[EXO] "NERDY BOY" มนุษย์แบคฮยอน | CHANBAEK

ตอนที่ 11 : Chapter 10 :: My Sunday!!! (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,504
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 249 ครั้ง
    16 ม.ค. 58

 

 

 

Chapter 10

My Sunday!!!

 

 

 

บอกชอบเขาเสร็จ <- จงอิน

 

เออ <- ชานยอล

 

มึงก็จูบเลย <- จื่อเทา

 

ถูกต้อง

 

ถุ้ย!!!” <- เพื่อนรักทั้งสอง

 

มึงจะเสียงดังทำไมวะห่า เดี๋ยวคนก็รู้กันหมดว่ากูไปทำไรมา ชานยอลกลอกตามองไปรอบข้าง หันมาก็เห็นไอ้เทาทำหน้าเอือม ส่วนไอ้จงอินเพียงแค่ส่ายหน้าหน่าย ๆ แล้วทำท่าจะใส่หูฟังแต่ก็ถูกเขาลดข้อมือลงก่อน

 

ไหนใครหนอใครบอกว่าเด็กใหม่น่ารำคาญ ไอ้เทาพูดลอย ๆ แล้วผิวปากจนเพื่อนในห้องหันมามองเป็นตาเดียวกัน แต่พอเห็นว่าสายตาของมันจับจ้องไปยังไอ้บ้านนอกที่นั่งอยู่หลังห้องทุกคนเลยหันตามเฮ้ยแบคฮยอน! ลื้อใช้ลิปมันกลิ่นอะไรวะ?

 

สัด!”

 

ชานยอลตบหัวเพื่อนสนิทจนหน้าคว่ำก่อนจะหันไปทางไอ้บ้านนอกอย่างเลิกลั่ก เวรเอ้ย! เมื่อเช้ากูอุตส่าห์ตีมึนกินลมชมวิวซ้อนท้ายจักรยานมาโรงเรียนชิว ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วนะ เรื่องจะพังเพราะมึงเนี่ยแหละซั้ซ!!!

 

เราไม่ได้ใช้ลิปมัน เราชอบเลียปาก

 

เหยด...ไว้มาเลียมั่งดิ  จื่อเทาขยิบตาใส่ และไวเท่าความคิด ฝ่ามือพลานุภาพดุจดั่งระเบิดฮีเลียมของไอ้ชานยอลโบกลงกลางกบาลเขาอย่างแรงจนรู้สึกได้ถึงเสียงวิ้งวั้งที่ก้องอยู่ในหู ไอ้จงอินเอาแต่ยิ้มขำที่ไอ้ชานยอลกำลังพยายามหยุดปากหมา ๆ ของเขาอย่างสุดความสามารถ

 

เจ๊กเขียวงอตัวเป็นไส้เดือนหลบฝ่ามือใหญ่ของเพื่อนตัวสูงที่ฟาดลงบนตัวเขาอย่างไม่ยั้งมือ สมัยเรียนประถมครูประจำชั้นเคยถามว่าจื่อเทา...โตมาหนูอยากเป็นอะไรครับ ตอนนั้นจำไม่ได้แล้วว่าตอบอะไรไป แต่ที่แน่ ๆ ต้องไม่ใช่กระสอบทรายของไอ้เชี่ยชานยอลแน่นอน

 

เด็กตัวสูงหันไปทางมนุษย์ฮอบบิทที่กำลังทำหน้ามึน ด้วยความซื่อบื้อป่านนี้มันคงคิดในใจว่าไอ้ห่าเทาเป็นไรถึงได้อยากไปเลียปากคนอื่นอย่างเช่นว่าจื่อเทาเป็นหมาเหรอ ทำไมถึงอยากเลียปากคนล่ะ อะไรประมาณนั้น (กูโดนมาเยอะ กูจำได้)

 

ซึ่งถ้าเป็นก่อนหน้านี้ปาร์คชานยอลคงคิดว่ามันปั้นหน้าโง่แทนที่จะเป็นความน่ารักอย่างที่สายตาเขามองเห็น จนถึงตอนนี้เด็กหนุ่มก็ยังสงสัยว่ามันเกิดเหตุวิบัติอันใดทำไมเขาถึงได้เห็นไอ้บ้านนอกน่ารักขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งที่เมื่อก่อนก็แทบไม่อยากมองหน้ามัน

 

นั่น...พอรู้ว่าถูกมองอยู่ก็ยิ้มตาหยีใส่อีก มึงช่วยหลบสายตากูเพราะเขินได้ไหมล่ะ เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นนี่ลืมไปหมดแล้วเรอะ กูจูบมึงนะฮอบบิท! กูจูบมึง! นี่ชิวมากเลยดิ!

 

กูจะไม่แซวให้มึงอายนะชานยอล แต่ขอถามแบบคนฉลาดเขาถามกันหน่อย จงอินพูดด้วยท่าทีสบาย ๆ ขณะม้วนเก็บสายหูฟังอย่างเป็นระเบียบ จ๊ะ...พ่อพระเอก หล่อเท่ระเบิดเชิดสิงโต มึงชอบมัน เลยขอมันเป็นแฟน...กูพูดถูกไหม?

 

เออ

ห่าจงอิน มึงจะพรรณนายาวยืดไปเพื่อไรวะ ก็ถามตรง ๆ เลยดิว่าผีไร้บ้านอย่างเพื่อนเราเนี่ยจะอยากมีแฟนไปทำไม

 

เงียบปากไป กูขอฟังมันพูดก่อน ชานยอลผลักหัวเพื่อนชาวจีนออกไปห่าง ๆ แล้วตั้งหน้าตั้งตาฟังไอ้คนใจเย็นที่ยังคงทิ้งช่วงฆ่าคนรออย่างเขาไปตั้งหลายวินาที

 

แต่มันยังไม่ได้ตกลงเป็นแฟนมึง ถูกเปล่า?

 

เออ กูไม่ได้ถามกลับเองแหละ พอคุยไปเรื่อยเปื่อยแล้วจะวกกลับมาถามเรื่องนี้อีกก็นึกอายปากขึ้นมา มันเป็นเรื่องง่ายที่ไหนกัน พอมาถึงจุดนี้ปาร์คชานยอลถึงได้รู้ว่าที่ทำไปเมื่อคืนมันโคตรจะน่าอายเลย เกิดมาไม่เคยไปทำซึนมึนตึงใส่ใครแล้วไปขอความรักจากเขาทีหลังแบบนี้สักครั้งเดียว

 

มึงยังมีความอายอยู่เหรอวะสหาย นี่มึงล่อไปจูบเขาเลยนะ เมาท์ทูเมาท์แบบนี้ เด็กเขียวจูบหลังมือตัวเองอย่างดูดดื่มท่ามกลางสายตาแก๊งห้องสมุดที่กำลังมองมาด้วยสายตารังเกียจ พอหันไปเห็นเลยถลึงตาใส่ไปดอกนึง แค่นั้นแหละชัยชนะก็เป็นของหวงจื่อเทา

 

จังหวะนั้นไม่จูบไม่ได้แล้วว่ะ การขึ้นไปบนหอคอยราพันเซลได้ใครจะใช้บันไดวะห่า ลิฟท์มีต้องใช้เว้ย ชานยอลทำหน้าจริงจัง

 

โว้ว ๆ นี่เอ็นดูกันถึงขนาดเปรียบให้เป็นเจ้าหญิงเทพนิยายเลยเหรอ 5555” ไอ้เทากุมท้องขำ

 

เจ้าหงิญ หงิญที่หน้ามึง ไอ้เชี่ยจงอินก็อีกตัว

 

กูก็เปรียบเปรยเฉย ๆ ได้ไหมล่ะ คือกูจะสื่อว่าถ้าปล่อยให้มันเป็นไปตามขั้นตอนฮันซอนฮวาได้คาบไปแดกก่อนพอดี

พูดก็พูดเถอะ กูไม่ชินเวลาเห็นมึงเป็นแบบนี้เลยว่ะ ตามบทมึงต้องถ่อยให้มันสมญานามหน่อยดิวะเพื่อน มึงจะมาไล่ตามสมาชิกใหม่แก๊งชาวแคระแบบนั้นไม่ได้นะเว้ย ไอ้เทาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบาย ๆ

โชคดีแค่ไหนแล้วที่มันไม่ยี้มึง ไอ้ห่า โดนผู้ชายที่ทำท่ารังเกียจตัวเองบังคับให้จูบด้วยนี่แม่งขมขื่นชิบหาย พอไอ้จงอินพูดจบไอ้เทาก็ฟาดแขนมันรัว ๆ ราวกับว่าสะใจนักหนา รักกูเหลือเกินเพื่อนฝูงเนี่ย

แค่ปากแตะปาก กูยังไม่ได้สอดลิ้นป่ะ ยกตีนขึ้นถีบเก้าอี้ไอ้จงอินจนเลื่อนถอยไปติดกับผนังอย่างหัวเสีย ซึ่งเจ้าตัวก็เพียงแค่ยิ้มขำแล้วขยับกลับมานั่งที่เดิมโดยที่ไม่บ่นอะไรสักคำ

ถ้ามีโอกาสจะสอดไหม

“จะเหลือหรือ”

“5555555555555555555555555555555555” นักเรียนทั้งห้องหันไปทางแก๊งสามทหารเสือที่อยู่ ๆ ก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ยกเว้นคิมจงอินที่เพียงแค่เท้าคางยิ้ม ๆ

 

เรื่องนั้นไว้ก่อน สมมติมันตกลงเป็นแฟนมึงแล้วหลังจากนั้นจะเป็นไง?

 

โห มึงถามงี้ผมนี่อีโรติกแทนไอ้ชานยอลเลย จื่อเทายังคงเห็นเป็นเรื่องตลก ชานยอลพยายามไม่สนใจกับเสียงนกเสียงกา พอเกิดคำถามขึ้นมาเด็กหนุ่มเลยเพิ่งนึกได้ว่าเขาไม่เคยนึกถึงเลยว่าวันข้างหน้าจะเป็นยังไงหลังจากคบกัน

 

มึงต้องดูสภาพตัวเองด้วยนะ ตอนนี้มึงไม่มีเงิน ไม่มีอะไรสักอย่าง ที่ทำอยู่ตอนนี้ก็คือการเกาะคนที่มึงชอบไปวัน ๆ ไอ้ห่า ถ้ากูเป็นแบคฮยอนนะ กูไม่เลือกมึงหรอก เออจริงของไอ้จงอิน จะว่าไปแล้วตอนนี้ปาร์คชานยอลก็ไม่ต่างอะไรจากกาฝากเลยสักนิด

 

เด็กหนุ่มขมวดคิ้วคิดหนัก ทั้งปัญหาชีวิตของตัวเองที่ยังไม่เคลียร์และปัญหาของไอ้บ้านนอกอีก ถึงมันจะไม่พูดไม่แสดงออกแต่วันข้างหน้ามันอาจจะแย่ก็ได้ถ้าเกิดว่าเขายังไม่มีเงินใช้เป็นของตัวเอง

 

จงอินมองคนตรงหน้า เขาได้แต่หวังว่าเพื่อนสนิทคนนี้จะมีหัวคิดและโตเป็นผู้ใหญ่ให้มากกว่าที่เป็นอยู่บ้างสักนิดก็ยังดี

 

มึงไม่ต้องกลับไปอยู่บ้านก็ได้ แค่หางานทำ

 

มึงก็พูดไป เพื่อนเรายังล้างตูดไม่เกลี้ยงเลยมันจะเอามือที่ไหนไปทำงานทำการวะ ไอ้เทาหัวเราะอีกแล้ว จะว่าไปชีวิตปาร์คชานยอลก็ช่างน่าอัศจรรย์ใจเหลือเกินที่มีทั้งเพื่อนคอยให้กำลังใจและสมน้ำหน้าไปพร้อม ๆ กันแบบพวกมันสองคนนี้

 

กูทำแน่ มึงคอยดูแล้วกัน เด็กหนุ่มทำหน้าจริงจังก่อนจะมองไปยังเบื้องหน้าอย่างมุ่งมั่นและปล่อยให้ความคิดในหัวประมวลผลว่าควรจะทำยังไงต่อไป ระหว่างเกาะว่าที่แฟนกิน หรือจะหางานพิเศษทำให้มันเห็นว่า

 

 

ชานยอลขยันจังเลยอ่ะ อยู่ดี ๆ ก็น่าจับทำแฟนขึ้นมา น่ารักที่สุด จุ๊บ

 

 

มโนอีกแล้วกู...

