ซิกม่า โรงเรียนเวทมนตร์คนอลเวง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 101 Views

  • 0 Comments

  • 6 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    0

    Overall
    101

ตอนที่ 8 : งานเลี้ยงรับรอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 มี.ค. 62

8 งานเลี้ยงรับรอง

เอาล่ะค่ะ สำหรับการเรียนวันอื่นๆของเด็กๆนั้นเราค่อยมาสนใจกันวันหลังนะคะเพราะว่าวันนี้สาวๆของเรามีนัดไปทานมื้อค่ำกันน่ะค่ะ หลายคนสงสัยใช่ไหมล่ะคะว่ามื้อค่ำอะไรกัน ก็งานเลี้ยงรับรองที่ชาเรย์มาบอกกับ อลิซวันนั้นยังไงล่ะคะ งานเลี้ยงนี้คืออะไรเดี๋ยวฉันจะบอกให้นะคะงานเลี้ยงนี้เป็นงานเลี้ยงสำหรับเด็กปี 1 ทุกคนและเป็นงานเลี้ยงสำหรับรับเด็กปี 4 ที่กลับมาจากฝึกงานตอนปิดเทอม โดยในงานเลี้ยงก็มีเหล่าครูอาจารย์พี่ทุกชั้นปีจนถึงน้องปีหนึ่งและผู้มีอิทธิพลในกับทุกวงการของทั่วโลกมารวมกันแถมยังมีพวกศิษย์เก่า จึงจัดได้ว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่มากๆของทุกๆปีงานนี้จัดบริเวณโถงที่ใหญ่ที่สุดในโรงเรียนและผู้รับหน้าที่จัดงานก็คือปี 3 กับปี 5 และงานนี้จะผิดพลาดใดๆแทบไม่ได้เลย ไฮไลท์ของงานนี้คือการเปิดตัวนักเรียนปี 1 ในแต่ละห้องโดยเด็กๆแต่ละห้องจะต้องนั่งตามบริเวณที่จัดไว้ของห้องตัวเองไม่ว่าจะเป็นห้องกุหลาบ ห้องทานตะวัน ห้องกล้วยไม้ และห้องลิลลี่ นอกจากนี้ยังมีนักเรียนเวทจากโรงเรียนอื่นๆมาร่วมด้วย พวกเราถือว่าการเรียนเวทนั้นไม่ว่าจะเรียนที่ใดเราก็ถือว่าเป็นพวกเดียวกันทำให้พวกเธอได้เพื่อนจากโรงเรียนอื่นหรือบางครั้งก็ได้ศัตรูอะนะ แต่...ไม่ว่ายังไงก็ตามวันนี้ก็ถือเป็นวันสำคัญของเด็กๆของเราทุกคนซึ่งงานเลี้ยงในตอนเย็นวันนี้นั้นสาวๆจะต้องแต่งให้ออกมาดูดีที่สุดโดยเน้นสีประจำตัวก็คือสีม่วงขาวซึ่งเป็นสีของห้องกล้วยไม้ของพวกเธอนั่นเอง

“โอ๊ยฉันตื่นเต้นน่ะ” วิเวียนที่แต่งหน้าทำผมเสร็จแล้วเดินวนไปวนมาในห้องโดยมีอลิซที่นั่งเอียงคอมองตามอย่างสนใจ (ว่าเมื่อไหร่เพื่อนจะล้มโครมลงไปอีก)

“โถ่ วิเวียนเธอจะเดินวนทำไมเนี่ย จนฉันจะตื่นเต้นตามเธอแล้วนะจ๊ะ” โรสที่ยืนทำผมให้กับคาลินดาอยู่ถามเพื่อนอย่างไม่เข้าใจ

