Dead Not Die แพร่พันธุ์ไวรัสร้าย มหาลัยนรก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,516 Views

  • 12 Comments

  • 380 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    18

    Overall
    2,516

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 8 ถ้าฉันไม่ตาย เธอต้องไม่ตายเช่นกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 295
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    24 ก.พ. 61

~น้ำปั่น*~*

ตอนนี้ฉันและเทปเป้เดินไล่ขึ้นมาจากชั้นล่างเรื่อยๆ จนมาถึงชั้นสามแล้ว พวกซอมบี้จากที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ยังมีไม่มากเท่าไหร่ จึงยังไม่จำเป็นต้องใช้ปืนแค่การต่อสู้ด้วยฝ่ามือและฝ่าเท้าของฉันกับเทปเป้ก็สามารถเอาชนะมันได้อย่างสบายๆ

“เดี๋ยวก่อน!”

เสียงของเทปเป้ที่อยู่ด้านหลังของฉันดังขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ชะงักกึกอยู่กับที่ สายตาที่เหลือบมองไปทางขวานั่นทำให้ฉันมองตามอย่างอดไม่ได้

ห้องปฏิบัติการ 10304

“อะไร?”

“มีบางอย่างอยู่ในนั้น!!” เทปเป้พูดจบก็ค่อยๆ เดินไปทางประตูของห้องปฏิบัติการที่ว่านั่นทันที ฉันขมวดคิ้วอย่างคิดหนัก บางทีอาจจะเป็นข้าวปั้นหรืออาจจะเป็นพวกซอมบี้พวกนั้นก็ได้ ฉันกระชับปืนในมือไว้แน่น ก่อนจะเดินตามเทปเป้เข้าไปข้างใน

ภายในห้องปฏิบัติการนี่เต็มไปด้วยสัตว์ดองหลากหลายชนิดอยู่ภายในขวดโหลตามชั้นต่างๆ เต็มไปหมด อุปกรณ์และสารเคมีถูกจัดเก็บวางอยู่ในตู้ที่มุมห้องอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีรอยเลือดใดๆ ทั้งนั้น

แต่นั่นก็น่าแปลก...

บางทีเทปเป้อาจจะคิดไปเอง

“นี่นาย ฉันไม่เห็น...”

“ชู่วววว”

ก่อนที่ฉันจะได้แย้งอะไรไป เทปเป้ก็บอกให้ฉันเงียบเสียก่อนแถมยังทำมือเป็นสัญญาณให้ฉันอ้อมไปอีกฝั่งของชั้นวางโหลดองสัตว์ที่อีกมุมห้องด้วย

ฉันเดินตามไปอย่างเงียบๆ ก่อนจะหันไปดูเทปเป้ที่ใช้มือส่งสัญญาณนับให้ฉันอยู่

หนึ่ง...

สอง...

สาม!

กริ๊ก!

กระบอกปืนสองกระบอกจ่อยิงไปยังจัดเดียวกันก่อนฉันจะสังเกตเห็นว่าสิ่งนั่นคือ...

“ยะ อย่ายิงฉันเลยนะ! ฉันไม่ใช่พวกนั้น” ผู้หญิงผมสั้นประบ่าในชุดกาวน์ของคณะแพทยศาสตร์กำลังนั่งคุดคู้อยู่ที่มุมตู้เก็บวัสดุอุปกรณ์อย่างน่าสงสาร มีรอยเลือดติดตามชุดกาวน์อยู่ประปราย เดาว่าคงไปเจอกับพวกซอมบี้นั่นแล้วหนีมาได้สินะ

“เธอถูกกัดหรือเปล่า?” ฉันถามขึ้น ถึงแม้จะดูไม่เหมาะสมทางมารยาทนิดหน่อย แต่เรื่องความปลอดภัยต้องมาก่อนล่ะนะ

