คุณชอบหน้าอ่านนิยายแบบใหม่มั้ย
ช่วยบอกเราหน่อย
คัดลอกลิงก์เเล้ว
เรื่องสั้น : ฟรีสไตล์ > รักหวานแหวว

The sense สื่อรัก สัมผัสหัวใจ (ตอนเดียวจบ)

เมื่อเธอย้ายโรงเรียนมาเจอกับเขา ผู้มีพลังจิต


ยอดวิวรวม

45

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


45

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : 0

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
คาเพลลา สาวน้อยแสนสวย (หรอ)

ย้ายรร. มาเจอกับเขา 

"พี่โนวา" 
และ 
"ลอร์เรน"
คนนึงช่างแสนดี 
แต่อีกคนก็ทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ

จนกระทั้ง เธอได้ยินเสียง...ภายใจจิตใจของเขา

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 22 ม.ค. 61 / 17:05

บันทึกเป็น Favorite


 

              หน้าโรงเรียนสหเนบิวลาวิทยาคม ฉันสาวน้อยวัยละอ่อนหน้าตาก็..(คง)ดูดี..นิสัยก็น่ารัก ที่พึ่งถูก ผอ.โรงเรียนสตรีวีแองเจิ้ล(?)เชิญออก (ก็ไล่ออกน่ะแหละ) ด้วยเหตุที่ดันไปมีเรื่องทะเลาะกับลูกสาวคนเดียวของ ผอ.ฉันแค่ตบไป 2 ทีจนเลือดกลบหน้าแล้วเอาน้ำสาดแค่เนี้ย ดันหาว่าฉันผิด ฉันเป็นนางเอกนะ นางเอกจะผิดได้ไง จริงมะ ก็ยัยนั่นดันมาทำหน้าตา ขวางหูขวางตาฉันนี่ แถมตอนนั้นยังโมโหที่พี่คิมบอกเลิกเลยเห็นอะไรเกะกะหูเกะกะตาไปหมดเพราะฉะนั้นพี่คิมผิด ฉันถูก ยะฮู้  \\(^o^)//
                แต่เหตุผลก็ยังไม่พอให้ ผอ.เห็นใจT^T จึงเป็นเหตุให้ต้องระเห็จออกมาที่นี่….
                ‘โรงเรียนสหเนบิวลาวิทยาคม’

                ฉันสูดลมหายใจที่มีแก๊สพิษจากถังขยะใส่สารพิษจนเต็มปอด (จะตายก่อนมั๊ยเนี่ย)แล้วก้าวเท้าเข้าสู่โรงเรียน
                โครม!!
                ={}=

                ไม่ทันไรเมื่อขาก้าวพ้นธรณีประตูโรงเรียนผีเจ้าที่ก็แกล้งฉันจนถังขยะสดที่เกะกะขวางเท้าปลิวมาตามแรงสะกิดและเป็นผลให้ฉันนั่งจุมปุกจนลุกไม่ขึ้น
                ลางร้าย!!  นี่มันลางร้ายชัดๆ
เมื่อกี้ฉันก้าวเท้าไหนเข้ามาในโรงเรียนเนี่ย ฉันจะไปตัดขาข้างนั้นทิ้ง หวังว่า ผอ.ที่นี่คงไม่ทำให้ฉันย้ายโรงเรียนรอบ 2 หรอกนะT^T

                 และด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่มีดอกออกผลให้เป็นจุดรวมโฟกัสของบุคคลที่เดินผ่านไปมาหันมาให้ความสนใจ
                ฉันไม่ใช่นักร้องเกาหลีนะ จะมองกันทำม้ายยยย
                อะไรวะไม่เคยเห็นคนหน้าตาดีนั่งจิ้มอุนจิ ฮะ เอ้ย!!หกล้มรึไงฟะ น้ำใจอ่ะ!!น้ำใจ!มีกันบ้างไหมแทนที่จะมองน่ะ
                ฉันพยายามดันตัวเองขึ้น ง่ะ!!  ลุกไม่หวายอ่า Y.Y
                “มาฉันช่วย”
                โอ้พระเจ้าช่วย กล้วยหอมจอมซน โฮ่ะๆ เทพบุตรเสียงหล่อโคตรๆ ช่วยพยุงทางด้านหลังอยากเห็นหน้าจางเยย โฮ่ะๆ
                “ขอบคุณค่ะ”ขอเบอร์ด้วยน้า ฮี่ๆ ^o^
                เขาคนนั้นดึงฉันลุกขึ้นจากขยะกลิ่นหอม (ประชด) จนยืนได้ก่อนพยายามทรงตัวให้ยืนด้วยตัวเอง แต่...
                ฮวบ!!(คิดซะว่าเป็นเสียงที่กำลังล้ม)
                “ระวังซิ”แล้วเขาก็เข้าประคองอีกครั้ง จนเรียกเสียงฮือฮาจากเหล่ากระซู่ กูปรี ชะนีป่า บรรดาลิงแปลงเพศ (?) ได้เป็นอย่างดี อย่างนี้แสดงว่าของเขาหล่อจริง -///-
                ก็ระวังอยู่แล้ว แต่ขามันไม่มีแรงอ่า..
                “ฉันปวดขา”ฉันพูดขึ้น
                ฟุ่บ!!
                อุ้ม!อุ้มค่ะ!อุ้ม!หา!!O_O อุ้ม ฉันถูกอุ้ม ผู้ชายด้วย กรี๊ดดดด......>_<หนูโดนอู้มมมม!!ช่วยด้วย!!ช่วยถ่ายรูปเป็นที่ระลึกด้วยค่าาาา....
                ฉันมองเหล่าชะนี ทำท่าจะเป็นลมทั่วบริเวณ กะจะให้สุดหล่อนี่ไปรับรึย่ะ พวกเธอไม่มีบุญเหมือนฉันหรอก โฮ่ะๆๆ ^o^

                 ด้วยเหตุฉะนี้ ฉันก็เห็นหน้าอย่างเต็มหู เต็มตา เต็มปาก เต็มจมูก ผู้ชายอะไรฟะ หล่อเหมือนเพิ่งหลุดออกมาจากศรีธัญญา (หล่อเป็นบ้า) หล่อโคตรๆ เท่เหมือนนายแบบเกาหลี หุ่นดียังกับหุ่นไล่กา เพอร์เฟค  เวรี่ๆ แฮนด์ซัม คิ้วดกเหมือนป่าดงดิบ จมูกโด่งสูงแข่งกับยอดเขาเอเวอร์เรส (คนหรือ?) มิน่าพวกชะนีถึงกับลมจับ ก็อย่างว่าอ่ะน่ะ คนมันมีบุญ..
                และขณะที่กำลังเคลิ้ม เลยไม่คิดว่าจะถามว่าเขาจะอุ้มไปไหน เผานั่งยาง ข่มขืน ฆ่าหมกส้วม ก็ไม่สนใจแล้วววว...^o^
                ริท เดอะสะตอ(นักร้องใต้) พาฉันเข้ามาในห้อง ห้องอะไรไม่รู้ว่ะ ถ้าฉันโดนข่มขืนคงจะเป็นบุญวาสนาสุดๆ เลย ที่มีปั๋วหล่อ โฮ่ะๆ
                เขาวางฉันลงบนเตียงอย่างเบามือ ฉันหลับตาลงช้าๆ รอสวรรค์วิมานมาโปรด ก่อนนอนราบลงกับพื้นเตียง พื้นแข็งไปหน่อยไม่เป็นไร ทนได้ ทนได้
                “ลุกขึ้นนั่งสิ”
                นั่ง!!นั่งทำไมฟะ  นอนเลยไม่ต้องนั่ง ไม่ถือ!!
                และเมื่อฉันนั่ง ก่อนจะสำรวจโลกแห่งห้อง ห้องแห่งโลก เออ!!ช่างมันเหอะ ก็พบว่ามีกระปุกยาสารพัดชนิดที่ฉันไม่อยากจะคิดจำใส่สมอง สรุปว่าที่นี่คือ…ห้องพยาบาล
                “สงสัยขาจะแพลง”

                ขาฉันไม่แพงนะถูกกว่าขาหมูอีกT^T
                เขาจับขาฉันพลิกไปพลิกมาก่อนลุกเดินไปหยุดที่ตู้ยาแล้วหยิบยาที่เป็นหลอดเหมือนยาสีฟันมาบีบใส่มือก่อนทาที่ข้อเท้าฉันอย่างแผ่วเบา โคตรเคลิ้มอ่ะ ผู้ชายอะไรว่ะอ่อนโยนเป็นบ้า
                “เธอเป็นเด็กเข้าใหม่เหรอ ไม่เคยเห็นหน้าเธอเลย” เขาถามขึ้นขณะที่สายตากำลังจดจ่อกับเท้าฉัน จะคุยกันก็มองตาสิเฟ้ย มองteenหาป้ารึไง
                “อืม”
                “เธอชื่ออะไร” อ้าวเวร!!เป็นนายทะเบียนรึไงฟะ ต้องมาถามประวัติน่ะ
                “ชื่อคาเพลลา เรียกสั้นๆว่าคาเพลก็ได้”
                “เหรอ แล้วเรียนชั้นไหน”
                “ยังไม่รู้เลย ว่าเขาจะให้เรียนชั้นบนหรือชั้นล่าง” งงว่ะ!!จะมาถามทำไมฟร่ะ ว่าเรียนชั้นบนหรือชั้นล่างจะมารับมาส่งรึไง =*=
                “เธอนี่ตลกนะ” อะไร ฉันเล่นมุกอะไร คุณท่านเส้นตื้นอ่ะเปล่า =*=
                “ตลกตรงไหนอ่ะ”
                “ถามว่าเรียนอยู่ปีไหนน่ะ”อ้าว!! คนสวยไม่เข้าใจคำถามหรือสมองสั่งการผิดว่ะเนี่ย
                “แหะๆ ปี5ค่ะ”
                “แล้วนายล่ะ” ฉันถามกลับ อยากถามฉันมากนัก โอ๊ย! เคลิ้มอ่าผู้ชายอะไรว่ะโคตรสุภาพเลย ชอบค่ะ ชอบ!!
                “ฉันเหรอ ฉันโนวา ปี6” ว้าว โนวา คาเพล เข้ากันสุดๆไปเลย ^o^
                “แล้วเธอส่งใบสมัครกับผอ.แล้วรึยัง” พี่โนวาหันมาถามฉัน อ๊าย…อย่าจ้องตาดิ เขิน ^///^
                “ยังค่ะ”^o^
                “งั้นเดี๋ยวฉันพาไป”

หน้าห้องผู้อำนวยการโรงเรียนสหเนบิวลาวิทยาคม
                “เมิงอย่าพูดมั่ว กรูยังไม่ได้ทำนะ”
                “ลอร์เรน อย่าพูดคำหยาบได้ไหม”
                “พ่อเข้าข้างไอ้พวกบ้านี่เหรอ พ่อเห็นว่าพวกมันดีกว่าผมใช่ไหม”
                “หยุดนะ!!บอกแล้วไงว่าอยู่ที่โรงเรียนจะมีแต่ผอ.กับนักเรียนเท่านั้น”
เสียงโวยวายภายในห้องทำเอาพี่โนวาหน้าหล่อยืนถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ถอนหายใจทำไมฟระ งั้นถอนด้วยคน เฮ้อออออ
               “ผอ.ครับ” พี่โนวาเคาะประตูก่อนแล้วเดินเข้าไปในห้อง
                “อ้าว โนวามีอะไรลูก” ผอ.เอ่ยทักลูก ห่ะ!ลูกผอ.อีกแล้ว หวังว่าพี่โนวาจะไม่บอกผอ.ว่าฉันทำลายทรัพย์สิน (ถังขยะ) ของโรงเรียนหรอกนะ
                “ลูก เฮอะ กับไอ้โนวาพ่อเรียกมันว่าลูกแต่กับผมพ่อกลับไม่ให้เรียกพ่อเกลียดผมนักรึไงหา!!”ไอ้บ้าลูกผอ.อีกคนมั้งตวาดเสียงลั่น
“ลอร์เรน แกกลับไปเรียนก่อน เดี๋ยวฉันจัดการเอง” ลอร์เรนฮึดฮัดอย่างหงุดหงิดก่อนเดินมาทางประตูแล้วชะงักไปเมื่อเห็นฉัน ลอร์เรนจ้องหน้าฉันพักหนึ่งก่อนส่ายหน้า และเดินออกจากประตูไป แล้วกระแทกปิดอย่างแรง ฉันกลัวประตูมันจะหลุดติดมือหมอนั้นไปจังเลย =_=;;
“โนวามีอะไรเหรอ แล้ว...”ผอ.ถามพี่โนวาก่อนหันมามองฉัน
“อ๋อ นักเรียนเข้าใหม่มาสมัครเรียนน่ะครับ”
                “เหรอ นั่งก่อนสิ” ผอ.เชิญให้ฉันนั่ง แล้วฉันจะยืนให้รากงอกทำไมล่ะ ฉันเลยไปนั่งบนโซฟา ให้ตายสินุ่มโคตรๆ
                “อ้อ!พวกเธอกลับไปเรียนได้แล้ว แล้วอย่าไปมีเรื่องกับใครอีกล่ะ”ผอ.หันไปบอกนักเรียนที่ดูยังไง๊ยังไงก็โจรชัดๆ
                “ครับ” ทุกคนยกมือไหว้พร้อมกันก่อนพากันเดินออกไปจากห้อง
                เมื่อหมดเรื่องแล้ว ผอ.กับพี่โนวา ก็เดินมานั่งลงที่โซฟาพร้อมกัน (จะพร้อมกันทำไมฟระ คนสวยไม่เก็ต) =*=
                “เธอชื่ออะไร” เอ๊ะ พ่อลูกคู่นี้เป็นยังไงเจอคนสวยทีไร วิญญาณนายทะเบียนเข้าสิงทันที ต้องถามให้รู้ชื่อให้ได้ก่อนสิน่า
                “คาเพล หรือ คาเพลลา อัลทรินาโอเรลค่ะ” ^^
                “อืม..ทำไมถึงย้ายมากลางเทอมอย่างนี้ล่ะ” ผอ. ถาม จะเอาความจริงหรือโกหกค่ะ ถ้าความจริงคือ ตบลูกผอ. จนโดนไล่ออก ถ้าโกหกคือ..
                “ผู้ปกครองย้ายบ้านค่ะเลยย้ายตาม แล้วมาลงเรียนที่นี่”
                “งั้นเหรอ แล้วเรียนปีไหนล่ะ”ผอ.หันมาถามฉันต่อ
                “ปี 5 ค่ะ”
                “ปีเดียวกับลอร์เรนน่ะครับ”พี่โนวาพูดขึ้น อ้อ!!ไอ้ผู้ชายหยาบคายคนนั้นอ่ะนะ
                “งั้นเอาใบมอบตัว ใบสมัคร และก็หลักฐานมารึเปล่าล่ะ”
                “เอามาค่ะ” ฉันล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าก่อนหยิบนกพิราบ (มาได้ไง) เฮ้ย!!เอกสารมามอบให้ผอ.
                “โนวา ไปส่งน้องด้วยนะ”
                “ครับ” พี่โนวารับคำสั้นๆก่อนเดินนำฉันออกไป

