ซิกม่า โรงเรียนเวทมนตร์คนอลเวง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 101 Views

  • 0 Comments

  • 6 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    0

    Overall
    101

ตอนที่ 10 : งานสภาฮาเฮ : งานฝ่ายนอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 มี.ค. 62

10 งานสภาฮาเฮ : งานฝ่ายนอก

กลับมาพบกันอีกแล้วนะคะ เอ ว่าแต่ตัวป่วนของพวกเราหายไปไหนล่ะเนี่ย

“ชาเรย์พี่ว่าพี่ไม่ไหวกับรุ่นน้องเราแล้วอะ” เอ๊ะ เสียงเหมือนจะร้องไห้ของใครกัน ตามไปดูดีกว่าค่ะ

“จะ ใจเย็นๆนะคะรุ่นพี่หนูว่ามันคงไม่เลวร้ายขนาดน่ะ”

“ไม่เลวร้ายหรอ ชาเรย์ดู!!! ดูนี่ พี่ต้องมานั่งคัดลอกไอ้งานประลองนี่ใหม่เพราะหมึกนั่นมันเป็นหมึกที่ลบไม่ได้” รุ่นพี่ที่ดูแลวิเวียนพูดไปร้องไห้ไปตาก็ดูมือก็คัดลอก ยังไม่นับรุ่นพี่อีกสองสามคนรอบตัวที่พยักหน้าอย่างเห็นด้วย

“ละ แล้วทำไมพี่ต้องมาฟ้องหนูด้วยล่ะค่ะเนี่ย” ชาเรย์มองรุ่นพี่รอบตัวแล้วก็มองไปหาเพื่อนตัวเองพลางทำตาปริบๆ

“ก็เราแบ่งงานแบบนี้อะ ไม่รู้ล่ะ ในฐานะรุ่นพี่ ขอสั่งให้ชาเรย์แบ่งฝ่ายใหม่”

“เอ๋ แต่ปกติเราไม่เคยแบ่งฝ่ายกันใหม่นะคะ”

“ไม่สน!!” เสียงเกือบห้าคนดังขึ้นพร้อมกันก่อนรุ่นพี่ที่สอนงานเหล่าตัวแสบทั้ง 8 จะหันกลับไปทำงานของตัวเองทิ้งชาเรย์ยืนทำตาปริบๆ

“อะ ไอ้เด็กบ้า!!!

ห้านาทีผ่านไป

“อย่างงี้แหละเยี่ยม เจอแบบนี้จะเละอีกก็ให้มันรู้ไป หึหึ” เสียงหัวเราะชวนหลอนดังจากมุมที่ชาเรย์นั่งอยู่ จนบรรดาพี่ๆที่โยนงานให้น้องไปชักเริ่มสงสารปนหวาดกลัว

“เสร็จแล้วค่ะพี่ๆ รับรองว่างานนี้บันเทิงแน่ๆ วะฮ่าฮ่า” ว่าแล้วก็หัวเราะชวนหลอนอีกครั้งก่อนเจ้าตัวจะบรรจงกดนาฬิกาโทรหาน้องๆผู้น่ารัก

“คะ? ตอนนี้หรอคะ ขอจบคาบเรียนนี้ก่อนนะคะ” เสียงโรสกระซิบตอบมาทางมือถือไม่ได้ทำให้รอยยิ้มสยองบนใบหน้ารุ่นพี่สาวหายไป

“ได้สิจ๊ะ รีบๆมานะ พี่คิดถึงพวกเราม้ากกก” ตบท้ายด้วยเสียงลากยาวที่ทำให้คนฟังถึงกับผวากันเลยทีเดียว

 

“เข้าไปก่อนเลย”

“มะ ไม่เอา เธอเข้าไปสิอลิซ”

“งั้นเจมส์เลย”

“เหวอ จะไม่ดีนะครับ”

แกรก

“พวกเรามาแล้วครับ” ประธานนักเรียนจากการจับฉลากตัดสินใจยุติการเกี่ยงกันไปมาด้วยการเปิดประตูเข้าไปอย่างสง่าผ่าเผยโดยมีเสียงบ่นเบาๆตามหลังว่า ไม่ปรึกษากันเลยนะตานี่

“มานั่งสิ พี่มีเรื่องจะบอกพวกเรานิดหน่อย” ชาเรย์ชี้มือไปที่เก้าอี้ว่างที่ดูเหมือนเตรียมการเพื่อพวกเขาโดยเฉพาะเด็กๆทยอยเดินไปนั่งจนครบแล้วสบตากันไปมาอย่างไม่แน่ใจในชีวิตนัก

“จากที่พี่ๆคุยกันมาเกี่ยวกับการทำงานในแต่ละฝ่ายของพวกเราอะนะ พี่เลยมีความคิดว่าตำแหน่งที่เราทำกันอยู่อาจจะไม่เหมาะสมกับนิสัยและความสามารถของพวกเรานัก” เน้นเสียงคำว่านิสัยให้ดังเป็นพิเศษเพื่อให้รู้ว่าไอ้ประโยคยาวๆที่พูดมาทั้งหมดมีสาเหตุมาจากสองคำนี้นั่นเอง

“มีใครจะโต้แย้งอะไรไหมจ๊ะ” รอยยิ้มหวานๆที่ดูยังไง๊ยังไงก็ดูเหมือนยิ้มแสยะกับเสียงเรียบนิ่งทำให้ทุกคนพากันส่ายหน้าจนหัวแทบหลุด ไม่เว้นแม้แต่จอมนิ่งอย่างคาลินดาและเมทัส

“ดีมากจ่ะน้องๆที่น่ารักทุกคน ฝ่ายใหม่นี้พี่พิจารณาอย่างดีจากผลงานของพวกเราที่ทำไว้ ประกอบกับข้อสังเกตของรุ่นพี่ ดังนั้นซัลเฟอร์” เสียงเรียกทำให้เจ้าของชื่อสะดุ้งสุดตัว

“ค...ครับ”

“ชอบนักใช่ไหม ไอ้อะไรละเอียดๆคิดเยอะๆน่ะ ไปเลย ไปอยู่ฝ่ายเอกสารเลยไป จะได้คิดทั้งวันไปเลย ไม่ต้องไปเดือดร้อนชาวบ้านเขาในระดับจุดทศนิยมอีก”

“อันนี้ชมหรือเปล่าครับเนี่ย ได้ครับ ผมย้ายก็ได้” ซัลเฟอร์พยักหน้าแล้วยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี อาการหวาดกลัวตอนแรกหายเป็นปลิดทิ้ง

“ส่วนอีกคน คาลินดา เธอน่ะอยู่ฝ่ายเดิมต่อไป ยังไงก็มีไอ้บ้านั่นไปพูดเยอะๆแล้ว เธอก็ทำหน้าที่จดเงียบๆของเธอไปตามเดิมละกัน รุ่นพี่คงไม่เหงามาก ซัลเฟอร์มันพูดมาก” ชาเรย์หันมาบอกเหยื่อคนที่สองของเธอและเหน็บไอ้คนที่ไม่ทุกข์ร้อนใดๆอย่างหมั่นไส้ไปในตัว