“ฉันไม่เคยเจอคนเยอะๆแบบงานนี้มาก่อนเลยนะ จะว่าไปแล้ว พวกเธอเป็นมนุษย์กลุ่มแรกที่ฉันเจอเยอะที่สุดเลยแหละ เอ่อฉันหมายถึงมนุษย์ที่ฉันต้องคุยด้วยน่ะงานนี้ไม่รู้ว่าฉันจะต้องคุยกับใครบ้าง” แวมไพร์น้อยพูดอย่างตื่นเต้นเอาจริงๆตัวเธอเองนั้นแทบไม่ค่อยได้คุยกับสิ่งที่เป็นมนุษย์มากนักส่วนมากแล้วเธอมักจะมองพวกเขามากกว่าที่จะเข้าไปคุยด้วยแต่ใครๆ ก็รู้ขึ้นชื่อว่างานเลี้ยงยังไงก็ต้องมีการพูดคุยเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ไม่อย่างนั้นแล้วเธอคงจะได้ศัตรูมากกว่ามิตรแน่

“ฉันเข้าใจเธอ งั้นเอาอย่างนี้นะวิเวียนเธอนั่งลงแล้วให้อลิซแต่งหน้าให้เธอให้เสร็จก่อน อลิซจะได้เข้าห้องน้ำไปอาบน้ำแล้วก็แต่งตัวสักที” คาลินดามองสบตาวิเวียนผ่านกระจก ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่ทรงพลังนั้นทำให้วิเวียนใจสงบลง แล้วยอมเดินมานั่งหน้าอลิซที่ถืออุปกรณ์แต่งหน้าไว้ในมือยังไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองนัก

“จะว่าไปทำไมเธอให้ฉันแต่งหน้าล่ะเกิดมาฉันเคยแต่งหน้าที่ไหนกัน” ปากก็บ่นไปแต่มือก็ขยับไป อันที่จริงแล้วอลิซไปช่วยป้าซีรอนที่ร้านเสริมสวยเป็นประจำ เนื่องจากว่าตัวเธอนั้นขี้เกียจช่วยงานแม่ที่บ้าน และใช้เวลาไม่นานนักวิเวียนในเวอร์ชั่นที่แต่งหน้าเรียบร้อยแล้วก็ออกมาสวยราวกับคนละคน ใบหน้าของแวมไพร์ตัวน้อยโดนแต่งแต้มด้วยสีชมพูอ่อนเสริมเน้นความน่ารักของเจ้าตัวให้เด่นยิ่งขึ้นทรงผมที่โรสเลือกทำให้ก็คือการมัดเป็นหางม้าทำให้ดวงตาสีแดงจรัสเห็นประกายน่าค้นหามากยิ่งขึ้น สำหรับชุดของวิเวียนนั้นเป็นชุดเดรสแขนตุ๊กตาสีม่วงอ่อนประมาณเข่าซึ่งเป็นชุดที่วิเวียนบอกว่าดูเป็นผู้หญิงที่สุดเท่าที่เธอเคยใส่มาเลย

“ว้าว สวยมากเลยวิเวียน เอาล่ะทีนี้เธอก็ส่งอลิซห้องน้ำได้แล้วไม่อย่างนั้นนะยัยนี่ไม่ยอมไปแน่ๆ” โรสที่วางเปียหน้าพาดบ่าให้กับคาลินดาเสร็จแล้วและกำลังก้มตัวลงไปติดดอกไม้ให้กับเพื่อนสาวหันไปบอกวิเวียน และดูเหมือนอลิซก็จะยอมเดินเข้าห้องน้ำแต่โดยดี

“วิเวียนเอาชุดให้อลิซไปด้วยนะ เดี๋ยวจะงอแงไม่ยอมใส่ ฉันเลือกตั้งนาน” ชุดที่ว่าคือชุดสายเดี่ยวสีขาวสะอาดยาวถึงครึ่งน่องและมีเสื้อคลุมสีม่วงอ่อนเข้าชุดกัน ซึ่งอลิซกล่าวเสียงแข็งว่าไม่มีวันที่เธอจะยอมใส่มันเด็ดขาด