‘ปี 5 ห้อง 6’
                “เธออยู่ห้องนี้แล้วกันนะ ฉันจะไปเรียนแล้ว ฉันอยู่ห้องข้างๆ นี้ ปี 6ห้อง 1มีปัญหาอะไรก็บอกได้นะ” พี่โนวาของฉันพาฉันมาส่งที่หน้าห้องก่อนจะเดินจากไป แง้..แล้วเค้าควรก้าวเท้าไหนเข้าไปดีฟะ ขวาร้าย ซ้ายดีข้างซ้ายแล้วกัน T.,T
                “เอ่อ ขออนุญาติค่ะ”
                “เธอเพิ่งเข้ามาใหม่เหรอ” อาจารย์ป้าหน้าตาหย่อนยานใส่แว่นตาหนาเป็นก้นขวดหันมาถามฉัน จนหลายคนในห้องพากันซุบซิบว่า
                “นังนี่แหล่ะเดินเตะถังขยะล้มน่ะ ฮิฮิ”
                ตะโกนออกไมค์เลยดีมั๊ยจ๊ะ!!!
                “ค่ะ” ฉันเลิกสนใจยัยพวกบ้านั่นก่อนจะหันไปตอบคำถามอาจารย์
                “ไปนั่งสิ นั่น!!ที่นั่งของเธอ” อาจารย์ป้าแว่นตาก้นขวด(ตั้งชื่อให้)ชี้นิ้วไปทางโต๊ะหลังสุดทางขวามือที่มีผู้ชายคนนึงที่ไม่ได้สนใจสรรพสิ่งรอบตัวแม้แต่น้อย
                “เอ่อ…” ฉันที่เดินมาถึงที่โต๊ะกำลัง…
                “อยากนั่งก็เชิญที่นี่มันไม่ใช่ที่ของฉันหรอก” ระ…รู้ได้ไงว่าฉันจะขออนุญาตนั่งเนี่ย
                “นายชะ…”
                “เธอไม่จำเป็นต้องรู้จักชื่อฉันหรอก” อะ…อะไรกันฉันยังไม่ทันพูดให้จบเลยนะ แค่คิดเองนะแล้วรู้ได้ไงเนี่ย คนสวยงงไปหมดแล้วววว
                “งงอะไรนักหนาฮ่ะ” เขาพูดก่อนจะหันมาทางฉัน
                ลอร์เรน!!
                ลูกชายของผอ.นี่หวา มองใกล้ๆ อย่างงี้ดูหล่อกว่าพี่โนวามากเลยแถมน่ากินด้วยยย
                “จำฉันได้ด้วยหรอ แต่อย่าเอาฉันไปเปรียบกับไอ้บ้านั่น ขอร้อง” เขาพูดขึ้นราวกับว่าอ่านใจฉันได้ (ดีจัง ไม่เปลืองหมึกพิมพ์)
                “เลิกคิดอะไร ไร้สาระคนเดียวได้แล้ว มันทำให้ฉันรำคาญ”
                ไอ้ปีศาจ หมอนี่มันปีศาจชัดๆ รู้ความคิดฉันทุกอย่างเลย
 
เลิกเรียน
                “จิวเวอร์รี่ เธอจะกลับบ้านเลยหรอ” ฉันถามขึ้นเมื่อเรียนคาบสุดท้ายเสร็จ
                งงล่ะสิว่าจิวเวอร์รี่คือใคร คำตอบคือ คนที่จ่ายค่าข้าว ค่าน้ำ อาหารเมื่อกลางวันให้ฉันเมื่อตอนที่พักเที่ยง เพราะฉันยืนต่อค่าอาหารจาก 120 ให้เหลือ 30อาหารนิดเดียวแพงเป็นร้อยเลย และเป็นเหตุให้ฉันกับจิวเวอร์รี่พบกัน ยัยนี่ไม่มีเพื่อน ฉันก็ไม่มีเพื่อนจึงคบกันได้ ที่จริงแล้วยัยจิวเวอร์รี่มีชื่อว่าเพชรพลอย แต่ดัดจริตมาใช้จิวเวอร์รี่ น่าเวทนาจริงๆ -*-
                “อืม กลับบ้านดีๆ ล่ะ คาเพล” จิวเวอร์รี่หันมาบอกฉันก่อนโบกมือหยอยๆ ขึ้นรถเฟอร์รารี่ออกไป
                ฉันเดินกลับบ้านของฉันเรื่อยๆ แต่กลับรู้สึกเหมือนมีคนเดินตามมาเมื่อหันไปดูก็พบลอร์เรน หมอนี่จะตามมาทำไมน่ะ หรือว่าจะดักปล้น (มีเงินติดตัวไม่ถึงร้อย) ฆ่าหมกป่า ชำแหละศพ แล้วโยนลงน้ำให้ปลาแทะเล่น ศพฉันต้องไม่สวยแน่ๆ ฉันจึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น ก็รู้สึกว่าคนที่เดินตามมาก็เดินเร็วขึ้นเช่นกันและเมื่อความเร็วของเท้าฉันไม่สามารถเอาชนะนายปีศาจนั่นได้ฉันจึงตัดสินใจเดินข้ามถนนแทน
                ปี๊นๆๆๆ!!!
                “คาเพลลา ระวัง!!”
                ความรู้สึกสุดท้ายก่อนหมดสติ รู้สึกถึงอ้อมแขนที่เข้ามาประคองฉันโดยโอบหลังฉันไว้ก่อนจะกระแทกตัวลงกับพื้นไปด้วยกัน
 
                ‘
แม่ แม่ครับ แม่’

                ‘ลอร์เรน ระวังรถลูก’
                เอี๊ยด!!!
                โครม!!!
                เสียงล้อเสียดสีกับถนนดังลั่นพร้อมกับเสียงร้องอันน่าเวทนาของเด็กชาย
                ‘แม่ครับ แม่ ฮือๆๆ ใครก็ได้ช่วยด้วย แม่ครับอย่าหลับตานะ แม่ครับๆ แม่!!’เด็กชายร้องไห้ตัวโยนมีบาดแผลถลอกเต็มตัวพลางก่อนร่างหญิงสาวที่แน่นิ่งไว้แน่น
ที่นี่ที่ไหน…
                {รู้สึกตัวแล้วนี่หน่า}
                เสียงใครรบกวนฉันเนี่ย คนเขากำลังจะดูหน้าเด็กอยู่ รู้ไหมว่านอกจากสวยแล้วฉันยังเป็นนางสาวไทยที่รักเด็กด้วย
                {ไม่พิการก็บุญโขแล้ว}
                ใครพิการ หนวกหูจริงๆ เลย
                O_< ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก อ๊าาา…แสบตาจังเลย ใครเปิดไฟเบอร์แรงเนี่ย (ไฟมีเบอร์หรอวะ)
                “ที่นี่…”
                “โรงพยาบาล” ลอร์เรนตอบ เออรู้แล้วไม่ได้ถาม แล้วฉันมาที่นี่ได้ไงเนี่ย ฉันจำได้ว่ากำลังข้ามถนน แล้วก็…มีรถพุ่งมา อ่ะ!ฉันถูกรถชนนี่หว่า ตามตัวก็ไม่ได้มีบาดแผลอะไร แต่ดันมีผ้าพันหัวอยู่ ไม่น่ะ!!เอาแค่ร้อยหัวพออย่าถึงพันนะ ไม่มีตังค์
                {เป็นอะไรมากรึเปล่าน่ะ ดูทำท่าเข้า}
                “อ๋อ!!ฉันสบายดี ไม่ต้องห่วง ขอบใจมากนะ” ^__^
                “หะ เธอพูดว่าไงนะ” อ้าว!!เมื่อกี้หมอนี่ไม่ได้ถามฉันหรอว่าเป็นอะไรมากรึเปล่า แล้วเสียงมาจากไหนเนี่ย =*=
                “ก็…”
                “ฟื้นแล้วหรอค่ะ หนูสองคนไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วนะคะ เดี๋ยวขอเช็คสมองนิดหน่อย ก็กลับบ้านได้แล้ว” พยาบาลสาวสุดสะบึมเดินเข้ามาในห้อง ฉันไม่ได้บ้าน่ะที่ต้องมาเช็คสมองน่ะ
                “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมกลับเลย”
                “หนูด้วยค่ะ”
                ค่ารักษาพยาบาลลอร์เรนเป็นคนจ่ายเพราะฉันมีเงินไม่ถึงร้อยไง ประหยัดเงินดีแถมมีสารถีมาส่งถึงบ้านด้วย
                ฉันกลับมาถึงบ้านด้วยอาการไม่เต็มบาทขาดสองสลึง  พ่อกับแม่ก็ไปต่างประเทศกันหมด ฉันเลยต้องอยู่บ้านคนเดียวที่ใหญ่โตมโหฬารอย่างนี้ แต่ดันมีเงินไปโรงเรียนไม่ถึงร้อย พรุ่งนี้ไปโรงเรียนกดเงินจากATMมาใช้สักหมื่นดีกว่าฉัน
                เมื่อเดินมาถึงห้องฉันก็ไม่มีอารมณ์จะกินข้าวอาบน้ำแล้ว นอนเลยดีกว่า
                {เหมือนยัยคาเพลลานั่นจะอ่านใจเราได้เลย}
                “เสียงใครน่ะ ฉันถามว่าใคร!!”
                {ช่างมันเถอะ อาจจะบังเอิญก็ได้}
                “ใครน่ะ บอกมานะ”
                ก๊อกๆๆ
                “คุณหนู มีอะไรรึเปล่าค่ะ”
                “ป้าค่ะมีใครมาพูดอะไรที่หน้าห้องคาเพลรึเปล่าค่ะ” ฉันตะโกนถามป้าแววที่ยืนเคาะประตูอยู่นอกห้อง
                “ไม่มีนี่ค่ะ คุณหนู ป้าได้ยินแต่เสียงคุณหนู มีอะไรรึเปล่าค่ะ” ป้าแววถามฉันด้วยน้ำเสียงตกใจระคนห่วงใย
                “ไม่มีอะไรค่ะ ป้าแววไปพักผ่อนเถอะค่ะ คาเพลอยากนอนแล้ว”
                “ค่ะๆ ถ้ามีอะไรก็เรียกป้านะคะ”
                “ค่ะ ขอบคุณค่ะ”

                โอ๊ย!!ปวดหัว ปวดตุ๊บๆ เลยด้วยใครมันเอาระเบิดมาใส่หัวฉันเนี่ย รู้งี้ให้ยัยพยาบาลสะบึ้มนั่นตรวจให้ก็ดีหรอก
ฉันเดินไปหยิบยาแก้ปวดมากินสองเม็ด อันที่จริงอยากกินทั้งหมดเลยอ่ะนะจะได้หายปวดเร็วๆ แต่ถ้ากินจนหมดฉันอาจจะไม่ได้ตื่นก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นน่ะ สองเม็ดก็ดีแล้ว
 
                “คาเพล ทางนี้ๆ ^^” เสียงจิวเวอร์รี่ตะโกนเสียงดังพร้อมกวักมือเรียกเหมือนนางกวักในร้านขายของชำที่ไม่ค่อยมีคนเข้า
                “มีอะไรหรอ เรียกซะโดดเด่นเลย”
                “คือว่าวันนี้มีเทสต์ตอนเที่ยง ตอนเช้าว่างฉันจะชวนไปดูหนังด้วยกันน่ะ”
                =*=;;ไปดูหนังก่อนสอบเนี่ยนะ ยัยนี่คิดอะไรอยู่เนี่ย
                {ตอบตกลงซักทีสิ ฉันจะได้ไปหาบิวล์สุดที่เลิฟซักที ฮี่ๆ}
                ทะ…ทำไมฉันรู้สึกเหมือนว่าอ่านใจคนได้เลยล่ะเนี่ย โอ๊ยยยยยย คนสวยปวดหัวจี๊ดดดดด
                “เธอไปคนเดียวเถอะ ฉันไม่ได้อยากไปเป็นก้างขวางคอใครหรอก ขอตัวนะ”
                ={}=
                ฉันพูดก่อนเดินเลี่ยงไปยัยจิวเวอร์รี่อ้าปากค้างจนแมลงวันแมลงหวี่เข้าไปไข่ทิ้งเต็มปากไปเลยทีเดียว
                “เธอใช่มะ ที่อ่อยโนวาจนเขาพาเธอไปห้องพยาบาลแล้วอยู่กับเขาสองต่อสองน่ะ” ยัยหน้าปลวกหมายเลขหนึ่งเดินเข้ามาขวางหน้าพร้อมทำหน้าตาและน้ำเสียงแบบหาเรื่องและมีอีกสามตัวทั่วทุกทิศเลยทีเดียว เดี๋ยวสักพักก็ต้องนั่งลงยองๆ ชูมือสองนิ้วทั้งสองข้างแล้วก็ร้อง ‘ฮอบๆๆ’ แบบตอนเรียนลูกเสือตอนประถมแหงๆ
                “มีปัญหารึไง” ฉันตอบกลับอย่างไม่ค่อยกวน สงสัยยัยพวกนี้อยากถูกตบเหมือนลูกผอ.โรงเรียนเก่าฉัน เดี๋ยวแม่จัดให้ เรื่องโดนไล่ออกน่ะไม่สนแล้วล่ะ เดี๋ยวออกให้ก็ได้ จะได้ไปล้างซวยทีเดียวเลย
                ฉันมองหน้าคู่ต่อสู้อย่างไม่กลัว ไม่ต้องเป็นลูกเสือลูกแมวมันแล้ว แล้วฉันก็ได้ยินเสียงออกมา…
                {พูดอย่างนี้ มีเรื่องแน่ยัยหน้าเกลียด หน้าด้าน หน้าหนาจริงๆ}
                {บังอาจมากมาอ่อยโนวาของฉัน นังสารเลว ไม่รู้รึไงว่าที่นี่ใครใหญ่ เพิ่งเข้ามาใหม่แท้ๆ เสร่อ!!}
                {ต้องตบสั่งสอนลูกเดียว แก้มเนียนๆ นั่นต้องได้มีรอยมือฉันประทับไว้ด้วย หึๆ ยัยดัดจริตเอ๋ย}
                {เอาแค่ตาย!! เอาให้ตายๆๆๆ อย่างเดียวเท่านั้น อีนังปลาทะเลน้ำลึก}
                แล้วนี่มันเรื่องอะไรที่ฉันจะมายืนฟังยัยหน้าปลวกทั้งหลายด่าฉันในใจด้วยเนี่ย คนหน้าตาดีเริ่มงง =*=;
                “มีน่ะมีแน่” ยัยหน้าปลวกหมายเลขสองพูด
                “จับมันไว้”
                แต่ด้วยสันชาตญานการมีเรื่องกับแก๊งค์อันธพาลทุกโรงเรียนเป็นเรื่องปกติของฉันอยู่แล้วทำให้ฉันหลบหลีกยัยหน้าปลวกหมายเลขสองและสามได้อย่างรวดเร็ว และด้วยความไวในสันดานฉันหลบอย่างเดียวไม่สนุกฉันเลยจับหัวยัยหน้าปลวกสองตัวนั่นโขกหัวกันอย่างแรงจนร่วงลงไปกองแทบบาทาฉัน ไม่รู้กะโหลกร้าวรึเปล่านั่น แต่ก็ทำให้ยัยหน้าปลวกที่เหลือเหวอไปเลยทีเดียว
                “ไหน ใครอยากมีเรื่องอีก” ฉันถามหน้าตายแต่สิ่งที่ฉันได้ยินตามมาในหัว
                {โหด ซาดิสม์}
                {ป่าเถื่อน}
                “ฉันนี่ไง” เสียงผู้หญิงหน้าตาพอไปวัดไปวาได้ รูปร่างถึกแอนด์บึกบึนพูดขึ้นข้างหลังฉัน ได้ เดี๋ยวจัดให้
                “สารวัตรนักเรียน/สารวัตรนักเรียน” ยัยหน้าปลวกทั้งสองตัวประสานเสียงกัน
                O_oว่าไงนะ!!!

