Dead Not Die แพร่พันธุ์ไวรัสร้าย มหาลัยนรก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,516 Views

  • 12 Comments

  • 380 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    18

    Overall
    2,516

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 เหล่าซากศพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 529
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    30 ม.ค. 61

 “สุขสันต์วันเกิดจ้า!”

“นี่มันอะไรเนี่ย!?” ฉันอุทานอย่างงงๆ เมื่อเห็นกลุ่มเพื่อนของตัวเอง ทั้งพี่เทคหอและเพื่อนร่วมชั้นแปลงร่างเป็นซอมบี้หน้าซีด เลือดโชกเปิดประตูมาเซอร์ไพร์สพร้อมกับเค้กสตอร์วเบอร์รี่ก้อนโต

“โอ๊ย!!! บอกแล้วไงว่าให้รอสัญญาณก่อนน่ะ รีบอะไรนักหนาเนี่ย?” ตั้งฉ่ายหันไปโวย ก่อนจะผละออกจากไอยูที่เช็ดน้ำตาบนหน้าพร้อมรอยยิ้ม

“นั่นดิ! เออ น้ำฉันจะบอกว่าฉันล้อเล่นน่ะ พวกนี้เข้ามาก่อนก็เลยไม่ได้พูด แหะๆ แกไม่โกรธนี่ ใช่ไหม?” กัมบี้ลุกขึ้นนั่งได้แล้วก่อนที่เมล่อนจะดึงถุงน้ำสีแดงออกมาจากเสื้อของกัมบี้ มิน่าล่ะ! ทำไมเลือดมันไม่หยุดไหล นี่ยังเหลืออีกเกือบครึ่งถุงเลยนี่

“พวกแกทำกันเป็นขบวนการเลยงั้นหรอ?” ฉันถามหน้านิ่งจนไม่มีใครเดาอารมณ์ออก พวกที่ยืนออหน้าประตูต่างก็ทยอยเดินเข้ามาในห้องทีละคน นี่นับแล้วเกือบสิบคนเชียวนะ แหม! พี่รหัสฉันก็ร่วมด้วยหรอเนี่ย ทำไมเล่นกันอย่างนี้ล่ะ

“โหย! น้ำ วันเกิดน้ำทั้งที ฉันไม่อยากเซอร์ไพร์สแบบธรรมดานี่หว่า เห็นน้ำชอบเรื่องซอมบี้ เราก็เลยนัดกันแต่งยังงี้ คิดว่าน้ำจะชอบ” เมล่อนเป็นคนพูดขึ้น

“ชอบหรอ? เอาเรื่องความเป็นความตายแบบนี้มาล้อเล่นเนี่ยนะที่ฉันชอบ ถ้าเมื่อกี้ฉันเผลอมือล่ะ ถ้าฉันยิงบี้ล่ะ ฉันไม่ต้องกลายเป็นฆาตกรฆ่าคนในวันเกิดตัวเองเลยรึไง!”

เงียบกริบ!

ทุกคนพร้อมใจกันเงียบโดยมิได้นัดหมาย พร้อมก้มหน้าก้มตาสำนึกผิดกันถ้วนหน้า อันที่จริงฉันก็ไม่น่าไปโกรธพวกนี้เลย ทั้งๆ ที่ร่วมกันเพื่อจะมาเซอร์ไพร์สฉันแท้ๆ แต่มันก็ยังน่าโมโหอยู่ดี ที่เอาเรื่องเป็นเรื่องตายมาล้อเล่น แล้วถ้าฉันไม่รู้ว่าพวกนี้แกล้งล่ะก็ กัมบี้คงได้เป็นผีจริงๆ แน่นอน

“ฉันเป็นคนต้นคิดเองแหละ ถ้าพวกเราทำให้แกไม่พอใจ ฉันขอโทษด้วยแล้วกันวะ ไม่คิดว่าแกจะโมโหที่เราตั้งใจมาเซอร์ไพร์ส ฉันผิดเอง” ตั้งฉ่ายพูดขึ้นแต่น้ำเสียงที่มันพูดนี่ตั้งใจประชดประชันใส่ฉันอย่างชัดเจนเลย นี่ฉันต้องประชดสิย่ะ ไม่ใช่หล่อน! 

“ช่างเหอะ! ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เอาเค้กมาให้ฉันเป่าด้วยสิ เทียนย้อยลงเค้กหมดแล้ว”

ทุกคนเริ่มยิ้มออกอีกครั้ง ก่อนที่เมล่อนจะเดินไปเอาเค้กมาให้ฉัน สตอร์วเบอร์รี่ลูกโตตรงกลางนี้ฉันต้องจองไว้ก่อน ส่วนลูกเล็กรอบนอกให้พวกนี้แทน ฮี่ๆ

“อธิษฐานก่อนนะ” ไอยูว่า

ฉันพนมมือแล้วหลับตาลงช้าๆ พร้อมกับอวยพรในใจ เพี้ยง!!

