ตอนที่ 6 : ตอนที่ 5 ลาก่อนเพื่อนของฉัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 80
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 พ.ค. 60

Dead Not Die   

 

 

ปึงงงงงง....

 “น้ำปั่นช่วยพวกเราด้วย!!” เสียงหวานเล็กแหลมของไอยูกำลังกอดร่างตั้งฉ่ายที่มีบาดแผลฉกรรจ์จากการถูกกัดอยู่หลายที่ ทั้งแขน ขาและลำคอ รอยแผลฉีกขาดทำให้เลือดไหลทะลักออกมาไม่หยุด ไอยูพยายามเอาผ้ามากดบริเวณแผลแต่ไม่เป็นผล เลือดสีแดงเปรอะเปื้อนร่างของทั้งคู่เต็มไปหมด

ไอยู!” ฉันปรี่เข้าไปหาก่อนจะดูแผลตามร่างกาย รอบแผลช้ำเลือดแปลกประหลาดเป็นสีม่วงเข้ม ตั้งฉายมองพวกเราพร้อมรอยยิ้มที่ฝืนเต็มที่ ดวงตาหรี่ปรือของเธอที่มองฉันดูไม่สดใสเอาซะเลย รอบดวงตาก็คล้ำจนน่าตกใจ

บะ...บี้เสียงแหบพร่าของตั้งฉ่ายดังขึ้น ฉันเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ

บี้ทำไม? แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน? บี้อยู่ไหน??” ฉันถามเสียงดังจนเกือบตะโกน ไม่ล่ะฉันตะโกนไปแล้ว ฉันหันหน้าไปหาไอยู ยัยนั่นเอาแต่สะอึกสะอื้นพูดเสียงสั่นระริก

บี้กัดเค้า บี้กัดตั้งฉ่ายอ่ะน้ำ ฮึกๆ บี้บ้าไปแล้ว!!” ไอยูตวาดเสียงดัง นี่เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ได้ยินเสียงตวาดของไอยูสาวน้อยผู้น่ารักผู้พิทักษ์ความรักและความยุติธรรม (เวรผิดเรื่อง)

อะไรนะ?” เสียงฉันอ่อนลงเหมือนคนหมดแรงเทปเป้ที่เดินเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ฉันก่อนจะบีบมือฉันไว้เบาๆ ทำไมเรื่องถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ? ทะ...ทำไม

น้ำ...

ฉันไม่ร้องไห้หรอกน่า ไม่ต้องห่วงฉันหันไปมองเทปเป้ก่อนจะพยุงตั้งฉ่ายขึ้น เราจะพาตั้งฉ่ายไปหาข้าวปั้นกัน ยัยนั่นจะต้องช่วยเราได้แน่ๆ ไปเถอะไอยู

แต่ว่าตั้งฉ่ายน่ะ...เทปเป้พยายามจะพูดอะไรบางอย่างแต่ฉันรู้ว่าเขาต้องการสื่ออะไร ถึงอย่างนั้นฉันก็ทำใจทิ้งพวกเขาสองคนไว้ที่นี่ไม่ได้ ฉันทำไม่ได้!

ไม่มีแต่ ทุกคนเป็นเพื่อนฉันนะเทปเป้ ฉันทิ้งพวกเขาไม่ได้หรอกนะ

ไอยูลุกขึ้นตามพร้อมปาดน้ำตาที่ไหลนองหน้า เทปเป้เข้ามาพยุงตั้งฉ่ายแทนฉันแล้วไล่ให้ฉันไปเอาสร้อยให้เมล่อนแทน

ฉันวิ่งไปหยิบสร้อยพระนาคปรกของเมล่อนมาใส่ไว้ในกระเป๋าเป้ก่อนจะหันไปมองที่หัวเตียงของฉันและหยิบของสำคัญของตัวเองไปด้วย

 