 

ห้องกิจการนักเรียน
                “เธอนี่กล้ามากเลยนะ เข้ามาได้ไม่กี่วันก็มามีเรื่องให้เสียชื่อเสียงโรงเรียนแล้ว แทนที่จะเคารพกฎระเบียบของโรงเรียนอย่างเคร่งครัด แต่การกระทำของเธอเนี่ยรู้บ้างไหมว่าจะทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน” เสียงอาจารย์ที่มีขนขึ้นบนปาก (หนวดนั่นแหล่ะ) หนาเตอะพูดขึ้น ฉันนั่งดูขนที่ขยับขึ้นขยับลงอย่างสนุกสนาน
                ขนขยับได้นี่เท่ดีนะ!! ^o^
                “เธอยังฟังฉันอยู่ใช่ไหม”
                “เดี๋ยวจะไปทำบ้าง”

                “ว่าไงนะ” อาจารย์หน้าขนโวยวาย
                “คะ?” เมื่อกี้ฉันหลุดพูดอะไรไปงั้นหรอ
                “เธอจะไปทำอะไร” เออ นั่นดิ ตูจะไปทำอะไรวะ และด้วยแชมป์สตอร์เบอแหลสองสมัยซ้อนจึงตอบกลับไปอย่างชาญฉลาด
                “กลับไป…ทำตัวให้ดีขึ้นค่ะ”
                “แล้วไป”
                รอดแล้วล่ะ!!!! ^O^
                “แต่ร่างกายของนักเรียนชองเรา หัวแตกไปสองคน ถ้าคนเดียวก็แค่พักการเรียน…”
                โด่เอ๊ย!!พักการเรียนบ่อยแล้ว 1อาทิตย์ 1 เดือน จิ๊บๆๆๆ
                “…แต่นี่สองคนถือเป็นโทษสองเท่า เราจึงจำเป็นต้องเชิญออก”
                โด่เอ๊ย!!เชิญออก ก็คือไล่ออกน่ะแหล่ะ เคยโดนแล้ว จิ๊บๆ
                หา!!!O_Oว่าไงนะ
                ไล่ออกหรอ!!!
 
ห้องผอ.(อีกแล้วครับท่าน)
                “ใบลาออกค่ะ” ฉันยื่นใบลาออกที่หน้าผอ. ประเสริฐดีจริงๆ เมื่อวานมอบตัวเข้าเรียนเข้าเรียนอีกวันยื่นใบลาออก =_=;;
                “ทำไมถึงลาออกล่ะ” ผอ.เอ่ยปากถามฉัน แน่ล่ะเป็นใครก็ต้องถามล่ะ
                “มีเรื่องทะเลาะวิวาททำร้ายนักเรียนจนบาดเจ็บเลือดอาบไปสองคนครับ” คำตอบที่ออกไปไม่ใช่จากปากฉันแต่เป็นปากของอีตาหนวดนั่น ชิ!!!
                “ผอ.ครับ” เสียงบุรุษที่สี่ดังขึ้นหน้าประตูตอนนี้ฉันไม่มีอารมณ์ไปสนใจอะไรทั้งนั้นแหล่ะ นอกจากกระดาษที่เขียนบนหัวว่าใบลาออก Y-Y
                “มีอะไรหรอโนวา” พี่โนวางั้นหรอ ก็ยังไม่ทำให้ฉันไปสนใจได้อยู่ดี
                “ผมขอคัดค้านการลาออกของคาเพลลาครับ” ถึงอย่างนั้นก็…หา!...O0O
                ฉันหันขวับไปมองหน้าพี่โนวาอย่างรวดเร็ว พี่โนวาหันมายิ้มหวานให้ฉัน นี่มันไม่ใช่งานแต่งงานในโบสถ์นะ จะได้มาขอยกเลิกพิธีกลางคันน่ะ =O=;;
                “ทำไมล่ะ” อีตาลุงหนวดพูดขัดอย่างไม่สบอารมณ์ “ถ้าเหตุผลไม่เพียงพอ เด็กนี่ก็ต้องออกอยู่ดี”
                “นักเรียนบริเวณนั่นบอกว่าแก๊งเรดแองเจิ้ลเป็นฝ่ายเข้ามาหาเรื่องคาเพลลาก่อน คาเพลลาก็หลบการต่อสู้จนทำให้หัวของเรดแองเจิ้ลอีกสองคนชนกันครับ” ใช่! แต่ผิดนิดหน่อย ฉันเป็นคนจับหัวยัยสองคนนั่นโขกเองตะหาก
                “มีหลักฐานรึไง” ตาหนวดเริ่มหน้าเสีย แต่ยังคงเก๊กขรึมอยู่นั่นแหล่ะ
                “มีครับ เป็นพยานมากกว่า ทุกคนเข้ามาได้แล้ว!!” สิ้นเสียงพี่โนวา บรรดาชะนีกรูปีและสารพัดสัตว์บกก็เข้ามายืนเบียดเสียดกันในห้อง อันที่จริงห้องนี้ก็ใหญ่นะ แต่ไปๆ มาๆ ไหงมันเล็กลงได้เนี่ย =*=
                “ทุกคนในทีนี้ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันได้ว่าที่ผมพูดมาทั้งหมดเมื่อกี้เป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น”
                “ใช่/ใช่” เสียงดังฟังชัดทุกตัวเลย /(ToT)\
                “และคนที่เริ่มก่อนก็คือลูกคุณนั่นแกล่ะครับคุณสุชาติ” พี่โนวาพูดเสียงเย็น อ๋อ!!ที่จะไล่ฉันออกนี่จะให้หาคนผิดแทนลูกตัวเองสินะ ทุเรศจริงๆ เลย
                “ว่าไงคุณสุชาติ” ผอ.จ้องหน้าอีตาหนวดเขม็ง
                “ได้ ผมให้เด็กคนนี้อยู่ต่อก็ได้” ตาหนวดตอบอึกๆ อักๆ ก่อนจะเดินเบียดเสียดกับชะนีออกไปทันที
มันต้องอย่านั้นอยู่แล้ว วะฮ่ะๆๆๆ
                “ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็เชิญออกไปได้แล้วนะทุกคน ออกซิเจนจะหมดแล้ว” ท่านผอ.เชิญอย่างสุภาพก่อนที่ทุกคนจะทยอยเดินกันออกไป ดูแล้วสงสารประตูเป็นที่สุด เบียดเสียดกันจังเลย
                “คาเพลลา เธออย่าไปมีเรื่องกับใครอีกล่ะ” ผอ.หันมาสั่งฉันก่อนที่ฉันจะเดินออกจากประตูออกมาพร้อมกับพี่โนวา
                “คาเพล คือ…”
                “ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยคาเพล นี่ถ้าไม่ได้พี่โนวาช่วยไว้ป่านนี้คาเพลคงต้องออกจากโรงเรียนนี้ไปแล้ว” ฉันกล่าวขอบคุณพร้อมรอยยิ้ม
                “เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้ไหม” ^^
                “เห๋?”
                “เป็นแฟนกับพี่นะ”
                O_O ฉันจ้องเข้าไปในตาคู่สวยสีน้ำตาลอ่อนได้ยินแต่คำว่า ‘ชอบ’ เต็มไปหมด ถ้าฉันจะตอบตกลงก็คงไม่ผิดใช่ไหม ก็พี่โนวาทั้งหล่อ ทั้งนิสัยดีอย่างนี้ ใครเห็นก็ต้องชอบทั้งนั้นแหล่ะ
                “ว่าไง”
                “ตกลงค่ะ^_^”
                พี่โนวาเดินมาส่งฉันที่ห้องแถมยังเดินเข้ามาส่งถึงที่อีกต่างหาก แล้วก็ยังเลื่อนเก้าอี้ให้ด้วย น่ารักจริงๆ เลยคุณแฟนฉัน
                “พี่ไปเรียนก่อนนะ ตอนเที่ยงจะมารับไปทานข้าวด้วยกัน ^^”
                “ค่ะ” ฉันรับคำก่อนที่พี่โนวาจะโน้มตัวลงมาใกล้ๆ ฉันก่อนที่จะ…
                จุ๊บ!
                O_O

                “พะ…พี่โนวา” ก่อนที่ฉันจะพูดอะไรมากไปกว่านี้พี่โนวาที่ขโมยหอมแก้มฉันก็เดินลิ่วๆ ออกไปจากห้องฉันเรียบร้อยแล้ว ฉันยกมือขึ้นมาลูบแก้มด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นสุข
                “เธอ เป็นแฟนกับไอ้โนวาหรอ เมื่อไหร่” เสียงลอร์เรนดังขึ้นใกล้ๆ จนฉันสะดุ้งนิดหน่อย ตอนเข้ามาไม่ทันสังเกตแฮะฉัน
                “ก็เมื่อกี้น่ะ” ฉันตอบยิ้มๆ
                “ใจง่าย”
                “O[]O นาย ว่าไงนะ!!”
                “ฉันบอกว่าเธอใจง่าย รู้จักกันเท่าไรเชียว ง่ายๆ อย่างเธอ คงไม่มีอะไรเหลือแล้วน่ะสิ” ลอร์เรนพูดหน้านิ่งๆ แต่ทำให้ฉันอารมณ์พุ่งปี๊ดๆ เลยทีเดียว
                “ลอร์เรน!!มันจะมากไปแล้วนะ” ฉันลุกขึ้นตบโต๊ะดังปังด้วยความโมโห
                “น้อยไปน่ะสิ เลิกยุ่งกับมันซะ แล้วอย่าหาว่าฉันไม่เตือน”
                “นายคิดจะทำอะไร ”
                “ฉันไม่ได้คิด และไม่เคยคิด คนที่คิดจะทำน่ะ ไม่ใช่ฉัน”
                “นายหมายความว่าไง” ลอร์เรนไม่ตอบแต่กลับเดินออกไปจากห้องหน้าตาเฉย อย่างนี้ฉันค้างคานะ ฉันไม่ยอมแพ้ วิ่งตามลอร์เรนออกไปทันที “นี่ลอร์เรน เดี๋ยวก่อน”
                “อะไรของเธอ” ลอร์เรนหยุดเดินก่อนหันหน้ามาหาฉัน
                “ฉัน…อยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่” ใช่แล้ว ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ฉันก็เริ่มมีอาการประหลาดๆ เกิดขึ้น มีเสียงผู้คนมากมายดังขึ้นในหัวฉันทั้งที่ฉันอยู่ห่างไกลจากคนเหล่านั้น แต่ฉันกลับได้ยืนเสียงชัดเจนเหมือนกับยืนอยู่ใกล้ๆ
                “ฉันไม่รู้ มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉัน” ลอร์เรนพูดก่อนที่จะจ้องหน้าฉันเขม็ง ถ้ามันมีขี้ตาก็บอกกันดีๆ เซ่!!
                ลอร์เรนไม่ยอมพูดอะไรนอกจากเลื่อนหน้ามาใกล้ฉันเรื่อยๆ แล้วก็….
                “คาเพลล่า ที่น่าร้ากกกก” เสียงหวานเจื้อยแจ้วของผู้หญิงที่คิดว่าน่าจะเป็นยัยจิวเวอร์รี่ดังขึ้น ฉันรีบผลักลอร์เรนออกไปอย่างรวดเร็วก่อนที่จิวเวอร์รี่จะมาเห็นอะไรเด็ดๆ เข้า
                “อะ อ้าว เธอไม่ได้ไป …ไปหาแฟนเธอหรอ” ฉันถามเสียงตะกุกตะกัก
                “อือ…แล้วเธอกับลอร์เรน…”
                “เรา เพิ่งเจอกันเมื่อกี้น่ะ แล้วฉันก็กำลังจะเข้าห้องพอดีเลย” ฉันหันไปมองลอร์เรนที่ไม่ยอมพูดอะไรซักคำแถมยังยืนทำหน้านิ่งอยู่ได้
                “หรอ….” จิวเวอร์รี่ลากเสียงยาวแบบจ้องจะจับผิด
                “ก็ใช่น่ะสิ ไปเรียนได้แล้ว” ฉันพูดก่อนที่จะลากจิวเวอร์รี่เข้าห้องเรียนไปอย่างรวดเร็ว
 