“ไม่เอาหรอกชุดหวานๆแบบนั้นอ่ะ ใส่ไปขี้กลากขึ้นกันพอดี” อลิซที่แกล้งทำตัวเป็นเด็กดีแทบจะกระโดดหนีเมื่อวิเวียนเดินเอาชุดมายัดใส่มือเธอ แต่สุดท้ายเธอก็จำใจถือชุดที่เธอว่าหวานนักหวานหนาเดินเข้าไปในห้องน้ำในที่สุด

“เอาล่ะเสร็จแล้ว เดี๋ยวคาลินดารออลิซมาแต่งหน้านะจ๊ะ ระหว่างนี้ก็ฝากทำผมให้ฉันหน่อยนะ” โรสนั่งลงหน้ากระจกแทนที่เพื่อน

ก๊อกๆ

“หืม อ้าว เฟริน ว่าไงเอ่ย” วิเวียนที่ดูเสร็จเรียบร้อยที่สุดเป็นคนเปิดประตู

“อ๋อ จะบอกว่าเราต้องเข้างานพร้อมกันตอนทุ่มตรงนะ ห้องเธอเสร็จกันหรือยัง”

“ยังเลยอะ น่าจะอีกไม่นานหรอกเหลือห้องเราห้องเดียวหรอ”

“อ๋อไม่นะ เหลือห้องขอนายาอีกห้องนึง อย่างว่าแหละผู้หญิงอย่างเราก็ค่อนข้างแต่งตัวนาน เอาเป็นว่าหกโมงห้าสิบต้องพร้อมนะ เรารอที่ห้องโถงด้านล่างนะวิเวียน”

“อีกครึ่งชั่วโมงหรอ ได้เลยจ้า” เฟรินโบกมือลาแล้วลงลิฟต์ไป

“อลิซอาบน้ำเสร็จหรือยัง เฟรินมาตามแล้วนะ”

“เสร็จแล้ว แต่ ไม่ไปได้ไหมอะวิเวียน”

“ไม่ได้นะ ออกมาเร็ว มาแต่งหน้าให้วิเวียนกับคาลินดาหน่อย เดี๋ยวเราไปไม่ทันนะ”

“แต่ว่า...”

“อลิซจ๋า ถ้าอลิซไม่ออกมาโรสจะเข้าไปพาอลิซออกมาเองนะจ๊ะ” โรสที่สวมบทคุณนายจอมโหดเดินมาพูดหน้าห้องน้ำพร้อมส่งสายตาเหี้ยมเกรียมไปยังเป้าหมายข้างในที่สุดท้ายก็ยอมเปิดประตูออกมา

“โห สวยนะเนี่ย ปะ ไปนั่ง เดี๋ยวฉันทำผมให้จ่ะ” โรสควงแขนเพื่อนสาวไปยังหน้ากระจก แล้วดันให้นั่งลงก่อนจะถักเปียล้อมผมให้เพื่อนแล้วเหลือเส้นผมเคลียใบหน้าน่ารักของอลิซเล็กน้อย ส่วนคนโดนทำผมก็กำลังแต่งหน้าให้คาลินดาที่วันนี้แต่งชุดเดรสแขนกุดสีม่วงอ่อนที่ยาวพอดีเข่า

“อะ เสร็จแล้ว” อลิซละมือจากใบหน้าของคาลินดาในจังหวะที่โรสปล่อยมือจากผมเพื่อนสาวพอดี

“เอ้า มานั่งได้แล้วคุณนายโรส” โรสที่แต่งชุดสีโทนขาวระบายเป็นชั้นๆเหมือนชุดเจ้าหญิงยอมนั่งลงให้ อลิซแต่งหน้า และในเวลาเพียงไม่นานอลิซก็แต่งหน้าตัวเองเสร็จ ก่อนเด็กสาวทั้งสี่จะรีบวิ่งไปกดลิฟต์เพื่อลงไปยังห้องโถงด้านล่าง ก่อนที่เพื่อนๆจะเข้ามาลากตัวพวกเธอไป

