{Chansoo} - One And Only

ตอนที่ 2 : One And Only - Chapter 1 { แรกพบ }

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,961
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 126 ครั้ง
    11 ธ.ค. 59

          รั้งเอาคนตัวเล็กเข้าชิดกายกดศีรษะชิดหน้าผากของเจ้าชายน้อยเมื่อรู้สึกเจ็บปวดเหลือเกินแต่ไม่ใช่เพราะกระแสไฟหากแต่เพราะเรื่องภายในใจนี้มากกว่า...

          “ไม่เป็นไร...”

          “...”

          “ถึงจะไม่ใช่ลิขิตฟ้าแต่เราลิขิตแล้วว่าจะมีเพียงรักเดียว”

          ลมหายใจอุ่น ๆ เป่ารดชิดใกล้คนตัวเล็กกว่าไม่ได้พูดหรือตอบสิ่งใดแต่ฝ่ามือน้อย ๆ ก็ยกขึ้นลูบแผ่นหลังกว้างของคนที่อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่ด้วยกันมาเนิ่นนานจนความสัมพันธ์แบบเพื่อนแปรเปลี่ยนมาเป็นความรักในวัยที่คน ๆ หนึ่งจะเริ่มรักใครได้

 

 

          แต่ถ้าไม่ใช่เซนแล้วใครล่ะ...?

 

 


          หลังจากสืบเสาะหาข้อมูลกันอยู่สักพักวันที่เจ้าชายจะฝ่าฝืนคำสั่งของบิดาก็มาถึง การจะไปยังโลกมนุษย์ต้องผ่านประตูที่ทำจากศิลาในห้องทรงงานของกษัตริย์แต่ก็มีอีกทางที่จะสามารถไปได้คือพลังจากเจ้าแห่งเวทมนตร์ แต่ต้องเดินทางเข้าไปในป่าลึกเพื่อที่จะใช้ประตูที่ทำจากศิลาชนิดเดียวกันซึ่งมันเป็นบานเก่าดั่งเดิมเมื่อในอดีตแต่แค่เสื่อมเวทมนตร์แล้วเฉย ๆ ซึ่งนั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับดีโอ

          “จะไปคนเดียวได้ยังไง”

          “ถ้าอยากช่วยเราก็ช่วยทำให้ท่านพ่อกับท่านแม่ไม่รู้ว่าเราไปไหนก็พอ...บอกท่านไปว่าเราต้องเดินทางอีกครั้งและครั้งนี้มันไกลมากคงใช้เวลาหลายเดือน”

          ทหารหนุ่มที่ติดตามเจ้าชายเพียงคนเดียวของควิ้นต์มาตลอดไม่ว่าจะเดินทางไปที่แห่งไหนไม่ว่าอันตรายเพียงใดก็ช่วยดีโอกลับมาได้อย่างปลอดภัยเสมอ แล้วครั้งนี้จะปล่อยให้ไปโลกมนุษย์คนเดียวได้อย่างไรในเมื่อที่นั่นมันอันตรายต่อเอ็กซ์ตร้า...

          “มันอันตรายเกินไป”

          “มันเป็นทางเลือกเดียวเซน”

          ปัจจุบันนี้ไม่มีใครในควิ้นต์ที่เคยไปโลกมนุษย์และคนที่เคยไปก็กลับมากันไม่ครบหรือกลับมาครบแต่ก็เสียสติบ้างก็เคยมีให้เห็น เพราะแบบนี้มันถึงเสี่ยงเกินไป...

          “น้อยคนที่กลับมา”

          “แต่เราจะกลับมา”

          วาดมือไปตรงช่องว่างระหว่างศิลาที่สามารถมองทะลุไปยังอีกฝั่ง จนเกิดเป็นเกลียวลมหมุนวนอยู่ระหว่างช่องประตูในที่สุด ผ่อนลมหายใจออกตะกุกตะกักเมื่อไม่สามารถกำจัดแรงวิตกกังวลที่มีมากในตัวไปได้เลยซ้ำมันยังก่อตัวเป็นพายุใหญ่คับใจไปหมด

 

ใช่...เขากลัวจะไม่ได้กลับมา

 

