ซิกม่า โรงเรียนเวทมนตร์คนอลเวง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 101 Views

  • 0 Comments

  • 6 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    0

    Overall
    101

ตอนที่ 9 : งานสภาพาเพลิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 มี.ค. 62

9 งานสภาพาเพลิน

วันนี้เด็กๆทั้ง 8 คนที่เพิ่งรู้ตัวว่าเป็นสมาชิกสภานักเรียนก็พากันเดินทางมายังห้องสภานักเรียนตั้งแต่ 8 โมงเช้า เพราะว่าพี่ๆนัดมาพูดคุยเกี่ยวกับหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบก่อนนั่นเอง

“ได้ยังไงนะ” อลิซที่เดินอยู่รั้งท้ายบ่นพึมพำกับตัวเองคิ้วก็ขมวดอย่างคนคิดหนัก ทั้งๆที่เจ้าตัวไม่ค่อยคิดอะไร

“เป็นอะไรอะ อลิซเห็นหน้านิ่วคิ้วขมวดมาเกือบตลอดทางเลยเนี่ย”

“สงสัยอะซัล”

“ซัลเฟอร์ สงสัยอะไรหรอ” ซัลเฟอร์แก่ชื่อตัวเองแล้วถามคำถาม

“มันยาวไป เรียกไม่ถนัด ก็สงสัยว่า ฉันมาอยู่ ณ จุดๆนี้ได้ไง”

“จุดไหน”

“จุดที่เป็นสภานักเรียนใช่ไหมล่ะ” อากัสหันมาร่วมวงสนทนาอย่างสนอกสนใจ (ฉันว่ามันขี้เสือกมากกว่า : อลิซ)

“อือ ใช่ งงมาก เขาใช้อะไรเลือกอะ อย่างเนี่ย อากัสงี้ ฉันงี้ ไม่ควรมาอยู่ ณ จุดนี้ปะ”

“นั่นสิ ฉันก็สงสัยตัวเองเหมือนกันอะ” วิเวียนทำท่าคิดหนัก

“เดินมองทางด้วย” และเสียงนิ่งๆของเมทัสก็ทำให้วิเวียนหันมาและหลบกระถางต้นไม้ตรงหน้าได้ทัน

“อ๊ะ ขอบใจนะ”

“อือ”

“อยากรู้ก็ไปถามพวกรุ่นพี่สิอลิซ จะมาคิดเองไปทำไมกัน” และสุดท้ายซัลเฟอร์ก็สรุปให้ ทำให้คนคิดมากพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย แถมให้รางวัลคนเก่งด้วยการตบหลังเสียแรงไปหลายทีเป็นการขอบคุณ...จนจุกเลยทีเดียว

ก็อกๆๆ

“สวัสดีค่ะ พวกเรามาแล้วค่ะรุ่นพี่” คาลินดาที่เดินนำหน้าเป็นคนเปิดประตูเข้าไป

“อ้าว เข้ามาสิจ๊ะ” เสียงหวานๆที่ดูคุ้นหูดังลอดออกมาทำให้คนหน้าห้องที่เหลือโล่งใจขึ้นก่อนพากันเดินเข้าห้องไปอย่างไม่แน่ใจในชีวิตกันนัก

“อะ นั่งกันก่อนสิ จะนั่งตรงไหนก็ตามใจเลยนะ” ชาเรย์ชี้ไปรอบห้อง ซึ่งเป็นห้องกว้าง หน้าตาคล้ายห้องเรียนพวกเธอแต่มีตู้เอกสารแล้วก็อะไรหลายๆอย่างสำหรับการทำงานครบครัน เมื่อเด็กๆเลือกนั่งกันเรียบร้อยแล้วพี่ที่อยู่ในห้องก็พากันเดินมานั่งใกล้ๆ กลายเป็นการประชุมย่อมๆ

