{Chansoo} - One And Only

ตอนที่ 6 : One And Only - Chapter 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,177
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 110 ครั้ง
    20 ธ.ค. 59

          เดินดิ่งเข้ามาใกล้โซฟาหนังที่มีสองหนุ่มนั่งอยู่ ทรอยมองมายังดีโอและยิ้มออกมาน้อย ๆ ส่วนชานยอลก็กำลังก้มหน้าก้มตาไถหน้าจอมือถือเพื่อเลือกร้านที่จะสั่งอาหารมื้อค่ำมาทานกันอย่างใจจดใจจ่อ

          “ใช่คืออะไร?”

          “ใช่...ไอทรอยมันเป็นผีไงคุณเหมือนเป็นโรคจิตอ่อน ๆ นั่นแหละ”ชานยอลเอ่ยบอกขณะหยิบโทรศัพท์ของคนข้างกายขึ้นมากดเบอร์ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ตนเพิ่งค้นเจอลงแป้นตัวเลข ก็ได้ยินเสียงข้ามบ้านแบบนั้นจะไม่โรคจิตได้ไงจริงไหม?

          “หมายความว่ายังไง?”

          “อย่าเอาไปบอกใครนะ”

          “...”คยองซูส่ายหน้าพัลวันให้ชานยอลทันทีเมื่ออีกฝ่ายแนบโทรศัพท์ลงข้างใบหูและเงยหน้าขึ้นมามองตน จะตกใจได้ยังไงเขามีสิทธิ์จะตกใจเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอในเมื่อเขาเองก็เป็น...แบบเดียวกัน

          “อย่าไปนินทามันแล้วกันถึงคุณบ่นอยู่หน้าปากซอยมันก็ได้ยิน...จะด่ามันก็คิดในใจเหมือนผมนี่แบบนั้นถึงจะปลอดภัย”

          “ไอหมอ!

          “ฮ่า ๆ ก็แกไม่ยอมซักผ้านี่หว่า”

          “แล้วแกซักบ่อยนักหรือไงวะ?”

          “แล้วหมอปาร์ค...?”

          “สวัสดีครับร้านอาหารญี่ปุ่นหรือเปล่าครับ?”

          ร่างสูงของคนที่เพิ่งจะต่อสายไปสั่งอาหารยกมือขึ้นเบรกคนตัวเล็กก่อนจะยิ้มให้และเดินออกไปที่สวนนอกบ้านในทันทีเพื่อสนทนากับปลายสาย ตอนนี้เลยเหลือเพียงเขาและทรอยที่มองหน้ากันไม่หยุด

          “มองอะไร?”

          “คำพูดคำจาน้องนี่ไม่น่ารักเลยนะ”

          “คุณอายุเท่าไหร่กันเชียวมาเรียกเราน้อง?”

          “สองพัน”

          “...!

          “บอกแล้วว่าเป็นพี่ไม่เชื่อ”ทรอยจับผิดดีโอได้เมื่ออยู่ ๆ อีกฝ่ายก็ทำหน้ายู่หลังรู้ว่าเขาอายุสองพันปีเข้าไปแล้วแบบนี้ไม่พ้นเป็นน้องตามที่คาดเอาไว้แน่ ๆ

          “แล้วคุณ...”

          “เห้ย ๆ ใครให้คุยกันอย่านะคุณ สองรอบแล้วนะวันนี้ผมไม่ชอบนะเดี๋ยวงอนจริง ๆ ด้วย”

          เปิดบานประตูเข้ามาได้ก็ยกมือชี้หน้าดีโอสลับกับทรอยอย่างเอาเรื่อง...ทำตัวเป็นเด็ก ๆ ไปได้อายุกี่พันปีแล้วนะ? หรือว่าจะแค่ยี่สิบกว่า ๆ ?

          “อย่าประสาทปาร์ค”ทรอยยันตัวลุกขึ้นยืนก่อนจะหยิบโค้ทตัวสวยของตัวเองมาถือไว้และเดินเข้าห้องไปในเวลาต่อมาเพราะเบื่อหน่ายเพื่อนสนิทของตัวเองเต็มทีกับอาการหึงหวงไม่เข้าเรื่อง อีกอย่างเขาไม่ได้สนใจดีโออยู่แล้วหรือถึงจะชอบขึ้นมาจริง ๆ เขาก็เลือกเพื่อนของเขาก่อนเสมอ

          “แกนั่นแหละ”

          “ได้ยินโว้ยยยย!!!

