ซิกม่า โรงเรียนเวทมนตร์คนอลเวง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 101 Views

  • 0 Comments

  • 6 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    0

    Overall
    101

ตอนที่ 3 : เพื่อนร่วมห้อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 ก.พ. 62

3 เพื่อนร่วมห้อง

          เมื่อทุกคนเข้ามาในโรงเรียนแล้วชาเรย์ก็พาน้องๆไปยังห้องโถงใหญ่

“เดี๋ยวน้องๆทุกคนลงทะเบียนที่โต๊ะด้านข้างนะคะ รับกุญแจห้องแล้วก็เอกสารที่จำเป็นจากพี่ที่รับลงทะเบียนด้วย จากนั้นตอน เที่ยงตรงเจอกันที่โรงอาหารนะคะ”

“ค่ะ/ครับ” เสียงขานรับของเหล่ารุ่นน้องทั้ง 80 คนทำให้ชาเรย์ยิ้มรับก่อนหันไปปรึกษาเรื่องรับน้องกับเพื่อนแล้วพากันเดินจากไป

 

“น้องชื่ออะไรคะ” รุ่นพี่ที่ยิ้มให้กับอลิซ

“อลิซค่ะ อลิเซ่ ลองปิเย”

“อ๋อ อลิเซ่ อลิเซ่ อะ นี่ไงเจอแล้ว ของน้องห้องที่ 20 นะคะ อยู่ที่ชั้น 4 ห้องริมสุดเลย ทางไปหอก็ตรงไปจากตรงนี้แล้วก็ไปทางนี้ ตามแผนที่นี้นะคะ ส่วนนี่เป็นแผนที่ของโรงเรียนเรานะ อ๋อ จัดการเก็บพวกเสื้อผ้าให้เรียบร้อยนะคะ แล้วก็มีข้อสงสัยอะไรไหม”

“แล้วจะซักพวกเสื้อผ้าอะไรแบบนี้ต้องทำยังไงคะ”

“อ๋อจะมีคุณป้ามารับไปซักให้จ่ะ เออ พี่ลืมบอกเลย ในตู้จะมีพวกชุดนักเรียนอะไรแบบนี้ด้วย ตรวจเช็คด้วยละกันนะจ๊ะ”

“อ๋อ ค่ะ ขอบคุณ” อลิซพยักหน้ารับคำก่อนเดินออกไปตามแผนที่ที่ได้รับมา

 

ห้อง 20

หลังจากขึ้นลิฟต์มาจนถึงห้องตัวเองแล้วเด็กสาวก็ไขกุญแจเข้าไป

“มาคนแรกเลยแหะ อีกสามคนจะหน้าตายังไงบ้างเนี่ย ขืนเข้ากันไม่ได้ขึ้นมา จะมีย้ายห้องไหมนะ” ปากก็บ่นพึมพำ ตาก็กวาดมองรอบห้อง ห้องที่เธออยู่เหมือนห้องชุดในคอนโดหรูๆสักที่ เตียงสี่เตียงจัดวางเรียงกันไว้คั่นด้วยโต๊ะและโคมไฟเล็กๆที่ฝั่งหนึ่งติดกับริมประตู ฝั่งตรงข้ามกับเตียงเป็นโต๊ะสำหรับทำการบ้านและอ่านหนังสือที่มีหน้าต่างสามารถเปิดไปดูด้านนอกได้ และมีตู้ใส่ของเล็กๆสี่ตู้วางอยู่ด้านใน ตรงข้ามกับประตูห้องคือห้องน้ำ และมีพวกตู้เก็บความเย็น กระติกน้ำร้อนสำหรับทำอะไรกินง่ายๆที่เคาเตอร์ด้านหนึ่งด้วย

“ก็ค่อนข้างจะครบครันอะนะ นอนติดริมข้างในละกัน เผื่อมีโจรมาจะได้เจอคนอื่นก่อน อือ เข้าท่า” อลิซคุยกับตัวเองก่อนเดินไปที่เตียงในสุด