 

 

 
 

 

เนือย นอยด์ เซ็ง...

นั่นคือสิ่งที่ปาร์คชานยอลรู้สึก

 

 

ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยสักนิดหลังจากวันนั้น ตลอดเวลาหลายวันที่ผ่านมาปาร์คชานยอลรู้สึกเหมือนจะเป็นบ้าที่เอาแต่หงุดหงิดตอนรอไอ้บ้านนอกกลับบ้าน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่เห็นว่าจะมีผลกระทบต่อสารบบชีวิตเลยสักนิด มันกลับบ้านสามสี่ทุ่มก็เป็นเรื่องปกติแหละ แต่ทำไมพักหลังเขาถึงได้เวิ่นเว้อขนาดนี้วะ

 

ไลน์คุยกับเพื่อนสนิทขอให้มันช่วยเป็นจิตแพทย์จำเป็นให้หน่อย แน่นอนว่าต้องไม่ใช่ไอ้เชี่ยเทาจอมตอกย้ำ และการคุยกับไอ้จงอินมันได้ผลจริง ๆ หลังจากวางมือถือแล้วเขาก็แต่เก็บเรื่องเหล่านั้นมาคิดและต้องปรับตัวให้ได้

 

 

ไม่แปลกหรอก...การชอบใครสักคนแล้วจะคิดถึงเขาตลอดเวลากูว่ามันเป็นเรื่องปกติว่ะ เขาเรียกอาการเห่อ แต่พอผ่านไปสักพักมึงจะปรับตารางความรู้สึกได้เองว่าควรเอาเวลาไหนไปทำเรื่องส้นตีนในชีวิตประจำวัน แล้วเวลาไหนเอาไว้คิดถึงมัน

ตอนคบกับคนอื่นกูไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย

เพราะมึงเป็นฝ่ายถูกตามไง ไม่ต้องทำห่าไรก็มีคนคอยเอาความรักมาให้ แต่คราวนี้ไม่ว่ะเพื่อน

ยังไงวะ?

หลายคนคงเรียกว่ากรรมตามสนองที่มึงเคยทำตัวแย่ ๆ กับคนที่ชอบมึง แต่สำหรับกู กูคิดว่ามันเป็นเรื่องของมุมมองและความเข้าใจที่ต่างกัน

กูอ่านอยู่ พิมพ์มาเรื่อย ๆ

มึงจะไม่มีวันเข้าใจว่าคนนั้นคิดยังไง จนกว่ามึงจะตกอยู่สถานการณ์เดียวกันกับเขาว่ะ และตอนนี้มึงก็กำลังเป็นอยู่

...

ตอนคบกับดาซมมึงรำคาญแทบตาย เป็นเพราะน้องยอมมึงทุกอย่างตั้งแต่แรก แถมไม่เคยหือเลยสักครั้ง พอเห็นว่ามึงหงุดหงิดไม่พอใจน้องมันก็เงียบ แต่มึงไม่เคยรู้หรอกว่าดาซมรู้สึกยังไงตอนพยายามเอาใจมึง พยายามเรียกร้องเอาความรักแต่มึงเสือกไม่มีให้ ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งมึงนะ...ตอนนั้นมึงคิดว่าทุกอย่างมันกำลังพอดีแล้ว มึงคิดว่าเออคบไปแบบนี้ก็ดี มึงอิ่มกับความรู้สึกนั้นโดยที่ไม่ต้องทำอะไร แต่มึงไม่รู้เลยว่าน้องก็อยากให้มึงทำแบบนั้นกับน้องบ้างเหมือนกัน

กูเศร้า

นั่นแหละ ต่อไปนี้เวลาจะทำอะไรก็คิดหน้าคิดหลังด้วยนะครับ อะไรที่มันมากหรือน้อยเกินไปก็ไม่ดีหรอกเพื่อน มันต้องอยู่ในความพอดี ไม่งั้นมันจะทำให้อีกฝ่ายอึดอัด

แล้วกูจะรู้ได้ยังไงว่ามันมากหรือน้อยเกินไป

เรียนรู้ด้วยตัวเองสิ ทฤษฏีไหนก็สู้ประสบการณ์ตรงไม่ได้หรอก แค่นี้นะกูจะนอนแล้ว

 
 

 

นั่นแหละที่ทำให้ปาร์คชานยอลพอจะคิดอะไรได้บ้าง สรุปคืออย่าเยอะว่างั้นเถอะ? เหอะ...จะบอกให้ก็ได้ว่าเขาก็ไม่ได้ขนาดนั้นหรอกนะ ที่เป็นอย่างนี้ก็แค่อารมณ์เห่ออย่างที่ไอ้จงอินบอกนั่นแหละ เดี๋ยวอีกสองสามวันก็หายแล้วเว้ย!

 
 

 

 

 
 

หายเชี่ยไรล่ะ...

ตอนนี้กูพีคยิ่งกว่าเดิมอีกครับท่านผู้ชม...

 

 

กี่วันแล้วที่ปาร์คชานยอลรู้สึกว่าการกินมื้อเที่ยงเป็นช่วงส้นตีนTime มันกลายเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขาทำได้เพียงแค่มองไอ้บ้านนอกนั่งยิ้มและหัวเราะกับเพื่อนชาวแคระของมันก่อนจะหันไปทำตาใสตอนซอนฮวาป้อนขนมให้กินด้วยมือสวย ๆ นั่น

 

 

สัด...กูหึง

 

 

ไอ้เทา มึงเห็นถังดับเพลิงตรงนั้นไหม

 

เห็น จัดเลยเปล่าสหาย กูว่าตาคนแถวนี้แม่งลุกเป็นไฟแล้ว

 

“555555555555555555555555555555”

 

เสียงหัวเราะของสองเพื่อนซี้ช่างน่ารำคาญรูหูเสียนี่กระไร ปาร์คชานยอลแยกเขี้ยวแล้วหรี่ตามองภาพฝั่งตรงข้ามที่ถัดไปประมาณสามโต๊ะก่อนจะขยำกล่องนมเมล่อนจนบี้คามือ อยากจะเข้าไปนั่งแทรกกลางให้รู้แล้วรู้รอดแต่เสือกหาเหตุผลดี ๆ ไม่ได้

 

นั่นก็อ้าปากกินเข้าไปครับเขาป้อนอะไรให้ก็แดกหมด ถ้าเกิดมียาพิษคงได้กระอักเลือดดำคาโรงเตี๊ยมจนต้องจี้จุดหาลมปราณกันให้วุ่น นี่ไม่ได้นึกถึงกูเลยใช่ไหมฮอบบิท ผู้ชายชื่อปาร์คชานยอลที่เคยจุ๊บกับมึงวันนั้นนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้เคยคิดจะมองมาบ้างไหม หรือว่าเป็นฝ่ายได้รับความรักแล้วจะทำยังไงก็ได้งั้นสิ มึงมันแย่มากไอ้บ้านนอก กูขอประนามมึง!

 

ไวเท่าความคิดอย่างกับว่ามนุษย์ฮอบบิทได้ยินคำด่าทอทั้งหมดทั้งมวลในหัวของปาร์คชานยอล มันถึงได้หันมาทางนี้พร้อมริมฝีปากที่กำลังอ้าเตรียมงับขนมที่ฮันซอนฮวากำลังป้อนให้

 

 

ครืดดดด!!!

 

 

แบคฮยอนหลุบตามองสมาร์ทโฟนบนโต๊ะที่กำลังสั่นก่อนจะหยิบขึ้นมากดดูหน้าจอสี่เหลี่ยมที่ขึ้นสติกเกอร์ไลน์รัว ๆ ซึ่งจะเป็นของใครไปไม่ได้เลยนอกจากคนตัวสูงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามนู้น

 

 

ชานยอล

ห้ามกิน  12:08 PM

 

 

คนตัวเล็กเบนสายตาไปทางคนข้าง ๆ ที่ยังคงยิ้มแม้ว่าเขาจะไม่ยอมกินขนมจากมือเธอสักที อันที่จริงแบคฮยอนก็ไม่ได้อยากทำแบบนี้เพราะมันทำให้ทุกคนมอง แต่ซอนฮวาบอกว่าอย่าไปสนใจเลยคนพวกนั้นก็แค่อิจฉา ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมมนุษย์โลกถึงต้องรู้สึกแบบนี้ทั้ง ๆ ที่มือก็มีครบทั้งสองข้างกันทุกคนไม่ได้เป็นอัมพาตจนหยิบจับอะไรกินเองไม่ได้สักหน่อย

 

ซอนฮวาก็เหมือนกัน เขาพูดไปตั้งหลายครั้งแล้วว่ากินเองได้แต่ก็ยังป้อนอยู่นั่น นี่พุงจะแตกอยู่แล้วไม่รู้ไปหาขนมมาจากไหน หรือว่าเธอจะมีกระเป๋าโดเรม่อนกันนะ

 

อีกคำนะ

 

อย่าป้อนแต่เราสิ กินเองมั่ง

 

ได้ งั้นแบคฮยอนป้อนฉัน เธอยิ้มแล้วอ้าปากรอ

 

ไม่ได้หรอกเดี๋ยวชานยอลหงุดหงิด

 

ทำไมต้องสนใจผู้ชายพรรค์นั้นด้วยล่ะ เขาก็แค่อิจฉานาย หญิงสาวว่าแล้วหันไปเบ้ปากใส่คนตัวสูงที่นั่งทำตาเหลือกอยู่ฝั่งนั้น

 

 
 

ป๊าด นั่นกำลังนินทากูช่ะ!!!

 

 
 

เธอไม่รู้หรอกว่าตอนชานยอลหงุดหงิดมันทำให้โลกเป็นสีแดงไปหมด

 

ช่างเถอะ ฉันแค่อยากให้โลกของนายเป็นสีชมพูเวลาอยู่กับฉัน

 

โอ้ย เขินจังเลยอ่ะ จงแดกุมหัวใจ จุนมยอนยกมือขึ้นทาบแก้มตัวเอง ทั้งคู่มองไปยังเพื่อนใหม่ที่กำลังถูกเอาอกเอาใจจนน่าอิจฉา ส่วนคยองซูเพียงแค่นั่งนิ่ง ๆ  

 

ฉันก็อยากมีโมเม้นแบบนั้นบ้าง

 

พอถึงเวลาเดี๋ยวก็มีเองแหละจ๊ะ เหมือนที่ฉันได้เจอกับแบคฮยอนไง ซอนฮวาเท้าคางยิ้มมองคนข้าง ๆ ที่ก้มหน้าก้มตาจิ้มมือถือราวกับว่ากำลังเขินในสิ่งที่เธอพูดไป

 

 

PM  12:10  เรามีอะไรจะบอกแหละ

 

ชานยอล

เรื่องดีหรือไม่ดี  12:10 PM

 

PM  12:11  มันเป็นเรื่องธรรมดาของคนอื่น แต่คงเป็นเรื่องโลกแตกของชานยอล 

 

ชานยอล

ถ้ารู้ว่ามันจะออกมาเป็นยังไงก็ไม่ต้องบอก  12:11 PM

แล้วก็รีบแก้ไขเรื่องนั้นซะถ้าไม่อยากให้โลกแตก  12:11 PM

 

PM  12:12  ไม่ได้นะ เราต้องบอก

PM  12:12  วันจันทร์หน้าห้องซอนฮวาต้องสอบคณิตศาสตร์

PM  12:12  วันอาทิตย์ก็เลย...

