ซิกม่า โรงเรียนเวทมนตร์คนอลเวง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 101 Views

  • 0 Comments

  • 6 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    0

    Overall
    101

ตอนที่ 11 : งานสภาฮาเฮ : งานฝ่ายใน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 มี.ค. 62

11 งานสภาฮาเฮ : งานฝ่ายใน

หลังจากแฟร์กับเพื่อนๆเดินหายไปจากสายตาเมทัสก็ค่อยๆแกะซองจดหมายในมือออกมาดูอย่างบรรจงท่ามกลางสายตาลุ้นระทึกของวิเวียน

“ปะ เป็นไงบ้างอะ”

“สำรวจโรงเรียน” เมทัสยื่นแผนที่โรงเรียนในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์มาให้

“แค่นั้นหรอ น่าจะง่ายนะ”

“โรงเรียนเรากว้างออก ไปเถอะ พรุ่งนี้จะได้ว่าง” เมทัสลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะเดินนำคนยืนงงออกไป

“เอ่อ เมทัส เราจะเริ่มจากตรงไหนหรอ เท่าที่ดูมันก็กว้างอยู่นะ”

“จากหน้าโรงเรียนไปเรื่อยๆก็ได้ ไม่ต้องรีบหรอก ยังไงเราก็มีเวลาตั้งสองวัน”

“เอ่อ ถ้างั้น ถ้างั้น...ฉันขอไปกินข้าวก่อนได้ไหมอะ” วิเวียนยิ้มใส่ตาเมทัสที่ชะงักไป สุดท้ายเจ้าตัวก็พยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้

 

ทั้งคู่เลือกที่จะเริ่มเดินไปตามทางเดินหน้าโรงเรียนเพื่อสำรวจโรงเรียนตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมาย โดยต้องจดรายละเอียดที่สำคัญของแต่ละที่ที่น่าสนใจหรืออาจนำไปใช้ประโยชน์ได้มาด้วย

“หรือนายว่าเราควรแยกกันไหม จะได้ทำงานเร็วขึ้น” วิเวียนจดรายละเอียดที่ต้องการของโถงลงไป โถงนี้เป็นที่แรกที่เธอมาเห็นและทำกิจกรรมมากที่สุดจึงง่ายที่จะจดว่าต้องการเพิ่มเติมอะไรหรือเหมาะกับกิจกรรมประเภทไหน

“ไปด้วยกันดีกว่า ขอเพิ่มเรื่องทางเข้าออกด้วย” เมทัสชี้ไปยังส่วนที่วิเวียนยังไม่ได้จด

“อือฮึ ฉันว่าในห้องแบบนี้อาจจะจัดให้มีพวกพืชอะไรแบบนี้ได้นะ มันจะได้สดใสหน่อย ยังไงก็เป็นส่วนแรกที่คนที่มาที่นี่จะเห็น”

“เพิ่มไปสิ”

“โอเคงั้นก็เรียบร้อย งั้นเราไปตรงอื่นกันไหม จะว่าไปฉันเองก็ยังไม่ค่อยได้สำรวจโรงเรียนเท่าไหร่ นอกจากพวกอาคารเรียนแล้วก็ไม่รู้เลยว่ามีอะไรอีก”

“อือ”

 

หนึ่งสาวหนึ่งหนุ่มเริ่มเดินสำรวจโรงเรียนพร้อมกับจดสิ่งที่ตัวเองคิดเห็นลงไปด้วย ท่ามกลางบทสนทนาที่ฟังดูแล้วหดหู่สิ้นดี จนสุดท้าย คนที่คุ้นชินกับสิ่งมีชีวิตมากกว่าอย่างวิเวียนก็ทนไม่ได้ แวมไพร์ตัวน้อยถือวิสาสะแตะไหล่ของเมทัสเพื่อเรียกให้อีกฝ่ายหยุด และได้รับใบหน้านิ่งเฉยกับท่าทางสงสัยตอบกลับมา

“ฉันว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันนะเมทัส นั่งลงก่อนสิ” เด็กสาวชี้ไปที่ม้านั่งบริเวณข้างสระน้ำใจกลางสวนสีเขียวขจีสำหรับพักผ่อนที่พวกเธอเพิ่งทำการสำรวจกันมา

“ว่า”

“คือ เอาไงดีล่ะ ฉันเข้าใจนะว่านิสัยนายเป็นแบบนี้ แบบที่ไม่ค่อยพูดเท่าไหร่นะ”

“...”

