Dead Not Die แพร่พันธุ์ไวรัสร้าย มหาลัยนรก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,519 Views

  • 12 Comments

  • 381 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    21

    Overall
    2,519

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4 ซากศพที่ไม่รู้จัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 390
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    30 ม.ค. 61

~น้ำปั่น~

ฉันวิ่งฝ่าฝูงซอมบี้ด้วยวิชาป้องกันตัวที่เคยเรียนมาจากพ่อพร้อมท่อนเหล็กที่คว้าได้จากข้างทางแล้วหลีกหนีทางจากพวกซอมบี้ผีดิบมาทางบันไดหนีไฟ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่ ตอนนี้ฉันจำเป็นต้องเซฟกระสุนปืนให้มากขึ้นเพราะมันเหลืออยู่แค่สามนัดเท่านั้น

สามนัดชี้ชีวิตด้วย 

ฉันวิ่งมาถึงบันไดชั้นสาม เสียงดังปึงปังโครมครามจากด้านในทำให้ฉันวิตกแต่พอเงี่ยหูฟังอีกที มันมีเสียงหวีดร้องด้วย เสียงหวีดร้องจากความเจ็บปวดและทรมาณ 

ไม่นานนักเสียงต่างๆ ก็เงียบไป ฉันกำท่อนเหล็กที่คว้าได้จากข้างทางไว้กับมือ ส่วนปืนเหน็บเอาไว้ที่ข้างเอว ฉันจะใช้เฉพาะเวลาฉุกเฉินเท่านั้น แต่ก็นั่นแหล่ะนอกจากกระสุนสามนัดนี่จะฆ่าซอมบี้ผีดิบพวกนี้ได้แค่สามแล้วเสียงปืนที่ดังจะเป็นการเรียกซอมบี้ตัวอื่นๆ เข้ามาใกล้ที่นี่ด้วยเพราะฉะนั้น ไม่ใช้ซะดีกว่า

ฉันแง้มประตูหนีไฟเพื่อดูลาดเลาก็เห็นว่ามีพวกมันเดินเพ่นพ่านเต็มไปหมด มากกว่าครึ่งเป็นคนที่ฉันรู้จัก นั่นก็พี่รหัส พี่เทคหอที่เดินลากเท้า คอพับ เลือดย้อยไปตามทาง ดวงตาไร้แวว ฉันจะไปถึงห้องได้ยังไงโดยที่ไม่ให้ถูกกัดตายกันนะ

อ๊ะ! จริงสิ! กุญแจห้องอยู่ที่เมล่อนนี่หว่า...โอ๊ย! ตาย 

ฉันจะเข้าห้องได้มั๊ยเนี่ย??

ยังไงก็ต้องเสี่ยง...

ฉันดึงกิ๊บดำบนหัวมากำไว้กับมือ ถึงฉันจะไม่ค่อยแน่ใจว่าจะได้ผลรึเปล่าก็เหอะ แต่พ่อฉันก็เคยสอยเรื่องการสะเดาะกุญแจอยู่บ่อยๆ มันก็คงจะใช้การได้ล่ะนะ

ฉันเสียบกิ๊บไว้ที่หัวตามเดิมก่อนจะเปิดประตูให้พอตัวเองเข้าได้ เสียงประตูเอี๊ยดอ๊าดทำให้พวกมันหันมามองด้วยดวงตาสีขาวไร้แววที่กระหายหิว พร้อมพุ่งตัวมาทางฉันอย่างรวดเร็ว ฉันเองก็วิ่งเข้าไปหาพร้อมท่อนเหล็กในมือที่เงื้อไว้รอฟาดหัวซอมบี้ตัวใดก็ตามที่เข้ามาใกล้ฉันที่สุด

“ย๊ากกกกกกก...” ฉันเงื้อแขนสุดวงสวิงแล้วฟาดลงบนหัวของตัวที่ใกล้ที่สุดอย่างเต็มแรง

ผวั๊ะ!

เพล๊งงง!

ปั๊ก!