“อ้าว ของใครอะ ทำไมไม่เห็นใครเลย” และพบกับของของคนที่วางอยู่ก่อนแล้ว

“อ๋อ ของฉันเองน่ะ จะนอนตรงนั้นก็ได้ เดี๋ยวย้ายให้” เสียงเรียบเนือยที่ดูคุ้นหูไม่น้อยทำให้อลิซกันไปมองและพบกับเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีเงิน ที่กำลังยืนหน้านิ่งอยู่หน้าประตูห้องน้ำ

“อ้าว เธอนั่นเอง คนที่ร้านหนังสือ อยู่ห้องนี้เหมือนกันหรอ” และได้รับเพียงการพยักหน้าเบาๆกลับมา

“ฉัน อลิซ อลิเซ่ ลองปิเยนะ เดี๋ยวฉันนอนเตียงถัดมาก็ได้ เธอมาก่อนนี่” และเมื่อไม่มีการตอบรับอลิซเลยแนะนำตัวเสร็จสรรพแล้วขยับมาวางของที่เตียงข้างๆ

“ฉันคาลินดา เอคาร์น่า” จบ ไม่มีบทสนทนาใดๆต่อจากนั้น คนไม่พูดเมื่ออยู่กับนมนุษยสัมพันธ์แย่เลยก่อความเงียบแปลกๆแผ่กระจายไปทั่วห้อง

“อ้าว มีคนมาแล้วหรอ สวัสดีจ้า ฉันชื่อโรสนะ” และเหมือนฟ้าจะเป็นใจ เมื่อบุคคลที่เข้ามาคนที่ 3 ได้แผ่ออร่าความสดใสจนแสบตาเพียงแค่เจ้าตัวโผล่หน้าพ้นประตูเข้ามา พร้อมกับผมสีทองสว่างไสว

“คาลินดา เอคาร์น่า”

“ฉันอลิซ อลิเซ่ ลองปิเย”

“ยินดีที่ได้รู้จักน่ะ ฉันว่าฉันนอนติดประตูดีกว่า ฉันอยู่ไม่ค่อยสุกน่ะ ชอบลุกไปมา พวกเธอจะได้ไม่รำคาญเนอะ”

“อ้าว นี่มาคนสุดท้ายเลยหรอ หวาย แย่แล้ว ทุกคนต้องสนิทกันหมดแล้วแน่ๆ ทำยังไงดี ฮือออ” เสียงที่ดังก่อนตัวจะเข้ามาทำให้สายตาทั้งสามคู่จับจ้องไปที่ผู้ที่เข้ามาใหม่

“นี่ ร้องไห้ทำไมน่ะ” อลิซถามก่อนกรอกตาไปมาอย่างไม่เข้าใจ ทำไมผู้หญิงวัยนี้ถึงเข้าใจยากจังนะ

“ฉันไม่มีเพื่อนแล้ว แงงงงง” และแทนที่จะเงียบ เจ้าของผมสีดำก็ปล่อยโฮหนักกว่าเดิมก่อนจะทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ไม่ไกลจากโรส

“โอ๋ๆ ไม่ร้องนะจ๊ะ ฉันเองก็เพิ่งมาเมื่อกี้เอง เธอชื่ออะไรหรอ ฉันโรสนะ” ปลอบพร้อมรอยยิ้มแสนสว่างทำให้คนที่ร้องอยู่เงียบไปทันที

“แสบตาอะ ฉะ ฉันชื่อวิเวียนจ่ะ แล้วสองคนนั้น” คนเป็นแวมไพร์ชำเลืองไปมองเพื่อนที่มองเธอนิ่งๆอีกสองคน

“ฉันอลิเซ่ ลองปิเย เรียกอลิซเฉยๆก็ได้”

“คาลินดา เอคาร์น่า”

“ยะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ เตียงไหนว่างบ้างหรอ”

“ตรงนี้จ่ะ ข้างฉันเลย วิเวียนนอนนี่นะ ได้ใช่ไหม”

“ได้ ขอบใจนะโรส” และก็ได้รับสิ่งตอบแทนเป็นความแสบตาอีกครั้ง

 

เที่ยงตรงไม่ขาดไม่เกินเด็กใหม่ทั้ง 80 คนก็เกาะกลุ่มกันมาเป็นห้องๆ มายังโรงอาหารขนาดใหญ่

“โหหห หรูมาก พื้นมันวับเลยอะ ไหนจะร้านอาหารเยอะแยะอีก ว้ายย มีอาหารแต่ละภาคด้วยอะ นั่นอาหารประจำภาคฉันนี่นา งื้อ อยากกิน”

โครม!!!