พักเที่ยง
                ~เที่ยงแล้วทานอาหารเลยจ้า เที่ยงแล้วทานอาหารเลยจ้า~
                เสียงออดบ้าบอนี่ดังมาจากห้องประชาสัมพันธ์ ทำเอาฉันปวดหัวตุ้บๆ อยากรู้จริงๆ เลยว่าไอ้ประธานโรงเรียนนี่บ้าหรือว่าปัญญาอ่อนกันแน่ฟร่ะที่ใช้ออดติ๊งต๊องอย่างนี้เนี่ย
พี่โนวามารับฉันที่ห้องเรียนตามที่บอก ยัยจิวเวอร์รี่ถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลยทีเดียว สงสัยว่าจะเสียใจมากที่แฟนตัวเองไม่หล่อขั้นเทพแบบนี้ โฮะๆ ^o^
                พี่โนวามารับซื้อข้าวให้ฉันแล้วเดินมาที่โต๊ะที่เหลืออยู่เพียงคนเดียว ไม่เชิงเหลือหรอกแต่มีคนนั่งอยู่คนเดียว นั่นก็คือ…
                ลอร์เรนนั่นเอง!!
                ฉันหย่อนก้นลงนั่งตรงข้ามกับลอร์เรน ก่อนที่พี่โนวากับจิวเวอร์รี่จะนั่งลงมาตามแต่ลอร์เรนกลับทำท่ารังเกียจก่อนที่จะลุกออกไปทันที
                “ทานเยอะๆ นะครับจะได้โตเร็วๆ” พี่โนวาพูดก่อนจะตักผักใบเขียวมาให้ฉัน ฉันไม่ชอบกินผักเลยอ่ะ มันเหม็นเขียว แต่ถ้าไม่กินเดี๋ยวก็จะเสียน้ำใจพี่โนวาอีกน่ะสิ ฉันเลยตักเข้าปากอย่างอดไม่ได้
                แหวะ!!อยากอ้วก
                เวลาพักกินข้าวผ่านไปเกือบชั่วโมงหลังจากที่ฉันกินข้าวเสร็จก่อนที่เสียงออดจะดังขึ้นอีกครั้ง
                ~หมดเวลาพักเที่ยง เชิญเข้าห้องเรียนค่า หมดเวลาพักเที่ยง เชิญเข้าห้องเรียนค่า~
                ฉันว่าถ้าเปลี่ยนเป็น ‘หมดเวลาสนุกแล้วสิ หมดเวลาสนุกแล้วสิ’ แบบในเทเลทับบี้ยังดีกว่าอีกนะ ตลอดเวลาพักเที่ยงที่น่ากลัว ฉันต้องมานั่งกินผักกับข้าว อยากบอกว่า อยากอ้วกกกกก ผักบ้าอะไรไม่รู้ไม่เห็นอร่อยเลยอ่ะ
                เที่ยงนี้อาจารย์กาแฟคั่วไฟแรง(ไหม้)เดินเข้ามาในห้องในชุดสีแดงแจ๋เสมือนพริกเขมือบอีกาพร้อมกระดาษมรณะในมือ
                “วันนี้เราจะมีสอบเกี่ยวกับการคำนวณสารละลายที่ครูบอกไปเมื่อคาบที่แล้วนะคะ นั่งแยกกันตามเลขที่เลยค่ะ” ปากของอาจารย์พูดเป็นต่อยกระดองเต่า(แข็งกว่าหอย)พูดมากจนไม่อยากเขียนทั้งหมด
                หลังจากที่อาจารย์พูดจบเวลามหันตภัยที่พร้อมจะพรากชีวิตฉันได้ทุกเมื่อก็มาเยือนในบัดดล เมื่อใบมรณะบัตรของฉันตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่เบื้องหน้าฉันนี้แล้ว ฮึกๆๆ โฮกกกกกToT
                ฉันจับปลายปากกาแน่นหลังจากเขียนชื่อและนามสกุลเสร็จแล้วฉันก็ไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรต่อดี ก็คนมันนึกอะไรไม่ออกอ่าาา…
                นี่ถ้าฉันกำลังเล่นเกมเศรษฐีล่ะก็ขอตัวช่วยได้ม้ายยยย
                ฉันนึกอะไรแหล่มๆ ออกแล้วล่ะ ถ้าฉันอ่านใจคนได้จริงๆ ล่ะก็นะ มันต้องใช้การได้สิน่า ฮี่ๆ ^o^
                ฉันลองตั้งสมาธิเพ่งจิตไปที่อีตาแว่นหนาๆ ที่นั่งอยู่ข้างๆ ฉันทันที!!
                {เมื่อ Aมีโมเลกุล 0.75 แล้ว Bมีโมเลกุล 0.2 x 10ยกกำลังลบสาม Cจะมีโมเลกุลเท่าใดเมื่อนำ Aและ Bมารวมกันจะได้ 7.5 x 10 ยกกำลังลบหนึ่งรวมกับ…}
                อะไรจะเลิศปานนั้น ^o^
                ฉันจดปากกายิกๆ ลงในกระดาษในทันที อ่านใจคนได้นี่มันก็มีข้อดีเหมือนกันนะ เฮอะๆ
                {ฮ่ะๆ ได้ 7.5 x 10 ยกกำลังลบหนึ่งรึ ไอ้ริริวเก่งเคมีนี่ น่าเชื่อถือได้}
สะ…เสียงใครน่ะ -O-
                {นั่นใคร?}
                ละ..ลอร์เรนหรอ? O_O
                บ้าน่า!!ทั้งที่ยังไม่ได้ขยับปากทำไมลอร์เรนก็ได้ยินเสียงฉันล่ะ แล้วฉันก็ดันได้ยินเสียงหมอนั่นด้วยเล่า   มันอะไรกันเนี่ย
 
                “พลังจิต”
                “อะไรนะ” ฉันอุทานขึ้น หลังจากที่เลิกเรียนฉันก็มาเจอกับลอร์เรนที่หน้าห้องเรียนก่อนที่ฉันจะลากหมอนี่มาคุยด้วยที่หลังอาคารเรียน “นายบอกว่าพลังจิตงั้นหรอ พลังจิตอะไร ฉันงงไปหมดแล้ว”
                “พลังจิตน่ะ มันทำให้อ่านใจคนได้ ฉันเองก็มีเหมือนกัน ตั้งแต่ 6 ขวบ ตอนที่แม่
     ฉัน…ตาย ถ้าตอนนั้น ฉันไม่วิ่งไปกลางถนน แม่ฉันก็คงจะไม่…เป็นอย่างนี้…” ลอร์เรนพูดเสียงเศร้า นันย์ตาคู่หวานเอ่อคลอด้วยน้ำใส

                “…” หรือว่าภาพนั้น…ภาพเด็กชายคนนั้น
                ‘แม่ครับ แม่ ฮือๆๆ ใครก็ได้ช่วยด้วย แม่ครับอย่าหลับตานะ แม่ครับๆ แม่!!’
                “หลังจากนั้น ฉันก็มีพลังจิตที่อ่านใจใครต่อใครได้ ทั้งที่ฉันไม่ได้ต้องการมันเลย”
                “ทำไมล่ะ ฉันว่ามันก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่หน่า” ออกจะมีประโยชน์เวลาสอบซะอีกน่ะสิ ฮิๆ ^o^
                “เพราะพลังบ้าบอนี่ทำให้ฉันรู้ความจริงที่พ่อเกลียดฉัน พ่อมีภรรยาใหม่ที่มีมาก่อนที่จะแม่แล้วก็มีลูกด้วยกันก่อนที่จะมีฉันซะอีก เมียใหม่ของพ่อก็เกลียดฉัน รวมทั้งไอ้โนวาด้วย ทุกคนในบ้านต่างเกลียดชังฉัน ฉันต้องทนอยู่ในบ้านที่มีแต่ความเกลียดชัง เธอ…ก็คงจะได้มันมาตอนที่เกิดรถชนนั้นแหล่ะ…แต่แปลก ตรงที่…ฉันอ่านใจเธอได้บ้างไม่ได้บ้างเหมือนกับว่าความคิดเธอถูกปิดกั้นไว้” ลอร์เรนพูดก่อนที่จะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉัน…
                ตึกตัก! ตึกตัก!-///-
                “นะ…นาย” หน้าของลอร์เรนห่างจากหน้าฉันไม่ถึงคืบ จนยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ดวงตาสีนิลของเขาจ้องเข้ามาในตาของฉัน ฉันแทบไม่กล้ากระพริบตาเลยทีเดียว
                “ตอนนี้…เธอคิดอะไรอยู่”
                “ฉะ…ฉัน” -///- ฉันกำลังเขินโว้ยยยยยยย
                “ว่าไง”
                หมับ!!

                ไม่ทันทีฉันจะได้ตอบอะไร ฝ่ามือหนาใหญ่ก็คว้าหมับที่ข้อมือฉันแล้วออกแรงบีบจนฉันไม่ทันได้ตั้งตัว
                “โอ๊ย!!อะไรเนี่ย นี่นายจะทำอะไรน่ะ ปล่อยฉันนะ” ฉันหันไปร้องโวยวายพร้อมบิดข้อมือที่ถูกบีบจนเหมือนจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ กับบุรุษชุดดำหน้าตาคมเข้ม ดวงตาสีฟ้าเยือกเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลก จ้องฉันฉันด้วยแววตานิ่งๆ
                “มากับฉัน!!” เสียงโหดจากบุรุษชุดดำที่หน้าหล่อเหลาราวกับมาริโอ้กับเคน ภุภูมิรวมกันก็ตะเบ็งเสียงดังลั่น
                หมับ!!
                “ฉันไม่อนุญาต” ลอร์เรนคว้าข้อมืออีกข้างของฉันไว้ เอาเลยสิทั้งสองคนเลย กระชากแขนฉันให้จั๊กแร้ฉีกไปเล๊ยยยย
                “เป็นพ่อยัยนี่รึไง ปล่อยมือแกซะไอ้หน้าจืด” ไอ้ปีศาจชุดดำตวาดเสียงลั่นด้วยความโกรธ อุ๊ยตาย!!สงสัยงานนี้จะเกิดสงครามนองเลือดเพื่อการแย่งชิงสาวงามแห่งจักรยาน
                “เห็นทีว่าคงจะไม่ได้หรอก”
                “นี่มันไม่ใช่เรื่องของแก ปล่อยมือเน่าๆ นี่ซะ” ปีศาจชุดดำส่งสายตาพิฆาตละลายหัวใจใส่ลอร์เรน
                “มันเป็นเรื่องของฉันแน่ ถ้าเกี่ยวกับยัยเอ๋อนี่” บอกฉันทีว่ายัยเอ๋อที่นายพูดถึงน่ะ ไอ้หน้าหล่อชุดดำนี่ใช่ไหม T-T
                ไอ้ปิศาจหน้าหล่อนั่นถลึงตาใส่ลอร์เรนอย่างโกรธแค้นก่อนที่จะเหวี่ยงหมัดไปกลางอากาศพุ่งสู่ใบหน้าของลอร์เรนอย่างรวดเร็ว ไม่นะ!!
                ลอร์เรนหลบหมัดนรกนั่นได้อย่างสวยงาม กรี๊ดดดดดด….เท่!!
                นี่ไม่ใช่เวลามาเคลิ้มกับความเท่แสนเสน่หานี่ ลอร์เรนกระชากฉันออกก่อนที่จะเข้าแลกหมัดกับไอ้ปิศาจหน้าหล่อนั่นอย่างสนุกสนานรวดกับเล่นหมากเก็บกันเหมือนตอนปอสาม เอ้ย!!ไม่ใช่ๆ
                ตุ๊บ!!ตับ!!
                อ๊า…ทนดูม่ายด้าย O_Oลอร์เรนกับไอ้ปีศาจนั่นตีกับจะตายแล้ววววว ทำไงดี ทำไงๆ อ๊ะ!! ไม้หน้าสาม ลอร์เรนต้องใช้ตัวช่วยซะแล้วววววว งานนี้นายต้องขอบคุณในคุณงามความดีของฉันที่ช่วยนายไว้ ฮ่ะๆ
                ฉันคว้าไม้หน้าสามที่อยู่ใกล้แถวนั่นขึ้นมาทันที ก่อนที่เตรียมส่งให้ทางอากาศ
                “ลอร์เรน รับ!!”
                ฟิ้ววววววว
                หมับ!!
                แม่นมากเลยToT
                ตอนนี้ไม้ตกไปอยู่ในมือของไอ้หล่อนั่นแล้วล่ะ ลอร์เรนซวยแน่เลย!!!
                “หึหึ ขอบใจ” ไอ้ปีศาจหันมาแสยะยิ้มให้ฉัน
                ผัวะ!!
                ตูว่าแล้ว TTOTT ไอ้หน้าหล่อใจยักษ์จัดการฟาดไม้หน้าสามใส่หลังลอร์เรนอย่างแรง กระดูกสันหลังหักไหมนั่น
                เหตุการณ์เหมือนตอนนางโมราใจชั่วช้ายื่นดาบให้โจรป่าหน้าตาหน้าเกลียดนั่นเลย ตอนนี้ลอร์เรนก็สลบเหมือดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำไงต่อดี
                “ยะ…อย่าเข้ามานะ” ฉันพูดเสียงสั่น ด้วยความกลัวขึ้นมานิดๆ ให้ตายสิฉันไม่น่าหาเรื่องโยนไม้หน้าสามนั่นเล้ยยย
                “เธอห้ามฉันได้ด้วยหรอ” ไอ้ปิศาจสุดหล่อยิ้มเย็นมาให้ฉันจนเริ่มขนลุก อ๊ายยยย ทำไงดีล่ะเนี่ยทีนี้ ลอร์เรนก็ไปซะแล้วววว
                “คิดว่าไม่ แต่ฉันจะไม่ยอมไปกับแกแน่ ไอ้ปิศาจนรกใจยักษ์ ใจมาร นิสัยเสีย ชอบใช้กำลังไอ้บ้า!!” ไอ้ปิศาจนั่นไม่ได้กระทบกระเทือนต่อคำด่าฉันเลยซักนิด แถมยังกระตุกยิ้มแล้วเดินเข้ามาใกล้ฉันเรื่อยๆ ฮือๆ กลัวแล้วจริงๆ นะ
                “เธอไม่จำเป็นต้องยอมหรอก แต่เธอต้องไป”
                “ไม่ๆๆๆ ว๊ายยยยย” แงๆๆ ตามแบบหนังไทย เด๊ะ ฉันสะดุดกับก้อนหินล้มลงแล้วววววว ฮือๆๆ เจ็บขานะ
                “เธอน่ะยอมไปกับฉันดีๆ จะดีกว่านะ ถ้าไม่อยากเจ็บตัว” ไอ้ปิศาจนั่นคว้าหมับเข้าที่แขนฉันก่อนที่จะกระชากฉันอย่างแรงจนเซแท่ดๆ เข้าไปอยู่ที่หน้าอกอันแน่นปึงปั๋งของไอ้หล่อนี่
                “ไม่นะ!!!ช่วยด้วยลอร์เรนนนนนนนนน” ร้องไปก็ไร้ประโยชน์ ลอร์เรนคงจะไปเฝ้าพระอินทร์พระจันทร์เป็นที่เรียบร้อยไปแล้วคงไม่มีทางพื้นขึ้นมาแหงๆ โดนฟาดไปซะขนาดนั้น 
                ผัวะ!!!
                อยู่ดีๆ ไอ้ปีศาจหน้าหล่อนั่นก็ล้มลงไปอยู่กับพื้นทันที กะ…เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ไม้หน้าสามนี่มาจากไหนล่ะ ร่วงมาจากต้นไม้งั้นหรอ ไม่น่าจะใช่!
                “ลอร์เรน!!!” 
                “ไม่เป็นไร…ใช่ไหม” ลอร์เรนในสภาพสะบักสะบอมเพราะถูกตีหัวยืนโงนเงนไปมาเหมือนคนหน้ามืดคล้ายจะเป็นลมเพราะยังไม่ได้ดมยาดมตราลิงถือไอโฟนเจ็ด
                “มะ…ไม่เป็นไร นายล่ะเป็นไรไหม” ไม่น่าถาม สภาพสะบักสะบอมขนาดนี้ TwT
                “ฉันไม่เป็นระ…”
                ฮวบ!!
                ไม่ทันจะพูดจบลอร์เรนก็ง่วงจนลืมไปว่าที่นี่ไม่ใช่ที่นอนแล้วล้มตัวลงนอนกับพื้นดินทันที แล้วนี่หรอที่บอกว่าไม่เป็นไรน่ะ
                ตายรึยังเนี่ย!!O_O
                ฉันเอานิ้วจิ้มๆ ไปที่ตัวของลอร์เรน
                จึกๆ
                ไม่มีการตอบสนองจากบุคคลที่คุณสะกิด…
                ไม่ใช่เวลาตลกแล้ว ขืนลอร์เรนยังหายใจพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำแบบนี้ อีกซักพักได้กลายเป็นศพแน่เลย ตอนนี้ก็คงจะไม่มีใครช่วยฉันได้แล้วล่ะนักเรียนคนอื่นๆ ก็คงจะกลับบ้านไปกันหมดแล้ว เห็นแก่นายที่ยอมกระดูกสันหลังหักเพื่อฉัน ฉันช่วยนายก็ได้
                ฮึบ!!!
                หนักอ่ะ!!ให้ตายสิ นี่ฉันกลายเป็นผู้หญิงถึกไปแล้วหรอเนี่ย
ฉันแบกลอร์เรนขึ้นหลังแล้วเอาแขนมาฟาดไว้บนหลังฉันไว้ก่อนจะลากลอร์เรนเดินไปทางห้องพยาบาลในทันที
                ตึง!!
                เฮือก!!
                ตอนนี้ฉันเหมือนคนทำบาปยังไงไม่รู้จะช่วยลอร์เรนแท้ๆ แต่เหมือนจะฆ่าหมอนี่ก็ไม่รู้นะ ลากไปไม่ทันถึงสิบเมตรก็ร่วงลงกับพื้นทุกทีสิน่า เมื่อกี้ก็หัวกระแทกกับซีเมนต์มารอบนึงแล้ว แตกรึเปล่าก็ไม่รู้ ปานนี้ช้ำในตายไปแล้วมั้ง ร่วงบ่อยเกิ้นนน ก็ดูสิฉันน่ะเป็นผู้หญิงที่อ่อนแอและแสนบอบบางจะตาย
                ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะลงไปกระชาก เอ๊ย!!ดึงตัวของลอร์เรนขึ้นหลังมาอีกรอบ
                “เฮ้ย!!ทำอะไรน่ะ”
                ตึง!!
                เสียงแก่ๆ ของผู้ชายคนหนึ่งส่งเสียงดังขึ้นจากไหนไม่รู้ ทำให้ฉันปล่อยมือออกจากลอร์เรนในอัตโนมัติ
                ลอร์เรนจะตายมั๊ยนั่น!! TT-TT
                ฉันหันไปทางต้นเสียงนั่นพบลุงยามหน้าตาเหี่ยวย่นกำลังวิ่งมาทางฉันอย่างเหนื่อยหอบ
                “แฮกๆ อีหนูจะทำอะไรน่ะ” ลุงยามที่วิ่งมาถึงถามขึ้น ก่อนจะยืนหอบแฮกๆ สองสามทีแล้วจะหันไปทางลอร์เรนที่นอนสลบไสล สะบักสะบอมอยู่บนพื้น
                “คือว่า…”
                “หรือว่า…นี่เอ็งฆ่าคนตายหรอ อีหนู”
                “เฮ้ย!!ลุง คือมัน…”
                “จระเข้น้อยเรียกปลาไหล มีเหตุฆ่าคนตายบริเวณหน้าอาคารสาม ฆาตกรเป็นผู้หญิง ผู้ตายเป็นผู้ชาย รีบมาด่วน” อีตาลุงยามนั่นไม่ฟังฉันซักนิด อยู่ๆ ก็หยิบวอไปเรียกคนอื่นอีก และที่ร้ายกาจกว่านั่นคือบอกว่าฉันเป็นฆาตกรTOT
                ‘ปลาไหลรับทราบ’
                “ลุง!!เค้ายังไม่ตาย!!” ฉันตะโกนเสียงดังจนอีตาลุงนั่นต้องยกมือขึ้นอุดหูแทบไม่ทัน หันมามองหน้าฉันด้วยสายตาไม่เชื่อถือ ก่อนจะใช้มืออั่งที่ปลายจมูกของลอร์เรนแล้วหน้าถอดสีทันที “เป็นไงลุง”
                “เออๆ แล้วเอ็งทำร้ายร่างกายของเขาทำไมเนี่ย” อีตาลุงยามยังไม่วายว่าฉันเป็นผู้ร้ายอีก เดี่ยวปัดตีเข่าใส่ซะเลย
                “ฉันไม่ได้ทำนะ ฉันช่วยต่างหากจะพาไปห้องพยาบาลน่ะ ลุงช่วยฉันหน่อยสิ” ฉันรีบขอความช่วยเหลือทันที
                “ช่วยอะไร”
                “พาเพื่อนฉันไปห้องพยาบาลทีสิ”