“เอาจริงๆฉันก็พอเข้าใจได้ว่าคนแต่ละคนก็มีลักษณะที่แตกต่างกัน แต่ว่าฉันไม่ค่อยชิน พอดีตั้งแต่รู้จักคนมาคนส่วนมากก็ค่อนข้างที่จะพูดหรือไม่ก็จะมีลักษณะหรือพฤติกรรมบางอย่างที่แสดงออกว่าตัวเองคิดหรือว่ารู้สึกอะไรอยู่ แต่กับนายมันต่าง..มากๆเลย”

“แล้วสิ่งที่เธอจะสื่อคือ?

“คือฉันจะบอกว่า การที่ฉันไม่เข้าใจว่านายคิดหรือรู้สึกอะไรอยู่ท่ามกลางการถามคำตอบคำบางทีมันก็ให้ความรู้สึกห่างเหินแล้วก็อึดอัดน่ะ นายพอจะเข้าใจฉันไหม”

“เข้าใจ แล้วเธอต้องการอะไรล่ะ บอกไว้ก่อนว่านี่มันคือตัวตนของฉันและฉันไม่คิดจะเปลี่ยนตัวเองเพียงเพราะคนอื่นอึกอัดหรอกนะ”

“ฉันขอโท...”

“แต่ในฐานะที่เราต้องร่วมงานกันอีกตั้งหลายปี เอาเป็นว่าถ้าสิ่งที่เธอขอฉันพอทำได้ก็จะทำให้แล้วกัน ว่ามาสิ”

“จริงหรอ นายพูดจริงๆนะ” วิเวียนยิ้มกว้างใส่คู่หูสภาของเธอ

“คือฉันน่ะ อยากให้นายโต้ตอบมากกว่านี้หน่อย อย่างน้อยก็คำพูดจำพวกไร้สาระน่ะ พูดบ้างก็ได้ การที่นายเงียบแล้วมันทำให้ฉันตีความนายไม่ออก เลยพลอยเกร็งไปด้วย ฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่ฉันทำมันทำให้นายไม่พอใจหรือเปล่าน่ะ”

“แล้วทำไมต้องให้ฉันพอใจล่ะ”

“มันอาจจะฟังดูตลก เผ่าเงือกของนายน่ะ อยู่ในชุมชนใช่ไหม”

“อืม”

“นายได้เจอคนตัวเป็นๆบ้างไหม ใช้ชีวิตท่ามกลางพวกเขาหรือเปล่า”

“เจอสิ ที่บ้านฉันก็อยู่รวมกันทั้งคนทั้งเงือกแหละ ยกเว้นช่วงฤดูฝนที่เหล่าเงือกจะกลับลงน้ำกัน”

“ดีจังเนอะ แต่ของฉัน..มันไม่ใช่อะ ฉันเกิดในตระกูลแวมไพร์...แวมไพร์แท้ๆเลยแหละ ตระกูลของฉันเป็นแวมไพร์อันดับต้นๆของเผ่าพันธุ์ คงคล้ายๆกับที่พ่อนายเป็นพระราชานะ ถ้าเทียบไม่ผิด แค่พ่อแม่ฉันไม่ได้มีอำนาจขนาดนั้น พวกเราหมายถึงฉันกับพี่ถูกคาดหวังไว้สูงมากว่าจะเป็นแวมไพร์ที่เป็นชั้นสูงเช่นพ่อกับแม่ และใช่ทิวลิปทำได้ดี มากๆเลย ฉันเลยเป็นเป้าหมายต่อไป และนั่นทำให้ฉันแทบไม่เคยเจอมนุษย์เลยสักคนเดียว”

“เธอเลยกังวลมากสินะ”

“ใช่ พวกเขา เข้าใจยาก หลายหลาย แล้วก็แตกต่างจากเหล่าแวมไพร์โดยสิ้นเชิง แวมไพร์อย่างพวกเรามีความสามารถที่จะสื่อสารแล้วรู้ได้เองว่าใครรู้สึกหรือคิดอะไรอยู่ แต่กับพวกมนุษย์หรือสายพันธุ์อื่นเราไม่สามารถรับรู้ได้เลย ฉันต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะเข้ากับพวกเขาให้ได้” พอถึงตรงนี้เด็กสาวก็ยิ้มออก

“เพื่อนของเธอก็ด้วยหรอ”

