[EXO] "NERDY BOY" มนุษย์แบคฮยอน | CHANBAEK

ตอนที่ 12 : Chapter 11 :: My Father (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,077
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 167 ครั้ง
    22 ก.พ. 58

 

 

 

Chapter 11

My Father

 

 

ชานยอลเร็ว ๆ หน่อย สายแล้วนะ

 

เออรู้แล้ว!”

 

เสียงตะโกนดังออกมาจากห้องน้ำ แบคฮยอนเพียงแค่ยืนมองกล่องนมในมือ เขาไม่สามารถฉีกฝายกดื่มได้เพราะถูกชานยอลขู่ก่อนเข้าไปอาบน้ำว่าต้องรอดื่มพร้อมกัน ร่างเล็กเดินไปนั่งรอบนแคร่ไม้สัก หันไปมองรอบตัวแล้วก็ยิ้มอย่างอารมณ์ดี บรรยากาศสบายตาขึ้นเยอะหลังจากที่เขาทั้งสองคนช่วยกันทาสีจนเสร็จ...ไม่สิ...มีจงอินกับจื่อเทาด้วย

 

สาเหตุที่ชานยอลตื่นสายแบบนี้เพราะเมื่อคืนเล่นผลัดกันเล่าเรื่องของตัวเองจนถึงตีสอง พอรู้สึกว่าง่วงจนลืมตาต่อไปไม่ไหวชานยอลเลยอนุญาตให้นอนได้ แบคฮยอนรู้ตัวเองว่าตอนนั้นกำลังพูดไม่รู้เรื่อง เสียงก็อู้อี้ในลำคอ แต่ถึงอย่างนั้นคนที่เอาแต่ชวนคุยก็ไม่ยอมตื่นตามเสียงนาฬิกาปลุก

 

แบคฮยอน

 

อ้าว อรุณสวัสดิ์ครับคุณป้า ร่างเล็กลุกขึ้นโค้งหัวให้กับคุณป้าเจ้าของบ้านที่กำลังเดินมาทางนี้พร้อมซองบางอย่างในมือ

 

มีจดหมายถึงเราตั้งแต่เมื่อวานน่ะแต่ป้าลืมเอามาให้ แก่แล้วก็หลง ๆ ลืม ๆ เธอหัวเราะขณะที่คนตัวเล็กกำลังสงสัยว่ามีจดหมายอะไรส่งมาถึงเขา และก็ได้รู้เมื่อเห็นชื่อโรงเรียนจ่าหน้าซองอยู่ตรงหัวมุมด้านซ้าย

 

ขอบคุณมากนะครับป้า

 

โอ้โห นี่ทาสีใหม่จริง ๆ เหรอเนี่ย โธ่...เสียดายเงินเปล่า ๆ ทำไมไม่เก็บไว้ซื้อของใช้จำเป็นล่ะลูก? ป้าเจ้าของบ้านกวาดสายตาไปรอบ ๆ บ้านที่เปิดให้เช่ามาเป็นเวลาหลายปี แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้เช่าแต่งเติมซ่อมบำรุงให้ทั้งที่ไม่ใช่บ้านของตัวเอง

 

สวยไหมครับ แหะ

 

สวยมากเลยล่ะ เธอหัวเราะแล้วเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มที่กำลังยิ้มเขินอยู่ แล้วนี่ยังไม่ไปโรงเรียนอีกเหรอ?

 

เดี๋ยวจะไปแล้วล่ะครับ ผมรอเพื่อนอาบน้ำอยู่

 

เออ ๆ ตั้งใจเรียนล่ะ งั้นป้าไปก่อนนะ เธอตบบ่าเด็กหนุ่มปุ ๆ แล้วเดินลงบันไดไป เขามองอีกฝ่ายไปจนลับสายตาก่อนจะนั่งลง ได้ยินเสียงคนในบ้านบ่นอุบอิบเพราะหาของไม่เจอ แบคฮยอนยิ้มพลางชะโงกหน้าเข้าไปแล้วก็เห็นว่าคนตัวสูงกำลังค้นเสื้อในตู้ทั้งสภาพเปลือยท่อนบน

 

คนตัวเล็กไม่ได้กดดันเร่งให้อีกฝ่ายรีบเพราะยังเหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงก่อนประตูหน้าจะปิด ระหว่างรอก็แกะซองจดหมายออกดู และก็ได้รู้ว่าทำไมทางโรงเรียนถึงส่งจดหมายมาที่นี่

 

เสร็จแล้ว

 

ขยำจดหมายแล้วยัดใส่กระเป๋ากางเกงทันทีที่อีกฝ่ายเดินออกมา แบคฮยอนยิ้มเจื่อนก่อนจะพยักหน้าหงึกเมื่อชานยอลหยุดอยู่ข้าง ๆ เขาในสภาพเสื้อผ้าไม่เรียบร้อย

 

ไปเร็วเดี๋ยวสาย

 

อะ...อ้อ...จริงด้วย

 

ได้เดินตามคนตัวสูงที่จูงมือเขาให้เดินลงบันไดไปด้วยกัน วันนี้ชานยอลอาสาปั่นจักรยานเอง เจ้าตัวบ่นว่าถ้าเกิดปล่อยให้เขาปั่นชาติหน้าก็ไม่รู้จะถึงโรงเรียนหรือเปล่า คนตัวสูงปั่นจักรยานด้วยความเร็วด้วยมือเดียว ส่วนมืออีกข้างก็ยกกล่องนมขึ้นกระดก แบคฮยอนล้วงกระเป๋ากางเกงเอาจดหมายฉบับนั้นออกมาดู สภาพของมันยับยู่ยี่แต่คงไม่ใช่ปัญหาอะไรสำหรับเขา

 

 

ไม่ใช่ปัญหา...เลยสักนิด

 

 

 

 

เอาแต่มองอยู่นั่นแหละ คลาดสายตาจากกันสักวินาทีนึงนี่จะตายยย เสียงของหวงจื่อเทาทำให้เด็กตัวสูงหลุดออกจากความคิด ชานยอลหันหน้าเข้าหาเพื่อนสนิททั้งสองคนที่กำลังมองเขาเป็นตาเดียวกันก่อนจะขมวดคิ้วถอนหายใจ

 

กูว่ามันแปลก ๆ ว่ะ

 

อะไรล่ะที่ว่าแปลก มึงที่เอาแต่มองมันหรือว่ามันที่ไม่ได้หันมามองมึงเลย? คำพูดของไอ้เชี่ยจงอินเหมือนไขควงที่แทงหัวเขาให้ตายภายในดอกเดียว ซึ่งก็ถูกอย่างที่พูดแต่มันก็ห้ามสายตาไม่ได้ป่ะวะ

 

มันกำลังซึม

 

เหยด แค่ดูจากด้านข้างยังรู้เลยว่าซึม คิดดูเอาว่าพี่เขาใส่ใจขนาดไหน จื่อเทายิ้มขำ ยิ่งตอนชานยอลมันหันกลับไปมองเด็กใหม่ที่นั่งติดขอบหน้าต่างแล้วก็ยิ่งตลกเข้าไปใหญ่ เขาเชื่อแล้วว่าไอ้เพื่อนนรกมันกำลังเห่อว่าที่แฟนอย่างจริงจัง

 

ถ้าจะขนาดนั้นก็ให้แบคฮยอนย้ายมานั่งแทนกูเลยก็ได้นะ เดี๋ยวอาสาไปนั่งริมหน้าต่างแทน วิวตรงนั้นท่าจะเย็นดีเหมือนกัน

 

ไม่ได้เด็ดขาด มึงจะปล่อยให้กูเห็นมันสองคนสร้างสวนดอกไม้ตามลำพังไม่ได้นะจงอิน กูขอค้านการตัดสินใจของมึงในครั้งนี้ เพราะฉะนั้น... จื่อเทาเหล่มองคนข้าง ๆ ที่นั่งเล่นเกมมือถืออยู่ ทั้งสองคนหันมามองหน้ากันก่อนที่เด็กหนุ่มจะสะดุ้งสุดตัวเพราะถูกจับหัวไหล่ซองแจครับ จะเป็นอะไรไหมถ้าเกิดว่าเพื่อนจะย้ายไปนั่งแถวเดี่ยวริมหน้าต่างแทนไอ้เด็กใหม่น่ะ?

 

...ด...ได้สิ เด็กหนุ่มพยักหน้ารัว ๆ เป็นคำตอบ ซึ่งชานยอลกับจงอินก็ไม่ได้ห้ามในสิ่งที่จื่อเทากำลังทำอยู่

 

โอเค งั้นหลังจากประชุมผู้ปกครองเรียบร้อยแล้วเพื่อนก็ย้ายก้นไปได้เลยนะครับ เฮ้อใจหายจังนั่งด้วยกันมาตั้งปีนึง ไหนมากอดดิ๊ จื่อเทาล็อกคอคนข้าง ๆ โชว์เพื่อนอีกสองคนที่นั่งอยู่ข้างหลัง

 

ชานยอล

 

เออ

 

มึงรู้ยังว่าพรุ่งนี้ประชุมผู้ปกครอง

 

หะ?

 

รู้ก็แปลกแล้ว ไอ้ชานยอลมันไม่ได้อยู่บ้าน จื่อเทาเท้าแขนลงบนโต๊ะจงอินพลางมองใบหน้าเพื่อนตัวสูงที่กำลังขมวดคิ้วสงสัย แต่ก็แค่ครู่เดียวเท่านั้นแหละ สีหน้าของชานยอลก็กลับมาเป็นเหมือนในทีแรก

 

แล้ว?

 

พ่อมึงน่ะ

 

เขาไม่มาหรอก ชานยอลเลื่อนเก้าอี้ไปข้างหลังก่อนจะยกขาขึ้นเหยียดบนโต๊ะจนเท้าไปโดนหัวยูกซองแจที่นั่งอยู่ข้างหน้า เด็กหนุ่มหน้าหวานหันมามองต้นเหตุแล้วก็ได้แต่ลูบหัวป้อย ๆ ทันทีที่เห็นสายตาของปาร์คชานยอล แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าหือกับสามคนนี้แม้กระทั่งพวกจิ๊กโก๋อย่างแก๊งนัมจุน

 

ถ้าเกิดพ่อมึงมาล่ะ?