                “ได้ๆ” ลุงยามพูดก่อนจะพยุงลอร์เรนขึ้นบ่าอย่างสบายๆ โอโฮ้!เห็นแก่ๆ ยังมีแรงนะเนี่ย นึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว
                “เดี๋ยวลุง!!”
                “อะไรรึ” ลุงยามหันมามองหน้าฉันอย่างงงๆ
                “วอไปบอกเพื่อนลุงด้วยนะว่าไม่ต้องมาแล้ว”
 
ห้องพยาบาล
                ฉันพาลอร์เรนในสภาพที่ไม่ได้น่าดูนักเข้ามาในห้องพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้วจัดการทำแผลที่ถูกไอ้หน้าหล่อทำร้ายร่างกายและรอยช้ำเป็นจ้ำๆ อันเนี่ยมาจากฝีมือฉันเอง สะบักสะบอมขนาดที่ฉันคิดว่าถ้าลืมตาตื่นขึ้นมาได้นี่ยังคงมีบุญสูงเลยล่ะ
                “อีหนู เดี๋ยวลุงไปตรวจเวรก่อนนะ ถ้าไอ้หนุ่มนี่ฟื้นแล้วก็ปิดห้องพยาบาลให้ด้วยล่ะ”  ตาลุงยามยืนสั่งฉัน ฉันตอบรับตกลงก่อนที่แกจะเดินกระย่องกระแยงบิดไหล่ไปมาออกไปจากห้องเหมือนกับคนเพิ่งไปยกน้ำหนักมางั้นแหล่ะ
                “เดี๋ยวลุง!”
                “อะไรอีกล่ะ”
                “ลุงช่วยไปดูศพ..เอ้ย!!คนที่นอนเป็นลมอยู่ที่หลังอาคารเครื่องกลให้ด้วยนะว่าเค้ายังอยู่ไหม” ฉันล่ะไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าจะไปห่วงคนที่จะมาทำร้ายตัวเองทำไม อาจจะเป็นว่าเค้าหล่อก็ได้นะ -.,- ฮุๆ
                “คนรึ ได้ๆๆ” ลุงรับปากก่อนที่จะเดินออกไป
ฉันเหลือบไปมองนาฬิกาบนฝาผนังบอกเวลาสามทุ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้วยังงี้ฉันจะกลับไปดูละครหลังข่าวทันได้ไงเนี่ยTToTT ห้องพยาบาลนี้ไม่มีทีวีรึไงนะ บ้านนอกจัง!!
ฉันหันซ้ายหันขวาสายตาก็ไปปะทะกับหนังสือนิทานอยู่ เอาว่ะ!ไม่มีทีวีเอานิทานแทนก็ได้ฟร่ะ แล้วฉันก็เอื้อมไปคว้าหนังสือนิทานนั่นมาทันที
                เจ้าหญิงนิทรา
                กาลครั้งหนึ่งนานมามากๆๆๆ แล้ว จนจำไม่ได้ว่าเกิดในสมัยขงจื้อหรือสินเจียฮ่องเต้
                เกี่ยวอะไรกับขงจื้อกับสินเจียเนี่ย ไอ้คนเขียนมันบ้ารึเปล่าวะ-*-
                ว่าแต่ว่ายัยเจ้าหญิงติ๊งต๊องนี่โดนเจ้าชายสุดหล่อจูจุ๊บก็ฟื้นแล้วสินะ แล้วถ้าเป็นเจ้าชายหัวแตกเลือดอาบ สภาพสะบักสะบอมขนาดนี้โดนเจ้าหญิงแสนสวยที่สุดในสามโลกจุ๊บเนี่ยจะฟื้นรึเปล่าน๊าาา (คนอ่านบอกว่างั้นเธอคงไม่ได้จูบหรอกเพราะเจ้าหญิงแสนสวยคงไม่ใช่เธอหรอก --> คนอ่านฝากเขียนมา)
                ฉันมองหนังสือนิทานคลาสสิกฉบับดึกดำบรรพสลับกับหน้าของลอร์เรนอย่างชั่วร้ายเพราะไม่อยากจะใส่ใจคำบ่นของคนอ่าน (เพราะว่าฉันเป็นถึงนางเอกนี่หน่า จะทำอะไรก็ไม่ผิด ฮี้ฮ้า!!) นี่ฉันยอมเป็นผู้หญิงใจง่ายเสียจูบให้ผู้ชายฟรีๆ เลยนะเนี่ย ฉันแสนจะขาดทุน (หรออออ)
                แล้วฉันก็ค่อยๆ เลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ๆ ลอร์เรน ง่ะ!!-^-ได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ด้วยวุ้ยไม่เป็นไรถือซะว่าเป็นของสมนาคุณจากนายลอร์เรนนี่ก็แล้วกัน เอิ๊กๆๆ
                ~รายการนี้เหมาะสำหรับผู้ชมที่มีอายุ 30 ขึ้นไป (เยอะไปป่ะวะ) ผู้ชมที่มีอายุต่ำกว่า 30ปี ควรข้ามไปอ่านหน้าสุดท้าย (อ้าว!ไม่พลิกไปหรอ ตามใจล่ะกัน) ผู้ชมที่เป็นกุลสตรีไม่ควรปฏิบัติตาม~
                แสงสว่างสีฟ้าวาววาบออกมาจากร่างของลอร์เรนฉันถอนจูบออกมาอย่างตกใจ นะ..นี่มันอะไรกันเนี่ย แสงนี้มัน… มันอะไรกัน
                ฉันก้มมองดูลอร์เรนที่แสงยังคงมีประกายเรืองรอง หรือว่า…ลอร์เรนตายแล้วกลายเป็นเทวดาหว่า?  ไม่น่าจะใช่แฮะ
                แสงสว่างสีฟ้าค่อยๆ เลือนลงอย่างช้าๆ ก่อนที่ฉันจะสังเกตแผลช้ำในต่างๆ ที่เกิดจากการลากด้วยความถะนุถนอมจากฉัน (หรอ) ค่อยๆจางหายไป แล้วที่มือลอร์เรนที่เริ่มขยับแล้ว ลอร์เรนยังไม่ตายอ่ะ T-Tซาบซึ้งจนน้ำตาเล็ด นี่จูบฉันรักษาแผลหมอนี่ได้หรอเนี่ย มหัศจรรย์เกินไปแล้ว
                “ลอร์เรน นายไม่ตายแล้วหรอ” เสียใจอ่ะ อดกินกระเพาะปลางานศพ อะไรเนี่ยฉัน ตกลงจะดีใจหรือเสียใจดีเนี่ยTwT
                ลอร์เรนลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ ก่อนที่จะถามฉันด้วยเสียงแหบพร่า จนออกจะเซ็กซี่-.,-
                “ที่นี่ที่ไหน”
                “ศาลาวัด งานศพนายไงลอร์เรน”
                “ฉันตายแล้วหรอ”
                “ใช่ ไม่รู้ตัวเลยรึไง”
                “ยัยโกหกนี่มันห้องพยาบาลต่ะหาก” ลอร์เรนแย้งแล้วเด้งตัวลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว หมอนี่ไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ ด้วย แผลแหวะหวะที่เป็นฝีมือฉันก็ไม่มี พระเจ้า!!ฉันน่าจะฟาดหัวหมอนี่อีกสักทีสองทีนะ แล้วค่อยพิสูจน์ว่ามันหายเพราะจูบฉันรึเปล่า
                “รู้แล้วมาถามฉันทำไมล่ะ”
                “เธอกวนฉันหรอ แล้วนี่ทำไมฉันไม่มีแผลอะไรเลยล่ะ ฉันน่าจะปวดหลังจากที่ถูกไอ้พวกแบล็ดเดวิลนั่นฟาดเอานะ แต่ทำไมถึง…”
                “เอ่อ.. คือฉันทายาหม่องตราลิงถือเท็บเลทให้นายน่ะ มันคงบรรเทาปวดไปเยอะเลยใช่ไหม” ฉันแถไปข้างๆ คูๆ บางทีหมอนี่อาจจะไม่รู้ว่ากระดูกซี่โคร่งแหลกด้วยฝีมือฉันด้วยก็ได้นะ
                “งั้นหรอ ใช้ได้ผลชะงัดนัดเชียว ฮิฮิ”
                “อือๆ ใช่แล้วฉันคงต้องไปหามาใช้บ้าง ฮ่าๆ” กลบเกลื่อน
                “งั้นฉันไปแล้วนะ” ลอร์เรนพูดก่อนจะลุกขึ้นไปทันที
                “ไปไหน ฉันไปด้วยคนสิ”
 
                ลอร์เรนพาฉันซ้อนจักรยานพร้อมกับถือไฟฉายอีกหนึ่งกระบอกติดมือมาด้วย ไม่รู้ว่าจะเอามาทำไมทั้งที่ถนนก็สว่างโร่ ยังกับว่ายังกลางวันอยู่ยังไงยังงั้น วัยรุ่นมากมายพากันกอดจูบกันในที่สาธารณะ อมิตพุทธ นี่หรือเมืองพุทธเรา
                ลอร์เรนฉายไฟไปมาตามห้องนอนบ้านต่างๆ หลายหลังตลอดทาง นี่นายคงจะมีความสุขที่ได้รังแกคนอื่นสิน่ะ ชาวบ้านชาวช่องได้ด่าหัวกระเจิงแน่ๆ ลอร์เรนเอ๊ย….
                “นี่นายจะส่องไฟไปรบกวนบ้านคนอื่นเค้าทำไมน่ะ” ฉันถามออกไปด้วยความสงสัย
                “เพื่อให้เธอถาม”
                ขอบคุณสำหรับคำตอบนะ ฉันซาบซึ้งนายมาก นี่ถ้าฉันไม่ถามนายคงจะไม่ฉายใช่ม่ะ =_=++
                “นายช่วยตอบฉันให้มันดีๆ หน่อยได้ไหม”
                “แล้วฉันตอบแย่ตรงไหนล่ะ”
                “แย่ตรงนี้แหล่ะ” ฉันว่าบางทีจูบฉันอาจจะทำให้สมองนายนี้เพี้ยนไปก็เป็นได้นะ แต่ละคำพูดที่พูดมามันดูไม่เหมือนคนปกติที่ตอบมาเลยซักนิด
                “เดี๋ยวเธอก็รู้น่า ไม่ต้องพูดมากหรอก”
                แล้วฉันก็นั่งปิดปากไปตลอดทาง ไม่พูดอะไรออกมาอีก
                ลอร์เรนพาฉันมาหยุดที่สนามฟุตบอลที่เปิดไฟสว่างไปทั่วทุกสารทิศ นี่นายจะพา
                ฉันมาวิ่งรอบสนามหรอหรือว่าจะให้มาเตะฟุตบอลเป็นเพื่อน ต้องใช่แน่ๆ เลย

