ซิกม่า โรงเรียนเวทมนตร์คนอลเวง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 101 Views

  • 0 Comments

  • 6 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    0

    Overall
    101

ตอนที่ 6 : วันหยุดสุดสบายกับตลาดวุ่นวายของคนหลายคน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    5 มี.ค. 62

6 วันหยุดสุดสบายกับตลาดวุ่นวายของคนหลายคน

“เราได้เงินเดือนสำหรับอยู่ที่นี่เดือนละ 7,000 บาท ได้เพิ่มตามภารกิจที่ได้รับซึ่งต้องอยู่ระดับปีสองขึ้นไป ในส่วนของเงินเดือนสามารถนำไปทำอะไรก็ได้”

“บ่นอะไรงึมงำอยู่คนเดียวน่ะคาลินดา เดินตลาดก็มองรอบข้างมั่งสิ” อลิซกระโดดคล้องคอเพื่อนสาวแล้วบังคับให้เพื่อนตัวเองเงยหน้าจากจอมนตราของนาฬิกาเวทให้มองตลาดกลางเมืองแทน

“เห็นบ่อยแล้วน่า”

“แต่วันนี้ไม่เหมือนทุกวันนะ”

“ยังไง” สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้คนขี้กวนเมื่อเห็นว่าอลิซจะไม่ยอมให้เธอได้อ่านข้อมูลอะไรต่อแน่ๆ

“วันนี้เธอมากับพวกฉันไง” คนกวนได้สำเร็จผายมือไปรอบข้างอย่างอวดๆ เรียกอาการคิ้วขมวดจากคนตรงหน้าได้อย่างดี

“แล้วโรสกับวิเวียนไปไหนแล้ว”

“ก็อยู่ อ้าว ไปไหนแล้วล่ะ”

“งั้นเดี๋ยวฉันนั่งหาอะไรอ่านที่สวนสาธารณะตรงนั้น เธอไปเดินเล่นก่อนก็ได้ แล้วฉันจะส่งข้อความไปบอกสองคนนั้นเองว่ารอตรงไหน” คาลินดาสรุปให้โดยไม่สนใจใบหน้ามุ่ยๆของแม่นางฟ้าตรงหน้า ทำเอาอลิซต้องเดินตลาดคนเดียวอย่างช่วยไม่ได้

“เฮ้ เธอ ห้องกล้วยไม้เหมือนกันใช่ป่าว”

“หือ” เมื่อมองตามเสียงเรียก อลิซก็พบกับเด็กหนุ่มหน้าตาดีสี่คนที่กำลังเดินตรงมาที่เธอ

“ใช่ ว่าแต่พวกนายคือใครอะ ไม่เห็นคุ้นหน้าเลยแหะ” คนไม่ค่อยจำหน้าใครพึมพำประโยคท้ายคนเดียว

“เอ้า เธอนี่ ไม่จำเพื่อนร่วมห้องเลยหรอ อีกอย่าง ฉันจำได้ว่าเราแนะนำตัวกันแล้วไม่ใช่หรือไง” คนที่ทักเธอเอ่ยประท้วงพร้อมยื่นใบหน้าหล่อๆที่ดูไม่สบอารมณ์มาใกล้

“ก็นายมันไม่น่าจดจำ ว่าแต่ชื่ออะไรล่ะ ฉันอลิซนะ”

“ฉันอากัส ไอ้เด็กน้อยนี่ชื่อเจมส์ ไอ้หน้านิ่งตรงนั้นชื่อเมทัส ส่วนเพื่อนเลิฟของฉันตรงนี้ชื่อซัลเฟอร์” เด็กหนุ่มเจ้าของสีผมและสีตาสีน้ำตาลอ่อนหรืออากัสยิ้มกว้างแล้วชี้ไล่เรียงแนะนำตัวไปทีละคน ตั้งแต่คนที่เขากอดคออยู่ เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาล ดวงตาสีแดง ที่ทำหน้าตาน่าเอ็นดู คนหน้านิ่งดูติดจะเคร่งขรึมแถมยังดูเป็นสีน้ำเงินตั้งแต่เส้นผมจนเสื้อผ้า และคนสุดท้ายที่ยืนยิ้มน้อยๆให้เธอที่มีเส้นผมสีม่วงสวยกับดวงตาสีท้องฟ้าที่สดใสรองลงมาจากโรสเลยแหละให้เธอได้รู้จัก

