ซิกม่า โรงเรียนเวทมนตร์คนอลเวง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 101 Views

  • 0 Comments

  • 6 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    0

    Overall
    101

ตอนที่ 4 : ยินดีต้อนรับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    26 ก.พ. 62

4 ยินดีต้อนรับ

ตกเย็น หลังจากกินข้าวเสร็จ เด็กทุกคนก็ชักชวนกันเดินไปยังป่าสนด้านหลังพร้อมกับเสียงพูดคุยเซ็งแซ่อย่างตื่นเต้น

“ไม่รู้ว่าเราจะไปทำอะไรเนอะ ตื่นเต้นจังเลยอะ” ลิเวียเปรยอย่างตื่นเต้น โดยมีฉากหน้าเป็นแนวสนที่ดวงอาทิตย์ค่อยๆลาลับขอบฟ้าไป

“อย่าลืมเปิดไฟฉายนะ เดี๋ยวจะเดินสะดุดกัน” อากัส เลปัสเตือนก่อนเจ้าตัวจะเปิดไฟฉายจากข้อมือขึ้นมาเป็นคนแรก

“อ้าว มากันแล้วใช่ไหมน้องๆ นั่งก่อนสิ ก่อนอื่นเลย ก็แบ่งกันเป็นกลุ่มๆนะจ๊ะ กลุ่มละ 4 คนกำลังดี” เอมี่ที่ถือคบเพลิงยืนรออยู่ทางเข้าป่าบอกกับเด็กๆทุกคน และไม่ต้องบอก ทุกคนก็จับกับรูมเมทของตัวเอง

“ก็มีทั้งหมด 20 กลุ่มเนอะ วันนี้เราจะรับน้องด้วยเกมป่าสน ในนี้จะมีรุ่นพี่ปีสองของน้องๆ รอรับความช่วยเหลืออยู่ แต่ละกลุ่มจะได้คำใบ้เพื่อตามหารุ่นพี่กลุ่มหนึ่งที่มีสี่คนเหมือนกัน อ๋อ เดี๋ยวพี่ก็ต้องเข้าไปจ่ะ ไม่ต้องสงสัย แล้วหลังจากนั้น น้องจะได้รับภารกิจในส่วนถัดไปนะ มีใครสงสัยอะไรไหม งั้นส่งตัวแทนมาจับฉลากเลยจ่ะ”

“โอเค ครบแล้วเนอะ งั้นขอให้โชคดีนะ” สิ้นคำ ไฟฉายของเด็กทุกคนก็ดับลง และเมื่อมันกลับมาสว่างอีกครั้งร่างของรุ่นพี่สาวก็หายไปเสียแล้ว เพื่อนหลายกลุ่มหันหน้าปรึกษากันเองเพื่อจะได้เข้าไปทำภารกิจช่วยเหลือรุ่นพี่ที่ได้รับมอบหมายมา

“ของเราได้คำใบ้อะไรมาเหรอโรส”

“อือ แปบนะวิเวียน ก่อนอื่นฉันยังไม่ได้แกะกระดาษเลย อะๆ ได้แล้วจ้า”

“เดินตามดาวเหนือ ณ ใจกลางป่าลึก เมื่ออยู่ในห้องเดียวกันนับเป็นสี่คน หากว่าสามชั่วโมงยังไม่จากไปมายาคงไม่สามารถอยู่ได้ คืออะไรอะ วิเวียนเข้าใจไหม”

“ไม่รู้สิโรส พวกเธอว่าไงอะ”

“อย่างแรกคงต้องไปทางเหนือละมั้ง ให้เดินตามดาวเหนือนี่”

“ก็น่าจะใช่นะอลิซ แต่ในที่นี้ใครดูดาวเป็นมั่งล่ะ” คาลินดารับกระดาษมาจากเพื่อน แล้วคิดจนคิ้วผูกเป็นโบว์

“ดูเป็นนะ แต่ตรงนี้ต้นไม้มันบังอะ แปบนะ ขอมองฟ้าก่อน” อลิซเดินออกห่างจากป่าออกไปแล้วหันหาดาวเหนือที่ว่า

