ตอนที่ 1 : กริ๊งงงง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    14 ก.พ. 62

1 กริ๊งงงง

แสงแดดยามเย็นสาดส่องไปทั่วอาณาจักรเล็กๆที่แสนจะอบอุ่น สถานที่แห่งนี้คืออาณาจักรไนท์เป็นอาณาจักรหนึ่งบนโลกใบนี้ หรือ ถ้าจะพูดอีกที โลกใบนี้คือโลกที่อยู่ในมิติใดมิติหนึ่งที่ทับซ้อนอยู่กับโลกที่เราอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นโลกที่มีลักษณะคล้ายกับโลกของเรามากที่สุดแล้วล่ะนะ แต่ก่อนที่ฉันจะไปเล่าถึงเรื่องของโลกใบนี้ เรามาดูข้อแตกต่างเล็กๆน้อยกับโลกของเราก่อนดีกว่า ซึ่งข้อแรกที่สำคัญมากๆเลยก็คือ โลกใบนี้มีเวทมนตร์อย่างไงล่ะ ส่วนเรื่องอื่นๆ เอาไว้ค่อยๆรู้ไปพร้อมกับเรื่องที่เราจะเล่าให้ฟังแล้วกันนะ

          หลายๆคนคงจะสงสัยใช่ไหม ว่าแล้วที่พูดวนไปมานี่มันเกี่ยวยังไงกับอาณาจักรไนท์ อาณาจักรไนท์ที่ว่าคืออาณาจักรที่เล็กที่สุด แต่กลับมีอำนาจมากเกือบที่สุดเช่นกัน เพราะที่นี่เป็นสถานที่รวมหัวกะทิจากทุกสถานที่ทั่วโลก รวมถึงเป็นสถานที่สำหรับเล่าเรียนของบุคคลที่อยากพัฒนาตัวเองด้วย และนั่น คือที่มาของเรื่องราวทั้งหมดของเรา...

 

          โป๊ก!!!

          เสียงดังของวัตถุทรงกลมที่คนเขาเอาไว้ใช้สำหรับทำกับข้าวพุ่งกระทบกับหัวของสาวน้อยที่กำลังนอนน้ำลายยืดอยู่ข้างนอกเสียงดังนั่น

          “อลิซ!!! ลุกมาช่วยแม่ทำกับข้าวได้แล้ว ลูกค้าเต็มร้านไปหมด ยังมานอนอืดเป็นหมาจมน้ำสักสามอาทิตย์อยู่ได้” เสียงก้องกัมปนาทของคนที่เรียกตัวเองว่าแม่ดังลั่นจนคนรับผลของเจ้ากระทะจนหัวปูดต้องสะลึมสะลือตื่นอย่างช่วยไม่ได้ เจ้าของชื่อ “อลิซ” หรือชื่อเต็ม อลิเซ่ ลองปิเย ลูกสาวคนกลางของร้านลองปิเย ร้านขายอาหารชื่อดังของอาณาจักร เป็นเด็กสาวที่หน้าตาจัดว่าน่ารักน่าชัง ดวงตาสีชมพูสดใส กับผมสีทองเป็นลอน ไม่นับขนาดตัวที่พอพกพาไปไหนมาไหนได้ที่ทำให้ภาพรวมของเด็กสาวเป็นเหมือนนางฟ้าก็ไม่ปาน

          “เออๆ ไปเดี๋ยวนี้แหละ แม่นี่นับวันยิ่งขี้บ่นนะคะ หน้าก็ยังไม่แก่ ดันทำตัวแก่ไปได้ โถ่เอ๊ย” จนกระทั่งเจ้าตัวเอ่ยปากพูด เอาล่ะค่ะ ทุกคนอย่าไปโดนภาพลักษณ์แสนน่ารักนั่นหลอกเอานะคะ เพราะว่าเธอคนนี้ มีนิสัยที่ตรงข้ามกับหน้าตาอย่างสุดขั้ว คนที่ตามดูเธอมานานอย่างฉันขอยืนยันเลยค่ะ