 

เขาคิดว่าคำถามของจื่อเทานั้นไม่ใช่เรื่องที่น่าตื่นเต้นเลยสักนิด จะว่าไปแล้วมันก็เป็นเรื่องน่าเบื่อที่เด็กอย่างเขาต้องเจอทุกปี แต่ไหนแต่ไรที่ชานยอลคิดว่าวันครูที่ปรึกษาพบผู้ปกครองมันเป็นเรื่องไร้สาระ เปล่าประโยชน์ และไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลย หนำซ้ำยังทำให้เขากับพ่อต้องอึดอัดตอนอยู่ด้วยกันมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่อีก

 

ความทรงจำเก่า ๆ ในแต่ละปี จากพร่ามัวจนเริ่มเด่นชัดทีละนิด ภาพตอนพ่อมารอพบครูที่ปรึกษาตอนประถมต้น ตอนนั้นพ่อมีเวลาว่างมากพอทีจะนั่งถอนหายใจทิ้งเป็นชั่วโมงเพราะเบื่อหน่ายกับการรอ แต่พอขึ้นประถมปลายพ่อก็ไม่ค่อยมีเวลามานั่งทำอะไรแบบนั้นแล้ว ชานยอลยังจำเสียงส้นรองเท้าหนังที่วิ่งเข้ามาในห้องพักครูช่วงหัวค่ำได้เป็นอย่างดี ชายหนุ่มวัยสามสิบกว่า ๆ ในสภาพเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสแล็คสีเทาเข้ม และเสื้อสูทที่อยู่ในมือก็สีเดียวกัน

 

เสียงหอบหายใจของพ่อเป็นสิ่งเดียวที่เขาได้ยิน เราสบตากันไม่ถึงสิบวิเจ้าของชื่อปาร์คจองซูก็หยัดตัวนั่งลงข้าง ๆ ลูกชายที่อยู่เป็นคนสุดท้ายของโรงเรียน ตอนนั้นเด็กน้อยได้แต่ภาวนาในใจว่าให้ครูด่าพ่อสักประโยคที่ทิ้งให้เขาต้องรอจนถึงป่านนี้

 

ปัจจุบันพ่ออายุสี่สิบห้าแล้ว วิศวกรโยธาขวัญใจสาว ๆ ที่กำลังมีหน้ามีตาในสังคม ทุกคนต่างชื่นชมพ่อ แต่มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าสิ่งเหล่านั้นมันทำให้ครอบครัวของเรามีช่องว่างต่อกัน และยิ่งมีเรื่องลูกต่างแม่เพิ่มเข้ามาอีก มันเลยเป็นเหตุผลที่ทำให้ชานยอลไม่อยากทนอยู่อีกต่อไป เพราะฉะนั้นการที่ผู้ปกครองเข้าพบครูที่ปรึกษาในวันพรุ่งนี้มันก็คงเป็นวันธรรมดาวันนึง ที่เขาคิดว่าพ่อคงไม่ว่างพอมานั่งถอนหายใจทิ้งแทนที่จะเทเวลาทั้งหมดไปกับงาน

 

แต่จดหมายส่งไปที่บ้านแล้ว พ่อมึงคงมาแหละ จื่อเทาเข้าใจว่าเพื่อนของเขาไม่อยากเจอพ่อ แต่สิ่งที่ต้องไปอยู่ในตู้จดหมายหน้าบ้านทุกคนก็คือจดหมายจากทางโรงเรียน และถ้าเป็นไปได้เขาก็อยากให้พ่อของมันมา เด็กหนุ่มคิดว่าบางทีอะไร ๆ อาจจะดีขึ้นหลังจากพ่อลูกได้เจอกันอีกครั้ง

 

ให้เขาเอาเวลาไปทำงานเหอะ กูไม่ได้นึกอยากซาบซึ้งอะไรเอาตอนนี้

 

จงอินตบบ่าเพื่อนตัวสูงปุ ๆ สถานการณ์ตอนนี้การพูดเรื่องตึงเครียดมันคงไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก เขาส่ายหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงบอกให้จื่อเทาล้มเลิกความตั้งใจนั้นซะ และเด็กหนุ่มชาวจีนก็ไม่ได้แย้งอะไรขึ้นมาอีก

 

 

 

 

แบคฮยอนชอบกีฬาอะไรมากที่สุด?

 

วิ่ง ซอนฮวาล่ะชอบอะไร?

 

ฉันชอบวอลเล่ย์บอล เธอยิ้มแล้วโชว์ข้อมือทั้งสองข้างให้อีกคนดู

 

ท่ามกลางความเงียบของคาบชมรม มีเพียงแค่เสียงรองเท้ากับเสียงเปิดหน้ากระดาษเท่านั้นที่ทุกคนในห้องสมุดได้ยิน เด็กหนุ่มทั้งสามคนแยกย้ายกันเป็นจุด ๆ เพื่อจัดการหน้าที่ของตัวเองช่วยบรรณารักษ์แล้วเปิดโอกาสให้ฮันซอนฮวาทำคะแนนกับเพื่อนใหม่ในกลุ่มอย่างเต็มที่

 

ถูกต้องแล้ว หญิงสาวเลือกย้ายจากชมรมคัฟเวอร์แด๊นซ์มาอยู่ชมรมเดียวกับเด็กหนุ่มที่เธอชอบ ซึ่งประธานอย่างโอเซฮุนก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรมากมายเพราะทั้งคู่ก็สนิทกันอยู่ในระดับหนึ่ง ถึงแม้ว่าหมอนั่นจะชอบอยู่ตัวคนเดียวมากกว่าการเดินไปไหนมาไหนกับกลุ่มเด็กสาวอย่างพวกเธอ แต่ก็เป็นเรื่องที่ใครหลาย ๆ คนเข้าใจว่าเซฮุนไม่ชอบสุงสิงกับใครนอกจากหูฟังราคาแพงที่กลายเป็นเพื่อนแท้ของเขาไปแล้ว

 

เราเคยเล่นตอนม.ต้น ตอนนั้นข้อมือแดงไปหมดเลย

 

เจ็บใช่ไหมล่ะ แต่พอชินแล้วนายก็จะชอบมันนะ

 

เรานึกว่าซอนฮวาจะชอบเล่นอะไรเบา ๆ ซะอีก แบคฮยอนหัวเราะ ตอนนี้หนังสือที่เปิดทิ้งไว้บนโต๊ะกลายเป็นหมันตั้งแต่หญิงสาวเดินมานั่งข้าง ๆ  

 

ไม่รู้สิ เจ็บกับสิ่งที่ชอบแต่ถ้าแลกกับความสุขได้มันก็โอเคไม่ใช่เหรอ? เธอเท้าคางยิ้มมองหนุ่มแว่นตรงหน้า ซอนฮวารู้ว่าแบคฮยอนเข้าใจความหมายของประโยคเมื่อครู่ที่เธอจงใจจะสื่อออกไปนายไม่มองหน้าฉันอีกแล้ว

 

มองบ่อย ๆ ไม่ดีหรอก

 

ทำไมล่ะ หรือว่ากลัวหวั่นไหว? เธอจับข้อมือคนข้าง ๆ ถึงแบคฮยอนจะเป็นผู้ชายแต่กระดูกของเขาก็ใหญ่กว่าเธอไม่มากนัก แต่ถึงอย่างนั้นฮันซอนฮวาก็ไม่ได้ต้องการให้ผู้ชายคนนี้ตัวโตเหมือนอย่างใคร ๆ เพราะสิ่งที่เธอต้องการคือความรัก ไม่ใช่การถูกปกป้อง

 

ไม่ได้จริง ๆ นะซอนฮวา ไม่ได้

 

พูดแบบนี้อีกแล้ว เธอบีบข้อมือคนข้าง ๆ เบา ๆ พลางถอนหายใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แบคฮยอนปฏิเสธ และมันทำให้เธอรู้สึกแย่ทุกครั้งที่ได้ฟัง แต่ฮันซอนฮวากลับห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้

 

เพราะอะไรทำไมถึงชอบผู้ชายคนนี้นักหนา ถ้าจะบอกว่าบยอนแบคฮยอนไม่เหมือนผู้ชายที่เธอเคยเจอก็อาจจะมีส่วน หญิงสาวมีความเชื่อว่าสำหรับคนที่ไม่เคยสนใจอะไรแต่ถ้าเขาเห็นค่าของสิ่งนั้นขึ้นมา มันจะกลายเป็นสิ่งสำคัญไปตลอด

 

 

และเธอต้องการเป็นคนสำคัญของแบคฮยอน...

 

 

นายมีคนที่ชอบอยู่แล้วเหรอ?

 

...

 

เคยได้ยินมาว่าความเงียบคือคำตอบที่ดีที่สุด และฮันซอนฮวาก็เพิ่งได้รู้ในวันนี้ หญิงสาวจ้องหน้าคนข้าง ๆ ที่ชะงักไปกับคำถามก่อนที่เธอจะกุมมือเขาไว้หลวม ๆ

 

ใช่ไหม?แบคฮยอนไม่ได้ตอบ แต่เขาเพียงแค่พยักหน้าช้า ๆ เท่านั้น เด็กหนุ่มชำเลืองมองคนข้าง ๆ ที่ดูเหมือนว่าจะช็อกกับความจริงที่ได้รู้

 

ซอนฮวาคิดกับเราแค่เพื่อนได้ไหม

 

เราเป็นเพื่อนกันอยู่แล้วแบคฮยอน สีหน้าของหญิงสาวลดลง แบคฮยอนกำลังจะสติแตกเพราะดวงตาคู่นั้นที่กำลังมองมาอย่างตัดพ้อ

 

งั้นซอนฮวาอย่าชอบเรามากกว่าเพื่อนได้ไหม เสียงของเด็กหนุ่มแผ่วลงจนเธอไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้ากำลังกลัวคนอื่นได้ยินหรือเป็นเพราะกำลังรู้สึกผิดกันแน่

 

ชอบนานหรือยัง?

 

เราไม่รู้อ่ะ... แบคฮยอนถอนหายใจ เขารู้สึกตัวเล็กลงเรื่อย ๆ กับคำถามที่เธอยิงมาในแต่ละครั้ง

 

ก่อนที่ฉันจะชอบนายอีกเหรอ?

 

...ไม่รู้

 

ต้องใช่แน่ ๆ หญิงสาวเม้มริมฝีปากแล้วถอนหายใจอย่างไม่เชื่อหูตัวเองเพราะคนอย่างนายคงไม่ให้ความหวังใครไปเรื่อย แสดงว่าผู้หญิงคนนั้นคงมีอะไรดีกว่าฉัน

 

มันไม่เกี่ยวว่าใครดีกว่าหรอก...มันอยู่ที่ว่าใจเราอยู่ที่ใครต่างหาก แบคฮยอนพูดเบา ๆ เขากำลังรู้สึกผิดที่ต้องปฏิเสธหญิงสาวที่ตามตื้อเขามาตลอดหลายอาทิตย์ซอนฮวาเป็นคนสวย เป็นคนดีทุกอย่างเลยแต่...

 

...

 

เราไม่ได้รักใครเพราะว่าเขาเป็นคนดี แต่เรารักเขาเพราะอยากรัก

 

...