“สงสัยอะ เราจะเดินตามดาวเหนือที่ใจกลางป่าลึกได้ยังไง” วิเวียนที่ชะโงกหน้ามาอ่านกับคาลินดาถามอย่างสงสัย

“มันน่าจะแยกส่วนกันนะ วิเวียน ฉันว่าน่าจะหมายถึงเดินตามดาวเหนือเข้าไปจนถึงใจกลางป่าละมั้ง”

“ที่โรสคิดก็น่าจะเป็นไปได้ อลิซ เจอดาวเหนือหรือยัง”

“แปบนะ อ๊ะ เจอละ” อลิซตอบคาลินดาแล้วชี้ดวงดาวที่สุกสว่างเหนือเส้นยอดไม้ไม่กี่องศาให้เพื่อนดู

“โอเค ทุกคนพร้อมนะ”

“พร้อม!!

“งั้นลุย!!” คาลินดาให้สัญญารณก่อนทั้งสี่คนจะเดินไปตามทางที่อลิซชี้บอก

 

เข้ามาแรกๆ พวกเธอยังมองเห็นแสงไฟแวบไปมาของเพื่อน เสียงร้องกรี๊ดกร๊าดเวลามีเงาวับแวมพาดผ่าน แต่เมื่อเดินลึกเข้าไปเสียงเหล่านั้นก็เงียบลงจนเหลือแต่เสียงฝีเท้าของพวกเธอและเสียงสัตว์กลางคืนโดยรอบเท่านั้น

“ฉันว่ามันเงียบแล้วก็ง่ายแบบแปลกๆนะ” อลิซที่อยู่กับความอึกทึกครึกโครมมาทั้งชีวิตทักอย่างไม่ค่อยคุ้นชินกับความเงียบนัก

“นั่นสิ มันไม่ควรง่ายแบบนี้หรือเปล่า คาลินดาคิดว่ายังไงจ๊ะ”

“ฉันคิดว่าเรากำลังเดินวนอยู่ที่เดิมมาสามรอบแล้ว”

“ห๊ะ!!” สิ้นคำพูด ทั้งสามก็หยุดแล้วหันมาจ้องคนพูดอย่างไม่เข้าใจ

“หมายความว่ายังไงอะ”

“ฉันทำสัญลักษณ์ไว้ที่ต้นไม้ ตรงนั้น” ปลายนิ้วเรียวชี้ไปที่เครื่องหมายกากบาทที่บริเวณต้นสนขนาดใหญ่

“หมายความว่า เราเดินมาเจอต้นไม้นั้นมาสามรอบแล้ว ใช่ไหม” อลิซสรุปแล้วมองเจ้าเครื่องหมายนั่นอย่างไม่เข้าใจ

“แต่ เราเดินตรงอย่างเดียวเลยนี่นา ทำไมถึงวนมาที่เดิมได้ล่ะ” วิเวียนทำหน้าสงสัยแล้วเดินไปหาต้นไม้นั้น

“หรือว่าเราจะตกอยู่ในอาคมเวทจ๊ะ” คาลินดาดีดนิ้วดังเป๊าะอย่างชอบใจที่มีคนคิดแบบเดียวกับเธอ

“ถ้าอย่างนั้น เราก็ต้องหาทางทำลายหรือไม่ก็แก้มายานี้ให้ได้”

“เดี๋ยวสิ พวกเธอรู้เรื่องอะไรกันสองคนอะ” อลิซประท้วงอย่างไม่เข้าใจอะไรเลยสักนิด สองคนนี้เล่นสบตาแล้วสรุปกันเองอย่างกับว่าอ่านใจกันได้แล้วเธอจะไปเข้าใจด้วยได้ยังไงกัน โว๊ย หงุดหงิดนะนี่

“ตามวิเวียนมาเถอะ เราคงต้องคุยกันก่อน ไม่งั้นหลงอยู่ในนี้จนตายแน่”

“อือ วิเวียนมานี่มา”

“อื้อ แปบน้าอลิซ” ไม่นานวิเวียนก็ผละออกจากการสำรวจต้นไม้ แล้วเดินมานั่งกับเพื่อนๆ