“ไม่!! ฉันไม่ถูกกัดอะไรทั้งนั้น ฉันหนีมา ฉันกลัว พวกมันฆ่าเพื่อนฉัน ส่วนพวกเพื่อนฉันที่ถูกฆ่าก็... ก็... ฮึกๆ”

“อ่าว! ร้องไห้ซะงั้น” ฉันบ่นเบาๆ ก่อนจะเก็บปืนในมือเหน็บไว้ที่ข้างเอวก่อนจะเดินเข้าไปช่วยพยุงตัวผู้หญิงคนนั้น

“เดี๋ยวฉันช่วยเองดีกว่า” เทปเป้พูดขึ้นก่อนจะลดปืนในมือแล้วเข้าไปพยุงผู้หญิงคนนั้นแทน ฉันแอบเบ้ปากใส่เบาๆ ก่อนจะเมินหน้าหนีไปอีกทาง “เอ๊ะ!”

“มีอะไรอีกล่ะ?” ฉันหันไปถามเทปเป้ที่มีสีหน้าตะลึงนิดๆ ก่อนจะยิ้มออกมา

“เปล่านี่ เธอคิดมาก”

“เหอะ! รีบไปเหอะ ป่านนี้ข้าวรอแย่แล้ว” ฉันพูดก่อนจะเดินออกมาจากห้องปฏิบัติการนั่นทันทีเพราะรู้สึกเหม็นกลิ่นฟอร์มาลีนขึ้นมาตงิดๆ สาบานว่าไม่ได้รู้สึกอะไรเกี่ยวกับภาพที่หมอนั่นช่วยแม่สาวชุดกาวน์นั่นสักนิด

ไม่เลย!!

ตึง!!

โครม!!!

เสียงโครมครามดังขึ้นจากชั้นบนนี่ทำให้ฉันตาโตด้วยความตื่นเต้นและตกใจ มั่นใจเกือบแปดสิบเปอร์เซ็นต์ว่าต้องเป็นข้าวปั้นแน่ๆ ฉันหันควับไปมองเทปเป้กับแม่สาวชุดกาวน์นั่นพากันพยุงมากันอย่างอ้อยอิ่งแล้วรู้สึกรำคาญตาแปลกๆ ฉันจึงตัดสินใจวิ่งตรงไปที่บันไดขึ้นไปชั้นบนทันทีโดนไม่ฟังเสียงเรียกของเทปเป้ที่ตะโกนไล่หลังแม้แต่น้อย

ข้าวปั้น!!

ฉันมาแล้ว!!

ฉันขึ้นบันไดมาถึงชั้นสี่อย่างรวดเร็ว ภาพตรงหน้าฉันทำเอาฉันตกใจจนแทบก้าวขาไม่ออก ฝูงซอมบี้มากกว่าสิบตัวกำลังกรู่เข้าหาร่างเล็กๆ ของคนตรงกลางนั่นอย่างบ้าเลือด ฉันควักปืนออกมาแล้วจ่อยิงไปยังซอมบี้ที่อยู่ใกล้สุดทันที

ปัง! ปัง! ปัง!

ซอมบี้ที่ร่วงลงมานอนตายอยู่กับพื้นสามตัวกับเสียงปืนสามนัดที่ดังติดต่อกันเรียกความสนใจจากซอมบี้ตัวอื่นๆ ที่กรู่เข้าไปหมายขย้ำคนตรงกลางนั่นหันมาหาฉันส่วนหนึ่ง ฉันกำปืนในมือแน่นก่อนจะยิงหัวมันไปอีกสามนัดที่เหลือ

ปัง! ปัง! ปัง! กริ๊ก!