“นั่นเป็นโชคดีของฉัน ที่เพื่อนกลุ่มแรกของฉันที่ใกล้ชิดกันที่สุด เป็นกลุ่มคนที่ชัดเจนและตรงไปตรงมาที่สุด พวกนั้นน่ะ มีบุคลิกเฉพาะตัวกันทุกคนเลยนะ แต่กลับเข้าถึงง่ายมากๆ ฉันชอบพวกนั้นที่สุดเลยแหละ แต่กับนาย มันไม่ใช่ นายเป็นเงือกที่นิ่งแล้วก็เงียบ จนฉันเดาไม่ออกว่าฉันทำให้นายไม่พอใจหรือเปล่า”

“ไม่ต้องสนใจหรอก เอาเป็นว่าฉันจะพูดให้เยอะขึ้นแล้วก็พยายามสื่อสารให้เธอเข้าใจแล้วกันนะ”

“หือ อือ ขอบใจนะ”

“แล้วก็เธอน่ะ ทำสิ่งที่ตัวเองชอบเถอะไม่ต้องสนใจความไม่พอใจของคนอื่นมากนักหรอก แค่เพื่อนสนิท...ก็พอแล้ว” เมทัสพูดจบก็ลุกขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับยื่นมือของเขาออกไปหาเด็กสาวที่มองเขาอย่างงุนงงอยู่

“ไปสำรวจโรงเรียนกันเถอะ” และสิ่งที่ทำให้เธอตกตะลึงที่สุด คือรอยยิ้มน้อยๆตรงมุมปากของเขา

 

“จะว่าไปโรงเรียนเรามีมุมสวยๆเยอะมากเลยนะเนี่ย ฉันว่าวันหลังชวนพวกนั้นมาเดินเล่นดีกว่า”

“อือ เป็นที่นั่งอ่านหนังสือไม่ก็ที่ฝึกซ้อมไปในตัวน่ะ”

“จริงหรอๆ นายเคยเดินมาแล้วหรือยัง”

“ไม่เคยหรอก ก็เพิ่งมา”

“ตรงนี้เพิ่มม้านั่งอ่านหนังสือดีไหม”

“ไม่ต้องหรอก เอาไว้ฝึกเวทน้ำไง”

“อือ งั้นเอาเป็นที่นั่งพักไหม”

“เอาสิ”

“เสร็จแล้ว ไปกัน” วิเวียนเงยหน้าจากสมุดจดแล้วเดินนำหน้าเงือกที่เริ่มคุยกันสนุกขึ้น

โครม!!!

“วิเวียนเป็นอะไรหรือเปล่า”

“อูย ไม่เป็นไรๆ พอดีเดินไม่ทันมองพื้นแล้วมันลื่นน่ะ” คนล้มประจำยิ้มแหยให้เพื่อนใหม่ของเธอก่อนจะยื่นสมุดในมือให้

“ฝากถือหน่อยนะ เดี๋ยวมันเปื้อน เหวอ ขะ ขอบใจ” แทนที่คนรับจะรับหนังสือ เมทัสดันดึงเด็กสาวขึ้นมาแทน จนคนไม่ทันตั้งตัวเกือบหน้าคะมำแทน

“ดีที่ไม่ล้มคว่ำอีก”

“ฉันทรงตัวดีหรอกน่า”

“ล้มบ่อยออก”

“สภาพแวดล้อมเป็นอุปสรรคเถอะ” วิเวียนพูดด้วยอารมณ์ดี

“จะพยายามเชื่อนะ”

“อื้อ เอ๊ะ โรงเรียนเรามีอาคารแบบนี้ด้วยหรอเนี่ย”

“อือ เพิ่งเคยเห็นเหมือนกัน” อาคารไม้ที่แกะสลักรอบตัวอาคารอย่างบรรจงและสวยงามสะกดสายตาของสภาฝ่ายในจนแทบจะถอนสายตาไม่ได้

“เข้าไปดูข้างในกันได้ไหมเมทัส”

“อือ ไปสิ” ปากตอบสองขาก็ก้าว ไม่นานทั้งสองก็มายืนอยู่เบื้องหน้าอาคารที่ว่า

 

“ว้าว สวยมากเลยนะ เนื้อไม้สีสวยมาก แถมยังตกแต่งดีอีกต่างหาก เราใช้ที่นี่จัดกิจกรรมได้ไหม หรือพวกงานเลี้ยงภายในเล็กๆ”

“งั้นโน้ตไว้สิ แล้วเอาไปถามพี่ๆกัน ไม่รู้ว่ามีที่ไหนหวงห้ามหรือเปล่า”

“ที่นี่ห้ามจัดงาน”

“หืม ทำไมเธอรู้ล่ะ”

“รู้อะไรหรอ” วิเวียนเงยหน้าจากสมุดจดมาถามเมทัสเมื่ออยู่ๆเขาก็ถามอะไรเธอแปลกๆ

“ก็เมื่อกี้เธอพูดว่า...”

