2558 / 16:42
    พ่อชานยอลลลลลลล
    ดราม่ากำลังมา
    #9,097
    0
  19. #9002 Kim-kibom (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 เมษายน 2558 / 21:13
    งือๆๆๆ
    #9,002
    0
  20. #8915 Clothia (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 เมษายน 2558 / 16:58
    เริ่มดราม่าละอะ ใจเย็นๆ ทำใจดีๆนะชานยอล
    #8,915
    0
  21. #8886 Nook Kra (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 มีนาคม 2558 / 23:48
    ดราม่าแล้วเหรอ งื้อออ
    #8,886
    0
  22. #8830 MR.สมถุ้ย (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มีนาคม 2558 / 12:06
    ตายล่ะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ ???????
    #8,830
    0
  23. #8793 Miine_Nanz (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 มีนาคม 2558 / 23:53
    ตึงงงง แบคเกรียนมากกก 5555 ชานยอลไปหาพ่อดิ้
    #8,793
    0
  24. #8792 krissmez (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 มีนาคม 2558 / 22:06
    เจโน่วววว(smrookies) ใช่ป่าวววว
    #8,792
    0
  25. #8251 ลิงเล่นลม (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 มีนาคม 2558 / 14:38
    ไปหาพ่อนะชานยอลลลล
    #8,251
    0