“เธอยังไม่ต้องรู้หรอกว่าอาคมเวทคืออะไรฉันเองก็ไม่ได้มีความรู้มากไปกว่าเธอ แค่อ่านหนังสือเยอะ เลยเจอเรื่องเล่าพวกนี้บ่อย นักเดินทางสมัยโบราณเคยเล่าว่าพวกเขาติดอยู่ในป่าแห่งหนึ่งนานถึงสามวันสามคืน พอออกมาได้ก็มีนักเวทเมื่อตอนนั้นไปตรวจสอบ และพบว่ามันมีการอักขระโบราณที่เขียนตามผนังของซากปรักหักพังเต็มไปทั่วบริเวณนั้น จนเกิดเป็นเขตที่มีไอเวทมนตร์เข้มข้นจนเกิดเป็นพื้นที่แบบนั้นขึ้น พวกเขาจึงศึกษาและบัญญัติเป็นบทเรียนแล้วเรียกเจ้าพวกนั้นว่าอาคมเวท”

“ฉันก็เคยอ่านจ่ะ เขาว่ากันว่า วิธีออกจากอาคมนั้นมีอยู่ทั้งหมดสามวิธี วิธีแรกทำลายอักขระ วิธีที่สองวาดทับอักขระ วิธีที่สามเอ่อ ฉันจำไม่ได้จ่ะ”

“มันไม่ได้เขียนบอกไว้ วิธีสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับการแก้ปัญหาของแต่ละคนกับอาคมที่เจอเอง หากพลิกแพลงได้มากวิธีแก้ก็มีอีกร้อยแปด”

“แล้วเราจะทำไงดีล่ะ”

“อือ ฉันว่าฉันพาทุกคนไปยังใจกลางป่าได้นะ ลุกขึ้นเถอะ ก่อนอื่นนะคาลินดา เธอลืมเรื่องต้นไม้สัญลักษณ์ของเธอไปก่อนเถอะ ทำใจสบายๆนะทุกคน แล้วเดินตามฉันมา” วิเวียนลุกขึ้นอย่างกระฉับกระเฉงท่ามกลางความงงของเพื่อนๆ แต่สุดท้ายทุกคนก็ยอมลุกขึ้นแต่โดยดี

“ไปกันเถอะ” ใช้เวลาเพียงไม่นานจริงๆ วิเวียนก็พาทุกคนเดินมาถึงบริเวณโล่งขนาดใหญ่ที่มีรุนพี่สี่คนนั่งอยู่ได้

“เธอทำได้ยังไงอะ” อลิซถามอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นพี่ๆสี่คนนั่งอยู่ตรงนั้น

“อาคมนั่น น่าจะเป็นอาคมที่ปรากฏตามสิ่งที่เราคิด เพราะตอนฉันไปสำรวจต้นไม้นั่น ฉันดันคิดว่า ถ้ามันมีดอกมันต้องสวยมากแน่ๆ พอเงยหน้าต้นไม้ก็มีดอกขึ้นเต็มต้นเลย เลยคิดว่าการที่เราวนที่เดิมเพราะคาลินดาคิดถึงแต่สัญลักษณ์ที่ต้นไม้น่ะ”

“เอาล่ะ อย่ามัวคุยกันเองเด็กๆ”

“อ้าว พี่ชาเรย์ พี่เอมี่”

“อื้อ พวกพี่เองแหละ เก่งมากนะ แก้อาคมของจีนัสได้ภายในเวลา อืม 2 ชั่วโมง 59 นาทีกับอีก 56 วินาที เกือบไม่ทันแล้วไหมล่ะ เอาล่ะ ก่อนอื่นคงต้องแนะนำตัวกันก่อนนะ พี่ชื่อชาเรย์ นั่นพี่เอมี่ พี่หน้ายุ่งๆนั่นพี่แฟร์ แล้วก็พี่ที่เหมือนจะหลับอยู่นั่นชื่อพี่จีนัสจ่ะ ยินดีที่ได้รู้จักน้องๆอีกครั้งนะ” ชาเรย์ยิ้มพร้อมกับแนะนำตัว

“แล้วพวกเราต้องทำอะไรหรอคะ หรือแค่เข้ามาเจอพวกพี่ๆก็พอแล้ว”

