ซิกม่า โรงเรียนเวทมนตร์คนอลเวง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 101 Views

  • 0 Comments

  • 6 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    0

    Overall
    101

ตอนที่ 2 : ไปโรงเรียนกันเถอะ!!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    19 ก.พ. 62

2 ไปโรงเรียนกันเถอะ

          “ขอบคุณที่พามาส่งนะจ๊ะเสือน้อย” เด็กสาวยิ้มให้กับคน เอ๊ย เสือที่พาเธอเดินไปมาเพื่อหาไอเวทที่ปล่อยออกมาบางๆจากสัญลักษณ์ของโรงเรียนจนตอนนี้เธอได้มาครบทั้ง 9 อันแล้ว

          “เดี๋ยวฉันจะเอานี่ไปใช้เข้าเรียนนะ เอาไว้พอได้เรียนที่นี่จะแวะมาเที่ยวหาบ่อยๆเลย ดีไหม”

          โฮกกกก เสียงขานรับดังลั่นป่าก่อนเสือน้อยของเด็กสาวจะเอาลิ้นมาเลียหน้าเธอเป็นการบอกลา

          “จ่ะ กลับไปพักผ่อนเถอะ ฉันก็จะไปเหมือนกัน” เมื่อส่งเสือไปจนลับตาแล้ว เด็กสาวก็หาที่นั่งเพื่อพิจารณาเจ้าสัญลักษณ์ทั้ง 9 อันในมือ

          “แล้วมันต้องทำยังไงต่อนะ” เมื่อพลิกไปมาจนแสงส่องกระทบกับตราสัญลักษณ์ก็เกิดแสงสะท้อนจัดจ้าขึ้น

          แว้บบบบ

          แสงสีทองบาดเข้าตาและเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเธอก็ไม่ได้อยู่ในป่าแล้ว แต่อยู่บริเวณลานที่มีน้ำพุแสนสวย หน้าปราสาทสีขาวที่สร้างขึ้นอย่างปราณีตและสวยงาม มีคนยืนอยู่บริเวณลานนี้ สิบกว่าคนแล้ว แต่ละคนก็มีผ้าพันแผลหรือมีน้ำยาทาไปทั่ว

          “อ้าว ยินดีด้วยนะคะ ที่สามารถหาของได้ครบ น้องบาดเจ็บตรงไหนไหมคะ เดี๋ยวพี่จะช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้” เสียงหวานๆของหญิงสาวดังข้างตัวทำให้คนที่เพิ่งโผล่มาสถานที่ประหลาดหันไปดู

          “อ๋อ ไม่เลยค่ะ แค่ข้อมือซ้นนิดหน่อย เดี๋ยวหนูพันแขนตัวเองไว้ก็ได้ค่ะ”

          “เอ๋ งั้นหรอคะ ก็ได้ค่ะ ว่าแต่น้องชื่ออะไรคะ พี่ชื่อชาเรย์นะ”

          “หนูชื่อโรสค่ะ โรส ทามิดา” พร้อมรอยยิ้มสดใสจนคนเป็นพี่เผลอมองค้าง

          “พี่ชาเรย์ พี่!!!” เสียงเรียกดังลั่นทำให้เจ้าของชื่อรู้สึกตัว เธอหันไปตามเสียงเรียกก่อนพบเด็กสาวที่เลือดออกเต็มตัว ที่กำลังโดนปฐมพยาบาลโดยเพื่อนของเธออยู่

          “ว้ายย งั้นเดี๋ยวพี่ไปดูน้องคนอื่นก่อนนะคะ ส่วนน้องโรสรอแถวๆนี้ไปก่อนนะ”

          “ค่ะ” โรสพยักหน้ารับก่อนเดินไปหาที่นั่งใต้ต้นไม้ด้านข้างแถมคุยกับนกกับไม้ไปเรื่อย

          “น้องเป็นยังไงบ้างคะ ไปทำอีท่าไหนถึงได้เลือดเต็มตัวขนาดนี้ ได้สัญลักษณ์มาครบได้ยังไงเนี่ย” ประโยคหลังพึมพำกับตัวเองเสียงเบาเมื่อเห็นสภาพคนตรงหน้า