“ค่ะ อย่าทำตัววุ่นวายมากนะ ฉันไม่มีสมาธิ” คาลินดารับคำแล้วหันไปบอกเพื่อนร่วมงานคนใหม่ของเธอนิ่งๆตามสไตล์

“รับทราบครับ” และได้รับท่าตอบรับที่ทำเอาเธอแทบจะเอาหัวโขกโต๊ะอย่างรู้ชะตากรรมว่ารับทราบแต่ไม่ทำแน่ๆ และภาพนั้นก็ทำให้รอยยิ้มของชาเรย์หยักลึก เสร็จไปหนึ่ง เป้าหมายต่อไป

“เธอ วิเวียน”

“คะ วะ ว่าไงคะพี่ชาเรย์”

“พี่คิดว่าเราไม่ควรอยู่กับอะไรที่วุ่นวายกับเอกสารมากนัก งั้นพี่จะย้ายเราไปอยู่ฝ่ายใน ไอ้ฝ่ายนี้ส่วนมากจะทำงานในโรงเรียนมากกว่า อย่างน้อยต่อให้เธอไปชนไปล้มอะไรก็คงไม่ทำให้โรงเรียนเราดูแปลกมากนักอะนะ เดี๋ยวคนอื่นคงชินกับการล้มโครมครามของเธอเอง”

“เอ่อค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ” รับคำแล้วก้มหน้าอย่างสำนึกผิด จริงๆจะไปอยู่ฝ่ายไหน วิเวียนก็คงทำให้มันวุ่นวายได้อยู่ดีอะนะ ดังนั้นชาเรย์เลยเสริมมาตรการด้วยการ

“แล้วก็นาย เมทัส ไปอยู่ฝ่ายในกับวิเวียนไป”

“ผมว่าผมเหมาะกับบัญชีมากกว่า งานเอกสารผมถนัด” ประธานนักเรียนปีหนึ่งเงยหน้าจากสมุดที่จดอยู่แล้วยืนยันเจตนารมณ์ของตัวเอง

“ในฐานะประธานนักเรียนยังไงนายก็ต้องปฏิสัมพันธ์กับคนในโรงเรียนอยู่แล้ว จัดงานในโรงเรียนเนี่ยแหละ เหมาะสุดๆ อีกอย่างเอานายกับวิเวียนไปมัดรวมกัน จะได้ลดๆความพังพินาศลงไปบ้าง อย่างน้อยก็มีวิเวียนพูด ส่วนนายก็คอยๆดูเพื่อนไม่ให้ไปพังข้าวของใครเขา เข้าใจไหม” ชาเรย์ทำตาดุใส่น้องทำให้เมทัสได้แต่ไหวไหล่เล็กน้อยแล้วจดงานใหม่ของตัวเองลงไป

“เอาล่ะต่อไปอลิซ ยัยตัวแสบ นี่ฝ่ายงบประมาณบ่นเรื่องเธอไปเหยียบแปลงดอกไม้เละจนต้องนั่งคำนวณงบประมาณปีนี้ใหม่เกือบทั้งหมด ฉันจะย้ายเธอไปทำงานฝ่ายนอก”

“แล้วพี่ไม่กลัวว่าอลิซจะไปทำให้โรงเรียนขายหน้าหรอครับ โอ๊ย อลิซ ตีฉันทำไมเนี่ย”

“กลัวสิ ดังนั้น เจมส์ นายไปอยู่กับอลิซเลย ยังไงนายก็ดูเรียบร้อยน่ารัก น่าจะช่วยให้ภาพลักษณ์โรงเรียนเราดูดีขึ้นได้บ้าง”

“แล้วทำไมพี่ไม่ให้อลิซไปทำฝ่ายงบประมาณล่ะคะ” โรสยกมือขึ้นถามอย่างสงสัยไม่ได้ ในเมื่อเพื่อนเธอคนนี้น่ะมันตัวป่วนชัดๆ

“ได้ทำเงินสภาพินาศหมดน่ะสิ ตามนี้นะ เจมส์ฝากดูอลิซด้วยล่ะ” ชาเรย์สรุป

“อะ เอ่อ ครับ อลิซอย่าไปทำอะไรให้โรงเรียนพินาศนะครับ” ว่าแล้วคนถูกวางตัวให้ดูก็เริ่มหน้าที่ตัวเองด้วยหันไปสำทับกับสาวน้อยทันที และได้รับรอยยิ้มไม่น่าไว้วางใจกลับมา

“แล้วก็เธอ โรสกับอากัส ทำงบประมาณ อากัสมันนิสัยเสีย จะได้เอาไว้ตบตีกับพวกที่จะมาขอเงินมากๆอย่างไม่สมเหตุผล ส่วนโรสก็รอบคอบดี ตามนี้นะเด็กๆ”

“ครับ/ค่ะ”

“เอ้านั่งเฉยทำไม ไปเลย ไปหาพี่ของตัวเอง อลิซ เจมส์ไปหาพี่คาเมเลี่ยนฝ่ายนอกตรงนู้นเลย คาลินดาพาซัลเฟอร์ไปหาพี่ลินซ์ไป โรส อากัสไปหาพี่ฮินะนะ แล้วก็วิเวียน เมทัสไปกับพี่ไปหาพี่ครัทกัน” ชาเรย์ชี้นิ้วสั่งงานน้องก่อนตัวเองจะพาน้องอีกสองคนเดินจากไป

 

คราวนี้ การดูงานไม่ได้ชิวเหมือนรอบที่แล้ว เพราะต่อให้สลับฝ่ายไปมายังไงรุ่นพี่ก็รู้สึกอยู่ดีว่าไอ้เด็กพวกนี้มันแสบขนาดไหน ดังนั้นการดูงานรอบนี้คือการปฏิบัติจริงไปเลย วันเสาร์อาทิตย์นี้จึงกลายเป็นวันทำงานของเหล่าเด็กๆไปโดยปริยาย

“เอาล่ะมากันครบ 8 คนแล้วใช่ไหม ให้ตายสิ นี่มันวันหยุดพี่นะเนี่ย” แฟร์บ่นไปตาก็มองเจ้าเด็กตรงหน้าไป

“เอ้า นี่เป้นรายละเอียดงานที่พวกพี่ๆเขาฝากมาให้ อันนี้ฝ่ายในเอาไปเมทัส อันนี้ของฝ่ายนอกเอ้าเจมส์ อันนี้งบประมาณหรอ โรสมารับไป อันนี้สุดท้ายคาลินดา โอเค โชคดีนะแล้วจันทร์นี้มารายงานผลด้วยล่ะ” ไม่รอคำตอบรับ แฟร์ก็ชวนเพื่อนอีกสามคนจากไปทันที

“นี่พวกพี่เขาแค้นอะไรเรากันหรือเปล่าอะ” อลิซอ้าปากค้างกับที่เจมส์เลยสะกิดเด็กสาวให้หันมาสนใจกระดาษนรก(อลิซเรียก)ในมือของเขา