 

ชานยอล

จะปฏิเสธเองหรือจะให้กูเดินไปที่โต๊ะ  12:12 PM

 

PM  12:13  เราบอกไปแล้วว่าไม่ว่าง แต่ซอนฮวาตกเลขจริง ๆ

PM  12:13  มันคงแย่มากแน่ ๆ ถ้าคะแนนกลางภาคของเธอมีน้อย

PM  12:14  เราจะรีบไปรีบกลับนะ ชานยอลรอได้ไหม

 

 

แบคฮยอนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูงที่กำลังมีสีหน้าไม่สบอารมณ์ขณะจับจ้องสมาร์ทโฟนในมือ เขาเห็นว่าชานยอลถอนหายใจแล้วเคาะปลายนิ้วชี้ลงบนโต๊ะซ้ำ ๆ ราวกับกำลังสงบสติอารมณ์

 

 

PM  12:15  ชานยอล

 

ชานยอล

กูโกรธมึงแล้ว  12:15 PM

 

PM  12:16  ง้อ

 

ชานยอล

บาย  12:16 PM

 

 

แบคฮยอนทำหน้าหงอยมองอีกคนที่กำลังลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารพร้อม ๆ กับเพื่อนอีกสองคน จื่อเทากอดคอชานยอลแล้วหันไปถามแต่ผู้ชายคนนั้นเพียงแค่ส่ายหน้าเพื่อเลี่ยงการตอบ

 

 

งอนจริงด้วยแฮะ

 

 

ทั้งสามคนกำลังเดินมาทางนี้ ได้ยินฮโยซองเพื่อนสนิทของซอนฮวาทักทายชานยอลเหมือนปกติ แต่มันเริ่มไม่ปกติตรงที่คราวนี้คนตัวสูงยิ้มให้แถมยังยีหัวเธออีกด้วย วินาทีนั้นแบคฮยอนรู้สึกไม่ดีเลย เขาไม่ชอบให้ชานยอลทำแบบนั้นกับใคร

 

 

 

 

 

กริ๊ง! กริ๊ง!

 
 

เสียงกระดิ่งจักรยานทำให้เด็กหนุ่มที่กำลังเดินกลับบ้านต้องกลอกตามองบนแล้วเร่งฝีเท้าให้เร็วยิ่งขึ้น

 
 

กริ๊ง! กริ๊ง!

 
 

บรืนนน...

 

ไรมึงฮอบบิท

 

สองขาที่หยุดเดินเป็นสัญญาณบอกถึงความพ่ายแพ้ของปาร์คชานยอล เด็กหนุ่มขมวดคิ้วมองคนตัวเล็กที่เอาขาลงข้างหนึ่งส่วนขาอีกข้างก็วางอยู่บนบันไดปั่นของจักรยาน ดวงตาคู่นั้นภายใต้เลนส์แว่นกำลังมองมายังเขา พร้อมไอติมแท่งที่ถูกริมฝีปากบางนั่นคาบเอาไว้

 

ซ้อนท้ายเราไหม

 

ไม่ วันนี้มึงหมดโควตาคุยกับกูแล้ว

 

โหไรอ่ะ เราอธิบายไปแล้วนะ ชานยอลต้องใจเย็น ๆ แล้วคิดว่าทำไมเราถึงต้องทำแบบนั้น

 

เพราะมึงเป็นคนเจ้าเล่ห์ไง ทำเป็นใสซื่อเพื่อที่จะจับปลาสองมือสินะ เด็กหนุ่มแค่นหัวเราะพลางมองคนตรงหน้าหัวจรดเท้า ขนาดตอนโมโหมึงยังเสือกน่ารักในสายตากูได้อีกนะเวรกรรม

 

เรากลัวซอนฮวาสอบตก

 

โถพ่อคนดีศรีมกโพ มึงไม่บวชเป็นพระเป็นพรายไปเลยล่ะถ้าจะใจกว้างดุจมหาสมุทรแบบนี้

 

ชานยอลกำลังหึงเราใช่ไหม

 

โห...มึงก็พูดมาได้ มึงยิงสกิลใบ้ใส่กูป่ะวะฮอบบิท นี่ถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว บางทีไอ้บ้านนอกมันน่าจะพูดอ้อมโลกหน่อยก็ได้ เล่นฮุคหมัดตรงแบบนี้กูน็อกตั้งแต่ยกแรกเลยจ๊ะ

 

รอหน่อยไม่ได้เหรอ ไม่เกินเที่ยง

 

ไม่ได้ กูจะตื่นมาทาสีบ้านตั้งแต่ตีห้า แล้วก็จะทาไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะตาย เด็กหนุ่มยืนกอดอกมองกดดัน ซึ่งไอ้เตี้ยเพียงแค่ขมวดคิ้วแล้วงับไอติมกินระหว่างใช้ความคิดเท่านั้น นี่มึง

 

คับ

 

นั่น!!! เห็นไหมล่ะ!!! ปาร์คชานยอลบอกแล้วว่าไอ้บ้านนอกมันร้าย!!! มันกำลังเสแสร้งแกล้งทำเป็นไร้เดียงสาเพื่อที่จะหลอกล่อเขาด้วยคำพูดน่ารักแบบนี้แล้วฆ่าอย่างเลือดเย็น!!!

 

เพิ่งรู้ว่ามึงเป็นคนไม่รักษาคำพูด นึกอยากจะผิดสัญญายังไงก็ได้

 

หูย เราเปล่านะ ถ้าวันอาทิตย์ไม่สะดวกเราทาสีกันวันอื่นก็ได้นี่ มนุษย์ฮอบบิทยู่ปากพูดงุบงิบแล้วเอียงคอก้มลงดูดไอติมรสส้มที่กำลังละลาย และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ปากของไอ้บ้านนอกเป็นสีส้ม

 

ไม่ได้ กูจะทาวันอาทิตย์นี้

 

งั้นก็รอเรา

 

ไม่รอ นี่ปาร์คชานยอลนะครับ มึงคิดว่ากำลังเล่นอยู่กับใครวะ หื้อ? เด็กหนุ่มผลักหัวคนตรงหน้าเบา ๆ แต่ดูเหมือนว่าไอ้บ้านนอกมันจะห่วงไอติมมากกว่าจะสละเวลาอันมีค่ามาน้อยใจว่า ทำไมชานยอลส้นตีนแบบนี้ ไหนบอกว่าชอบเราไง ชานยอลคนเหี้ย อะไรแบบนั้น

 

ไอติมเราเกือบหก

 

เรื่องของมึง

 

เรื่องของเรา

 

เออ

 

ไม่ใช่เรื่องของชานยอล

 

เออไม่ใช่

 

เนอะ

 

ไม่ต้องมาเนอะ เดี๋ยวกูโบกคว่ำ พูดจบก็ทำท่าจะเข้าชาร์จ แต่ไอ้บ้านนอกเสือกยิ้มกวนตีนซะอย่างนั้น สงสัยไม่โดนทำร้ายร่างกายนานแล้วได้ใจ

 

ชานยอลรอเราเถอะ นะนะนะ จะได้ทาสีบ้านด้วยกัน ทาคนเดียวเหนื่อยแย่เลย

 

ไม่

 

เดี๋ยวขากลับซื้อขนมมาฝากด้วย

 

นี่มึงเห็นว่ากูเป็นเด็กอมมือที่หลอกล่อได้ด้วยขนมเหรอ พอรู้ว่ากูรู้สึกยังไงเลยแกล้งปั่นหัวเล่นสนุกเลยดิ จะบอกอะไรให้นะฮอบบิท คืนนั้นกูหน้ามืดว่ะ ที่บอกว่าชอบก็แค่พูดเล่น ๆ ไปงั้นเดี๋ยวพอเบื่อก็เลิกแล้ว กูแค่เห่อ

 

ได้แต่มองคนตัวสูงที่ร่ายยาวจนเขาเกือบตามไม่ทัน ชานยอลนี่ขี้โมโหจัง แบคฮยอนกำลังสงสัยว่าเขาควรจะน้อยใจกับประโยคเหล่านั้นหรือเปล่า แต่สุดท้ายก็ได้คำตอบว่าไม่

 

คนตัวเล็กกัดไอติมที่เหลือครึ่งแท่งก่อนจะพยักหน้าเข้าใจ ก็กะไว้แล้วว่าถ้าพูดเรื่องนี้จะต้องเจอโลกสีแดงแน่แต่ก็ไม่เป็นไร วันอาทิตย์รีบไปบ้านซอนฮวาตั้งแต่เช้าหน่อยจะได้กลับมาทาสีบ้านช่วยชานยอลได้ทัน

 

เพียงชั่วอึดใจเท่านั้นที่แบคฮยอนจมอยู่กับตารางเวลาในหัว ร่างเล็กเบิกตาโพลงทันทีที่ข้อมือของเขาถูกคว้าเอาไว้ก่อนที่ใบหน้าของอีกคนจะเลื่อนลงมากัดไอติมรสส้มที่เหลืออยู่จนหมดภายในคำเดียว

 

ทั้งคู่สบตากันในระยะที่คิดว่าผู้ชายปกติไม่น่าจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ และมันทำให้เรื่องเมื่อหลายวันก่อนย้อนกลับมาให้ได้ใจเต้นอีกแล้ว แน่นอนว่าเขาจำความรู้สึกเหล่านั้นได้เป็นอย่างดีถึงแม้ว่าจะแกล้งทำเป็นไม่พูดถึง เพราะไม่อยากให้ชานยอลสูญเสียความเป็นตัวเอง แบคฮยอนคิดว่าสิ่งที่เป็นอยู่มันกำลังดีแล้ว

 

ชานยอลกลืนไอติมลงคอทั้งที่ยังไม่ละสายตาออกห่าง เสียงรถยนต์ขับผ่านไปมาเป็นระยะ วูบหนึ่งคนตัวเล็กได้แต่คิดว่ามันจะเป็นยังไงนะถ้าเกิดมีคนมาเห็นเด็กผู้ชายสองคนอยู่ในท่าแปลก ๆ แบบนี้

 
 

 

คนหนึ่งนั่งอยู่บนจักรยาน ส่วนอีกคนยืนอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับก้มหน้าลงมาใกล้ ๆ

 

 
 

ที่พูดไปเมื่อกี้น่ะ กูโกหก

 

...อ้อ แบคฮยอนยิ้มเจื่อน กลอกตามองข้อมือตัวเองที่ยังคงถูกกุมเอาไว้ก่อนที่ไม้ไอติมจะร่วงลงไปบนพื้น

 

กูชอบมึง พรุ่งนี้ก็ชอบ แต่วันอาทิตย์จะชอบเป็นพิเศษ

 

...

 

เพราะงั้นต่อไปนี้มึงจดไว้ในตารางชีวิตได้เลยว่าวันอาทิตย์คือวันชานยอล

 

พูดจบก็ก้มลงไปหอมแก้มจนเกิดเสียงฟอด แบคฮยอนรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งหน้ากับประโยคห่าม ๆ ที่ทำให้เขาใจเต้นแรงอีกแล้ว ไหนจะปลายจมูกที่เพิ่งกดลงบนแก้มเขาอีก แล้วดูสิ...พอทำให้คนอื่นเป็นแบบนี้แล้วก็เดินล้วงกระเป๋ากางเกงไปอย่างหน้าตาเฉยได้ไง

 

จริงด้วย วันชานยอลคือวันอาทิตย์ วันอาทิตย์ก็คือวันสีแดง สีแดงคือชานยอล

 

ขายาวหยุดยืนกับที่ก่อนจะหันกลับไปมองอีกคนที่กำลังมาทางนี้ ไอ้บ้านนอกฮัมเพลงเบา ๆ แล้วปั่นจักรยานวนรอบตัวเขาเหมือนกับวันนั้น ซึ่งปาร์คชานยอลยังจำความรู้สึกตอนหงุดหงิดจนต้องทำร้ายร่างกายมันได้เป็นอย่างดี

 

แต่ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้เขาเพียงแค่ยิ้มขำขณะมองตามคนตัวเล็ก เสียงฮัมเพลงกับเสียงกริ่งจักรยานไม่ได้น่ารำคาญในโลกสีแดงนี้เลยสักนิด ปาร์คชานยอลมองเห็นว่าคนตรงหน้าที่กำลังปั่นจักรยานคือโลก...