 

ขอโทษนะ เรารู้สึกผิดมากเลยที่ต้องพูดแบบนี้ แต่เราก็ไม่อยากให้ซอนฮวาชอบเราไปเรื่อย ๆ ทั้งที่เราชอบคนอื่นแล้ว

 

จากที่เงียบอยู่แล้วในห้องสมุดยิ่งเงียบเข้าไปใหญ่ จุนมยอน จงแด และคยองซูเองก็หันมาทางนี้เป็นพัก ๆ หลังจากที่เห็นว่าบรรยากาศและสีหน้าของซอนฮวาเริ่มไปในทางไม่ดีแล้วทั้งสามคนก็เริ่มเป็นห่วง

 

แต่การตัดไฟตั้งแต่ต้นลมมันก็คงดีกว่า ถ้าจะให้เธอรู้ความจริงเองมันคงแย่น่าดู เพราะไม่ว่าใครก็ไม่อยากถูกหลอก แบคฮยอนไม่ได้ใสซื่อจนแยกแยะไม่ออกว่าเรื่องความรักระหว่างเด็กผู้ชายสองคนมันเป็นเรื่องที่ยากจะรับได้สำหรับเธอ และมันคงจะดีกว่าถ้าหากเขาเลือกพูดในสิ่งที่ควรพูดแทนที่จะสารภาพไปทั้งหมดว่าผู้หญิงคนนั้นไม่มีอยู่จริง แต่คน ๆ นั้นคือผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่กับเขาทุกวัน

 

ไม่สิ มันไม่ใช่เรื่องต้องขอโทษ หญิงสาวมองโต๊ะไม้ขัดเงาเป็นที่ยึดสายตา ฮันซอนฮวากำลังรู้สึกแย่จนถึงขีดสุดกับการได้รับรู้ว่าผู้ชายที่เธอตกหลุมรักมองข้ามผู้หญิงสวย ๆ อย่างเธอไป แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็โกรธแบคฮยอนไม่ลง

 

อยากว่าเราไหม... เด็กหนุ่มค่อย ๆ หันหน้าเข้าหาอีกฝ่าย เขาเห็นว่าซอนฮวากำลังช็อกกับเรื่องที่ได้ฟัง อยากตีเราหรือเปล่า

 

ฉันจะตีนายได้ไงเล่า หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นคาดโทษอีกคน แบคฮยอนถอดแว่นออกก่อนจะยกมือปิดหน้าตัวเอง

 

ขอโทษอ่ะ

 

นายรู้ไหมว่านี่เป็นครั้งแรกที่ฉันถูกหักอก

 

ขอโทษ

 

เพื่อนในกลุ่มยุให้ฉันเลิกชอบนายทุกวี่ทุกวัน แต่ฉันก็ไม่ฟัง

 

เศร้าเนอะ T_T”

 

แต่ฉันชอบเหตุผลของนาย รอยยิ้มของซอนฮวาดูเศร้าต่างไปจากทุกครั้ง แบคฮยอนนั่งตัวเกร็งเมื่อหญิงสาวขยับเข้ามากอดเขาก่อนจะซุกหน้าลงกับบ่าให้ตายเถอะ ฉันอยากเกลียดนายจัง

 

เป็นผู้หญิงสวยเขาไม่ใจร้ายกันหรอก...

 

เหอะ...ไอ้บ้าเอ้ย

 

ซอนฮวายิ้มบาง ๆ ก่อนจะกระชับกอดให้แน่นขึ้นท่ามกลางสายตาของเหล่าเด็กชมรมห้องสมุดทั้งสามที่กำลังมองมาด้วยความอิจฉา แต่คงมีแค่โดคยองซูเท่านั้นที่เก็บสีหน้าท่าทางได้ดีที่สุด

 

 

 

 

หลังจากชานยอลเริ่มทำงานพิเศษร้านกาแฟเป็นวันแรกเขาก็ได้รู้ว่าเวลาหนึ่งวันมันช่างสั้นเหลือเกิน เด็กหนุ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมมนุษย์ฮอบบิทถึงเพลียหลับไปได้อย่างง่าย ๆ หลังจากทำการบ้านเสร็จ เพราะตัวเขาเองก็เหน็ดเหนื่อยจนทนไม่มีอารมณ์อยากทำอะไรแล้วเหมือนกัน

 

ครั้งแรกในชีวิตกับการทำงานแลกเงินอย่างเป็นทางการถ้าไม่นับตอนปัดกวาดเช็ดถูบ้านไอ้จงอิน สิ่งที่ปาร์คชานยอลได้รู้คือมันไม่ง่ายเลยที่จะต้องประสานงานกับพนักงานคนอื่น ๆ ตอนแรกเด็กหนุ่มได้แต่ยืนเงอะงะเพราะทำตัวไม่ถูก จนกระทั่งถูกไล่ให้ไปยืนหน้าซิงค์นั่นแหละ ชั่วโมงนั้นล้างแก้วกาแฟกันสนุกเลย

 

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พอลูกค้าน้อยลงชานยอลถึงได้เสนอหน้าออกมาเรียนรู้สูตรกาแฟและเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นสมูทตี้หรือชาต่าง ๆ จะถือว่าเป็นความสามารถส่วนตัวได้ไหมที่เด็กหนุ่มเรียนรู้เร็วแถมยังความจำดีอีก แต่ถึงอย่างนั้นทฤษฏีที่รุ่นพี่สอนก็ไม่ได้ทำให้เขาผ่านฉลุยกับการลงมือทำในภาคปฏิบัติ

 

ชานยอลงมโข่งทำฟองนมจนเคาน์เตอร์เลอะเทอะไปหมด ไหนจะโดนเหล็กในเตาอบทำร้ายจนหลังมือถลอกอีก มันเป็นความผิดของเขาเองนั่นแหละที่รีบจนลืมใส่ถุงมือ เด็กหนุ่มได้แต่หวังว่าเขาจะทำได้อย่างคล่องแคล่วเมื่อทุกอย่างลงตัวแล้ว

 

วันนี้มนุษย์ฮอบบิทเป็นฝ่ายมานั่งรอเพราะเขาต้องนั่งฟังรุ่นพี่แนะนำว่าควรจะทำอะไร ยืนตรงไหนระหว่างที่คนอื่น ๆ กำลังยุ่งเมื่อลูกค้ากรูเข้ามาพร้อมกัน พอเห็นว่าเริ่มดึกแล้วเขาเลยบอกให้ไอ้บ้านนอกกลับก่อน ทั้งที่กะไว้ว่าคงเป็นฝ่ายได้ไปนั่งรอมันเลิกงาน แต่สุดท้ายมันก็ไม่เป็นอย่างที่คิด

 

เห็นว่ามนุษย์ฮอบบิทพยักหน้ารับแล้วปั่นจักรยานกลับไป ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะจุดประสงค์หลักก็แค่ไม่อยากให้มันต้องมานั่งเสียเวลาเปล่า ๆ แทนที่จะเอาเวลาเหล่านั้นไปทำการบ้านแล้วรีบเข้านอน แต่สุดท้ายมันกลับมานั่งรอเขาในสภาพชุดลำลอง นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราสองคนถึงต้องเดินกลับบ้านด้วยกัน

 

แต่พอไม่มีจักรยานก็ดี มันทำให้ชานยอลรู้สึกว่าการเดินคุยกันไปตามทางมันดีกว่าให้ใครคนหนึ่งหันหลังแล้วปั่นจักรยานเป็นไหน ๆ เด็กตัวสูงรู้สึกดีที่ได้เล่าเรื่องงานให้คนตัวเล็กฟัง เขาเพิ่งรู้ว่าชีวิตมันมีค่าขึ้นกว่าเดิมหลังจากได้ลองหาเงินใช้ด้วยตัวเอง

 

ไอ้บ้านนอกเอาแต่ยิ้มและหัวเราะตอนฟังเรื่องการทำงานในวันแรกของเขา วินาทีนั้นปาร์คชานยอลถึงได้รู้ว่าการเล่าเรื่องน่าอายบ้างมันก็ดีเหมือนกันถ้าผลลัพธ์ที่ได้คือรอยยิ้มของคนข้าง ๆ

 

ขอดูมือหน่อย

 

อะไร จะเป่าเพี้ยงให้หายเจ็บหรือไง?

 

เป่าเพี้ยงแบบมีน้ำลายเราด้วย

 

ตลกละมึง

 

ทั้งคู่ต่างหันไปยิ้มโดยที่ไม่ให้อีกฝ่ายเห็น ชานยอลยื่นมือที่มีพลาสเตอร์ปิดแผลออกมาให้ดู แบคฮยอนประคองมือใหญ่ไว้หลวม ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเสาไฟที่เยื้องจากตรงนี้ประมาณเมตรนึงแล้วขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้แสงไฟส่องมือได้ชัด ๆ

 

ตอนโดนน้ำคงแสบแหงเลย

 

สุด ๆ อ่ะ

 

ชานยอลแกะพลาสเตอร์ออกก่อนแล้วค่อยอาบน้ำนะ เราจะทายาให้ เจ้าของชื่อพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนมือออกแล้วเปลี่ยนเป็นกุมมือคนตัวเล็กแทน

 

แบคฮยอนเลิกคิ้วมองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ เขาเพียงแค่เดินตามหลังไปต้อย ๆ ก่อนจะถูกจูงมือให้ฝีเท้าของเราก้าวไปพร้อม ๆ กัน คนตัวเล็กไม่ได้ถามอะไรอีกเพราะความเงียบที่เป็นอยู่ในตอนนี้มันไม่ได้ชวนอึดอัดเลยสักนิดเดียว เขาเพิ่งรู้ว่าการเดินจับมือกับใครสักคนในตรอกแคบกลางดึกมันจะรู้สึกดีได้ถึงขนาดนี้

 

ชานยอลไม่เจ็บมือเหรอ

 

ไว้ค่อยเจ็บทีหลัง ตอนนี้ขอจับมือก่อนแล้วกัน

 

เหงื่อออกเต็มเลย... เสียงของคนตัวเล็กเบาหวิวเหมือนสายลมที่พัดผ่านมา แต่มันก็เรียกรอยยิ้มจากเขาได้อยู่ดีนั่นแหละ ถูกต้องแล้ว มือของเขากับมือของมนุษย์ฮอบบิทกำลังชุ่มไปด้วยเหงื่อ แต่ชานยอลกลับกระชับมันให้แน่นยิ่งขึ้นเพื่อเป็นการบอกว่าเขาจะไม่ยอมปล่อยคนข้าง ๆ ไปไหนทั้งนั้น

 

มันไม่ได้ออกเพราะกูร้อนแล้วกัน แบคฮยอนมองเสี้ยวหน้าคนตัวโตกว่า ชานยอลไม่ได้หันมาดีดเหม่งหรือด่าเขาเพราะหมั่นเขี้ยวเหมือนอย่างเคย ผู้ชายคนนี้เพียงแค่ยิ้มขณะมองไปข้างหน้า

 

ชานยอลเคยเดินจับมือแฟนเวลาไปเที่ยวด้วยกันไหม

 

เคย หลายคนด้วย เด็กหนุ่มหันไปดูสีหน้าของคนตัวเล็กว่าจะแสดงออกมาแบบไหน ซึ่งผิดคาดอีกแล้ว มนุษย์ฮอบบิทไม่ได้มีทีท่าว่าจะน้อยใจกับเรื่องราวในอดีตของเขาเลยสักนิดไม่งอนเหรอที่กูก็ทำกับมึงเหมือนที่เคยทำกับคนอื่น

 

ทำไมเราต้องรู้สึกอย่างนั้นกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นแล้วด้วยล่ะ ไอ้บ้านนอกตอบอย่างไม่คิด หรือมันอาจจะคิดแล้วเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน

 

แต่มันก็น่าน้อยใจอยู่ดีไม่ใช่เหรอ ถ้ามึงเล่าให้ฟังว่าเคยกอดเคยจูบใครมาก่อนกูก็คงเฟลเหมือนกัน ยอมรับก็ได้ว่าปาร์คชานยอลโคตรจะงี่เง่าที่ไม่สามารถแยกแยะเรื่องอดีตกับปัจจุบันให้ออกจากกันได้ แต่ความรู้สึกหึงหวงมันก็เกิดขึ้นเพราะชอบมากไม่ใช่เหรอวะ?