ฉันตวัดท่อนเหล็กฟาดหัวซอมบี้ผู้หญิงที่เคยเป็นเพื่อนร่วมคลาสตัวเองจนตัวปลิวไปกระแทกที่หน้าต่างห้องๆ หนึ่งจนหัวแตก ก่อนจะใช้เท้าเตะเสยปลายคางซอมบี้อีกตัวอย่างรวดเร็ว ท่อนเหล็กถูกฟาดลงบนหัวอย่างจังสองครั้งติด เลือดสีแดงฉานกระจายไปทั่วบริเวณ ซอมบี้อีกตัวพุ่งมาจับแขนฉัน แต่ก็ถูกฉันถีบกระเด็นไปชนกับซอมบี้อีกสองตัวที่กำลังจะเข้ามา ฉันดึงปืนออกมาจากข้างเอวแล้วลั่นไกปืนเจาะกระโหลกซอมบี้สามตัวที่อยู่ใกล้ฉันที่สุด

ปัง! ปัง! ปัง!

กริ๊กๆ

“บ้าเอ๊ย!!” ฉันเก็บปืนไว้ที่เอวตามเดิมก่อนที่จะดึงกิ๊บบนหัวออกพร้อมกับพุ่งตัวไปยังห้องตัวเองอย่างรวดเร็ว

มือไม้ฉันสั่นไปหมดราวกับว่ารูกุญแจมันเคลื่อนที่ไปมา ซอมบี้อีกสี่ตัวกำลังจะเข้ามาถึงตัวฉัน ฉันหมุนกิ๊บไปมาด้วยใจที่เต้นระทึก ดวงตาฉันจับจ้องมองที่รูกุญแจสลับกับหันไปมองซอมบี้อีกสี่ตัวที่ใกล้เข้ามามากกว่าเดิม

“แฮ่!!!”

“แฮ่บ้าอะไรเล่า!!” ฉันฟาดท่อนเหล็กเข้าไปที่ปลายคางของซอมบี้ที่เข้ามาใกล้ตัวฉันมากที่สุดจนกระเด็นหงาบเงิบไป ฉันหันไปมองซอมบี้ตัวที่เหลือเป็นพี่รหัสกับพี่เทคหอฉันเอง

บ้าที่สุด!!

ฉันเคารพพี่เขาเหมือนเป็นพี่แท้ๆ แต่ทุกคนกลับต้องมาจบชีวิตแบบนี้ได้ยังไงกัน ฉันรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างจุกๆ อยู่ที่คอ มันทำให้ฉันอย่างร้องไห้ชะมัด จะให้ฉันฆ่าพวกเขาน่ะหรอ? ฉันจะทำได้ยังไงกัน แต่จะให้ปล่อยพวกเขาไว้แบบนี้ฉันก็ทำใจไม่ได้อีก ให้ตายเหอะ!!

...แต่นี่ไม่ใช่พี่รหัสและพี่เทคหอที่ฉันรู้จักอีกต่อไปแล้ว!!

ฉันได้แต่คิดในใจว่าพวกเขากลายเป็นซาดศพที่ฉันไม่รู้จักไปแล้ว ท่อนเหล็กในมือถูกบีบแน่นจนเหมือนจะแหลกคามือ ฉันเงื้อท่อนเหล็กขึ้นสูงก่อนจะวิ่งเข้าไปหาก่อนที่พวกมันจะเข้ามาถึงตัว

ผวั๊ะ!

ร่างของพี่รหัสฉันร่วงลงไปกองกับพื้น แต่มือยังคงคว้าขาของฉันเข้าไปหมายจะกัดกิน ฉันฟาดหัวด้วยท่อนเหล็กจนเต็มแรง เลือดจากหัวกระเด็นมาโดนเสื้อฉันเต็มๆ ดวงตาของฉันที่เริ่มฝ้าฟางด้วยหยาดน้ำใส ทำเอาภาพตรงหน้าเบลอไปหมด โดยไม่ทันระวังตัว พี่เทคหอฉันกับซอมบี้อีกตัวก็พุ่งเข้ามาคว้าตัวฉันพร้อมอ้าปากจะกัดคอฉันให้ได้ ฉันที่พยายามจะดันหัวมันให้ออกห่างแต่สู้แรงของมันไม่ได้จนล้มลงไปนอนกองกับพื้น เลือดสดๆ ในปากไหลลงมาบนหน้าฉัน โอ๊ยยย...ปกติพี่เทคหอฉันตัวเล็กนิดเดียวไม่มีเรี่ยวแรง นี่ไปเอาแรงมาจากไหนกัน

พลั่ก!

