Dead Not Die แพร่พันธุ์ไวรัสร้าย มหาลัยนรก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,517 Views

  • 12 Comments

  • 380 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    19

    Overall
    2,517

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 5 ลาก่อนเพื่อนของฉัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 383
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    30 ม.ค. 61

ปึงงงงงง....

 “น้ำปั่นช่วยพวกเราด้วย!!” เสียงหวานเล็กแหลมของไอยูกำลังกอดร่างตั้งฉ่ายที่มีบาดแผลฉกรรจ์จากการถูกกัดอยู่หลายที่ ทั้งแขน ขาและลำคอ รอยแผลฉีกขาดทำให้เลือดไหลทะลักออกมาไม่หยุด ไอยูพยายามเอาผ้ามากดบริเวณแผลแต่ไม่เป็นผล เลือดสีแดงเปรอะเปื้อนร่างของทั้งคู่เต็มไปหมด

“ไอยู!” ฉันปรี่เข้าไปหาก่อนจะดูแผลตามร่างกาย รอบแผลช้ำเลือดแปลกประหลาดเป็นสีม่วงเข้ม ตั้งฉายมองพวกเราพร้อมรอยยิ้มที่ฝืนเต็มที่ ดวงตาหรี่ปรือของเธอที่มองฉันดูไม่สดใสเอาซะเลย รอบดวงตาก็คล้ำจนน่าตกใจ

“บะ...บี้” เสียงแหบพร่าของตั้งฉ่ายดังขึ้น ฉันเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ

“บี้ทำไม? แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน? บี้อยู่ไหน??” ฉันถามเสียงดังจนเกือบตะโกน ไม่ล่ะ! ฉันตะโกนไปแล้ว ฉันหันหน้าไปหาไอยู ยัยนั่นเอาแต่สะอึกสะอื้นพูดเสียงสั่นระริก

“บี้กัดเค้า บี้กัดตั้งฉ่ายอ่ะน้ำ ฮึกๆ บี้บ้าไปแล้ว!!” ไอยูตวาดเสียงดัง นี่เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ได้ยินเสียงตวาดของไอยูสาวน้อยผู้น่ารักผู้พิทักษ์ความรักและความยุติธรรมอย่างเธอ 

“อะไรนะ?” เสียงฉันอ่อนลงเหมือนคนหมดแรงเทปเป้ที่เดินเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ฉันก่อนจะบีบมือฉันไว้เบาๆ “ทำไมเรื่องถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ? ทะ...ทำไม”

“น้ำ...”

“ฉันไม่เป็นไรหรอกน่า ไม่ต้องห่วง” ฉันหันไปมองเทปเป้ก่อนจะพยุงตั้งฉ่ายขึ้น “เราจะพาตั้งฉ่ายไปหาข้าวปั้นกัน ยัยนั่นจะต้องช่วยเราได้แน่ๆ ไปเถอะไอยู”

“แต่ว่าตั้งฉ่ายน่ะ...” เทปเป้พยายามจะพูดอะไรบางอย่างแต่ฉันรู้ว่าเขาต้องการสื่ออะไร ถึงอย่างนั้นฉันก็ทำใจทิ้งพวกเขาสองคนไว้ที่นี่ไม่ได้ ฉันทำไม่ได้!

“ไม่มีแต่ ทุกคนเป็นเพื่อนฉันนะเทปเป้ ฉันทิ้งพวกเขาไม่ได้หรอกนะ”

ไอยูลุกขึ้นตามพร้อมปาดน้ำตาที่ไหลนองหน้า เทปเป้เข้ามาพยุงตั้งฉ่ายแทนฉันแล้วไล่ให้ฉันไปเอาสร้อยให้เมล่อนแทน

ฉันวิ่งไปหยิบสร้อยพระนาคปรกของเมล่อนมาใส่ไว้ในกระเป๋าเป้ก่อนจะหันไปมองที่หัวเตียงของฉันและหยิบของสำคัญของตัวเองไปด้วย