          ชานยอลเดินไปหยิบตะกร้าผ้าหวายขึ้นมาอุ้มไว้ขณะแลบลิ้นใส่ประตูห้องของทรอยที่ตะโกนออกมาเสียงดังหลังจากเดินหายเข้าไปด้านใน เดินเก็บเสื้อผ้าที่วางอยู่เกลื่อนพื้นบ้านบ้างแหละตามเฟอร์นิเจอร์บ้างแหละที่เป็นชิ้นส่วนของตัวเองลงตะกร้างั้นแสดงว่าบางชุดที่ยังเหลืออยู่ก็คงเป็นของอีกคนไม่ผิดแน่ เป็นแบบเดียวกันสินะถึงอยู่ด้วยกันได้ทิ้งข้าวของไปทั่วแบบนี้ได้ไงกัน

          “ส่วนคุณ...”

          “...”

          เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าดีโอที่ยังยืนนิ่งอยู่ก่อนจะยื่นการ์ดใบเล็ก ๆ ให้เจ้าชายน้อยใบหนึ่งและอีกฝ่ายก็รับมันไปถือเอาไว้อย่างว่าง่ายพร้อมกับผลิกดูอย่างสนอกสนใจ

          “รออาหารให้หน่อยได้มั้ยเดี๋ยวเขาจะมาส่งที่บ้าน ถ้าเขามาแล้วก็เอานี้บัตรให้เขานะผมจะไปอาบน้ำ”

          “...”

          ถือการ์ดนั่งเล่นอยู่ในบ้านอยู่สักพักใหญ่คนส่งอาหารญี่ปุ่นก็มาถึง ดีโอเปิดประตูหน้าบ้านเดินลงบันไดไปที่รั้วบ้านอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินเสียงกริ่งดังขึ้น

"สวัสดีครับมาส่งอาหารที่สั่งไว้ครับ...ชื่อผู้สั่งคุณปาร์คชานยอลใช่มั้ยครับ?"

"..."

"...?"

"อืม...อาห๊ะ"

นิ่งคิดไปนิดหน่อยก่อนสมองจะทำการประมวลผลว่าชานยอลเป็นคนสั่งดังนั้นที่พนักงานพูดก็ไม่ผิด ยื่นการ์ดให้พนักงานตามที่ชานยอลบอกก่อนจะรับรับถุงพาสติกขนาดใหญ่ที่บรรจุกล่องเล็ก ๆ มากมายภายในมาถือไว้และก้มดูหน้าตาของอาหารก้อนเล็ก ๆ ผ่านฝ่ากล่องแบบใสและตั้งท่าเดินกลับเข้าบ้านทันที

"เดี๋ยวรอสักครู่ครับต้องเอาการ์ดคืนด้วย"

"...?"

ดีโอยืนเม้นปากรอตามที่พนักงานบอกนิ่ง จ้องมองดูอีกฝ่ายรูดการ์ดกับเครื่องอะไรสักอย่างที่ถือติดมาด้วยและไม่นานสลิปในเล็กก็ไหลออกมาจากเครื่อง

"เรียบร้อยครับ...ขอบคุณที่ใช้บริการนะครับ"

เจ้าชายน้อยโค้งให้พนักงานส่งอาหารหลังจากรับบัตรเครดิตพร้อมใบเสร็จรับเงินมาไว้ในมือเพราะเห็นอีกฝ่ายทำเขาเลยทำบ้างมันจะได้ไม่ดูแปลกแต่จริง ๆ แล้วแปลกเพราะเขาเป็นลูกค้า

เดินหิ้วอาหารค่ำเข้าบ้านอย่างรวดเร็วเพราะข้างนอกค่อนข้างหนาว แต่ขณะที่กำลังจะเปิดประตูก็ลืมไปว่าไม่ได้ถือคีย์การ์ดติดมือออกมาด้วย เรียวคิ้วดำสนิทขมวดกันยุ่งก่อนจะเดินอ้อมไปข้างบ้านแทนแต่มันก็ถูกล็อกจากข้างในเหมือนกัน

"หมอปาร์ค...เราเข้าบ้านไม่ได้!"

“...”

“เราเข้าบ้านไม่ได้!

เพราะอากาศเริ่มหนาวและเขาเองก็อยากเข้าไปข้างในบ้านเต็มทนแล้วจึงตัดสินใจตะโกนเรียกชานยอลจากข้างนอกแต่คนที่เดินมาถึงประตูกระจกคนแรกนั้นเป็นทรอย...

