{Chansoo} - ฉีกโชคชะตา

ตอนที่ 2 : Chapter 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,393
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 394 ครั้ง
    12 มี.ค. 62

ร่างบางที่เพิ่งถูกดันกระแทกกำแพง ทำตัวไม่ถูกเมื่อได้สบนัยน์ตาสีดำสนิท รีบหลบสายตาทรงพลังลงต่ำ จังหวะการหายใจเริ่มไม่เป็นปกติ เพราะกลัวจะถูกอาวุธที่แนบอยู่ข้างเอวทำร้าย

“ถ้าไม่พูด ก็ไปคุยกับตำรวจเอาเอง”

สมองรีบประมวลผล ดึงความรู้ คำศัพท์ต่าง ๆ ที่เคยได้เรียนรู้ในห้องออกมาคิดอย่างหนัก ก่อนจะกดส้นเท้าลงเบรกการฉุดกระชากจากคนตัวใหญ่ด้านหน้า เพราะนึกออกแล้วว่าที่สถานีตำรวจคืออะไร และคุณตำรวจจะทำอะไรกับนักโทษ(?)

“ดะ...เดี๋ยวสิ”

“...”

“คุณ! ปล่อยเราก่อน อ๊ะ!”

คิวปิดน้อยหงายหลังก้นกระแทกพื้น เพราะอีกฝ่ายปล่อยข้อมือที่ฉุดรั้งออกกะทันหัน จนตั้งหลักไม่อยู่และแพ้ไปเพราะแรงตัวเอง

“จะพูดก็รีบพูด ไม่งั้นจะให้คนมาลากคุณไปสถานีตำรวจ เพราะผมมีธุระ”

“...!!!”

อาวุธปืนที่บรรจุกระสุนพิเศษถูกคนเหนือกว่าปลดออกจากมือน้อย ๆ แต่ด้วยความที่ถูกสอนมาให้ต้องรักษาปืนยิ่งชีพ ชานยอลเลยได้เห็นคยองซูกำลังพยายามฝืนแรงของเขาที่กดอยู่เพื่อเขย่งเท้า จะเอาปืนที่ถูกชูขึ้น
“นี่ล้อเล่นเหรอ?”
ร่างสูงขมวดคิ้วยุ่งด้วยไม่เข้าใจอาการของคนตรงหน้า จะเรียกยังไงดีล่ะ บางทีก็เหมือนจะกลัวกันแต่บางทีก็ไม่ แล้วไออาการนุ่มนิ่มอ้อนแอ้นนี่มันอะไร? ดูยังไงก็ไม่เหมาะจะมาถือปืนสักนิด
“คืนปืนเรามาเถอะนะ แล้วเราจะไม่มาใกล้คุณอีก”
สองมือยกถูกันไปมาอย่างอ้อนวอนที่สุดในชีวิต คยองซูแทบไม่ได้สนใจที่อีกฝ่ายจับข้อมือกันเอาไว้เลย เขายังโยกมือหรือขยับตัวได้อย่างสบาย ๆ เพราะมันไม่ได้มีแรงรั้ง ยังปล่อยให้เคลื่อนไหวได้ตามใจอยู่
“เหอะ”
ปาร์คชานยอลทิ้งลมหายใจเสียงดัง ปล่อยเหรอ? จะปล่อยคนที่เข้ามาในสุสานแม่เขาไปเฉย ๆ ไปได้ยังไง ไม่เคยมีใครเข้ามาที่นี่ได้โดยไม่ได้รับอนุญาต ขนาดพ่อแท้ ๆ ยังไม่ได้เข้ามาหลายปี ตั้งแต่ชานยอลเข้ามาดูแลที่นี่เอง มันถูกควบคุมดูแลอย่างดีตลอดเวลา เป็นไปไม่ได้เลยที่เด็กผู้ชายคนนึงจะเดินเข้ามาได้ง่าย ๆ

สุดท้ายยอมปล่อยมือของตัวเองออก เจ้าถิ่นยืนมองคนตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา เรียวลิ้นดันกระพุ้งแก้มไปมาเมื่อคิดไม่ออกเลยว่าเด็กคนนี้เป็นคนของใคร ต้องการอะไร และเข้ามาได้ยังไง ดูไร้ทักษะ ไม่น่ากลัว ไม่แข็งแรง ไม่น่าอันตราย ไม่อะไรทั้งนั้น

“คุณบุกรุกเข้าพื้นที่ส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับอนุญาต และยังมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง”

“ก็...”