 

เราไม่เคยทำอย่างนั้นกับใคร ชานยอลคือคนแรก

 

...

 

ฝีเท้าหยุดยืนอยู่กับที่ก่อนจะหันไปมองคนข้าง ๆ ที่กำลังมองเขาด้วยสายตาไม่ต่างไปจากเดิม มนุษย์ฮอบบิทสามารถฆ่าปาร์คชานยอลให้ตายได้ด้วยประโยคธรรมดาที่ไม่ธรรมดา เด็กหนุ่มอยากจะดึงคนตรงหน้ามาฟัดแรง ๆ สักทีเอาให้หายหมั่นเขี้ยวแต่สุดท้ายมันก็เป็นเพียงแค่ความคิด เพราะไม่อยากให้มันคิดว่าเขาเป็นไอ้หื่นกามที่ถึงเนื้อถึงตัวได้อยู่ตลอดเวลา

 

มึง เด็กหนุ่มชี้หน้าอีกคน แบคฮยอนเลิกคิ้วทำตาปริบ ๆ ก่อนจะหลับตาแน่นทันทีที่ถูกบีบจมูกห้ามพูดอะไรอีก วันนี้มึงหมดโควตาทำให้กูเขินแล้ว เข้าใจไหมฮอบบิท

 

อะไรอ่ะ

 

กูทำงานมาเหนื่อย ๆ มึงเคยคิดจะปรานีกูบ้างไหม ดึงคนตัวเล็กให้เซมาซบกับอกแกร่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นโอบไหล่แทน แบคฮยอนย่นจมูกแต่ก็ยอมเดินไปทั้งอย่างนั้นโดยที่ไม่แกะมือชานยอลออก

 

ฮึ่บ!”

 

อะไร ชานยอลได้แต่ยิ้มขำกับท่าทางของมนุษย์ฮอบบิทที่กำลังพยายามเหยียบเงาของเขา พอเห็นอย่างนั้นเลยทำท่าเอื้อมมือขึ้นทำท่าทุบหัวเงา ซึ่งคนตัวเล็กก็บ้าจี้เล่นด้วย แบคฮยอนเอามือกุมหัวก่อนจะหันมายิ้มกว้าง

 

ชานยอลเคยกลับบ้านดึก ๆ คนเดียวไหม

 

ประจำ แล้วมึงล่ะ?

 

เราไม่เคยออกจากบ้านหลังทุ่มนึงเลย ช่วงมาอยู่โซลแรก ๆ ก็กลัวเหมือนกันนะ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว เด็กตัวสูงมองหัวทุยที่ก้มลงมองเท้าตัวเอง ไอ้บ้านนอกกำลังพยายามก้าวขาให้เท่ากับเขา พอเห็นอย่างนั้นชานยอลเลยลดระยะลง

 

เดินกับกูดีกว่าเดินคนเดียวหรือเปล่า?คนตัวเล็กทำให้เขายิ้มได้เสมอ และคำตอบจากการพยักหน้าเมื่อครู่ก็เช่นกัน ชานยอลแบมือออกมาข้างหน้าและมนุษย์ฮอบบิทก็วางมือลงอย่างรู้งาน เราสองคนเดินจับมือกันโดยที่ไม่มีใครคิดจะปล่อยออกก่อน

 

อยู่กับชานยอลเราไม่กลัวหรอก

 

เหรอ ถ้าโดนกระทืบอีกมึงต้องวิ่งนะอย่ารอกู

 

เราจะวิ่งเอาแว่นไปซ่อน แล้วก็วิ่งกลับมาหาชานยอล

 

ไม่ต้องเลย ไอ้บ้านนอกนี่มันดื้อจริง ๆ ว่ะ คิดว่าตัวเองเป็นกระสอบทรายมีชีวิตหรือไงที่จะให้ใครต่อใครอัดก็ได้ทั้งที่ไม่มีฝีมือเรื่องป้องกันตัวเลย มันก็จริงที่ช่วงนี้ไอ้พวกคู่อริหายหน้าหายตาไป หรือพวกมันอาจจะวนเวียนอยู่แถว ๆ นั้นแต่เพียงแค่เขาไม่มีเวลาผ่านไปเจอ

 

ถ้าไม่อยากให้วิ่งคนเดียว ชานยอลก็จับมือเราวิ่งไปด้วยกันสิ

 

...

 

ชานยอลไม่ต้องทำอะไรเลยแค่วิ่งไปข้างหน้าเรื่อย ๆ เราจับมือชานยอลแน่นอยู่แล้ว คนตัวเล็กพูดออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย ชานยอลหันไปมองริมฝีปากที่เอาแต่พูดไม่หยุด

 

แล้วถ้าพวกมันไปดักข้างหน้าล่ะ

 

ก็โดนตื้บด้วยกัน

 

เพี้ยน ถ้าเป็นอย่างนั้นก็แยกย้ายทำแผลเองแล้วกัน ชานยอลหันกลับเข้าหาทางลาดชันตรงหน้า แบคฮยอนเลิกคิ้วแล้วเขย่าแขนอีกคนเบา ๆ

 

อะไรเล่า ช่วยกันทำสิ

 

ไม่

 

ทำไมล่ะ

 

กูไม่บอก

 

บอกหน่อย

 

ใครจะไปอยากให้คนที่ชอบโดนกระทืบต่อหน้าต่อตาวะมึงก็บ้าเนอะฮอบบิท เด็กหนุ่มมองคาดโทษ ซึ่งร่างเล็กเพียงแค่กลอกตาไปมาแล้วยิ้มเจื่อน

 

ก็เหตุผลเดียวกันนี่นา

 

ไม่เหมือน

 

แต่ถ้าเจอแบบนั้นจริง ๆ เราสองคนต้องพยายามวิ่งหนีก่อนนะถ้าไปไม่รอดค่อยสู้ ชานยอลห้ามจอด ดูคำพูดคำจาของมันดิ นี่เคยเข้าใจอะไรไหมเนี่ย

 

เออ

 

มือเรามีกาว จับแน่นไม่ปล่อยแน่ ร่างเล็กสอดประสานเรียวนิ้วของเราให้แน่นยิ่งขึ้นจนไม่เหลือช่องว่าง ซึ่งมันเป็นวิธีเรียกรอยยิ้มบนใบหน้าของคนขี้โมโหกลับมาได้แบคฮยอนรู้ดี

 

ถ้ายังอยู่ด้วยกันก็ห้ามกลับคนเดียวอีก โอเคนะ

 

รับทราบคับ!” ไอ้บ้านนอกตะเบ๊ะแล้วขมวดคิ้วทำหน้าจริงจัง เห็นอย่างนั้นเขาก็ได้แค่เบือนหน้าไปแอบยิ้มโดยที่ไม่ให้คนตัวเล็กเห็น

 

 

บ้าน่า...จะไม่มีใครหน้าไหนมาทำร้ายไอ้บ้านนอกของปาร์คชานยอลได้ทั้งนั้นแหละ

 

 
 

 

70%
 

 

 

เช้าวันต่อมาก็เหมือนกับทุกวัน แต่พอหลังช่วงพักเที่ยงภายในห้องก็เต็มไปด้วยเก้าอี้เสริมที่เอาไว้ให้ผู้ปกครองนั่งในช่วงเย็น ชานยอลหันไปมองเก้าอี้ว่างข้างตัวอยู่บ่อยครั้ง อันที่จริงเขาอยากจะยกมันไปวางไว้หลังห้องเพราะมันโคตรจะเกะกะขวางตา ยังไงพ่อก็ไม่มาหรอก

 

นักเรียนชั้นปีอื่นแยกย้ายกันกลับบ้านไปแล้วส่วนพวกเรียนเสริมก็ยังอยู่ต่อ ลานจอดรถกว้างเต็มไปด้วยรถยนต์หลากรุ่นหลายราคาที่จอดเรียงกันแน่น ตอนนี้เหลือเพียงแค่ชั้นม.ปลายปีสามที่ยังคงอยู่ ซึ่งผู้ปกครองของเพื่อนในห้องเริ่มทยอยเข้ามานั่งเก้าอี้ที่ถูกจัดเตรียมไว้แล้ว

 

เสียงพูดคุยของผู้ปกครองและบุตรหลานดังเซ็งแซ่จนแยกไม่ออกว่าเสียงใครเป็นเสียงใคร หลายครั้งที่พ่อของไอ้จงอินหันมาคุยด้วยแต่ชานยอลก็เพียงแค่ตอบแบบขอไปที แน่นอนว่าเขาไม่ได้รู้สึกดีกับการนั่งอยู่ตรงนี้แทนที่จะเดินออกจากโรงเรียนเพื่อตรงไปทำงานพิเศษอย่างที่ควรจะเป็น

 

พอหันไปทางหน้าต่างก็เห็นไอ้บ้านนอกนั่งอยู่คนเดียว มีเพียงแค่สามคนเท่านั้นที่ไม่มีเก้าอี้สำหรับผู้ปกครอง ได้ยินไอ้เทาบอกว่าคนหนึ่งพ่อแม่อยู่ต่างจังหวัด ส่วนอีกคนพ่อแม่ติดงานมาไม่ได้จริง ๆ แต่ไม่ใช่ไอ้บ้านนอกที่ไม่มีใครให้เชิญมา

 

เด็กหนุ่มกำลังรู้สึกเป็นกังวล เขาปล่อยให้เวลาข้ามวันไปโดยไม่นึกถึงเรื่องนี้ได้ยังไงกัน? อ้อ...ใช่แล้วล่ะ...เพราะปาร์คชานยอลเอาแต่คิดถึงเรื่องของตัวเองเขาถึงได้ไม่ทันนึกว่ายังมีใครอีกคนที่อาจจะรู้สึกแย่กับเรื่องนี้

 

นับไม่ได้เลยว่าหันไปหาคนตัวเล็กกี่ครั้งภายในเวลาห้านาที เด็กหนุ่มเชื่อว่าสายตาที่จดจ้องอยู่กับหนังสือนั้นไม่ได้กำลังอ่านมันเข้าหัวแต่อย่างใด ไอ้บ้านนอกอาจแค่ต้องการหาที่ยึดสายตาเพื่อไม่ให้รู้สึกว่างในขณะที่คนอื่น ๆ กำลังนั่งคุยกับผู้ปกครอง

 

สิ้นสุดความอดทน เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วคว้ากระเป๋าเป้ขึ้นมา พอมาคิดดูแล้วบางทีที่นี่มันอาจจะไม่จำเป็นสำหรับเขาและไอ้บ้านนอก แต่ยังไม่ทันก้าวไปไหนก็ต้องหยุดชะงักทันทีที่ใครคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องเรียน

 

...