“ผมว่าเรารีบอ่านแล้วไปทำกันเถอะครับ ไม่รู้ว่าจะต้องไปทำความรู้จักใครบ้าง” แน่นอนว่าการทำงานฝ่ายนอก หนึ่งในสิ่งที่ต้องมีคือคอนเนคชั่นงานนี้รุ่นพี่ผู้น่ารักจึงบอกให้น้องๆมารับรายชื่อคนที่ต้องทำความรู้จักแล้วก็เดินทางไปหารวมถึงทำความรู้จักแนะนำตัวด้วย อันที่จริงถ้าเป็นรุ่นอื่นๆจะมีรุ่นพี่ตามไปด้วย แต่สำหรับรุ่นนี้เพราะว่ารุ่นพี่รักมากเลยต้องไปกันเอง โดยมีชื่อ รูปและที่อยู่ซึ่งพวกเธอได้รับวันนี้นำทาง และรถยนต์สุดหรูที่สามารถเดินทางได้ทุกพื้นที่ ยกเว้นบนฟ้ามาให้ด้วย เมื่ออลิซพยักหน้าเห็นด้วยเจมส์ก็คลี่กระดาษในมือออกและพบกับรายชื่อสิบรายชื่อและลงชื่อกำกับว่า เฉพาะอาทิตย์นี้เสียด้วย

“โห เยอะไปไหนอะ งั้นเรารีบไปกันไหมเจมส์” คนใจร้อนชวนทันที แต่เด็กน้อยของทุกคนเป็นคนดึงสติ อลิซไว้ แล้วจูงมือเด็กสาวไปนั่งแถวๆนั้นแทน

“ใจเย็นๆครับอลิซ เราวางแผนก่อนดีกว่าว่าจะไปตรงไหนบ้าง จะได้ไล่ไปให้ครบไม่ต้องวนรถไปมา” คนรอบคอบในร่างเด็กอธิบายก่อนอลิซจะออกอาละวาด ทำให้เด็กสาวสงบลงแต่โดยดี

“เหมือนฉันจะเคยเปิดเจอแผนที่แวบๆ งั้นเดี๋ยวฉันจะปักหมุดลงแผนที่ส่วนนายก็บอกสถานที่มานะ”

“ก็มีทางใต้ ตรงชายทะเลเป็นบ้านของนายกเทศมนตรีที่นั่นครับ อยู่แถวๆเขต 17 ครับ นั่นแหละ อืมทางใต้ อ๋อแล้วก็มีปราสาทเงือก นามสกุลคุ้นๆ สงสัยจะเป็นบ้านของเมทัสน่ะครับ เขต 1 พระราชวังครับ ตรงนั้นแหละ ทางใต้เหมือนจะหมดแล้วครับ ทางเหนืออืม เหมือนจะเป็นป่าสมุนไพรของคุณยาย อันนี้เป็นแหล่งส่งออกสมุนไพรรายใหญ่ของโลกนะครับ อลิซเจอไหม ครับ แถวป่าสนเหนือสุดแล้วไล่ไปอีกสองเขต ใช่ครับ”

“โห นี่มันทั่วประเทศเลยนะ ดีนะมานั่งอ่านก่อนไม่งั้นไม่ต้องหลับต้องนอนกัน ไหนอีก เอ๊ะ มีไปเขตของเอลฟ์ด้วยหรอ ดีจังอยากเจอมานาน อืม ถัดจากป่าสมุนไพรไปสินะ อ๋อ ตรงนี้ แล้วก็มีดาร์คเอล์ฟอีกฟากของเมือง อืม 5 คนละ”

“ครับ ส่วนกลางมีไปพระราชวังน่ะครับ ไปหาพระราชินีที่มักจะให้การช่วยเหลือโรงเรียนบ่อยๆ แล้วก็มีนายกเทศมนตรีที่บ้านอยู่เขตเดียวกับร้านลองปิเย อือ ได้ยินชื่อมานาน ผมอยากลองไปทานอาหารที่นี่อยู่นะครับ”

“ไม่อร่อยหรอกน่ะ ยิ่งคนขายนะ แม่มดพันปี”

“โถ่อลิซไปว่าเขาทำไมล่ะครับ อ้าง เราต้องไปลองปิเยด้วยครับเห็นว่าทำอาหารงานเลี้ยงใหญ่ๆเกือบทุกปีเลย” คำพูดของเจมส์ทำให้อลิซชะงัก เธอลืมไปได้ยังไงว่าบ้านเธอทำอาหารให้โรงเรียนนี่ น้องเธอถึงอยากเข้านักหนาไงล่ะ ชั่งเหอะ คิดได้ดังนั้นมือของสาวน้อยก็จิ้มจุดลงไปในแผนที่อีกจุด

“แล้วอีกสองที่ล่ะ”

“อ๋อ เหมือนจะเป็นตะวันออกครับ เป็นร้านผ้าทอชื่อดังคริสครอส เห็นว่าผ้าที่ร้านในเมืองรับมาตัดก็มาจากที่นั่น แล้วก็มีทางตะวันตก จริงๆเราต้องไปหาแฟร์รี่ที่ทางเหนือแต่เหมือนว่าช่วงนี้พวกเขาจะปิดเขาแล้วออกท่องเที่ยว พี่เขาเลยให้เราไปหาเจ้าหญิงของแฟร์รี่ที่ตะวันตกแทนครับ ตรงนี้ ครับใช่ครับ”

“โอเค ครบแล้ว นี่เดินทางรอบอาณาจักรเลยนะ” อลิซกดปิดนาฬิกาที่มือแล้วทำหน้ามุ่ยอย่างไม่สบอารมณ์นักแต่ไม่นานคนเจ้าเล่ห์ก็ฉีกยิ้มกว้าง

“จริงสิ งั้นเราถือโอกาสนี้ไปเที่ยวเล่นกันเลยแล้วกันเนอะ ปะเจมส์ กักตุนเสบียง วันอาทิตย์เย็นๆเราค่อยกลับมา” อลิซลากเจมส์ที่ดูไม่เต็มใจสุดๆออกไปอย่างร่าเริง

 

“เอาล่ะ พร้อมแล้ว ไปกันเล้ย!!” เสียงเริงร่าจากที่นั่งข้างคนขับ ทำให้คนขับจำเป็นต้องส่งยิ้มแหยมาให้

“คือ อลิซ ผม...ขับไม่เป็นครับ พอดีจะบอกแต่...ไม่ทัน”

“หา นายนี่นะ ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้เล่า” อลิซโวยวายแล้วก็โดดลงจากรถและไล่อีกคนไปอีกฝั่งแทน ปากก็บ่นส่วนมือก็เริ่มสตาร์ทรถ

“ก็มีช่วงให้บอกที่ไหนล่ะครับ”

“บ่นอะไรอะเจมส์มา ขึ้นรถ เดี๋ยวงานก็ไม่เสร็จ นี่เที่ยงละนะ” คนพาช้าสั่งเสียงเขียว

“ครับๆ” คนไม่ผิดเลยต้องรับคำแล้วก้าวขึ้นรถ

“ไปโลด ยะฮู้!!!