“อือ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนอีกครั้งนะ มาทำอะไรกันล่ะ”

“มาเดินเล่น เลยลากพวกนี้มาเป็นเพื่อน อลิซมาคนเดียวหรอ” อากัสที่เปิดบทสนทนาชวนคุย

“ไม่อะ มากับเพื่อน แต่หนีหายไปไหนหมดไม่รู้ น่าเจ็บใจนัก”

“โถ หนูน้อยน่าสงสารจัง งั้นมาเดินกับพวกฉันไหมล่ะ”

“ก็ได้นะอากัส จะไปไหนอะ”

“เอ่อ ฉันต้องขอตัวนะ พอดีจะมาซื้อหนังสือตรงร้านนั้น” เมทัสชี้มือไปที่ร้านหนังสือตรงหัวมุมถนน

“เออ ไปด้วยดิ อยากไปกินไอติมตรงนั้น ไปก่อนนะอากัส เจมส์” ซัลเฟอร์แตะบ่าเมทัสก่อนทั้งสองจะเดินหายไปจากคลองสายตา

“แล้วเราสามคนไปไหนดีอะ”

“ฉันมีร้านดีๆแนะนำเธอแหละ สนใจไหมล่ะ” อากัสฉีกยิ้มกว้างจนอลิซยิ้มตามแล้วพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น

 

ร้านที่อากัสแนะนำมาเป็นร้านที่หน้าร้านดูไม่น่าเข้าอย่างที่สุด มันเป็นร้านขนาดเล็ก ไม้ที่ใช้ทำดูพุกร่อนไปบางส่วน ประตูกระจกที่มัวจนมองแทบไม่เห็นข้างในถูกเปิดออกอย่างช้าๆพร้อมกับเสียงเอี๊ยดอ๊าดทำให้อลิซกับเจมส์สบตากันแล้วลอบกลืนน้ำลายดังเอื๊อก คนแรกที่ไหวตัวเร็วสุดคืออากัส ที่พุ่งไปสกัดไม่ให้เพื่อนทั้งสองหนีไปจากหน้าร้านได้

“น่าๆ เข้าไปเถอะ ไม่น่ากลัวหรอก อ๊ะ เจมส์อย่าเดินหนีนะ” มือขวาก็ดันหลังอลิซเข้าร้านส่วนอีกมือก็ดึงคอเสื้อเพื่อนตัวเองเอาไว้ ในที่สุด อากัสก็สามารถเชิญ (ดัน) เพื่อนทั้งสองเข้ามาจนได้

“ร้านแปลกที่สุดยินดีต้อนรับ” เสียงยานคางจากบริเวณที่น่าจะเป็นเคาเตอร์ทำเอาเจมส์เกาะแขนอลิซแน่น เด็กหนุ่มที่น่าจะเป็นที่พึ่งพาของสาวๆดันเกาะแขนสาวน้อยที่หน้าตาน่ารักอย่างกับตุ๊กตา เป็นภาพที่ชวนให้น่าสงสารอยู่ไม่น้อย ละมั้งนะ

“โถ่ ลุง อย่าแกล้งสิครับ เจ้าเจมส์มันกลัวจนตัวเล็กแล้วนั่น” อากัสที่ดูคุ้นชินกับบรรยากาศแบบนี้ดีเดินตรงไปยังเคาเตอร์อย่างไม่เกรงกลัว

“ก็แกล้งเล่นเฉยๆไง เอาละๆ รอบนี้จะมาซื้ออะไรไปแกล้งคนอื่นอีกล่ะ หืม อากัส”

“แกล้งคน? โอ๋ๆ ไม่เป็นไรนะเจมส์ ดูสิ ลุงเขาไม่ได้น่ากลัวหรอกนะ”