 

...

 

รู้สึกเหมือนไม่ได้เจอหน้าพ่อมานานทั้งที่เวลาผ่านไปแค่ไม่กี่เดือน ชายวัยกลางคนในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำมันเงาเข้ารูปพร้อมสูทที่พาดอยู่กับท่อนแขนอีกทั้งสแล็คสีดำกับรองเท้าหนังมันเงา มือข้างซ้ายมีพวงกุญแจรถกับสมาร์ทโฟน ส่วนมืออีกข้างถือแก้วกาแฟร้อน ทุกอย่างบนตัวพ่อล้วนเป็นสีดำ ใช่แล้ว มันเป็นอีกอย่างที่เราชอบเหมือนกัน

 

อ้าวจองซู?

 

สวัสดีครับฮยองนิม เขายิ้มพร้อมโค้งหัวให้พ่อไอ้จงอิน แต่ก็แค่ครู่เดียวเท่านั้นแหละที่ชานยอลได้มีโอกาสได้เห็นลักยิ้มบนแก้มอีกคน เพราะทันทีที่หันมามองหน้ากัน...ก็ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะดิ่งเหวลงไปในความมืด

 

นั่งลงสิ

 

...

 

ชานยอลไม่ได้ทำตามที่พ่อบอกในทันที เขาเพียงแค่ยืนเฉย ๆ แล้วมองการเคลื่อนไหวของชายวัยกลางคนที่กำลังยกแก้วกาแฟดื่ม มันเป็นภาพที่เด็กหนุ่มชินตากับการที่พ่อเร่งรีบทำอะไรสักอย่างเช่นดึงแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นเล็กน้อยเพื่อดูนาฬิกาข้อมือ

 

เด็กหนุ่มรู้ว่ามันคงงี่เง่าถ้าจะบอกพ่อว่าถ้ารีบมากก็กลับไปซะเถอะ ปาร์คชานยอลคงไม่ได้รู้สึกแย่กับการนั่งอยู่ข้างเก้าอี้เปล่าแล้วปล่อยให้ครูถามว่าวันนี้ผู้ปกครองไม่มาเหรอ? แต่ถ้าพูดไปแบบนั้นก็พอรู้ว่าจะได้รับสายตาและคำตอบแบบไหนกลับมา

 

พ่อเอาสเปรย์ดับกลิ่นปากออกมาจากกระเป๋าสูทด้านใน ถึงจะฉีดจนหมดขวดเขาก็ได้กลิ่นเมนทอลของบุหรี่ที่พ่อชอบสูบอยู่ดี แต่ก็ช่างเถอะ คนอย่างปาร์คจองซูคงรู้อยู่แล้วว่าอะไรควรหรือไม่ควร ยกตัวอย่างเช่นเจ้าตัวก็รู้ว่าบุหรี่กลิ่นเมนทอลบ้าบอนั่นมันทำให้เสี่ยงขาดเลือดเลี้ยงสมอง แต่พ่อก็ควักมันออกมาจุดสูบทุกครั้งที่นึกขึ้นได้ เพราะงั้นคงไม่ต้องพูดถึงว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงสูบบุหรี่ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าต้องมาเจอครูที่ปรึกษาของเขา

 

เราควรจะคุยกันสักประโยคสองประโยคหรือเปล่า? น้ำเสียงของพ่ออยู่ในโทนปกติ ตอนนี้จื่อเทากับจงอินกำลังนั่งคุยเรื่องไร้สาระอยู่กับพ่อของตัวเอง มันทำให้ชานยอลสงสัยว่ามีเรื่องอะไรในโลกกันนะที่ทำให้พ่อลูกคุยกันอย่างออกรสจนยิ้มออกมาได้ทั้งคู่แบบนั้น

 

ถ้าฝืนก็อย่าเลย

 

นี่คือสิ่งที่แกควรพูดตอนเจอหน้าพ่องั้นเหรอ จะโค้งเคารพกันสักนิดยังไม่มี

 

นี่พ่อเป็นคนคิดมากกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่? เด็กหนุ่มแค่นยิ้มแล้วหันหน้าไปเพียงเล็กน้อย เขาเห็นว่ามือของพ่อข้างหนึ่งยังคงไม่วางมือถือลงราวกับรอให้ใครโทรมาหรือคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ผมต้องทำ ถ้าอย่างนั้นพ่อจะรู้สึกดีขึ้นหรือไง ไม่เอาน่า...ต่อให้ผมโค้งจนหัวติดเข่าอคติของพ่อก็ไม่ลดลงหรอก

 

แกคิดเรื่องอย่างนั้นได้ แต่ก็ไม่เคยคิดว่าทำไมทุกอย่างถึงออกมาเป็นแบบนี้

 

ผมว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ต้องทำความเข้าใจคนเดียวน่ะ โทษนะ เด็กอย่างผมก็คิดได้แค่นั้น

 

มีบ้างไหมที่เราจะคุยกันโดยที่ไม่มีฝ่ายไหนฝ่ายหนึ่งประชดก่อน?

 

มี ชานยอลเว้นจังหวะไปชั่วอึดใจ ตอนที่ผมเป็นเด็ก

 

ท่ามกลางเสียงพูดคุยของผู้คนรอบข้างแต่เด็กหนุ่มกลับสัมผัสได้แต่ความเงียบของอีกคน  จนถึงตอนนี้ทั้งเขาและพ่อก็ยังเลือกที่จะมองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมายโดยไม่หันมามองหน้ากัน

 

พี่แกอยู่ข้างล่าง

 

ผมเป็นลูกคนเดียว จองซูได้แต่ถอนหายใจ มันเป็นประโยคเดิม ๆ ที่ลูกชายคนนี้มักจะตอบกลับมาเสมอเวลาเขาพูดถึงเรื่องพี่น้อง

 

ลู่หานบอกว่าแกอยู่บ้านเช่ากับเพื่อนในห้องที่เป็นครูสอนภาษาเกาหลีของเขา คนไหนล่ะฉันอยากเห็นหน้า

 

ธุระของพ่อวันนี้แค่นั่งฟังครูที่ปรึกษาผมพูดก็พอ ส่วนเรื่องอื่นไม่จำเป็นที่จะต้องรู้หรอก

 

ฉันก็แค่อยากรู้ว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกเต้าเหล่าใคร มีเงินมากแค่ไหนถึงได้เลี้ยงเด็กไม่รู้จักโตอย่างแกได้

 

เขาเป็นคนดีมากเกินกว่าจะทิ้งผมไปแล้วกัน เด็กหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย จนถึงตอนนี้ปาร์คชานยอลก็ยังเกลียดการที่ต้องนั่งคุยกับพ่อทั้ง ๆ ที่เราต่างมีอคติต่อกัน

 

รู้ว่างี่เง่า แต่ก็รู้อีกนั่นแหละว่าการยอมอ่อนก่อนมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เพราะถ้ากลับไปอยู่บ้านเหมือนเดิมพ่อก็แค่สบายใจเพราะไม่ต้องเครียดกับปัญหาลูกไม่กลับบ้านโดยไม่คิดเลยว่าเขาจะรู้สึกยังไงที่ต้องทนอยู่กับพี่น้องต่างแม่ทั้งที่ไม่เต็มใจ

 

เจโน่ยังเด็ก ฉันไม่อยากให้แกเป็นตัวอย่างไม่ดีให้น้อง แทบลืมไปว่านอกจากจะมีพี่ชายต่างแม่แล้วเขายังมีน้องชายต่างแม่อยู่อีกคน แต่น่าแปลกที่ชานยอลไม่รู้สึกมากมายกับเด็กคนนั้น คงอาจเป็นเพราะมันไสหัวไปทุกครั้งที่เขาออกปากไล่ล่ะมั้ง แต่โดยรวมแล้วก็ไม่ได้รู้สึกดีนั่นแหละ

 

แล้วไม่คิดบ้างเหรอว่ามันจะเห็นพ่อเป็นตัวอย่าง ถ้ามันโตขึ้นแล้วมีเมียหลายคนนี่ยังจะโทษว่าเป็นเพราะผมอยู่ไหม?

 

อย่า...ให้ฉันต้องลงไม้ลงมือกับแกที่นี่... เสียงลอดไรฟันพร้อมกับมือที่กำเข้าหากันแน่นจนเห็นเส้นเลือด ชานยอลไม่ได้รู้สึกผิดเลยสักนิดที่ก้าวร้าวกับผู้ให้กำเนิด เขาเกลียดความคิดที่ว่าผู้ใหญ่ถูกเสมอ เพราะบางอย่างมันก็ผิดในสายตาเด็ก ซึ่งปาร์คจองซูก็ทำให้เขารู้สึกแบบนั้นมาตลอด เลิกทำตัวเป็นเด็กสักทีเถอะ แกจะสิบแปดอยู่แล้วนะ คิดจะใช้ชีวิตเร่ร่อนไปถึงเมื่อไหร่?

 

แต่การกลับไปอยู่บ้านก็ไม่ได้หมายความว่าจะโตเป็นผู้ใหญ่

 

...

