Geetara School กีตาร่า โรงเรียนแห่งมนตรา

ตอนที่ 5 : บีวีเนอร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 40
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    4 ส.ค. 58

สวัสดียามเที่ยงวันอังคารค่ะ ไปอ่านตอนจบของภารกิจกันดีกว่าเนอะ ^^

======================================================================================

แสงสุดท้ายของวันที่ส่องกระทบรูปปั้นผู้ก่อตั้งที่มีน้ำพุและดอกไม้ขนาดเล็กล้อมรอบเป็นความสวยงามอย่างหนึ่งที่ทำให้คนที่เดินผ่านหลายๆคนต้องจ้องมองอย่างมีความสุข แต่สิ่งนั้นคงไม่ใช่สิ่งที่สวยงามเสียทีเดียวสำหรับเหล่าว่าที่นักเรียนชั้นปีที่ 1 ทั้ง 120 คนที่สะบักสะบอมไปตามๆกัน

“ตายแล้ว เกิดอะไรขึ้นเนี่ย” เสียงของเชอเบตที่รุ่นน้องทุกคนจำได้ขึ้นใจดังขึ้นทำให้เหล่ารุ่นน้องรีบลุกขึ้นและเดินมาเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ

“จะอาร้ายยย ก็ภารกิจที่ฉันให้น่ะสิ เอาล่ะๆ รุ่นน้องส่งภารกิจมาสิ เอาภารกิจแรกก่อน อะไรนะ ตามหามังกรแห่งหุบเขาใช่มั้ย ไหนล่ะมังกร?” เสียงกวนโอ๊ยที่ดังมาจากด้านข้างของเชอเบตทำให้รุ่นน้องหันไปมองอย่างงงๆ ส่วนเชอเบตถึงกับหันไปหาเพื่อนคอแทบเคล็ดเมื่อได้ยินภารกิจที่เพื่อนตัวแสบของเธอตั้งขึ้น

“มังกรแห่งหุบเขา นายจะบ้าหรอลอส” เสียงโวยวายของรุ่นพี่สาวทำให้เหล่าน้องๆถึงกับมองกันอย่างสงสัย

“เอาน่าๆ อย่าอะไรนักเลย เอามังกรมาส่งสิเด็กๆ” คนที่ชื่อลอสหรือคนที่เชอเบตเรียกว่าลอสหันมามองน้องๆด้วยแววตาท้าทายก่อนไครซิสจะเดินออกมาจากกลุ่มเพื่อนกลุ่มแรกแล้วยื่นลูกแก้วใสให้รุ่นพี่

“อคาเซียนี่ เก่งนะพวกเรา แก้โจทย์ของพี่ได้ด้วย” กีลอสอมยิ้มก่อนโบกมือให้ไครซิสกลับเข้าที่ไป เพราะถ้าเขาสั่งให้ปล่อยเจ้าอคาเซียที่กำลังโกรธๆออกมาละก็ลานหน้าโรงเรียนคงได้พังกันบ้าง

“แล้วข้อสองล่ะขุดหาแร่ในตำนาน ตาเรน่าน่ะ” จบคำ เซเจสตัวแทนของเพื่อนกลุ่มที่สองก็เดินออกมาพร้อมกับอัญมณีสีรุ้งสดในมือ

“โห่ ไปเอามันมาได้ไงน่ะ” กีลอสทำตาโตอย่างสนใจก่อนเอื้อมมือไปจับ

“ทำเรื่องขอมาจากแบบจำลองที่พิพิธภัณฑ์ของโรงเรียนน่ะค่ะ” เซเจสตอบก่อนส่งยิ้มให้รุ่นพี่อย่างเหนือกว่า คำว่าขุดในภาษาของชนเผ่าขุดทองโบราณสามารถแปลได้อีกในหนึ่งความหมายคือการหยิบยืม เพราะในอดีต พวกเขาขุดแร่ธาตุและสิ่งมีค่าจากใต้ดินเพื่อยังชีพแลกเปลี่ยนและแปลรูป หรือก็คือการหยิบยืมทรัพยากรจากธรรมชาติมาใช้นั่นเอง

“เชอะ เอาเหอะ ผ่านก็ได้ ไปภารกิจสุดท้ายดีกว่า ทำอาหารให้ปาเปกัสเป็นไงบ้าง” เมื่อเห็นว่ารุ่นน้องฉลาดกว่าที่คิดกีลอสเลยทำเสียจิ๊จ๊ะไม่พอใจแล้วเปลี่ยนไปหาเรื่องกลุ่มสุดท้ายแทน ดีวีสเดินออกมาจากในกลุ่มพร้อมจานอาหารหอมน่าทาน

“อะไร เอาอาหารมาให้พี่ทำไม ไหนล่ะหลักฐานที่ว่าเอาอาหารไปให้เจ้าปาเปกัสมาน่ะ” กีลอสถามอย่างเหนือชั้น

“เอ๋ รุ่นพี่งงอะไรหรือเปล่าค่ะ” เมื่อเจอดีวีสย้อนถามแบบนั้น ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของกีลอสก็ค่อยๆซีดลงทันที

“ก็ปาเปกัสของรุ่นพี่มันคือชื่อร้านอาหารไม่ใช่หรอคะ นี่พวกเราก็อุตส่าห์ไปเรียนแล้วก็ทำอาหารทางร้านมาทั้งวันเลยนะคะเนี่ย เขาเลยให้อาหารประจำวันของร้านมาให้นี่ไงคะ ลองชิมดูสิคะ อร่อยมากๆเลยแหละ” ดีวีสย้อนด้วยรอยยิ้มเหนือกว่าก่อนส่งจานอาหารให้ด้วยดวงตาวิบวับ