 

“มากันได้สักทีนะ ดีนะที่ห้องเราไม่ใช่ห้องแรกน่ะ” ครูจูโน่ที่ยืนรออยู่บริเวณทางเข้างานถามเด็กทั้ง 20 คนที่รีบวิ่งมาจนเกือบหมดสวยหมดหล่อ ครูสาวสะบัดมือเล็กน้อยแล้วเกิดอักขระสีฟ้าใสก่อนลมจะพัดผ่านทำให้เด็กๆกลับมาสวยหล่ออีกรอบ

“พร้อมหรือยัง เดี๋ยวพอห้องลิลลี่เข้าไปสักห้านาทีเราก็ต้องเข้าแล้วนะ”

“พร้อมครับ” เฟรินที่อยู่ห้อง 16 ซึ่งเป็นห้องแรกของแถวเป็นคนตอบครูสาว

“โอเค อะได้เวลาแล้ว ไปกันจ่ะเด็กๆ” จูโน่เดินนำแถวเข้าไป ถัดจากเธอเป็น แถวเรียงหน้ากระดานของห้อง 16 คือเฟริน โทมัส ไคน์และโอลัส ถัดไปเป็นห้อง 17 คือเฟรัน ลิเวีย เมโลดี้ เอดาร์ ตามด้วยเมทัส อากัส เจมส์และซัลเฟอร์ แถวถัดมาเป็นของมินนิน นายา ดีรัน และคีตา ส่วนสุดท้ายของสุดท้ายก็ไม่พ้นสาวๆของเรา อลิซ วิเวียน คาลินดาและโรสนั่นเอง

คณะครูและนักเรียนห้องกล้วยไม้เปิดตัวเป็นห้องที่สาม และกำลังเดินผ่านพรมแดงที่ปูพาดผ่านห้องโถงผ่านสายตาของแขกในงานที่กำลังรอพวกเขาอยู่ เสียงปรบมือต้อนรับดังกึกก้อง เด็กๆทุกคนแม้จะประหม่า แต่เมื่อเริ่มก้าวเข้ามาเรียนที่นี่แล้วนี่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่พวกเขาและพวกเธอต้องผ่านไปให้ได้ และเมื่อห้องกล้วยไม้นั่งที่เรียบร้อยห้องทานตะวันซึ่งเป็นห้องสุดท้ายก็เดินเข้ามา ที่นั่งของพวกเขาทั้งสี่ห้อง จัดเป็นสี่แถวเรียงด้านหน้าของโถง ส่วนตรงกลางเว้นไว้สำหรับพบปะพูดคุย และรอบห้องจะเป็นเก้าอี้ ที่นั่งและอาหารแบบบุฟเฟต์ โดยสีของแต่ละห้องคือลิลลี่สีชมพูขาว ทานตะวันสีเหลืองขาว กุหลาบสีส้มขาวและกล้วยไม้สีม่วงขาว ไม่นานนักหลังจากที่ห้องทานตะวันนั่งเรียบร้อยเสียงระฆังใสบนยอดปราสาทก็ดังขึ้น ว่ากันว่าระฆังนี้จะดังปีละครั้งก็คือในวันต้อนรับเด็กใหม่นี่เอง

“งานใหญ่มากเลยนะเนี่ย” วิเวียนมองไปรอบตัวอย่างตื่นเต้นก่อนจะรู้สึกถึงความรู้สึกอันไม่เป็นมิตร แต่ก่อนที่เด็กสาวจะหันไปมองถึงแหล่งกำเนิดของมันเสียงใสกังวานก็ดังก้องไปทั่วบริเวณ

 

กริ๊ง!!!