“...?”

“คือมัน...”

หลังจากอึกอักเพราะตอบไม่ได้ สุดท้ายคยองซูก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ และปิดเปลือกตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน ไม่คิดว่ามันจะยากแบบนี้เลย ทีนี้เขาจะกลับบ้านยังไง ปลายหางตาเหลือบไปเห็นรูบี้หลบอยู่ในพุ่มไม้จึงวางใจว่าเพื่อนปลอดภัย

ตอนนี้เริ่มอยากบอกให้เพื่อนรักของตัวเองกลับไปก่อน แต่ก็ยังกลัวที่ต้องอยู่คนเดียว เพราะคงต้องอยู่อีกสักพักเพื่อจะเอาปืนกลับมาให้ได้ ไม่งั้นจะเรียนจบได้ยังไง

“เข้ามา”ชานยอลเอ่ยเรียกลูกน้องที่คาดว่าคงยืนเฝ้าอยู่หน้าสวน แม้จะมองไม่เห็นเพราะกำแพงสูงท่วมหัวแต่หน้าที่ทำให้รู้ว่าเมื่อเรียก เขาจะต้องได้เห็นหน้าลูกน้องที่คอยรับใช้

“ครับคุณหนู”

“พาตัวไปสถานีตำรวจ”

“ได้ครับ”

“อ๊ะ! เดี๋ยวสิ ปล่อยนะเราเจ็บ!”

ร่างสูงปิดเปลือกตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน แค่นี้ก็แทบจะจัดการความคิดของตัวเองไม่ไหวอยู่แล้ว ยังต้องมาเจอเรื่องบ้า ๆ แบบนี้ให้ปวดสมองอีก ตั้งใจจะมาใช้เวลาเงียบ ๆ คนเดียวกับคุณแม่ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าแม่ไม่อยู่บนโลกแล้ว แต่สุสานของแม่ก็เป็นที่เดียวที่ชานยอลมาแล้วสบายใจ

“เลขาควอน”

“ช่วยเลื่อนตารางงานให้หน่อยได้มั้ย สักยี่สิบนาที”

ควอนซองแจโค้งรับคำสั่งอย่างสุภาพเรียบร้อย คุณเลขามองดูคนที่อายุน้อยกว่านิดหน่อยเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ เพื่อกลับเข้าไปด้านในตามเดิม เขารับใช้ดูแลคุณหนูคนเก่งมาเกือบจะหกปีแล้ว ได้มองดูได้เห็นอีกฝ่ายเปลี่ยนแปลงและโตขึ้นทุกปี แต่ที่ไม่เปลี่ยนเลยในตัวของคุณหนูคนเก่งของเขาคือดวงตาที่เศร้าสร้อย รวมถึงความเหงาและความโดดเดี่ยว

มันไม่ง่ายซองแจรู้ เรื่องที่ชานยอลต้องอยู่ในบ้านที่มีแม่เลี้ยง ไม่พอแค่นั้นยังมีน้องชายที่ไม่อยากมีเพิ่มมาด้วยหลังจากสูญเสียแม่ สิ่งเหล่านั้นไม่อาจแทนที่หรือมาเป็นครอบครัวได้อย่างที่พ่ออยากให้เป็น เพราะคนที่ชานยอลอยากได้คืนคือแม่แท้ ๆ ไม่ใช่แม่ปลอม ๆ

เลขาคนสนิทจัดแจงตารางใหม่ให้เจ้านายได้หายใจหายคออย่างรวดเร็ว ปกติแล้วคนที่เข้าออกสุสานแห่งนี้ได้มากที่สุด ถ้าไม่นับชานยอลก็จะมีแค่ซองแจเท่านั้นที่ได้รับอนุญาต แต่เขาก็เลือกที่จะไม่เข้าไปหากไม่จำเป็น ส่วนเรื่องจำเป็นที่จะเข้าไป ก็มีแค่ตอนคุมคนงานดูแลสวนสัปดาห์ละหนึ่งครั้งเท่านั้น