                “นายพาฉันมาที่นี่ทำไมเนี่ย”
                “ไม่บอก” ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
                “มาแล้วครับ พี่ลอร์เรน…” เสียงเด็กราวๆ สิบกว่าคนปั่นจักรยานมาทางนี้อย่างรวดเร็ว โอ้จอร์ด นี่นายมาตั้งม็อปไล่ซาร่ารึเปล่าเนี่ย
                “มาเล่นกันเถอะครับ” เด็กคนหนึ่งในสิบคนพูดขึ้นยิ้มๆ หลังจากที่ลงมาจากจักรยานแล้ว
                ลอร์เรนพยักหน้าน้อยๆ ด้วยรอยยิ้มก่อนจะพาเด็กๆ ไปเล่นฟุตบอลกันที่กลางสนาม
                บรรเจิดมาก!!!
                ฉันนั่งดูลอร์เรนที่เล่นฟุตบอลกับเด็กกลางสนามอย่างสนุกสนาน เขาดูร่าเริงแล้วก็ยิ้มง่ายกว่าตอนที่อยู่โรงเรียนเยอะเลย นี่อาจจะเป็นตัวตนที่แท้จริงของเขาก็ได้นะ อันที่จริงหมอนี่ก็ดูไม่มีพิษภัย แล้วทำไมชอบทำหน้าโหดนักนะ ยิ้มแบบนี้สิดูน่ารักกว่าตั้งเยอะ
เด็กๆ ที่มาเล่นฟุตบอลกับลอร์เรนดูอายุจะไล่เลี่ยลอร์เล่นด้วยซ้ำ น่าจะเด็กกว่าซักปีหรือสองปีเท่านั้น ดูพวกเขามีรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ทั้งนั้น การเล่นฟุตบอลก็ดูจะมีทักษะดีเหมือนกัน ถึงฉันจะเล่นไม่เป็นแต่ฉันดูเป็นนะจะบอกให้
                ฉันนั่งยิ้มอยู่คนเดียวอย่างมีความสุข ฉันนี่ท่าจะบ้าแฮะ เห็นคนเตะฟุตบอลก็ยังยิ้มได้ ฉันคงต้องไปตรวจเช็คประสาทเร็วๆ นี้แล้วแหล่ะ
                เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ฉันเห็นพวกเด็กๆ พวกนั้นโบกมือลาหย่อยๆ กับลอร์เรนแล้วปั่นจักรยานออกไปทันที
                “เจอกันวันแข่งน่ะ ทุกคน” ลอร์เรนตะโกนบอกก่อนที่จะโบกมือให้กับเด็กเหล่านั้นอย่างเท่ แล้วเดินไปเก็บฟุตบอลที่กลางสนาม
                ฉันเดินไปกดน้ำผลไม้ในตู้ขายน้ำใกล้ๆ มาให้ลอร์เรนที่นั่งหอบอยู่ข้างสนาม
                “อ่ะ!!”
                “อะไรของเธอ” ลอร์เรนหันมามองหน้าฉันนิดนึงก่อนจะถามงงๆ
                “น้ำผลไม้ไงไม่รู้จักหรอ บ้านนอกจัง”
                -_-++ “ขอบใจ” ลอร์เรนพูดก่อนที่จะเปิดกระป๋องดื่มทันที
                “สิบบาท”
                “เอาคืนทันไหม” ลอร์เรนถามด้วยหน้าตาเย็นชา
                “ไม่ทันล่ะ ฮิๆ ฉันล้อเล่นน่า”ฉันพูดก่อนจะนั่งลงข้างๆ ลอร์เรน ก่อนจะถามในสิ่งที่ฉันสงสัย“ทำไมเด็กพวกนี้ถึงรู้ล่ะว่านายมาที่นี่”
                “ไฟฉายไง”
                “หะ!!เกี่ยวอะไรกับไฟฉายงั้นหรอ”
                “ฉายไฟ 3ครั้งแปลว่า มารับแล้ว”
                “งั้นหรอ นายฉายไฟไปตามบ้านต่างๆ ก็เพราะอย่างนี้นี่เอง” ฉันพยักหน้าอย่างเข้าใจ “แล้วทำไมป่านนี้เด็กพวกนั้นยังไม่หลับไม่นอนอีกล่ะ อีกอย่างออกมาจากบ้านดึกๆ ดื่นๆ อย่างนี้พ่อกับแม่เข้าอนุญาตหรอ”
                “พวกเขาก็เหมือนฉันนั่นแหล่ะ พ่อแม่ไม่ค่อยสนใจ ขาดความอบอุ่น ก็เลยรวมตัวกันมาเล่นฟุตบอลกันที่นี่ มันก็คงจะดีกว่าไปติดยา ติดผู้หญิงล่ะนะ”ลอร์เรนพูดเสียงเบาๆ ก็จริงที่ลอร์เรนบอกอ่ะนะ ดีกว่าไปทำตัวเกเรตั้งเยอะเลย
                “แล้วที่บอกว่าเจอกันวันแข่งล่ะ”
                “เธอนี่ซักอย่างกับภรรยาถามสามีที่กลับบ้านดึกเลยนะ หึๆ”
                “-///- เอ่อ…ฉันก็แค่อยากรู้น่ะ”
                “ฉันก็บอกไง เรามีแข่งขันนัดแรกกันที่เมือง พาราไดซ์ ทาวน์น่ะ เป็นครั้งแรกที่เราได้ลงแข่ง ก็เลยเต็มที่หน่อยน่ะ”
                “อืม! ให้ฉันไปเชียร์ไหม”
                “แล้วแต่เธอสิ”
                “นี่นาย ฉันถามอะไรอีกอย่างนะ”
                “เธอถามมาหลายอย่างแล้วนิ อีกซักอย่างจะเป็นไรไปล่ะ”
                “นายดูไม่ค่อยจะคบกับเด็กในโรงเรียนเลย ทำไม่นายถึงได้มาคบกับเด็กแถวนี้ได้ล่ะ”
                “ก็คงเพราะว่า เด็กที่นี่มีอะไรคล้ายๆ ฉันล่ะมั่ง มีความฝัน ความหวัง แล้วก็ความศรัทธาในสิ่งที่ตนทำ ที่ตนคิด เด็กที่นี่ไม่ได้มีความต้องการที่จะแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับใคร แค่ต้องการความรัก และกำลังใจจากพ่อแม่ของพวกเขาบ้าง ก็เท่านั้นเอง” ลอร์เรนพูดจบก็หันหน้ามาหาฉันแล้วยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ฉันที่เพิ่งเคยเห็นลอร์เรนในแบบนี้รู้สึกแปลกๆ ยังไงไม่รู้แฮะ
                ในตอนนี่ฉันได้รับรู้ได้ถึงความรู้สึกอันอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจฉันได้อย่างแผ่วเบาผ่านสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยสายตาแต่ฉันกลับสัมผัสมันได้ด้วยหัวใจ พลังอันอบอุ่นที่แม้ไม่ต้องพูดกัน ไม่ต้องสบตาเพียงแค่ฉันได้รับมันผ่านทางใจของลอร์เรนส่งตรงมาถึงใจของฉัน มันก็ทำให้ฉันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

                “ฮ้าววววววววว….” ง่วงชะมัดเมื่อคืนฉันไม่น่านอนดึกเลย ต้องโทษนายลอร์เรนคนเดียวที่กว่าจะมาส่งฉันถึงบ้านก็แกล้งฉันมาตลอดทาง เกลียดหมอนี่ชะมัดยาดเลย
                “ยัยคาเพลล๊าาาาา เมื่อวานเธอหายไปไหนมาย่ะ รู้ไหมว่าเมื่อคืนไม่รู้ว่าพี่โนวาไปหาเบอร์โทรฉันมาจากไหน โทรมาหาฉันทั้งคืนจนสายโทรศัพท์แทบไหม้แน๊ะ เพราะว่าหาเธอเมื่อวานไม่เจอ ไปหาที่บ้านก็ไม่เห็น บอกมาเดี๋ยวนี้ๆๆ” จิวเวอร์รี่แว้ดๆๆๆ ใส่ฉันทันทีเมื่อฉันก้าวเท้าเข้ามาในห้องเรียน ซวยอะไรอีกแล้วล่ะ เมื่อเช้าอุตส่าห์ให้ทานหมาข้างถนนแล้วเชียว
                “ฉันเหรอ ฉันก็ …ก็”
                ก็อะไรดีว่ะ!=*=
                “ก็อะไร”
                “ก็…ก็ทำเวรห้องไง”
                ฮี่ๆ บอกแล้วว่าเป็นแชมป์สตอเบอร์แหลแห่งชาติ!!
                “เหรอ…จนเที่ยงคืนเนี่ยนะ”
                เฮือก!นี่กะจะทำความสะอาดทั้งโรงเรียนเลยรึเปล่าว่ะตู
                “กะ…ก็ใช่นะสิ”
                “ไม่ค่อยอยากจะเชื่อเลย”
                ฉันไม่ได้ให้เธอเชื่อซักกะหน่อย ชิ! -^-
                “งั้นเธอ มานี่เลย” ยัยจิวเวอร์รี่พูดพลางฉุดฉันลุกเดินไปจะออกจากห้อง
                “ไปไหนน่ะ”
                “ไปหาพี่โนวา”
                จิวเวอร์รี่บอกแล้วลากตัวฉันออกมาจากห้องเรียนทันทีแต่จังหวะนั้นเป็นจังหวะเดียวที่มีคนเดินเข้ามาในห้องพอดีเช่นกัน
                บึก!!
                “โอ๊ย!!”
                ฉันร้องทันทีที่ก้นกบกระแทกกับพื้นห้องเรียน เจ็บอ่ะ
                “โทษทีไม่ได้ตั้งใจ” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือ หัวก่อนจะช่วยพยุงฉันให้ลุกขึ้นพร้อมกับที่จิวเวอร์รี่ที่ก็เข้ามาพยุงฉันลุกขึ้นเหมือนกัน
                “ลอร์เรน”O_o
                “คาเพล”o_O
                จะตกใจทำไม?(วะ)
                “ลอร์เรนทำท่าประมวลผลซักครู่จึงกล่าวคำทักทายที่เป็นมงคลม้าก*-*
                “เธอระวังตัวด้วย อาจถึงชีวิตเชียวนะ”
                อะ…ไอ้บ้า ใครเขาให้ทักทายกันตอนเช้าอย่างนี้ห๊าาา อัปมงคลที่สุด!!! TOT
                หลังจากที่ลอร์เรนทักทายด้วยถ้อยคำที่แอบแฝงไปด้วยลางร้ายไปแล้ว ฉันก็เริ่มวิตกกังวล คลุ้มคลั่งเหมือนวันนี้จะเป็นวันซวยของฉันยังไงไม่รู้น่ะแหล่ะ จิวเวอร์รี่กึ่งลากกึ่งจูงฉันลงจากตึกเรียนชั้นสิบแล้วเดินมุ่งหน้าไปที่สวนวรรณคดีทันที
 
                ตุ๊บ!!!
                ‘เหมี๊ยว!!!’
                “เฮ้ย!!/ว๊ายย!!” ฉันกับจิวเวอร์รี่ร้องออกมาพร้อมกัน เมื่อมีแมวดำโผล่หัวมาจากไหนไม่รู้วิ่งตัดหน้าไปอย่างรวดเร็ว จนฉันนึกถึงคำพูดของผู้เฒ่าผู้แก่ที่บอกว่า ‘ถ้าแมวดำวิ่งตัดหน้าแสดงว่าเป็นลางร้าย’
                ลางร้าย!!!ลางร้ายยยยยยยย!!...
                “จะ…จิว”
                “มีอะไร”
                “ฉัน…คือ…” ฉันเริ่มกลัวว่าจะเป็นเหมือนที่ลอร์เรนบอกจัง ฮืออออ… T^T
                “เธออย่าติ๊งต๊องไปหน่อยเลยน่า มันไม่มีอะไรอย่างที่คิดหรอก…มั้ง”
แกช่วยให้กำลังใจฉันดีจังเลย ซาบซึ้งในน้ำพระคุณ ฮึก!!แงๆๆ TToTT
                “ก็บอกไปแล้วไงว่าฉันไม่ได้คิดอะไรกับเด็กคนนั้นซักนิด” เสียงผู้ชายที่ฟังดูคุ้นหูฉันดังขึ้นไม่ใกล้ไม่ไกลจากมุมที่ฉันยืนพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว สะดุดรูหูที่ค่อยข้างจะตึงของฉันให้หยุดแล้วยืนสงบนิ่งแล้วชะโงกหน้าเพื่อที่จะฟังอย่างตั้งใจทันที
                “แล้วโนวาไปขอมันเป็นแฟนทำไม ทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร ถ้าไม่ใช่เพราะว่าโนวารักมัน โนวาทำอย่างนี้ทำไม!!!” เสียงแหลมใสๆ จากผู้หญิงร่างบอบบางที่ดูไม่ใช่คนดีนัก เพราะรังสีอำมหิตมันฟ้อง อีกเสียงดังขึ้นอย่างสั่นเครือ เธอต้องกำลังร้องไห้แน่ๆ แล้วนี่มันเรื่องอะไร พี่โนวาพูดกับใครแล้ว ‘เด็กคนนั้น’ ที่พูดถึงไม่ใช่ฉันใช่ไหม??
                “เพราะว่าฉันรู้ยังไงว่าเด็กคนนั้นเป็นรักแท้และเป็นเนื้อคู่ของไอ้ลอร์เรนมัน”
                วะ…ว่าไงนะ O_O เนื้อคู่บ้าบออะไรกัน!!!หมายถึงฉัน…กับลอร์เรนน่ะหรอ เป็นไปไม่ได้ ต้องไม่ใช่ฉันแน่ๆ พี่โนวาจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร เพื่ออะไร!!
                “โนวารู้ได้ยังไง”
                “แล้วมีอะไรในโลกนี้ฉันจะไม่รู้บ้างล่ะ ฮึ”
                “ทำไม?”
                “ฮ่ะ ฮ่าๆๆ ก็เพราะว่าฉันมีสัมผัสพิเศษไง ซิกส์เซ้นส์น่ะ”
                “ซิกส์เซ้นส์?”
                “แล้วที่ฉันทำลงไปน่ะ ฉันก็แค่อยากให้มันได้ของเหลือเดนจากฉันเท่านั้น อย่างคาเพลลาก็แค่ของเล่นชิ้นนึงของฉันเท่านั้น คนดีๆ น่ะ ที่ทำดีลงไปก็หวังผลตอบแทนกันทั้งนั้นล่ะ แต่กับเธอแล้วน่ะคือชีวิตและหัวใจของฉันเท่านั้น ซากุระ” พี่โนวาพูดจบก็ประทับรอยจูบลงที่ริมฝีปากของยัยดอกไม้จันท์นั้นอย่างดูดดื่ม
                ฮึก!!
                เจ็บจัง!!
                ฉันรู้สึกจุกเหมือนมีก้อนหินหนักๆ มาทับในอก มันทั้งหนัก ทั้งเจ็บ เจ็บจนพูดไม่ออก ราวกับว่าเหมือนถูกไม้หน้าสามฟาดลงกลางกบาลอย่างแรง ฉันถูกหลอกมันยังไม่เจ็บเท่าไร แต่เค้าคิดจะทำร้ายฉัน ทำร้ายลอร์เรน ฉันดูโง่มากเลยใช่ไหม ที่พี่โนวาทำกับฉันอย่างนี้เพื่ออะไร พี่โนวาทำเพื่ออะไรกัน ขอบตาฉันร้อนผ่าว จนสายตาเริ่มพร่าเลือนไปด้วยหยาดน้ำใสๆ คลอ จิวเวอร์รี่หันหน้ามาทางฉันอย่างตกใจที่เห็นหน้าฉันมีแต่น้ำตา จึงเข้ามาสวมกอดฉันไว้หลวมๆ เพื่อจะปลอบใจ งั้นฉันขอยืมเสื้อเธอหน่อยนะ
                ปื๊ด!!! -oo-
                จิวเวอร์รี่ทำหน้าหยะแหยงนิดนึงก่อนทำหน้าเหมือนทำใจนิดๆ ให้ฉันสั่งขี้มูกต่อไป

                ปื๊ดดดด
                ฉันที่เริ่มจะทำใจได้แล้วค่อยๆ หันหลังเพื่อที่จะกลับก่อนที่พบกับชายชุดดำหน้าหล่อเมื่อวาน พระจ้าววววว ไอ้หมอนี้มันยังไม่ตายอีกหรอ!!
                ไอ้หล่อชุดดำกระตุกยิ้มอย่างดีใจที่ได้เจอฉันเหมือนกับว่าฉันเป็นรักแรกของมันอย่างนั้นแหล่ะ  ฮู้!! มองใกล้ๆ อย่างงี้หล่อใช่เล่นเลยน่ะเนี่ย เฮ้ย!! ไม่ใช่เวลามาชื่นชมในความหล่อแล้ว ซวยแน่แล้วฉัน!!!