“ก่อนอื่นเนอะ พี่จะแนะนำคร่าวๆแล้วกัน เดี๋ยวเราก็ไปดูงานต่ออีกทีแล้วค่อยทำความรู้จักกับพี่สภาแต่ละฝ่ายนะ” ชาเรย์ที่ใกล้ชิดกับน้องที่สุดเป็นคนเอ่ยเปิด

“ค่ะ/ครับ”

“ใครอยู่ชั้นปีไหนดูจากนาฬิกาก็รู้กันใช่ไหม พี่ประธานปีห้าชื่อพี่ลาล่า ปีสี่พี่ตีก้า ปีสามพี่คาริสม่า แล้วก็ปีสองก็คือพี่เนอะ สำหรับงานในสภาจะมีสี่ส่วนหลักๆนะ ส่วนแรกจะเป็นส่วนของเอกสารต่างๆ ส่วนที่สองจะเป็นเรื่องของกิจกรรมภายในโรงเรียน ส่วนที่สามเป็นกิจกรรมที่ต้องประสานกับนอกโรงเรียน แล้วก็ส่วนสุดท้ายจะเป็นเกี่ยวกับงบประมาณ ให้พวกเราแบ่งกันไปทำส่วนละสองคนนะ แล้วก็เลือกประธานนักเรียนด้วยล่ะปีนี้ จากพวกเธอ 8 คนนี่แหละ”

“เอ่อ พี่ชาเรย์คะ สงสัยค่ะ ทำไมถึงเป็นพวกหนู 8 คนคะ” อลิซยกมือขออนุญาตเมื่อรุ่นพี่พูดจบแล้วถามสิ่งที่เธอสงสัย

“อ๋อ พี่จับฉลากห้องก่อนน่ะจ่ะ พวกกุหลาบไรงี้ แล้วพอได้ห้องก็ให้พี่ประธานปีห้ากับปีสามหลับตาจิ้มห้องของน้องๆมา เลยได้น้องสองห้องนี้ไง” คำตอบที่แสนจะมีหลักการ ทำให้น้องๆสภาหน้าใหม่ถึงกับยิ้มแหย นี่คนที่เป็นสภานักเรียนมันมีที่มาที่มีหลักการ(?) น่าเชื่อถือ(?) ขนาดนี้เลยหรอเนี่ย

“รู้แล้วก็อย่าพูดไปล่ะ คนข้างนอกเขาค่อนข้างเชื่อถือกับพวกสภานักเรียนนะ มันดูน่าเชื่อถือมีชื่อเสียงอะไรแบบนี้อะ” ลาล่าพูดไปยิ้มไป

“ขืนบอกออกไป สงสัยไม่มีใครมาเรียนที่นี่อีกแหงเลย” อากัสกระซิบกับอลิซอย่างปลงๆ

“ก็ว่างั้นแหละ”

“เอาล่ะ จะเลือกกันเองหรือให้พี่เลือกให้ เดี๋ยวไปไม่ทันเรียนคาบแรก”

“พี่เลือกให้ครับ/ค่ะ” แทบจะพร้อมเพรียงกัน

“โอเค งั้นคาลินดากับเมทัสไปอยู่ฝ่ายเอกสารนะ มันมีงานพวกวิชาการด้วย วิเวียนกับโรสไปอยู่กิจกรรมที่ต้องประสานกับนอกโรงเรียนแล้วกัน เราสองคนดูน่าจะคุยกับคนอื่นได้ ซัลเฟอร์กับเจมส์ดูงบประมาณแล้วกัน ส่วนอลิซกับอากัสดูงานในโรงเรียนแล้วกันนะไม่น่ามีงานอะไรให้เราสองคนทำแล้วอะ แสบทั้งคู่” ชาเรย์พูดปิดท้าย

“ไม่จริงนะครับ เราสองคนน่ารักมาก”