 

ได้ยินเสียงถอนหายใจของพ่อครั้งแล้วครั้งเล่า ถ้าที่นี่คือบ้าน...ปาร์คจองซูคงเลื่อนประตูออกไปนอกระเบียงเพื่อจุดบุหรี่สูบและนั่นเป็นสัญญาณว่าบทสนทนาทั้งหมดของวันได้จบลงแล้ว เด็กหนุ่มยังจำวิกฤติทางด้านความรู้สึกตอนนั้นได้ มันบั่นทอนทุกอย่างให้แย่ลงภายในครั้งเดียวและหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ

 

แสงของหน้าจอสมาร์ทโฟนบ่งบอกว่ามีสายเข้า แค่ครู่เดียวเท่านั้นที่เด็กหนุ่มเห็นว่าเจ้าของเบอร์เป็นใคร และเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกโล่งอกที่คนโทรเข้าไม่ใช่ผู้หญิงสักคนแต่เป็นช่างรับเหมาที่เคยทำงานกับพ่อมาหลายครั้ง ชานยอลเคยเจอคุณลุงคนนั้นอยู่สองหน

 

พอพ่อเดินออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอกไอ้จงอินถึงละความสนใจจากพ่อตัวเองแล้วหันมาทางเขา ส่วนไอ้เทาเพิ่งเดินไปห้องพักครูเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว เด็กตัวสูงถอนหายใจพลางหลับตาลง มันคงตัดสินได้แล้วว่าเขากับพ่อคงอยู่บ้านหลังเดียวกันไม่ได้อีก

 

เดี๋ยวมันก็ผ่านไป จงอินตบบ่าเพื่อนตัวสูง เขารู้ว่าต่อให้พยายามปลอบด้วยวิธีไหนชานยอลก็ไม่รู้สึกดีขึ้น เพราะฉะนั้นการบอกให้มันอดทนจนกว่าทุกอย่างจะจบก็คงเป็นคำพูดที่ดีที่สุดแค่นั่งเฉย ๆ

 

อืม

 

ขานตอบในลำคอแล้วหันไปทางโต๊ะริมหน้าต่างอีกครั้ง พอเห็นว่าคนตัวเล็กก็กำลังมองมาทางนี้เช่นกันเด็กหนุ่มถึงยิ้มออกมาได้ ไอ้บ้านนอกจีบมือทั้งสองข้างไว้ตรงมุมปากก่อนจะฉีกยิ้มเป็นเชิงบอกให้ทำตาม และชานยอลเพียงแค่หัวเราะในลำคอเบา ๆ

 

อาจารย์บอกว่าใครที่ผู้ปกครองไม่มาให้กลับบ้านได้ ส่วนคิวต่อไปปาร์คชานยอลกับผู้ปกครองเชิญที่ห้องพักครูได้เลยครับ เสียงของจุนมยอนตะโกนเข้ามาในห้องเรียน เด็กตัวสูงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหันไปทางคนตัวเล็กที่กำลังเก็บของใส่กระเป๋า

 

สองคนที่ผู้ปกครองไม่มาเดินไปแท็กมือกับเพื่อนด้วยรอยยิ้มหลังจากไม่ต้องทนนั่งอยู่เฉย ๆ อีกต่อไป คนพวกนั้นไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายกับการที่พ่อแม่ไม่มาพบครูที่ปรึกษาอยู่แล้ว หนำซ้ำมันยังเป็นข่าวดีสำหรับเด็กวัยรุ่นที่ประพฤติตัวแย่ซะอีก

 

แบคฮยอนยิ้มพลางโบกมือลาจงแดกับคยองซูที่นั่งอยู่โต๊ะแถวหน้าสุดก่อนจะโค้งให้อย่างมีมารยาท ฝีเท้าชะลอลงเมื่อหันไปเห็นชานยอลยืนอยู่ตรงหน้าประตูและกำลังมองมาที่เขาเช่นกัน สายตาของผู้ชายคนนั้นชัดเจนว่ากำลังรู้สึกยังไงอยู่ ซึ่งคนตัวเล็กก็เข้าใจมันได้ไม่ยาก

 

พ่อของชานยอลพยักหน้าเล็กน้อยหลังจากที่เขาโค้งหัวให้ ผู้ชายคนนั้นดูงุนงงแต่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไรจนกระทั่งเสียงของจุนมยอนที่ตะโกนเรียกอีกครั้งเป็นเชิงกดดันนั่นแหละ ชานยอลถึงได้ค่อย ๆ เดินถอยหลังตามคนเป็นพ่อไปทั้งที่ยังไม่ละสายตาออกห่างจากเขา

 

บ๊ายบาย

 

อย่า

 

มือที่กำลังโบกไปมาถึงกับชะงักทันทีที่อ่านริมฝีปากอีกคนจบ แบคฮยอนกลอกตาก่อนจะเลิกคิ้วเป็นเชิงถามซึ่งคนตัวสูงก็ชี้นิ้วลงพร้อมขยับปากพูดอย่างช้า ๆ แต่เขาไม่เข้าใจความหมายนั้นจนกระทั่งพ่อของชานยอลดันแผ่นหลังของลูกชายเข้าไปในห้องพักครู

 

ร่างเล็กยืนเกาหัวอยู่ตรงนั้นก่อนจะดูเวลาในมือถือแล้วก็พบว่ายังเหลือเวลาอีกเป็นชั่วโมงก่อนเข้าทำงานพิเศษหลังจากขอเลื่อนเข้าช้าเพราะวันนี้มีประชุมผู้ปกครอง แบคฮยอนเดินไปลานจอดจักรยาน ล้วงกระเป๋าหากุญแจแล้วก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อพบว่าล้อข้างหลังแบนสนิท

 

ได้แต่ขมวดคิ้วแล้วถอนหายใจ แถวนี้ไม่มีร้านซ่อมรถซะด้วยสิ เมื่อเช้ายังปั่นดี ๆ อยู่เลยแท้ ๆ ไหงกลายเป็นอย่างนี้ไปได้ ร่างเล็กมองลูกกุญแจในมือแล้วก็ต้องเก็บมันใส่กระเป๋าเข้าไปเหมือนเดิม เอาคางเกยเข่ามองจักรยานคันเก่งที่ถูกล่ามโซ่ไว้เป็นอย่างดี

 

ไม่รู้ป่านนี้ชานยอลจะเป็นยังไงบ้าง ตอนอยู่ในห้องเห็นสีหน้าไม่ค่อยดีเลย ในทีแรกก็แอบลุ้นอยู่ว่าทั้งคู่จะปรับความเข้าใจกันได้ไหม แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็หมายความว่าชานยอลจะต้องย้ายกลับไปอยู่บ้านน่ะสิ

 

 

ซึ่งมันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ...

 

 

แบคฮยอนถอนหายใจแล้วลุกขึ้นยืน ไม่เป็นไรน่า ถ้าทุกอย่างจบลงด้วยดีมันก็ต้องดีสิ เขาควรจะดีใจถ้าชานยอลกลับไปอยู่กับครอบครัวอย่างที่ควรจะเป็นมากกว่าจะมาคิดเล็กคิดน้อยเหมือนคนเห็นแก่ตัวแบบนี้

 

ส่วนจักรยานยางรั่วก็จอดไว้ที่นี่ก่อนแล้วกัน โรงจอดจักรยานมีหลังคาดึก ๆ น้องคงไม่หนาวหรอก ส่วนความรู้สึกที่ดิ่งลงไปจนทำให้การยิ้มมันเป็นเรื่องยาก แบคฮยอนจะจัดการมันด้วยไอติมสักแท่งเอง

 

กระชับกระเป๋าเป้แล้วเดินออกจากโรงเรียน แสงไฟสว่างเป็นจุด ๆ รวมถึงอาคารที่เขาเพิ่งเดินลงมา สองขาเดินไปร้านขายของชำข้างโรงเรียนก่อนจะหยุดอยู่หน้าตู้เย็นแล้วหยิบไอติมแท่งรสโปรดขึ้นมา จ่ายเงินเรียบร้อยแล้วแกะซองออก พอหันหลังก็ต้องผงะทันทีที่เห็นใครอีกคน

 

ลู่เกอ?

 

ไง

 

มาได้ไงเนี่ย เป็นภาษาจีนพลางมองตามคนในชุดนักศึกษาที่กำลังพับแขนเสื้อขึ้นจนถึงข้อศอก ผู้ชายคนนั้นเดินมาหยุดอยู่ข้าง ๆ เขาแล้วเปิดตู้เย็นเอาน้ำอัดลมกระป๋อง

 

มากับพ่อน่ะ บังเอิญจังเลยนะ

 

มาก ๆ ไม่คิดว่าจะเจอกันที่นี่ แบคฮยอนงับไอติมขณะที่สายตายังไม่ละออกห่างจากอีกคน

 

วันนี้แย่ไหม? คำถามของลู่หานทำให้คนตัวเล็กต้องหยุดใช้ความคิด แบคฮยอนนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้าเป็นคำตอบ

 

ดีมาก พูดภาษาเกาหลีพร้อมชูนิ้วหัวแม่มือ พอหนุ่มชาวจีนเห็นอย่างนั้นเลยทำตามทั้งยิ้มขำ

 

ดีมาก

 

ออกเสียงถูกต้อง ทั้งคู่หัวเราะพร้อมกันก่อนจะเดินออกมาจากร้าน ลู่หานเปิดฝากระป๋องน้ำอัดลมพลางสังเกตท่าทีครูสอนพิเศษของเขา

 

ชายหนุ่มพอจะรู้เรื่องส่วนตัวของแบคฮยอนอยู่บ้างหลังจากใช้เวลาเกือบครึ่งวันด้วยกันตอนเรียนพิเศษทุกวันเสาร์ เราแชร์เรื่องส่วนตัวให้กันและกันฟัง และมันเป็นเหตุผลที่ทำให้ลู่หานคิดว่าการชวนแบคฮยอนคุยในวันนี้มันกลายเป็นเรื่องยาก เพราะการถามถึงประชุมผู้ปกครองมันคงหยาบคายเกินไป

 

จะไปไหนต่อล่ะเรา? ยกน้ำอัดลมกระดกคลายร้อน อันที่จริงวันนี้เขามีนัดทำรายงานกับเพื่อนในคณะแต่ก็ต้องขอเลทหน่อยเพราะอยากมาเจอน้องชายก่อน ซึ่งเพื่อนคนเกาหลีคนแรกของเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร

 

ไปทำงานพิเศษ

 

แล้วจักรยานล่ะ ไม่ได้เอามาด้วยเหรอ?

 

มันยางรั่วอ่ะ ผมเลยต้องจอดไว้ในโรงเรียนก่อน

 

งั้นให้พี่ไปส่งไหม?

 

ไม่ต้องครับไม่ต้อง ยังเหลือเวลาอีกเยอะเดี๋ยวผมเดินกินไอติมไปเรื่อย ๆ แบคฮยอนยิ้มก่อนจะเดินถอยหลังไปทีละก้าวแล้วโบกมือลาไว้เจอกันวันเสาร์นะเก่อ

 

โอเค ถ้าทางมันเปลี่ยวก็โทรมานะพี่จะโทรคุยเป็นเพื่อน  

 
 

 

 
 

 

อึดอัด...เมื่อไหร่มันจะจบลงสักที...

 

เรื่องการเรียนไม่มีปัญหาเลยครับ ชานยอลเขาเป็นเด็กหัวดีแต่ขี้เกียจ ถ้าพยายามอีกหน่อยผมว่าเขาต้องติดอันดับต้นของสายชั้นได้แน่ ๆ ฮะฮะฮะ ครูที่ปรึกษาหัวเราะแห้ง ๆ พลางมองสองพ่อลูกที่ปั้นหน้าเครียดอย่างกับถอดกันมาไม่มีผิด

 

แล้วเรื่องชกต่อยล่ะครับ

 

เรื่องนั้นไม่มีเลยครับ เทอมนี้ชานยอลทำตัวดีมาก ไม่มีเรื่องชกต่อย ไม่โดดเรียนเลย ยูแจซอกพยายามช่วยเด็กหนุ่มอย่างสุดพลังหลังจากสังเกตนักเรียนในความดูแลอยู่ห่าง ๆ มาสักพักแล้ว

 

เพราะเขาได้ยินครูที่ปรึกษาตอนปีสองบอกว่าปาร์คชานยอลเป็นเด็กมีปัญหาเรื่องทะเลาะวิวาทอยู่เป็นประจำ อีกทั้งยังชอบโดดเรียนอีกด้วย ซึ่งมันทำให้เขาสงสัยว่าที่ครูคนนั้นพูดน่ะมันเป็นความจริงเหรอ เพราะช่วงเวลาที่เขาเดินผ่านก็เห็นว่าเด็กคนนี้อยู่ในห้องเรียนตลอด

 

เขาทำให้ครูลำบากใจหรือเปล่าครับ?