ตึง!

ฝ่าเท้าของบุคคลปริศนาเตะร่างพี่เทคหอฉันกระเด็นไปอีกทาง ก่อนตามด้วยไม้หน้าสามท่อนเท่าแขนที่ฟาดลงบนหัวจนเลือดสาดจนร่างแน่นิ่งไป ก่อนที่ซอมบี้อีกตัวจะถูกจัดการด้วยวิธีเดียวกัน

“ไม่เป็นไรนะ” ฝ่ามือหนาที่ยื่นมาตรงหน้าพร้อมกับเสียงนุ่มทุ่มที่คุ้นหูทำให้ฉันเช็ดน้ำตาแทบไม่ทัน

“เทปเป้  นะ...นายมาได้ยังไง?”

“ฉันได้ยินเสียงปืนก็เลยฝ่าวงล้อมซอมบี้มา ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามาคนเดียว! เธอมันดื้อด้านที่สุด!” เทปเป้ตวาดเสียงดัง “ทำไมชอบทำให้คนอื่นเขาเป็นห่วงอยู่เรื่อย!!”

“ขอโทษนะ ฮึก! ฉันขอโทษ ฮืออออ” ฉันร้องไห้หนักไม่รู้ว่าน้ำตาพวกนี้มาจากไหน แต่ตอนนี้ฉันไม่สามารถกลั้นมันอีกต่อไปได้แล้ว หลายๆ อย่างอัดแน่นอยู่ในอกเต็มไปหมด วันนี้มันวันเกิดฉันไม่ใช่หรอ? ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ? เมื่อเช้านี้ทุกคนยังหยอกล้อกันอยู่เลย เผลอไปแค่ไม่กี่ชั่วโมงกลับตาลปัตรกลายเป็นซากศพเดินได้แบบนี้ ทำให้ฉันต้องฆ่าพวกเขา ฆ่าคนที่เรารักและเคารพแล้วต้องมาเห็นพวกเขาตายในสภาพแบบนี้น่ะ

มันเป็นแบบนี้ได้ยังไงกัน!!

เทปเป้คุกเข่าลงตรงหน้าฉันแล้วดึงตัวฉันเข้าไปกอดเอาไว้ ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจน้ำตาที่ไหลทะลักยังกับเขื่อนแตกเมื่อกี้ก็แห้งหายเหลือแต่เสียงสะอื้นน้อยๆ มือหนาลูบผมฉันอย่างปลอบประโลม

เฮ้! มือนายเปื้อนเลือดอยู่รึเปล่านะ หัวฉันนะ!

“อย่าร้องเลย ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้หรอก ถ้าเลือกได้ฉันก็คงไม่อยากเห็นเธอร้องไห้เพราะเรื่องแบบนี้เหมือนกัน”

“ฉันไม่ได้ร้องสักหน่อย ฮึก!”

“งั้นหรอ? ฮึ” เทปเป้ผละตัวออกจากฉันก่อนจะป้ายน้ำตาฉันออกเบาๆ “แล้วน้ำใสๆ นี่อะไร? ขี้มูกเธอหรอ?”

“ไอ้บ้า!”

“ฮึ! ฉันว่ารีบไปเหอะ เดี๋ยวเมล่อนจะแย่เอา” เทปเป้ว่า ฉันรีบลุกขึ้นเหมือนมีใครกดสปริงเด้งขึ้นทันทีที่ได้ยินชื่อของเมล่อน ใช่แล้ว! ป่านนี้ยัยนั่นไม่กลัวแย่แล้วหรอ?

ฉันตรงดิ่งไปที่หน้าประตูห้องอีกครั้งก่อนจะลองหมุนลูกบิดไปมา...

...มันไม่ได้ล็อค

ที่ฉันสะเดาะกุญแจเมื่อกี้คืออะไร? 