"มีเวทมนตร์ไม่ใช่เหรอ? หัดใช้ให้เกิดประโยชน์บ้างสิน้อง"

"..." อืม...นั่นสินะเขามีเวทมนตร์นี่นา

"เออแล้ว...เรียกแค่นั้นไอหมอมันไม่ได้ยินหรอกนะพูดดัง ๆ" ทรอยเอ่ยบอกคนตัวเล็กที่เขาเดินมาเปิดประตูให้ขณะเดินกลับเข้าไปในห้องตามเดิมและ...

"แกร๊ก~"

"...!"

ประตูห้องที่ทรอยกำลังจะเอื้อมไปแตะลูกบิดเปิดออกเองเอาเสียดื้อ ๆ เลยอดไม่ได้ที่จะหันกลับมามองหน้าคนมีเวทมนตร์ที่เพิ่งจะลดมือลงแนบข้างลำตัว

"ขอบคุณที่เปิดให้ แต่เราไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใครอีกอย่างเราเรียกหมอปาร์คไม่ได้เรียกคุณสักหน่อย"

ดีโอยักคิ้วให้ทรอยน้อย ๆ หลังพูดจบและเดินดิ่ง ๆ ไปวางถุงอาหารลงบนเคาน์เตอร์บาร์ในทันทีทิ้งให้ทรอยยืนหน้ากระตุกอยู่คนเดียวลำพัง

“เหอะ!

"ซูชิมาแล้วเหรอคุณ...อ่าวจะไปไหนไม่กินข้าวไง๊?"

ชานยอลเดินล้วงกระเป๋ากางเองนอนขายาวออกมาจากห้องนอนที่เพิ่งยกให้คนตัวเล็กไปแต่เจอเพื่อนตัวสูงกำลังจะหันหลังกลับเข้าห้องไปจึงเอ่ยดักไว้ก่อน ก็เขาสั่งอาหารมาตั้งเยอะจะให้กินสองคนมันไม่หมดหรอก

"หาเสื้อใส่ก่อนได้มั้ยล่ะ? หรือจะให้ไปนั่งกินข้าวแบบนี้ก็ได้นะ"

"ไม่ ๆ เข้าห้องไปเลยไม่ใส่เสื้อแล้วจะออกมาทำไมวะ!?"

ชานยอลเพิ่งจะได้สติและเพิ่งจะได้เห็นว่าทรอยใส่แค่เสื้อกล้ามตัวเดียว ถ้าเป็นเมื่อก่อนการจะอยู่กันแค่เสื้อกล้ามมันก็ได้อยู่แต่ตอนนี้ดีโอมาอยู่ด้วยดังนั้นห้าม!

"เด็กแกออกไปข้างนอกไม่เอาคีย์การ์ดไปด้วยเลยเข้าไม่ได้ ถ้าฉันไม่มาเปิดให้คงแข็งตายไปแล้ว"

"แกออกไปเปิดประตูให้คนไข้ฉันด้วยชุดนี้เนี่ยนะ? ไอเหี้ยทรอย!!!"

"โอ๊ยไอหมอเป็นบ้าไง๊!"

หมัดหนัก ๆ พุ่งเข้าทำร้ายมัดกล้ามของเพื่อนตัวสูงไม่ยั้ง จนทรอยต้องรีบยกแขนป้องกันและรีบปิดประตูห้องหนีชานยอลในทันที

"แล้วคุณ? ไม่ได้มองมันใช่มั้ย?"

"...?"

"หมายถึงไม่ได้มองกล้ามไอทรอยใช่มั้ย?"

"ก็...ไม่ได้ตั้งใจนี่"

มีเห็นบ้างก็จริงแต่นั่นเขาไม่ได้ตั้งใจตามที่พูดจริง ๆ นี่นา ชานยอลทึ้งศีรษะของตัวเองจนยุ่งฟูก่อนจะเดินมาทิ้งตัวนั่งลงข้างกันกับเจ้าชายน้อยที่ฝั่งเดียวกันไม่เหมือนทุกครั้งที่จะนั่งกับทรอย

"ทีหลังก็เรียกผมสิ ไปเรียกมันทำไม"

"ก็คุณไม่ได้ยินแต่เขาได้ยินนี่"

ชานยอลถอนหายใจเฮือกใหญ่เนื่องจากเถียงข้อเท็จจริงนี้ไม่ได้ ใช่สิเขาไม่สามารถฟังข้ามห้องหรือข้ามบ้านได้เหมือนทอรยนี่ แต่ความคิดตัดพ้อก็หยุดลงหลังจากหันไปเห็นคนตัวเล็กนั่งเอามือจับหัวเข่าที่หนีบชิดกันทั้งสองข้างมองดูกล่องซูชิในมือเขาตาไม่กระพริบเหมือนตอนที่อยู่ร้านเบอร์เกอร์ไม่มีผิด...น่ารักไม่เปลี่ยนเลย

"ชอบซูชิมั้ย?"