 

 

 

ที่กำลังหมุนรอบตัวเขา...

 

 

 

60%

 

  

 

เปลือกตาค่อย ๆ ลืมขึ้น สิ่งแรกที่ได้ยินคือเสียงโมบายรูปปลาที่ห้อยอยู่ตรงหน้าต่าง มันคือของฝากจากมกโพที่เพื่อนสนิทไอ้บ้านนอกส่งมาให้เมื่อวันก่อน สายลมเย็นพัดเข้ามาชวนให้เคลิ้มหลับต่อ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าวันนี้คือวันอาทิตย์ และภายในห้องนี้มีเพียงแค่ปาร์คชานยอลอยู่คนเดียวเท่านั้น

 

 

มันเลยกลายว่าวันนี้ก็แค่วันน่าเบื่อวันนึง

 

 

พลิกตัวหันหน้าเข้าหาผนังแล้วก็เห็นตุ๊กตาโง่ ๆ ที่นอนหนุนหมอนอยู่ มันหันมาทางเขาเหมือนกับอยากหัวเราะเยาะถ้ามันมีชีวิต เด็กหนุ่มเพียงแค่กระพริบตาช้า ๆ แล้วปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปไกล บางทีเขาควรจะลุกไปจัดการธุระส่วนตัวแทนที่จะนอนจ้องหน้าตุ๊กตาของไอ้บ้านนอกเพราะความคิดถึง

 

มองไร หาเรื่องเหรอ

 

 

แม้แต่กับตุ๊กตากูก็ไม่เว้น...

 

 

เด็กตัวสูงจิ๊ปากแล้วจับมันนอนหันหลังให้ มนุษย์ฮอบบิทนี่น่าโมโหจริง ๆ จะออกไปบ้านฮันซอนฮวายังมีหน้ามาจัดแจงตุ๊กตาให้นอนข้าง ๆ เขาอีก คิดว่านี่จะคว้ามันมากอดเพื่อสูดดมกลิ่นให้หายคิดถึงงั้นสิ? ปัญญาอ่อน!!!

 

 

แต่สักหน่อยก็ดีเหมือนกันนะ...

 

 

ชานยอลคว้าเอาตุ๊กตาที่เขาเพิ่งจับมันนอนหันหลังให้เข้ามาอยู่ในอ้อมกอด กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ไม่มีขายในโลกเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้คนขี้น้อยใจยิ้มได้ เด็กหนุ่มนอนอยู่อย่างนั้นอยู่แค่ครู่เดียวเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

 

ว่า

 

( ตื่นยัง นี่กูอยู่หน้าบ้านมึง มาเปิดประตูให้หน่อย )

 

อ้าว? ถึงจะงงแต่เด็กตัวสูงก็ลุกขึ้นไปเปิดประตูให้แล้วก็พบว่าเพื่อนสนิทแต่งตัวคนละสไตล์ทั้งสองคนได้มายืนจังก้าอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

 

โว้ว เดี๋ยวนี้มึงนอนกอดตุ๊กตาด้วยเหรอวะเพื่อน จื่อเทาทำตาโตแล้วทำท่าจะเอื้อมมือมาแย่งตุ๊กตาแต่เขาซ่อนมันไว้ข้างหลังได้ทัน

 

เสือก พวกมึงมาทำอะไรไม่ทราบครับ?

 

วันนี้กูว่าง <- จงอิน

 

กูก็ว่าง” <- จื่อเทา

 

แล้ว?

 

ได้ข่าวว่ามึงจะทาสีรั้วกูกับไอ้จงอินเลยมาช่วยน่ะครับ เด็กหนุ่มชาวจีนยักคิ้วแล้วเดินเข้าไปในบ้านอย่างถือวิสาสะ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้มาเหยียบที่นี่หลังจากได้ยินไอ้ชานยอลพูดถึงบ้านเช่าหลังนี้มานาน

 

รบกวนด้วยครับ ไอ้จงอินพูดลอย ๆ แล้วตามไอ้เทาเข้าไป เด็กหนุ่มยืนถอนหายใจอยู่หน้าประตู ความฝันที่วาดเอาไว้ว่าจะทาสีกับไอ้บ้านนอกสองคนล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะมีมารผจญเพิ่มมาอีกสองตัว

 

ยอดขมองอิ่มของมึงไปไหนวะ?

 

บ้านซอนฮวาไง มันเพิ่งเล่าเรื่องโดนหญิงแย่งเวลาไปทำไมมึงถึงขี้ลืมแบบนี้วะเทา อย่าให้เพื่อนต้องพูดซ้ำให้เจ็บช้ำใจหลายรอบดิ เชี่ยจงอิน มึงแหละตัวดี เพื่อนแต่ละคนนี่รักกูเหลือเกินห่าจิก

 

กูเห็นจักรยานจอดอยู่ข้างล่าง ก็นึกว่าอยู่ด้วยกันซะอีก จากที่คิดมากอยู่แล้วตอนนี้เลยเพิ่มเป็นเท่าตัว เด็กตัวสูงนิ่งไปหลายวินาทีก่อนจะกลับมาปั้นหน้าให้เป็นปกติ

 

คงนั่งแท็กซี่ไปมั้ง ปั่นจักรยานไปได้อายสาวแย่ พูดจบก็แค่นหัวเราะ ก็รู้นะว่าพูดไปแล้วมันจะเป็นการตอกย้ำตัวเอง แต่ปาร์คชานยอลก็เลือกที่จะพูดมันออกมา กูจะอาบน้ำ เดินไปคว้าผ้าขนหนูก่อนจะหยุดฝีเท้าทันทีที่ได้ยินเสียงของไอ้เทา

 

จะเอาตุ๊กตาเข้าไปอาบด้วย?

 

...

 

เท่าที่จำได้ เพื่อนไม่เคยมีตุ๊กตาตัวนี้ไม่ใช่เหรอครับ? ไอ้จงอินเสริม ทั้งสองคนทำหน้าสลอนระหว่างรอคำตอบ และดูเหมือนว่าปาร์คชานยอลจะงานเข้าเพราะเพิ่งรู้ตัวว่าในมือของเขานั้นถือตุ๊กตาของไอ้บ้านนอกไว้อยู่

 

มันฝากกูซัก

 

โอ้โห ซักให้คนอื่นด้วย

 

ดมให้สาแก่ใจก่อนแล้วค่อยจุ่มกะละมังนะเว้ยไม่งั้นไม่คุ้ม ไอ้เทาว่าก่อนจะหันไปแท็กมือกับไอ้จงอินอย่างที่พวกมันชอบทำ

 

เด็กตัวสูงทำได้แค่เพียงกัดฟันกรอดขณะมองไปยังเพื่อนสนิททั้งสองคน แน่นอนว่าการเอาตุ๊กตาไปเก็บบนที่นอนคงไม่ใช่ทางออกที่ดี เพราะเขารู้ว่าไอ้เพื่อนชั่วทั้งสองต้องหยิบมันขึ้นมาเล่นแล้วพูดจากวนส้นตีนเขาเป็นแน่

 

ในหัวได้แต่คิดว่าถ้าทำอะไรชักช้าพวกมันคงเดินสำรวจรอบห้องอย่างละเอียดแน่ ซึ่งปาร์คชานยอลก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงต้องหวงขนาดนี้ทั้งที่ตอนพวกมันไปบ้านเขาก็แทบจะปล่อยให้เดินได้ทุกซอกทุกมุม

 

ประมาณห้านาทีก็อาบน้ำเสร็จ นี่รวมแปรงฟันไปแล้วด้วย เด็กตัวสูงเดินออกมาในสภาพผมเปียกลู่เข้ากับโครงหน้าและก็ได้พบว่าพวกมันสองตัวกำลังยืนวิเคราะห์รูปถ่ายของไอ้บ้านนอกที่ติดอยู่กับผนังห้อง

 

น่ารักนะเนี่ย รูปนี้เหรอที่ไอ้ชานยอลลงทุนทำงานบ้านมึงเพื่อแลกเศษเงินไปทำกรอบรูป? พูดจบทั้งสองคนก็หันมาทางเจ้าของบ้านที่ทำหน้าหาเรื่องอยู่ จงอินยิ้มขำก่อนจะยืนพิงกับผนัง

 

ไอ้ชานยอลทำให้กูอยากเลิกจ้างแม่บ้านแล้วเปลี่ยนไปจ้างมันแทน

 

โหอย่าเลย กูเป็นห่วงข้าวของบ้านมึงจะแตกเอา

 

ชานยอลเพียงแค่ทำหน้าเนือยแล้วใช้นิ้วตีนกดเปิดพัดลมก่อนจะแหงนคอมันขึ้นเพื่อให้พัดโดนหน้า เด็กตัวสูงกำลังนอยด์อย่างถึงขีดสุดจนไม่มีเวลาตลกกับเพื่อนทั้งสอง สายตาไม่รักดีก็เอาแต่หันไปมองนาฬิกาที่บ่งบอกว่าตอนนี้เพิ่งจะเก้าโมงครึ่งเท่านั้น และมันหมายความว่าเขาต้องรอไปอีกหลายชั่วโมงกว่ามนุษย์ฮอบบิทจะกลับ

 

มึงเป็นขนาดนี้เลยเหรอวะถามจริง ไอ้เทาทำหน้าจริงจัง ซึ่งตัวเขาก็ไม่รู้จะตอบยังไงกับความรู้สึกที่เป็นอยู่

 

ไม่รู้ว่ะ แค่คิดว่ามันกำลังอยู่กับซอนฮวากูก็หงุดหงิดจนไม่อยากทำอะไรแล้ว

 

เรื่องปกติ

 

ปกติห่าไรล่ะ มึงก็พูดงี้ตลอดแหละจงอิน พาลครับ ประโยคแพทเทิร์นของไอ้เชี่ยนี่กำลังทำให้ปาร์คชานยอลสติแตก ก็แน่ล่ะ...เพราะเป็นเรื่องของคนอื่นมันถึงได้พูดออกมาได้ง่าย ๆ แบบนั้นไง ลองเป็นเรื่องตัวเองดูดีจะยังปกติอยู่ไหม

 

กูพูดผิดตรงไหน ที่มึงเป็นตอนนี้มันคือเรื่องปกติ หงุดหงิด อารมณ์เสีย เพราะรู้ว่าคนที่ชอบกำลังอยู่กับอีกคน ในหัวของมึงกำลังคิดว่าซอนฮวากำลังทำคะแนน และมึงก็กำลังกลัวว่าแบคฮยอนจะเขวไปทางนั้น

 

...