คนในงานที่กำลังพูดคุยอยู่เมื่อได้ยินเสียงนี้ต่างหยุดและมองไปยังเวทีเป็นตาเดียว บนเวทีมีร่างของสาวงามที่ดูสง่าอย่างมาก กำลังยืนเด่นอยู่บนเวที

“สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่านนะคะ ดิฉันซีจีส ซิกม่า ผู้อำนวยการคนปัจจุบันของโรงเรียนซิกม่าค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องที่น่ายินดีจะมาบอกกล่าวให้ทุกท่านทราบและร่วมยินดีไปกับพวกเรา โดยเรื่องแรกนั้น ประธานนักเรียนทั้งสี่ชั้นปีของดิฉันจะเป็นผู้แจ้งค่ะ” สิ้นคำ หญิงสาวสามคนและชายหนุ่มหนึ่งคนก็เดินขึ้นมาบนเวทีในชุดที่แตกต่างกันสี่สี หญิงคนแรกในชุดราตรีสีชมพูขาว นาฬิกาข้อมือเป็นสีทองบ่งบอกว่าอยู่ในชั้นปีที่ 5 ชายคนที่สองอยู่ใน

ชุดสูทเนคไทน์สีเหลืองอ่อน นาฬิกาข้อมือสีเงินแสดงถึงชั้นปีที่ 4 หญิงคนที่สามอยู่ในชุดราตรีสีส้มอ่อน สวมนาฬิกาสีทองแดง บ่งบอกว่าอยู่ชั้นปีที่ 3 และคนสุดท้ายคือชาเรย์ ที่มีนาฬิกาข้อมือสีน้ำเงิน

“สวัสดีทุกท่านค่ะ ดิฉันลาล่า ประธานนักเรียนชั้นปีที่ 5 ของโรงเรียน วันนี้ดิฉันและประธานนักเรียนอีกสามชั้นปีได้รับเกียรติให้แนะนำตัวแทนนักเรียนที่จะช่วยทำงานในสภานักเรียนและหนึ่งในตัวแทนนักเรียนนี้จะได้เป็นประธานนักเรียนของชั้นปีที่ 1” ลาล่าเงียบเสียงลงแล้วพยักหน้าให้คนข้างๆกล่าวต่อ

“ครับ และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมขออนุญาตเรียกชื่อน้องปี 1 ที่เป็นสภานักเรียนในปีนี้นะครับ น้องคนไหนที่มีชื่อออกมายืนเพื่อให้ทุกคนในที่นี่รับรู้และเป็นพยานร่วมกันด้วยนะครับ” ชายหนุ่มพูดและส่งสัญญาณให้ชาเรย์และหญิงสาวอีกคนสลับกันอ่านชื่อรุ่นน้อง

“โรส ทามิดา”

“เมทัส กลัสเซียร์”

“คาลินดา เอคาร์น่า”

“อากัส เลปัส”

“อลิเซ่ ลองปิเย”

“เจมส์ เททอรัส”

“วิเวียน อลัสเซีย”

“และซัลเฟอร์ โบนาปาสค่ะ” เมื่อคนทั้งแปดก้าวมายืนตรงด้านหน้าเวทีจนครบ เสียงปรบมือก็ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ก่อนชาเรย์จะส่งสัญญาณให้น้องๆของเธอเดินกลับไปนั่งที่แล้วพวกเธอทั้งสี่คนก็โค้งกายและถอนสายบัวให้แขกผู้มีเกียรติแล้วเดินลงจากเวที