          ความอบอุ่นเข้าครอบครองมือเล็กของดีโอเอาไว้ขณะที่เขากำลังจะก้าวเข้าสู่ช่องประตูที่เชื่อมไปยังอีกมิติ จึงต้องหันกลับมาสบตาของคนที่เป็นเจ้าของความอบอุ่นนั้น ดีโอบีบมือของเซนน้อย ๆ พร้อมส่งรอยยิ้มหวานมาให้เพื่อบอกว่าเขาจะไม่เป็นไรและอยากให้เซนสบายใจ

          ร่างเล็กเดินหายเข้าช่องประตูไปก่อนที่เกลียวลมที่ก่อตัวเมื่อครู่จะหายไปเหลือเพียงแต่เซนที่ยืนมองดูหัวใจที่หายไปอยู่ตามลำพังในความเงียบสนิทกลางป่าลึก มันบีบคั้นหัวใจเขาเกินไปเรื่องแบบนี้มันเจ็บเสียยิ่งกว่าตอนถูกมีดแทงทะลุร่างซะอีก...


 

         

          ร่างสูงโปร่งของนายแพทย์หนุ่มไฟแรงมือหนึ่งของโรงพยาบาลโผล่พ้นออกมาจากห้องผ่าตัดหลังจากใช้เวลาอยู่ในนั้นมาห้าชั่วโมงเต็ม เอียงคอไปซ้ายทีขวาทีจนเกินเสียงกระดูกลั่นให้ได้ยิน รู้สึกเวียนหัวนิด ๆ เพราะตั้งแต่เที่ยงก็ยังไม่ได้ทานอะไรเลยจนเวลาในตอนนี้ก็ล่วงเลยมากเกือบจะเที่ยงคืนแล้ว

          “หมอปาร์คคะ”

          “คร้าบ~ พยาบาลคิมคนสวย”

          หญิงมีอายุที่เพิ่งเดินเข้ามาหยิกแขนคุณหมอจอมทะเล้นไปหนึ่งทีอย่างหมั่นเขี้ยวเจอกันทีไรก็คอยหยอดคอยชมกันแบบนี้เสมอ จึงไม่แปลกที่ทั้งหมอและพยาบาลเกือบทั้งโรงพยาบาลจะชอบปาร์คชานยอลจะเว้นก็แต่พวกที่แต่งงานแล้วเท่านั้นที่ต้องพยายามห้ามใจ แต่ที่น่าแปลกคือคุณหมอยังไม่เคยมีข่าวว่าคบกับใครสักคนต่างหาก

          “ลืมโทรศัพท์ค่ะคุณหมอ”

          “ขอบคุณมาก ๆ มาก ๆ เลยนะครับพยาบาลคิมแต่ผมตั้งใจลืมไว้เพราะอยากเห็นหน้าพยาบาลคิมไงครับ”

          “ฉันไม่มีลูกสาวเหมือนพยาบาลคังหรอกนะคะปากหวานไปก็เหนื่อยเปล่าค่ะหมอปาร์ค” รอยยิ้มของหญิงแก่ที่เขาสนิทด้วยเป็นสิ่งที่เห็นแล้วโลกสดใสเสมอ เธอเป็นคนอบอุ่นเขาจึงชอบอยู่ด้วยเพราะพยาบาลคิมเป็นคนน่ารักและเหมือนแม่คนที่สองไปแล้ว

          “พูดเรื่องจริงก็ไม่ได้เหรอครับเสียใจนะเนี่ย”ชานยอลรับโทรศัพท์มือถือเก็บลงมาไว้ในกระเป๋าเสื้อผ่าตัดด้านหน้าก่อนจะเอ่ยประโยคตัดพ้อหญิงชราพร้อมใบหน้าบูดบึ้ง

          “ไปพักผ่อนได้แล้วค่ะ...ไม่ใช่ที่นี่นะคะที่บ้านเลย เมื่อเช้าฉันผ่านหน้าบ้านหมอปาร์คแล้วเห็นจดหมายกับหนังสือพิมพ์เสียบอยู่ที่กล่องจนหมายเต็มไปหมด นี่กลับบ้านครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่คะ?”