“จะ จริงนะอลิซ โอ๊ย ใจจะวายแหนะ” เด็กหนุ่มที่ดูยังไงก็เหมือนน้องเล็กของเธอทำเอาอลิซยิ้มเอ็นดู เด็กสาวยกมือโยกหัวเจมส์เบาๆก่อนดึงเขาไปหาอากัสและเจ้าของร้าน

“เปล่านะฮะ ผมแค่พาเพื่อนมาดูร้านลุง ว่ามันเจ๋งขนาดไหนไง ลุงฮะ นี่อลิซกับเจมส์เพื่อนผมฮะ”

“สวัสดีค่ะ/ครับ”

“เออ งั้นพาเพื่อนเดินดีๆล่ะ ฉันจะไปทำของขายหลังร้าน จะไปก็ปิดร้านให้ด้วย”

“รับทราบครับ” ร่างของเจ้าของร้านหายลับไปหลังร้าน ทำให้คนเพิ่งเคยมามองไปรอบร้านอย่างสนใจ ภายในร้านดูดีกว่าภายนอกตรงที่ไม้มันไม่พุเท่านั้นแหละ แต่ของที่วางอยุ่บนชั้นวางมากมายดึงความสนใจและทำให้มองข้ามความโทรมของสถานที่ไปได้อย่างง่ายดาย

“ของพวกนี้มันอะไรอะอากัส น่าสนใจมากเลย” อลิซหยิบหนังสือสีแดงเล่มหนาที่วางอยู่บนชั้นไม่ไกลนักมาและทำท่าจะเปิดดู

“เฮ้ย อย่าปะ”

ฟู่!!! ไม่ทันสิ้นเสียงห้าม อลิซก็เปิดหนังสือเล่มนั้นแล้ว หมึกสีน้ำเงินเข้มพ่นจากหนังสือใส่หน้าเธอเต็มๆก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว

ว้ายยย คนโง่โดนหมึก โง่จริงๆ โง่จริงๆ ว้ายยย คนโง่โดนหมึก เสียงเยาะเย้ยจากเจ้าหนังสือในมือทำให้อลิซที่หายตกใจแทบจะกระทืบของในมือด้วยความโมโหแทน ร้อนถึงอากัสที่ต้องรีบวิ่งมาล็อคตัวเพื่อนสาวไว้ก่อนเธอจะทำร้ายเจ้าหนังสือนั้น

“เหวอ อลิซ ใจเย็นนะ ใจเย็นหายใจเข้าลึกๆนะ เจมส์ เอาหนังสือไปเก็บโว๊ย เดี๋ยวของลุงก็พังหรอก”

“คะ ครับๆ”

“นี่มันอะไรเนี่ยอากัส!!!

“ร้านนี้ชื่อร้านแปลกที่สุดเป็นร้านขายของสำหรับแกล้งคนน่ะ ลุงแกจะลงคาถาไว้แกล้งคนใส่ของพวกนี้ มันมีลักษณะพิเศษของของที่ร้านนี้คือมีรูปกระท่อมอยู่ที่ใดที่หนึ่งเสมอ ก่อนเข้าเรียนที่นี่ฉันก็สั่งซื้อของจากร้านนี้ไปแกล้งเพื่อนที่โรงเรียนเตรียมบ่อยๆ 555” คนขี้แกล้งหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

“คนโดนแกล้งมันจะไม่สนุกนะครับอากัส”

“ฉันไม่ได้แกล้งนายซะหน่อยน่าเจมส์ เนอะอลิซ สองคนควรดีใจสิ ฉันไม่เคยบอกใครเรื่องร้านนี้เลยนา”

“นี่ฉันควรดีใจใช่ไหมที่ได้รับเกียรตินั้น แต่เอาเถอะ มันก็น่าสนุกดี ไหน มีอะไรเล่นมั่งอะ” และหลังจากแม่ตุ๊กตาของเราทำใจกับการโดนแกล้งของตัวเองได้ ก็สนใจของประหลาดรอบตัวแทน ปล่อยให้เจมส์เดินตามไปพลางห้ามไปพลางอย่างไม่ใส่ใจนัก

 

“วิเวียนว่า ฉันซื้อต้นไม้ไปปลูกในห้องสักต้นจะดีไหมจ๊ะ ห้องเรามันเหงาๆยังไงก็ไม่รู้”