"ถ้ามันอร่อยเราก็ชอบ"

กลั้นยิ้มจนมุมปากโค้งขึ้นเพราะขบขันกับคำตอบแปลก ๆ ของดีโองั้นแบบนี้เขาก็เอาของกินมาล่อได้สิถ้าดีโอจะสนใจของกินทุกอย่างแบบนี้

"อะ..."

ยื่นตะเกียบไม้ไปให้ก่อนจะหันมาหยิบของตัวเองและเริ่มคีบหน้าไข่หวานออกจากกล่องมาวางไว้ให้ในจานใบเล็ก ๆ ตรงหน้าของเจ้าชายน้อย ดีโอเรียนรู้การใช้ตะเกียบจากชานยอลเหมือนทุกครั้งแต่คราวนี้เขาทำไม่ได้ เสียงถอนลมหายใจหนักหน่วงปะปนมากับอารมณ์หงุดหงิดน้อย ๆ ของคนตัวเล็กข้างกาย ชานยอลจึงหันมามองและพบว่าเจ้าตัวกำลังทะเลาะกับซูชิหน้าไข่หวานอย่างเอาจริงเอาจัง

"ไม่ ๆ อย่าจิ้มสิคุณข้าวมันจะแตก" ชานยอลจับมือดีโอเอาไว้เมื่อเห็นเจ้าชายทำท่าจะใช้ตะเกียบทิ่มเจ้าก้อนข้าวแทนการคีบเพราะทำไม่ได้เสียที

"ขอช้อนส้อมได้มั้ย?"

“ช้อนส้อมก็แตกเหมือนกัน...เอางี้ดีกว่า”

“...!!!

รอยยิ้มซุกซนบนใบหน้าหล่อหวานยกขึ้นน้อย ๆ ขณะคีบซูชิบนจานกระเบื้องเคลือบตรงหน้าคนตัวเล็กขึ้นและยื่นมันไปจ่อปากดีโอเอาไว้...

“อ้า...”

“...!!!

 “เร็ว ๆ คุณมันจะล่วงแล้วเนี่ย”

ยอมอ้าปากงับซูชิเข้ามาเอถูกเร่งดีโอขมวดคิ้วฉับในทันที แบบนี้ก็เรื่องปกติสำหรับที่นี่หรือไง...? หรือเป็นเฉพาะคนเจ้าเล่ห์แบบหมอปาร์คคนเดียว ชานยอลยกยิ้มอย่างพอใจก่อนจะหันไปเทน้ำใส่แก้วมาให้คนตัวเล็กที่นั่งสนใจซูชิหลากหลายหน้าที่วางเรียงกันเป็นแถว ๆ อยู่ในกล่องพลาสติกใส

“ชิ้นนี้ใช่มั้ย?”

ดีโอพยักหน้าให้ชานยอลน้อย ๆ เป็นคำตอบเมื่อเขาพยายามคีบซูชิอีกชิ้นแต่ก็ทำไม่ได้ ชานยอลเลยต้องช่วยเหลือเป็นคำที่สองส่วนเจ้าตัวนั้นก็นั่งนิ่งอ้าปากรับข้าวปั้นมาเคี้ยวอย่างว่าง่าย...ช่างมันแล้วกันไม่ว่าจะแปลกหรือไม่แปลกในเรื่องที่ชานยอลกำลังป้อนเขาแต่เขาชอบข้าวก้อนเล็ก ๆ หลาย ๆ สีนี่แค่นั้นก็น่าจะพอ

“ให้ฉันเข้าไปนอนสักตื่นก่อนมั้ยล่ะ?”

ดีโอนั่งมองหน้าทรอยนิ่งนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนไม่ท่อประกายฉายแววใด ๆ ทั้งสิ้นสิ่งเดียวที่ขยับบนใบหน้าสวยหวานคือแก้มกลม ๆ ที่กำลังเคี้ยวอาหารที่ชานยอลป้อนไม่หยุดปาก

“ช่วยไม่ได้นี่...ก็เขาใช้ตะเกียบไม่เป็น ซูชิมันเอาส้อมจิ้มได้รึไง?”

“ไม่เคยกินใช่มั้ยล่ะ...อ๊า!