“ใช่ค่ะ คาลินดาเป็นพยาน” อลิซกอดแขนเพื่อนสาวพร้อมทำตาปริบๆ เรียกคะแนนสงสาร

“เอาเถอะ ไปๆ แยกย้ายไปเรียนงานฝ่ายตัวเอง อีกสิบห้านาทีก็ต้องเข้าเรียนแล้วเนี่ย ฝ่ายเอกสารมุนในเลย ที่มีตู้เยอะๆนั่น ฝ่ายงบประมาณตามพี่มาจ่ะ ส่วนงานนอกนั่งรอตรงนี้ งานในเข้าไปตรงโต๊ะกลมนั่นเลย เอาล่ะแยกย้ายได้”

“ครับ/ค่ะ”

 

เที่ยงตรง แทบจะทันทีที่ครูสั่งให้เก็บของและปล่อยออกจากห้องเรียน เด็กทั้งแปดคนก็เดินมาเผชิญหน้ากันทันที

“ใคร...จะเป็นประธานนักเรียน” ซัลเฟอร์เปิดประเด็นขึ้นมากลางวงที่เพื่อนๆกำลังจ้องตาวัดใจกันอยู่

“ไม่ใช่ฉันแน่ๆ เอาหมอนี่สิ” อลิซปฏิเสธเป็นคนแรกแล้วชี้นิ้วไปที่คนตรงหน้าเธออย่างรวดเร็ว

“วะ เหวอ อลิซครับ ไม่เอาสิ อย่าเลือกมั่วๆแบบนี้นะครับ” และคนโดนชี้ก็แทบจะเข้าสิงเมทัสเลยทีเดียว

“งั้นเรามาใช้การตัดสินที่ยุติธรรมที่สุดในโลกดีไหม” อากัสฉีกยิ้มกว้างแล้วหันไปหยิบกระปุกบางอย่างมาจากกระเป๋า

“อะไร จับฉลากหรอ” วิเวียนถามอย่างสนใจ

“ใช่แล้วล่ะ เดี๋ยวฉันจับให้เลยไหม นี่ทำมาตั้งแต่ตอนเข้าเรียน” อากัสทำท่าจะล้วงมือเข้าไปในกระปุกท่ามกลางสายตามองอย่างลุ้นๆ ส่วนอลิซกับซัลเฟอร์ก็หรี่ตามองอย่างจับผิด และเมื่อสองคนสบตากันเองก็พยักหน้าอย่างรู้กัน

“เมทัสล่ะ” อากัสชูกระดาษที่จับได้แล้วเอ่ยชื่อเสียงดัง

“นายโอเคไหมเมทัส จะจับใหม่ไหม” อลิซละสายตาจากกระปุกในมือากัสแล้วถามเมทัสท่าทางเป็นห่วงเป็นใยจนเพื่อนมองอย่างแปลกใจ

“ไม่เป็นไร จับใหม่ก็ไม่มีใครเป็นอยู่ดี ฉันเองก็ได้” เมทัสยอมพยักหน้ารับ

“งั้นถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้ว เราไปกินข้าวกันไหมจ๊ะ เดี๋ยวไม่ทันเรียนตอนบ่าย”

“อือ ไปกัน” คาลินดาขยับตัวลุกจากเก้าอี้แล้วจับเก้าอี้ข้างตัวแน่นกันไม่ให้วิเวียนที่กำลังจะลุกเตะเก้าอี้จน(เก้าอี้)ล้มไปอีกรอบ

“ขอบใจนะคาลินดา ไปกันๆ”

“พวกเธอไปกันก่อนเลย เดี๋ยวฉันว่าจะชวนอากัสไปหารุ่นพี่หน่อยน่ะ มีข้อสงสัยเรื่องงานนิดหน่อย” อลิซฉีกยิ้มกว้างแล้วชี้ไปทางอากัสที่โดนซัลเฟอร์ล็อคคออยู่

“งั้นอากัสก็ไปช้าเหมือนกันใช่ไหมครับ งั้นไปกันครับซัลเฟอร์ เมทัส”