ตึกๆๆ

เสียงฝีเท้ากระทบพื้นจากการวิ่งที่ชั้นสามลงมาที่ชั้นหนึ่งทางบันไดหนีไฟ ช่องทางสุดท้ายที่จะออกไปสู่หลังหอคือห้องโถงที่ต้องเดินผ่านออกไปยังหลังประตูไม่อย่างนั้นก็ต้องอ้อกลับไปทางเก่าที่มาทางหน้าข้างซึ่งตอนนี้คงไม่ใช่ที่ปลอดภัยสำหรับเราอีกต่อไป

ฉันวิ่งมาหยุดอยู่ข้างๆ เทปเป้ที่ยืนหอบเหนื่อยอยู่หน้าประตูพร้อมกับตั้งฉ่ายที่ถูกเทปเป้อุ้มอยู่แนบอกเพราะเทปเป้เห็นว่าพยุงไปจะทำให้ช้าและจะเป็นอันตรายกับเมล่อนที่รออยู่ได้

“แค่กๆ” ตั้งฉ่ายไอออกมาเป็นเลือดข้นๆ พร้อมกับอาหารบางส่วนจนเลอะเต็มเสื้อเทปเป้ไอยูเข้ามาเช็ดออกให้ด้วยน้ำตาที่เปรอะเปื้อนบนใบหน้า

“ไม่เป็นไรนะตั้งฉ่าย เราจะต้องรอดนะ ฮึกๆ”

“ฉะ...ฉันจะไม่ไหวแล้ว...”

“ทนหน่อยนะ! ตอนนี้ฉันกำลังหาตำแหน่งพิกัดของข้าวปั้นอยู่ เดี๋ยวก็เจอแล้ว”

“แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าข้าวปั้นจะรอดน่ะ ฮือ...”

“ก็ถ้าในสิบนาทีพิกัดไม่ขึ้นมาก็แสดงว่าหมดหวังแล้วล่ะ”

“มะ...ไม่นะ”

“หยุดพูดกันก่อนเถอะ แล้วมาคิดกันว่าจะเอาไงต่อ ดูที่หลังประตูนั่นสิ!” เทปเป้ขัดขึ้นมาก่อนที่ไอยูจะฟูมฟายอีกรอบทำเอาเราทุกคนหยุดพูดแล้วหันไปมองที่หลังประตู ที่ประตูห้องโถงด้านหนึ่งมีพวกซอมบี้เป็นสิบตัว ซึ่งมันกำลังพุ่งไปที่ประตูเพื่อจะออกไปข้างนอก ส่วนประตูที่เราจะไปนั่นว่างเปล่า ไร้ซอมบี้รบกวน

“เราออกไปได้อยู่แล้ว” ฉันพูดอย่างมั่นใจ มือนี่ล้วงปืนเตรียมพร้อมแล้ว แค่นี้ไม่ขณามือฉันหรอก 

“แต่ว่าพวกซอมบี้น่ะ...” เทปเป้พยายามแย้ง

“ไม่เป็นไรหรอก! ถ้าเราออกไปเงียบๆ ไม่ให้พวกมันรู้ตัวก่อนเราก็จะรอด”

“รู้ได้ไง?”

“ฉันดูหนังแนวซอมบี้เยอะน่ะ แหะๆ”

“ในหนังกับเรื่องจริงมันคนละเรื่อง! แยกแยะด้วยแม่คุณ”

“เชอะ! นายน่ะเดินนำไปก่อนแล้วให้ไอยูเดินตามฉันจะดูด้านหลังให้แทน เราจะเดินช้าๆ และเบาที่สุดเข้าใจมั๊ย?” ฉันเลิกสนใจเรื่องหนังกับเรื่องจริง ตอนนี้เราต้องเอาชีวิตให้รอดจากที่นี่ ตอนนี้ ภายในสามนาทีก่อนที่จะครบกำหนดที่นัดกับเมล่อนไว้

“ฉันไม่เข้าใจ...”

เอาอีกล่ะ หมอนี่!

“ทำไมเธอต้องไปเสี่ยงตายกับเรื่องนี้ทุกทีเลยนะ!” เทปเป้หันมาโวยวายใส่ฉันอีกรอบอย่างโมโห

“มันเรื่องของฉัน ถ้าฉันจะตาย แต่นายจะต้องอยู่!”