“เหวอ ผมยังไม่ทันปิดประตู ว้าก อลิซ เบ๊าาาาาา” และทิ้งเสียงโหยหวนลอยมาตามลม...

“วู้ สะใจจริงๆ เครื่องแรงมากๆ เหวอ ระวังค้า” ดริฟรถไปทางขวาเพื่อหลบคนเข็นผัก วืด หักรถมาทางซ้ายเพื่อหลับคนเดินถนน และเร่งเครื่องเต็มกำลังเมื่อพ้นเขตเมืองอย่างรวดเร็ว

“นี่มันขับรถเสี่ยงตายชัดๆเลยนะครับ” คนไม่ค่อยดุใครเอ่ยเสียงดังหลังจากรถเหวี่ยงจนประตูปิดและเขาชินกับความเร็วนรกนี่

“แหมๆ นี่เบาะๆนะ รถนี่แรงจะตาย นายจะลอง...”

“ไม่!! ไม่ครับ ผมไม่ลองอะไรทั้งนั้น ไม่อย่างงั้นผมได้อ้วกแน่ๆ ไปทางใต้นะครับอลิซ”

“อือ ที่แรกก็ต้องบ้านนายกเขต 17 จัดไปโลด” ว่าแล้วนักขับตีนผีก็เหยียบคันเร่งออกไปอย่างสนุกสนาน

 

ก๊อกๆ

“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าพวกคุณสองคนมีธุระอะไรกับท่านายกเทศมนตรีหรือเปล่าครับ” ชายหนุ่มในชุดสูทเปิดประตูออกมาต้อนรับ

“เอ่อ คือว่า”

“พวกเรามาจากโรงเรียนซิกม่าครับ พอดีว่ามีจดหมายจากสภาของโรงเรียนมาส่งให้ท่านน่ะครับ”

“อ๋อ ครับ ดีนะครับที่มาตอนท่านว่างพอดี เชิญรอตรงนี้ครับ เดี๋ยวผมไปเชิญท่านมาให้”

“อึ๋ย ที่นี่ดูขลังเกินไปอะ” อลิซที่ไม่ชินกับความสุภาพใดๆมาเกือบตลอดชีวิตทำท่าผวาเมื่อมองไปรอบห้อง

“ก็บ้านของนายกเทศมนตรีนี่ครับ” เจมส์ตอบยิ้มๆ

“อ้าว สวัสดีเด็กๆ ไหนล่ะจดหมาย มาแนะนำตัวใช่ไหม แหม สภานอกปีนี้ดูสดใสดีนะ” เสียงเอื้ออารีของชายชราเจ้าของบ้านทำให้เด็กๆลุกขึ้นต้อนรับ และเป็นเจมส์ที่ยื่นจดหมายในมือให้

“ครับ จดหมายแนะนำตัวของพวกเราพร้อมกับการติดต่อและรูปครับ สวัสดีอย่างเป็นทางการครับ ผมเจมส์ เททอรัส สภานักเรียนฝ่ายนอกครับ”

“เอ่อ ค่ะ ฉันอลิเซ่ ลองปิเย สภานักเรียนฝ่ายนอกค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก” อลิซฉีกยิ้มให้ชายชราตรงหน้า

“อือ ฉันคนแก่ที่ยังทำงานล่ะนะ นายกเทศมนตรีทางใต้ ฟิสซ์ ยินดีที่ได้รู้จักพวกหนู นั่งลงก่อนสิ ดื่มชาสักหน่อยจะได้พูดคุยกันมากขึ้น”

“ขอบคุณครับ” ชายในชุดสูทเป็นคนเสิร์ฟชาให้ทุกคน โดยมีเจมส์กับฟิสซ์พูดคุยตอบโต้กัน ส่วนอลิซก็นั่งฟังอย่างใจลอย จนกระทั่ง

“ว่าแต่อลิเซ่”

เฮือก ด้วยความตกใจ เจ้าของชื่อเลยสะดุ้งสุดตัวแล้วสาดชาในมือที่ถือเล่นเฉียดร่างเจ้าของบ้านไปเพียงนิดเดียว

“ขะ ขอโทษค่ะ พอดีหนูกำลังฟัง”

“ไม่เป็นไรๆ หนูนี่ตลกดีนะ ฉันชอบ นี่ก็เกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว พวกหนูกลับกันเถอะ ต้องไปอีกหลายที่ใช่ไหมล่ะ” ฟิสซ์ยิ้มแย้มอย่างไม่ถือโทษอะไร ส่วนอลิซก็หน้าซีดแล้วซีดอีก กล่าวขอโทษซ้ำไปมา จนคนแก่กว่าต้องโบกมือไล่อีกรอบนั่นแหละเจ้าตัวถึงยอมออกมา

“ไม่เป็นไรนะครับอลิซ”

“ขอโทษนะเจมส์ ฉันทำให้นายดูไม่ดีไปด้วย แถมอาจทำให้สภานักเรียนดูแย่ หรือเขาอาจมองโรงเรียนเราไม่ดีเลยก็ได้”

“ครับๆ ไม่มีใครว่าอลิซหรอก ยิ้มเถอะครับ แล้วไปพระราชวังกันดีกว่า”

“อือ” อลิซรับคำหงอยๆอย่างคนรู้สึกผิดก่อนจะขับรถออกไปอย่างเนือยๆ และส่งผลให้ชีวิตของเจมส์สบายขึ้นเยอะ...มากๆเลยแหละ

 

“โอ้ พวกเจ้ามาขอพบข้ารึ” เสียงทุ้มกังวานของพระราชาเงือกแผ่รัศมีออกมาอย่างไม่ต้องพยายามอะไรมาก

“พะยะค่ะฝ่าบาท หม่อมฉันเจมส์ เททอรัส นำสาส์นจากสภานักเรียนซิกม่ามาถวายพะยะค่ะ” เจมส์ทำความเคารพอย่างถูกต้องแล้วยื่นสาส์นให้เจ้าหน้าที่มารับไปให้พระราชา

“อ๋อ ถึงฤดูกาลเปลี่ยนผ่านแล้วรึ ดีๆ นี่แม่หนูอะไรนะ อลิซใช่ไหม ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นหรอก”

“มะ หม่อมฉัน เอ่อ ไม่ได้ทรงเกร็งพะยะค่ะ”

“หึหึ งั้นรึ ไม่ต้องพูดคำราชาศัพท์อะไรหรอก พูดธรรมดาก็ได้จ่ะ” เสียงอารีของราชินีเงือกเรียกรอยยิ้ม

จากอลิซได้เป็นอย่างดีและเด็กสาวก็ยิ้มรับมัน

“ว่าแต่พวกเจ้าเจอเมทัสบ้างไหม หายไปเลย พ่อโทรจิตไปก็ไม่รับ”

“เมทัสนอนห้องเดียวกับตานี่ค่ะพระราชา” คนได้รับอนุญาตเปลี่ยนท่าทียังกะกิ้งก่า แถวยังเอานิ้วมาจิ้มๆคนรักษามารยาทอีกต่างหาก

“โอ้ งั้นรึ” และมหากาพย์การเล่าเรื่องเพื่อนก็กินเวลาไปกว่าชั่วโมงจนในที่สุดนักเรียนฝ่ายนอกที่โดนลอยแพก็ขอตัวจากมาจนได้

“โอ๊ย เหนื่อยสุดๆ ที่ต่อไปตะวันตกใช่ไหม ไปหาเจ้าหญิงแฟรี่กัน” ว่าแล้วก็จัดแจงกดปุ่มหน้าจอจนขึ้นหนังสือกระพริบ และอีกปุ่มก็...