“นายกับเมทัสไปเลย ฉันขอตามไปหารุ่นพี่ด้วยดีกว่า พอดีเมื่อเช้าฉันลืมของไว้อะ” ซัลเฟอร์ฉีกยิ้มกว้างเมื่อเพื่อนๆจากไปหมดทั้งสองคนก็หันไปหาอากัสที่ฉีกยิ้มกว้างพยายามกลบเกลื่อนสุดฤทธิ์

“เอากระปุกมาดูสิ” สายตาคาดคั้นของเพื่อนทำให้อากัสส่งของกลางไปให้อย่างกล้าๆกลัวๆ อลิซคว้ากระปุกแล้วเทลงมาดู พบว่าชื่อในนั้นมีแต่ชื่อเมทัสล้วนๆ

“เอาเหอะ ดีนะไม่ใส่ชื่อฉันลงไป ไม่งั้นล่ะก็..” อลิซเว้นช่องว่างไว้แล้วหักกระดูกที่มือดังกร๊อบ

“มะ ไม่มีชื่อพวกเธอแน่ๆนอน จริงๆนะ”

“ก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกน่าอากัส เอาเป็นว่ารอบนี้รอดตัวไปนะ” ซัลเฟอร์กอดคออากัสไว้อย่างข่มขู่

“มะ ไม่กล้าแล้วคร้าบ”

“ดีมาก ปะ กินข้าวกัน สบายใจจังเลยเนอะซัล”

“ใช่ๆ วันนี้กินไรดีอะ” ซัลเฟอร์ปล่อยมือจากอากัสแล้วหันไปคุยกับอลิซอย่างสนุกสนาน จนอากัสเริ่มเอะใจ

“นี่พวกเธอสองคนแกล้งกันหรอ”

แปะ!!

เสียงตีมือพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้าเพื่อนเป็นหลักฐานยืนยันที่ดี

“หนอย ฝากไว้ก่อนเหอะ อลิซ ซัลเฟอร์” และได้รับเสียงหัวเราะเยาะให้เจ็บใจเล่นอีกรอบ

 

การเรียนในเทอมแรกไม่ค่อยมีอะไรน่าตื่นเต้นมากนัก เพราะเนื้อหาส่วนมากจะเป็นทฤษฎีมากกว่า การเรียนปฏิบัติจะเริ่มต้นเมื่อพวกเธอเข้าสู่เทอมที่สอง การบ้านเองนอกจากตอนต้นเทอมก็ไม่มีอะไรเพิ่ม มีแต่การทบทวนเนื้อหาที่ขึ้นกับความขยันของแต่ละคน ในห้องของสาวๆของเรานั้นพวกเธอจะผลัดๆกันเตือนให้เพื่อนอ่านหนังสือ เลยได้อ่านกันเสมอๆ ถึงจะจำได้บ้างไม่ได้บ้างก็ตาม (ไม่นับรวมคาลินดา รายนั้นอ่านจบไปหลายรอบแล้ว) แต่ที่ทำให้เกือบตายอย่างแท้จริงนั้นก็คือการทำงานในสภานักเรียน ช่วงแรกนั้นจะเป็นการเรียนรู้งานในหลายๆส่วน เพราะพี่ปีห้าจะไม่ค่อยมายุ่งกับงานสภาแล้ว การสอนงานจะไม่ยากเลย ถ้าไม่ได้สอนให้แปดคนนี้ ความยากก็เช่นว่า

“ตรงนี้จะเป็นแฟ้มข้อมูลนักเรียนนะคะ จะเก็บประวัติของนักเรียนทั้งหมดเลย คล้ายๆสมุดพกลองหยิบมาอยู่ได้นะคาลินดา เมทัส”

นิ่ง...เงียบ...ไร้ปฏิกิริยาตอบสนอง

“เอ่อ น้องคะ ฟังพี่อยู่หรือเปล่าคะ”