“ก็ดีนะ เอ๊ะ แล้วคาลินดากับอลิซหายไปไหนล่ะเนี่ย”

“อ้าว เมื่อกี้ยังยืนบ่นอะไรงึมงำ อ๋อ นั่นไง ยืนคุยกันอยู่นู่น งั้นเราไปหาต้นไม้ไปปลูกกันเนอะ เอาต้นอะไรดี” โรสลากแขนวิเวียนไปตามทาง สายตาก็มองหาร้านขายต้นไม้อย่างร่าเริง

“อือ ไม่รอสองคนนั้นหรอ ฉันว่าเอาเป็นต้นที่มันมีดอกหอมๆไหมอะ จะได้สดชื่น”

“อือๆ เอาสิๆ ว่าแต่ร้านดอกไม้นี่มันอยู่ตรงไหนของมันนะ”

ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ

“หือ ใครส่งข้อความอะไรมาอะ” วิเวียนก้มลงมองนาฬิกาที่ข้อมือ ส่วนโรสที่มองเห็นร้านเป้าหมายก็รีบวิ่งเข้าซอยไปทันที

“อ๋อ คาลินดาบอกว่าจะนั่งรอที่สวนสาธารณะตรงข้ามร้านขายหนังสือ งั้นเราไปซื้อของแล้วค่อย อ้าว ไปไหนของเขาล่ะเนี่ย หรือเจอร้านแล้ว ตรงไหนนะ” วิเวียนเดินต่อไปเมื่อไม่เห็นเพื่อนตัวเอง จนกลืนหายไปกับฝูงชนในที่สุด

 

“อ้าว วิเวียนหายไปไหนอะ ไหนว่าจะมาซื้อต้นไม้ด้วยกัน หลงทางแน่ๆเลยยัยคนนี้ โถ่เอ๊ย” คนหายที่ไม่รู้ตัวว่าหายบ่นงึมงำกับตัวเองตาก็ไล่ดูต้นไม้ในร้านไปด้วย

“ว้าว ต้นนี้ดอกสวยมากเลย คุณป้าคะ ต้นนี้ขายยังไงคะ” คนชอบต้นไม้ที่ไม่คิดมากเรื่องเพื่อนหายเงยหน้าถามคนขายเมื่อเห็นต้นที่ถูกใจ

“อ๋อ ต้นเยอเบียร์หรอจ๊ะ”

“อ๋อ มันชื่อต้นเยอเบียร์หรอคะ ค่ะ ต้นนี้แหละค่ะ” ปากก็ตอบมือก็หมุนต้นไม้ไป ต้นไม้ต้นน้อยที่ใบเล็กสามแฉกไล่สีจากเขียวเข้มไปอ่อนอย่างสวยงาม และมีดอกสีชมพูสวยไล่ความเข้มจากขาวจนเกือบแดงซ้อนเป็นชั้นน่ารัก

“ยี่สิบห้าเหรียญจ้า จะเอาเลยไหม”

“เอาค่ะ ป้าช่วยห่อให้หนูหน่อยได้ไหมคะ กลัวต้นจะกระทบกระเทือนน่ะค่ะ ว่าแต่มันเลี้ยงยากไหมคะ”

“ไม่ยากหรอกจ่ะ ตั้งในที่ที่มีแสงแล้วก็รดน้ำวันละครั้งก็พอจ่ะ เดี๋ยวป้าเอาไปห่อให้ ว้าย” คนจะมารับต้นไม้ดันลื่นล้มซะเอง คนจะซื้อต้นไม้เลยต้องวางต้นไม้ลงก่อน

“เดี๋ยวหนูช่วยนะคะคุณน้า นั่งก่อนค่ะ”

“ขอบใจหนูมากนะจ๊ะ เอาต้นไม้มาสิจ๊ะเดี๋ยวป้าห่อก่อน เผื่อหนูมีธุระไปไหนต่อ”

“คุณป้ามียาแก้ฟกช้ำอะไรแบบนี้ติดบ้านไว้บ้างไหมคะ แล้วนี่คุณป้าอยู่คนเดียวหรอคะ ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไงคะนี่”