“อ้าว แล้วกัน ไม่คิดจะแนะนำตัวกันหน่อยหรอจ่ะ” เอมี่ถามยิ้มๆ

“ขะ ขอโทษค่ะ หนูวิเวียนค่ะ”

“คาลินดาค่ะ”

“อลิซ...ค่ะ”

“หนูโรสค่ะ” เด็กสาวแนะนำตัวพร้อมยิ้มหวาน

“เอาล่ะ จริงๆคือพวกพี่ได้รับหน้าที่ให้มารับน้องที่เลขห้องตรงกับตัวเอง หรือจะเรียกว่า ห้องรหัสก็ได้ โดยแต่ละห้องก็ให้ไปคิดเองว่าจะรับน้องรหัสตัวเองยังไง แต่จุดประสงค์จริงๆของกิจกรรมนี้ก็แค่อยากให้ห้องรหัสรู้จักกันอะนะ พี่เลยตั้งโจทย์ง่ายๆ แค่น้องมาที่นี่ได้ภายในสามชั่วโมงก็พอแล้ว" ชาเรย์อธิบายด้วยรอยยิ้ม

“ง่ายกับผีสิ” อลิซแอบกระซิบกับวิเวียนจนเจ้าตัวหัวเราะคิกออกมาเบาๆ

“แล้วเราต้องทำอะไรกันต่อหรอคะ”

“อือ น้อง...โรสใช่ไหม เดี๋ยวตอน 5 ทุ่มพี่ต้องให้ภารกิจพวกเราต่ออะ นี่ก็อีกประมาณเกือบๆชั่วโมงเรามานั่งทำความรู้จักกันก่อนดีกว่า” เอมี่อธิบายเพิ่มก่อนทั้งแปดจะมานั่งเป็นวงเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยน และทำความรู้จักกันให้ดียิ่งขึ้น โดยพวกรุ่นพี่ก็ให้คำแนะนำเพิ่มเติมน้องๆพร้อมกับแอบนินทาความโหดของอาจารย์แต่ละคนไปด้วยความสนุกสนาน รวมไปถึงแนะแนวทางการเอาชีวิตรอดไปจากการเรียนอันแสนสะดวกสบายจนแทบลากเลือด(?) การทำกิจกรรมที่แสนสนุกสนานจนแทบคลานกลับไปนอน(?) รวมไปถึงเรื่องราวรอบๆโรงเรียนที่สมควรรู้ ส่วนน้องๆก็นั่งฟังอย่างสนอกสนใจจนกระทั่งเวลาผ่านเลยไป

“เอาล่ะ ตอนนี้ก็ได้เวลาอันสมควรแล้วอะนะ พี่ว่าพวกเราไปฐานต่อไปกันดีกว่า” เอมี่ลุกขึ้นแล้วดึงจีนัสที่ทำท่าเหมือนจะลงไปนอนราบกับพื้นให้ลุกขึ้นมายืนหลับแทน

“ทำอะไรต่อหรอคะพี่” อลิซที่ดูผ่อนคลายกับพวกพี่ๆมากขึ้นถามแล้วก็สะกิดคาลินดาที่ดูเหม่อลอยให้มาตั้งใจฟังด้วยกัน

“ปริศนาเขาวงกตจ่ะ” ชาเรย์ตอบด้วยรอยยิ้มสยองแล้วเดินพาน้องๆลัดเลาะตามแนวป่าจนมาถึงเขาวงกตที่ว่า

“สุดปลายทางนี้ก็สิ้นสุดกิจกรรมแล้วล่ะ ขอให้สนุกกับเขาวงกตมรณะนะจ๊ะ” ไม่รอให้ใครได้เตรียมใจแฟร์ที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ใช้ฝ่าเท้าดันน้องๆผู้น่ารักเข้าไปทันที

 

“เฮ้ย ถีบกันเข้ามาเลยหรอ หนอย อย่าเผลอนะพี่แฟร์ น้องจะเอาคืน!!