ไม่ทันที่วิเวียนจะได้ไปกินอาหารที่อยากกินเจ้าตัวก็สะดุดขาตัวเองไปนั่งกองกับพื้นเรียบร้อย คนเกือบยี่สิบคนรอบบริเวณหันมามองและพบกับเด็กสาวคมดำที่นอนตะครุบกบอยู่บนพื้น เด็กสาวหน้าตาน่ารักราวตุ๊กตาที่กำลังกอดอกพร้อมกรอกตาอย่างเอือมระอา เด็กผมเงินที่กำลังใส่แว่นหนาเตอะพร้อมหนังสือเล่มหนา และเด็กสาวเจ้าของผมสีทองที่กำลังก้มลงไปถามอาการของคนล้ม

“เป็นอะไรไหมวิเวียน นี่เธอชนนั่นชนนี่มาเยอะเลยนะเนี่ย”

“ไม่เป็นไรๆ ขอบใจนะโรส เราไปกินข้าวกันเถอะ”

“อือ เธอจะกินอะไรล่ะ เดี๋ยวฉันไปเอาให้ดีกว่า เดี่ยวจะอดกินเอา” โรสถามแล้วพยุงเพื่อนสาวขึ้น

“เอาเคนตะ อาหารประจำภาคเหนืออะ บ้านฉันเอง”

“อื้อ เอาสิ อยากลองกินเหมือนกัน เธอสองคนจะกินอะไรกัน อ้าว หายไปไหนแล้วล่ะ”

“ทางนี้โรส ฉันกับคาลินดาไปเอาอาหารมาแล้ว โต๊ะนี้นะ เดี๋ยวฉันไปหยิบน้ำก่อน” อลิซบอกก่อนเดินหายไปอีกรอบอย่างรวดเร็ว

“งะ งั้นฉันไปหยิบน้ำให้เธอละกันนะโรส”

“อื้อ ขอบใจจ้า”

และแล้วอาหารมื้อแรกในโรงเรียนของเหล่าเพื่อนร่วมห้องก็ผ่านไปด้วยดี

 

เมื่อทานข้าวกลางวันเรียบร้อย ชาเรย์ก็ให้น้องๆที่เพิ่งเข้ามารวมกันที่ห้องโถงเดิม

“เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเราจะเริ่มกิจกรรมรับน้องกันนะคะ เป้าหมายของกิจกรรมนี้คือการรับน้องเข้ามาเป็นน้องปีหนึ่ง รุ่นที่ 2001 ของเราอย่างเป็นทางการค่ะ สำหรับรายละเอียดกิจกรรม พี่เอมี่จะมาแจ้งนะคะ”

“สวัสดีค่ะ น้องๆ พี่ชื่อเอมี่ สำหรับกิจกรรมนะ น้องๆต้องหาเอาเอง แล้วก็ทำให้เสร็จก่อนเที่ยงคืนของวันพรุ่งนี้ ก็คือก่อนอาจารย์จะเริ่มสอนนั่นแหละ สู้ๆนะ วันนี้แยกย้ายได้” พูดจบรุ่นพี่ก็เดินหายไปกันหมด ปล่อยให้เด็กใหม่ยืนงงในดงตัวเอง

“อ้าว อะไรเนี่ย แล้วเราจะเอาไงอะ พี่เค้าปล่อยเกาะเราเลย”

“นั่นดิ” เสียงถามรอบบริเวณดังไม่ได้ศัพท์ เด็กทุกคนหันมามองกันอย่างสงสัย แต่สายตาเดียวที่ยังมองที่เดิมคือคาลินดา