“ค่ะ ผ่านไปแล้วกับเรื่องน่ายินดีเรื่องแรก เรื่องต่อมานะคะ ในปีนี้ ดิฉันมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะแจ้งถึงการตอบรับคำขอของพวกท่าน ในการจัดการประลองเวทของนักเรียนในแต่ละโรงเรียนในปลายปีนี้ โดยเรื่องการแข่งขัน และระเบียบต่างๆนั้น ดิฉันขอเรียนเชิญผู้อำนวยการแต่ละโรงเรียนมาพูดคุยหารือกันในอีกสามวันข้างหน้านะคะ และเรื่องสุดท้ายสำหรับวันนี้ ขอให้ทุกท่านเชิญรับประทานอาหารอย่างมีความสุขค่ะ” ซีจีสยิ้มแย้มแล้วก้าวลงจากเวทีไป เสียงพูดคุยกลับมาอีกครั้งถึงเรื่องน่าตื่นเต้นทั้งสองเรื่อง หลายๆคนเดินเข้ามาแสดงความยินดีกับสภานักเรียนทั้ง 8 คน บ้างก็ส่งยิ้มให้ไกลๆ บ้างก็เข้ามาแนะนำตัวเพื่อทำความรู้จัก และเด็กทั้ง 8 ก็สามารถวางตัวได้อย่างเหมาะสม จนเมื่อคนเริ่มซาลงจึงได้ฤทธิ์ให้เด็กๆได้ไปหาอะไรกินบ้าง

“วิเวียน ไปตักอาหารกันไหม คนไม่ค่อยมีแล้ว เดี๋ยวจะไม่ได้กินอะไรไปซะก่อน” อลิซกล่าวชวนเพื่อนสาว

“อ๋อ อือ ไปสิ” แล้วงานเลี้ยง...ก็เริ่มต้นขึ้น

 

“โห วันนี้ทำไมเป็นผู้หญิงขนาดนี้อะอลิซ” เสียงทักทายจากเพื่อนชายคนสนิทของอลิซทำให้เด็กสาวส่งจานขนมให้โรสเพื่อจะได้หันไปตบตีกับเพื่อนได้ถนัดมือ

“ได้ข่าวว่าเจอกันตั้งแต่ก่อนเข้างาน นี่นายเพิ่งตื่นปะเนี่ย” บ่นไปตาก็กวาดมองฝั่งตรงข้ามไป อากัสหัวเราะเบาๆ แล้วเอื้อมมือไปช่วยโรสถือจานขนม

“ช่วยครับ”

“ขอบใจจ๊ะ” โรสยิ้มให้บางๆ แล้วถือขนมในมือกลับโต๊ะไป ปล่อยให้อากัสที่ช่วยถือยืนรอเจมส์

“ผู้ชายนี่แต่งง่ายจัง เนคไทน์สีๆแค่นี้ก็รอดและ เนอะเจมส์”

“อ๊ะ ครับ” คนตัวเล็กกว่าตอบสั้นๆ เพราะเจ้าตัวกำลังขมักเขม่นกับการเอื้อมมือไปหยิบขนมสีสดใสที่วางอยู่ชั้นบน จนอลิซที่มองอยู่ทนไม่ไหว เด้กสาวเอื้อมไปหยิบขนมมาให้เพื่อนชายที่ยังสูงไม่เต็มที่ด้วยความเอ็นดู

“เอางี้ เดี๋ยวอยากได้อะไรอีกไหม ฉันช่วยหยิบมา” อลิซเสนอแล้วเดินไปกับเจมส์ ทิ้งให้อากัสที่เป็นคนทักแต่แรกยืนถือจานขนมที่ช่วยโรสถืออยู่อย่างเดียวดาย

“ทิ้งกันหมดเลยโว๊ย” บ่นพอเป็นพิธีแต่พอไม่มีคนสนใจจริงๆเลยต้องถือจานขนมไปให้โรสที่โต๊ะอย่างปลงๆ

 

“วะ เหวอ จะหกแล้วๆ ระวังนะคะ” วิเวียนหมุนตัวหลบคนอื่นไปมาในมือก็พยายามประคองชามของหวานที่เจ้าตัวไปถือมาเยอะแยะโดยไม่ได้ประเมินเลยว่าตัวเองน่ะ ล้มบ่อยกว่ามนุษย์มนาเขา (ก็ฉันเป็นแวมไพร์นี่คะ : วิเวียน)