          “อย่าบ่นมาก เก็บกระทะมาด้วย แล้วก็มาช่วยทำกับข้าวได้แล้ว ออเดอร์ล้นหมดแล้วเนี่ย แล้วนี้ อีริคกับฟองเซไปไหน ทำไมไม่มาช่วยงานวะ” และนิสัยของลูกสาวคงมาจากแม่...แน่นอนสุดๆ

          “พี่อีริคไปซื้อวัตถุดิบไม่ใช่เร๊อะคะ ส่วนฟองเซก็ไปโรงเรียนเตรียมไงแม่ ลืมหรอ แก่แล้วแก่เลยเนอะคนเรา” อลิเซ่ยังคงบ่นไปเดินไป ตอนนี้เจ้าตัวอยู่ในชุดผ้าคลุมกันเปื้อนที่พร้อมจะทำอาหารแล้ว

          ปัจจุบันร้านลองปิเยดูแลกิจการโดยคุณนายซามิร่า ลองปิเยหรือคุณนายซามี่หรือว่าง่ายๆคือแม่ของอลิซ ส่วนพ่อของอลิซตอนนี้ก็...

          “คุณ ออเดอร์โต๊ะ 21 ได้หรือยังครับ ลูกค้ากำลังจะอาละวาดแล้ว ผมกลัว” ค่ะ นี่คือคีริค หัวหน้าครอบครัว (มั้ง)

          “อีกสามนาทีค่อยมาเอานะคะ ตอนนี้อลิซมาช่วยแล้ว จะเคลียร์รายการเสร็จเร็วๆนี้แหละค่ะ” ภรรยาสาวตอบก่อนที่แม่ครัวทั้งสองจะสุมหัวทำอาหารจนออร์เดอร์ที่รับไว้หมดลงในที่สุด

          “ขอบคุณนะครับ” เสียงลาของคีริคที่บอกแก่ลูกค้าคนสุดท้าย ก่อนที่เขาจะปิดประตูหน้าร้านลง

          “คุณพ่อคะ คุณแม่คะ หนูกลับมาแล้วค่ะ” เสียงหวานใสของสาวน้อยนามฟองเซ ลูกสาวคนเล็กที่ทั้งงามทั้งเก่ง เจ้าของรางวัลเรียนดี 3 ปีซ้อนของโรงเรียนเตรียมที่เจ้าตัวเข้าไปตั้งแต่อายุ 8 ขวบ

          “อ้าว กลับมาแล้วเรอะ มาๆ มาช่วยพี่ล้างจานหน่อย แม่อู้ หนีไปมาร์คหน้าที่ร้านป้าซีรอนละเนี่ย”

          “ได้ค่ะพี่ เดี๋ยวหนูเอากระเป๋าไปเก็บนะคะ”

          “อือ ตามอีริคมาด้วย อ่านหนังสือเตรียมสอบบริหารอยู่ที่ห้องน่ะ บอกว่ามากินข้าว”

          “ได้ค่ะ” อลิซมองตามน้องสาวก่อนจัดการล้างจานและเก็บกวาดร้านจนเสร็จแล้วจึงเดินไปทำอาหารอีกด้านหนึ่ง

 

          โต๊ะกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาด้วยคนในครอบครัว ที่ตอนนี้มานั่งกันอยู่ในส่วนของบ้านซึ่งตั้งอยู่หลังร้านอาหาร  

          “พี่อลิซคะ”

          “ว่า” เจ้าตัวตอบพร้อมกับเคี้ยวอาหารไปด้วย จนน้องสาวค้อนใส่

          “เคี้ยวให้เสร็จแล้วค่อยพูดสิคะ มันไม่งามเลย”

          “เออน่า พูดๆมาเหอะ กินกันแค่นี้”