“บ้าเอ๊ย!” ฉันสบถอย่างรำคาญใจ รู้งี้เอาปืนนี่ให้เทปเป้แล้วเอาปืนที่เทปเป้มาเองก็ดีหรอก ฉันเก็บปืนตัวเองไว้เหมือนเดิมก่อนจะตั้งการ์ดเตรียมสู้

“น้ำ! หนีไป” เสียงข้าวปั้นดังออกมาจากวงล้อมของซอมบี้ ในเมื่อฉันรู้แล้วว่านั่นคือพี่สาวฝาแฝดฉัน แล้วคิดว่าฉันจะยอมให้เธอตามไปต่อหน้าต่อตาอีกคนหรอ? ฉันอุตส่าห์มาถึงนี่เพื่อมาเธอนะ!!

“ฝันไปเถอะ!!” ฉันพุ่งตัวเข้าหาซอมบี้ที่เข้ามาใกล้ตัวที่สุดอย่างรวดเร็วก่อนจะกระโดดเตะที่ก้านคอจนมันกระเด็นไปกระแทกกำแพง ฉันหมุนตัวตีหลังกาสองตลบขึ้นไปหนีบหัวซอมบี้อีกตัวที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนจะหักคอมันจนได้ยินเสียงดังกร๊อบ!

“ข้าวดีใจนะที่น้ำปลอดภัย” ข้าวปั้นที่จัดการซอมบี้จากด้านหลังเสร็จกระโดดเข้ามายืนหลังฉัน แผ่นหลังที่ชนกันนั่นทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นจนระบายยิ้มออกมา

“ฉันไม่ตาย ข้าวก็ห้ามตายเช่นกัน” ฉันพูดจบก็เข้าจัดการซอมบี้อีกสองตัวที่กำลังเข้ามา ก้านคอเน่าๆ ของพวกมันใช้รับหน้าแข้งของฉันได้เป็นอย่างดี เมื่อสบโอกาสฉันก็จัดการขึ้นคร่อมอีกตัวที่ร่วงลงไปแต่ยังไม่สิ้นฤทธิ์แล้วจัดการหักคอจนมันแน่นิ่งไป

เหลืออีกห้าตัว

“น้ำจัดการสองตัวนั่นนะ ส่วนพวกนี้เดี๋ยวข้าวจัดการเอง” ข้าวปั้นที่ตั้งหน้าตั้งตาจัดการซอมบี้อยู่ด้านหลังตะโกนไล่มา ฉันกระตุกยิ้มที่มุมปากเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น

“รับทราบ”

กร๊อบ!

กร๊อบ!

ภายในสามสิบวินาทีฉันก็สามารถจัดการหักคอพวกซอมบี้จิ้มน้ำพริกได้หมด เมื่อหันไปดูข้าวปั้นปรากฏว่าเธอเองก็จัดการพวกมันเสร็จเรียบร้อยแล้วเช่นกัน ซากศพที่แน่นิ่งนอนไม่ไหวติงอยู่กับพื้นเกลื่อนกลาด กลิ่นคาวเลือดกระจายเต็มไปทั่วบริเวณ

ข้าวปั้นหอบแฮ่กด้วยความเหนื่อยไม่ต่างจากฉัน สภาพของเราสองคนไม่ต่างกันเลยด้วยซ้ำ ชุดนักศึกษาที่ข้าวปั้นใส่อยู่หรือชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ธรรมดาๆ ของสองเราต่างเต็มไปด้วยรอยเลือดจนฉันรู้สึกขำนิดหน่อยก่อนจะพุ่งไปกอดข้าวปั้นทันที

“ฉันดีใจนะที่เธอไม่ตาย” ฉันพูดขึ้นก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นกว่าเดิม

“ข้าวก็ดีใจเหมือนกันนะ”

เราสองคนผละออกจากกันอย่างดีใจ ใช่! แค่ตอนนี้

“น้ำมาคนเดียวหรอ?” ข้าวปั้นถามขึ้น นั่นทำให้ฉันนึกขึ้นได้ว่าลืมใครอีกคนไป

เทปเป้กับแม่สาวชุดกาวน์!!



ลงตอนต่อไป วันที่มีคอมเมินต์เพิ่มนะฮ่ะ จุ๊บๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

0 ความคิดเห็น