กลางสวนเป็นพื้นที่โล่งกว้างประมาณสิบเมตรคูณสิบเมตร หญ้าสีเขียวเป็นพรมปูไว้ทั่วพื้นที่ ป้ายหลุมศพของมารดาที่ลูกชายกำลังยืนมองตั้งเด่นอยู่ตรงกลาง






ถ้าการมีชีวิตอยู่มันเหนื่อยขนาดนี้แม่น่าจะบอกผมก่อนนะครับ…






ร่างสูงโปร่งสูดหายใจเข้าเต็มปอดเมื่อสมองนึกเรื่องไม่ยากอยู่บนโลกต่ออีกแล้ว เป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ที่ชานยอลอยากจากไปจากที่ ๆ ยืนอยู่ แต่เขาก็ยังเบรกตัวเองได้ เหตุผลคือไม่อยากให้คนที่รอเขาตายมีความสุข ตั้งใจจะไม่ปล่อยให้พ่อและแม่ใหม่รวมถึงน้องชายอีกคนมีความสุข และเรื่องที่นายองและลูกชายจะไม่มีความสุขก็คือยังมีเขาอยู่ร่วมครอบครัว

“ถ้าฉันไม่มีความสุข คนอื่นก็ต้องไม่มี”

เสียงพูดเบา ๆ ถูกปล่อยลอยตามลมเย็นไปหวังจะให้ใครบางคนรับและรู้สึกได้ ไม่มีความรัก ไม่มีความเมตตา ในจิตใจเหลืออยู่อีกแล้วในร่างที่ไร้รอยยิ้มและไร้แววตาเป็นประกาย ชานยอลอยู่เพื่ออย่างอื่น…

















การทำงานทั้งวันทำให้เจ้านายตัวสูงดูอ่อนล้า มื้อเย็นร่วมโต๊ะกับแม่เลี้ยงและบิดาทำให้ชานยอลยิ่งเหนื่อย ทำเป็นบอกว่าจองร้านอาหารไว้ให้แล้ว ทำเป็นซื้อวิตามินมาให้ เหล่านั้นเหมือนจะเป็นการดูแลที่ดี แต่เปล่าเลย… ชานยอลไม่เคยคิดว่านายองทำไปเพราะอยากทำจากใจจริง ๆ เขาคิดเพียงทุกอย่างเป็นเรื่องสร้างขึ้น

“ผมขอตัวก่อนนะครับ”

“เพิ่งกินไปนิดเดียวเอง ทำไมไม่กินต่อล่ะ แล้วรอกลับพร้อมกัน”

บิดาเอ่ยถามเมื่อลูกชายลุกออกจากโต๊ะหลังจากทานจานหลักไปได้แค่นิดหน่อย คุณแม่คนสวยที่นั่งฝั่งตรงข้ามไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตา

“อาหารไม่ค่อยถูกปากน่ะครับ”

ลูกชายคนโตโค้งให้บิดาอย่างสุภาพเรียบร้อย ก่อนจะเดินออกจากห้องอาหารไปพร้อมกับเลขาควอนของตัวเอง ยองจุนไม่ชินเสียทีแม้จะผ่านมาเป็นสิบ ๆ ปี เขายังหวังว่าลูกชายคนแรกที่เขารักมากจะรักนายองด้วย ผู้เป็นบิดารู้ว่าตนทำผิด แต่เรื่องในอดีตมันไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ จึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อทดแทนให้ แต่เหมือนลูกจะไม่อยากรับเลยสักอย่างเดียว

แม้ใจอยากยกทุกอย่างที่ตนมีให้ลูกกับภรรยาแรก แต่นายองก็ดูแลเขาดีเกินกว่าจะเมินเฉยต่อเธอและลูกชายอีกคน ปมชีวิตของครอบครัวเขาพันกันยุ่งจนยากเกินแก้ จึงได้แต่ปล่อยมันเลยตามเลยมาจนถึงทุกวันนี้

“เลขาควอนครับ”

“ขอไปส่งคุณหนูก่อน”

ซองแจยกมือเบรกเมื่อลูกน้องวิ่งหน้าตั้งเข้ามาทำท่าร้อนใจอยู่ตรงหน้า แต่การลำดับความสำคัญทำให้ซองแจต้องการไปส่งชานยอลขึ้นรถเสียก่อนแล้วจึงจะรับฟัง

“มีอะไร?”