 

ใจเย็นหน่อยดิวะ มึงแพ้ตั้งแต่สู้กับผู้หญิงแล้ว จื่อเทาตบบ่าเพื่อนตัวสูง ทั้งที่ในใจเขาอยากจะพูดว่า มึงไม่น่าแข่งกับผู้หญิงสวยตั้งแต่แรก เพราะผู้ชายร้อยทั้งร้อยก็อยากได้แฟนสวยมากกว่าตัวผู้ไม่มีอันจะแดกอย่างมึง

 

กูรู้ แต่กูก็อดเซ็งไม่ได้อยู่ดี ถอนหายใจแล้วลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก ใบหน้าคมเงยขึ้นมองท้องฟ้า ข้างบนนั้นมีก้อนเมฆสีขาวลอยอยู่เต็มไปหมด แย่ว่ะ ทั้งที่วันนี้อากาศดีแท้ ๆมันควรจะมีอะไรดี ๆ เกิดขึ้นกับเขามากกว่าการจมอยู่กับความรู้สึกหึงหวงสิ

 

ทาสีกันเถอะ ถ้าแบคฮยอนมาจะได้กินข้าวเที่ยงกัน ไอ้จงอินว่าแล้วเดินไปยกเอาถังสีขนาดกลางที่ตั้งอยู่ข้างชิงช้ามาวางตรงหน้าเพื่อนสนิท

 

มึงคิดว่ามันจะมาทันเหรอ ถ้าทันกูยอมให้ถลกขนหน้าแข้งเลย ชานยอลจิ๊ปาก ร้อยทั้งร้อยฮันซอนฮวาต้องหาเรื่องให้มันอยู่ต่อแน่ ๆ นี่เคยมีแฟนมาก่อน ทำไมจะไม่รู้ว่าตอนผู้หญิงอ้อนมันชวนให้ใจอ่อนยังไง

 

นี่ก็เครียดจั๊ง

 

ว่าแต่...กูควรไลน์ไปถามไหมว่ามันจะกลับมาเมื่อไหร่? เด็กตัวสูงถามอย่างไม่มั่นใจก่อนจะเอียงหน้าไปทางขวาเล็กน้อยเมื่อจื่อเทากอดคอเขาเอาไว้และทำท่ากระซิบ

 

ถ้าทำแบบนั้นไอ้เด็กใหม่ได้เห็นมึงเป็นของตายแน่...

 

...

 

อย่าเด็ดขาด มึงต้องมีชั้นเชิงดิ ให้มันรู้ว่ามึงก็ไม่ได้จะเป็นจะตายเวลามันไม่อยู่ ถึงมึงจะอาการหนักจนแทบกัดฟันยางต่อไปไม่ไหวแล้วก็ตาม

 

ไอ้เทาพูดถูก มาทาสีได้แล้ว จงอินโยนแปรงทาสีบ้านและเด็กหนุ่มทั้งสองคนก็รับได้อย่างพอดี

 

กูไม่ชอบตัวเองเวลาเป็นแบบนี้เลยว่ะห่า ชานยอลบ่นอย่างหัวเสียก่อนจะจุ่มแปรงลงไปในถังสีจนแทบกระฉอกออกมาจากถัง ทั้งสามคนแยกย้ายกันไปตามจุด เริ่มต้นที่รั้วเหล็กก่อนเมื่อก่อนกูมีชั้นเชิงกว่านี้

 

ก็ใช่ แต่มึงมีจุดอ่อนไง

 

...? ชานยอลกับจื่อเทาหันไปทางเพื่อนสนิทอีกคนที่กำลังถลกแขนเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตสีเข้มขึ้นขนถึงข้อศอกด้วยท่าทีสบาย ๆ ก่อนจะหันหน้าเข้าหาเพื่อทั้งสอง

 

เพราะแบคฮยอนรู้จุดอ่อนหลาย ๆ เรื่องของมึง เลยเป็นเหตุผลที่มึงเห็นมันพิเศษกว่าคนที่เคยคบ มันลึกซึ้งมากกว่าความรู้สึกแบบแฟนเหมือนเพิ่มระดับขึ้นมาอีกขั้นนึง จะพูดยังไงดีล่ะ...ควายอย่างมึงสองตัวจะเข้าใจที่กูพูดเหรอ

 

อ้าวสัด กูฟังตั้งนานเสือกปิดท้ายด้วยการหลอกด่า ชานยอลถลึงตามองไอ้เพื่อนชั่ว

 

ปากดีงี้ต้องลากไปกระทืบ <- จื่อเทา

 

กูว่ามันดีนะ เริ่มต้นยังไงไม่รู้ ถึงต่อให้จบไม่สวย แต่สิ่งที่มึงจะได้จากมันคือประสบการณ์ความรักแบบที่เด็กไม่รู้จัก

 

ว่าแล้วกูก็อยากมีคนที่ทำให้รู้สึกแบบนั้นบ้างเหมือนกันว่ะ จื่อเทายิ้มขำ ในทั้งสามคนเขาเป็นคนที่เปลี่ยนแฟนบ่อยมากที่สุด และมันก็จบลงที่ความเบื่อหน่ายทุกที

 

มันก็ขึ้นอยู่กับตัวอีกฝ่ายด้วยว่าจะทำยังไงหลังจากรู้จุดอ่อนของเราแล้ว จงอินเริ่มทาสีรั้วและคนอื่น ๆ ก็เช่นกันระหว่างยอมรับในสิ่งที่เราเป็นได้หรือแค่รู้สึกสงสาร

 

 

 

ตึง...

 

 
 

ประโยคนี้ทำเอาถึงกับหยุดชะงัก เสียงแปรงทาสีสาก ๆ ลากไปตามรั้วเหล็กคือสิ่งเดียวที่ปาร์คชานยอลได้ยิน มันแทรกเข้ามาในหัวปะปนกับความคิดที่เขาไม่อยากให้มันเป็นอย่างนั้น เพราะที่ไอ้จงอินพูดมันก็มีเหตุผลและสามารถเกิดขึ้นได้จริง

 

ภาพตอนเราสองคนต่างระบายเรื่องครอบครัวให้กันและกันฟัง ตอนนั้นมันทำให้เขารู้สึกเห็นใจไอ้บ้านนอกจนเริ่มพัฒนาความรู้สึกเป็นความชอบ แต่สำหรับมันล่ะ...คนซื่อ ๆ ที่มองโลกในแง่ดีอย่างมันจะคิดยังไงหลังจากได้ฟังเรื่องราวของเขา?

 

 

ที่ยอมให้จูบ...ยอมให้หอมแก้ม...นั่นเป็นเพราะความสงสารหรือว่ามีใจกันแน่?

 

 

 

 
 

 

14:14 PM

 

ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือพร้อมวิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วทั้งหมดที่เขามี แบคฮยอนกำลังสาย ไม่สิ...เขาสายมากแล้วต่างหาก คนตัวเล็กหอบหายใจหนักทันทีที่วิ่งมาถึงป้ายรถเมล์ แต่ดูเหมือนว่าโชคจะไม่เข้าข้างเพราะตลอดห้านาทีที่เสียไปเปล่า ๆ นั้นไม่มีรถเมล์ที่ขับผ่านมาทางนี้เลยสักคันเดียว

 

แท็กซี่เป็นทางเลือกสุดท้ายถ้าหากอยากไปให้ถึงที่หมายเร็ว ๆ เหมือนตอนขามาบ้านซอนฮวา ที่ไม่ปั่นจักรยานพรุ่งนี้ก็ไม่ถึงเพราะคงหลงทางไปก่อน ประมาณครึ่งชั่วโมงแท็กซี่ก็พามาถึงหน้าปากซอย คนตัวเล็กจ่ายเงินพร้อมโค้งหัวขอบคุณคนขับก่อนจะเหวี่ยงกระเป๋าเป้ไปข้างหลังแล้วออกวิ่งอีกครั้ง

 

หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะเลย ก่อนหน้านี้ทั้งไลน์ทั้งโทรหาแล้วว่าอาจจะกลับช้าหน่อยเพราะซอนฮวาตื้อขอให้อยู่ต่ออีกนิดเพราะยังมีโจทย์อีกหลายข้อที่ยังไม่เข้าใจไหนจะชวนกินข้าวเที่ยงอีก แต่ชานยอลกลับไม่รับสายแถมไม่เปิดอ่านไลน์แบบนี้เขาเลยเป็นกังวล

 

เสียงรองเท้าวิ่งไปตามบันไดสนิม พอถึงชั้นบนสุดก็หยุดหอบหายใจแต่ก็พบเพียงแค่ชายหนุ่มผิวแทนที่กำลังนั่งทาสีไปตามช่องปูนที่เอาไว้ปลูกต้นไม้ ใบหน้าคมหันมาทางเขาด้วยสายตาเรียบเฉยก่อนที่ริมฝีปากนั้นจะค่อย ๆ ยิ้มออกมา

 

กลับมาแล้วเหรอ

 

จงอิน...เห็นชานยอลไหม...

 

อ้อ ร่างหนาหยัดตัวลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินไปนั่งบนแคร่ไม้สักที่ตั้งอยู่ข้าง ๆ ม้านั่งชิงช้ามันออกไปซื้อของกับไอ้เทาน่ะ เรายังไม่ได้กินมื้อเที่ยงกันเลย แล้วนายล่ะกินหรือยัง?

 

แบคฮยอนส่ายหน้าพรืดเป็นคำตอบ มันทำให้เขาอดยิ้มไม่ได้จริง ๆ กับท่าทางของอีกฝ่ายที่กำลังชะเง้อหน้าลงไปข้างล่างเพื่อดูว่าสองคนนั้นจะกลับมาหรือยัง

 

มานั่งนี่สิ ตบแคร่เรียกเบา ๆ และคนตัวเล็กก็เดินมานั่งอย่างว่าง่าย แบคฮยอนวางกระเป๋าเป้ลงข้างตัวก่อนจะถอดแว่นออกมาซับเหงื่อตามโครงหน้า

 

วิ่งมาจากไหน?

 

ปากซอยน่ะ...

 

นี่กลัวไอ้ชานยอลโกรธขนาดนั้นเลยหรือไง? เขาเห็นว่าแบคฮยอนชะงักมือไปเล็กน้อย ริมฝีปากอิ่มค่อย ๆ เบ้ลงก่อนจะพยักหน้า

 

แต่เราว่าชานยอลคงโกรธไปแล้ว ถึงได้ไม่รับสายเราเลย

 

มือถือมันชาร์ตแบตอยู่น่ะ เราทาสีกันเพลินไปหน่อย แต่ยังเหลืองานไว้ให้นายทำอยู่นะ เด็กหนุ่มว่าแล้วหันไปทางม้านั่งชิงช้าขึ้นสนิมที่อยู่ด้านหลัง

 

ใจไม่ดีเลยอ่ะ... แบคฮยอนเบ้ปาก นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกแย่กับการผิดสัญญา และถ้าชานยอลจะโกรธมันก็สมควรแล้ว

 

อย่าคิดมาก จงอินลูบหัวคนตัวเล็กอย่างเอ็นดูแล้วเท้าแขนทั้งสองไว้ข้างหลัง

 

อีกนานไหมกว่าชานยอลจะกลับ

 

รอเดี๋ยวนะ หรี่ตาพร้อมชี้นิ้วขึ้นมาก่อนจะยิ้มทะเล้น บางทีการทำให้คนข้าง ๆ ผ่อนคลายหน่อยมันอาจจะเป็นเรื่องที่ดี จงอินล้วงเอามือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วกดโทรหาจื่อเทา เพียงแค่ครู่เดียวอีกฝ่ายก็รับสาย

 

“Where’re you dude?”

 

( ร้านขายต๊อกว่ะ โทรมาเพื่อ? )

 

เปล่า รีบกลับมาได้แล้วกูหิว

 

( เออ ทาสีบ้านต่อไปไอ้ขี้ข้า )

 

ครับเจ้านาย จงอินวางสายพลางส่ายหน้ายิ้ม ๆ เมื่อกี้เขาเปิดลำโพงให้แบคฮยอนได้ยินด้วย แต่ดูเหมือนว่าคนตัวเล็กจะไม่รู้สึกดีขึ้นเลยเพราะไม่ได้ยินเสียงไอ้ชานยอล อีกเดี๋ยวมันก็คงกลับ

 

ตอนเราไม่อยู่ชานยอลบ่นบ้างไหม...

 

บ่น

 

จริงอ่ะ...

 

จริง เด็กหนุ่มยิ้มขำแล้วปล่อยให้ความเงียบโรยตัวอยู่ครู่หนึ่ง ระหว่างนั้นก็นั่งมองเสี้ยวหน้าของคนคิดมากเพื่อรอจังหวะว่าควรจะถามในสิ่งที่อยากรู้ตอนไหน นายสนิทกับใครมากที่สุดในโรงเรียน จุนมยอนเหรอ?