          “นะ หนูไม่เป็นไรค่ะพี่ พะ พอดีได้ของแล้วรีบวิ่งเลย ลื่นล้มใส่กองเลือดสัตว์อสูรน่ะค่ะ” เสียงสารภาพอ่อยจากเจ้าของเขี้ยวเล็กๆมีเสน่ห์ทำให้ชาเรย์ชะงักไปอึดใจ

          “สรุปว่า ไม่ได้เป็นอะไรสินะคะ” เด็กสาวพยักหน้า

          “เฮ้อ พี่ก็ตกใจหมด พี่ชาเรย์นะ ส่วนคนนี้ชื่อพี่แฟร์ อาจจะโวยวายเสียงดังไปหน่อยไม่มีอะไรหรอกนะจ๊ะ”

เด็กสาวพยักหน้าอีกพร้อมยิ้มกว้างอย่างร่าเริง

          “หนูชื่อวิเวียน อลัสเซียค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”

“จ่ะ เอาล่ะวิเวียน ไปล้างเนื้อล้างตัวกับพี่แฟร์ก่อนนะ เดี๋ยวเพื่อนคนอื่นจะตกใจเอา”

“ค่ะพี่ชาเรย์” เจ้าของเรือนผมสีดำเดินตามรุ่นพี่ไปอย่างว่าง่าย ส่วนชาเรย์ก็หันไปมองแสงวิบวับรอบลานทอีกสองสามจุด

“มีคนมาเพิ่มแล้วสินะ จะว่าไปเด็กปีนี้ไม่ค่อยมีใครโดดเด่นเลยนะ นี่จะบ่ายสามแล้วคนผ่านเข้ารอบยังไม่ถึง 30 คนเลย  เฮ้อ”

“ขอโทษนะ รุ่นพ่หรือเปล่าคะ” เสียงเรียบนิ่งแผ่วเบาจากด้านหลังทำให้ชาเรย์หันไปมองอย่างตกใจ

“อะ อ๋อ น้องเพิ่งมาใช่ไหม บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” เด็กสาวส่ายหน้าแผ่วเบา

“งั้นหาที่นั่งรอแถวนี้ไปก่อนนะ พี่ชาเรย์จ่ะ”

“คาลินดา เอคาร์น่าค่ะ” คาลินดาตอบพร้อมกับทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างง่ายๆ จนตอนนี้เวลาล่วงเลยไปเกือบห้าโมงเย็นแล้วพระอาทิตย์ค่อยๆคล้อยต่ำลงเรื่อยๆ แล้วก็มีเด็กโผล่มาอีกสองสามคน

“โว๊ยยยย หงุดหงิด ไหนวะ คนขายมันอยู่ไหน” และเสียงโวยวายที่ทำลายความสงบนี่เอง ทำให้คนเกือบ 70 คนรอบบริเวณมองไปยังที่เดียวกัน

“นางฟ้า” เสียงอุทานแผ่วเบาจากคนรอบตัวไม่ได้ทำให้นางฟ้าของพวกเขาหรืออลิซคลายคิ้วที่ขมวดเป็นปมได้ เพราะเธอเผลออาละวาดใส่ของแถวนั้นเลยได้ตรามาแบบงงๆ แต่คิดไปคิดมา ถ้าจะกระทืบคนขายคงต้องเข้ามาที่นี่แหละ

“อะ เอ่อ น้องคะ มีอะไรหรือเปล่าคะ” ชาเรย์ที่ดูแลความเรียบร้อยรอบลานก็เดินเข้ามาถาม

“พี่ คนขายใบสมัครเรียนอยู่ไหน คนไม่สมัครยังยัดเยียดใบสมัครมาให้เนี่ย พามาให้กระทืบหน่อยได้ไหมคะ”

“หา เอ่อ ใจเย็นก่อนนะคะ น้องนั่งรอสักครู่นะ ทำใจสบายๆก่อน พี่ชาเรย์นะคะ น้องชื่ออะไร”

“อลิเซ่ ต้องรอนานแค่ไหน ป่านนี้แม่รอฉีกอกแล้วเนี่ย”

“อีกสัก...สองชั่วโมงน่ะ เอาเป็นว่าลดเสียงแล้วนั่งเงียบๆก่อน พี่ขอ นะ”