          อืม...นั่นสินะเมื่อไหร่กัน? หนึ่งสัปดาห์? หรือสองสัปดาห์นะ? ก็ห้องพักที่โรงพยาบาลจัดไว้ให้มันดีอยู่แล้วนี่นาไม่เห็นจำเป็นต้องกลับบ้านบ่อย ๆ ขี้เกียจขับรถจะตาย

          “จำไม่ได้แล้วอ่าครับ ฮ่า ๆ งั้นวันนี้จะกลับไปนอนที่บ้านแล้วกัน ไหน ๆ ก็งอนพยาบาลคิมแล้ว อ๊า! เจ็บนะครับ”

          โดนฟาดไปหนึ่งทีเต็ม ๆ แรงก่อนคนที่เป็นฝ่ายทำร้ายร่างกายจะเดินจากไปด้วยรอยยิ้ม เสียงถอนหายใจของชานยอลบ่งบอกว่าถึงเวลาที่เขาควรจะพักผ่อน หมอปาร์คเป็นคนขยันทำงานเลยจะเจอคุณหมอที่โรงพยาบาลเกือบทุกวันแม้จะเข้าเวรหรือไม่เข้าเวรก็ตาม

 


          อุ้มผ้าห่มของตนลงจากรถเพื่อเอากลับมาซักแห้งรวมถึงเสื้อผ้าที่ยัดใส่กระเป๋ากลับมาจนตุง เดินขึ้นบันไดหน้าบ้านมาโดยไม่ได้สนใจกล่องจดหมายที่พยาบาลคิมกล่าวถึงแม้แต่น้อย ดิ่งเข้าไปแตะคีย์การ์ดที่บานประตูไม้สีเบจเคลือเงาในทันทีเพราะรู้สึกอยากนอนเต็มที

          “ติ๊ด!

          “เหนื่อย ๆ เหนื่อยโว้ย~

          หลังจากทิ้งข้าวห้องเอาไว้แถว ๆ ทางเข้าเจ้าตัวก็ตะโกนลั่นบ้านเสียงดังพร้อมกับดึงฮูดดำที่คลุมศีรษะออกก่อนจะเดินมาทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาที่มีเสื้อผ้าวางพาดอยู่เต็มไปหมดที่พื้นก็ไม่เว้นแม้แต่ทีวีจอยักษ์ก็ยังมีผ้าเช็ดผมเช่นกัน กำลังจะปิดเปลือกตาลงด้วยความเหนื่อยอ่อนแต่...

          “ตุบ!

          “...?”

          เสียงเหมือนอะไรหล่นดังขึ้นที่ข้างบ้านคุณหมอหนุ่มจึงรีบร้อนวิ่งไปเลื่อนประตูกระจกบานใหญ่ทั้งใบและเดินออกไปที่สวนหย่อมขนาดเล็กของตนในทันที มองจากรั้วบ้านของชานยอลลงไปจากจุดนี้จะเห็นหมู่บ้านและหลังคาบ้านเรือนเป็นร้อยเพราะบ้านเขาอยู่บนเนินและวิวดีที่สุดในย่านนี้ ยกฮู้ดขึ้นคลุมศีรษะอีกรอบเพราะตอนนี้อากาศข้างนอกนั้นเย็นจัดกำลังจะถึงจุดเยือกแข็ง

          “...!!!

          พลันสายตาก็ไปต้องเข้ากับร่างเล็กของใครบางคนที่นอนนิ่งอยู่บนสนามหญ้าข้างชิงช้าไม้ที่เขาชอบมานั่งคิดอะไรเพลิน ๆ เวลาว่างงาน อุ้มร่างบางขึ้นพักไว้บนข้อพับแขนก่อนจะช้อนใบหน้าขาวจัดให้หันกลับมา...

          “...!!!

          “...”

          เลือดกำเดาสีแดงสดไหลออกมาเปื้อนข้างแก้มขาวใสเต็มไปหมด ริมฝีปากซีดเผือด ตัวเย็นมากไม่คิดว่าจะมีคนใส่แค่เสื้อแขนยาวผ้าทิ้งตัวบาง ๆ ออกมาข้างนอกในวันที่อากาศหนาวจนจะเป็นน้ำแข็งแบบนี้

เปลือกตาสีหวานเปิดปรือขึ้นก่อนจะเห็นใบหน้าของคนที่อยู่เหนือลำตัวจาง ๆ จับใจความไม่ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังพูดอะไรรู้แค่ที่นี่หนาวเหลือเกิน...