 

ไม่ใช่หรอก กับสามคนนั้นเราสนิทด้วยก็จริง แต่ที่รู้สึกเป็นตัวของตัวเองก็ตอนอยู่กับชานยอล เพราะงั้นเราจะเหมาเอาเองว่าสนิทกับเขามากที่สุดได้ไหม?

 

อ่านั่นสินะก็นายสองคนอยู่ด้วยกัน... จงอินดูท่าทีอีกฝ่ายก่อนจะยิ้มบาง ๆ ถ้าไม่นับชานยอลกับเพื่อน ๆ ในชมรมห้องสมุด นายมีเพื่อนคนอื่นอีกไหม?

 

มีสิ จงอินกับจื่อเทาไง คนตัวเล็กตอบทันที ดวงตาภายใต้กรอบแว่นนั้นมองมาอย่างจริงใจเขารู้สึกได้

 

งั้นเราก็คุยเรื่องความลับกันได้งั้นสิ?

 

จงอินมีความลับเหรอ... แบคฮยอนทำตาโตและมันทำให้เขาหลุดหัวเราะออกมาจนได้

 

ใช่ ได้หรือเปล่า?

 

ถ้าจงอินไว้ใจเราก็เล่ามาได้เลยคนตัวเล็กดูตื่นเต้นกับเรื่องนี้แต่พอเห็นว่าเขาเอาแต่ยิ้ม ใบหน้าขาวนั้นก็เจื่อนไปเล็กน้อยเราไม่ได้บังคับให้พูดนะ เราแค่คิดว่ามันคงดีถ้ารับฟังเรื่องไม่สบายใจของคนอื่น คือ...เราหมายความว่าถ้าจงอินได้ระบายมันก็คงดีกว่าเก็บเอาไว้

 

เหรอ นายใจดีแบบนี้กับทุกคนหรือเปล่าหืม? เขามองคนตรงหน้าด้วยแววตาเหมือนในทีแรก แบคฮยอนกลอกตาไปมาก่อนจะส่ายหน้าช้า ๆ ราวกับไม่แน่ใจ

 

ไม่หรอก เรามีเพื่อนน้อย

 

งั้นมาสัญญากันก่อนว่าจะกำความลับไว้

 

จงอินยักคิ้วแล้วกำมือขึ้นมาระดับช่วงอก คนตัวเล็กมองใบหน้าคมสลับกับมือนั้นอย่างไม่เข้าใจคนตัวโตกว่าเลยพยักหน้าเป็นเชิงบอกให้ทำเหมือนกัน ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ กำมือแล้วยกขึ้นมาบ้าง ตอนนั้นแบคฮยอนถึงได้รู้ว่าสัญญาในแบบของจงอินคือการเอากำปั้นชกกันเบา ๆ

 

นายรู้เรื่องบ้านชานยอลหรือเปล่า? แบคฮยอนทำตาปริบ ๆ กับคำถามนี้ก่อนจะพยักหน้าเป็นคำตอบโอเค เรื่องที่ฉันกำลังจะพูดต่อไปนี้มันอาจจะดูวุ่นวายไปนิดนึงเพราะมันไม่เกี่ยวกับฉันเลย แต่ถ้านายไม่อยากตอบก็บอกนะ

 

อื้ม!”

 

มันเล่าอะไรให้ฟังบ้างล่ะ

 

ก็เล่าเรื่องพ่อมีแฟนหลายคน มีพี่ชายกับน้องชายต่างแม่...ประมาณนั้นน่ะ

 

อืม...ฟังแล้วรู้สึกยังไง? สมเพชมันบ้างไหมที่ทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาแบบนั้น จงอินจ้องเข้าไปยังนัยน์ตาของอีกฝ่าย และเขารู้สึกดีที่แบคฮยอนส่ายหน้าปฏิเสธทันที

 

เราไม่เคยรู้สึกแบบนั้น

 

เหรอ ทำไมล่ะ? เพราะเท่าที่รู้มันก็ใจร้ายกับนายมาตลอดนี่?

 

ชานยอลไม่ได้ใจร้ายหรอก ชานยอลแค่ไม่ชอบโลก จงอินหลุดขำออกมาอย่างห้ามไม่ได้ในขณะที่คนตัวเล็กเพียงแค่ขมวดคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจว่าเขากำลังหัวเราะอะไร ทีแรกคิมจงอินก็คิดอยู่แล้วว่าอย่างบยอนแบคฮยอนต้องมีอะไร และวันนี้เขาก็ได้รู้

 

 

ว่าทำไมเพื่อนสนิทของเขาถึงได้หลงคนบ้านนอกหัวปักหัวปำแบบนี้...

 

 

แล้วไม่หงุดหงิดบ้างเหรอที่มันไม่ยอมทำงานทำการ เดือนที่แล้วนายก็ออกค่าเช่าให้มันก่อนใช่ไหม?

 

ถูกต้อง เราจ่ายให้ก่อน แบคฮยอนยังคงมีสีหน้าไม่ต่างจากในทีแรก

 

ทำไมล่ะ?

 

ก็เรายังพอมีเงินอยู่

 

แล้วถ้าเงินหมดจะทำยังไง? จะไล่มันออกไปไหม?

 

เราจะไม่ทำอย่างนั้น แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าแล้วยกมือขึ้นบังแสงแดดอ่อน ๆ ของบ่ายวันอาทิตย์ชานยอลไม่ปล่อยให้เป็นแบบนี้นาน ๆ หรอก เรารู้

 

ประโยคหลังทำให้เด็กหนุ่มขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ร่างเล็กยังคงเงยหน้ามองท้องฟ้าอยู่อย่างนั้นราวกับว่ามันมีอะไรน่าสนใจนักหนาก่อนที่ดวงหน้าขาวจะหันมาทางเขาและยิ้มออกมา

 

งั้นขอเข้าเรื่องเลยแล้วกัน รอยยิ้มบนใบหน้าคมเลือนหายไปและเปลี่ยนให้ความจริงจังเข้ามาแทนที่ หลังจากชักแม้น้ำทั้งโลกเขาก็ได้รู้ว่าการถามแบบอ้อมค้อมเพื่อการวิเคราะห์มันไม่ได้ผลเลย ฉันเพิ่งรู้เมื่อไม่กี่วันก่อนว่าไอ้ชานยอลชอบนาย

 

...ชานยอลเล่าด้วยเหรอ แบคฮยอนทำตาโต ดูเหมือนว่าจะตกใจอยู่ไม่น้อย

 

เราสามคนไม่มีความลับต่อกันอยู่แล้ว จงอินกำลังมองจับผิดอีกฝ่ายผ่านทางสีหน้าที่แสดงออกมานายอายเหรอ?

 

ชานยอลต่างหากที่ต้องอาย

 

หืม ทำไมมันถึงต้องอายด้วยล่ะ ก็มันเป็นฝ่ายชอบนาย จงอินหัวเราะ

 

ก็เพราะเป็นแบบนี้ไง เราไม่ใช่ผู้หญิง

 

อืม แล้วไงต่อ เด็กหนุ่มไม่รู้ตัวว่ารอยยิ้มที่หายไปก่อนหน้านี้ได้กลับมาแต่งแต้มบนใบหน้าเขาอีกครั้ง

 

เรากลัวคนมองชานยอลไม่ดี

 

แล้วไม่กลัวตัวเองถูกมองไม่ดีบ้างเหรอ?

 

เรายังไงก็ได้อยู่แล้ว ไม่คิดมาก

 

เลอะเทอะ จงอินยีหัวคนตัวเล็กแล้วเปลี่ยนเป็นกอดคอหลวม ๆ ไม่คิดว่าไอ้ชานยอลมันจะเป็นห่วงนายบ้างหรือไง

 

ไม่รู้สิ จงอินคิดว่าไง

 

ทั้งห่วงทั้งหึงเลยล่ะ เด็กหนุ่มหัวเราะเมื่อนึกไปถึงเพื่อนสนิทที่เอาแต่หงุดหงิดตลอดช่วงเวลาการทาสีบ้านโดยที่ไม่มีแบคฮยอนอยู่ด้วย

 

เหรอ...

 

นายน่ะชอบมันบ้างหรือเปล่า?

 

หา?

 

ฉันไม่บอกใครหรอกน่า รู้กันสองคน จงอินเลิกคิ้วพลางกำมือขึ้นโชว์ถึงสัญญาที่เขาทั้งสองตกลงกันเมื่อก่อนหน้านี้ เขาเห็นว่าคนตัวเล็กกำลังทำตัวไม่ถูกก่อนจะเกาแก้มเบา ๆ

 

สัญญาแล้วนะว่าจะไม่บอก แบคฮยอนหันมากำชับอีกครั้งและเด็กหนุ่มก็พยักหน้ารับ จงอินห้ามโกหกนะ ถ้าโกหกจะต้องตกนรกลงกระทะทองแดงด้วย

 

โห คงทรมานน่าดูเลย ฉันคงไม่โง่ยอมตกนรกแน่ จงอินทำหน้าจริงจัง

 

 

เงียบ...

 

 

ประมาณสองถึงสามนาทีเห็นจะได้ที่คนตัวเล็กก้มหน้าจมอยู่กับความคิดในหัว ซึ่งตัวเขาไม่รู้เลยว่าคำตอบมันจะออกมายังไง แบคฮยอนเป็นคนอ่านใจยากกว่าที่คิด จะว่าเป็นคนซับซ้อนก็คงไม่ใช่เพราะบางเรื่องเจ้าตัวก็ทำให้มันง่ายจนคาดไม่ถึง นี่คือประสบการณ์ใหม่ที่คิมจงอินได้รู้

 

เราชอบชานยอล

 

ไม่ใช่แบบเพื่อนชอบเพื่อนนะ นายต้องแยกแยะให้ออก

 

เรารู้ว่าจงอินหมายถึงแบบไหน เราแน่ใจว่าความรู้สึกที่เป็นอยู่มันมากกว่าเพื่อนหรือคนที่เช่าบ้านหลังเดียวกัน คนตัวเล็กตอบทั้งที่ไม่หันหน้าไปมองอีกฝ่าย

 

แล้วมันยังไงล่ะ?

 

เรารู้สึกกับชานยอลเหมือนที่แม่รู้สึกกับพ่อ พูดจบก็หันหน้าเข้าหาคนตัวโตกว่า จงอินนิ่งไป เขาไม่ได้ถามอีกว่ามันเป็นยังไงและกำลังรอดูว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อเราเป็นครูสอนพิเศษให้พี่ชายของชานยอล หลังจากได้ฟังจากปากทั้งสองคน เราก็รู้สึกแปลก ๆ

 

...

 

เราอยากดูแลชานยอลไปจนกว่าเขาจะกลับไปอยู่กับครอบครัว ฟังดูตลกใช่ไหมที่คนอย่างเราคิดจะดูแลใครสักคนทั้งที่ยังเอาตัวเองไม่รอดเลย แต่เรารู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ นะ

 

ที่นายพูด ฉันไม่เห็นว่ามันจะเหมือนความชอบตรงไหนเลย

 

เพราะจงอินไม่ได้ชอบใครไง

 

...

 

ความรักในแบบของจงอินเป็นยังไงเหรอ ไม่เคยเลยสักครั้งที่เด็กหนุ่มจะพูดไม่ออกเพราะถูกถาม ไม่ว่าจะเป็นทฤษฏีไหนในตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าจะช่วยคิมจงอินไม่ได้เลย

 

ฉันไม่รู้ ร่างหนารู้ตัวว่าเสียงของเขาแผ่วลงไปจากเดิมอยู่พอสมควร แล้วความรักของพ่อแม่นายเป็นยังไงล่ะ?

 

แม่ก็แค่อยากดูแลในวันที่พ่อเหนื่อย

 

...

 

อยู่เพื่อกันและกัน

 

...