“ก็ได้ค่ะ” อลิซยอมนั่งนิ่งๆก่อนกวาดตาที่หงุดหงิดไปรอบตัว ไอ้เด็กพวกนี้ มันดีใจอะไรนักหนาเนี่ย

 

หนึ่งทุ่มตรง

“น้องๆทุกคนฟังพี่นะคะ ตอนนี้น้องๆทั้ง 80 คนได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนเราแล้ว เดี๋ยวทางโรงเรียนจะส่งจดหมายไปให้ที่บ้านนะคะ แล้วให้มารายงานตัวในวันเปิดภาคเรียนในอีกสองอาทิตย์ค่ะ สำหรับสัญลักษณ์ที่ได้มาให้นำออกมาตอนนี้เลยค่ะ” สิ้นคำแสงเรืองรองจากตราสัญลักษณ์ก็ปรากฏทั่วจนเหมือนดาวดวงเล็กๆรอบลานหน้าโรงเรียน ฉับพลัน น้ำจากน้ำพุก็สาดกระจายไปตกใส่แสงเล็กๆเหล่านั้น จนมันหลอมรวมกันเป็นกำลังสีทองวงหนึ่งรอบข้อมือของคนที่ถืออยู่

“อีกสองอาทิตย์เจอกันนะคะ ว่าที่นักเรียนแห่งโรงเรียนซิกม่า” ชาเรย์ยิ้มหวานก่อนที่เด็กทุกคนจะยิ้มออกมา บางคนถึงกับร้องไห้เมื่อได้ฟังประโยคนั้น ความฝันของหลายๆคนก็เริ่มสว่างขึ้นมา หลังจากนั้นไม่นาน ลานโล่งก็ปราศจากผู้คน ก่อให้เกิดความเงียบอันเป็นมนตร์ขลังของโรงเรียนที่จะคงอยู่เพื่อรอคอยการกลับมาของเหล่านักเรียนในอีกสองอาทิตย์

 

“อลิซ!!! จดหมายนี่มันอะไร แกหนีไปสอบมาตอนไหนทำไมไม่บอกแม่ห๊ะ นี่มันเรื่องดีแท้ๆ เสียงโวยวายยามเช้าทำให้อลิซจำใจลุกจากที่นอนอย่างงัวเงีย

 “จดหมายอะไรอะแม่”

“จดหมายจากซิกม่า แอบไปสอบมาตอนไหน ติดซะด้วย เก่งนะเนี่ย” คนเป็นแม่พูดพร้อมยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี

“อ๋อ ลืมไปเลยอะแม่ ไม่ไปได้ไหมคะ” ส่วนคนเป็นลูกก็ถามไปหาวไปอยู่หน้าประตู

“ไม่ได้!!! ไปเรียนเลยนะ หางานรวยๆทำแล้วเอาเงินมาส่งน้องเรียนต่อด้วย แม่จะได้สบายสักที ไป ไปอาบน้ำแต่งตัว เดี๋ยวจะให้ฟองเซไปซื้อขงด้วย เล่าให้น้องมันฟังด้วยว่าไปไงมาไง มันอยากฟังแกเล่าจนแทบจะวิ่งรอบร้านอยู่แล้ว”

“โอ๊ย ก็ได้ค่ะ เฮ้อ”

“ให้เวลา 10 นาทีลงไปด้วย”

“ค่า” เมื่อบานประตูปิดลง อลิซก็ถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากไปโรงเรียนหรอกนะ ไม่งั้นจะยอมรอยอมทำอะไรหลายๆอย่างทำไม แต่กระนั้น ภายในใจลึกๆเธอเองก็กลัว เธอไม่เคยมีเพื่อนไม่มีสังคม ไม่ชอบออกไปไหนมาไหนหรือคบค้าสมาคมกับใคร เธอเลยค่อนข้างจะกลัวคนแล้วก็มีนิสัยขี้ใจร้อนอีกต่างหาก