“ที่นี่ห้ามจัดงาน” เสียงของผู้หญิงคนเดิมดังขึ้นอีกครั้ง และเพราะคราวนี้เมทัสจ้องหน้าวิเวียนอยู่ จึงรู้ว่าเธอไม่ได้พูดอะไร ดังนั้นเสียงที่เขาได้ยินต้องไม่ได้ดังมาจากเธอ

“ทะ ทำไมล่ะคะ”

“มันเป็นบ้านของฉันน่ะสิ” สิ้นคำร่างของหญิงสาวก็ปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่า

“คะ คุณ มะ ไม่ใช่คนหรอกหรอคะ” วิเวียนถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ มือก็เกาะแขนเมทัสแน่น และนั่นทำให้เจ้าตัวรู้ว่าเพื่อนหนุ่มของเธอตัวแข็งไปแล้ว

“เมทัส นายเป็นไรหรือเปล่า”

ตึง!!!

เพียงแค่นิ้วจิ้ม เพื่อนของเธอก็ลงไปนอนนิ่งกับพื้นในท่าเดิม...

 

“เพื่อนเจ้าเนี่ย ใจเสาะมากเลยนะ เห็นนิ่งๆขวัญบินซะละ” ผีสาวเจ้าของบ้านเชื้อเชิญวิเวียนมาที่ห้องนั่งเล่นของเธอที่อยู่หลังห้องโถงใหญ่

“ก็ไม่เชิงค่ะ เขาคงตกใจพี่มาก” แวมไพร์สาวที่ค่อนข้างจะชินกับผีเริ่มโต้ตอบได้อย่างเป็นปกติเมื่อเธอเห็นว่าผีสาวตรงหน้าไม่ได้น่ากลัวเหมือนผีบางตัวที่เธอรู้จัก

“ว่าแต่เจ้าน่ะชื่ออะไรล่ะ แวมไพร์น้อย”

“วิเวียนค่ะ พี่ละคะ”

“พิชญา ฉันเป็นผีจากที่อื่นน่ะ ชื่อคงออกเสียงยากหน่อยนะ”

“อ่อ ก็ว่าทำไมชื่อฟังไม่คุ้นเลย เพราะดีนะคะ”

“อือ ไม่กลัวข้ารึแวมไพร์น้อย”

“พี่น่ารักออกนี่คะ เหงาหรือเปล่า เดี๋ยววันหลังหนูมาเที่ยวหาไหมคะ”

“แหม ไม่ต้องหรอกจ่ะ เอาไว้พี่คิดถึงจะออกไปหานะ”

“พี่ออกจากที่นี่ได้หรอคะ นึกว่าเป็นแบบติดสถานที่”

“เปล่าจ่ะ พี่ไปไหนก็ได้”

“อ๋อ”

“อือ” เสียงของเพื่อนชายทำให้เธอหันมาสนใจชายหนุ่มที่นอนราบกับโซฟาข้างๆเธออีกครั้ง

“อ๊ะ เมทัสฟื้นแล้วหรอ”

“เรา...อยู่ที่ไหน” สายตาของเขากวาดไปรอบตัวแล้วพยุงตัวลุกขึ้นพร้อมกับได้รับความช่วยเหลือของวิเวียน

“ในบ้านของพี่พิชญาน่ะ”

“พิชญา?” ว่าแล้วความทรงจำก่อนหน้าก็เวียนมาเข้าหัวเมทัสอีกครั้ง

“ผะ ผีตัวนั้นหรอ”

“อื้อ พี่เขานั่งอยู่นี่ไง ทำความรู้จักหน่อยซิ”

“ไม่เอา ฉันกลัวผี” เสียงแผ่วเบาของเจ้าชายเงือกทำเอาวิเวียนต้องเอาหูไปฟังใกล้ๆ

“หือ อะไรนะ”