 

 

แล้วเราก็รู้สึกกับชานยอลแบบนั้น

 

 

หัวใจเต้นเร็วผิดปกติกับประโยคที่ได้ฟัง มันก็สักพักแล้วที่ปาร์คชานยอลยืนแอบฟังอยู่ตรงบันไดสนิมโง่ ๆ เพราะไอ้เทาดันเจอเพื่อนที่รู้จักกันตอนไปแข่งว่ายน้ำตรงหน้าปากซอย เลยกลายเป็นว่าเขาต้องหิ้วของพะรุงพะรังกลับมาคนเดียว และพอมาถึงก็ได้ยินเรื่องนี้เข้าโดยบังเอิญ

 

 

 

มันทำให้เขา...รู้สึกดีจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว...

 

 

 

ยืนทำห่าไรตรงนั้นวะ มึงคิดว่าตัวเองเป็นสายลับไง?

 

เสียงตะโกนของหวงจื่อเทาเรียกความสนใจจากคนที่อยู่บ้านชั้นสามได้เป็นอย่างดี ชานยอลถลึงตาขยับปากก่นด่าแบบไม่มีเสียงก่อนจะตีเนียนเดินเข้าไปทั้งที่ยังปรับสีหน้าให้เป็นปกติไม่ได้

 

สีหน้าของไอ้บ้านนอกก็ไม่ต่างกันนัก ใบหน้าซน ๆ เหมือนลูกหมากำลังยิ้มเจื่อนราวกับรู้สึกผิดต่อเขา และถ้าเป็นปาร์คชานยอลเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วคงลงโทษมันด้วยการไม่มองหน้าให้สาแก่ใจ แต่มันกลับไม่ใช่ปาร์คชานยอลในวินาทีนี้...

 

ได้อะไรมาบ้าง

 

ก็มี...ต๊อกกับจาจังแล้วก็โค้ก ต้องใช้ความพยายามแค่ไหนกับการทำหน้าให้เป็นปกติทั้งที่ตอนนี้กำลังรู้สึกผิดปกติ ชานยอลมองไปยังเพื่อนสนิทที่กำลังยิ้มอย่างมีความหมายก่อนที่มันจะคว้าเอามือถือบนแคร่ไม้สักขึ้นมายัดใส่กระเป๋าแล้วเดินมาทางเขา

 

งั้นก็กินกับแบคฮยอนไปแล้วกัน อยู่ ๆ กูก็อยากกลับไปเล่นเกมที่บ้าน

 

เฮ้ยไรวะ มึงจะมาเสี้ยนมวยอะไรตอนนี้ ทันทีที่ไอ้เทาโผล่หน้ามาก็รีบโวยวายซะยกใหญ่ แต่ไอ้จงอินก็เดินเข้าไปกอดคอมันแล้วพูดอะไรบางอย่างก่อนที่ทั้งสองคนจะหันมาทางเขาแล้วโบกมือลา

 

ถ้ากินไม่หมดก็เก็บไว้ยัดมื้อเย็นนะเพื่อน ตามลำบากเลย

 

อะไรของพวกมึงวะ! เฮ้ย!” ชานยอลตะโกนไล่หลังเพื่อนสนิทที่กอดคอกันเดินลงบันไดไปแล้ว ได้ยินเสียงหัวเราะโหวกเหวกจากด้านล่าง และมันไม่ได้ช่วยทำให้บรรยากาศระหว่างเขากับไอ้บ้านนอกดีขึ้นเลยสักนิด

 

ชานยอล...

 

 
 

เราชอบชานยอล

เรารู้สึกกับชานยอลเหมือนที่แม่รู้สึกกับพ่อ

 
 

 

ตึกตึก...ตึกตึก...

 

 

 

ขอโทษที่มาช้านะ ชานยอลกินเลยเดี๋ยวเราทาสีเอง พูดจบก็ลุกลี้ลุกลนไปหยิบเอาแปรงทาสี

 

เด็กหนุ่มเสยผมขึ้นแล้วถอนหายใจ พอหันไปมองคนตัวเล็กที่กำลังง่วนอยู่กับการทาสีบ้านก็ไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรในสถานการณ์แบบนี้ดี แน่นอนว่าไอ้บ้านนอกมันไม่รู้ว่าเขาแอบได้ยินความลับที่มันตกลงกับไอ้จงอินไว้ แต่ที่ไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไงก็เพราะว่าเขาต้องคอยห้ามใจไม่ให้เข้าไปกอดมันน่ะสิ

 

เฮ้ย

 

...

 

มนุษย์ฮอบบิทค่อย ๆ หันมาแล้วยิ้มเหมือนหมาลิ้นห้อย ชานยอลวางถุงมื้อเที่ยงลงแล้วดึงคนตัวเล็กให้ลุกขึ้นมานั่งบนแคร่ไม้สักด้วยกัน แบคฮยอนทำหน้ามุ่งมั่นราวกับว่ากำลังเตรียมใจโดนด่า แสดงให้เห็นว่าที่ผ่านมาปาร์คชานยอลคนนี้แม่งโคตรทำตัวเผด็จการและขี้โมโหจริง ๆ

 

กินข้าวเที่ยงมายัง

 

...ยัง

 

กินกับซอนฮวามาแล้วใช่ไหม?

 

...อื้อ แบคฮยอนเบ้หน้า เขาไม่ได้อยากโกหกแต่ถ้าพูดความจริงต้องโดนโมโหแน่ ขอโทษนะ

 

ขอโทษทำไม เพี้ยนแล้วมึง เด็กตัวสูงเพียงแค่แกะพลาสติกออกจากฝาถ้วยจาจังก่อนจะดึงตะเกียบออก แบคฮยอนมองคนตรงหน้าที่กำลังกินหมี่ดำซะคำใหญ่โดยที่ไม่พูดอะไร และมันทำให้เขารู้สึกไม่ดีเลย

 

ชานยอล

 

อะไร

 

ตรงนี้ คนตัวเล็กจิ้มมุมปากตัวเองเป็นการบอกอีกคนว่าซอสหมี่ดำเลอะ ชานยอลหยุดเคี้ยวแล้ววางถ้วยกับตะเกียบลงก่อนจะยื่นหน้าเข้าไป

 

มองเห็นก็เช็ดซะสิ

 

...

 

มึงรู้ว่าง้อยังไงแล้วกูจะหาย เสียงของคนตัวสูงแผ่วลงจนเรียกได้ว่ากระซิบ ถ้าเป็นก่อนหน้านี้เขาก็พอจะรู้อยู่หรอกว่าต้องทำยังไง แต่วันนี้แบคฮยอนไม่มั่นใจเพราะคิดว่าชานยอลคงโกรธจริง ๆ

 

...

 

เด็กตัวสูงเบิกตากว้างกับสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นเมื่อคนตัวเล็กยื่นหน้ามาจุ๊บแก้มเขาเบา ๆ ก่อนจะผละออก ดวงหน้าขาวยังคงหงอยราวกับจะสื่อให้เห็นว่าตอนนี้มันยังคงรู้สึกผิดที่ปล่อยให้เรื่องเป็นแบบนี้

 

ง้อ

 

...

 

หายโกรธได้แล้วนะ

 

มึงคิดว่าจุ๊บแก้มกูแล้วทุกอย่างจะจบเหรอวะฮอบบิท ชานยอลกัดปากด้านในเอาไว้เพราะเขาไม่อยากหลุดยิ้มออกมาตอนนี้ คนตัวเล็กขมวดคิ้วหน้าเครียดก่อนจะล้วงกระเป๋าเป้แล้วดึงทิชชู่ออกมาเช็ดมุมปากให้คนตัวสูงเบา ๆ

 

หายยังอ่ะ

 

มึงบ้าเปล่า

 

เอ้า! แล้วจะให้ทำยังไงก็บอกเราซี่ แบคฮยอนยู่ปาก ทำไมชานยอลเอาใจยากแบบนี้

 

ก็เอาใจกูหน่อยไม่ได้เหรอ กูชอบเวลามึงง้อ

 

เราหอมแก้มไปตั้งทีนึง เรารู้ว่าชานยอลเขิน คนตัวเล็กหรี่ตายิ้มล้อแล้วชี้หน้าอีกคนก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อมือของเขาถูกคว้าเอาไว้ อ๊าก! อย่ากัดมือเรานะ!!”

 

ปล้ำแม่งเลยดีไหมเนี่ย

 

คึคึคึ แบคฮยอนหัวเราะเอิ้กอ้ากทันทีที่คนตัวสูงลุกขึ้นมางัดคอเขา ตอนนี้ใบหน้าของคนตัวเล็กอยู่ตรงระหว่างหน้าท้องอีกฝ่าย ทั้งคู่ยื้อดึงกันเหมือนเด็ก ๆ อยู่อย่างนั้นหลายนาทีก่อนจะนิ่งไป แบคฮยอนรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอกเมื่อตอนนี้มือของชานยอลกำลังค่อย ๆ คลายออกก่อนจะเปลี่ยนเป็นกอดหลวม ๆ แทน

 

...

 

...

 

 

คนตัวเล็กหลับตายิ้มแล้วซบหน้าลงกับพุงแฟ้บ ๆ ของอีกคน วินาทีนี้ปาร์คชานยอลรู้สึกเมื่อยแก้มเหลือเกินกับการที่วงแขนเล็ก ๆ นั้นกำลังตวัดกอดเอวเขาทั้งที่ยังไม่ละใบหน้าออกไปไหน เด็กหนุ่มกอดหัวคนที่ปั่นป่วนความรู้สึกของเขามาตลอดทั้งวันเอาไว้แล้วถอนหายใจเบา ๆ

 

 

พอแล้ว...ปาร์คชานยอลจะพยายามไม่คิดมากอีก

เขาจะจำคำที่ไอ้บ้านนอกพูดกับไอ้จงอินเอาไว้...และจะเป็นผู้ชายที่ดีขึ้นให้ได้

 

 

กลับมานานยัง

 

นานแล้วคับ

 

หยุดอ้อนสักห้านาทีดิ๊กูเหนื่อย ก้มลงมองคนที่ยังซบอยู่กับหน้าท้องเขาก่อนที่หัวทุยนั้นจะส่ายหน้าเป็นคำตอบ

 

ชานยอลกินมื้อเที่ยงต่อเร็ว

 

จะกินยังไงมึงกอดกูแน่นขนาดนี้ ตอนนี้ชานยอลยิ้มกว้างได้เพราะไอ้บ้านนอกไม่เห็น เด็กหนุ่มขอสาบานกับพระเจ้าว่าถ้ามันเงยหน้าขึ้นมาเมื่อไหร่จะรีบกลับไปทำหน้าบึ้งทันทีเลย

 

งั้นเดี๋ยวค่อยกินแล้วกัน ดูมันสิ...แล้วแบบนี้ปาร์คชานยอลจะไปไหนได้ เด็กหนุ่มส่ายหน้าหน่าย ๆ แล้วปล่อยให้คนตัวเล็กกอดเขาต่อไป

 

มึงกอดคนที่ไม่ใช่แฟนแบบนี้ไม่ได้นะฮอบบิท

 

ไม่เป็นไรหรอก เรากอดชานยอลได้

 

ไม่เป็นไรได้ไงวะ เอาตำแหน่งแฟนมาให้กูเดี๋ยวนี้ กูจะเป็นแฟนมึง!”

 

โอ้ย! ชานยอลเสียงดังจังเลยอ่ะ แบคฮยอนผละตัวออกมาขมวดคิ้วเอานิ้วอุดหู ตั้งแต่วันแรกจนวันนี้ก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน อื้อออ!!”