ดีโอยกเท้าเตะหน้าแข้งของทรอยที่ใต้โต๊ะอย่างแรงเพราะอีกฝ่ายดันพูดจาล่อแหลมต่อการที่ชานยอลจะรู้เรื่องของเขาเลยอดไม่ได้ที่จะตักเตือน(?)เสียหน่อย

“เป็นไร?”เอ่ยถามเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง

“เปล่า ๆ เก้าอี้มันทับเท้าอ่ะ”

“ไม่หล่อแล้วยังซุ่มซ่ามอีก”

ชานยอลเดินไปหยิบช้อนมาให้คยองซูถือไว้และเขาจะเป็นฝ่ายคีบซูชิไปจุ่มโชยุมาวางให้แล้วที่เหลือก็เป็นหน้าที่ที่เจ้าชายต้องทำเองเพราะทรอยออกมาขัดจังหวะของเขาเสียแล้วคงจะป้อนทุกคำไม่ได้

 

 


วันนี้เป็นวันแรกที่ดีโอได้มีเวลาอยู่ที่บ้านคนเดียว หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่แล้วก็เริ่มต้นเดินสำรวจห้องนอนของชานยอลซึ่งตอนนี้เป็นของเขาก่อนเป็นที่แรก หนังสือมากกว่าร้อยเล่มที่อยู่บนชั้นบิวท์อินเป็นผนังห้องจนเกือบเต็ม เมื่อหยิบมาดูก็พบว่าเป็นหนังสือในสายวิชาชีพของเจ้าตัวนั่นเองเลยเลิกสนใจเพราะไม่ค่อนชอบภาพข้างในเสียเท่าไหร่

บนโต๊ะอ่านหนังสือมีดินสอปากกาวางไว้รกหูตาเต็มไปหมดเลยใจดีช่วยเก็บของในห้องและในบ้านให้เข้าที่ตามเดิมจนบ้านทั้งหลังสะอาดเรียบร้อยในชั่วพริบตาและรอบนี้เขารอบครอบโดยการปิดผ้าม่านก่อนจะใช้เวทมนตร์เนื่องจากมีประสบการณ์มาแล้วในเรื่องนี้

ยกฮู้ดสีเทาอ่อนขึ้นคลุมศีรษะขณะออกมาเดินเล่นข้างนอกบ้าน เดินเลยลงไปนิดหน่อยจะเป็นสวนหย่อมเล็ก ๆ ที่เขาเคยเห็นตอนนั่งรถกลับบ้านพร้อมชานยอลเลยอยากไปดูใกล้ ๆ เนื่องจากคิดถึงคนที่มีพลังควบคุมพืชพันธุ์ต้นไม้ใบหญ้าเหล่านี้มากเหลือเกินแม้จะผ่านมาเพียงไม่กี่วัน

หย่อนกายลงนั่งบนชิงช้ากลางลานทรายก่อนจะสอดมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อเพื่อเช็คว่าคีย์การ์ดยังอยู่ดีหรือเปล่า มองดูเด็ก ๆ ที่วิ่งเล่นอยู่ไม่ไกลก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงตนเองและพี่สาวเมื่อเยาว์วัย พวกเขาก็เคยสนุกด้วยกันแบบนี้มาตั้งแต่เด็กจนกระทั่งโตดีน่าร์ก็ยังเล่นทุกอย่างกับเขาไม่เปลี่ยน คอยดูแลเอาใจใส่เขาในทุก ๆ เรื่องไม่เคยพลาดบางทีพี่สาวอาจจะรู้จักเขาดีกว่าตัวเขาเองเสียอีก

“...!?”

บังเอิญเห็นรถของทรอยวิ่งขึ้นเนินไปดีโอจึงยันตัวลุกขึ้นเพราะถ้าจำไม่ผิดทรอยบอกว่าสองสามวันนี้จะไม่กลับบ้านไม่ใช่เหรอแล้วทำไม? เดินออกมาถึงหน้าสวนหย่อมและตรงนี้ก็สามารถมองยาวไปจนถึงหน้าบ้านของพวกเขาได้ หญิงสาวรูปร่างกะทัดรัดวิ่งลงมาพยุงทรอยให้เข้าบ้านแต่ที่เรียกให้ดวงตากลมเบิกกว้างไม่ใช่ทรอยมากับผู้หญิงทว่าคือเสื้อชุ่มเลือดของทรอยต่างหาก

“...!!!