          “พี่ไม่ไปสอบโรงเรียนซิกม่าบ้างหรอคะ วันนี้อาจารย์ที่มาสอนบอกว่าโรงเรียนนี้สอนเวทมนตร์ดีมากๆเลยนะคะ คนทั้งโลกแทบจะฆ่ากันตายเพื่อเข้าไปสอบเลยล่ะค่ะ แถมยังมีการเรียนการสอนที่ไดมาตรฐานระดับโลก ปีนึงรับเด็กไม่ถึงร้อยคนด้วยซ้ำ แล้วเขาก็รับแต่เด็กอายุ 15 ไม่มีข้อจำกัดอะไรด้วยนะคะ ลองดูไหมคะ”

          “ไม่อะ ขี้เกียจ ก็รอฟองเซอายุครบก็ไปสมัครสิ”

          “ก็อยากมีคนรู้จักในนั้นบ้างน่ะสิค่ะ คนในนั้นแต่ละคนเขาว่าโหดระดับปีศาจกันทั้งนั้นเลยค่ะ”

          “อือ เอาล่ะ อิ่มแล้ว แม่ พรุ่งนี้หนูไม่ช่วยนะ จะไปเที่ยวกับเพื่อน”

          “กลับมาก่อนเที่ยงด้วย”

          “โอเค”

 

          “ประกาศครับ ขายใบสมัครสอบโรงเรียนซิกม่า โรงเรียนสอนเวทมนตร์ที่ดีที่สุดในโลก ใบละแค่ 5 เหรียญทองแดงเท่านั้น แต่จำกัดว่าอายุ 15 ปีเท่านั้นนะครับ เชิญครับเชิญทางนี้”

          “รับสมัครเข้าโรงเรียนออเร้นค้า โรงเรียนบริหารที่ดีที่สุดในอาณาจักร ใบสมัครแค่ 10 เหรียญทองแดงเองนะคะ ขอแค่อายุ 18 ปีขึ้นไปก็สมัครไดทั้งนั้นค้าาาาาา” เสียงประกาศรับเด็กใหม่ดังไปทั่ว ก็นะ วันนี้มันเป็นวันรับสมัครเด็กเข้าโรงเรียนของทั้งอาณาจักรเลยนี่นา ส่วนอลิซของเราไปไหนน่ะหรอคะ ก็คือว่า...

          “เฮ้ย ทำไรวะ ขโมยของนักท่องเที่ยวอีกแล้วเรอะ หัวแดง ไปคืนไป๊” เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีทองตบหัวเด็กผู้ชายตัวโตอย่างไม่เกรงกลัวเมื่อเห็นเขาขโมยเงินจากกระเป๋าของสาวใหญ่หน้าตาดีคนหนึ่ง

          “ว้าย ขะ ขะ ขโมยยยยยย”

          “โว๊ย ป้า โวยวายทำไมเนี่ย ไอ้หัวแดงวิ่งเลยเห็นไหม อยู่นี่นะ จะไปซ้อม เอ๊ย ไปเอามาให้” ค่ะ ทุกคนนี่คืองานอดิเรกของอลิซ การตามกระทืบพวกนักเลงที่ขโมยของในเมืองเพื่อความสนุกสนานส่วนตัวของตัวเองอะนะ

          ห้านาทีผ่านไป

          “อะ ป้า นี่ของป้าใช่ไหม ระวังตัวหน่อยสิ ขโมยเดี๋ยวนี้เยอะอย่างกับอะไร ตรวจของด้วยว่าครบไหมเดี๋ยวหาว่าฉันขโมยอีก”

“ครบจ่ะ ขอบใจมากนะแม่หนู”

“ไม่เป็นไร ไปนะคะ” อลิซกล่าวลา แล้วหมุนตัวเตรียมกลับบ้าน วันนี้ออกแรงพอแล้ว กลับไปนอนดีกว่าเด็กสาวคิดแต่ก่อนที่เธอจะได้เดินออกไปจากตรงนั้น ชายหนุ่มที่ขายใบสมัครเข้าโรงเรียนซิกม่าก็วิ่งมาหาเธอ