“ฟู่ววววว...”

“เฮ้ย! ไอ้น้ำ สตอร์วเบอร์รี่ลูกกลางโดยน้ำลายแกเต็มๆ เลยวะ อี๋!” ตั้งฉ่ายพูดด้วยน้ำเสียงหยะแหยง ก่อนที่จะเรียกเสียงฮาจากเพื่อนๆ พี่เทคหอและก็พี่รหัสฉันด้วย

หลังจากเป่าเสร็จฉันก็หยิบลูกสตอร์วเบอร์รี่ตรงกลางออกมากินทันที ในขณะที่คนอื่นๆ ดึงเทียนออกจากเค้ก ฉันก็เอานิ้วจิ้มครีมที่หน้าเค้กไปป้ายหน้ากัมบี้ทันที

“ชอบแต่งหน้าผีดิบไม่ใช่หรอ? ฉันช่วย”

“เฮ้! มันเปื้อนนะ หน๋อย!” กัมบี้มองหน้าฉันอย่างเคืองๆ ก่นจะเอามือทั้งมือตะปบเข้ากลางหน้าเค้กเพื่อเอาครีมมาป้ายหน้าฉัน แหม! โชคดีนะที่ฉันเอาสตอร์วเบอร์รี่ลูกนั้นออกมาแล้ว ไม่งั้นอดแน่

แผละ!

ก้อนครีมก้อนโตถูกปาใส่หน้าของตั้งฉ่ายที่กำลังดึงเทียนออกพอดี ตั้งฉ่ายเอามือลูบครีมบนหน้าออกอย่างใจเย็น แล้วหันไปทำตาเขียวใส่กัมบี้ทันที

“คะ...คือ แหะๆ ซอรี่เน้อออ” กัมบี้ยิ้มแห้ง 

“ไอ้บี้” ตั้งฉ่ายเรียกกัมบี้เสียงต่ำอย่างกลั้นอารมณ์ ฉันว่าน้ำเสียงแบบนี้ไม่ปลงก็เดือดสุดๆ อ่ะ

“ว่าไงเอ่ย” (เหงื่อตก)

“แกตาย!”

“นี่! อย่า เค้กแพงนะ!” เมล่อนร้อง แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว

แผละ!

“อะ...ไอ”

ก้อนครีมโตเท่ากำปั้นยักษ์ละเลงเต็มผม เต็มหน้าไอยูเป็นที่เรียบร้อย นางทำหน้านิ่งแต่น้ำตานี่คลอเบ้า เตรียมร้องได้ตลอดเวลา แถมยังมีบางส่วนกระเด็นไปโดนเพื่อนที่อยู่ข้างหลังไออีกด้วย

“โฮ!” ไอยูร้องไฟ้น้ำตาไหลพราก ทั้งๆ ที่หน้าตัวเองยังเต็มไปด้วยคราบเค้ก 

นั่นไง ทันทีเลย...

“ไอ้บี้! หลบทำไมวะ”

“ไม่หลบฉันก็โดนอ่ะดิ”

“อย่าอยู่เลยแก ย๊ากกกก...”

และสงครามเค้กก็บังเกิดขึ้น แล้วก็ไม่มีใครได้กินเค้กกันทั้งสิ้น นอกจากฉันที่ได้สตอร์วเบอร์รี่ลูกโตมาครอง นอกนั้นก็ไปอยู่บนหัว บนหน้าและเสื้อผ้าเต็มไปหมด และก็ไม่มีใครที่ไม่เละด้วย ไม่มีใครหนีแต่เล่นกันอย่างสนุกสนานปานอยู่ในปาร์ตี้โฟม

ว่าแต่...

หลังเลิกงานนี้ใครจะช่วยฉันทำความสะอาดห้อง ทั้งรอยน้ำแดงและก็เค้กที่มันเละเทะแบบนี้เนี่ย

“ขอให้มีความสุขมากๆ นะจ๊ะ น้องรหัสที่รัก จุ๊บๆ”

“ขอบคุณค่ะ”

“พี่ไปก่อนนะ”

“แล้วห้องน้ำล่ะคะ”

“อ้อ! ห้องน้ำหรอ อุ๊ยตายจริง! ถ้าส้วมเต็มต้องเรียกรถดูดส้วมเลยนะจ๊ะ พี่ไปก่อนเนอะ วันนี้เรียนเช้าด้วย ฮ้าววว ไปนอนต่อดีกว่า” พูดจบพี่รหัสฉันก็เดินหายไปเลย นี่สงสัยว่ากลัวจะมาช่วยฉันทำความสะอาดห้องมากเลย ถึงได้พูดจาเพี้ยนไปได้ถึงเพียงนี้ แล้วทั้งที่บอกว่ามีเรียนเช้า แต่จะไปนอนต่อ ทั้งๆ ที่เจ็ดโมงครึ่งเนี่ยนะ เชื่อเขาเลย!