ฉันเปิดประตูเข้าไปช้าๆ กลิ่นหอมอะโรมาเทอราพีเมื่อเช้าตอนที่ฉันฉีดสเปรย์ดับกลิ่นหายไปกลายเป็นกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเต็มไปหมด เทปเป้ที่ตามเข้ามาปิดประตูลง รอยเลือดในห้องบอกว่ายังมีสิ่งมีชีวิตอื่นอีกนอกจากฉันกับเทปเป้

ฉันปรี่เข้าไปที่ลิ้นชักแล้วดึงกระเป๋าเป้ตัวเองออกมา ในนี้มีทั้งปืนเอ็มสิบหกพร้อมกระสุนอีกสามกล่องที่ฉันเตรียมไว้พร้อมตลอดเวลาก่อนจะเอากระสุนปืนส่วนหนึ่งบรรจุลงในกระบอกอีกหกนัด เมล่อนหาว่าฉันบ้าที่เก็บของอันตรายไว้กับตัวแบบนี้ แต่วันนี้ฉันพิสูจน์ได้แล้วว่ามันมีประโยชน์มากแค่ไหน

ฉันเดินไปที่ห้องนอนแต่ต้องชะงักไปเมื่อมีรอยเลือดอีกที่ลูกบิด ซอมบี้เปิดประตูห้องฉันได้ด้วยหรอ?

“เทปเป้!”

“ห๊ะ?” เทปเป้ที่ยืนสอดส่องไปมาในห้องฉันเดินมาหาฉันทันทีที่ฉันเรียก “มีอะไรงั้นหรอ?”

“รอยเลือดนี่”

“อืมใช่ ฉันไม่เถียงว่าเป็นคราบน้ำแดงหรอก!”

“อย่ามามุข ฉันหมายถึงอาจมีอะไรอยู่ข้างในห้องนี้”

เทปเป้ไม่พูดอะไรต่อแต่ทำสีหน้าครุ่นคิด แล้วหันมามองหน้าฉันด้วยรอยยิ้มที่มีเลศนัย อะไร? ทำหน้าแบบนั้นเนี้ย!!

“เธอจะชวนฉันเข้าห้องนอนใช่มั้ย แหม! ถึงเราจะเลิกกันแล้วนะแต่ในสถานการณ์แบบนี้นี่มันไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ เราอาจจะมีเวลาว่างสักครึ่งชั่วโมงเพื่อ...”

“นี่พอเลย ไอ้โรคจิต! เวลาแบบนี้ยังมีอารมณ์มาเล่นอีกรึไง ฉันต้องเข้าไปเอาสร้อยพระให้เมล่อนนะ!”

“ก็ได้ๆ เดี๋ยวฉันจะนับถึงสามแล้วเธอเปิดประตูนะ ฉันจะจัดการเอง”

“แล้วทำไมไม่ใช้ปืนล่ะ?” ฉันถามขึ้นเมื่อเห็นเข้าเก็บท่อนไม้ของตัวเองมาถือไว้ในมือแทนที่จะเอาปืนที่ฉันมีอยู่ไปใช้แทน

“แค่เสียงปืนเมื่อกี้ยังดังไม่พอที่จะเรียกพวกซอมบี้พวกนั้นมาที่นี่รึไง?”

“เออ! ผิดเอง พอใจยัง?”

“อย่ามาประชดแบบนี้สิ!” เทปเป้พูดเสียงดุก่อนจะทำหน้าจริงจังอย่างรวดเร็ว “ฉันจะนับแล้วนะ”

“เอาเลย” ฉันหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกำลูกบิดประตูไว้แน่น เทปเป้หันมามองหน้าฉันนิดนึงก่อนจะเริ่มนับ สายตาของเราประสานกันชั่วครู่ แวบหนึ่งฉันเห็นดวงตาไหวระริกที่สั่นน้อยๆ ในดวงตาของเขาแต่ก็นั่นแหล่ะ แค่แวบหนึ่ง...

“หนึ่ง”

“...”

“สอง”

“...”

“สาม”

ปึงงงงง....





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

0 ความคิดเห็น