“น้อง น้องครับ”

“ห๊ะ เรียกใครอะ”

“น้องนั่นแหละครับ สนใจสมัครเข้าโรงเรียนเราไหม”

“ไม่อะ”

“ผมก็ว่างั้น นี่ใบสะ เอ๊ะ หา ไม่งั้นหรอครับ”

“อื้อ ขอตัวนะ รีบ”

“ตะ แต่ว่า” ไม่ทันขาดคำ ร่างของสาวน้อยก็วิ่งออกไป ส่วนคนขายใบสมัครก็หรี่ตาอย่างครุ่นคิดก่อนร่ายมนตร์บางอย่างใส่กระดาษในมือแล้วส่งให้พุ่งตามร่างเธอไป

“แหมๆๆๆ เด็กน่าสนใจขนาดนี้จะปล่อยให้ไม่มาเรียนได้ไงกัน ฮึฮึ” เสียงหวานใสจากใบหน้าของผู้ชาย ทำให้คนรอบข้างมองแปลกๆ และนั่นทำให้เจ้าตัวรู้ตัวก็เลยรีบเก๊กหล่อแล้วไปขายใบสมัครต่อทันที

 

          และแล้ววันสอบเข้าโรงเรียนซิกม่าก็มาถึง วันนี้บริเวณส่วนกลางของอาณาจักรจะมีการจัดเป็นพื้นที่สอบ โดยห้ามใครเข้าไปเด็กขาด ส่วนผู้เข้ารับการทดสอบจะถูกวาร์ปเข้าไปในสถานที่สอบทีละ 1,000 คน

จนกว่าจะครบจำนวน โดยแต่ละชุดจะไดรับความท้าทายที่แตกต่างกัน ซึ่งผู้เข้าสอบปีนี้มีจำนวน 8,000 คนไม่ขาดไม่เกิน (นี่ขนาดเฉพาะเด็กอายุ 15 เท่านั้นนะ คิดดูสิว่าที่นี่มันฮอตขนาดไหน)

          การสอบที่นี่จะเป็นการสอบปฏิบัติล้วนๆ เนื่องจากผู้ก่อตั้งมีแนวคิดว่าความรู้สามารถมาเรียนเอาทีหลังได้ จึงเน้นทดสอบจิตใจ พลังเวท การแก้ไขปัญหาหรือทักษะต่างๆมากกว่า โดยการสอบปฏิบัตินี้ มีโจทย์เพียงข้อเดียวคือ การรวบรวมสัญลักษณ์ของโรงเรียนจำนวน 9 ชิ้นให้ได้ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งจำนวนนักเรียนที่รับในปีนี้นั้น นับคร่าวๆก็ประมาณ 80 คนไม่ขาดไม่เกิน

          กริ๊งงงงง เสียงสัญญาณดังขึ้น เมื่อผู้เข้าสอบกลุ่มแรกโดนวาร์ปไป

          “เหมือนที่ได้ยินมาเลยนะเนี่ย การทดสอบเป็นการทดสอบทักษะต่างๆอย่างงั้นหรอ เราจะทำยังไงดีนะ รู้ไหมจ๊ะ ว่าสัญลักษณ์พวกนั้นอยู่ที่ไหนบ้าง” เสียงของสาวน้อยเจ้าของเรือนผมสีโอรส กับดวงตาสีเขียวอ่อนกำลังเหลือบมองไปรอบข้างอย่างครุ่นคิด ตัวเธอนั้นยืนอยู่บนหลังของเจ้าเสือดาวการ์เฟรด เสือที่ดุร้ายที่สุดในโลก แต่ดูเหมือนเด็กสาวจะไม่นำพากับมันสักเท่าไหร่

          “อ๋อ จะพาไปเองหรอ อื้อ ขอบใจนะจ๊ะ” ฉับพลันรอยยิ้มสดใสก็ปรากฏบนใบหน้าของเด็กสาวทำเอาดอกไม้รอบตัวแทบจะบานออกมาพร้อมกัน