          วางร่างเล็กลงบนเตียงนอนหลังใหญ่ของตนก่อนจะปรับอุณหภูมิห้องให้อุ่นขึ้นกว่าเดิม ชานยอลวิ่งไปเอากระเป๋าเครื่องมือแพทย์ออกมาก่อนจะสอดสเต๊ทโทสโคปเข้าไปในเสื้อคอวีของคนที่เพิ่งอุ้มเข้ามา แนบเครื่องมือช่วยฟังดังกล่าวลงแผ่นอกบางฟังการหายใจของคนตัวเล็กว่าเป็นปกติไหมก่อนจะพลิกร่างบางให้นอนตะแคงและฟังอีกรอบทางด้านหลัง

          บีบน้ำเกลือลงสำลีก่อนจะเช็ดคราบเลือดที่ไหลเปื้อนพวงแก้มออกให้จนสะอาดและห่มผ้าให้สองผืนเมื่อประเมินอาการดูแล้วว่าไม่น่าจะอันตรายถึงขั้นต้องพาไปโรงพยาบาล ไม่นานนักหมอหนุ่มก็ทิ้งศีรษะฟุบลงเตียงทั้งที่ตัวยังนั่งอยู่บนพื้นห้องก่อนจะผลอยหลับตามอีกคนไปในที่สุด

 

 


          ความรู้สึกหนักหัวแล่นลิ่วเข้ามาทำร้ายกันตั้งแต่ได้สติตื่นจากห้วงนิทรา ค่อย ๆ เปิดเปลือกตาปรับโฟกัสกับแสงแดดอ่อน ๆ ของเช้าวันใหม่และ...โลกใบใหม่?

          “อ๊า!

          เพราะสปริงตัวลุกขึ้นนั่งในทันทีหลังใช้สมองประมลผลเหตุการณ์ต่าง ๆ และเมื่อมันจัดลำดับก่อนหลังได้เรียบร้อยแล้วก็ทำให้ดีโอได้สติเต็มตัว การลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วแบบนี้มันทำให้สมดุลร่างกายเหวี่ยงแรงเกินปกติถึงได้มีอาการหน้ามืดเข้าแทรกสบทบกับอาการปวดหัวที่มีอยู่ก่อนแล้ว

          “...!!!

          นั่งมองดูคนที่นอนหลับอยู่บนพรมข้างเตียงก่อนจะเอียงศีรษะมองตามใบหน้าหล่อหวานของคนที่ยังหลับสนิท สำรวจมองรอบตัวก็พบแต่สิ่งของรูปร่างหน้าตาแปลก ๆ เต็มไปหมดมันไม่เหมือนที่ควิ้นต์สักอย่างงั้นแสดงว่าเขาได้เหยียบโลกมนุษย์โดยสมบูรณ์แล้วอย่างนั้นเหรอ? ที่นี่น่ะเหรอ?

          เบนสายตามองตามแสงแดดที่สาดส่องเหยียบเข้ามายังพื้นห้องและตั่งเตียงออกไปด้านนอกก็เห็นต้นไม้น้อยใหญ่เต็มไปหมด สถานที่มันคล้าย ๆ กันกับตอนที่เขากำลังทิ้งดิ่งลงสู้พื้นและเจอใครบางคนก่อนภาพจะตัดมืดไปหรือว่า? คนนี้...?

          ค่อย ๆ ทิ้งฝ่าเท้าลงพรมสีกาแฟสวยนุ่ม ๆ บนพื้นห้อง ทรุดนั่งลงจ้องมองคนตรงหน้านิ่งก่อนจะต้องตกใจเพราะอยู่ ๆ เปลือกตาที่ปิดสนิทก็เปิดปรือขึ้นมอง...

          “...!!!

          เจ้าชายน้อยดีดตัวขึ้นหลังจากก้มลงไปมองจนตอนนี้แผ่นหลังชนเตียงหลังโต ชานยอลค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งพร้อมกับส่งมือขึ้นไปขยี้ตาทั้งสองข้างอย่างงัวเงีย

          “ตื่นแล้วเหรอ? กี่โมงแล้ว”

          ดวงตากลมเบิกกว้างก่อนจะนั่งนิ่งกระพริบตาปริบ ๆ ไม่หยุดด้วยไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร ถามมาได้ว่ากี่โมงในเมื่อตะวันเพิ่งจะโผล่พ้นขอบฟ้ามาแค่นี้ถ้าตาไม่บอดใคร ๆ ก็รู้ว่ามันเพิ่งจะรุ่งสาง

          “...!!!