“เอาเถอะ สอบได้ก็ดี ไปเรียนเฉยๆ เผื่อใครหาเรื่องจะได้เอาคืนง่ายๆละกัน” และเมื่อปลงตกกับชีวิตตัวเอง เด็กสาวก็หยิบข้าวของเสื้อผ้าตรงเข้าห้องน้ำไป

 

“ร้านนี้ไงคะพี่อลิซ ร้านขายหนังสือเวทที่พี่จำเป็นต้องมี” น้องสาวตัวน้อยที่ดูจะกระตือรือร้นเหลือเกินบอกก่อนลากพี่สาวที่ทำหน้าเบื่อแต่ตาทอประกายวิบวับเข้าไปในร้านหนังสือขนาดใหญ่ หลังจากอลิซเล่าเรื่องราให้คนในบ้านฟังก็จบที่แม่ถีบเธอและให้น้องพามาซื้อของพร้อมเงินอีกถุงใหญ่ๆ

“โห หนังสือเยอะมากเลย พอๆกับครึ่งนึงของที่บ้านแหนะ โห นิยายแวมไพร์สมัยโบราณ ว้าย เรื่องนี้หาอ่านมาตั้งนานอะ” เสียงที่ดูตื่นเต้นกับทุกสิ่งอย่างเรียกความสนใจจากอลิซได้ทันที และเมื่อหันไปมองก็พบกับวิเวียนที่กำลังมองนู่นมองนี่อย่างตื่นเต้นแต่มือที่ว่างอีกข้างก็หยิบหนังสือที่จำเป็นต้องใช้ใส่ตระกร้าอย่างคล่องแคล่ว

“ชั้นที่ 42 แถวที่ 4 เล่มที่สามนับจากทางซ้าย” เสียงบ่นงึมงำที่ฟังแล้วแบบหลอนๆลอยผ่าน เอ่อ เดิน

เฉียดอลิซไปพร้อมกับเจ้าของมาดเนือยๆ

“อ้าว หวัดดี มาซ้อของหรอ ลองไปดูที่ตรงนั้นสิ ต้องเยอะเลยแหละ” คาลินดาที่กำลังจะเดินเลยไปหยุดพูดกับอลิซเมื่อดูเหมือนอลิซจะยังไม่ได้หนังสือเลย

“อ๊ะ เอ่อ ขอบใจ” อลิซตอบแล้วดึงฟองเซที่กำลังจะจมหายไปกับหนังสือให้กลับมา

“ไปนู่นกันฟองเซ อย่าซนสิ นี่พี่ยังไม่ได้ของเลยนะ” อลิซพูดแล้วก็เดินไปยังบริเวณที่คาลินดาบอก ก่อนจะสะดุ้งเมื่อ มีเสียงทักอันแสนหวานดังที่ด้านหลัง

“อ๊ะ ขอโทษนะจ๊ะ นี่ใช่ร้านขายหนังสือหรือเปล่า อ๋อ ขอบใจจ่ะ” โรสยิ้มหวานให้เจ้าแมลงวันตัวน้อยก่อนจะชะงักนิดหน่อยเมื่อเห็นอลิซมองเธออย่างงงๆ

“อ๋อ ขอโทษๆไม่มีอะไรจ่ะ ฉันไปก่อนนะ”

“วันนี้ทำไมเจอแต่คนแปลกๆ” อลิซบ่นงึมงำก่อนรีบหาหนังสือของโรงเรียนเพื่อจ่ายเงิน

“จะจัดส่งให้ที่ห้องพักนะคะ”

“อ๋อ ค่ะ ขอบคุณ” อลิซบอกแม่ค้าอย่างงงๆแล้วก็รับสลิปเงินก่อนเดินออกจากร้านไป

 

และแล้ววันเปิดเรียนก็มาถึง โรงเรียนที่อาณาจักรนี้จะเปิดพร้อมกันหมดทุกโรงเรียน ทำให้ถนนที่เคยกว้างขวางคับแคบไปถนัดตา และนั่นรวมไปถึงหน้าโรงเรียนซิกม่าด้วย

“ตั้งใจเรียนนะอยู่นี่ก็ทำตัวดีๆ อย่าไปกระทืบใครเล่นล่ะ” ซามี่

“ตั้งใจนะลูก พ่อจะส่งอาหารอร่อยๆมาให้นะ” คีริค

“หนูจะรีบตามมาสอบเข้านะคะพี่” ฟองเซ่ ในขณะที่อีริคแค่ยกนิ้วโป้งให้พรอมยิ้มกว้าง อลิซพยักหน้าให้กับทุกคน