“ก่อนจะเอาคืนพี่เขา มาเอาตัวเองให้รอดก่อนไหม อลิซ” เสียงเนือยๆของคาลินดาทำให้อลิซต้องหันมามองข้างหน้า ลูกตุ้มเหล็กสามลูกที่กำลังเคลื่อนที่สวนกันอย่างเป็นจังหวะทำให้เธอกลืนน้ำลายดังเอื๊อก

“อะ ไอ้พี่เว๊ร!!!” ก่อนตะโกนตบท้ายไปอีกรอบ

 

“ฉันว่ากระโดดเกาะลูกตุ้มทีละอันไปเรื่อยๆได้ไหม จะได้ไม่ต้องเสี่ยงโดนทับแบน” อลิซเสนอในขณะที่เจ้าตัวถอยออกไปจากที่เดิม เพื่อกะจังหวะในการกระโดด

35 46 60 นั่นคือจังหวะในการเหวี่ยงของลูกตุ้มแต่ละอันนะอลิซ”

“โอเค งั้นเดี๋ยวฉันลองกระโดดไปเลยละกัน” อลิซไม่รอให้ใครเห็นด้วยกับเธอ เด็กสาวก็ทำสิ่งที่ถนัดตลอดนั่นคือการใช้กำลัง ด้วยการกระโดดขึ้นเกาะลูกตุ้มอันแรก แรงเหวี่ยงทำให้ร่างเธอโงนเงนไปตามการเคลื่อนไหวของลูกตุ้มอย่างหวาดเสียว แต่อลิซไม่เสียเวลากับลูกแรกนานเมื่อจังหวะที่มันสวนกับลูกที่สองในเสี้ยววินาทีถัดมาเด็กสาวก็โผล่ไปที่ลูกที่สองแล้ว และเพียงกระพริบตาเพื่อนของเธอก็เกาะกับลูกที่สามได้อย่างสวยงาม

60 ครั้งต่อนาทีมันเหวี่ยงขนาดนี้เลยหรอเนี่ย สนุกดีแหะ แต่กาะนานๆจะพาลอ้วกเอา หาที่ลงก่อนละกัน” ถึงแม้จะอยู่บนลูกตุ้มที่เคลื่อนไหวตลอดเวลาแต่อลิซก็สามารถมองเห็นพื้นที่ตรงหน้าได้อย่างดี และกระโดพาตัวเองมาอยู่บนพื้นได้อย่างสวยงามและปลอดภัย

“ตามมาเลยทุกคน ตรงนี้ปลอดภัยดี” ทั้งสามมองหน้ากันอย่างชั่งใจ จนสุดท้ายวิเวียนเลยพยักหน้าอย่างตกลงใจว่าเธอจะไปก่อน แวมไพร์น้อยเดินถอยหลังไปก่อนวิ่งเต็มแรงเพื่อนกระโดดเกาะลูกตุ้มอันแรก

พลั่ก!! กลุกๆๆๆๆๆๆ

“กรี๊ดดดด” แต่แทนที่จะได้เกาะที่ลูกตุ้มอย่างสวยงามวิเวียนดันสะดุดก้อนหินก่อนกลิ้งเข้าหาลูกตุ้มด้วยความเร็วสูง เด็กสาวกรีดร้องไปด้วยไหลผ่านลูกตุ้มไปด้วยจนมาหยุดที่แทบเท้าอลิซได้โดยปลอดภัยอย่างน่าเหลือเชื่อ

“ปะ เป็นอะไรไหมวิเวียน”

“ส สบายมาก อ้วก” ลำบากอลิซต้องมาดูแลเพื่อนสาวที่นั่งอ้วกอย่างหมดสภาพ

“เอาไงดีจ๊ะคาลินดา เธอจะไปก่อนหรือให้ฉันไปก่อนดี”

“โรสเลยก็ได้ ขอคิดอะไรหน่อยน่ะ”

“อื้อ” โรสพยักหน้ารับก่อนเจ้าตัวจะกระโดดจากจุดที่ยืนอยู่ขึ้นบนลูกตุ้มลูกแรกแล้วเหวี่ยงลูกตุ้มลูกแรกไปกระทบลูกที่สองพร้อมๆกับย้ายตัวเองไปด้วย เมื่อยืนมั่นคงบนลูกตุ้มลูกที่สองเธอก็เหวี่ยงลูกตุ้มลูกที่สองไปยังลูกตุ้มลูกที่สามพร้อมกับตัวเอง เมื่อแรงเหวี่ยงหมดลงก็กะจังหวะแล้วกระโดดลงมายืนบนพื้นอย่างสวยงาม