“อยู่เพื่ออะไร!!”

“ก็เพื่อ...เพื่อ...” นั่นสินะ! บางที ฉันก็แค่ไม่อยากให้ใครต้องตายล่ะมั้ง แค่นั้น คิดว่านะ...

“เพื่อ...?”

“ไม่รู้! แต่เอาตามนี้”

“ไม่มีทาง ฉันไม่ยอมทำตามที่เธอพูดแน่ๆ ถ้าไม่ยอมบอกเหตุผลที่ฟังขึ้นให้รู้น่ะ”

“เพราะว่าฉันมีปืนไงล่ะ” ฉันเริ่มขึ้นเสียงดังเมื่อเห็นว่าเทปเป้ไม่ยอมทำตามที่ฉันว่าด่อนที่เสียงฉันจะเบาลง “รู้แล้วก็ไปซะ”

“ก็ได้ ไปเถอะไอยู” เทปเป้หน้าหม่นลงแล้วหันหน้าหนีฉันราวกับไม่ใช่คำตอบที่เขาต้องการ ก่อนจะหันไปบอกไอยูที่ยังร้องไห้ไม่หยุด ไอยูพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะบิดลูกบิดประตูเบาๆ ให้มันเปิดออกก่อนที่เทปเป้จะเดินออกไป

มือของฉันกำปืนเอาไว้แน่น พร้อมปลดล็อคปืนแล้วพร้อมยิง ก่อนจะเดินตามออกไป

เราเดินย่องเท้าเบาๆ ไปจนใกล้ถึงประตู แต่จู่ๆ ไอยูก็ไปสะดุดกับท่อนแขนของใครสักคนเข้าก่อนที่เธอจะล้มลงไปพร้อมกับเสียงกรี๊ดร้อง

“กรี๊ดดดดดดด!! ขะ...แขน อ๊ายย!!” ไอยูหวีดร้องเสียงดังลั่นไปก้องทั่วห้องโถง ซอมบี้ที่ประตูด้านหน้าหันกลับมามองกับเป็นตาเดียว ก่อนที่มันจะเริ่มลากขาเน่าเฟะของพวกมันมาทางเรา

“ไอยูลุกขึ้น!” ฉันรีบวิ่งเข้าไปหาไอยูและพยายามฉุดเธอให้ลุกขึ้น แต่ไอยูกลับสติแตกไปแล้ว เธอชี้ไปที่แขนที่มีรอยกัดแทะจนกระดูกโผล่ออกมาให้เห็น หวีดร้องราวกับคนเสียสติ

“กรี๊ดดดดดดด ไม่นะ!! ปล่อยยย”

“อะ...ไอยู” ตั้งฉ่ายหันมามองก่อนจะผลักอกเทปเป้ให้ออกไป จนตัวเองล้มคว่ำลงกับพื้น เทปเป้คุกเข่าลงจะประคองขึ้นแต่ต้องตกใจแทบผงะเมื่อดวงตาของตั้งฉ่ายเปลี่ยนไปจนเป็นสีขาวไร้แวว ใบหน้าซีดไร้สีเลือด แล้วพุ่งเข้าไปหมายจะกัดกินเทปเป้แทน

“เฮ้ย! เดี๋ยว!” เทปเป้พยายามผลักตั้งฉ่ายออกจากตัวแต่กลับไม่ยอมต่อสู้อะไรเลย แต่แรงของตั้งฉ่ายนั่นเพิ่มขึ้นจนเทปเป้เป็นผ่ายเสียเปรียบแทน

“ไอยูลุกขึ้น เราต้องไปแล้ว” ฉันพยายามดึงไอยูสุดแรงจนเธอลุกขึ้นยืนจนได้ ฉันหันไปยิงซอมบี้สองที่ใกล้เข้ามาประชิดตัวจนร่วงไป เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เทปเป้ผลักตั้งฉ่ายออกไปจากตัวได้เหมือนกัน เราต่างพากันวิ่งไปที่ประตูหลังอย่างรวดเร็วก่อนที่พวกซอมบี้จะตามมาใกล้

ทันใดนั้นเอง...