เจ้านายสูงสุดเป็นคนเอ่ยอนุญาตเองและหยุดเดินอยู่บนแผ่นหินขนาดใหญ่เพื่อรอฟังพร้อม ๆ กัน ปกติซองแจจะเป็นคนกรองเรื่องสำคัญไม่สำคัญให้ก่อนทั้งหมดเพราะเขามีเวลาน้อย แต่ตอนนี้ไม่มีตารางงานอะไรอีกแล้ว ยกเว้นกลับบ้านไปพักผ่อน

“คะ...คือ เด็กที่คุณหนูสั่งให้พาไปส่งสถานีตำรวจน่ะครับ...”

“...”

“ขะ...เขาหายไประหว่างทางครับ”

“...?!!”

ซองแจถอนหายใจหนัก ๆ ออกมาอย่างหงุดหงิด ส่วนอีกคนที่เพิ่งได้ฟังนั้นแม้จะโมโหอยู่แต่ก็เก็บสีหน้าได้เรียบนิ่งและเดินออกจากวงสนทนาทันที

“หาให้เจอภายในคืนนี้!”

“ครับ!”

เลขาคนเก่งรีบวิ่งตามเจ้านายไปขึ้นรถตู้ในทันที จำเป็นต้องแก้ปัญหาให้เร็ว แม้ชานยอลจะไม่พูดแต่เพราะอยู่ด้วยกันมานานเลยรู้ว่าคน ๆ นี้กำลังไม่พอใจอย่างแรง ที่น่าสงสัยคือเด็กตัวเล็ก ๆ แค่นั้นหนีทีมงานคุณภาพของเขาไปได้ยังไง

“คิดว่าใครเป็นไส้ศึก...นายเหรอซองแจ?”

“...!!!”

รับรู้ได้ในทันทีว่าชานยอลก็ไม่คิดว่าเด็กตัวเล็ก ๆ จะหนีไปเองได้โดยไม่มีคนช่วย และด้วยความขี้ระแวงเลยวกกลับมาล็อกเป้าที่คนข้างกายในทันที มือหนาเปิดกล่องตรงหน้าหยิบปืนกระบอกสวยขึ้นมาดูเมื่อกำลังคิดถึงเจ้าของมันที่หายไป

“ไม่ใช่ครับ แต่ผมจะหาตัวเด็กคนนั้นให้เจอในคืนนี้ครับคุณหนู”

แม้ชานยอลจะค่อนข้างมั่นใจว่ายังไงก็ไม่ใช่ซองแจ แต่ก็พูดเพื่อกดดันการทำงานไปงั้น ๆ อยู่กันมานานเลยไว้วางใจเลขาของตัวเองอยู่ไม่น้อย เปรียบเสมือนเป็นพี่ชายก็ว่าได้ เพราะรู้เรื่องเขาเยอะกว่าทุก ๆ คนในครอบครัวจริง ๆ ไปแล้ว

ไม่มีเสียงตอบรับจากคนที่นั่งอยู่ด้านหลัง ชานยอลพลิกปืนที่ขโมยมาอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนจะค่อย ๆ ปลดแม็กปืนออกมาดู…

“...?!!”

เจ้าเม็ดทรงกลมกระจกใสแจ๋วที่จุแสงสีสมเอาไว้เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นที่สุดในรอบยี่สิปีที่ชานยอลเคยได้เห็น มันคืออะไร? รูปร่างไม่น่าเหมือนกระสุน ไม่มีปลายทรงแหลม มันกลมทั้งเม็ดและดูเปราะบาง เรือนคิ้วขมวดยุ่งบนใบหน้าหล่อเหลา รีบดันแม็กปืนกลับเข้าไปเก็บในทันทีเมื่อเห็นว่าเลขาเริ่มสงสัย






‘ปืนเราไม่ได้มีไว้ฆ่าคุณ’





“แล้วมีไว้ทำอะไร?”

