Dead Not Die แพร่พันธุ์ไวรัสร้าย มหาลัยนรก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,517 Views

  • 12 Comments

  • 380 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    19

    Overall
    2,517

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3 ขอบคุณที่ฆ่าฉัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 452
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    30 ม.ค. 61


ฉัน เมล่อนและเทปเป้ย้อนกลับมาที่หอพัก ที่อยู่ไม่ไกลมากนักโดยหลบมาทางด้านหลังของโรงอาหารข้างหอเพื่อหลบหลีกการเผชิญหน้ากับฝูงคนตายที่ลุกขึ้นมากัดกินคนเป็นอยู่เต็มทั่วบริเวณ ส่วนคนที่ยังไม่ตายก็วิ่งหนีกันจ้าละหวั่น บ้างก็สะดุดล้มจนโดดกัดกินจนเลือดทั่วตัวอย่างน่าแขยง เสียงหวีดร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่งทำให้ฉันใจสั่นเล็กน้อย

ฉันจะต้องรอด!

สุดทางหลังโรงอาหาร ยังเหลือระยะทางอีกราวๆ ห้าสิบเมตรกว่าจะถึงประตูหอ ฉันก้มลงมองกระบอกปืนในมือตัวเอง ยังเหลือกระสุนปืนอยู่อีกห้านัด ฉันจำเป็นที่จะต้องเซฟกระสุนไว้ให้มากที่สุดก่อนจะไปถึงห้องที่ชั้นสาม

“เอาไงต่อดีล่ะน้ำ” เมล่อนถามฉันด้วยน้ำเสียงสั่นๆ “ตอนนี้ฉันเห็นวิญญาณคนตายเต็มไปหมดเลย พวกเขาเอาแต่ร้องไห้และโบกมือเรียกฉันเต็มไปหมด”

“เมล์! ตอนนี้แกไม่เห็นอะไรทั้งนั้น สิ่งที่เห็นตอนนี้ จะต้องมีแค่ฉันกับเทปเป้ และสิ่งที่แกกับเทปเป้ต้องทำคือไปที่รถฉันแล้วเอารถมารอฉันที่ด้านหลังหอ หากว่าสิบนาทีฉันยังไม่มาเธอก็ไปกันได้เลย แกทำได้ไหม?”

“ตะ แต่ว่า...”

“ถ้าเธอไม่ทำ เรากลายเป็นแบบพวกนั้นแน่”

“ฉะ ฉันทำได้” เมล่อนพูดออกมาอย่างตั้งใจ พร้อมหายใจเข้าออกลึกๆ ด้วยแววตาที่มุ่งมั่น

“ส่วนนายเทปเป้...” ฉันหันไปมองหน้าเทปเป้ที่จ้องมองหน้าฉันอยู่พอดี ทำเอาฉันชะงักไปนิดหน่อยเพราะดวงตาที่ดูมีความหมายนั่น “นายต้องไปกับเมล์”

“ฉันไม่ขอทำตามคำสั่งเธอได้มั๊ย?”

“ทำไม?”

“เพราะว่าฉันไม่อยากให้เธอไปเสี่ยงคนเดียว...”

คำพูดของเทปเป้ทำฉันสะอึก หัวใจเต้นรัวอย่างกับใครมาตีกลองรบอยู่ในอกฉัน แต่ยังไงฉันก็ไม่สามารถให้ใครไปเสี่ยงกับฉันได้หรอก

“เมล์ก็เสี่ยงเหมือนกัน นายกับเมล์ต้องไปที่รถเพราะถ้าอย่างน้อย...ถ้าอย่างน้อย...”

“อย่างน้อยอะไรน้ำ??” เมล่อนหันมาถามด้วยความสงสัย

“ถ้าอย่างน้อยฉันไม่รอด พวกเธอก็จะได้ไปกันได้เลย...”

“พูดบ้าๆ สิ เธอน่ะเก่งอยู่แล้ว อย่าพูดแบบนั้นสิ ใจคอฉันยิ่งไม่ดีอยู่นะ เทปเป้! นายช่วยไปกับน้ำได้ไหม? ฉันจะไปเอารถแล้วขับไปรอพวกเธอที่หลังหอเอง” เมล่อนว่าก่อนจะหันไปขอร้องกับเทปเป้หน้าตาเฉย ให้ตาย! ช่วยฟังกันบ้างได้มั้ย

“ไม่ได้! เธอไปคนเดียวไม่ได้เมล่อน!”

“แต่ว่า...”

“แฮ่!!!”

ไม่ทันทีจะได้พูดอะไรกันต่อ ซอมบี้ตัวนึงก็โผล่ขึ้นจากทางด้านหลัง ก่อนจะพุ่งเข้ามาหาเทปเป้ ฉันลั่นไกปืนอย่างรวดเร็วทะลุหัวของมันอย่างแม่นยำ

ปัง! ปัง!

กระสุนหมดไปอีกสองนัด พร้อมกับรอยเลือดกระจายไปทั่วบริเวณและดูเหมือนว่าเสียงปืนของฉันจะเป็นการเรียกซอมบี้ตัวอื่นๆ เข้ามาใกล้บริเวณนี้มากกว่าเดิม เพราะฉะนั้นเราจะรอช้าไม่ได้อีกแล้ว

“นี่กุญแจ เมล์ฉันไว้ใจแกนะ แล้วฉันจะรีบกลับมา! จุดอ่อนของพวกมันอยู่ที่หัว ทำลายระบบประสาทของมันซะ จำไว้!!” ฉันยื่นกุญแจใส่ในมือของเมล่อนก่อนจะวิ่งตรงไปที่หออย่างรวดเร็ว

ฉันจะต้องทำให้ได้!!