รถยนต์เจ็ดที่นั่งที่เพิ่งวิ่งผ่านหน้าดีโอไปไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคนที่กำลังจะลงมาถือใครเพราะมันเป็นรถของชานยอล ร่างสูงวิ่งหน้าตั้งเข้าบ้านไปโดยที่ไม่ทันได้สังเกตเห็นเขาที่กำลังเดินมาเลยแม้แต่น้อย

ดีโอเดินตามทั้งสามคนเข้าไปในบ้านแต่เมื่อเข้ามาด้านในแล้วกลับมีเรื่องน่าสนใจให้ได้เห็นและให้ได้คิด เมื่อครู่เขามั่นใจมากว่าอาการของทรอยค่อนข้างน่าเป็นห่วงแต่ตอนนี้กลายเป็นว่ามีแค่บาดแผลที่หัวไหล่และลำตัวเท่านั้น หรือว่าเขาตาฝาดไป? นายแพทย์ตัวสูงในโหมดจริงจังกำลังเย็บแผลให้เพื่อนสนิทอย่างตั้งอกตั้งใจ

“ออกไปไหนมาคุณ?”

“สวนน่ะ”

แม้จะมีสีหน้าเคร่งเครียดแต่ก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยถามคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่เพราะตอนมาถึงเขาไม่เห็นดีโออยู่ในบ้าน หญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างทรอยโค้งศีรษะให้ดีโอน้อย ๆ ก่อนเจ้าชายน้อยจะทำอย่างเดียวกันกลับไปเช่นกันตามมารยาท

“ถ้าจะออกไปต้องกลับมา...”

“...?”

“ห้ามหายไปได้ยินมั้ย?”

ชานยอลลุกขึ้นเพื่อจะเดินไปเอาของในห้องแต่ก็หยุดถามประโยคสุดท้ายตรงหน้าคนตัวเล็กด้วยท่าทีจริงจังแปลกตา ก็ปกติแล้วไม่ค่อยเห็นชานยอลเครียดแบบนี้นี่นาติดจะอารมณ์ดีเกินมาตรฐานด้วยซ้ำ

“อะ...อื้อ” ทำไมถึงได้รู้สึกแปลก ๆ กับประโยคที่คล้ายจะสั่งกันแบบนั้นด้วยนะไม่สิแต่เป็นสายตาของอีกฝ่ายต่างหากที่มันพิเศษมากกว่าคำพูดธรรมดา ๆ แต่งั้นหัวใจของเขาจะเต้นแรงไปทำไมกันถ้ามันธรรมดา? มองตามร่างสูงที่หายเข้าไปในห้องจนเดินกลับออกมาอย่างไม่ละสายตา...

“...!!!

“...!!!

“...!!!

ชานยอลก้าวข้ามพื้นต่างระดับผิดจังหวะเนื่องจากรีบร้อนจนเกินไปเลยเกิดลื่นพรมปูพื้นตรงทางลงแต่อยู่ ๆ ร่างทั้งร่างของนายแพทย์หนุ่มก็ลอยนิ่งอยู่ในอากาศ ผิดกับกล่องเครื่องมือแพทย์ที่หกกระจายไปทั่วพื้นบ้าน

แผ่นอกบางกระเพื่อมขึ้นลงหนักหน่วงขณะที่มือทั้งสองข้างก็วาดค้างอยู่ในอากาศ สายตามองตรงไปแค่ที่ชานยอลเท่านั้น ส่วนฝ่ายที่ลอยอยู่ในอากาศก็เบิกตากว้างมองดูคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักอย่างตกอกตกใจ สาวน้อยในห้องนั่งเล่นก็เช่นกันที่ตอนนี้แทบจะลืมหายใจไปแล้วเพราะไม่เคยเห็นเรื่องแบบนี้มาก่อนเว้นแต่ทรอยที่นั่งนิ่งยกยิ้มอย่างชอบอกชอบใจที่สุดท้ายดีโอก็ยอมใช้พลังที่ปิดซ่อนเอาไว้เพียงเพราะกลัวเพื่อนของเขาจะล้มหัวฟาดพื้น

          หลังจากปล่อยให้ชานยอลยืนพื้นด้วยตัวเอง ดีโอก็ยืนงับริมฝีปากล่างของตัวเองเอาไว้แน่นซ้ำยังไม่กล้าสบตาร่างสูงที่เดินดิ่งเข้ามาใกล้แม้แต่น้อย หลุบตาลงต่ำมองดูนู่นนี่ไปเรื่อยราวกับมันสนใจ...

          “นี่คุณ?”

          “ก็บอกแล้วว่าน้องเขาพิเศษ”

          “แกรู้?”

          ชานยอลหันไปให้ความสนใจทรอยเมื่อดูแล้วเจ้าตัวจะไม่รู้สึกตื่นเต้นหรือตื่นตาตื่นใจที่ได้เจอพวกเดียวกัน(?)เลยสักนิด

          “ก็ตั้งแต่ที่โทรให้แกกลับบ้านตอนนั้นแหละวันนั้นน้องเขาเสกให้แก้วนมลอยข้ามหน้าฉัน”

          “คุณทำเหรอ?”