 

เป็นแฟนกัน ชานยอลบีบคางมนจนปากจู๋ก่อนจะโน้มหน้าลงไปใกล้ ๆ

 

ไอ่เอ็น (ไม่เป็น)

 

ไม่เป็นกูจับปล้ำแบบในละคร แบคฮยอนแกะมือใหญ่ออกแล้วย่นจมูก

 

ชานยอลไม่ทำหรอก แค่ถูกเราจุ๊บแก้มเมื่อกี้ยังหน้าแดงเลย

 

โห กูร้อนหรอกมึงดูแดดเกาหลีใต้มั่ง ขนหน้าแข้งกูจะลุกเป็นไฟอยู่แล้วเนี่ย พูดจบก็ก้มลงถลกขากางเกงขึ้นให้ดู

 

เหรอ เหรอ เหรอ

 

กวนตีน ทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ แล้วมองคาดโทษ แต่ไอ้บ้านนอกเสือกเอาแต่ยิ้มอย่างอารมณ์ดี

 

วันนี้เราใส่สีแดงด้วยนะ แบคฮยอนดึงเสื้อยืดสีแดงสดให้คนตัวสูงดูอย่างภาคภูมิใจ

 

แล้วไง

 

สีวันชานยอลไง นี่คือกฎใหม่ อาทิตย์หน้าชานยอลก็ต้องใส่สีแดงเหมือนกัน แต่อาทิตย์นี้เราอนุโลมให้ มนุษย์ฮอบบิทพูดจ้อเจื้อยเป็นนกแก้วนกขุนทอง แล้วเขาก็ดันชอบฟังเสียด้วยสิ

 

งั้นใส่เสื้อคู่ไหม หันไปเลิกคิ้วมองคนตัวสูงที่กำลังทำหน้าเรียบเฉยก่อนดวงตาคู่นั้นจะลอกแลกไปมา

 

หมายถึงเสื้อลายเหมือนกันน่ะเหรอ

 

ใช่ มึงกับกูใส่กันสองคน

 

มันคือเสื้อคู่รักใช่ไหม

 

ใช่

 

อ๋อ ไม่ใส่หรอก เราไม่ใช่แฟนกัน

 

มึงนี่!!!” พอรู้ว่าเขาหายโกรธแล้วมันก็เป็นซะอย่างนี้สิน่า! ชานยอลล็อกคอคนข้าง ๆ เข้ามาก่อนที่หัวทุยนั้นจะเอนลงซบกับอกแกร่ง

 

เด็กหนุ่มก้มลงมองมือที่จับท่อนแขนของเขาเอาไว้แล้วก็ได้แต่คิดว่าควรเลิกรุนแรงกับมันได้แล้วหรือเปล่า ปาร์คชานยอลควรจะอ่อนโยนกับมนุษย์ฮอบบิทหรือไม่? แต่ความคิดนั้นก็ถูกกลบด้วยเสียงงึมงำเบา ๆ ของคนตัวเล็ก เหมือนจะบ่นถึงเรื่องเสื้อคู่ว่าจะไปหาซื้อที่ไหน ราคาเท่าไหร่ แค่นั้นแหละ...วงแขนที่เคยรัดรอบคอก็เปลี่ยนเป็นกอดจากข้างหลังไปโดยปริยาย

 

เดี๋ยวกูจะหาเงินซื้อเอง มึงไม่ต้อง

 

ทำไมล่ะ ชานยอลจะเอาเงินมาจากไหน? ใบหน้าขาวเงยขึ้นทำตาปริบ ๆ ขณะสบตากับเขา

 

อาทิตย์หน้าจะทำงานพิเศษร้านกาแฟ นี่เพิ่งแวะคุยกับเจ้าของร้านระหว่างขากลับ ร้านอยู่ใกล้ ๆ ที่ทำงานมึงเลย

 

เหรอ แล้วชานยอลเลิกงานตอนไหน

 

สองทุ่ม แต่กว่าจะเก็บร้านเสร็จก็คงประมาณสองทุ่มครึ่งมั้ง อยากกลับบ้านพร้อมกันเปล่า? เด็กหนุ่มเลิกคิ้วถาม เขาเห็นว่าคนตัวเล็กยิ้มตาหยีก่อนจะพยักหน้า

 

เรื่องซื้อเสื้อหารสองกันซื้อนะ

 

บอกว่าเดี๋ยวจะซื้อเอง อย่าเถียง

 

ไม่เถียงก็ได้

 

เออ เชื่อง ๆ แบบนี้เดี๋ยวซื้อปลอกคอให้ใส่ จุ๊บหัวมันไปทีนึงข้อหาหมั่นไส้ มนุษย์ฮอบบิทหัวเราะเบา ๆ แล้วขยับตัวเล็กน้อยเพื่อที่เขาจะได้กอดมันได้สะดวกขึ้น

 

มีหนังสือวิธีเอาใจชานยอลไหม

 

ทำไม อยากได้เหรอ

 

ล้อเล่น ไอ้บ้านนอกเงยหน้าขึ้นมายิ้มก่อนจะหลับตาปี๋เพราะถูกบีบจมูก ชานยอลกระชับกอดแน่นยิ่งขึ้นแล้วกดจมูกลงบนแก้มขาวค้างไว้อย่างนั้นก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนไปจูบริมฝีปากบางเบา ๆ

 

กลางวันแสก ๆ ที่เด็กหนุ่มสองคนสร้างโลกส่วนตัวด้วยกัน แต่วินาทีนั้นไม่มีใครสนใจว่าจะมีใครเห็นหรือเก็บเรื่องของเขาทั้งคู่ไปนินทาว่าร้ายยังไง แบคฮยอนกำมือแน่นกับจูบที่ไม่ทันได้ตั้งตัวอีกแล้ว แต่มันก็ไม่ได้แย่...แถมรู้สึกดีอีกด้วย

 

ชานยอลค่อย ๆ ดันลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากเล็ก เขารู้สึกได้ถึงอาการเก้ ๆ กัง ๆ ของคนไม่เคยแต่มันก็น่ารักไปอีกแบบ เด็กหนุ่มค่อย ๆ ถอดแว่นที่เป็นอุปสรรคออกก่อนจะเอียงใบหน้าเพื่อปรับองศาการจูบ เสียงอื้ออึงในลำคอของคนตัวเล็กตอนที่ลิ้นของเรากระหวัดดูดดึงกันนั้นเป็นสัญญาณบอกว่าต้องการอากาศทำให้เด็กตัวสูงผละริมฝีปากออกมาอย่างเสียดาย ปลายจมูกโด่งคลอเคลียกับปลายจมูกคนตัวเล็กที่กำลังหน้าขึ้นสีก่อนจะหัวเราะในลำคอเบา ๆ

 

จูบรสจาจังอ่ะ...

 

ทำไมพูดงี้ กูเฟลนะเนี่ย ชานยอลขมวดคิ้วมองคาดโทษคนตัวเล็กที่ก้ม ๆ เงย ๆ ทั้งที่ดวงหน้ายังคงแดงก่ำอยู่ แล้วก็เสือกไม่ทำตัวน่ารักก่อนกูแดกหมี่ดำล่ะ ความผิดกูไหมเนี่ย แล้วทำไมปากมึงมีรสลิ้นจี่

 

เรากินลูกอม

 

เหรอ

 

หูย...หิวเลยเห็นไหมล่ะ... ไอ้บ้านนอกกลอกตาไปมาพลางยิ้มเจื่อนก่อนจะลุกขึ้นไปแงะเอาจาจังถ้วยใหม่ออกมากิน ชานยอลได้แต่ยิ้มกับท่าทางของมนุษย์ฮอบบิทที่กำลังทำตัวไม่ถูกหลังจากถูกจูบเป็นครั้งที่สอง

 

 

แต่ก็นะ...เรียนรู้ไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็ดีแล้ว ถ้าเป็นแฟนกันเมื่อไหร่ปาร์คชานยอลขอสัญญาว่าจะฟัดมันเช้าเย็นเอาให้หายหมั่นเขี้ยวไปเลยคอยดู

 

 

 

 

TBC

 

 

 

ตอนนี้หนึ่งหมื่นหกร้อยคำค่ะ...ยาวมาก


 

- FANART วันอาทิตย์สีแดงจากคุณ @IKOOP ค่า ขอบคุณนะคะน่ารักมุมิมากเลย -
 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 249 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,205 ความคิดเห็น

  1. #10177 BangJae_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 16:40
    แงงงงงงงงงงงงงงงงง เขินไปหมดดดดด>\\\\\\\<
    #10,177
    0
  2. #10172 เล้งแซ่บ!! (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 23:34
    โฮวววววววววว!!!!!!
    #10,172
    0
  3. #10167 KrisWu เฮียอู๋สุดหล่อ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 17:26
    ตัวการ์ตูนน่ารัก

    วุ้ย

    อิจฉาในความหวาน

    ขนตาลุกเป็นไฟ
    #10,167
    0
  4. #10147 psirikwan43 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 03:42
    ขนหน้าแข้งลุกเป็นไฟ555555
    #10,147
    0
  5. #10136 yonasadr (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 21:43
    ก็คืน เขินทุกตอน และหิวทุกตอน เพราะมีของกินทู๊กตอนเลย 55555
    #10,136
    0
  6. #10106 11507416p (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 10:21
    โอ้ยยยยิ้มจนปากจะฉีกแล้วววว เมื่อยแก้มด้วยเนี้ย
    #10,106
    0
  7. #10088 family1485 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 20:00
    อ่านไปยิ้มไป จะเปงบ้ายุแล้วพี่มิ้ววว
    #10,088
    0
  8. #10066 Film08715 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 23:01
    ตัองทำให้เขินทุกตอนถูกมะ
    #10,066
    0
  9. #10036 Chankuma (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 01:39
    หูยยยยยอ่านไปยิ้มไปแก้มจะแตก ตอนนี้โครตของโครตน่ารัก
    เป็นความรักที่ไม่เร่งรีบ ละมุนมากมาย  ชอบมาก
    #10,036
    0
  10. #9995 byun_aom_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 15:49
    หนุเขินนนนนน
    #9,995
    0
  11. #9957 Mine-Kris* (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2559 / 23:41
    พี่ชานคนขี้หึง -//////- หึงไม่เบาด้วยดิ อิอิ
    เวลาอยุ่ด้วยกันสองคนแล้วมันน่ารักจัง อดเขินตามไม่ได้
    #9,957
    0
  12. #9818 SeiJii EXEL เดสส (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 09:48
    โอ๊ยดงต้นมะเขือเทศ...
    #9,818
    0
  13. #9798 นุ้ตะไคร้ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 10:45
    จาจังกับลิ้นจี่55555
    #9,798
    0
  14. #9783 kaol0906 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 23:51
    โอ้ยชอบเขินหน้าแดงหมดแล้ว
    #9,783
    0
  15. #9766 sapphire- (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 04:03
    ชมพูไปหมดเบยยยฮรือออ;__;
    #9,766
    0
  16. #9756 pynpcn61 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 21:20
    จูบมันจะพออะไร!!
    #9,756
    0
  17. #9747 byunbunny09 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 01:22
    มันดีต่อใจมากอ่ะ
    #9,747
    0
  18. #9734 Title Thanatporn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 / 09:39
    เขินแทนแบคเลยยยยย
    #9,734
    0
  19. #9708 Haruthai-Mookki (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 22:19
    กรีสสสสสสสสสส เขิลลลลลลลล
    #9,708
    0
  20. #9700 daczark (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 17:23
    ชานยอลของเรารักน้องแบคมากๆ น่ารักจัง
    #9,700
    0
  21. #9686 miniaraspring (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 16:03
    โอ้ยยยย น่าร๊ากกกกกกกก เขินนน >\\\\<
    #9,686
    0
  22. #9659 chepomeow (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 00:37
    555555คนดีศรีมกโพ
    #9,659
    0
  23. #9640 mamodictator (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 04:20
    นี่ขนาดยังไม่ได้เป็นแฟน........... เชื่อเขาเลยอ่ะ น่ารักขนาดนี้อบอุ่นขนาดนี้ โอ้แม่เจ้าาาา
    #9,640
    0
  24. #9613 litterrabbitza (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:26
    เขาจูบกันแล้วค่าาา โอยย ที่ทำอยู่เนี่ยก็แฟนแล้ว อิ
    #9,613
    0
  25. #9599 little daffodil (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 มกราคม 2559 / 00:35
    ชานยอลเป็นคนดีขึ้นเพราะแยคเลยนะเนี่ย ถึงขนาดลงทุนไปทำงานซื้อเสื้อคู่ใส่ด้วยกัน โอ้ยชานยอลน่ารัก
    #9,599
    0