“ฉะ ฉันกลัว ผี” จบคำเมทัสก็ขยับตัวไปเกาะแขนวิเวียนแน่นโดยไม่ยอมมองไปทางพิชญาเลยแม้แต่น้อย

“โอ้ว” วิเวียนส่งเสียงเป็นเชิงรับรู้ เธอเลยหันไปหาผีสาวที่นั่งกลั้นขำอยู่ด้านหลัง

“งั้นหนูกลับก่อนนะคะพี่ เดี๋ยววันหลังพาเพื่อนมาเยี่ยมค่ะ”

“ไปเถอะ เดี๋ยวพ่อหนุ่มจะล้มไปอีก” พูดจบร่างของเธอก็เลือนหายไปจากสายตาของเด็กทั้งสอง

 

“เพิ่งรู้นะเนี่ยว่านายกลัวผี” วิเวียนถามเสียงขำเมื่อทั้งคู่เดินออกมาห่างจากบ้านหลังนั้นที่พิชญาบอกว่ามันคือบ้านเรือนไทย

“ก็ไม่ใช่ว่าจะเจอง่ายๆนี่เลยไม่ค่อยมีคนรู้” คนที่หน้าเริ่มมีสีเลือดตอบอย่างเขินๆในน้ำเสียง

“หรอ ที่บ้านฉันเจอเยอะมากเลยล่ะ นายลองไปเที่ยวดูไหม”

“ไม่มีทาง ฉันจะอยู่ห่างบ้านเธอสองประเทศ” เมทัสยืนยันเสียงแข็งจนเรียกเสียงหัวเราะจากวิเวียนได้อีกรอบ วันนั้นทั้งสองจึงแยกย้ายกันไปอย่างมีความสุข

 

เช้าวันใหม่ทั้งสองมีนัดกันไปเดินสำรวจโรงเรียนส่วนที่เหลือก่อนที่จะกลับมาเขียนรายงานสรุปให้เป็นกิจจะลักษณะเพื่อส่งพี่ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้

“ไม่คิดเลยเนอะว่างานฝ่ายในที่ดูไม่มีอะไรจะต้องทำเอกสารเยอะขนาดนี้”

“อือ แต่ข้อดีคือดูโรงเรียนทั่วเลยนะ”

“ใช่ แต่ฉันว่าของเรายังดีกว่าอลิซนะ เมื่อคืนไม่ได้กลับห้องแล้วส่งข้อความมาบอกว่ายังทำภารกิจไม่เสร็จเลย”

“ที่ไปกับเจมส์หรอ”

“ใช่ๆ อ๊ะ ตรงนั้นฉันขอเพิ่มอันนี้ไปด้วยนะ”

“อือ” ข้อดีของการคุยกันมากขึ้น คือพวกเธอเข้าใจกันมากขึ้น และเมทัสเองก็ดูเริ่มตอบโต้ของวิเวียนได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เหมือนหุ่นยนต์เหมือนเมื่อก่อน

“เสร็จสักที เยอะเหมือนกันเนอะ โรงเรียนเรานี่กว้างใช้ได้เลย”

“กิจกรรมแรกที่เราต้องจัดช่วงเดือนอะไรเธออย่าลืมลงตารางไว้นะ”

“อื้อ ว้าย”

“เอ้า ล้มอีกแล้ว” เมทัสส่ายหน้าใส่เพื่อนสาว

“ก็ พื้นมันลื่น” เสียงสองคนดังประสานกันจนคนล้มกับคนล้อได้หัวเราะกันอีกครั้ง

“ลุกมาเถอะ นั่งอยู่นานๆไม่กลัวใครมาเห็นหรือไง” เมทัสยื่นมือให้เพื่อนสนิทอีกคนของเขาเพื่อให้อีกฝ่ายใช้มันเป็นหลักในการพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น

“ขอบใจ จะว่าไปวันนี้นายจะไปไหนต่อหรือเปล่า”

“ก็ไปร้านหนังสือมั้ง มีเล่มที่อยากได้”

“ไปด้วยสิ ฉันก็อยากไป” วิเวียนจัดเรียงเอกสารในมือไปด้วยปากก็คุยได้ด้วย

“ได้สิ เอางานไปเก็บก่อนเถอะ” แล้วเสียงของทั้งสองคนก็เบาลงตามระยะทางที่เดินห่างออกไป

0 ความคิดเห็น