“ใจเย็นนะจ๊ะหนู ยาป้าพอมีจ่ะ ส่วนตอนนี้ป้าอยู่คนเดียว พอดีลูกไปเรียนน่ะจ่ะ ไม่เป็นไรนะ ป้าก็ล้มบ่อยๆ ไม่มีอะไรหนักหนาหรอกจ่ะ”

“งั้นถ้าคุณป้ามีอะไรจะให้หนูช่วยก็บอกนะคะ อันนี้เป็นเบอร์หนูนะคะ”

“ขอบใจมากนะจ๊ะ อันนี้ก็เบอร์ป้านะ เผื่อหนูอยากได้ต้นไม้เพิ่ม คิดซะว่าสมัครสมาชิกแล้วกันนะจ๊ะ” คนขายก็ขายเก่งเหลือเชื่อ ทำให้คนเด็กกว่าอมยิ้มออกมาแล้วรับเบอร์มา

“ค่ะ งั้นหนูเอาต้นนี้นะคะ นี่เงินค่ะ ลูกป้านี่ก็ไม่ยอมมาดูป้าเลยนะคะ เสาร์อาทิตย์แท้ๆเลย” โรสบ่นไปบ่นมามือก็รับต้นไม้นั้นมา กล่าวลาแล้วถือกระถางต้นไม้น้อยออกไป

 

“ฮัดชิ่ว”

“เฮ้ย จามมาได้ไง เดี๋ยวก็โดนฉันหรอก ไอ้บ้านี่” อลิซโวยวายใส่คนที่บอกเธอว่าจะกลับบ้านแถมอ้อนให้เธอกับเจมส์มาเป็นเพื่อนอีกต่างหาก

“โทษๆ อยู่ดีๆมันก็จามอะ ไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย” คนขี้แกล้งเหมือนกันที่สนิทกันอย่างง่ายๆ ยิ้มใส่เพื่อนใหม่อย่างไม่คิดอะไรมาก

“เออ ไปๆ ไหนล่ะบ้านแกอะ”

“นั่นไง ร้านดอเรน ร้านขายต้นไม้ที่ดีที่สุดในอาณาจักรเลยนะ” อากัสผายมือไปที่ร้านขายต้นไม้ขนาดกลางที่ประดับตบแต่งอย่างน่ารัก จนแม้แต่ผู้หญิงที่ดูไม่เหมือนผู้หญิงเท่าไหร่อย่างอลิซยังมองตาวาวอย่างสนใจ

“น่ารักมากเลยนะเนี่ย ขอเข้าไปดูหน่อยสิ เผื่อซื้อต้นไม้กลับไปที่ห้องบ้าง โรสบ่นบ่อยๆว่าห้องขาดความสดชื่นอะ” อลิซที่อิดออดไม่ยอมมาเดินนำเข้าร้านไป

“เอ้า ไม่หาแม่หรอนายน่ะห๊ะ มาดิอากัส เออ”

“เจมส์ นี่มันบ้านใครวะ”

“มะ ไม่รู้สิครับ ตามเข้าไปเถอะครับ”

“โห ต้นนี้แปลกมากเลยแหะ โอ๊ะ ต้นนั้นก็น่าสนใจ” อลิซมองโซนของต้นไม้แปลกตรงหน้าอย่างสนใจ

“แม่ สวัสดีครับ ผมมาเยี่ยมแล้วววว” อากัสวิ่งตึงตังผ่านต้นไม้ไปอย่างชำนาญทางก่อนจะโถมเข้ากอดหญิงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้

“ว่าแต่แม่เป็นไรปะครับ”

“คุณป้าคะ ต้นนี้ขายยังไงคะเนี่ย แล้วมัคือต้นอะไรคะ” อลิซที่หอบหิ้วต้นไม้เข้ามาหาโดยมีเจมส์ช่วยเดินมาถาม

“อ๋อ ต้นดราโกจ๊ะ”