“รีบๆตามมาเร็วคาลินดา ตรงนี้ปลอดภัยดีจ้า”

“อื้อ” เมื่อลูกตุ้มกลับสู่จังหวะการหมุนปกติ คาลินดาก็วิ่งตัดตรงจากบริเวณที่ยืนอยู่ผ่านลูกตุ้มแต่ละลูกอย่างหวาดเสียวและมาโผล่ตรงหน้าโรสอย่างสวยงาม

“สวยงามมากเลยจ้า อ๊ะ อลิซ วิเวียนดีขึ้นหรือยังจ๊ะ”

“เหมือนจะดีขึ้นแล้วแหละ ไหวใช่ไหมวิเวียน”

“วะ ไหวๆ” เมื่อพยุงวิเวียนขึ้นมา มองเห็นทางแยกสองทาง

“เรามาโหวตละกัน” อลิซเลือกวิธีการเลือกเส้นทางที่ได้มาตรฐานโลกสุดๆ เมื่อโหวตไปเรื่อยๆทั้งสี่ก็เดินตามทางนั้น เลี้ยวขวา เลี้ยวซ้าย เลี้ยวซ้าย ตรงไป ตลอดเส้นทางราบลื่นดีจนกระทั่งมาถึงบ่อน้ำที่ขวางทางอยู่

“เอาไงดี”

“อ๊ะ เจ้าปลาน้อยล่ะ” โรสยิ้มหวานให้ปลาปิรันย่าตัวเขื่องที่ว่ายวนเวียนไปมาในบ่อ

“ไม่น่าจะน้อยนะโรส มันตัวนึงนี่เขมือบแขนฉันได้ทั้งข้างเลยมั้ง” อลิซมองเจ้าปลาน้อยของเพื่อนเทียบกับแขนตัวเอง

“ฉันอยากจะข้ามไปฝั่งนู้นหน่อยจ่ะ อยากออกจากที่นี่”

“ว้าวว เธอคุยกับปลารู้เรื่องหรอโรส”

“ใช่แล้วล่ะวิเวียน พอดีที่บ้านทำฟาร์มสัตว์น่ะ เลยพอได้คุยกับพวกนี้อยู่บ้างจ่ะ”

“แล้วปลาน้อยของเธอว่าไงล่ะ” อลิซถามโดยมีคาลินดาทำท่าทางอยากรู้เป็นภาพประกอบ

“มันบอกว่าเดี๋ยวทำสะพานให้ผ่าน รีบไปไวๆ อย่าทำมันบาดเจ็บด้วยน่ะจ่ะ”

“ว้าว ยอดไปเลย รักโรสที่สุด” วิเวียนวิ่งมากอดโรส แล้วทั้งสี่ก็ผ่านบ่อปลาปิรันย่ามาได้ด้วยประการฉะนี้แล

 

และเมื่อเดินผ่านไปสักพักก็พบกับประตูไม้สลักลวยลายดอกกล้วยไม้ที่แกะสลักอย่างงดงาม

“อ๊ะ นั่นประตูทางออกหรือเปล่าน่ะ”

“น่าจะใช่นะวิเวียน ไปกันเถอะจ่ะ” โรสวิ่งนำทุกคนไปยังบานประตู

โครม!!

“อ๊ะ ขอโทษค่ะพี่จีนัส ไม่รู้ว่าพี่พิงประตูอยู่” โรสพยุงรุ่นพี่สาวขึ้น

“ว้าว พวกเธออยู่ห้องกล้วยไม้เหมือนพวกเราเลยล่ะ เข้ามาสิ พวกเธอเป็นกลุ่มสุดท้ายพอดี” แฟร์ทักทายแล้วชี้ชวนให้พวกเธอเดินเข้าไปภายในห้อง

“ห้องกล้วยไม้ อะไรคะ” โรสนั่งลงตรงที่ว่างตามด้วยอลิซ วิเวียน และคาลินดา

“คือทุกปีที่รับเด็กเข้าน่ะจ่ะ ทางโรงเรียนเราจะให้พวกพี่ๆช่วยสร้างแบบทดสอบเพื่อแบ่งเด็กออกเป็นสี่ห้อง เพื่อจะได้ลดภาระในการสอน และให้ครูถึงนักเรียนทุกคนน่ะ” รุ่นพี่ผู้หญิงที่นั่งอยู่ไม่ห่างอธิบายขึ้น