~เมล่อน*~*

“โธ่เว้ย! ยัยบ้านี่! เอาแต่ใจเหมือนเดิม” เทปเป้สบถอย่างอารมณ์เสียก่อนจะหันมามองหน้าฉัน “งั้นเราก็รีบไปกันเหอะเดี๋ยวถึงเวลายัยนั่นอาจจะขอความช่วยเหลือเราก็ได้ เธออยู่ใกล้ๆ ฉันไว้นะ”

“อะ อืม” ฉันพยักหน้าก่อนจะวิ่งตามเทปเป้ที่วิ่งออกไปอยู่ใกล้ๆ ซอมบี้หลายตัวพยายามจะเข้ามากัดเรา เทปเป้ใช้วิชาเทควันโด้สายดำแถมยังเป็นแชมป์ระดับภาคที่ได้มาในการจัดการกับซอมบี้พวกนั้น ส่วนฉันเองก็คว้าท่อนไม้ที่อยู่ใกล้ๆ ติดตัวแล้วใช้ฟาดพวกมันเมื่อเข้ามาใกล้เรา ฉันพยายามที่จะไม่มองไปตามเสียงเรียกอันโหยหวนของเหล่าวิญญาณที่ถูกพรากร่างไปก่อนเวลา พวกนี้ช่างไม่ต่างอะไรกับการตายทั้งเป็นต้องมาทนมองร่างของตัวเองกัดกินผู้คนอย่างหิวกระหาย

~ช่วยด้วย~

~ไม่นะ ฉันยังไม่อยากตาย ฮือออ~

ฉันเห็นอะไรทั้งนั้น 

ฉันบอกตัวเองแบบนั้นแล้วกำกุญแจไว้ในมืออย่างแน่นหนา จุดหมายเดียวของฉันตอนนี้ก็คือลานจอดรถด้านข้างหออีกไม่กี่สิบเมตรข้างหน้า

“แฮ่!!”

“ระวัง!” จู่ๆ ก็มีซอมบี้ร่างโชกเลือดดิ่งตรงเข้ามาหาฉัน ใบหน้าฉีกแหกจนไม่เหลือเค้าเดิม แต่ฉันกลับจำเขาได้อย่างแม่นยำ

“กรี๊ดดด!!”

ผวั๊ะ!

“ไม่เป็นไรนะเมล่อน”

“ฉะ ฉันไม่เป็นไร” ฉันมองหน้าเขาตาไม่กระพริบ แมทริวคนที่ฉันแอบชอบ แต่เขากลับปฏิเสธฉันอย่างไม่ไยดี เขานอนนิ่งแต่ดวงตาเบิกโพล่ง มือยาวๆ ของเขาพยายามเอื้อมมาหาฉันด้วยแววตากระหายหิว ฉันยกท่อนไม้ขึ้นสูงเหนือหัวพร้อมบอกลาครั้งสุดท้าย

“นายคงมาได้แค่นี้! ลาก่อนแมทริว รักของฉัน”

ผวั๊ะ!

ท่อนไม้ในมือฉันฟาดลงบนหัวของแมทริวอย่างแรงจนเลือดกระจาย ก้อนเลือดที่เริ่มแข็งตัวกระเด็นไปรอบๆ ร่างของเขาก่อนที่เขาจะแน่นิ่งไม่ไหวติง ดวงตาสีขาวไร้แววของเขาเบิกโพล่ง ฉันเงยหน้าขึ้นมองปลายเท้าที่ยืนอยู่ข้างๆ ร่างของเขาไล่ขึ้นไปเรื่อยๆ

เป็นเขา...

เป็นดวงวิญญาณของเขาที่กำลังส่งยิ้มให้ฉันอย่างไม่เคยยิ้มให้มาก่อน ฉันส่งยิ้มตอบ เสียงจากปลายทางดังแว่วเข้าหูฉันเบาๆ

~ขอบคุณนะที่ฆ่าฉัน เมล่อน~

เสียงแผ่วนั่นหายไป พร้อมๆ กับร่างอันเลือนรางของแมทริวด้วย ก่อนที่มือหนาของเทปเป้จะลากฉันออกไป

“มั่วทำอะไรของเธอน่ะ อย่าลืมสิว่าเรามีเวลาเหลืออีกไม่มากนะ” เทปเป้ดุก่อนจะลากฉันวิ่งมาถึงที่จอดรถของหอ ฉันจับกุญแจแน่นก่อนจะวิ่งไปหารถของน้ำ เทปเป้ที่อยู่ด้านหลังคอยระวังพวกซอมบี้ให้ก่อนที่ฉันจะกดรีโมทปลดล็อครถแล้ววิ่งขึ้นฝั่งคนขับทันที

แล้วทำไมฉันไม่ให้เทปเป้ขับล่ะเนี่ยยยย 

บรื้นนน~

ฉันสตาร์ทรถแล้วกลับรถไปทับร่างซอมบี้ที่กำลังจะเข้ามาจู่โจมเทปเป้พอดี โอ๊ยยย..อโหสิให้ด้วยน้า ไม่ได้อยากฆ่าใครจริงๆ ต่อให้เป็นซากศพไปแล้วก็เถอะ 

ปึ้ง!!

“ออกรถ ไป!” เทปเป้สั่ง ด้วยความรีบร้อนฉันเลยถอยเกียร์ผิดเป็นเกียร์ถอยหลัง ไปชนกับพวกซอมบี้ที่กำลังเข้ามาที่รถซะอีก

โอ๊ยๆๆๆ

ฉันตั้งสติแล้วใส่เกียร์ห้าเดินหน้าอย่างรวดเร็ว จุดมุ่งหมายคือ...

 “หลังหอเลย!!”



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

0 ความคิดเห็น