          ฝ่ามือหนาใหญ่ยกขึ้นนาบหน้าผากกว้างของคนตัวเล็กดีโอจึงรีบเบี่ยงตัวหนีไปด้านหลังแต่มันก็สุดทางเพียงเท่านี้

          “ไม่มีไข้...แล้วเมื่อคืนคุณเข้ามาที่บ้านผมได้ไง?”

          “...”

          “ไม่หนาวเหรอ? ใส่เสื้อบางแค่นั้น?”

          “...”

          เอ่ยพูดด้วยแต่อีกฝ่ายที่ต้องการจะสนทนาด้วยไม่ยอมตอบเขาเลยสักคำและไม่มีแม้คำขอบคุณที่เขาช่วยไว้เลยเมื่อคืนนี้ ชานยอลจึงชักมือกลับและปีนขึ้นไปนอนบนเตียงแทนที่เจ้าชายน้อยในทันทีก่อนจะยกผ้าห่มคลุมศีรษะเอาไว้จนมิด

          “ประตูหน้าบ้านไม่ได้ล็อกและผมก็ไม่เก็บค่าที่พักหรือค่ารักษาแต่ช่วยปิดม่านให้หน่อยได้มั้ย?”

          เอ่ยพูดอู้อี้คนเดียวใต้ผ้านวมโดยที่คนตัวเล็กไม่ได้ตอบอะไรเช่นเดิม ดีโอเดินไปยังหน้าต่างที่ถูกประดิษฐ์ให้สามารถเลื่อนเปิดได้ก่อนจะยกมือขึ้นเตรียมจะใช้เวทมนตร์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดปิดไอเจ้าผ้าม่านที่อีกฝ่ายประสงค์จะให้ทำแต่ก็ชะงักเอาไว้แค่นั้น...

          หันกลับมามองดูคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงก่อนจะใช้มือรูดปิดทั้งที่สายตายังคงมองร่างสูงไม่ละห่าง

          “Thank you

          “...?”

          เรียวคิ้วหนาบนโครงหน้าหวานขมวดฉับเมื่อตอนนี้แหละเป็นครั้งแรกที่ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าอีกฝ่ายพูดว่าอะไร ประโยคก่อนหน้านั้นเลยดูเป็นปัญหาเล็กไปเลยในทันทีที่จะพยายามทำความเข้าใจ

 


          เกือบเที่ยงวันกว่าคุณหมอจะแซะตัวเองออกจากเตียงนุ่มนิ่มได้ เดินออกมาจากห้องนอนพร้อมทรงผมชี้ฟูยุ่งเหยิงไปหมด ยกชายเสื้อกันหนาวแขนยาวสีดำให้หลุดพ้นลำตัวก่อนจะวางมันไว้บนเคาน์เตอร์บาร์หน้าห้องครัวข้าง ๆ กับตู้ทำความเย็น

          “แค่ก ๆ อ่าวคุณ?”

          ชำเลืองไปเห็นคนตัวเล็กยังนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาตัวยาวในห้องนั่งเล่นเลยสำลักน้ำดื่มที่เพิ่งยกกระดก ไม่เข้าใจว่าทำไมอีกฝ่ายเข้ามาในบ้านได้และตอนนี้ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงยังไม่ไปไหนรวมถึงไม่เข้าใจตัวเองด้วยว่าทำไมถึงกล้านอนหลับทั้งที่มีคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาเดินวนอยู่ในบ้านแบบนี้

          สืบเท้าเข้าหาร่างเล็กที่นั่งนิ่งไม่ยอมสบตาก่อนจะเห็นว่าใบหน้าอีกด้านของแขกรายแรกตั้งแต่ซื้อบ้านมีแผลถลอกนิดหน่อยที่ห่างตา

          “ไม่ได้ใส่ยาให้เลย”แนบมือลงพวงแก้มก่อนจะออกแรงรั้งให้ใบหน้าสวยหวานหันตามมาเพื่อที่จะได้มองเห็นบาดแผลชัด ๆ สัญชาตญาณความเป็นหมอมีมากกว่าคนปกติทั่วไปเมื่อเห็นคนเจ็บจึงลืมนึกถึงเรื่องอื่น ๆ ไปซะสนิท

          คนตัวเล็กผินดวงหน้าหลีกหนีฝ่ามือหนาใหญ่ของเจ้าบ้านก่อนจะเปลี่ยนไปมองดูวิวภายนอกเหมือนเดิม ชานยอลจึงขมวดคิ้วฉับในทันที...