“อะไรนะครับ?”

“เปล่า ๆ”

ประโยคจากคนตัวเล็กวิ่งกลับเข้ามาในหัว เมื่อได้เห็นสิ่งที่บรรจุอยู่ก็เริ่มคิดว่าลูกแก้วกลม ๆ นั้นคงจะสร้างความเจ็บปวดให้ตัวเองไม่ได้จริง ๆ อย่างที่เจ้าของปืนว่า ขายาวสวยยกขึ้นพาดเป็นท่าไขว่ห้าง ชานยอลวางปืนลงที่นั่งข้าง ๆ ก่อนจะยกมือเล่นคิ้วตัวเอง กิริยานั้นทำให้ซองแจรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังใช้ความคิด เพราะนั่นเป็นท่าประจำเวลากำลังประมวลผลอะไรบางอย่างของชานยอล

“กลับไปที่สุสาน”

“ตอนนี้เหรอครับ?”

“ใช่”

คนขับตีไฟเลี้ยวเตรียมกลับรถในทันทีโดยที่ไม่ต้องรอเลขาควอนสั่งซ้ำ พวกเขาเจอกันครั้งแรกที่นั่น ชานยอลเลยคิดว่าคยองซูคงต้องการอะไรจากที่สุสานถึงได้แอบเข้าไป

















และมนุษย์โลกก็คิดถูก...คิวปิดน้อยนั่งห้อยขาอยู่บนกำแพงอิฐแดงและถอนหายใจไปเรื่อย ข้างกายมีเพื่อนรักนั่งอยู่และมีอาการแบบเดียวกันไม่มีผิด

“ทีนี้เราจะทำยังไงดี”

“ยังไงก็ต้องเอาปืนกลับ เพราะส่งให้อาจารย์ตีเลขขึ้นบัญชีไปแล้ว ถึงทำใหม่ก็ต้องเอาอันเก่าไปส่งคืนอยู่ดี”

รูบี้ถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อได้ยินเช่นนั้น ถ้ายังไม่ส่งปืนก็คงจะสร้างใหม่ได้ แล้วเขาก็จะพยายามสร้างกระสุนใหม่เหมือนกัน แต่ตอนนี้มันดันทำไม่ได้นี่สิ

“ต้องมีคนคอยรับหน้าที่นู่น รูบี้กลับบ้านไปก่อน แล้วเดี๋ยวเราตามไปนะ”

“คยองซูจะอยู่คนเดียวเหรอ? ที่นี่ดูอันตรายนะเราว่า”

“เรารู้...แต่ทางเลือกมันมีแค่นี้นี่นา...”

ว่าไปก็คอตกไปสำหรับกามเทพที่ไร้อาวุธ ถ้าเลือกได้ใหม่เขาจะไม่มาลงที่จุดนี้เลย แต่มันคงมีเหตุผลที่ได้มาตกอยู่ตรงนี้ละมั้ง

“งั้นดูแลตัวเองดี ๆ แล้วอยู่ในที่ที่มีดอกกุหลาบไว้นะ จะได้กลับเลิฟแลนด์ได้ทันที”

“โอเค ไว้เจอกันนะ”

โบกมือลาเพื่อนตัวน้อยก่อนบอนจิ๋วจะหายไปต่อหน้าต่อตาเมื่อมือเอื้อมถึงดอกกุหลาบสีขาวสี ทีนี้ก็เหลือแค่เขาแล้ว ยังไงก็ต้องเอาปืนมาและกลับบ้านให้ได้!

“ตุบ!”

เสียงกระโดดลงพื้นทำให้ผู้มาถึงใหม่รู้ได้ในทันทีว่ามีคนอยู่ข้างใน วันนี้เขาไม่ได้อนุญาตให้ใครเข้าไปยกเว้นอยู่คนเดียวที่ได้เจอกันก่อนหน้านี้ ฝีเท้าใหญ่ก้าวเดินไปทางต้นเสียงอย่างระมัดระวัง

“...!!!”

เจ้าของสวนดวงตาแทบติดไฟเมื่อเห็นมือน้อย ๆ ของเด็กคนที่หายไปกำลังเด็ดดอกกุหลาบที่เขาหวงหนักหนามาเสียบกระเป๋าเสื้อสูทของตัวเองไว้ กล้าดียังไง!