“อือ ก็เหมือนมังกรจริงๆนะคะ น่ารักดีจัง” ต้นดราโกในมืออลิซหรือในมือเจมส์นั่นแหละ เป็นต้นไม้ขนาดเล็กที่ไม่มีใบ แต่เป็นลำต้นที่มีลักษณะเหมือนเกร็ดบางๆเคลือบลำต้น ยอดของต้นเป็นใบเล็กๆ ดูคล้ายมังกรในตำนานจีนของบ้านเราน่ะค่ะ

“เอ้า อากัสช่วยแม่ขายของหน่อยสิ เมื่อกี้แม่ล้มน่ะ”

“ได้ฮะ 50 เหรียญเลยอลิซ เอามาเดี๋ยวห่อให้ อ๋อ แม่ฮะนี่ เพื่อนที่นอนห้องเดียวกับผมครับ ส่วนนี้อลิซ เพื่อนร่วมห้องเรียนครับ เจมส์ อลิซนี่คุณนายดอเรน แม่ฉันเอง”

“อ้าว เพื่อนลูกหรอ สวัสดีจ่ะ”

“อะนี่ แล้วก็แม่ทายาหรือยังครับ เป็นอะไรมากไหมครับ”

“ไม่เป็นไรแล้วล่ะลูก แล้วนี่มายังไงล่ะ” คนเป็นแม่ชวนคุย ส่วนเด็กๆก็สนับสนุน จนกลายเป็นบทสนทนาที่สร้างเสียงหัวเราะเช่นเคย

 

“พวกนั้นนี่นานจังเลยนะ” คาลินดาปิดหนังสือในมือลง ตาก็กวาดมองไปรอบตัวเพื่อมองหาเพื่อนทั้งสามคนของเธอ

“เมทัส นายไปร้านก่อนก็ได้ เดี๋ยวฉันจะไปต่อแถวซื้อไอติมก่อน แล้วรอแถวๆนี้นะ” ซัลเฟอร์ยิ้มให้เพื่อนมือก็ชี้ไปที่ร้านไอติมสามรสที่ขึ้นชื่อที่สุดของที่นี่

“อือ” เมทัสพยักหน้าให้เพื่อนก่อนเดินลับหายไปในร้านหนังสือที่ตัวเองตั้งใจมาแต่แรก โดยที่ทั้งสองไม่ได้สังเกตเห็นคาลินดาที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้นนัก

“คาลินดารอนานไหมจ๊ะ”

“อ้าว วิเวียน ไม่นานๆ แล้วไหนล่ะโรส ไม่ได้ไปด้วยกันหรอ” คนพูดน้อยเป็นกิจวัตรยอมพูดมากขึ้นเมื่อได้สนิทกับเพื่อนๆในกลุ่มมากขึ้น

“หายไปไหนไม่รู้อะ เลยมาหาเธอก่อน อ๊ะ ร้านไอติมสามรส ว้ายยย เลิศอะ อยากกิน คาลินดาเอาไหมอะ” โรคตื่นเต้นกำเริบทำให้วิเวียนส่งตาวิบวับใส่เพื่อนสาวอย่างที่ชอบทำบ่อยๆเวลาเจออะไรที่เจ้าตัวรู้สึกสนใจ

“ไม่จ่ะ”

“งั้นรอแปบนะ ฉันไปซื้อก่อน” แล้ววิเวียนก็วิ่งไปต่อแถวอย่างสนใจ

“อ๊ะ แถวยาวจังแหะ”

“อือ ฉันก็ว่างั้นแหละ”

“หืม อ้าว นาย ห้องเดียวกับฉันใช่ไหม ชื่ออะไรนะ ขอโทษที ฉันลืมอะ”

“สวัสดี ฉันซัลเฟอร์ เธอล่ะ” ซัลเฟอร์ที่มาต่อแถวก่อน ส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

“วิเวียนจ่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ ซัลเฟอร์มาคนเดียวหรอ”

“มากับเพื่อน นี่แยกกันไปซื้อของอะ วิเวียนนี่ห้องเดียวกับอลิซใช่ไหม”

“ใช่ๆ นายรู้จักอลิซด้วยหรอ”

“เพิ่งเจอเมื่อก่อนหน้านี้เอง”