หมับ

“ระวังหน่อยสิ” คนมาช่วยคว้าไหล่คนจะล้ม แล้วเอื้อมมือไปประคองจานด้วย พอคนจะล้มทรงตัวด้วย เขาก็ถอยห่างออกมาเล็กน้อยอย่างสุภาพ

“มา เดี๋ยวช่วยถือ” เมทัสเดินมาหยิบจานในมือเพื่อนสาวแล้วพยักเพยิดไปทางโต๊ะของเธอ

“ไปทางนี้ใช่ไหม”

“อ๋อ ค่ะ ขอบคุณ” วิเวียนพึมพำเบาๆ เมทัสเลยพยักหน้าให้แล้วเดินถือจานไปที่โต๊ะ

“ไม่น่าเชื่อนะ ว่าอย่างเธอจะสอบติดโรงเรียนดีๆแบบนี้ได้” เสียงพูดไม่เบาไม่ดังที่ออกแนวไม่พอใจอย่างชัดเจน ทำให้วิเวียนที่กำลังจะเดินตามเมทัสไปที่โต๊ะหันกลับไปมองคนพูด

“เวลัส?

“ใช่ ฉันเอง เจอกันอีกแล้วนะวิเวียน ยังซุ่มซ่ามไม่เปลี่ยนเลยนี่” เด็กสาวในชุดราตรีสีแดงดำตรงหน้าหรี่ตาสีดำสนิทของตัวเองมองวิเวียนอย่างคนที่เหนือกว่า

“สะ สวัสดะ...”

“ไม่ต้องทักทายกันหรอก ฉันเองก็ไมได้อยากจะรู้จักเธอนักหรอกน่า แค่เห็นว่ายังไงก็เผ่าพันธุ์เดียวกัน ไม่ทักกันเลยจะดูไร้มารยาทเกินไป” คนหาเรื่องเชิดหน้าอย่างมั่นใจ และไม่รอให้ใครได้ตอบอะไรเวลัสก็ชักชวนเพื่อนในโรงเรียนของเธอเดินจากไป

“เฮ้อ อะไรของเขานะ” วิเวียนที่ไม่เคยเข้าใจถึงความเกลียดชังของลูกพี่ลูกน้องคนนี้มาแต่ไหนแต่ไรตัดสินใจเลิกที่จะสนใจ เขาไม่ได้ทำอะไรให้เธอมากไปกว่าการจิกกัด ก็ปล่อยเขาไปเถอะนะ

 

“คาลินดา ว่าไงจ๊ะ วันนี้ยังสวยเหมือนเดิมเลยน้า” เสียงทักทายที่แสนจะสดใสทำให้คาลินดาขมวดคิ้วเล็กน้อย

“อือ หวัดดีแอล”

“วันนี้โรงเรียนฉันได้รับเชิญมาที่นี่ด้วยล่ะ ดีใช่ไหม” และไม่รอให้ใครอนุญาต คนที่เอาหมวกคลุมหน้าคลุมตาก็ทรุดตัวลงนั่ง

“ก็ดี”

“พลังจิตของฉันแข็งแกร่งขึ้นเยอะเลยล่ะ แถมพอเรียนจากที่นี่ด้วยก็ยิ่งดีไปใหญ่ รอเวลาประลองกับเธอนะจ๊ะคนเก่ง”

“ฉัน”

“อ๊ะ ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นแหละ ฉันไม่รอเธอแก้ตัวอะไรแล้ว หวังว่าการประลองของเราคราวหน้าจะขาวสะอาด ไม่ใช่ใช้มนตร์ดำต่ำๆอีกนะคาลินดา ว่าแต่ว่า” เสียงของคนในหมวกเว้นว่างนิดหน่อย ก่อนเจ้าของเสียงใสๆจะหัวเราะเบาๆ

“สอบเข้าที่ดีได้เพราะมนตร์ดำด้วยหรือเปล่าล่ะ”