คยองซูหนีออกจากรถได้เพราะบนรถตู้ที่ขับไปส่งมีดอกกุหลาบอยู่ด้วย จึงหลบออกมาได้และมาโผล่ที่นี่เพราะนึกออกอยู่ที่เดียวบนโลกสีฟ้าแสนสวยใบนี้ ปาร์คชานยอลหลงรักและหลงไหลดอกกุหลาบเป็นพิเศษ เพราะแม่ของเขาชอบ เลยจะได้เห็นมันอยู่ตามรถตามที่ทำงานและอื่น ๆ อีกมากมาย


กะเอาไว้อยู่แล้วว่าจะต้องเจอกันที่นี่อีก ลางสังหรณ์ยังทำงานได้ดีไม่มีตก ยังไงก็ต้องเค้นเอาคำตอบจากเด็กคนนี้ให้ได้ ชานยอลผ่อนหายใจเข้าออกเพื่อปรามตัวเองไม่ให้โกรธ(มากเกินไป) ที่คยองซูเด็ดดอกกุหลาบออกจากต้น

เขาหมดเงินไปไม่น้อยในแต่ละเดือนที่ใช้ดูแลสวนนี้ให้สวยงามอยู่ตลอดเวลา ลูกน้องยังไม่กล้าเหยียบเข้ามาเลยไม่ต้องถามเลยว่าจะกล้าจับดอกไม้หรือเปล่า แต่เด็กคนนี้นอกจากจะบุกรุกแล้วยังเด็ดดอกไม้ของเขาอีกต่างหาก!

“ซ่อนตรงไหนดี ตรงนี้เหรอ? หรือตรงนั้น? ตรงนู้นละกัน”

เดินหรี่ตาพลางเคี้ยวกระพุ้งแก้มของตัวเองไปด้วยขณะตามเด็กตัวเล็กที่ดูท่าว่ากำลังจะหาที่ซ่อนไป คิดยังไงก็คิดไม่ออกว่าคนสกิลการลอบทำร้าย(?)ระดับต่ำขนาดนี้เข้ามายังพื้นที่ห้ามเข้าได้ยังไง ขนาดมีคนเดินตามยังไม่รู้ ไม่ได้หันกลับมาระวังหลังด้วยซ้ำ แถมยังพูดเสียงดังอีกต่างหาก เก็บไว้ในใจคิดในใจน่ะเป็นไหม!

ชานยอลเดินอ้อมไปอีกช่องหนึ่งเมื่อเห็นคยองซูได้ที่ซ่อนหลังพุ่มไม้ ใจคอจะรอดักเจอเขาอยู่ตรงนี้ตลอดทั้งคืนเลยหรือไง? ช่วงนี้งานยุ่งด้วยสิไม่รู้เลยว่าจะได้มาหาแม่อีกทีเมื่อไหร่ แล้วจะมานั่งยอง ๆ รออยู่แถวนี้เนี่ยนะ?

“อื้อ!”

อ้อมเข้าด้านหลังได้ก็ปิดปากอุ้มผู้บุกรุกน้อยลอยเหนือพื้นในทันที คยองซูดิ้นไปมาและส่งเสียงประท้วงอยู่ในอ้อมกอดของคนที่สูงกว่า โดนหิ้ว(?)อยู่ไม่นานก็ได้ยืนพื้นด้วยตัวเองหลังถูกพาออกมาจากสวนเพื่อเจอทีมสมทบ ข้างนอกนี้มีลูกน้องเกือบสิบที่ถือกระบอกปืนเล็งไปที่คยองซูเป็นจุดเดียว เจ้าตัวก็เลยหยุดนิ่งจนเกือบจะลืมหายใจ

“ชื่ออะไร?”

“ชะ...ชื่อคยองซู”

เมื่อโดนกดดันด้วยปลายกระบอกปืนก็เดินตามเกมถามจริงตอบจริงไปอย่างว่าง่าย โดยไม่มีอิดออด คยองซูกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เม็ดเหงื่อเริ่มผุดซึมตามกรอบหน้าและฝ่ามือ

“มาทำอะไรที่นี่ คุณต้องการอะไร?”