 

ไม่เลยครับ คุณพ่อวางใจได้ ฮะฮะฮะ

 

ชานยอลเพียงแค่นั่งเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้แล้วมองมือตัวเองที่ประสานกันไว้บนตักโดยมีสมาร์ทโฟนอยู่ตรงกลาง เด็กหนุ่มไม่ได้รู้สึกดีที่ครูช่วยแก้ต่างให้เพราะยังไงพ่อก็เห็นเขาเป็นคนไม่เอาไหนที่ชอบมีเรื่องชกต่อยกับคนอื่นอยู่วันยังค่ำ

 

ปลายนิ้วหัวแม่มือสไลด์เปิดหน้าจอ แต่ยังไม่ทันเข้าแอพลิเคชั่นไลน์ก็มีหน้าต่างสี่เหลี่ยมเด้งขึ้นมาก่อน ซึ่งเจ้าของสติ๊กเกอร์นั้นไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากคนที่กำลังวนเวียนอยู่ในความคิดของเขา

 
 

มนุษย์ฮอบบิท

 18:47  PM

ยิ้มหน่อย 18:47  PM

 
 

น่าแปลกที่เด็กหนุ่มยิ้มตามหลังจากอ่านข้อความสั้น ๆ จบ คนเป็นพ่อหันไปมองลูกชายที่กำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับโทรศัพท์ในมือแล้วก็ได้แต่ประหลาดใจว่ามีสิ่งไหนในโลกที่ทำให้เด็กคนนี้ยิ้มได้ด้วยหรือไงกัน?

 

ซึ่งถ้าคิดง่าย ๆ บางทีตอนนี้ชานยอลอาจจะกำลังคบหากับเด็กผู้หญิงสักคนอยู่ ซึ่งมันทำให้คนเป็นพ่ออย่างปาร์คจองซูเป็นกังวลเข้าไปใหญ่ เขาต้องสติแตกแน่ถ้าเกิดลูกชายที่กำลังออกนอกลู่นอกทางคนนี้ไปทำผู้หญิงท้องทั้งที่ยังเรียนไม่จบ

 
 

PM 18:48 อยู่ไหน

 

มนุษย์ฮอบบิท

อยู่กับชานยอล 18:48 PM

 18:48 PM

 

 

ไม่รู้ว่าใช้เวลาไปกับการมองภาพนี้อยู่นานแค่ไหน แต่ที่รู้ ๆ คือปาร์คชานยอลไม่สามารถนั่งอยู่เฉย ๆ ได้อีกต่อไปแล้ว ในหัวมีแต่คำถามว่าตอนนี้ไอ้บ้านนอกกำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน กำลังรู้สึกยังไง แน่นอนว่าเขาคงไม่ได้คำตอบหากยังนั่งอยู่ตรงนี้

 

เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงท่ามกลางความงุนงงของคนเป็นพ่อและครูที่ปรึกษา ชานยอลก้าวออกมาก่อนจะดันเก้าอี้เข้าไปให้เป็นระเบียบแล้วมองชายวัยกลางคนทั้งสองพร้อมโค้งหัวให้

 

ขอโทษครับ แต่ผมต้องไปแล้ว

 

หา...?

 

...

 

ขอโทษด้วยครับ

 

ไม่หลงเหลือทิฐิกับเรื่องโค้งหัวทำความเคารพอีกต่อไป ตอนนี้สิ่งที่วนเวียนอยู่ในความคิดของเด็กหนุ่มมีเพียงแค่เรื่องของใครอีกคนเท่านั้น ยูแจซอกอ้าปากค้างก่อนจะลุกขึ้นมองตามแผ่นหลังกว้างของเด็กตัวสูงที่รีบวิ่งออกไปด้วยความเร็วทั้งหมดที่เขามี ในขณะที่ปาร์คจองซูเพียงแค่ทำหน้าเรียบเฉยจนกระทั่งเสียงฝีเท้านั้นหายไป

 

ลูกผมเป็นเด็กดีใช่ไหมครับครู?

 

ครูที่ปรึกษาหลุบตาลงมองคนตรงหน้าที่น้ำเสียงต่างจากก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง ยูแจซอกนั่งลงแล้วมองคนตรงหน้าอย่างเห็นใจ เขาไม่ใช่คนโง่ที่จะดูไม่ออกว่าความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกคู่นี้เป็นยังไงถึงแม้ว่าจะเคยฟังจากครูที่ปรึกษาคนก่อนมาบ้างแล้ว และพออีกฝ่ายเงยหน้าขึ้น เขาก็ยิ้มให้พร้อมพยักหน้าเป็นคำตอบ

 

 

 

 

ขายาววิ่งไปข้างหน้าโดยที่ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดลงง่าย ๆ ตลอดเวลาสิบเก้าปีที่ผ่านมานี่เป็นครั้งแรกที่ปาร์คชานยอลคิดว่าเวลาหนึ่งวินาทีมันมีค่าจนไม่อยากปล่อยให้สูญไปอย่างเปล่าประโยชน์ เพราะเด็กหนุ่มรู้ดีว่าความเหงาและความว่างเปล่ามันทำร้ายคนเราได้ทุกวินาที ซึ่งชานยอลไม่ต้องการให้มันเป็นอย่างนั้นกับคนตัวเล็ก

 

ถึงจะมีรูปร่างสูงโปร่งแต่เขากลับไม่ได้เรื่องด้านกีฬาเลยสักนิด แน่นอนว่าการวิ่งต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ แบบนี้มันทำให้เด็กหนุ่มเหนื่อยจนแทบขาดใจ เมื่อกี้ได้ยินเสียงตะโกนเรียกตามหลังแต่เขาก็ไม่คิดจะหันกลับไปตราบใดที่เจ้าของเสียงนั้นไม่ใช่เสียงของไอ้บ้านนอก

 
 

อยู่กับชานยอลเราไม่กลัวหรอก

 
 

บรรยากาศโดยรอบถูกปกคลุมไปด้วยความมืดในยามค่ำคืน มีเพียงแค่แสงสว่างจากหลอดไฟเป็นจุด ๆ เท่านั้นที่ทำให้เด็กหนุ่มมองเห็นทางเบื้องหน้าได้ ในหัวของเขามีแต่เรื่องของไอ้บ้านนอกอยู่เต็มไปหมด ทุกอิริยาบถตั้งแต่ทำหน้าซื่อตาใสไปจนถึงยิ้มจนตาทั้งสองข้างเป็นสระอิ อีกทั้งคำพูดที่ทำให้รู้สึกดีสารพัด ทุกอย่างที่อีกคนเป็นมันถูกฝังไว้ในความทรงจำของปาร์คชานยอลไปแล้ว

 

 

ชานยอลไม่ต้องทำอะไรเลยแค่วิ่งไปข้างหน้าเรื่อย ๆ เราจับมือชานยอลแน่นอยู่แล้ว

 

 

...!!!”

 

ร่างเล็กเซไปข้างหน้าทันทีที่ถูกสวมกอดจากข้างหลังโดยไม่ทันได้ตั้งตัว นัยน์ตาเบิกกว้างอย่างตกใจก่อนจะก้มลงมองแขนแกร่งที่โอบกอดร่างของเขาไว้แน่น แบคฮยอนได้ยินเสียงหอบหายใจที่ดังอยู่ข้างหู วินาทีนั้นแบคฮยอนไม่สามารถอธิบายได้เลยว่ากำลังรู้สึกยังไงอยู่

 

บอกให้รอทำไมไม่รอ... เสียงแหบพร่ากระซิบข้างหู จนถึงตอนนี้ชานยอลก็ยังคงหอบหายใจไม่หยุด

 

เราไม่รู้...ทำไมชานยอลต้องวิ่งมาด้วย ร่างเล็กเพียงแค่ยืนนิ่ง ๆ ให้อีกคนกอด เขารู้สึกได้ว่าครั้งนี้มันแน่นกว่าครั้งไหน ๆ

 

ไม่มีคำตอบสำหรับคำถามนี้...

 

มีเพียงแค่เสียงรถยนต์บนถนนเท่านั้นที่ทำลายความเงียบที่เกิดขึ้น แบคฮยอนไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเพราะเขาอยากให้คนตัวสูงได้หยุดพักหายใจก่อน ถึงจะไม่เข้าใจว่าทำไมชานยอลต้องวิ่งมา แต่ยอมรับเถอะว่าเขากำลังรู้สึกดีกับการที่อีกคนอยู่ตรงนี้

 

เหนื่อยแย่เลย

 

...

 

ชานยอลซบหน้าลงกับบ่าอีกคนอย่างโล่งอก วินาทีแรกที่เห็นแผ่นหลังของคนตัวเล็กนั้นเขารู้สึกเหมือนมีแสงสว่างเกิดขึ้นในโลกมืดมนใบนี้ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของคนตรงหน้าเป็นสิ่งยืนยันว่าปาร์คชานยอลทำสำเร็จแล้ว เขาจะไม่ปล่อยให้ไอ้บ้านนอกอยู่ตัวคนเดียวอีก...ไม่เด็ดขาด

 

เดินคนเดียวโดยที่ไม่มีกู มึงไม่รู้สึกอะไรเลยไงวะ

 

แบคฮยอนเม้มริมฝีปาก ยอมรับว่าวันนี้รู้สึกแย่มากแต่ก็ไม่อยากแสดงออกมาเพราะเขาไม่ต้องการให้คนรอบข้างเป็นห่วง มันอาจจะฟังดูโง่ที่เขาจริงจังกับเรื่องวันนี้ทั้งที่คนอื่น ๆ ไม่ได้ใส่ใจมันเลยด้วยซ้ำ เพราะเมื่อตอนเป็นเด็กทั้งพ่อและแม่ของเขาจะไปพบครูที่ปรึกษาพร้อมกันจนเพื่อน ๆ ล้อว่าทำไมต้องแห่กันมาทั้งบ้านด้วยทั้งที่ครูให้พามาแค่คนเดียว

 

แต่แบคฮยอนไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดเหล่านั้น เพราะเขารู้สึกดีกับคำตอบของพ่อจนไม่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องแปลก พ่อบอกว่าผมกับภรรยาอยากฟังเรื่องของลูกไปพร้อม ๆ กันครับ ผมเชื่อว่าแบคฮยอนเป็นเด็กดี

 