“น้ำปั่น”

“หือ?”

“เฮลฟ์มีพลีส”

ฉันหันไปมองสภาพห้องของตัวเองที่เละเทะเต็มไปด้วยครีมและเศษเค้กเต็มไปทั่วห้อง มีสตอร์วเบอร์รี่ตกเกลื่อนและกองน้ำแดงเหนียวเหนอะก่อนจะหันไปมองเมล่อนที่ยืนถือกะละมังน้ำอยู่ในมือ

“นี่ห้องเราจริงหรอเนี่ย? ทำไมเหมือนเพิ่งผ่านสงครามรบมาอย่างเน้!!”


เวลา******08:35 น.

หลังจากทำความสะอาดห้องเสร็จและจัดการสภาพตัวเองที่เละเทะเต็มไปด้วยเค้กและชิ้นเนื้อสตอร์วเบอร์รี่เป็นที่เรียบร้อย ฉันกับเมล่อนจึงลงมาหาข้าวกินที่ร้านอาหารข้างหอ ที่เปิดบริการนักศึกษาหอพักในโดยเฉพาะมีให้เลือกกินตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ 

“น้ำๆ นั่นแฟนเก่าแกอ่ะ” เมล่อนสะกิดฉันยิกๆ หลังจากที่ฉันเพิ่งจะหย่อนก้นลงม้านั่งพร้อมกับจานข้าวและแก้วน้ำ

“ใคร?” ฉันหันไปมองแล้วทำเป็นไม่สนใจก่อนจะคว้าส้อมและช้อนเขี่ยข้าวในจาน “ไม่เห็นจะรู้จัก”

“จริงหร๊อ? เมื่อวานฉันเห็นน๊า ว่าน้ำแอบไลน์กับเทปเป้ด้วยนี่ ฮี่ๆ”

“บ้า! หมอนั่นส่งคุกกี้รันมาให้ฉันต่างหากล่ะ”

“หรออออ.. เฮ้ย!”

“มีอะไรวะ?” ฉันหันไปถามเมล่อนที่ทำหน้าตาตื่นยังกับเห็นผี จะว่าไปยัยนี่ก็เห็นพวกผีเหมือนกันนะ แล้วก็เห็นบ่อยซะด้วย

“น้ำเห็นผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงนั้นไหม?”

“ผู้ชายตรงไหน ไม่เห็นมี”

เอาแล้วไง... ฉันหันไปมองตามที่เมล่อนชี้ เธอชี้ไปทางริมคลองที่ติดกับโรงอาหารแต่ก็มีแต่ความว่างเปล่าพร้อมสายลมที่พัดผ่าน

“ก็ตรง...”

“นี่แกไม่ได้ใส่พระนี่ หรือว่าที่แกเห็นน่ะ... อ๊าย! ยัยเมล์ไม่เอาด้วยนะเว้ย อย่าเล่นงี้ดิ!”

“ฉันไม่ได้เล่น น้ำ!..”

“อะไร?”

“เขากวักมือเรียกฉัน”

“บ้า! แล้วแกก็จะไปเนี่ยนะ ไม่ๆๆ แกจะไปได้ไง ถ้าเกิดผีนั้นลากแกลงน้ำเป็นตัวตายตัวแทนงี้ไม่แย่หรอ? ฉันว่าแกอยู่เฉยๆ ดีกว่านะ”

“หน้าเขาเศร้ามาก น้ำไม่ไปงั้นฉันไปคนเดียวก็ได้”

“เฮ้ย! เมล์”

พูดจบเมล่อนก็ลุกพรวดออกไปเลย ฉันมองตามแล้วถอนหายใจยาวก่อนจะลุกตามออกไป อย่างน้อยถ้าเกิดอะไรขึ้นฉันก็คงจะหาทางช่วยได้ทันล่ะนะ

“เฮ้! เมล์” ฉันร้องเรียกเมล่อนทันทีเมื่อเดินมาทันเธอ 

“น้ำ ดูนั่น!”