          “อะไรของคุณเนี่ย? พูดด้วยก็ไม่พูดด้วยให้กลับบ้านก็ไม่กลับหรือว่าต้องการอะไรจากผม?”

          “...”

          “นี่คุณ”

          “...”

          เริ่มหายใจไม่ทั่วท้องขึ้นมาเอาเสียดื้อ ๆ ไม่รู้จะตอบว่ายังไงและยังไม่เคยมีใครมาคาดคั้นจะเอานู่นเอานี่แบบตาคนนี้มาก่อนตั้งแต่เกิด จะให้ตอบว่าไม่รู้ว่าจะไปไหนแล้วก็ไม่รู้ว่าจะออกจากที่นี่ยังไงน่ะเหรอ? แบบนั้นจะดูแปลกสำหรับคนที่นี่หรือเปล่า?

          “โอเค~ งั้นเอาง่าย ๆ ก่อนคุณชื่ออะไร”นายแพทย์หนุ่มเริ่มแปลกใจกับอาการของคนไข้ตัวน้อยของเขาและเริ่มสงสัยว่าอีกฝ่ายความจำเสื่อมหรือเปล่าเลยต้องทดลองถามคำถามง่าย ๆ ดูว่าคนไข้พอจะหลงเหลือความทรงจำใดบ้างและจำได้ประมาณไหน

          “...”

          “งั้น...คุณเข้ามาที่บ้านผมได้ยังไง?”

          “...”

          “พูดไม่ได้เหรอ?”

          “ดีโอ...นั่นชื่อเรา”

          “...!!!” นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนหันมาสบจ้องยิ่งตอนกระทบแสงเช่นนี้ยิ่งดูสวยงามทำให้นึกถึงเวลาช่วงฤดูใบไม้ร่วงเมื่อเดือนสองเดือนก่อนไม่มีผิด ใบหน้าขาวใสมีเลือดฝาดเฉดตามหน้าแก้มน้อย ๆ ขับให้ยิ่งน่ามองและที่ละสายตาไปจากมันไม่ได้เลยคือริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงระเรื่อ ดวงตากลมโตสบจ้องเขาอยู่ครู่หนึ่งและนั่นเพิ่งเป็นช่วงเวลาที่ชานยอลลืมหายใจ...

          “เอ่อ...แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่เข้ามาได้ยังไง”พูดไปพลางหยิบหาเอาเสื้อแขนยาวแถว ๆ นั้นมาสวมทับเสื้อยืดสีขาวแขนสั้นเพราะอยู่ ๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองควรจะมีเสื้อผ้าสวมใส่ต่อหน้าแขกเสียหน่อย ยกมือสางผมให้เข้าทรงก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งลงตรงหน้าคนตัวเล็กเพื่อตรวจอาการเพิ่มเติม

          ดีโอพยายามนึกตามคำถามของคนตรงหน้าไปเรื่อย ๆ เขาผ่านช่องแคบของช่วงเวลาที่ต่างกันของสองโลกมาพร้อมอาการวิงเวียนและหูอื้อเพราะแรงกดขณะเดินทางมันมากเกินพอดีแต่โชคดีที่ผ่านมาได้ นั่งมองดูร่างบางที่กำลังคิดนู่นคิดนี่ไปอย่างเพลินตาดูสง่างามน่าจับตาแปลก ๆ ยิ่งตอนย้อนแสงยิ่งยากนักที่จะละสายตา

          “จำไม่ได้เหรอ? คุณจำอะไรได้นอกจากชื่อมั้ย?”