ปรับเป็นโหมดการบิน

เร่งด้วยความเร็วสูงสุด จุดหมายปลายทางที่กำหนด

“ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก”

 

“หืม เสียงอะไรน่ะ เจ้าบินไปดูสิ” แฟร์รี่ตัวน้อยที่สวมมงกุฎสีทองระยิบระยับหยุดมือที่กำลังร่ายมนตร์จัดเก็บหนังสือ

“เพคะองค์หญิง” นางกำนัลแฟร์รี่บินออกไปพอดีกับที่รถคันสวยจอดลงพอดี พร้อมกับที่รถยนต์คันสวยจอดตรงหน้าพอดีพอดี

“พวกเจ้าคือใครมาทำอะไรที่นี่” นางกำนัลแฟร์รี่ตวาดเสียงดังในมือพร้อมร่ายเวทมนตร์เพื่อต่อสู้กับผู้ที่บุกรุกเข้ามา

“ใจเย็นๆนะครับ พวกผมมาจากโรงเรียนซิกม่า วันนี้ผมเป็นตัวแทนจากสภานักเรียนนำสาส์นมาส่งให้เจ้าหญิงแฟร์รี่ครับ” เสียงของเจมส์ดังขึ้นอย่างลนลาน ในขณะที่เจ้าตัวก็ยื่นสาส์นไปข้างหน้า

 “นี่ถึงคราแนะนำตัวนักเรียนใหม่อีกแล้วหรือ” นางกำนัลแฟร์รี่พยักหน้าอย่างเข้าใจจากนั้นจึงเชื้อเชิญทั้งสองให้เข้าไปข้างใน

“องค์หญิงเพคะนักเรียนจากซิกม่ามาหาเพคะ” นางกํานัลแฟร์รี่ยื่นสาส์นให้กับเจ้าหญิงของนาง เจ้าหญิงแฟร์รี่นั้นตัวสูงไม่เกินครึ่งของอลิสแต่กลับสวยงามและน่ารักมาก เจ้าหญิงหยิบสาส์นเชิญจากนั้นก็พูดคุยกับเด็กทั้งสองอย่างเป็นกันเองรอบนี้เพราะความน่ารักของเจ้าหญิงทำให้อลิซสามารถอยู่เป็นผู้เป็นคนได้

“โชคดีนะที่พวกเจ้ามาหาข้าทันเวลาพอดี ข้ากำลังจะเดินทางกลับเมืองอยู่แล้วเชียว” เจ้าหญิงพูดด้วยรอยยิ้มน่ารักก่อนที่เจ้าตัวพยักหน้าให้นางกำนัลนำดอกไม้ที่เจ้าหญิงเป็นคนสร้างขึ้นเป็นของกำนัลให้กับเด็กๆที่เดินทางมาแนะนำกับนางก่อนที่จะโบกมืออำลาให้เด็กๆกลับไป

“โชคดีนะครับเนี่ยที่เราเดินทางมาทันก่อนพอดีไม่อย่างนั้นเราก็คงไม่รู้ว่าจะไปหาเจ้าหญิงได้ที่ไหนเลย” ทันทีที่คาดเข็มขัดเรียบร้อยเจมส์ก็พูดกับอลิซ ซึ่งอลิซเองก็ส่งยิ้มอย่างมีความสุข เจ้าตัววางดอกไม้ไว้ข้างหน้าแล้วก็จัดการเหยียบคันเร่งเพื่อไปยังสถานที่ต่อไปทางทิศเหนือของอาณาจักรโดยมีเกาะโดดเดี่ยวที่ลอยอยู่บนผืนฟ้าและมีดวงอาทิตย์ที่กำลังตกเป็นฉากหลัง

 

“ฉันว่าเราแวะกินข้าวกันก่อนไหมไม่อย่างนั้นน่าจะไปทันเวลาอาหารค่ำของคนอื่นเขาพอดีหรือไม่ก็หาที่พักแถวๆนี้ก่อน” อลิซเสนอกับเจมส์เมื่อทั้งสองคนเข้าสู่เขตทางเหนือซึ่งเด็กหนุ่มเองก็เห็นด้วยเพราะว่าเวลานี้เป็นเวลาที่อาทิตย์ตกดินแล้วและน่าจะดึกเกินไปที่จะเข้าไปพบใครทั้งสองตัดสินใจปูที่พักนอนรอบรถบริเวณสวนสาธารณะของเมืองโดยที่อลิซเปิดระบบเตือนภัยของรถรอบรัศมี 500 เมตรรอบตัวไว้

แสงแดดยามเช้าสาดส่องไปทั่วบริเวณเผยให้เห็นเด็กหนุ่มที่กำลังนั่งทานอาหารเช้ากับอีกหนึ่งเด็กสาวที่หัวแทบจะจุ่มซุปในมือ

“โห โคตรง่วงเลยอ่ะเจมส์ทำไมปลุกเช้าจัง” คนง่วงก็ยังคงโวยวายแต่มือก็เริ่มตักอาหารเข้าปากแล้ว

“วันนี้เราต้องกลับโรงเรียนแล้วนะครับถ้าเกิดว่าเรายังไปไม่ครบ อาจจะเข้าเรียนช้าได้ไม่รู้ว่าจะโดนลงโทษอะไรอีก” คนโตที่สมองมากกว่าร่างกายอธิบาย ทำให้คนโตแต่ตัวอย่างอลิซยอมพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“โอเคฉันพร้อมแล้ว งั้นเราไปกันเถอะเดี๋ยววันนี้จะไม่ทันซะ” ว่าแล้วอลิซกับเจมส์ก็ช่วยกันเก็บที่พัก ปิดระบบเตือนภัยและมุ่งหน้าไปยังป่าสมุนไพรของคุณยาย ป่าสมุนไพรของคุณยายเป็นป่าขนาดใหญ่มองไปทางไหนก็มีแต่สีเขียว ความสดชื่นของต้นไม้

“เข้ามาตั้งนานแล้วไม่เห็นเจอใครเลยหรือว่าคุณยายจะไปที่อื่น” อลิซลงจากรถเมื่อจอดบริเวณที่จอดรถของป่าสมุนไพรเรียบร้อย

“งั้นเราแยกกันลองเดินหาดูนะครับ” เจมส์เสนอก่อนจะเลี้ยวเข้าทางเดินด้านขวาไป ส่วนอลิซก็เดินไปอีกทางไปเรื่อยๆ จนพบกับเด็กน้อยคนหนึ่งในชุดสีขาวเรียบง่ายซึ่งกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่