ตึกๆๆ

เสียงฝีเท้ากระทบพื้นจากการวิ่งที่ชั้นสามลงมาที่ชั้นหนึ่งทางบันไดหนีไฟ ช่องทางสุดท้ายที่จะออกไปสู่หลังหอคือห้องโถงที่ต้องเดินผ่านออกไปยังหลังประตูไม่อย่างนั้นก็ต้องอ้อกลับไปทางเก่าที่มาทางหน้าข้างซึ่งตอนนี้คงไม่ใช่ที่ปลอดภัยสำหรับเราอีกต่อไป

ฉันวิ่งมาหยุดอยู่ข้างๆ เทปเป้ที่ยืนหอบเหนื่อยอยู่หน้าประตูพร้อมกับตั้งฉ่ายที่ถูกเทปเป้อุ้มอยู่แนบอกเพราะเทปเป้เห็นว่าพยุงไปจะทำให้ช้าและจะเป็นอันตรายกับเมล่อนที่รออยู่ได้

แค่กๆตั้งฉ่ายไอออกมาเป็นเลือดข้นๆ พร้อมกับอาหารบางส่วนจนเลอะเต็มเสื้อเทปเป้ไอยูเข้ามาเช็ดออกให้ด้วยน้ำตาที่เปรอะเปื้อนบนใบหน้า

ไม่เป็นไรนะตั้งฉ่าย เราจะต้องรอดนะ ฮึกๆ

ฉะ...ฉันจะไม่ไหวแล้ว...

ทนหน่อยนะตอนนี้ฉันกำลังหาตำแหน่งพิกัดของข้าวปั้นอยู่ เดี๋ยวก็เจอแล้ว

แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าข้าวปั้นจะรอดน่ะ ฮือ...

ก็ถ้าในสิบนาทีพิกัดไม่ขึ้นมาก็แสดงว่าหมดหวังแล้วล่ะ

มะ...ไม่นะ

หยุดพูดกันก่อนเถอะ แล้วมาคิดกันว่าจะเอาไงต่อ ดูที่หลังประตูนั่นสิ!” เทปเป้ขัดขึ้นมาก่อนที่ไอยูจะฟูมฟายอีกรอบทำเอาเราทุกคนหยุดพูดแล้วหันไปมองที่หลังประตู ที่ประตูห้องโถงด้านหนึ่งมีพวกซอมบี้เป็นสิบตัว ซึ่งมันกำลังพุ่งไปที่ประตูเพื่อจะออกไปข้างนอก ส่วนประตูที่เราจะไปนั่นว่างเปล่า ไร้ซอมบี้รบกวน

เราออกไปได้อยู่แล้วฉันพูดอย่างมั่นใจ มือนี่ล้วงปืนเตรียมพร้อมแล้ว แค่นี้ไม่ขณามือฉันหรอก ฮ่าๆๆ

แต่ว่าพวกซอมบี้น่ะ...เทปเป้พยายามแย้ง

ไม่เป็นไรหรอกถ้าเราออกไปเงียบๆ ไม่ให้พวกมันรู้ตัวก่อนเราก็จะรอด

รู้ได้ไง?”

ฉันดูหนังแนวซอมบี้เยอะน่ะ แหะๆ

ในหนังกับเรื่องจริงมันคนละเรื่องแยกแยะด้วยแม่คุณ

เชอะนายน่ะเดินนำไปก่อนแล้วให้ไอยูเดินตามฉันจะดูด้านหลังให้แทน เราจะเดินช้าๆ และเบาที่สุดเข้าใจมั๊ย?” ฉันเลิกสนใจเรื่องหนังกับเรื่องจริง ตอนนี้เราต้องเอาชีวิตให้รอดจากที่นี่ ตอนนี้ ภายในสามนาทีก่อนที่จะครบกำหนดที่นัดกับเมล่อนไว้

ฉันไม่เข้าใจ...

เอาอีกล่ะ หมอนี่!

ทำไมเธอต้องไปเสี่ยงตายกับเรื่องนี้ทุกทีเลยนะ!” เทปเป้หันมาโวยวายใส่ฉันอีกรอบอย่างโมโห

มันเรื่องของฉัน ถ้าฉันจะตาย แต่นายจะต้องอยู่!