          “...”เขาจำได้ตั้งเยอะจะเอาตั้งแต่ตอนไหนล่ะ? แต่มันเป็นเรื่องที่จะเล่าให้มนุษย์ฟังได้ซะที่ไหนกัน

ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าโลกมนุษย์นั้นน่ากลัวแต่กลับไม่ได้รู้สึกน่ากลัวเหมือนกับเรื่องเล่าที่บอกต่อ ๆ กันมาเสียเท่าไหร่

          “ไปหาหมอมั้ย? ไม่สิไปโรงพยาบาลกันดีกว่าผมต้องขอดูผลเอ็กซเรย์ของคุณ”

          “ปล่อย...อ๊ะ!!!

          “...!!!

          สะบัดมือออกจากการเกาะกุมของชานยอลแรงเกินไปจนเสียหลักเซถอยหลังไปเกือบจะล้มแต่ดีที่คุณหมอเข้ามารั้งแผ่นหลังบางเอาไว้ได้ก่อนที่ดีโอจะหงายหลังไปจริง ๆ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดหน้าผากกว้างกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของชานยอลทำให้อีกฝ่ายเริ่มรู้สึกปั่นป่วน

          ช้อนใบหน้าขึ้นมองนัยน์ตาสีนิลสวยที่ปะปนมากลับเสน่ห์ลึกลับบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก ไม่เคยชิดใกล้ชายใดขนาดร่างกายแนบชิดกันจนไม่เหลือแม้ช่องให้อาการไหลผ่านแบบนี้มาก่อน

          “ที่นี่ที่ไหน?”

          “ผมคิดว่าคุณป่วยดีโอ...”

          กระพริบตาสองสามครั้งกับทั้งคำถามและทั้งสุ้มเสียงที่ติดจะมีอาการของคนเป็นห่วงกันให้สัมผัสมากับน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง แต่แบบเขา...ที่นี่เรียกว่าป่วยเหรอ?




#OAOchansoo

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 126 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,365 ความคิดเห็น

  1. #1362 DAWANJANG (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 18:11
    หมอปาร์คคค
    #1,362
    0
  2. #1335 Baby_5766 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 02:16
    เขินน้องจนต้องหาเสื้อมาคลุมหรอคุณหมอออ
    #1,335
    0
  3. #1316 pigkapoom (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 01:12
    พี่หมอออ
    #1,316
    0
  4. #1299 - cherish 。 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 00:19
    นี่หรือเปล่าคะพลังเยียวยาที่น้องตามหา อรุ่มมม แต่น้องต้องตอบพี่เค้าไปนะลูก ถ้ายังเงียบอยู่แบบนี้เรื่อยๆพี่เค้าจะคิดว่าเราป่วยนี่แหละน้องงง55555555 แต่ดูอาการคุณหมอเราที่เหมือนจะไม่เคยรักชอบใครมาก่อน อาจจะมาตกบ่วงที่น้องเรานี่แหละน้า - ..- หึกึ
    #1,299
    0
  5. #1294 loveyoukris00 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 20:30
    ตกหลุมรักกันแล้วใช่มั้ยคะ กรี๊ดๆ
    #1,294
    0
  6. #1278 ChompunutEksuk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:46
    โถ่น้องงงง​ 5555

    เป้นคนป่วยค่ะ
    #1,278
    0
  7. #1248 TIKIT (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 17:08
    เอ็นดุ โถ่คยองซูโดนหาว่าป่วยเลย555
    #1,248
    0
  8. #1226 Hanami_jelly (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 19:02
    ช่วยด้วยค่ะ มีคนชอบกัน ได้กลิ่นความรักลอยมา งื้ออออ////
    #1,226
    0
  9. #1186 สวัสดีพี่มาป่วน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 04:52
    อารั้ยยยย แค่ได้สบตาสวยๆของเจ้าชายน้อยเข้าน่อยถึงกับรีบจัดผ้าจัดผมกัวไม่หล่ออ่อหมอปาร์คคคคอิอิ
    #1,186
    0
  10. #1156 chicken (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 13:16
    ทำไมคุณหมอน่ารักขนาดนี้อ่ะคะ ใจดีขนาดนี้ก็ให้ดีโออยู่ด้วยเลยสิ
    #1,156
    0
  11. #1128 Monsday (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 13:32
    เป็นแรกพบที่น่าประทับใจ เจ้าชายน้อยคงทำให้คุณหมอปั่นป่วนน่าดู
    #1,128
    0
  12. #733 MMinnimous (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:13
    เจ้าชายน้อยน่ารักน่าหยิกจังงงงงงง
    #733
    0
  13. #671 DDYO (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:42
    แงงงงเจอกันแล้ว ทำไมเจ้าชายน้อยของนมน่าเอ็นดูขนาดนี้เจ้าคะ ดูน่ารักน่าหยิกไปหมด คุณหมอฝากเจ้าชายน้อยของบ่าวด้วยยยยย
    #671
    0
  14. #485 SirimaHongngam (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มกราคม 2560 / 01:39
    งื้ออออปิ้งปิ้งรักแรกพบแน่เลยบน><~
    #485
    0
  15. #302 Tongdchr (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 11:22
    ฮือออ เขาเจอกันแง้วววว
    #302
    0
  16. #289 Mys (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 23:12
    นั่นปะไร แนบชิดกันจนไม่มีอากาศไหลผ่าน