“หนูจ๊ะรู้หรือเปล่าว่าคุณยายของของป่าสมุนไพรไปที่ไหน พอดีว่าพี่มาจากโรงเรียนซิกม่าเอาจดหมายมาฝากคุณยายนะจ๊ะ” อลิซนั่งยองให้ตาสบกับเด็กน้อยของเธอได้พอดี

“อ้าวยายอยู่นี่ไงล่ะหนู” เด็กน้อยที่ดูยังไงก็อายุไม่น่าจะเกิน 10 ขวบตอบกลับมืออีกก็รดน้ำต้นไม้ไป

“จะบ้าหรออย่างหนูอ่ะนะ จะเป็นคุณยายไปได้ยังไงอย่าโกหกพี่สาวดีกว่านะบอกพี่มาเถอะจ้ะ” อลิซไม่ยอมเชื่อพลางจับสายยางออกจากมือเด็กตรงหน้า

“ฉันเป็นคุณยายจริงๆนะ” คนตรงหน้าย้ำเสียงใส มือก็กอดอกอย่างเด็กงอแง

“นี่ๆๆๆๆ เด็กไม่ดีจะต้องโดนลงโทษ” อลิซอุ้มเด็กน้อยที่อ้างว่าตัวเองเป็นคนยายขึ้นมาแล้วเหวี่ยงไปมาอย่างสนุกสนาน

“อ้าวอลิซทำอะไรอยู่ครับ นี่จนผมเดินวนมาเจอแล้ว”

“ก็เด็กคนนี้น่ะสิเป็นเด็กไม่ดีเลย พอฉันถามก็บอกว่าแต่ว่าเป็นคุณยายเป็นคุณยายฉันก็เลยลงโทษอยู่นี่แหละ” ว่าไปมือก็แกล้งเด็กน้อยไป

“เอ่อ อลิซครับนี่คือคุณยายของสวนสมุนไพรนะครับ” เจมส์ชี้ไปที่เด็กน้อยในมือของอลิซและพูดด้วยความตกใจ

ตุ้บ!!!

ผลที่เกิดขึ้นคืออลิซปล่อยเด็กน้อยหลุดมือหรือจริงๆก็คือปล่อยคุณยายเจ้าของสวนหลุดมือลงไปนั่นเอง

“หนูคือสภาฝ่ายนอกรุ่นใหม่ของปีนี้ล่ะซิ ดีนะที่พ่อหนุ่มหาข้อมูลมาดี ยายฝากช่วยดูแลแม่หนูนี่ด้วยล่ะเป็นเด็กเป็นเล็กไม่ศึกษาหาข้อมูลเลยยายบอกก็ไม่ฟัง” คุณยายที่ตัวเล็กเหมือนเด็กน้อยบ่นไปมือก็รินน้ำชาใส่แก้วไป

“ลองชิมดูสิ ยายน่ะเลี้ยงให้เด็กกินทุกรุ่นเลยนะ มันอร่อยมากเลยยายจะบอกให้” คุณยายยิ้มแป้นอวดฟันขาวแล้วเลื่อนแก้วชาหอมกรุ่นมาตรงหน้าเด็กๆ เจม์หยิบน้ำชามาชิมอย่างสุขุมในขณะที่อลิซนั่งหน้าซีดแล้วซีดอีกอยู่ข้างๆ

“ขอโทษค่ะคุณยายหนูไม่ทันหาข้อมูลให้ดีหนูนึกว่าเด็กอ่ะแกล้งเป็นคุณยาย”

“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรยายไม่ถือโทษหรอกจ้า เราชื่ออะไรกันล่ะผู้หญิงแปลกนี่ อ๋อ อลิซใช่ไหม ส่วนเราก็เจมส์สินะ โอเคๆ แล้วนี่จะไปไหนต่อล่ะ ให้ยายเดาก็เดาว่าจะต้องไปแนะนำตัวกับคนอื่นอีกใช่ไหม งั้นดื่มชากินขนมนี่เสร็จก็ไปเถอะเดี๋ยวยายจะไปรดน้ำต้นไม้ต่อซะหน่อย เอาเป็นว่ามีอะไรก็ติดต่อยายมาได้ที่นามบัตรนี้เลยนะจ๊ะเด็กๆ” คุณยายร่างเล็กส่งนามบัตรใบไม้ในมือให้เด็กๆก่อนที่ตัวเองจะขอตัวไปรดน้ำต้นไม้ต่อ

“โอ๊ย เจมส์ฉันต้องตายแน่ๆเลย ยายจะบอกพี่ๆสภาหรือเปล่าอ่ะ นายว่ายังไงหรือว่าฉันจะทำยังไงดี ฉันจะลาออกเลยดีไหม หรือฉันไม่กลับไปแล้ว นายว่าฉันจะทำยังไงดี” อลิซพูดไปอย่างสติแตกมันไม่เจมส์มองอย่างขำๆปกติอลิซจะค่อนข้างเป็นคนที่ขี้แกล้งแล้วก็ร่าเริงตลอดเวลาไม่ค่อยเห็นเวลาที่สติหลุดอย่างตอนที่มาด้วยกันบ่อยนัก

“ไม่เป็นไรนะครับอลิซคุณยายไม่ว่าอะไรหรอก อลิซลองชิมชากับขนมนี่ดูก่อนสิครับเราจะได้ไปอาณาจักรเอล์ฟกับอาณาจักรดาร์คเอล์ฟต่อ” อลิซพยักหน้าอย่างเศร้าซึมก่อนจิบน้ำชาอย่างไม่จริงจังนัก

“ว้าว นี่มันอร่อยมากๆเลยอ่ะ” ว่าแล้วคนซึมก็เปลี่ยนเป็นร่าเริงมือนึงตักขนมมือนึงรินน้ำชาไม่นานทั้งชาทั้งขนมตรงหน้าก็หมดลง

“อร่อยสุดๆไปเลย งั้นเราไปต่อกันเถอะต่อไปฉันจะไม่พูดอะไรแล้วนะนายคุยกับเอล์ฟ ดาร์คเอล์ฟอะไรของนายเองได้เลยนะ” อลิซเอ่ยสำทับก่อนที่จะพาเพื่อนขึ้นรถแล้วขับจากไป

การไปเยือนเมืองเอล์ฟกับดาร์คเอล์ฟราบรื่นกว่าสองเมืองมากเพราะว่าอลิซให้เจมส์สอนการปฏิบัติตัวต่อหน้าประชาชนชาวเอล์ฟมาแล้วทำให้ตัวเองไม่เป็นที่สนใจแล้วก็ไม่ทำอะไรหน้าแตกอีก

 

“อลิซครับเดี๋ยวเราไปต่อกันที่ตะวันออกเลยนะ” เจมส์ชี้แผนที่ในมือไปยังร้านขายทอผ้าชื่อดัง

“โอเค แล้วนายว่าฉันจะทำอะไรประหลาดๆอีกไหมอ่ะฉันควรจะทำยังไงดีอ่ะ” คนที่ถึงแม้จะพอเอาตัวรอดได้ก็ยังคงกังกลไม่เลิก