          คำถามดังกล่าวหลุดออกจากปากของคนที่ไม่น่าจะถามทำถามนี้มากที่สุดเพราะเขาเพิ่งจะถูกทำให้ลอยค้างจากฝีมือของคนไข้ตัวน้อยของตัวเอง ดีโอพยักหน้าตอบก่อนจะกวาดมือเก็บเครื่องมือแพทย์ลงกระเป๋าให้ชานยอลตามเดิมจนคุณหมอที่มองดูกระปุกสำลีและไซริงค์หลายขนาดวิ่งกลับเข้ากระเป๋าต้องอ้าปากค้างกับสิ่งที่กำลังได้เห็น

          “ถ้าคุณครองเวทมนตร์...คุณก็คือเจ้าชายน้อยใช่มั้ยคะ?”

          “...”

          “เจ้าชายเหรอ?!

          “เจ้าชายเหรอ?!



#OAOchansoo

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 110 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,365 ความคิดเห็น

  1. #1340 Baby_5766 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 03:27
    แพ้โหมดจิงจังหรอยัยหนู~
    #1,340
    0
  2. #1303 - cherish 。 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 10:49
    โว่... ลูกเรา ความแตกเพราะเป็นห่วงพี่เค้าแท้ๆเลยลูก555555555 ว่าแต่คนสุดท้ายที่ถามน้องว่าเป็นเจ้าชายคือคุณผู้หญิงอีกคนนี่ ;-; สรุปในบ้านนี่มีใครไม่ใช่เอ็กซ์ตร้าบ้างคะะะ พี่ชานดูเหมือนไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่เอาจริงๆพี่แกทำเนียนเฉยๆรึเปล่า-..-.....
    #1,303
    0
  3. #1257 Riyachoo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 12:01
    เผลอใช้เวทเพราะกลัวหมอเจ็บ? อย่าเถียงนะว่าทำไปเพราะสัญชาตญาณเค้าไม่เชื่อ
    #1,257
    0
  4. #1191 สวัสดีพี่มาป่วน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 07:36
    บ้านนี้อุดมด้วยเอ้กตร้าเลยเร้อะะะ เจ้าชายน้อยเปิดตัวแร้วจ้าาาาอิอิ นี่ขำหยอดมุขเท่าไหร่น้องก้อไม่รับพอมาดดุเท่านั้นแระเดกมันใจเต้นแรงเลยอิอ
    #1,191
    0
  5. #1160 chicken (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 01:20
    ผู้หญิงคือใครรร มาจากที่เดียวกันหมดเลยสินะ ว่าแต่คยองซูเถอะ ไม่อยากให้หมอปาร์คเจ็บตัวสินะ
    #1,160
    0
  6. #1132 Monsday (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 15:56
    หมอรู้แล้วจะกล้าจีบเจ้าชายน้อยมั้ยคะ
    #1,132
    0
  7. #736 MMinnimous (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:20
    เป็นห่วงพี่เขาใช่มั้ยล่ะคยองซูววววว
    #736
    0
  8. #675 DDYO (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:19
    สรุปหมอเป็นคนธรรมดาสินะ ทรอยไปโดนใครทำอะไรมาอ่ะ แล้วผู้หญิงคนนั้นอีก ปริศนามาอีกแล้วววว
    #675
    0
  9. #498 SirimaHongngam (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มกราคม 2560 / 23:35
    หมอปร์าตเด็กน้อยเลยขี้หวง55555
    #498
    0
  10. #296 Mys (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 02:07
    หมอปาร์คจะขี้หวงน้องไปไหนคะ ยังไม่ได้เป็นอะไรกันซักหน่อยเนอะ

    แต่ดีโอน่ารักกกกกกก มีความเป็นห่วงชานยอลล้มด้วย เริ่มชอบเค้าละป้าว
    #296
    0
  11. #286 [SHF]S.B.M.L. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 22:34
    เรื่องนี้จะมีบู๊ไหมนะ อยากเหนดีโอแสดงเวทย์มากเลย
    #286
    0
  12. #255 bed (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 02:51
    รู้ความจริงแล้วว