“เชี่ย!” ฉันอุทานออกมาอย่างไม่กลัวเสียภาพพจน์ เพราะที่ริมคลองศพผู้ชายขึ้นอืด สภาพศพดูสมบูรณ์ไม่น่าตายนานเกินวัน มีรอยเลือดที่ต้นคอเหมือนจะโดนกัดเป็นแผลเหวอะหวะ น่าสยดสยอง

“เขาคงอยากให้เรารู้แล้วก็ช่วยจัดการให้”

“เราจะช่วยอะไรได้ล่ะ ฉันว่าเราโทรแจ้งตำรวจหรือกู้ภัยน่าจะดีกว่ามั้ง” ฉันว่าก่อนจะล้วงมือเข้าในกระเป๋าเพื่อหาโทรศัพท์แต่กลับไม่เจอ อ้าว! กรรม ลืมเอาไว้บนห้องซะงั้น

“มีอะไรหรือเปล่า?”

“หือ? นาย!” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยที่ดังมาจากข้างหลังทำให้ฉันหันหน้าไปมองจนเจอกับคนที่เคยรู้จักกันดี ‘เทปเป้’ หมอนี่เป็นแฟนเก่าฉันเอง เชอะ! อันที่จริงฉันไม่น่าไปคบหมอนี่เลยให้ตาย คนอะไรมีดีแต่หน้าตาแต่นิสัยร้ายกาจ เจ้าชู้ ปากเสีย ดีแต่ว่าคนอื่น หาว่าฉันงี่เง่า รู้สึกดีใจด้วยซ้ำที่เลิกกันไปได้

“ว่าไง?”

“คือว่ามีศพตรงนั้นน่ะ” เมล่อนเป็นคนตอบแทนเพราะฉัน หันหน้าหนีไปทางอื่น ไม่อยากเห็นหน้าหมอนี่ให้เปลืองลูกตา มองหน้าหมอนี่ทีไรความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นมาในหัวทุกที

อะไร? ฉันไม่เคยคิดถึงหมอนี่นะ สาบานนนนน...

“แล้วโทรบอกตำรวจรึยัง?”

“ยังเลย”

“งั้นเดี๋ยวฉันโทรให้ ดูเหมือนคนแถวนี้จะลืมพกโทรศัพท์” เทปเป้ว่า นั่นไง! ไม่ทันไรก็กระแหนะกระแหนฉันแล้ว ฉันบอกแล้วว่าหมอนี่น่ะ ปากเสีย!

“เฮ้ย! เมล์ดูนั่น”

“เห?”

“ศพ ศพนั่นหายไปแล้ว!!” ฉันร้องอย่างตกใจ เทปเป้รีบวางโทรศัพท์ก่อนจะหันไปมองด้วยความฉงน

“นี่ตกลงว่ามีศพจริงๆ หรือเปล่าเนี่ย”

“นี่นายหาว่าเพื่อนฉันโกหกรึไง?” ฉันถามอย่างหาเรื่อง

“ฉันยังไม่ได้พูดเลยนะ อย่าพาลได้ไหม?”

“นายไม่ได้พูดแต่ก็คิดใช่ไหมล่ะ? ฉันรู้หรอก”

“เธอก็เอาแต่งี่เง่าแบบนี้ไง!”

“ใครงี่เง่า? ฉันน่ะหรอ? ให้ตายสิ! นายมีสิทธิ์อะไรมาว่าฉันอย่างนี้ห๊ะ!”

“พอ! พอก่อนได้ไหม วิญญาณนั่นก็หายไปแล้วด้วย” เมล่อนว่า

“เป็นไปได้ไหมว่าวิญญาณจะเข้าร่างแล้วก็เดินไปที่อื่นแล้ว” เทปเป้ตั้งข้อสงสัย

“เป็นไปไม่ได้ ฉันกับเมล์เห็นกับตาว่าผู้ชายคนนั้นตายแล้วแน่ๆ ที่ศพก็มีรอยแผลเหมือนโดนกัดลึกจนเห็นเส้นเลือดใหญ่ขาดวิ่นอย่างนั่น ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต”

“ก็จริงนะ มันเป็นไปไม่ได้เลย”

“เอ๊ะ! บางทีอาจจะเป็นซอมบี้ก็ได้นะ” ฉันพูดอย่างยิ้มๆ

“เพ้อเจ้อ!”

“นี่! นายว่าฉันหรอ!”

“ยืนอยู่ด้วยกันสามคน ถ้าไม่ใช่เมล์ก็ต้องเป็นเธอน่ะแหละ ฉันคงไม่บ้าด่าตัวเองหรอก” เทปเป้พูดก่อนจะทำหน้ายียวนกวนส้นเท้า หน๊อย!! อยากพ่นไฟใส่หน้าหมอนี่!