“ใจเย็นๆครับอลิซ ไม่มีอะไรหรอกร้านนี้ก็คล้ายๆกับร้านทั่วๆไปแหละครับไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกครับ” อลิซพยักหน้าอย่างไม่ค่อยมั่นใจนักแต่ในท้ายที่สุดการเดินทางของทั้งสองก็มาถึงก็ผ่านร้านเสื้อผ้าและมาถึงส่วนกลางแต่โดยดี

“วันนี้เราทำเวลาได้ดีมากเลยนะครับแค่ครึ่งวันก็เหลือแค่ 3 ร้านแล้ว”

“นั่นสิไปหานายกก่อนหรือว่าไปร้านอาหารก่อนล่ะ” อลิซปรับเกียร์แล้วเพิ่มความเร็วขึ้นอีกนิด โดยที่ไม่มีเสียงโวยวายจากเจมส์อีก เพราะเจ้าตัวเริ่มชินแล้วนั่นเอง

“ก็ต้องไปร้านอาหารก่อนสิครับเราจะได้ลองทานอาหารด้วย” เจมส์พูดอย่างกระตือรือร้นที่จะได้ไปทานอาหารที่ร้านอาหารชื่อดังของอาณาจักร ส่วนอลิซก็ทำหน้าเหม็นเบื่อเบาๆก่อนจะขับรถไปทางทิศทางที่เป็นบ้านของตัวเอง

“โห ร้านนี้ตกแต่งเรียบง่ายดีนะครับไม่น่าเชื่อเลยว่าจะไปร้านอันดับ 1 ของอาณาจักรแถมมีการบริหารจัดการที่ดีมากๆคนไม่ล้นร้านเลยนะครับเนี่ย” คนได้ที่นั่งอย่างรวดเร็วกวาดตามองไปรอบๆอย่างตื่นตาตื่นใจ

“ฉันว่าเป็นเพราะคนไม่มีคนกินมากกว่ามั้งร้านก็เลยไม่ล้นไง งั้นเดี๋ยวนายนั่งอยู่ตรงนี้ก่อนนะเดี๋ยวฉันจะเข้าไปช่วยในครัวซะหน่อย แล้วนั่นก็เมนูเขียนเสร็จแล้วเดี๋ยวฉันมาเก็บเขียนให้อ่านออกล่ะไม่งั้นโดนดีแน่” เจ้าของบ้านออกเสียงขู่โดยไม่สนใจน่าตื่นๆของเพื่อนพี่ก็ไม่ค่อยแน่ใจในชะตาชีวิตของตนเองนักเอาจริงๆเจมส์เองก็เพิ่งนึกออกว่าอลิซนามสกุลอะไร

“อ๋า จริงด้วยสิผมลืมไปเลยว่าอลิซนามสกุลลองปิเยนี่นา งั้นอย่างนี้คุณก็เป็นเจ้าของร้านนี้หรอครับเนี่ย”

“จะบ้าหรอฉันก็แค่อยู่ร้านนี้เท่านั้นแหละ เอ๊า สั่งอาหารได้แล้วเดี๋ยวฉันน่ะจะเข้าไปในครัวนะ” บงการเสร็จสรรพเด็กสาวก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินหายไป และไม่นานก็มีเด็กหนุ่มท่าทางสุภาพเดินมารับรายการอาหารไป

 

เสียงที่ดังต้อนรับอลิซยังคงเป็นเสียงบ่นงึมงำของผู้หญิงคนเดิมที่เธอได้ยินมาตลอดสลับกับเสียงก๊องแก๊งกุกกักของการทำอาหาร

“บ่นอะไรแม่เสียงดังโวยวายเพราะอย่างนี้ไงลูกค้าถึงไม่ค่อยเข้าร้าน” เด็กสาวกอดอกพิงขอบประตู ปากก็เอ่ยทักแม่ด้วยความคิดถึง(?)

“มาได้ไง โดดเรียนมาหรอหรือยังไง ระวังเถอะเดี๋ยวเขาก็ไล่ออกหรอก” และแม่ก็ตอบกลับอย่างรักมาก(?)เช่นกัน

“ใครจะไปกล้าไล่อ่ะ นี่ใคร อลิซซะอย่างใครไล่ก็โดนปาระเบิดใส่ดิ”

“พูดมากมานี่จะมาช่วยทำงานหรืออะไร”

“เป็นสภานักเรียนจะมาแนะนำตัวมีมาทุกปีไม่ใช่หรอเด็กโรงเรียนนี้ทำไมปีก่อนไม่เห็นเห็นเลย”

“หน้าอย่างงี้ปากแบบนี้เป็นสภาได้ไงวะ แล้วเรื่องมีคนมาอะไรนี่ถามตัวเองเถอะว่าวันๆนึงอยู่ร้านกี่นาที แล้วนี่อีกคนใครล่ะ พวกซวยๆที่ต้องทำงานกับแกน่ะ” คนเป็นแม่ดันหลังลูกสาวออกจากในครัวตาก็กวาดมองหาเด็กโรงแรมซิกม่าที่น่าจะมาพร้อมลูก

“คนนั้นน่ะแม่ตัวน้อยๆ ที่ใส่แว่นตานั่งงงๆอยู่ตรงนู้น”

“น่าสงสารเนอะ งั้นวันนี้ให้มันกินฟรีละกัน สงสารมัน” คุณนายลองปิเยถอนหายใจ แล้วหันไปหยิบออเดอร์ที่ลูกชายเอามาให้

“ว่าแต่มีอะไรให้ช่วยเปล่า”

“ไม่ต้องอ่ะ แกจะไปไหนก็ไปเถอะ ต้องไปที่อื่นอีกไม่ใช่หรอ เออแต่ยังไงก็แวะไปหาน้องมันหน่อยนะมันอยากไปหาเราที่โรงเรียนแต่แม่ขี้เกียจพาไป อยู่กับพ่อแกที่ตลาดนู่นน่ะ แม่ใช้ไปซื้อของ แล้วก็ถ้าว่างก็ก็ไปช่วยพี่แกรับออเดอร์ เก็บชักช้ามาก นี่กว่ามันจะเอามานะลูกค้าหลับคาโต๊ะ” คนขี้บ่นก็ยังคงบ่นตลอดเวลา

“โอเคๆ งั้นกินไปรอกินนะ น้องมาบอกให้มันมาหาด้วย แม่ก็ก้มหน้าก้มตาทำงานไปนะคะส่งเงินให้หนูเรียนด้วยขอบคุณค่ะ” คนพูดกวนเสร็จก็แลบลิ้นวิ่งหนีไป

โป้ก!!!