“อย่ามาใส่ร้ายกันนะ แอล” คาลินดากดเสียงต่ำอย่างไม่ชอบใจนัก

“ใส่ร้ายหรือเปล่าเธอก็รู้แก่ใจ”

“อ้าว คาลินดา เพื่อนหรอจ๊ะ” โรสวางจานขนมลงแล้วส่งยิ้มให้คนที่นั่งข้างเพื่อนเธอ

“สวัสดีค่ะ เพื่อนของคาลินดาหรอคะ”

“อ๋อ ค่ะ ฉันโรสนะคะ”

“ยินดีที่ได้รู้จักและลาเลยแล้วกันนะคะ อย่าไปใช้มนตร์ดำนั่นกับเพื่อนใหม่ล่ะคาลินดา” เสียงสุดท้ายกระซิบกับหูคาลินดาเบาๆ ก่อนเจ้าตัวจะโค้งศีรษะให้โรสอย่างมีมารยาทแล้วเดินจากไป

“อ้าว ไปซะแล้ว ยังไม่ทันแนะนำตัวเลย คาลินดาจ๊ะ คาลินดา เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ”

“อะ อ๋อ เปล่า นั่งเถอะ กินขนมกัน มันจะมากไปแล้วนะแอล” ท้ายประโยคเจ้าของพูดเสียงเบา แถมยังหยิบขนมมาบัง ทำให้ไม่มีใครได้ยินเสียงนั้นเลย

“ขอโทษนะ นี่ที่นั่งของแวมไพร์คนนั้นหรือเปล่า”

“แวมไพร์ อ๋อ วิเวียนหรอ ใช่จ่ะเมทัส ทำไมหรอ”

“เหมือนจะทำหล่น เลยถือมาให้” คนนิ่งสนิทก็ยังคงนิ่งสนิท เมทัสวางจานบนมือลงบนโต๊ะก่อนเดินกลับที่ตัวเองไป

“ขอบใจจ้า” โรสส่งยิ้มไล่หลังแล้วหันกลับมาสนใจขนมต่อ

“เอ้า ครบแล้วนะเจมส์ คราวหลังก็พาเพื่อนที่มีน้ำใจไปช่วยหยิบสิ อย่าไปกับอากัส” อลิซที่เดินถือจานขนมมาส่งเจมส์พูดกัดอากัสที่ตอนนี้นั่งรออยู่ที่โต๊ะเรียบร้อยแล้ว

“อ๋อ ครับอลิซ ขอบคุณนะ”

“เออ งั้นฉันไปล่ะ อ๊ะ ขอชิ้นนี้นะ ขอบใจ” คนขี้แกล้งหยิบขนมสีสวยเข้าปากแล้วเดินอมยิ้มกลับมาที่นั่งตัวเอง ปล่อยให้เด็กที่โดนแย่งขนมไปต่อหน้าต่อตาทำตาปริบๆอย่างทำอะไรไม่ได้

“อลิซขี้แกล้ง” และได้แต่บ่นไล่หลังแทน

 

ในที่สุด งานเลี้ยงก็จบลงเมื่อเวลา 00.00 .พอดี เหล่าเด็กๆต้องรอให้แขกผู้มีเกียรติทั้งหลายเดินทางกลับ

กันก่อน จึงจะเดินทางกลับกันได้

“โอ๊ย ง่วงชะมัดเลย ไปๆรีบอาบน้ำนอนกันดีกว่า พรุ่งนี้ต้องเรียนแต่เช้า” ซัลเฟอร์บ่นดังๆโดยเพื่อนๆหลายคนก็พยักหน้าเห็นด้วย แล้วกล่าวอำลากันเพื่อกลับห้องไปพักผ่อน แล้วค่อยตื่นมาผจญกับการเรียนอันแสนโหดร้ายในวันพรุ่งนี้ด้วยรอยยิ้ม

0 ความคิดเห็น