อยู่เพื่ออะไร!!

ก็เพื่อ...เพื่อ...นั่นสินะ! บางที ฉันก็แค่ไม่อยากให้ใครต้องตายล่ะมั้ง แค่นั้น คิดว่านะ...

เพื่อ...?”

ไม่รู้แต่เอาตามนี้

ไม่มีทาง ฉันไม่ยอมทำตามที่เธอพูดแน่ๆ ถ้าไม่ยอมบอกเหตุผลที่ฟังขึ้นให้รู้น่ะ

เพราะว่าฉันมีปืนไงล่ะฉันเริ่มขึ้นเสียงดังเมื่อเห็นว่าเทปเป้ไม่ยอมทำตามที่ฉันว่าด่อนที่เสียงฉันจะเบาลง รู้แล้วก็ไปซะ

ก็ได้ ไปเถอะไอยูเทปเป้หน้าหม่นลงแล้วหันหน้าหนีฉันราวกับไม่ใช่คำตอบที่เขาต้องการ ก่อนจะหันไปบอกไอยูที่ยังร้องไห้ไม่หยุด ไอยูพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะบิดลูกบิดประตูเบาๆ ให้มันเปิดออกก่อนที่เทปเป้จะเดินออกไป

มือของฉันกำปืนเอาไว้แน่น พร้อมปลดล็อคปืนแล้วพร้อมยิง ก่อนจะเดินตามออกไป

เราเดินย่องเท้าเบาๆ ไปจนใกล้ถึงประตู แต่จู่ๆ ไอยูก็ไปสะดุดกับท่อนแขนของใครสักคนเข้าก่อนที่เธอจะล้มลงไปพร้อมกับเสียงกรี๊ดร้อง

กรี๊ดดดดดดด!! ขะ...แขน อ๊ายย!!” ไอยูหวีดร้องเสียงดังลั่นไปก้องทั่วห้องโถง ซอมบี้ที่ประตูด้านหน้าหันกลับมามองกับเป็นตาเดียว ก่อนที่มันจะเริ่มลากขาเน่าเฟะของพวกมันมาทางเรา

ไอยูลุกขึ้น!” ฉันรีบวิ่งเข้าไปหาไอยูและพยายามฉุดเธอให้ลุกขึ้น แต่ไอยูกลับสติแตกไปแล้ว เธอชี้ไปที่แขนที่มีรอยกัดแทะจนกระดูกโผล่ออกมาให้เห็น หวีดร้องราวกับคนเสียสติ

กรี๊ดดดดดดด ไม่นะ!! ปล่อยยย

อะ...ไอยูตั้งฉ่ายหันมามองก่อนจะผลักอกเทปเป้ให้ออกไป จนตัวเองล้มคว่ำลงกับพื้น เทปเป้คุกเข่าลงจะประคองขึ้นแต่ต้องตกใจแทบผงะเมื่อดวงตาของตั้งฉ่ายเปลี่ยนไปจนไร้แวว ใบหน้าซีดไร้สีเลือด แล้วพุ่งเข้าไปหมายจะกัดกินเทปเป้แทน

เฮ้ยเดี๋ยว!” เทปเป้พยายามผลักตั้งฉ่ายออกจากจากตัวแต่กลับไม่ยอมต่อสู้อะไรเลย แต่แรงของตั้งฉ่ายนั่นเพิ่มขึ้นจนเทปเป้เป็นผ่ายเสียเปรียบแทน

ไอยูลุกขึ้น เราต้องไปแล้วฉันพยายามดึงไอยูสุดแรงจนเธอลุกขึ้นยืนจนได้ ฉันหันไปยิงซอมบี้สองที่ใกล้เข้ามาประชิดตัวจนร่วงไป เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เทปเป้ผลักตั้งฉ่ายออกไปจากตัวได้เหมือนกัน เราต่างพากันวิ่งไปที่ประตูหลังอย่างรวดเร็วก่อนที่พวกซอมบี้จะตามมาใกล้

ทันใดนั้นเอง...