          กริ๊งงงงง

          “อ้าว พวกที่สองจะมาแล้วจ่ะ เรารีบไปกันเถอะ” เด็กสาวคุยกับเจ้าเสือก่อนที่ร่างของทั้งคู่จะหายไป

 

“ว้าววววว สุดยอด สุดยอดมากๆ โรงเรียนนี้มันเจ๋งจริงๆเลยอะ” เด็กสาวเรือนผมสีดำสนิทดวงตาสีแดงจัดมองไปรอบๆอย่างตื่นเต้น รอบตัวเธอมีแต่หิมะสีขาวที่ปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่างแถมยังเย็นจัด

“สวย สวยมาก เพิ่งเคยเห็นหิมะที่ปกคลุมไปสุดลูกหูลูกตาขนาดนี้นะเนี่ย โอ๊ะ วี๊ดดดด” และเพราะมัวแต่มองไปรอบตัวเลยลืนตกไปใหลุมกับดักอย่างจัง

“อูย เจ็บไปหมดเลยอะ อะ อ้าว ที่นี่ที่ไหนอะ ถ้ำอะไรหว่า” และแทนที่จะขึ้นไปหรือกลับที่เดิม เด็กสาวผู้แสนฉลาด(?) ปราดเรื่อง(?) ก็เดินเข้าไปในถ้ำที่น่าสะพรึงกลัวอย่างสนอกสนใจ

กริ๊งงงงง

“หืม จะมีคนมาอีกแล้วหรอ สงสัยต้องรีบหาแหะ ไอ้ตราสัญลักษณ์ไรนี่เนี่ย ว่าแต่มันหน้าตายังไงหว่า ช่างมัน เห็นคงรู้เองแหละ ถ้าสอบไม่ติดนะ มีหวังขายขี้หน้าที่บ้านแน่ๆ”

กริ๊งงงงง

กริ๊งงงงง

 

“อือ เจ็บ” เสียงเนือยจากปากของสาวหน้านิ่งเป็นเอกลักษณ์ เจ้าของเรือนผมสีเงินสวยกับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่ตอนนี้ชำเลืองมองไปรอบๆอย่างสนใจ

“เอามาปล่อยไว้ทะเลทรายหรอ สงสัยต้องหาสัญลักษณ์นั่นก่อนสินะ โอเค” ปากพึมพำเสียงเบาในขณะที่เท้าและสมองก็กำลังคิดแผนการทำให้ตัวเองสอบผ่านอย่างรวดเร็ว

 

กริ๊งงงงง

กริ๊งงงงง

กริ๊งงงงง

ตุ๊บ!!!

“เฮ้ย ที่ไหนวะ คนกำลังหลับสบายเลยนะ” ร่างของเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีทองอร่ามหรืออลิซของเราโวยวายเสียงดังเมื่ออยุ่ดีๆก็ถูกดึงมาที่ไหนก็ไม่รู้

“เฮ้ย นี่มันที่สอบนี่ เรามาอยู่ได้ไงอะ ไม่ได้สมัครสักหน่อย” ระหว่างที่บ่นก็ปรากฏแสงสีทองจากแขนขวาทำให้เธอหันไปดู

“กระดาษสมัคร มาได้ไงอะ หรือว่าไอ้พี่คนขายนั่น หนอย อย่าให้แม่เจอนะ จะฉีกเป็นชิ้น โว๊ยละนี่มันที่ไหนวะเนี่ย” บ่นพร้อมฟาดงวงฟาดงา

โพล๊ะ!!! เสียงก้อนหินแตกก่อนสัญลักษณ์รูปโล่สีขาวที่มีตัวอักษรย่อ ZM ตราอยู่ร่วงลงมา ทำให้อลิซอุทานอย่างดีใจว่า

“ชิบ!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น