กัมบี้ในสภาพศพเน่าเฟะ ปากฉีกไปเกือบถึงหู เลือดเกรอะกรังเต็มร่าง แขนและคอมีรอยถูกกัดจนเนื้อหลุดหลุ่ยเผยให้เห็นกระดูกสีขาวโปนออกมาแลดูสยดสยอง ก้อนเลือดที่เริ่มแข็งตัวเกาะอยู่บนเนื้อเน่าๆ เริ่มส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งเหม็นเน่าไปทั่วพุ่งจู่โจมดึงร่างไอยูที่อยู่ข้างฉันเข้าไปกัดกิน

“ไม่! กรี๊ดดดดดดดด! น้ำช่วยไอด้วย” ไอยูหวีดร้อง ฉันยกกระบอกปืนหันไปทางกัมบี้แทบผงะเมื่อเห็นเพื่อนของตัวเองกัดกินไอยูอย่างน่าสยดสยอง มือที่ถือปืนฉันสั่นระริกจนควบคุมไม่อยู่ ไอยูถูกกัดจนเนื้อหลุด ก่อนที่ซอมบี้ตัวอื่นๆ จะเข้าไปรุมกัดกินไอยูที่ตรงกลางวง ภาพตรงหน้าทำให้ฉันน้ำตาไหลลงมาไม่รู้ตัว

เทปเป้ที่หันมามองฉันก่อนจะดึงตัวฉันแล้ววิ่งออกไปจากห้องโถงนั้นด้วยความเร็ว

ฉันมองภาพตรงหน้าอย่างเหม่อลอย ภาวนาในใจขอให้มันกลายเป็นแค่ความฝัน ความฝันที่เกิดขึ้นประจำสำหรับฉัน เมื่อไหร่ที่ฉันจะตื่นกัน เมื่อไหร่...

“เธอ...ไม่เป็นไรนะ”

เทปเป้พูดเสียงเบาก่อนดึงฉันเข้าไปกอด ตัวฉันสั่นไปหมด ฉันไม่เคยคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้กับเรา กับเพื่อนของฉันที่ต้องจบชีวิตลงอย่างสยดสยองแบบนี้ ฉันไม่กล้าที่จะเหนี่ยวไกปืนเลยด้วยซ้ำ ฉันกลัวเกินไป ฉันทำใจไม่ได้ที่ต้องมาฆ่าเพื่อนของตัวเอง เพื่อนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาหลายปีที่แม้จะตายกลายเป็นศพไปแล้วก็ตาม

“ฉัน... ฮึก! ฉัน....”

“อยากร้องก็ร้องสิ ไม่ต้องเก็บเอาไว้” เทปเป้กระชับอ้อมกอดแน่น ฉันร้องไห้โฮอย่างไม่อายอีกต่อไป ฉันไม่ทนแล้ว... ฮือๆ ฉันไม่อยากให้ใครตายทั้งนั้น ไม่อยากเห็นคนที่ฉันรักตาย ตายต่อหน้าต่อตาฉันแบบนี้ด้วย

โดยเฉพาะเพื่อนฉัน อย่างไอยู กัมบี้ ตั้งฉ่าย

เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป ฉันจะคิดถึงพวกแกตลอดไป...

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด

“เสียงอะไรน่ะ? ระเบิดรึเปล่า?” เทปเป้ถาม

“ฮึก! ไม่ใช่หรอก จีพีเอสน่ะ” ฉันพูดก่อนจะผละออกจากเทปเป้แล้วเช็ดน้ำตาออกไปอย่างลวกๆ ก่นจะล้วงจีพีเอสออกมาจากกระเป๋า พิกัดของข้าวปั้น เธอยังไม่ตาย... “เราต้องไปแล้ว”

“ไปไหน?”

“ไปหาข้าว ฉันจะไม่ยอมเสียใครไปอีกทั้งนั้น!!”

ฉันพูดจบก็หันมองไปทางประตูที่เราออกมาเมื่อกี้ด้วยความอาลัย

ลาก่อนเพื่อนของฉัน~




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

0 ความคิดเห็น