“ระ...เราขอคุยกับเขาสองคนได้มั้ย พวกคุณน่ากลัว”

ควอนซองแจขมวดคิ้วและกะพริบตาปริบ ๆ เมื่อเด็กที่เขาเพิ่งยิงคำถามใส่ชี้ไปที่เจ้านายของตัวเอง และยื่นข้อเสนอว่าอยากคุยกันตามลำพัง คุยกันสองคนไม่เท่าไหร่ แต่มองว่าพวกเขาน่ากลัวมากกว่าชานยอลนี่สิน่าตกใจ

ทีมงานมองหน้ากันเลิ่กลั่กก่อนจะค่อย ๆ ลดอาวุธปืนลง ใคร ๆ ก็รู้ว่าปืนสิบกระบอกและคนอีกสิบคนน่ากลัวน้อยกว่าปาร์คชานยอลคนเดียวเป็นไหน ๆ แต่เด็กคนนี้ทำไมถึง…

“รีบพูดมา”

“เรามาที่นี่เพราะมีงานต้องทำ”

เมื่อได้อยู่กันเพียงสองบทสนทนาก็เริ่มต้นขึ้น นัยน์ตาดุดันไม่ละห่างร่างบางที่ยืนอยู่ตรงหน้าแม้แต่วินาทีเดียว เพราะยังไม่รู้ว่าคยองซูจะมาไม้ไหน

“เราบอกไม่ได้ว่างานอะไร แต่มันไม่ใช่เรื่องไม่ดีนะ”

“ต้องบอกให้ได้ว่างานอะไร ถ้าคุณบอกไม่ได้ผมจะไม่คุยต่อ”

“...!!!”

คยองซูรวบรวมความกล้าและสมาธิ นึกหาวิธีที่จะบอกชายตรงหน้าให้ได้ว่าตนทำงานอะไร โดยที่จะไม่กระทบกับคิวปิดคนอื่น ๆ อย่างสุดความสามารถ

“ก็...มันก็เกี่ยวกับความรักอะไรแบบนั้น”

“นี่จะกวนประสาทอีกนานมั้ย?”

ความอดทนที่มีเริ่มต่ำลงเรื่อย ๆ เมื่อได้ยินคำตอบ อยู่ดี ๆ มาเปลี่ยนเรื่องพูดได้ยังไง ตัวเองมีปืน แถมยังลอบเข้ามาในสุสานที่มีระบบรักษาความปลอดภัยสูงได้นี่ต้องทำงานเกี่ยวกับความรักเหรอ? ตลกสิ้นดี!

“คุณไม่เคยมีความรักหรือไง?”

“หน้าผมเหมือนคนมีความรักเหรอ?”
“ก็...”
“เลิกพูดเรื่องไร้สาระสักที”
“ระ...ไร้สาระเหรอ?!”

กามเทพที่เพิ่งได้ยินสิ่งเหล่านี้เกี่ยวกับความรักเป็นครั้งแรกช็อกตาตั้ง ไร้สาระเหรอ? คยองซูเผลอขึ้นเสียงใส่ เมื่ออีกฝ่ายดูถูกความรักต่อหน้าต่อตาคิวปิดอย่างเขา





“ใช่!!! ความรักมันไร้สาระ!!!”





แต่ก็ต้องหงอเมื่ออีกฝ่ายตวาดกลับมาเสียงดังกว่า พร้อมทั้งใส่อารมณ์ แววตาที่ได้มองมันไม่ได้ดูล้อเล่น มันกำลังบอกอะไรสักอย่างที่ดูเจ็บปวดแต่คยองซูไม่เข้าใจ










...ความรักมันจะไม่ดีได้ยังไง...จะไร้สาระได้ยังไงกัน








#ฉีกโชคชะตา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 394 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,685 ความคิดเห็น

  1. #2642 F_OOSGNUYK (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 19:40
    ไร้สาระก็อย่ารักน้องแล้วกันนนนนน
    #2,642
    0
  2. #2511 AoFFyNaKa04 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 19:34
    ไปตะคอกน้องมันทำม้ายยยย โอ้ยจะรอดมั้ยเนี้ยย
    #2,511
    0
  3. #2501 Luvcs (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 18:20