กัมบี้ในสภาพศพเน่าเฟะ ปากฉีกไปเกือบถึงหู เลือดเกรอะกรังเต็มร่าง แขนและคอมีรอยถูกกัดจนเนื้อหลุดหลุ่ยเผยให้เห็นกระดูกสีขาวโปนออกมาแลดูสยดสยอง ก้อนเลือดที่เริ่มแข็งตัวเกาะอยู่บนเนื้อเน่าๆ เริ่มส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งเหม็นเน่าไปทั่วพุ่งจู่โจมดึงร่างไอยูที่อยู่ข้างฉันเข้าไปกัดกิน

ไม่กรี๊ดดดดดดดดน้ำช่วยไอด้วยไอยูหวีดร้อง ฉันยกกระบอกปืนหันไปทางกัมบี้แทบผงะเมื่อเห็นเพื่อนของตัวเองกัดกินไอยูอย่างน่าสยดสยอง มือที่ถือปืนฉันสั่นระริกจนควบคุมไม่อยู่ ไอยูถูกกัดจนเนื้อหลุด ก่อนที่ซอมบี้ตัวอื่นๆ จะเข้าไปรุมกัดกินไอยูที่ตรงกลางวง ภาพตรงหน้าทำให้ฉันน้ำตาไหลลงมาไม่รู้ตัว

เทปเป้ที่หันมามองดึงตัวฉันแล้ววิ่งออกไปจากห้องโถงนั้นด้วยความเร็ว

ฉันมองภาพตรงหน้าอย่างเหม่อลอย ภาวนาในใจขอให้มันกลายเป็นแค่ความฝัน ความฝันที่เกิดขึ้นประจำสำหรับฉัน เมื่อไหร่ที่ฉันจะตื่นกัน เมื่อไหร่...

เธอ...ไม่เป็นไรนะ

เทปเป้พูดเสียงเบาก่อนดึงฉันเข้าไปกอด ตัวฉันสั่นไปหมด ฉันไม่เคยคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้กับเรา กับเพื่อนของฉันที่ต้องจบชีวิตลงอย่างสยดสยองแบบนี้ ฉันไม่กล้าที่จะเหนี่ยวไกปืนเลยด้วยซ้ำ ฉันกลัวเกินไป ฉันทำใจไม่ได้ที่ต้องมาฆ่าเพื่อนของตัวเอง เพื่อนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาหลายปีที่แม้จะตายกลายเป็นศพไปแล้วก็ตาม

ฉัน... ฮึกฉัน....

อยากร้องก็ร้องสิ ไม่ต้องเก็บเอาไว้เทปเป้กระชับอ้อมกอดแน่น ฉันร้องไห้โฮอย่างไม่อายอีกต่อไป ฉันไม่ทนแล้ว... ฮือๆ ฉันไม่อยากให้ใครตายทั้งนั้น ไม่อยากเห็นคนที่ฉันรักตาย ตายต่อหน้าต่อตาฉันแบบนี้ด้วย

โดยเฉพาะเพื่อนฉัน อย่างไอยู กัมบี้ ตั้งฉ่าย

เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป ฉันจะคิดถึงพวกแกตลอดไป...

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด

เสียงอะไรน่ะ? ระเบิดรึเปล่า?” เทปเป้ถาม

ฮึกไม่ใช่หรอก จีพีเอสน่ะฉันพูดก่อนจะผละออกจากเทปเป้แล้วเช็ดน้ำตาออกไปอย่างลวกๆ ก่นจะล้วงจีพีเอสออกมาจากกระเป๋า พิกัดของข้าวปั้น เธอยังไม่ตาย... เราต้องไปแล้ว

ไปไหน?”

ไปหาข้าว ฉันจะไม่ยอมเสียใครไปอีกทั้งนั้น!!

ฉันพูดจบก็หันมองไปทางประตูที่เราออกมาเมื่อกี้ด้วยความอาลัย

ลาก่อนเพื่อนของฉัน~





 

.....................................................................................


 

 

Free Lines - Link Select
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

7 ความคิดเห็น