แต่คิดหรอว่าจะทัน สุดท้ายอาวุธคู่ใจก็คือตะหลิวในมือก็เขวี้ยงไปใส่หัวลูกสาวได้อย่างพอดิบพอดี

“ไปเรียนตั้งนานไม่คิดจะพัฒนาปากบ้างเลยหรอวะเพราะเป็นแบบนี้ไงถึงอยากไล่ไปไกลๆ ไปๆไปไหนก็ไป บอกเด็กนั่นด้วยว่ามื้อนี้กินฟรี” คนเป็นลูกพยักหน้ารับแล้วโยนตะหลิวกลับคืนมาใหแม่แล้วแกล้งโค้งตัวอย่างล้อเลียนก่อนเดินลอยชายจากไป และถึงปากจะเป็นแบบนี้แต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่าเธอเองก็คิดถึงบ้านมากๆเหมือนกัน

 

ด้วยอานิสงส์จากการเป็นเพื่อนของอลิซทำให้วันนี้เจมส์ได้กินอาหารขึ้นชื่อจากร้านชื่อดังโดยไม่เสียตังค์สักบาท และอานิสงค์อีกอย่างคือ อลิซเองก็ดูอารมณ์ดีขึ้นมากหลังจากได้กลับมาเยี่ยมบ้านในรอบหลายสัปดาห์ดังนั้นเวลาสักบ่ายแก่ๆเด็กสาวก็ชวนเพื่อนไปหานายกเทศมนตรีซึ่งเธอเองก็คุ้นเคยดีเพราะว่าก่อเรื่องให้นายกของเธอตามมาแก้ปัญหาบ่อยๆ รอบนี้อลิซเป็นคนพาเจมส์ทัวร์ไปรอบเมืองตัวเองเพราะว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่เธออยู่ตั้งแต่เกิดแถมทุกคนก็คุ้นเคยกับเธอเป็นอย่างดีดังนั้นใช้เวลาไม่นานมากนักทั้งสองก็พร้อมที่จะเดินทางไปยังพระราชวัง

“อลิซนี่ดูเป็นที่รักของคนในเมืองนะครับ” เจมส์กล่าวยิ้มๆ

“รักบ้าอะไรล่ะ ตอนอยู่ก่อเรื่องจะเป็นจะตายคนทั้งเมืองรู้จักก็เพราะอย่างนี้แหละ เห็นอย่างนี้ฉันก็เป็นพวกท้าตีท้าต่อยนะ แต่พอไปอยู่ในโรงเรียนน่ะมันทำไม่ได้ไงเหมือนฉันท้าต่อยไปเขาโยนไฟใส่มาฉันก็ตายสิ” เด็กสาวพูดก็หัวเราะแต่มือก็ยังบังคับพวงมาลัยอย่างชำนาญ

“ผมว่าจะถามตั้งแต่เมื่อวานแล้วใครสอนคุณอลิซขับรถหรอครับ”

“อ๋อเนี่ยหรอพอดีว่าตอนนั้นน่ะมีขโมยขโมยรถอ่ะฉันเห็นฉันก็เลยตามไปกระทืบมันแล้วก็ต้องเอารถกลับมาใช่มะ แต่แบบก็ขับไม่เป็น ฉันก็เลยขับไปมั่วๆสุดท้ายก็เอามาคืนได้ ถึงแม้สภาพจะ...เอ่อ นั่นแหละ”

“ก็เลยขับเป็นเลยหรอครับ”

“เปล่า เจ้าของรถเลยสอนขับไอ้รถคันนั้น พอขับได้ก็เอารถไปขายทิ้งอะ”

“หาแล้วอย่างนั้นเจ้าของรถไม่ว่าอะไรเลยเหรอครับอลิซ”

“ก็นายกคนเมื่อกี้ไงเจ้าของรถอะ ก็พอขายรถไปแล้วตาแก่นั่นก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ แค่หลังจากนั้นก็จับตามองความประพฤติฉันไม่ปล่อยเลยแหละ ก็น่าหงุดหงิดอยู่เหมือนกันแต่มันก็เป็นเรื่องดีนะอย่างวันนี้เราก็เข้าไปง่ายกว่าเดิมไง” อลิซตอบอย่างไม่แยแสนักส่วนมือก็หมุนพวงมาลัยไปอย่างชำนาญ

“ฉันว่านะเรารีบไปพระราชวังกันเถอะ ก่อนที่จะค่ำเราจะได้รีบกลับโรงเรียนกัน” เด็กสาวว่าต่อและเลี้ยวพวงมาลัยอย่างพระราชวัง

การเข้าพระราชวังไม่ได้ยากนักเมื่อทั้งสองถือจดหมายจากโรงเรียนมาด้วย คนที่พาเธอเข้าไปบอกว่าตัวเองเป็นหัวหน้าองครักษ์ และพาพวกเธอเข้าพบกับราชินีโดยตรง ราชินีสาวกล่าวต้อนรับพร้อมกับมอบของกำนัลแก่นักเรียนและใช้เวลาสนทนาไม่นานนักเพราะว่าพระราชินีมีงานมากมายที่จะต้องทำเด็กๆทั้งสองจึงถือโอกาสลากลับก่อนพระอาทิตย์ตกดินเสียอีก

 

“ครบสักทีหวังว่าต่อไปจะไม่ต้องมาเจออะไรอย่างนี้อีกนะฉันแทบจะบ้าตายหรือว่านายว่าฉันควรไปเรียนมารยาทสังคมดี”

“ผมว่าก็ดีนะครับ เพราะว่าเราเป็นฝ่ายนอกเราน่าจะได้เจอกับคนเยอะมากๆเลยครับ” เจมส์พยักหน้าอย่างเห็นด้วย

“ฉันประชด!! แต่เอาอย่างนั้นก็ได้เดี๋ยวฉันจะลองถามให้พี่ดูว่าจะสามารถลงวิชาเพิ่มเติมหรือว่าฝึกมารยาทกับใครได้บ้าง” อลิซพยักหน้ารับ แล้วขับรถเข้าไปจอดที่เดิมที่พวกเธอนำมา

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเรากลับหอกันเถอะครับแล้วก็พรุ่งนี้ค่อยเอาจดหมายไปส่งพี่”

“โอเค ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นแหละเรากลับหอพักกันดีกว่าไม่รู้อีก 3 คนจะกลับมาหรือยัง”

“นั่นสิครับไม่รู้ว่าพวกนั้นจะเจอภารกิจอะไรกันบ้างหวังว่าคงไม่ต้องทรมาทรกรรมแบบพวกเรา” ว่าแล้วก็หัวเราะคิกคักกันอย่างสนุกสนานและชวนคุยเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อยๆอยากรู้สึกสนิทใจกันมากขึ้นกระทั่งมาถึงบริเวณหอพัก

“งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกันนะบ๊ายบายจ้า” อลิซกล่าวลาก่อนเดินไปที่ห้องของตัวเอง

“ครับอลิซพรุ่งนี้เจอกัน” เจมส์โบกมือลาและทั้งสองต่างแยกย้ายไปพักผ่อนอย่างสบายใจ



หลังจากนี้ขออนุญาตอัพนิยายอาทิตย์ละครั้งนะคะ เนื่องจากว่าเข้าสู่ช่วงใกล้สอบ ทำให้ไม่สามารถเขียนนิยายทันจริงๆ ขอโทษด้วยนะคะ...ขอให้สนุกค่ะ

ปล. แนะนำติชมได้นะคะ ถ้าหากมีคำผิดก็ขออภัยด้วยค่ะจะพยายามให้มีคำผิดน้อยที่สุดค่ะ 


พบกันใหม่ตอนหน้านะคะ ^_^

0 ความคิดเห็น