“นั่นไง คำใบ้” เสียงแผ่วเบาของเด็กสาวเรียกได้แค่คนยืนข้างๆอย่างอลิซหันไปมอง ลูกบอลกลมสีทองอร่ามลอยคว้างอยู่บริเวณที่เอมี่เพิ่งเดินจากไป

“เฮ้ย อย่าเพิ่งเสียงดังกัน ดูนั่นดิ” อลิซเลยจัดการเรียกสติเพื่อนเสียงดัง

“มันคืออะไรน่ะ” อารีอัส เด็กสาวผมแกละที่แนะนำตัวเมื่อเช้าว่ามาจากชายแดนริมทะเล พูดพร้อมวิ่งเข้าไปจับเจ้าลูกบอลนั่น

เปรี๊ยะ!!!

ลูกบอลกลมใสส่งกระแสไฟมาช็อตเด็กสาวจนร่วงลงกองกับพื้น

“เฮ้ย!!!

 

“ก่อนอื่น คงต้องเริ่มจากจะเอาลูกบอลนั่นมาได้ยังไง” ห้องโถงโดนแปรสภาพเป็นที่นั่งประชุมชั่วคราว เด็กทั้งหมดนั่งกันกับพื้นอย่างเรียบร้อย โดยคนนำประชุมก็คือคาลินดานั่นเอง ถึงแม้เสียงของเจ้าตัวจะเนือยสักแค่ไหน แต่อย่างน้อยก็พยายามทำให้มันดังจนเพื่อนๆทุกคนได้ยิน

“ถ้ามันร่ายด้วยเวทมนตร์ไว้ เราใช้พลังเวทของเราทำลายมันได้ไหม” มอรัส เด็กหนุ่มเพื่อนสนิทที่มาจากบ้านเดียวกับอารีอัสถาม

“ไม่รู้ว่าพลังจะพอหรือเปล่านี่สิ” โรสทำท่าครุ่นคิด

“นี่ๆ โรส พลังอะไรหรอ” อลิซที่นั่งข้างๆถามขึ้นอย่างสงสัย ไอ้พลังวงเวทอะไรนี่เพิ่งได้ยินครั้งแรก

“ห๊ะ อะไรนะ นี่เธอไม่รู้จักพลังเวทหรอ” เมื่อได้รับการยืนยันเป็นการพยักหน้าอย่างมั่นใจก็ทำให้โรสแทบทรุดไปกับพื้น

“เอาเถอะ เดี่ยวจบไอ้งานรับน้องอะไรนี่ฉันจะอธิบายให้ฟังอีกทีนะอลิซ”

“อื้อ ขอบใจ”

“จะลองดูก็ได้ แต่ฉันว่าเราควรหาหลายๆวิธีนะ งั้นใครที่ทดสอบพื้นฐานได้พลังเวทระดับสูงขอสัก 20 คน ลองดูก่อน แล้วคนที่เหลือมาช่วยกันคิดต่อนะ” เมื่อได้คนครบ 20 คนคนที่เหลือก็นั่งคิดกันต่อ

“แล้วถ้าเราแค่ดึงมันออกมาจากอาณาเขตเวทล่ะ จะพอได้ไหม” เอ็กหนุ่มร่างใหญ่เสนอความเห็น

“เราจะดึงมันออกมายังไงล่ะเอ็ก”

“อ๊ะ มันผ่านได้นี่” ก่อนจะมีคนตอบก็มีเสียงอลิซดังมาจากตรงวงกลม ก่อนลูกสีทองนั่นจะลอยออกมาจากอาณาเขตเวทหล่นใส่มือของวิเวียนที่ยืนยิ้มหวานอย่างดีใจ

“เย้!!!