                แล้วฉันจะอยู่ทำไมล่ะ!!หนีสิเว้ยเฮ้ย!!
                ฉันกระตุกชายเสื้อยัยจิวเวอร์รี่เบาๆ เป็นเชิงบอกเหตุจิวเวอร์รี่พยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะออกวิ่งทันที
                แฮกๆๆ ทำไม!!แฮกๆๆ ทำไมมันไม่ไปไหนเลยวะ!!
                ทำไมฉันเคลื่อนที่ม่ายด้ายยยยยย ว้ากๆๆๆๆๆๆๆๆ
                “จะวิ่งไปไหน หึๆ”
                ง่ะ!! ไอ้ปิศาจสุดหล่อมาดึงคอเสื้อฉันไว้อย่างงี้ฉันก็วิ่งไม่ได้เซ่!!อ้ากกกกก…อย่าดึงมากเดี๋ยวกระดุมหลุดแล้วมันจะเซ็กซี่… -.,-
                “มานี่!!”
                “ไม่ไปโว้ย!!ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉันสิ ไอ้บ้า!!” ฉันโวยวายเมื่อไอ้ปีศาจเทพบุตรสุดหล่อนรกส่งมาจุติกระตุกยิ้มอย่างน่ารัก ฉุดกระฉากลากคอเสื้อฉันและยัยจิวเวอร์รี่จนหน่มหน๊มจะทะลักออกมาอยู่แล้วววว
                ตุ๊บ!!
                โอ๊ย!! เจ็บนะ เพิ่งรู้ว่าถูกทำร้ายมันเจ็บแทบขาดใจไปเลย จับทุ่มลงมาได้ก้นคนนะไม่ใช่ตูดไก่ T-T เกิดช้ำขึ้นมามีหวังขายไม่ออกแหงๆ T^T
                ไอ้ปีศาจสุดหล่อพาฉันมาที่หลังสวนที่พี่โนวาและยัยซากุระเหี่ยวเน่านี่ยืนอยู่ นี่กะจะยืนเก๊กแข่งกันเป็นเทพีเสรีภาพกันรึไงฟร่ะ!!
                “เธอ…” พี่โนวาทำตาโตอย่างตกใจที่เห็นหน้าฉัน คงจะคิดถึงฉันมากสินะ
ฉันเหยียดยิ้มส่งไปให้พี่โนวาและยัยซากุระเน่านั่น แล้วเสมองทางอื่นอย่างเจ็บใจ
                “ไอ้ฟารอสแกจับคาเพลลาแฟนฉันมาทำไม!!” โนวาถามไอ้ปีศาจสุดหล่อนั่นเสียงเย็น
                ฉันหันหน้ามามองพี่โนวาอย่างไม่เข้าใจ จนป่านนี้แล้วพี่โนวายังจะแสดงละครเพื่อโกหกฉันไปเพื่ออะไร หน้าด้านที่สุด เลวจริงๆ ดวงตาฉันเริ่มพร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำใสๆ อีกครั้ง ฉันพยายามเงยหน้าขึ้นเพื่อกลั้นน้ำตาไว้ให้ถึงที่สุด
                “ปล่อยแฟนฉันเดี๋ยวนี้”
                “…”
                “ฉันบอกว่า…”
                “พอเถอะค่ะ พี่โนวาเลิกเล่นละครได้แล้ว มันจบไปแล้ว ฉันได้ยินที่พี่โนวาพูดหมดแล้วล่ะค่ะ ฉันมันก็แค่ของเล่นชิ้นหนึ่งของพี่เท่านั้น ที่พี่ขอคบกับฉันก็เพื่อที่จะทำร้ายจิตใจของลอร์เรน ทำร้ายจิตใจของฉัน พี่โนวาเลิกโกหกฉันได้แล้ว!!!” ฉันตวาดเสียงสั่นด้วยน้ำตาที่กลั้นไว้ไม่อยู่ สิ่งที่พี่โนวาทำกับฉัน มันก็แค่หน้าม่าน เราไม่มีทางที่จะรู้ได้หรอกว่าหลังม่านมันสกปรกเลอะเทอะขนาดไหน…
                “รู้แล้วก็ดี อีหน้าด้าน” ซากุระในชุดนักเรียนกระโปรงสั้นจู๋ เสื้อก็รัดติ้วจนน่าเกลียด ค่อยๆ เดินกรีดกรายมาทางฉันด้วยรอยยิ้มที่อาบด้วยยาพิษก่อนที่จะ…
                เพี๊ยะ!!
                เสียงฝ่ามือที่กระทบใบหน้าฉันอย่างแรงจนชาดิกไปทั้งแถบ ฉันใช้มือลูบหน้าอย่างอย่างโกรธแค้นก่อนที่จะพุ่งเข้าไปหาหมายจะตบให้เลือดกลบหน้า แต่ไอ้ปีศาจฟารอสบ้านั้นกลับดึงฉันไว้ด้วยมือข้างเดียวจนฉันขยับต่อไปไม่ได้
                “อีชั่ว แกทำเพื่อนฉันทำไม นังปีศาจ นังเลวเอ๊ย!!แกมัน…”
                เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!
                ซากุระหันไปตบหน้าจิวเวอร์รี่แทบในทันที จนจิวเวอร์รี่สลบไปเลย เลือดสดๆ ไหลลงจากมุมปากจิวเวอร์รี่อย่างน่าสงสาร ฉันตาโตมองค้างด้วยความตกใจ
                “แกทำแบบนี้ทำไม ทำเพื่อนฉันทำไม!!!” ฉันกรีดร้องสุดเสียงเมื่อเห็นร่างที่สลบไม่ได้สติถูกลากออกไปทิ้งที่นอกสวน
                “คนมันปากดีนิ ก็เลยตอบแทนแบบนี้ไง…เจิงซู เซิงจู พานังนี่ไปที่ แดนเจอร์รัส รูม” ยัยซากุระเน่าสั่งให้ผู้หญิงที่ยืนเป็นไม้ประดับข้างๆ ลากพาฉันไปที่ห้องข้างๆ สวนวรรณคดี
                ไอ้ปีศาจฟารอสและเหล่าบริวารชุดดำสุดหล่อจับฉันมัดไว้แน่นบนเก้าอี้ โดยมียัยซากุระเหี่ยวโรยคอยยืนดูภายในห้องนั้น ห้องที่รกไปด้วยเศษซากไม้พุๆ พังๆ เพราะโรงเรียนไม่มีงบประมาณซ่อมห้องนี้มันดูอันตรายตรงไหน บางทีอาจจะเป็นเศษเสี้ยวของเสี้ยนหนามที่จะแทงก้นก็เป็นไปได้ =_=
                “กรี๊ดดดดดดดด… ใครก็ได้ช่วยด้วย!!! ช่วยด้วย!!!” ฉันแหกปากร้อง จนปากจะฉีกถึงรูหูเพื่อต้องการให้ใครสักคนได้ยินแล้วเข้ามาช่วยฉัน
                “กรี๊ดไปเถอะ กรี๊ดจนคอแตกก็ไม่มีใครได้ยินเสียงแกหรอก นังโง่!! เพราะว่าห้องนี้น่ะ เก็บเสียงอย่างดี ฮิๆ” ยัยซากุระเน่าที่เดินเข้ามาใกล้ๆ พร้อมกับพี่โนวาที่ทำสีหน้าไร้ความรู้สึก ให้ตายสิห้องสกปรกอย่านี้มีการเก็บเสียงด้วยรึไงนะ
                ฮืออออ...ฉันจะรอดไหมเนี่ย? ใครจะช่วยฉันได้บ้าง?...
                “ไม่กรี๊ดต่อหรอ ฉันชอบเสียงกรี๊ดเธอน่ะ มันทำให้ฉันอารมณ์ดีมากเลย” อีบ้า!!เป็นนักร้องเกาหลีรึไง ถึงได้ชอบเสียงกรี๊ด วี๊ดๆๆ เป็นนกหวีดแบบนี้น่ะ
                จริงสิ!!ถ้าฉันจะส่งจิตไปให้ลอร์เรน เขาจะต้องได้รับมันแน่!!
                ฉันพยายามสงบจิตใจพลางภาวนาเพื่อให้กระแสจิตที่ฉันส่งไปถึงลอร์เรน หวังแค่เขาจะได้รับมัน…เท่านั้น
                “หมดเวลาหายใจของเธอแล้วคาเพลลา ฉันเสียใจกับเธอจริงๆ นะที่จะต้องมาลาลับโลกไปด้วยวัยเพียงสิบเจ็ดปี ยังดูโลกสวยได้ไม่เท่าไหร่เลย ต้องตายซะแล้ว ฮิๆ” ยัยซากุระยิ้มอย่างเยือกเย็น
                ตาย!!O_O
                ฉันต้องตายเลยหรอ ไม่จริง!!ไม่จริงใช่ไหม…ฮืออออ…เค้ายังไม่อยากตายอ่า!ไม่เอาๆๆๆๆ
                “ทำไม!!ทำไมต้องฆ่าฉันด้วย!!!” ฉันตวาดเสียงดัง
                “คำถามง่ายจังเลยนะ ก็ได้!บอกก็ได้ ก็เพราะทำลายหัวใจของไอ้ลอร์เรนนั้น ศัตรูตัวฉกาจของโนวาไงล่ะ เข้าใจรึยัง!!” ยัยซากุระเน่าพูดเสียงเหี้ยมด้วยสายตาที่น่ากลัวแล้วยื่นหน้ามาใกล้ฉัน “เตรียมใจไว้ได้เลย”
                “ถุ้ย!!” ฉันถ่มน้ำลายใส่หน้ายัยซากุระจนขึ้นฟอง ยัยซากุระเน่านั้นถึงกับหวีดร้องกรี๊ดๆ เหมือนคนบ้า สะใจฉันเสียจริงๆ ฮ่าๆๆๆ
                “ฆ่ามันซะ!!” ยัยซากุระตวาดแว้ดสั่งปีศาจฟารอสและแบล็กเดวิลทันที ฉันหันไปมองอย่างตกใจจนลืมสังเกตหน้าของพี่โนวาที่ตื่นตระหนกมากเพียงใด
                “โอ๊ย!!!!” ไอ้ปีศาจฟารอสหยิบไม้หน้าสามแถวนั้นมาฟาดใส่หลังฉันอย่างแรงทันที ฉันจุกไปหมดทั้งตัว นี่ฉันต้องมาตายเพราะเรื่องบ้าๆ แบบนี้น่ะหรอ T^T
                {หยุดเดี๋ยวนี้นะ} เสียงหนึ่งดังกึกก้องอยู่ในหัวฉันจนรู้สึกปวดแสบบริเวณแก้วหู เหล่าปีศาจชุดดำ ชะนีชุดแดง ยัยซากุระขึ้นเชื้อราและพี่โนวาต่างใช้มืออุดหูกันยกใหญ่ แต่ฉันไม่มีมือยกแล้ววววว >o<
                {ตอนแรกก็คิดว่าจะอยู่เฉยๆ แต่ถึงขั้นทำร้ายคาเพลลา…ฉันไม่มีทางยกโทษให้แน่}
                เพล้ง!!!
                เสียงกระจก ที่อดีตเคยใสบัดดี้มีฝุ่นจับจนหนาแตกกระจายลงบนพื้นห้องเกลื่อนกลาด ก่อนจะปรากฏเงาดำตะคุ่มๆ ตรงบานหน้าต่างอย่างสุดเท่ ว้าว!! พระเอกไม่มีม้าขาวให้ขี่…แป่ว!!
                “ไอ้ลอร์เรน!!” พี่โนวาและยัยซากุระบานช่ำร้องออกมาพร้อมกัน
                ละ…ลอร์เรนงั้นเหรอ?
                เขาได้รับพลังจิตจากฉันใช่ไหม!!ToT
                “จัดการกับมันซี่ ไอ้พวกโง่!!” ยัยพริกหยวกตั้งสติได้เลยสั่งพวกแบล็คเดวิลทันที
                ลอร์เรนสวนหมัดใสปีศาจนัมเบอร์นั้นทันที ก่อนปีศาจนัมเบอร์ทูจะกระโดดถีบลอร์เรน
                ลอร์เรนเหมือนรู้ เอี้ยวตัวหลบทัน แล้วถีบปีศาจนัมเบอร์ทูไปชนกับผนังห้องจนหัวแตกเลือดอาบ…ลอร์เรนใช้เวลาในการจัดการกับปีศาจที่เหลือในเวลาไม่นานนัก ก่อนเข้ามาจัดการซัดพี่โนวาและผลักยัยซากุระเฉาล้มลงแล้วมาแก้เชือกที่มือฉันออก
                “รีบไปเร็ว” ลอร์เรนพูดพลางถึงข้อมือวิ่งออกไปทันที
หญิงสาวในคราบนางมารลุกขึ้นจากพื้นสายตาโกรธเกรี้ยว หยิบโทรศัพท์ กดโทรออกทันที
                “เซิงจู บอกพวกแบล็ดเดวิลที่เหลือฆ่าพวกมันให้หมด”หญิงสาวสั่งด้วยความโหดเหี้ยม ก่อนกดวางสาย
                “ฉันว่าเราเลิกทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เถอะนะ ซากุระ”
                “โนวาไม่เห็นรึไง มันทำร้ายเรดแองเจิ้ลและแบล็ดเดวิลไว้ยังไง มันต้องได้รับบทเรียนอย่างสาสม”  หญิงสาวทำตาโตกัดฟันอย่างโมโห
                “นายมาได้ยังไง” ฉันถามลอร์เรนที่ตั้งหน้าตั้งตาพาฉันขึ้นรถFinoสีฟ้าอ่อนก่อนขับออกไปนอกโรงเรียนทันที
                “มันไม่ใช่เวลาถามเรื่องนี้นะ” ลอร์เรนพูดพลางบิดแฮนด์เร็วขึ้น
                “ฉันอยากรู้ หากไม่รู้ตอนนี้ฉันอาจไม่รู้อีกเลยก็ได้” ฉันตะโกนออกไปแข่งกับเสียงลมที่ตีเข้าหน้าฉัน  ลอร์เรนถึงกับเงียบไป
                “เราต้องรอด ฉันสัญญา” ลอร์เรนพูดแต่ฉันไม่ค่อยได้ยินเลยมีแต่เสียงลมเข้าหู พัดอึ้ออึงไปหมด
                “นายว่าไงนะ”
                เอี้ยด!...
                ลอร์เรนเบรกรถอย่างรวดเร็ว