พยักหน้าอย่างพร้อมเพรียง แล้วกางสมุดมาจดงานลงไปด้วยท่าทางแบบเดียวกันเป๊ะ

“อะ เอ่อ งั้นเราไปดูเอกสารตู้ถัดไปต่อเนอะ”

เงยหน้าจากสมุดแล้วทำท่าพร้อมเดินเต็มที่

“นายจดบรรทัดที่สี่หน้าที่สามผิดนะ จริงๆมันต้องทำลำดับที่สองก่อน” คาลินดาเอ่ยทำลายความเงียบ

“ก็ตั้งใจ จริงๆแล้วมันเป็นลำดับที่ไม่ได้ผิดอะไรมากหรอก เราสามารถยืดหยุ่นได้หรือเปล่า”

“เหมือนนายปั้นดินแต่เผาก่อนขึ้นรูป”

“ไม่ขนาดนั้น เอาเป็นว่าฉันเข้าใจ”

“ตามนั้น อย่าทำงานเสีย”

“ด้วยเกียรติเลย” คาลินดาพยักหน้ารับแล้วหันมาสบตารุ่นพี่ที่ยืนทำตาลอยอยู่เบื้องหน้า

คะ ใครมันเอาไอ้สองคนนี้มาอยู่ด้วยกัน ฉันจะบ้าตายแล้วนะ มันไม่คุยกับฉันเลย มันคุยภาษาอะไรกันก็ไม่รู้ ม้ายยยย รุ่นพี่สาวโอดครวญแล้วร้องไห้อย่างหนัก

หรือถ้ายังเห็นภาพไม่ชัด

“เราจะสบายหน่อยนะช่วงนี้ งานนอกไม่ค่อยมีอะไรหรอก จะเริ่มมากๆก็ช่วงเทอมสองนู่นแหละ”

“ค่ะ”

“งั้นช่วงนี้พี่จะให้เราสองคนศึกษาพวกรูปแบบงานที่จะมีก่อนนะ ส่วนมากจะเป็นงานใหญ่ๆทั้งนั้นแหละ ลองเอาไปดูแล้ววางแผนการจัดงานปีถัดๆไป หรือไม่ก็วางแผนใช้เงินไรงี้ไว้นะครับ”

“ค่ะ”

“โอเคงั้นเดี๋ยวเข้าไปเอาเอกสารกัน”

โครม!!

“อ๊ะ ขะ ขอโทษค่ะ”

“ไม่เป็นไรครับ งั้นวิเวียนนั่งรอที่นี่ก็ได้นะครับเดี๋ยวพี่กับโรสไปเอาเอกสารออกมา”

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูช่วย” และนั่นก็เป็นที่มาของเสียงโครมครามดังเป็นระยะๆ จนกระทั่ง...

“ม้ายยย แบบร่างการประลองรวมโรงเรียนครั้งแรก วิเวี๊ยนนนน น้องทำอะไรลงไป” เสียงโหยหวนอย่างสมแมนดังลั่นไปทั่วบริเวณโดยมีกระดาษที่เปื้อนน้ำหมึกที่ตกแตกไปเกือบหนึ่งในสามส่วนส่วนตัวคนร้องก็นั่งกอดกระดาษน้ำตานอง โดยมีวิเวียนยืนทำหน้าเศร้าอยู่ข้างๆและโรสเก็บขวดหมึกให้ตั้งตรง

“นั่น นั่นมันหมึกมันจะเปื้อนเอกสารตรงนั้น ตรงนั้นด้วย ว้าก ต้องทำยังไง ต้องทำยังไง ม่าย” และมีรุ่นพี่อีกคนที่สติแตกตามไปเรียบร้อยแล้วช่วยร้องอีกเสียง