“ไม่ได้ไกลบ้านสักหน่อยเดินสองชั่วโมงก็ถึงแล้ว แม่อยู่บ้านก็ทำร้านดีๆล่ะ คิดถึงก็มาหากันบ้าง” คนที่เคยแต่จะโวยวายพูดเสียงเบาๆ จะว่าไม่ใจหายเลยก็ไม่ใช่หรอกนะ

“เออน่ะ อย่าร้องนะ อายเค้า มาส่งแค่นี้แหละ ไป เข้าไปได้แล้ว”

“อื้อ” สิ้นคำอลิซก็พุ่งไปกอดพ่อแม่พี่และน้องของเธอก่อนจะวิ่งเข้ารั้วโรงเรียนไป

 

“เก่งมากคาลินดา แม่ภูมิในตัวลูกนะจ๊ะ” แคทารีน แม่ของคาลินดาพูดพร้อมกับจุมพิตลุกอย่างแผ่วเบา ด้วยความที่ทำงานใกล้ชิดราชวังและเป็นถึงหัวหน้าข้าราชบริพารทำให้กิริยาของน้องอ่อนช้อยนุ่มนวลเป็นที่สุด

“ขอบคุณค่ะแม่ หนูไปก่อนนะคะ ลาค่ะพ่อ” สวมกอดแม่แล้วหันไปวันทยาหัตย์ใส่พ่อแล้วจึงเดินเข้าโรเงเรียนไปอย่างเรียบร้อย

“ฉันต้องคิดถึงลูกแน่ๆเลยค่ะคุณ ฮือ” แคทารีนร้องไห้กับสามีพร้อมกับมองจนลูกสาวโดนฝูงชนกลืนหายไป

 

“โอ้ เก่งมากเลยวิเวียนน้องรักของพี่” ทิวลิปพี่ชายของวิเวียนที่สอบติดโรงเรียนแวมไพร์นานาชาติกอดน้องพร้อมรอยยิ้มอย่างยินดี

“แน่นอนอยู่แล้วค่ะ น้องซะอย่าง แค่นี้สบายมากค่ะท่านพี่” และเจ้าตัวก็ยิ้มรับอย่างยินดี

“ตั้งใจเรียนแล้วกันเน้อ พ่อจะเป็นกำลังใจให้”

“ใช่จ่ะ ว่างๆเบื่อๆก็ออกไปบินเล่นได้นะ เอ๊ะ หรือแม่จะแอบมาหาดี อืม ดีแหละ”

“เอ๊ะ เอ่อ ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะแม่ หนูโตแล้วค่ะ เอาไว้ปิดเทอมจะกลับไปหานะคะ รักค่ะ” เพื่อตัดบท

วิเวียนจึงหอมแก้มทั้งพ่อแม่และพี่ของเธอก่อนวิ่งเข้าโรงเรียนไปอย่าง

ตุ้บ

เสียงสะดุดก่อนเจ้าของร่างจะกลิ้งไปกับพื้นและเข้าเขตโรงเรียนอย่างสวยงาม

“จะรอดไหมวะน่ะ” ทิวลิปเอามือนวดขมับอย่างสงสารน้องตัวเองจับใจ

 

“ดูแลตัวเองนะลูก รักเสมอจ่ะ”

“ตัวเล็กตัวน้อยที่บ้านต้องคิดถึงลูกมากแน่ๆเลย”

“หนูก็คิดถึงเจ้าพวกนั้นเหมือนกันค่ะ” โรสยิ้มให้พ่อกับแม่

“นานะ พี่ไปเรียนนะ รีบๆโตล่ะ” เด็กสาวยื่นหน้าไปหอมแก้มเด็กน้อยในอ้อมแขนของแม่

“ตั้งใจเรียนนะลูก แม่เอาใจช่วย”

“ขอบคุณค่ะ” โรสยิ้มให้ก่อนเดินเข้าโรงเรียนไปอย่างสบายใจ

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น