                แบล็ดเดวิล o_o
                กลุ่มชายชุดดำยืนขวางอยู่ข้างหน้าเหมือนจะมาต้อนรับขบวนงานศพ แต่เกรงว่าจะไม่ใช่ T^Tในมือพวกมันถือปืนอยู่ทุกคน ฉันหันไปมองหน้าลอร์เรนที่เริ่มขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ
“เราต้องรอด” ลอร์เรนพูดแล้วดึงฉันลงจากรถ ลอร์เรนจับมือฉันไว้แน่น
“…”
                “เชื่อใจฉันนะ”
                “ฉันเชื่อใจนาย ลอร์เรน” ลอร์เรนพยักหน้ารับ แล้วดันฉันไปหลบหลังกองไม้
                “อย่าลุกขึ้นมาจนกว่าเสียงปืนจะหยุด เข้าใจนะ”ฉันพยักหน้ารับ ลอร์เรนดันให้ฉันนั่งลง
                “ระวังตัวด้วยนะ”ฉันบอกลอร์เรน ลอร์เรนยิ้มให้อย่างอ่อนโยนก่อนรีบเดินออกไป
เสียงปืนดังหลายนัดต่อหลายนัดอย่างรวดเร็วและยาวนาน จนฉันใจคอไม่ดีอย่างบอกไม่ถูก น้ำตาฉันเริ่มจะไหลกับดวงตะวันที่กำลังจะลาลับฟ้าในเวลาพลบค่ำ เสียงปืนก็ยังดังอย่างต่อเนื่อง ฉันรู้สึกเป็นห่วงลอร์เรนมาก ทั้งยัยจิวเวอร์รี่ที่ไม่รู้ว่าตอนนี้ไปไหน หากมีใครต้องตาย แล้วฉันจะอยู่ยังไงล่ะ  ฮืออออ ฮือ ….ฉันซบมือกับหน้าน้ำตาไหลไม่ขาดสาย
                เสียงปืนหยุดลงฉันค่อยๆ โผล่หน้าขึ้นเหนือกองไม้ ศพของชายชุดดำเกลื่อนกลาดเต็มถนนไปหมด เลือดแดงสาดไปทั่ว ฉันมองหาร่างของลอร์เรน ฉันเดินไปพลิกศพแล้วศพเล่าหวังแค่ได้เจอเขาอีกสักครั้ง ฮือ…ฮือ…เขาไม่ได้อยู่ที่นี้ แล้วเขาหายไปไหน? ฉันเดินกลับบ้านไปด้วยน้ำตานองหน้า
                ฉันกลับเข้ามาในบ้านเหมือนคนไร้วิญญาณ ไม่คิดอยากจะมีชีวิตอยู่อีกแล้ว
                “คุณหนูค่ะ มีผู้ชายมารอพบค่ะ” ป้าแววที่เดินออกมาเปิดประตูรับฉันบอกฉันก่อนที่จะเดินนำไปที่ห้องรับแขก
                ฉันตาโตขึ้นทันที O_Oรึว่าจะเป็นลอร์เรน!!
                ฉันรีบวิ่งตรงไปที่ห้องรับแขกแซงหน้าป้าแววไปที่ห้องรับแขกทันที ผู้ชายร่างสูงในชุดนักเรียนสหเนบิวลาวิทยาคมยืนหันหลังให้ฉันแล้วทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง
                “ลอร์เรน!” ฉันเรียกลอร์เรนด้วยเสียงดัง ร่างสูงค่อยๆ หันหน้ามาช้าๆ
                “พะ…พี่โนวา” พี่โนวานี่!เขามาที่นี่ทำไมกัน? แล้วลอร์เรนล่ะ ลอร์เรนไปไหน T^T
                “ครับ พี่เอง ขอโทษทีที่ไม่ใช่” พี่โนวาพูดเสียงเบาพลางหลบสายตาฉัน
                “ไม่เป็นไรค่ะ พี่โนวา…เอ่อ…มีอะไรรึเปล่าค่ะ” ฉันถาม ฉันไม่อาจทนมองหน้าคนที่มีส่วนในการทำร้ายลอร์เรนได้นานนักหรอก
                “พี่จะมาขอโทษ เรื่องที่…”
                “ช่างเถอะค่ะ ฉันไม่อยากฟัง” ฉันพูดตัดบท
                “ฟังพี่ก่อนสิ”
                “พอได้แล้วค่ะ ออกไปจากบ้านคาเพลเถอะค่ะ ฉันไม่อยากได้ยินอะไรทั้งนั้น” ฉันยกมือปิดหูพร้อมกับหันหน้าหนีไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว ทุกสิ่งมันชัดเจนอยู่แล้ว พี่โนวาต้องการทำร้ายฉัน ทำร้ายลอร์เรน ฉันทนฟังคำแก้ตัวของพี่โนวาไมได้จริงๆ
                “ใจเย็นสิ พี่จะบอกว่า พี่ไม่ได้ตั้งใจทำให้ใครเดือดร้อนเลยนะ จริงอยู่ที่พี่เกลียดลอร์เรน แต่พี่ไม่ได้เกลียดคาเพลนะ” พี่โนวาพยายามพูดอย่างใจเย็น
                “ไม่ได้เกลียดงั้นหรอ!!ไม่ได้เกลียดแล้วทำไมต้องฆ่ากันด้วย” ฉันตวาดถามพี่โนวาน้ำตาคลอ
                “พี่ไม่ได้อยากทำเลยแม้แต่น้อย พี่พยายามห้ามซากุระแล้วแต่เขาไม่ยอมฟัง ตอนแรกพี่ก็คิดที่จะทำร้ายหัวใจของลอร์เรนนั่นแหล่ะ แต่…พี่ทำคาเพลไม่ได้ พี่ไม่รู้ว่ามันเหมาะสมหรือเปล่า ถ้าพี่บอกว่าพี่รัก…”
                “เลิกเสแสร้งซักที!!ออกไปได้แล้ว”
                “พี่รู้ว่าตอนนี้ลอร์เรนรักคาเพลมาก และคาเพลเองก็คงจะรักลอร์เรน เชื่อพี่เถอะเธอสองคนเกิดมาเพื่อคู่กันนะ พลังจิตที่เธอสื่อสารกันได้ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เกิดขึ้น แต่คงเป็นเพราะวิญญาณของจัสมินแม่ของลอร์เรนที่คอยคุ้มครองพวกเธออยู่ ที่พี่มาก็เพื่อที่จะมาบอกแค่นี้ เราคงจะไม่ได้พบกันอีก” พี่โนวาพูดเสียงเบาด้วยท่าทีที่สงบเช่นเดิม ที่พี่โนวาพูดเป็นเรื่องจริง จริงหรอ? ฉันควรจะเชื่อคนๆ นี้ไหม ควรเชื่อใช่ไหมที่พี่โนวาบอกว่า ลอร์เรนรักฉัน จริงใช่ไหม?
                แต่ความรู้สึกในใจลึกๆ บอกฉันว่า ผู้ชายคนนี้ ไม่ใช่คนโกหก…
                “พี่โนวา” ฉันเรียกชื่อพี่โนวาเสียงด้วยแผ่วลงกว่าเดิม
                “พี่จะไปอยู่ปารีส ส่วนจิวเวอร์รี่ คาเพลไม่ต้องห่วงนะ เธอไม่เป็นอะไรมากพี่พากลับไปส่งที่บ้านให้แล้ว” พี่โนวาหันมายิ้มให้ฉันด้วยสายตาอ่อนโยน
                “…”
                “ลาก่อนนะ น้องสาวของพี่” พี่โนวาพูดจบก็เดินออกไปจากห้อง ฉันเดินไปทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาอย่างเหนื่อยอ่อน ลอร์เรน นายอยู่ที่ไหน? นายจะรู้บ้างไหมว่าฉันเป็นห่วงนายน่ะ? คนบ้า!!!ฮือออออ….
                แว้บ!!
                แสงอะไรน่ะ?
                แสงไฟจากอะไรซักอย่างฉายเข้ามาทางกระจกในห้องรับแขก
                แว้บ!!
                อีกแล้ว…ใครแกล้งวะ!!เดี๋ยวออกไปด่าให้เปิงซะหรอก คนเขากำลังเศร้านะ
                แว้บ!!
                สามครั้งแล้วนะ!!
                เอ๊ะ!ฉายไฟสามครั้งงั้นหรอ?
                ‘ฉายไฟสามครั้งแปลว่า มารับแล้ว’
                ลอร์เรน!!!
                ฉันวิ่งสุดแรงเกิดออกไปที่หน้าบ้านอย่างรวดเร็วโดยไม่ให้หมาชิง ผู้ชายที่นั่งบนจักรยานในท่าสบายๆ ถือไฟฉายแล้วฉีกยิ้มให้ฉัน
                แฮกๆ เหนื่อยชะมัด!
                “ลอร์เรน!!!!!”

                “นึกแล้วว่าต้องสื่อถึงเธอได้” ลอร์เรนพูดก่อนที่จะเดินเข้ามากอดฉันไว้
                “นายไม่เป็นไรฉันไหม ฉันเป็นห่วงแทบแย่” ฉันถามลอร์เรนทันทีที่คลายออกจากอ้อมกอดเมื่อกี้
                “ไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อยนี่”
                “แล้วนายไปไหนมาล่ะ”
                “ฉันไปตามฆ่าเซิงจูหัวหน้าแก๊งน่ะสิ พอกลับมาก็ไม่เจอเธอแล้ว ฉันเป็นห่วงเธอมากนะ” ลอร์เรนพูดพลางฉีกยิ้มหวานใส่ฉัน
                “แล้วนายรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่นี่”
                “ไอ้โนวาบอก” ลอร์เรนพูดแล้วทำหน้าบึ้งทันที “พูดอะไรกับมันบ้างล่ะ”
                “เปล่านี่ พี่โนวาบอกว่าจะปารีสน่ะ”
                “งั้นก็ช่างหัวมันเหอะ ฉันรักเธอนะ”
                “อะไรนะ” เมื่อกี้ลอร์เรนบอกฉันว่าไงนะ
                “ฉันรักเธอ คาเพลลาฉันไม่รู้ว่ามันจะเร็วไปไหมแต่ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ แล้วเธอล่ะ” ลอร์เรนพูดพร้อมก้มหน้าเข้ามาใกล้ อ๊ายยยยยย…..เขินนะ -///-
                “ดะ…เดี๋ยวสิ!!ตั้งแต่เมื่อไรกัน” นั่นน่ะสิ ตั้งแต่ตอนที่ฉันลากลอร์เรนจนหัวฟาดพื้นจนสมองเบลอรึเปล่าน่ะ หรือว่าตอนที่ขับรถหนีพวกซากุระ แต่…โอ๊ย!!!ไอ้หัวใจบ้า หยุดเต้นแรงซักทีอกระบมหมดแล้วนะ
                “ตั้งแต่เจอกันครั้งแรกที่ห้องของพ่อฉันน่ะสิ”
                “ครั้งแรกเลยหรอ?” O_O
                “อืม เหมือนมีแรงดึงดูด เหมือนมีความรู้สึกที่บอกว่าใช่ เหมือนหัวใจมันจะหยุดเต้น เหมือนว่าใจของฉันมันกลายเป็นของเธอไปแล้ว”
                “เว่อร์ซะ!”
                “แล้วเธอล่ะ”
                “ฉันทำไม” -///-
                “เธอรู้สึกยังไงกับฉัน” ลอร์เรนยิ้มหวานอีกครั้ง มาถามอะไรเล่า!เขินเป็นนะ
                “งั้นๆ แหล่ะ” ฉันตอบก่อนหันไปทางลอร์เรน ที่หุบยิ้มทันที
                “ฉันไม่ใช่พี่โนวานี่นะ ฉันก็ลืมไป เธอคงไม่มีความรู้สึกดีๆ ให้ฉันหรอก ฉันมันก็แค่…”
                “ฉันรักนาย” ฉันรีบพูดทันที ฮึ้ย!!จะขอเล่นตัวหน่อยก็ไม่ได้ ขี้น้อยใจชะมัด
                “อะไรนะ ไม่ได้ยิน”
                “ฉันบอกว่าฉันรักนาย!!” ฉันตะโกนเข้าไปในรูหูของลอร์เรน หมอนี่นิ
                “ว่าไงนะ ไม่ได้ยินเลย รักใครนะ?”
                “ฉันรักนายลอร์เรน!!!!คาเพลลารักลอร์เรน!!!ได้ยินไหม!!” ฉันตะแบงเสียงทั้งแปดหลอดงั้นออกมาตะโกนพร้อมป้องปากให้เสียงมันก้องกว่าเดิม เอาเลยลอร์เรน!!นายชนะแล้ว ชาวบ้านจะออกมาด่าฉันแล้ววววว
                “ก็แค่นั้นแหล่ะ” ลอร์เรนพูดก่อนที่จะประกบริมฝีปากลงมาจุมพิตแล้วมอบความหวานให้ฉันจนฉันแทบลอยเลยทีเดียว
                ฮ้าาาา….. เคลิ้ม!!

 

บทส่งท้าย
                “ลอร์เรน สู้ๆ” เสียงตะโกนเชียร์ของฉัน ดังเย้วๆ อยู่ข้างสนาม แข่งกับเสียงกรี๊ดกร๊าดของบรรดาชะนีแอนด์กรูปีกำลังเชียร์ฟุตบอลในรอบชิงชนะเลิศอยู่ในตอนนี้
ลอร์เรนที่วิ่งไล่ลูกฟุตบอลอยู่กลางสนาม หันมายิ้มหวานให้กับฉัน ก่อนเตะฟุตบอลโด่งเข้าประตูอย่างสวยงามในนาทีสุดท้ายอย่างพอดี
                ~ผลการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ทีมสมาร์ทแมนชนะทีมโอลลี่ยูไปได้ด้วยคะแนน 5-0 ราวกับว่าทีมสมาร์ทแมนสามารถอ่านใจทีมโอลี่ยูได้เลยทีเดียวนะครับผ้มมมม ~
โฆษกที่พากษ์บอลนั่งพูดจนฟองขึ้นไมค์เลยทีเดียว แต่เมื่อกี้ว่าไงนะ? อ่านใจได้งั้นหรอ?...
ลอร์เรนที่เลิกสนามแล้วเดินถอดเสื้อโชว์ซิกส์แพ็คให้สาวๆ กรี๊ดเดินตรงมาหาฉันด้วยรอยยิ้มอย่างเท่ น่าหมั่นไส้ชะมัด!!
                “ขี้โกงอีกแล้วนะ ลอร์เรน”
                “ช่วยไม่ได้นี่ ก็มันได้ยินเอง”
                “เด็กนิสัยไม่ดี”
                “ไม่ดีแล้วไม่รักหรอ” ลอร์เรนพูดแล้วทำปากมู่ -3-
                “รักสิ รักนายคนเดียว”
                “ถ้ารักงั้นก็ต้องให้รางวัลด้วย”
                “รางวัลของคนขี้โกงเนี่ยนะ”
                “ใช่แล้ว เร็วสิ!”
                ฉันสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดก่อนที่จะแตะปากลงบนที่แก้มของลอร์เรนเบาๆ ลอร์เรนหันมาทำหน้าอย่างไม่พอใจทันที จะเอาอะไรอีกล่ะ
                “อย่างนั้นไม่เรียกว่ารางวัลหรอก ของจริงต้องนี่”
ลอร์เรนพูดจบก็จับหน้าฉันมาประกบปากทันทีอย่างเนิ่นนาน ตาบ้านี่!ไม่อายคนทั้งสนามหรือไงน่ะ เสียงกรี๊ดดังกระหึ่มกว่าเสียงเชียร์เมื่อกี้อีกนะ อ๊ายยยยยยย…
                แต่ถึงอย่างนั้น…
                ฉันก็มีความสุขอยู่ดี
 
จบ~~~~

 

 

 

 

 

 

 
 
 
 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ แมงโก้สตรีน จากทั้งหมด 17 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น