เป็นไงคะพอจะเห็นภาพชัดขึ้นไหม อ๋อ อีกสองคู่หรอคะ ก็จะประมาณนี้

“ซัลเฟอร์ เจมส์ เดี๋ยวเราลองคิดงบประมาณรายรับรายจ่ายประจำปีของปีก่อนนะ”

“ครับ” เสียงขานรับอย่างว่าง่ายทำให้รุ่นพี่สาวถอนหายใจอย่างโล่งอกที่น้องฝ่ายเธอดูจะปกติดีไม่เหมือนกับฝ่ายอื่นๆ เพราะแน่นอนว่าความป่วนของสองคนนี้ไม่ใช้สิ่งที่สัมผัสได้ง่ายเหมือนของคนอื่นเพราะ

“เอ รุ่นพี่ครับงบตรงนี้ผมว่ามันมากเกินความจำเป็นนะครับ” เจมส์ว่าแล้วก้วงใส่งบประมาณที่เขาคิดว่าไม่จำเป็นมาบอกรุ่นพี่เป็นรอบร้อยยี่สิบสอง

“เจมส์ พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าให้ดูให้รอบด้าน ตรงนี้ เห็นไหม เขาเอาไปใช้สำหรับการเช่าซื้อพาหนะไง แถบนั้นไม่ค่อยมีพาหนะมันเลยแพงขึ้นมาไม่ถึงสองบาทด้วยซ้ำไปนะ”

“พี่ครับ ตัวเลขตรงนี้มันผิดนี่ครับ มันคำนวณผิดไปสองสตางค์” และไอ้คนที่มองภายนอกแทบจะไม่ออกว่าอัจฉริยะก็กวาดตามองตัวเองตรงหน้าแล้วบอกข้อผิดพลาดอีกครั้ง จนรุ่นพี่รู้สึกตัวเองจะเป็นโรคประสาทตายอยู่รอมร่อ

และส่วนของตัวป่วนทั้งปีทั้งชาติของเราสองคนนั้น

“มาอลิซ อากัสพี่จะพาไปดูรอบๆโรงเรียน แล้วก็สถานที่ในการทำกิจกรรมเป็นอย่างแรกก่อนค่อยกลับมาดูพวกเอกสารกัน” รุ่นพี่ที่เห็นตัวอย่างรอบห้องแล้วตัดสินใจพาตัวป่วนที่สุด (ที่เขายังไม่รู้) ออกไปข้างนอกแทน

“ครับ/ค่ะ” และนั่นก็เป็นการเดินตรวจโรงเรียนที่วินาศสันตะโรที่สุดที่รุ่นพี่หนุ่มจะคิดออกเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการทำราววางดาบของวิชาเลือกฟันดาบพังไปทั้งแผง ทำดอกไม้ของวิชาเลือกไม้ดอกไม้ประดับพังไปเกือบทั้งสวน หรือการทำสัตว์ในคอกสัตว์ตกใจจนเกือบโดนเหยียบแบน และตบท้ายด้วยการตกสะพานจนตัวเปียกไปหมด จนในที่สุดรุ่นพี่หนุ่มก็เอ่ยปากให้สองคนกลับห้องไปได้เลย แล้วเขาก็เดินคอตกกลับห้องสภานักเรียนไป

เป็นไงล่ะคะ พอจะมองภาพความวุ่นวายหรือการสอนงานให้กับเด็กๆของเราออกหรือยัง อ๋อ แน่นอนนะคะว่าที่บอกว่าแทบตายนั้น คือรุ่นพี่ที่สอนงานสภานั่นแหละค่ะไม่ใช่เด็กๆของเราหรอก สำหรับวันนี้ดิฉันเองก็คงต้องขอตัวลาทุกคนเหมือนกัน ขอยัดพาราเข้าปากสักสองสามเม็ด ขนาดตามดูเฉยๆนะคะเนี่ย เอาไว้วันหลังเราค่อยมาเจอกันใหม่นะคะ สวัสดีค่ะ

 

0 ความคิดเห็น