 

“เอาล่ะ มาดูกันดีกว่าว่าในนี้มีอะไร” ลิเวีย นางไม้แสนสวยแกะเจ้าลูกสีทองนั่นออกอย่างเบามือก่อนควันจะฟุ้งออกมามากมาย

 

นับแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ขอต้อนรับน้องๆทุกคนเข้าสู่กิจกรรมรับน้องประจำปีไนทักราชที่ 2562 สำหรับการรับน้องปีนี้ ในขั้นแรก คืนนี้เวลาหลังพระอาทิตย์ตกดิน ให้น้องๆมารวมตัวกันที่ป่าสนทางทิศใต้ของโรงเรียนค่ะ และเวลาว่างที่เหลือของน้อง จะเป็นเวลาสำหรับการเตรียมอุปกรณ์เพื่อเตรียมพร้อมในการเรียนในอีกสองวันข้างหน้ารายละเอียดจะแจ้งตามนาฬิกาเวทนะคะ

 

จบประโยคตัวหนังสือก็สลายไปกลายเป็นประกายแสงสวยงามโปรยปรายไปที่ข้อมือของเด็กทุคน กลายเป็นนาฬิกาสีสวยที่มีลักษณะแตกต่างกันไปในแต่ละคน

“งั้นพวกเราแยกย้ายกันไปเตรียมตัวก่อนละกันนะ แล้วหลังข้าวเย็นก็ไปที่ป่าสนพร้อมกันนะ”

“โอ้” ทุกคนขานรับแล้วต่างแยกย้ายกันไปพร้อมกับเล่นของเล่นใหม่บนข้อมือ

“นี่วิเวียน อาณาเขตเวทนี่มันคืออะไรหรอ”

“ก็คือแนวป้องกันสิ่งของที่อยู่ข้างในอาณาเขตนั้นน่ะ เพื่อไม่ให้สิ่งใดเข้าใกล้ของที่เราต้องการป้องกันได้ เท่าที่ดูน่าจะเป็นแนวป้องกันแบบพื้นฐานมากๆ เธอเลยปาก้อนหินนั่นไปชนลูกบอลออกมาได้” วิเวียนอธิบายให้

อลิซฟัง แล้วก็นั่งมองนาฬิกาข้อมืออย่างจนปัญญา

          “แล้วนาฬิกานี่ใช้ยังไงกันนะ”

          “ไม่รู้เหมือนกันอะ ฉันเพิ่งเคยเห็นอะไรแปลกๆแบบนี้ครั้งแรกเลยนะเนี่ย”

          “คาลินดา นาฬิกานี่ใช้ยังไงอะ” เมื่ออยู่รวมกันน่าจะไม่ได้ประโยชน์ วิเวียนเลยหันไปหาที่พึ่งถัดไปหรือผู้รอบรู้อย่างคาลินดาแทน

          “มันคือนาฬิกาเวท เป็นนาฬิกาประจำตัวของนักเรียนที่นี่ทุกคน มันจะเก็บข้อมูลทุกอย่างที่เราจำเป็นต้องรู้ แล้วนาฬิกานี้ก็จะเพิ่มระดับตามความสามารถของเราด้วยนะ จริงๆมันทำได้หลายอย่างมากเลยแหละ เป็นระบบสัมผัสอะนะ ลองจิ้มหน้าจอดูสิ” สุดท้ายผู้รอบรู้ก็ขี้เกียจอธิบาย เลยเลือกจะแสดงให้เห็นจริงเลยมากกว่า

“ว้าว” จากหน้าจอนาฬิกาที่แสดงตัวเลขเวลา วันที่ ก็ฉายภาพเมนูขึ้นมาให้เห็น ซึ่งเท่าที่ดูก็มีเยอะมากจริงๆ

“มีทดสอบความสามารถด้วยอะวิเวียน ลองดูสิ โอ๊ยยย ชอบนาฬิกานี่จัง” โรสที่นั่งจิ้มหน้าจออย่างสนุกสนานชี้ชวนให้เพื่อนดูโปรแกรมที่ตัวเองเข้าไป

“โห สารพัดประโยชน์สุดๆเลยเนอะ เพิ่งรู้ว่าเวทมนตร์มันมีอะไรแบบนี้ด้วย” อลิซก้มหน้าก้มตาจิ้มของในมืออย่างเมามัน

“ลองกลับไปเล่นกันที่ห้องไหม” คาลินดาชวนก่อนทั้งสี่จะเดินหายไปจากห้องประชุมเป็นกลุ่มสุดท้าย
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น