    ลองทดสอบเรื่องคู่แท้ด้วยดีมั้ยคะเจ้าชายน้อย ><
    #289
    0
  17. #251 bee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 18:51
    พี่ชานเป็นหมอที่ดูทะเล้นๆอ่ะน่ารักจัง ส่วนคยองดูเงียบๆแต่มีความร่าเอ็นดู ฮือออ เหมือนเทวดาน้อยตกสวรรค์มากเลย พี่ชานดูเป็นคนง่ายๆอ่ะ ง่ายไปไหน คนแปลกหน้าอยุในบ้านมีการบอกทางออกแล้วบอกปิดประตูให้ด้วย ไม่กลัวของหายเลยหรอคะคุณพี่555
    #251
    0
  18. #109 Laksika_xol (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 23:38
    เหมือนนิสัยตัวละครเรื่องนี้จะสลับกับเรื่อง His boy ชานยอลเป็นคนพูดน้อยเหมือนคยองซูเรื่องนี้ คยองซูเป็นคนพูดมากเหมือนชานยอลเรื่องนี้ 555555พล็อตเนื้อหาน่าสนุกจัง
    #109
    0
  19. #94 babariaba (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2559 / 10:21
    พล็อตเรื่องน่าสนใจมากเลย แงงงงงงงงง ชานยอลเป็นหมอนี่หมายถึงพลังเยียวยาใช่มั๊ย คยองจะช่วยพี่ได้สำเร็จมั๊ยนะ นี่เนื้อคู่แน่ๆ มาตกบ้านชานยอลแบบนี้เนื้อคู่กันแน่ๆๆ
    #94
    0
  20. #53 Kaserr (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 15:42
    สุดยอดดดดดดดดด ชานยอลคือดี
    #53
    0
  21. #36 fah_tc (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 19:47
    ฮืออออ ดีงามอีกแล้วว มีความแฟนตาซี มีความน่าติดตามม งื้ออๆ ไรท์เก่งจังงไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ
    #36
    0
  22. #34 GO!디오 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 18:29
    มีความแฟนตาซี คุณหมอดูใจดีไว้ใจได้มาก ให้น้องอยู่ด้วยนะ
    #34
    0
  23. #33 Opal2222 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 17:00
    กดติดตามเร็วมากค่ะ คืองานดีอีกแล้ว ไรท์แบบงานดีมากอ่ะ เอฟซีไรท์รัวๆเลย
    #33
    0
  24. #31 Oh se (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 09:56
    ฉันจะรอค่ะ ฮื่อออ ดีงามมมมม อ่านตอนแรกทำไมสัมผัสได้ถึงความดราม่าที่แผร่ออกมาจากเซน อนาคตช่างมันแต่คือโอยยยย คุณหมอกับดีโอนี่ดีมากกก มาต่ออีกเร็วน๊าค๊า~~~ เขาสองคนคงไม่ชอตกันหรอดเนอะฮ่าๆ
    #31
    0
  25. #30 ChanSooKai (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 08:00
    มีความแฟนตาซี ภาษาสวยเหมือนเดิม ไรท์ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยค่ะ เรื่องนี้เราจะตามอ่านจนจบเหมือนเดิม สู้สู้นะคะ^^
    #30
    0