จนกระทั่งครอบครัวเราได้เจอกับฝันร้ายที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ไม่มีอีกแล้วบรรยากาศอบอุ่นเหล่านั้น แต่แม่ก็บอกอยู่เสมอว่าเธอจะเป็นทั้งพ่อและแม่ให้กับเขา หรือถ้าแบคฮยอนอยากมีเพื่อนแม่ก็จะเป็นให้ เธอพร้อมจะเป็นทุกอย่างที่เขาต้องการ

 

ปีที่แล้วคนตัวเล็กไม่ได้เข้าพบครูที่ปรึกษา ซึ่งทางโรงเรียนก็เข้าใจว่าแม่ของเขากำลังต่อสู้กับโรคร้ายในโรงพยาบาล จนถึงปีนี้...แบคฮยอนคิดว่าเขาเข้มแข็งมากพอแล้ว แต่พอนั่งอยู่คนเดียวท่ามกลางครอบครัวของเพื่อนร่วมห้องเขาก็พาลนึกถึงเรื่องครอบครัวตัวเองขึ้นมา

 

ชานยอลคุยกับครูแจซอกเรียบร้อยแล้วใช่ไหม

 

เรื่องนั้นน่ะช่างมันเถอะ... เด็กตัวสูงกระชับกอดแน่นยิ่งขึ้นเพื่อให้อีกคนรู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้ แบคฮยอนแกะมือแกร่งออกก่อนจะพลิกตัวเข้าไปกอดคนตัวโตกว่าพร้อมซุกหน้าลงกับแผงอกกว้าง

 

เด็กหนุ่มหลับตาลงพลางวางมือไว้บนศีรษะทุย บางทีการปลอบใจด้วยคำพูดมันอาจจะไม่ได้ผลเท่าการกอด ซึ่งคนตรงหน้าก็เคยพิสูจน์ให้เขาเห็นมาแล้วครั้งหนึ่ง ปาร์คชานยอลไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกที่เหมือนอยู่ตัวคนเดียวบนโลกมันเป็นยังไง เพราะอย่างน้อยเขาก็ยังมีเพื่อนสนิทที่หวังดีกับเขาอยู่อีกตั้งสองคน แต่ไอ้บ้านนอกไม่มีเลย...

 

 

เพราะฉะนั้น...เขาจะไม่ทำให้คนตรงหน้ารู้สึกอย่างนั้นเด็ดขาด

 

 

จักรยานเรายางรั่ว

 

แล้วจอดไว้ที่ไหน

 

โรงเรียน มันคงรั่วตั้งแต่ตอนกลางวันแล้ว

 

งั้นพรุ่งนี้เดี๋ยวพาเอาไปปะยางก่อนไปทำงานพิเศษ โอเคไหม? แบคฮยอนพยักหน้าหงึกก่อนจะหลับตาลงรับสัมผัสจากฝ่ามือที่ลูบลงบนศีรษะเขาอย่างเบามือ

 

ในทีแรกเขาคิดว่าไอ้บ้านนอกเป็นคนเข้มแข็งมากจนสามารถมองทุกเรื่องให้ไปในแง่ดีได้ แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่ามันไม่ใช่อย่างนั้นเลยสักนิด อันที่จริงมันอาจจะแค่พยายามคิดในแง่ดีเพื่อไม่ให้ตัวเองจมอยู่กับความเศร้า

 

เด็กตัวสูงก้มลงมองอีกคนที่ผละอ้อมกอดออกแล้วค้นกระเป๋าเป้ตัวเองเพื่อเอาบางอย่างออกมา มันคือซองจดหมายยับ ๆ ที่ส่งไปบ้านนักเรียนทุกคนซึ่งเขาคุ้นหน้ามันเป็นอย่างดี

 

ครูน่าจะถามก่อนจะได้ไม่ต้องส่งมา เสียดายกระดาษเนอะ ร่างเล็กหัวเราะก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเมื่อคนตัวสูงแย่งมันไปก่อนจะคว้าข้อมือเขาเอาไว้อะไรเหรอชานยอล?

 

ได้มองคนตัวสูงอย่างไม่เข้าใจว่าภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้นกำลังคิดอะไรอยู่ แบคฮยอนหลุบตาลงมองมือใหญ่ที่ค่อย ๆ เลื่อนลงมาสอดประสานกัน วินาทีนั้นเขารู้สึกได้ถึงฝ่ามือร้อนที่ชื้นไปด้วยเหงื่อซึ่งไม่ได้มาจากความตื่นเต้น แต่มันมาจากความตั้งใจของชานยอลที่มีต่อเขา...และดวงตาคู่นั้นก็เช่นกัน

 

 

 

กลับไปหาครูแจซอกแล้วบอกว่ากูคือผู้ปกครองของมึง

 

 


 

 

TBC

 

 

โธ่ ทุลักทุเลจริง ๆ ความรักของเด็กน้อยทั้งสองคน




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 167 ครั้ง

10,184 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 22:53
    อบอุ่นจังน๊าาา
    #10168
    0
  2. #10141 Real__sky (@guysupacai123) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 10:34
    ชอบฟิคแบบนี้มาก เหมือนแบบเราเติบโตไปกับตัวละครตั้งแต่ทั้งคู่ยังไม่มีอะไร มันน่ารักมากๆ
    #10141
    0
  3. #10107 11507416p (@11507416p) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 10:40
    ดีงามม
    #10107
    0
  4. #10089 family1485 (@family1485) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 20:26
    เป็นความรักที่น่ารักอ่ะ เงื้อออ
    #10089
    0
  5. #10037 Chankuma (@chansuju151137) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 02:16
    น้ำตาไหลเศร้าก็เศร้า แต่ยังมีเรื่องดีของเด็ก2คนนี้
    #10037
    0
  6. #10015 TIKIT (@TIKIT) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 18:37
    เศร้าอะ แต่ก็รู้สึกดีด้วยTT
    #10015
    0
  7. #10005 oom3456789 (@oom3456789) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 01:56
    เข้าถึงหว่ะ มันได้ ดี เริ่ดเว่อ
    #10005
    0
  8. #9973 ReindyWang (@ReindyWang) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 18:43
    เราว่าชานจะเป็นเกเรยังไง แต่นางมีจิตใจที่ดีว่ะ อบอุ่นมาก ขอสักคนเหอะแบบนี้
    #9973
    0
  9. #9819 SeiJii EXEL เดสส (@suphidsarah) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 10:20
    ฮือ อบอุ่น เป็นฟิคที่ฮีลลิ่งเรามากๆเลย น่ารัก;_;/
    #9819
    0
  10. #9767 sapphire- (@pbcarrot-) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 07:02
    ชานยอลอบอุ่นมากเลยยยแงง
    #9767
    0
  11. #9748 byunbunny09 (@byunbunny09) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 07:26
    ห่วงกันน่ารักมากเลยชานยอลพร้อมจะเป็นทุกอย่างให้แบค
    #9748
    0
  12. #9687 miniaraspring (@miniemint57) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 23:15
    ผู้ปกครองหรอ O_O เงิบบบ คืออยากให้ชานยอลคืนดีกับพ่อนะ ไม่มีพ่อที่ไหนที่ไม่รักลูกหรอกอยากให้ปรับความเข้าใจกัน คือแบบชอบอ่ะ ชอบที่ชานแบคอยู่ด้วยกันเข้าใจกันและกัน เป็นห่วงกันอ่ะ ดูแลกันคือมันดี >\\\\< ฮือออ ฟินนน
    #9687
    0
  13. #9666 ByunYa (@may2556) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 21:25
    ทำไมตอนจองซูพูดบอกว่าแกจะ 18 แล้วนะ ไม่ใช่ชานยอลอายุ 19 แล้วหรอคะ รึเราอ่านผิด5555555
    #9666
    0
  14. #9641 mamodictator (@mamodictator_13) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 05:16
    เดี๋ยวๆๆๆๆๆๆๆ เดี๋ยววววววว ผู้ปกครอง?? โหดสัสเลยปาร์คชานยอล นี่เงิบมากจริงๆ55555555555555
    #9641
    0
  15. #9614 litterrabbitza (@rabbitza) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 / 10:01
    ฮือออ อะไรๆชานยอลล เป็นผู้ปกครองเขาเฉยอ่ะ
    #9614
    0
  16. #9600 little daffodil (@wannyrenesmee) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มกราคม 2559 / 13:38
    พ่อลูกไม่เข้าใจกัน น่าสงสารทั้งช่นยอลทั้งแบคฮยอน ปัญหาที่มีต่างกันแต่ก็ใช่ว่าไม่เจ็บปวด เจ็บทั้งคู่แต่ยังมีกันและกันแบบนี้ยังดี
    #9600
    0
  17. #9562 Kimji_sag (@Kimji_sag) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 22:24
    คือตอนฉากพ่อลูกอารมอีกแบบ มาชานแบคนี่อีกแบบ มันเป็นอะไรที่ไม่ทำให้เราหนวงไปเลย เลิฟยูวววววววววววววววววแมว่ง
    #9562
    0
  18. #9497 iced tea aha! (@kob25411) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 23:11
    คือฟินเลยอ่ะ ตอนแรกก็สงสัยว่าใครส่งจดหมายมาที่แท้ก็นัดประชุมผู้ปกครอง ทิฐิยังแรงเหมือนเดิมเลยชานยอล สงสารแบคฮยอนมากก แต่ประโยคสุดท้ายก็หวานมากจริงๆ แบคมีผปค.แล้วนะ
    #9497
    0
  19. #9486 ParkByun ChanBaek (@weloveexobctsx) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2558 / 15:09
    มีคำไหนที่มากกว่าฟินเกินบรรยายมั้ย? >///<
    #9486
    0
  20. #9461 daraxx21 (@daraxx21) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 18:12
    หู้ยยยย พี่ชานหล่อมากกกก
    เค้าอยากมีผู้ปกครองงี้จังกิกิ
    #9461
    0
  21. วันที่ 31 กรกฎาคม 2558 / 23:18
    กรี้ดดดดดด พี่ชานเป็นผู้ปกครองของน้องแบคคคค ตายแล้วววววว ขอฟินกับประโยคเท่ๆของพี่ชานแป้บ #ตรูจะไม่ทน
    #9424
    0
  22. #9417 เอ็มเอ็ม (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 14:49
    ชานนางน่ารักขึ้นทุกที
    #9417
    0
  23. #9352 SweetLip (@sweetylip) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2558 / 00:09
    ฮื่ออออ โอ๊ยยย น่าร๊ากกกกก ชานยอลแม่งงงง ทำไมทำตัวน่ารักอย่างนี้ จะไม่ทนกับชานแบคคคค
    #9352
    0
  24. #9325 Fay_Jitradda (@jitradda) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 00:42
    เหมือนเห็นตัวเองเลย พออ่านตอนพบที่ปรึกษา ชานยอลนั่นมันกูชัดๆๆ นั่งอึดอัดๆกันในห้องพักครูกะพ่อ
    #9325
    0
  25. #9324 chanbaek (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 23:13
    ฟินอ่ะ
    #9324
    0