    น้องขวัญเสียหมด

    #2,501
    0
  4. #1249 PCY231 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 10:43
    ทำเป็นเข้มตลอดเลยนะคุณชานยอล
    #1,249
    0
  5. #1146 C Griffin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 16:20
    วงวารคุณพี่มากกก
    #1,146
    0
  6. #736 TiNa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 23:09
    น้องตกใจหมดแล้ว ตวาดน้องทำไม
    #736
    0
  7. #680 WLP  (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 01:36
    โง้ยย อย่าตวาดน้องซี่
    #680
    0
  8. #595 orange_minie (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 22:17
    ชานยอลลล ใจเย็นๆนะคะ อย่าตวาดน้องงง TT เนี่ยยย อยากเชียร์ให้เจ้าน้องคิวปิดสอนชานยอลให้รู้จักความรักจังเลยค่ะ ว่าความรักอะมันไม่ได้ไร้สาระ สู้ๆน้า เจ้าคิวปิดน้อยยย
    #595
    0
  9. #518 Mysweet_Dyo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 18:09

    พี่ก็อย่าเพิ่งดุน้องซี่ ฟังคยองซูอธิบายก่อน เรื่องมันพูดยากนะ ฮือ ;^;

    #518
    0
  10. #482 pungpond102 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 21:33
    อย่าดุน้องงงงงงง
    #482
    0
  11. #445 Misslove_P (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 06:21
    ความน่าเอ็นดูนี้ชานยอลอย่าดุน้องเยอะนะน้องแค่มาทำงานน่ะ
    #445
    0
  12. #431 My_Queen ของท่านโอ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 23:43
    ชานยอลอย่ามาตวาดน้องนะ
    #431
    0
  13. #407 #1day1fiction (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 07:13
    น้องน่าเอ็นดูมากเลยค่ะ แง้ แต่พี่ชานไม่ศรัทธาในความรักนี่ก็เข้าใจนะ สนุกมากเลยค่ะ น้องน่ารักกก
    #407
    0
  14. #346 kksssp (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 12:07
    ชานยอลอย่าดุน้องสิ น้องกลัวจะแย่แล้ว เลือกเข้าข้างคนไม่ถูกเลย มีเหตุผลของตัวเองทั้งคู่เลยอ่ะ
    #346
    0
  15. #251 Sumintra007 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 17:25
    งื้อออ ชานยอลอย่าดุน้อง
    #251
    0
  16. #218 lookkaew_11 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 00:59
    น้องดูช็อคแรงมากที่พี่ดูถูกความรัก
    แต่เพราะแม่ของชานยอลถูกหักหลังมาแล้ว
    ชานยอลต้องไม่ศรัทธาในความรักแน่นอน
    แต่ทำเอาคุณคิวปิดตัวน้อยช็อคไปเลยลูก
    พี่หิ้วน้องต่องแต่ง น่าเอ็นดู
    #218
    0
  17. #214 xkjdndnccn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 10:51
    กูควรสงสารใครดีวะ?
    #214
    0
  18. #206 0412BD (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 14:11
    แงงงพี่ชานใจเย็น คิวปิคน้อยยตกใจจหม๊ดดด
    #206
    0
  19. #185 nook_ny (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 09:34
    ใจเย็นนนนน
    #185
    0
  20. #163 TaxChanis (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 16:51
    เเล้วจะได้รู้ว่ารักมันเป็นยังไง
    #163
    0
  21. #98 cs6112 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 12:17
    น้องกลัวแล้วนะ อย่าดุน้อง
    #98
    0
  22. #80 Nongpuinoon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 15:30
    พี่ชานพูดไปเถอะ เดียวเจอความรักกับตัวจะพูดไม่ออก
    #80
    0
  23. #79 αмεbaя; (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 23:18
    อย่าดุน้องงงงงง
    #79
    0
  24. #78 DyoCP ♥ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 16:24
    อย่าดุน้องนะ !!
    #78
    0
  25. #77 PimMeekhun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 11:21
    น้องน่าเอ็นดูออก พี่อย่าขึ้นเสียงใส่น้องง!!
    #77
    0