“อ๋อ อย่างงี้นี่เอง นายนี่เป็นคนแถวนี้หรือเปล่าล่ะ” วิเวียนที่ค่อนข้างเข้ากับคนง่ายชวนเพื่อนใหม่คุยจนถึงคิวของทั้งคู่

“เอาไอติมสายรุ้ง 2 อันครับ ขอบคุณครับ”

“อะ ของขวัญต้อนรับเพื่อนใหม่”

“ขอบใจนะ อ๋อ มานี่แปบสิ มีเพื่อนจะแนะนำให้รู้จักแหละ” วิเวียนยิ้มรับไอติมจากมือเพื่อนแล้วเดินนำเพื่อนใหม่ของเธอมาหาคาลินดา

“คาลินดาจ๊ะ นี่ซัลเฟอร์ เพื่อนร่วมชั้นเรียนเราไง ซัลเฟอร์นี่คาลินดา เพื่อนร่วมห้องจ่ะ”

“ยินดีที่ได้รู้จัก”

“เช่นกันครับ” ซัลเฟอร์ส่งยิ้มน้อยๆให้เด็กสาวตรงหน้า ส่วนคาลินดาก็ก้มหน้าไปหาหนังสือของเธอต่อ

“ซัลเฟอร์จะนั่งรอเพื่อนด้วยกันก่อนก็ได้นะ จะได้ไม่เหงาไง”

“อือ ขอบใจนะ แต่ไม่เป็นไรหรอก เพื่อนฉันมาแล้ว นั่นไง” ซัลเฟอร์โบกไม้โบกมือให้เมทัส ที่เดินหน้านิ่งออกมาจากร้านหนังสือแล้วมองซ้ายมองขวาหาเขา

“เมทัส นี่มานี่สิ จะแนะนำเพื่อนของอลิซให้รู้จัก นี่คาลินดา นี่วิเวียน”

“สวัสดีครับ แล้วคนอื่นล่ะ” คนนิ่งพยักหน้ารับนิ่งๆ

“ยังไม่มาเลยอะ มานั่งรอด้วยกันก่อนไหม แต่เบาๆก็ได้นะ จะได้ไม่กวนคาลินดา ตั้งแต่มานี่เห็นนั่งอ่านหนังสือตลอดเลย”

“หืม เมื่อกี้ชื่อฉันหรือเปล่า”

“ไม่มีอะไรครับ” เหมือนเครื่องตอบรับอัตโนมัติ เมื่อคนโดนแซวระยะเผาขนเอ่ยถาม ปากก็ปกป้องตัวเองทันที

“สม” และโดนซ้ำเติมด้วยคุณชายประจำห้องอย่างรักใคร่

 

“วิเวียน หายไปไหนมาจ๊ะ ฉันเลยเลือกต้นไม้คนเดียวเลย” โรสเดินกอดต้นไม้เข้ามาแล้วทำหน้ามุ่ยอย่างน่ารักใส่เพื่อนตัวเองที่นั่งอยู่โดยไม่ทันมองว่านอกจากเพื่อนสาวสองคนยังมีคนอื่นนั่งอยู่ด้วย

“โรสนั่นแหละหาย อ๋อโรสนี่”

“ทุกคนนนน ฉันมาแล้ว ปะ กลับกันไหม”

“โอ๊ย อลิซ ใจเย็นสิ วิ่งมากอดแบบนี้เดี๋ยวก็ล้มสิจ๊ะ”

“ขอโทษ อ้าว เมทัส ซัลเฟอร์มารออากัสกับเจมส์หรอ นู่น วิ่งหอบแดดมานู่นเลย”

“อือ แล้วนี่จะกลับกันแล้วหรอ”

“ใช่แล้วล่ะ งั้นพวกฉันกลับก่อนนะ บาย” อลิซที่ดูสนิทที่สุดตัดบทสนทนาอย่างรวดเร็วแล้วดึงเพื่อนๆให้ลุกขึ้น

“โอเคๆ เดี๋ยวเจอกันนะ”

“เจอกันจ้า”

“เราก็กลับกันบ้างไหมเมทัส” ซัลเฟอร์เอ่ยชวนเพื่อนก่อนทั้งสี่จะเดินกลับโรงเรียนตามหลังพวกอลิซไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น