“อ๋อ แล้วนอกจากห้องกล้วยไม้มีห้องอะไรบ้างคะพี่” เด็กสาวที่หน้าตาเหมือนเด็กชายที่นั่งข้างๆเป๊ะๆยกมือขึ้นถาม

“ก็มีห้องกุหลาบ ห้องทานตะวันแล้วก็ห้องลิลลี่จ่ะ พอดีผู้อำนวยการที่แบ่งห้องเขาชอบดอกไม้พวกนี้ เอาล่ะ มาแนะนำตัวกันดีกว่า นี่มันเกือบตีสามละนะ ไม่ง่วงกันหรือไง” พี่คนเดิมพูด

“โดยเริ่มจากปีหนึ่งก่อนละกันนะ อะ เราชื่ออะไร”

“คาลินดา เอคาร์น่าค่ะ”

“สวัสดีนะทุกคน และพี่ๆนะคะ วิเวียน อลัสเซียค่ะ”

“อ่า สวัสดี ฉัน อลิเซ่ ลองปิเย”

“สวัสดีเพื่อนๆและพี่ๆทุกคนนะคะ ฉันชื่อโรส ทามิดาค่ะ จากนี้ไปขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”

“สวัสดีค่ะ ลิเวีย ฟลาวเวร่านะคะ”

“เมโลดี้ สวอทค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวนะคะ”

“เอดาร์ เบทาเนียค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคน”

“ฉันเฟรัน บารอสก้าจ้า” เด็กสาวที่เอ่ยถามไปตอนแรกพูด ก่อนที่เด็กชายที่หน้าตาเหมือนเธอจะลุกมาแนะนำตัวต่อ

“เฟริน บารอสก้าครับ”

“โทมัส ซากลอส” เด็กชายที่ตัวใหญ่ที่สุดในห้องนั้นลุกขึ้นแนะนำตัวเป็นคนถัดมา

“สวัสดีครับ ผมไคน์ เลสัส”

“สวัสดีทุกคนครับ ผมชื่อโอลัส ยาเนสครับ”

“เมทัส กลัสเซียร์ครับ”

“ผมอากัส เลปัสครับ สวัสดีนะครับทุกคน”

“ผมชื่อเจมส์ เททอรัสนะครับ ฝะ ฝากเนื้อฝากตัวกับทุกคนด้วยนะครับ” เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาล ดวงตาสีแดงลุกขึ้นมาพูดด้วยท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูก่อนจะก้มตัวคำนับจนหัวโขกโต๊ะดัง โป๊ก!!!

“ซัลเฟอร์ โบนาปาสนะครับ”

“มินนิน นาเยวาค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” เด็กสาวตัวเล็กแนะนำตัวพร้อมกับขยับแว่นบนใบหน้าให้เข้าที่ด้วยท่าทางประหม่าเล็กน้อย

“ฉันนายา ไพพีค่ะ”

“ดีรัน โดรา ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะ”

“อ้าว คนสุดท้ายแล้วหรอคะ ฉันชื่อคีตา เลโดเลสค่ะ สวัสดีทุกคนนะคะ”

“เอาล่ะน้องๆก็แนะนำตัวกันหมดแล้ว งั้นพี่จะให้น้องๆทำความรู้จักกันไปนะจ๊ะ แล้วก็กำหนดการณ์วันพรุ่งนี้ตามตารางที่ส่งให้ อย่าสายอย่าขาดนะ” ชาเรย์ยิ้มเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเหล่าพี่ๆที่ไม่ยอมแนะนำตัวจะจางหายจากห้องไป

“ฉันว่า เรามาทำความรู้จักกันอีกทีดีไหม แค่ชื่อมันไม่พอหรอกนะ” อากัสยิ้มกว้างจนตาหยีแล้วเขาก็เริ่มจุดหัวข้อสนทนาเพื่อสร้างความสนิทสนมจนกระทั่ง เช้าวันใหม่มาเยือน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น