“อ๊ากกกกกกก!!”

จู่ๆ ก็มีเสียงคนร้องขึ้นทีริมคลอง ฉัน เมล่อนและเทปเป้ต่างหันไปมองเป็นตาเดียว ก่อนจะเห็นว่าศพที่เคยนอนตรงริมสระนั่นลุกขึ้นมากัดคนแถวนั่นจนเลือดพุ่งกระฉูดเป็นท่อประปาแตก

“ไอ้บ้านี่กัดฉัน! อยากตายรึไงวะ” ผู้ชายคนที่โดนกัดพยายามเข้าไปต่อยหน้าศพผู้ชายคนนั้นแต่ศพนั่นก็คว้ามือเอามากัดต่อจนเนื้อขาดวิ่น “อ๊ากกกกกกกกก ช่วยด้วย!!”

“นี่มันอะไรกัน?” เทปเป้ถามอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

{ประกาศถึงนักศึกษาในมหาลัยทุกคน ขณะนี้มีกลุ่มศพคนตายจำนวนมากภายในมหาวิทยาลัยที่พยายามทำร้ายนักศึกษาและอาจารย์ ขอให้นักศึกษาทุกคนระวังตัวด้วย ทางที่ดีให้รีบอพยพหนีออกจากมหาวิทยาลัยให้เร็วที่สุด ประกาศถึงนักศึกษานะ... อ๊ากกกกก}

“คนตายทำร้ายนักศึกษา!” เมล่อนทวนคำอย่างตื่นๆ

“มันจะเป็นไปได้ยังไง เมล์แกไม่ได้ทำเซอร์ไพร์สฉันรอบสองใช่ไหม?”

“ไม่ใช่แน่ๆ”

“คุณพระช่วย!”

“คุณพระก็ช่วยไม่ได้แล้ว ดูนั่น!” เทปเป้ว่าก่อนจะหันไปเจอกับผู้ชายที่โดนกัดเมื่อกี้นี้ ดวงตาสีขาวที่ไร้แวว มองจ้องมาทางเราอย่างกับเห็นอาหารอันเลิศรส เสียงผู้คนกรี๊ดร้องดังไปทั่วต่างวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น บ้างก็ถูกพวกมันกัดกินร่างอย่างน่าสะอิดสะเอียน

“แฮ่!!” ผู้ชายคนนั้นพุ่งเข้าหาเทปเป้ทันที หมอนั่นพยายามดันตัวเอาไว้เพื่อไม่ให้มันกัดได้ก่อนจะออกแรงถีบมันออกไปจนเซไปชนกับเสาในโรงอาหารอย่างแรง แต่มันก็ลุกขึ้นราวกับไม่รู้สึกเจ็บปวดแล้วทำท่าจะพุ่งเข้ามาอีกรอบ

ปัง!

ฉันเหนี่ยวไกปืนใสหัวผู้ชายคนนั้นอย่างแม่นยำก่อนจะดึงเมล่อนและเทปเป้ออกมาจากโรงอาหารทันที โชคดีที่พกปืนเหน็บมาข้างเอวด้วย เพราะเหตุการณ์จากเพื่อนที่ทำเซอร์ไพร์สเมื่อกี้ทำเอาฉันหวาดผวาไปทั้งหมด

“ไม่พกโทรศัพท์แต่พกปืนเนี่ยนะ เชื่อเขาเลย แล้วนี่เธอจะพาเราไปไหนเนี่ย?” เทปเป้บ่นอุบก่อนจะถามขึ้นในขณะที่ฉันพาวิ่งออกจาโรงอาหารแล้วหลบทางตรงไปด้านหลังหอพักที่ฉันพักอยู่

“หนีไง! นายคงไม่อยากกลายเป็นศพเดินได้แบบพวกนั้นหรอกใช่ไหม?”

“ฉันมีรถ เดี๋ยวฉันไปขับมันมารับเธอแล้วกัน!” เทปเป้ดึงฉันให้หยุดก่อนจะพูดขึ้น

“ไม่ได้! จะไม่มีใครไปไหนคนเดียวทั้งนั้น ฉันต้องไปเอากระสุนปืนที่เหลือแล้วก็สร้อยพระของเมล่อนด้วยและนาย...ต้องไปกับเรา!”

“แต่ว่ารถ...”

“รถฉันก็มี และมั่นใจด้วยว่าใหญ่กว่ารถสปอร์ตสองที่นั่งของนายด้วยซ้ำ! เราจะไปเอากระสุนที่เหลือกันและนายจะต้องไปด้วย!”



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

0 ความคิดเห็น