    พี่ชานนี่หวงดีโอมากเลยอ่ะ กับอีแค่เพื่อนใส่เสื้อกล้ามในบ้านยังไม่ได้555
    #255
    0
  13. #151 seasea14 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 21:51
    เจ้าชายค่ะ!!!!!
    #151
    0
  14. #150 maomakkkk (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 20:44
    ทำไมชานยอลเด๋อ555555 
    #150
    0
  15. #149 -CEEBEE- (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 17:44
    มีพลังกันทั้งบ้านใช่ไหมมมมมมมมมมมมม
    #149
    0
  16. #148 chachanityns (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 11:22
    อิพี่ปาร์คมีพลังรักษาแน่ๆเลยยยย
    #148
    0
  17. #146 akzth (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 22:57
    สรุปพี่ปาร์คพึ่งรู้5555
    #146
    0
  18. #145 blacknbird (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 21:05
    ฮื่อออออออ รู้แล้ว ผู้หญิงมีพลังเยียวยา? แต่หมอปาร์คก็น่าจะมีพลัง... รึปล่าวนะ 5555555555
    #145
    0
  19. #144 sirochaaa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 11:50
    อ๊าา โดนจับได้ซะแล้วสิ แบบนี้จะเป็นยังไงต่อน้า แต่ที่แน่ๆบ้านนี้ไม่น่ามีใครธรรมดานะเราคิดว่า 55 ว่าแต่ผู้หญิงคนนั้นใครกัน
    #144
    0
  20. #143 babariaba (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 08:43
    สงสัยชานยอลมาก การกระทำเหมือนเป็นคนธรรมดาเลย แต่มาเอะใจตอนที่ดีโอเข้าบ้านมาแล้วแผลทรอยเบาลงแบบนั้น ชานยอลมีพลังเยียวยาแน่เลย เป็นพลังของเจ้าตัวเพียงอย่างเดียว เลยไม่มีเวทมนต์แบบดีโอ หรือฟังเสียงคนข้างบ้านพูดกันแบบทรอยก็เลยอิจฉา5555555 อีกอย่างที่สงสัยคือทรอยไปโดนอะไรมา ออกไปสืบคดีแล้วโดนลูกหลงบาดเจ็บ? ที่ชานยอลบอกดีโอว่าออกไปให้กลับมาด้วย หรือเพราะโลกมนุษย์มันไม่ปลอดภัยกับเอ็กตร้าจริงๆ นี่สงสัยในตัวชานยอลมากจริงๆนะเนี่ยเหมือนจะเป็นคนธรรมดา แต่คำพูดคำจาบางทีก็เหมือนรู้อะ 555555555 คราวนี้ทุกคนรู้แล้วว่าเป็นเจ้าชายน้อย จะถูกปฏิบัติยังไงเนี่ย ชานยอลจะต้องยิ่งเอ็นดูเข้าไปใหญ่แน่ๆ รอติดตามนะคะ สู้ๆนะคะไรท์
    #143
    0
  21. #142 Oh se (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 07:10
    ลองเดามั่วๆ ทั้งหมอ ทรอย และคุณผู้หญิงคนนั้นก็อาจจะเป็นเอ็กซ์ตราหมด หรือเปล่าฮ่าๆ แต่ที่ชานยอลทำเป็นไม่รู้ว่าน้องเป็นกับทำเป็นไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเอ็กซ์ตราก็อาจจะเป็นเพราะยังไม่รู้จักน้องดี คล้ายๆปิดบังตัวเองอยู่ ปกป้องตัวเองจากคนนอก ทีแรกก็คิดว่าหมอไม่เป็นแต่กลิ่นมันแปลกๆ หรือจริงๆแล้วคือก็มีเพื่อนเป็นเอกซ์ตรางี้เหรอ แต่ตัวเองคนธรรมดา? อยากอ่านแล้วค่ะ
    #142
    0
  22. #141 Oh se (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 07:01
    ทำไมรู้สึกว่าชานยอลก็ไม่น่าจะธรรมดา ฮื่อ ก็แค่ไม่น่าจะ ธรรมหรือไม่ธรรมก็รออ่านค่ะ แฮ่ อย่าว่าแต่ชานยอลหวงน้องกับทรอบเลย นี่อ่านยังรู้สึกหวง ฮ่าๆ
    #141
    0
  23. #140 Action!! (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 00:34
    เกลียดความขี้หวงของหมอปาร์คจังเลยคะบางทีก็แอบสงสารทรอยนะ 55555555555555555555555


    นี่เจ้าชายไงจะตกใจทำไมล่ะ เจ้าชายน้อยไง น่ารักด้วย อิอิ
    #140
    0
  24. #139 imbreezy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 21:48
    สนุกมากอ่า ชานยอลมีพลังรักษาถูกมะ อยากอ่านตอนต่อไปแล้งงค่ะ
    #139
    0
  25. #138 Laksika_xol (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 21:37
    อิพี่ปาร์คมันจะยังหยอดคยองอยู่ไหมเมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้ไปแล้วอ่ะ55555
    #138
    0