“เอ่อ ขอบใจ” กีลอสรับจานมาอย่างเสียไม่ได้ก่อนค้อนให้เพื่อนสาวที่หัวเราะขำเขา

“เอาล่ะจ่ะๆ ก่อนจะให้เข็มกลัดพี่มีเรื่องจะบอก คืออันที่จริงแล้วภารกิจมันไม่ได้ยากขนาดนี้ มันก็แค่ ทำความรู้จักรุ่นพี่ปีสองหรือที่เราเรียกว่าไอเอซิสทุกคนเท่านั้นเอง แต่พี่กีลอสคนนี้ดันเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ยังไงก็ต้องขอโทษน้องๆด้วยนะจ๊ะ แต่ไม่เป็นไรเนอะ ไหนๆเราก็ทำภารกิจกันสำเร็จอยู่ดี” เชอเบตยิ้มหวานในขณะที่น้องๆทำหน้าช็อกไปตามๆกัน ก็ไอ้ภารกิจของจริงกับภารกิจหลอกๆเนี่ยความยากง่ายมันต่างกันลิบลับเลยทีเดียวแหละ

“ก่อนอื่นเลย พี่ต้องขอชี้แจงเรื่องที่พักก่อนนะจ๊ะ ที่พักของเราจะมีทั้งหมดแปดหอพักแบ่งตามชั้นปีและแยกชายหญิง ซึ่งเดี๋ยวพี่จะให้พี่ฟลุ๊คซองพาไปหอนะจ๊ะ ให้น้องๆลงชื่อตรงนี้ห้องนึงจะพักได้สี่คนนะ เอาล่ะเดี๋ยวไปลงชื่อแล้วก็จัดการตัวเองกันให้เรียบร้อยนะจ๊ะ ใครจะขนของเข้าหรือยังไงก็ทำให้เสร็จภายใน อืม สองทุ่มวันนี้นะ เพราะเรามีกิจกรรมกันต่อตอนกลางคืน พี่ขอส่งต่อให้พี่ฟลุ๊คซองเลยนะจ๊ะ” จบคำเชอเบตกดินเลี่ยงออกไปปล่อยให้น้องๆเผชิญหน้ากับพี่อีกคนแทน

“สวัสดีจ้า พี่ชื่อฟลุ๊คซอง ทาเมฟรองน้ายินดีที่ได้รู้จักน้องๆทุกคน อืม ตอนนี้ก็เกือบหโมงแล้วเรารีบไปกันดีกว่าเนอะ ตามพี่มาเลยจ้า” ฟลุ๊คซองเดินนำหน้าไปทำให้เหล่าน้องๆรีบเดินตามกันไป จนมาถึงทางเข้าสายหนึ่ง เมื่อเดินเข้าไปก็พบว่าหอทั้งแปดตั้งเรียงเป็นวงกลม หน้าหอมีหลายเลขปรากฏอยู่เริ่มที่ซ้ายมือเป็นหอที่ 1 ไล่เรียงไปจนสุดที่หอ 8 ด้านขวามือ ส่วนตรงกลางเป็นร้านขายของ ห้องสมุด ห้องทดสอบเวทย์และสวนขนาดเล็ก

“น้องจะต้องอยู่หอไปตลอดสี่ปีเลยนะ เอาละพี่ที่จบปีที่แล้วเพิ่งย้ายออกจากหอ 5 กับ 6 น้องตามพี่มาเลย น้องผู้ชายอยู่หอ 6 น้องผู้หญิงอยู่หอ 5 นะ เข้าไปลงชื่อขอกุญแจห้องแล้วก็ตราประทับจากคนดูแลหอพักได้เลย แล้วสองทุ่มมารวมกันที่สวนตรงนั้น อย่าสายนะจ๊ะ” ฟลุ๊คซองทิ้งท้ายแล้วเดินจากไป

 

“มีใครจะไปเอาของไหม” แพทริเซียถามก่อนเดินเข้าไปยืนบนแท่นแก้วในปล่องใสที่มีลักษณะเป็นทรงกระบอก

“ก็ทั้งหมดแหละ เออ ไม่สิ มิราไปเอามั้ย” อามิเรียหันมาถามเพื่อนร่วมห้อง

“อืม” มิราตอบแล้วดินเข้าไปในปล่อง

“ดีจังเลยเนอะที่เราได้นอนห้องเดียวกัน  ว่าแต่ปีนี้มีผู้หญิงกี่คนกันล่ะเนี่ย”

64 คนจ่ะแพท” ดาวิน่าตอบแล้วหันไปมองพื้นที่แต่ละชั้น หอพักทุกแห่งของที่นี่มีทั้งหมด 5 ชั้นแต่ละชั้นจะมีห้อง 4 ห้อง และมีส่วนกลางเพื่อพักผ่อนและอ่านหนังสือหรือพูดคุยกันในทุกๆชั้น โชคดีที่พวกเธอได้อยู่ชั้นบนสุดพอดี

“งั้นก็มีผู้ชายแค่ 56 คนสินะ อืม” แพทริเซียพึมพำพร้อมๆกับที่ปล่องแก้วส่งพวกเธอมาถึงพื้นพอดี มิราขอแยกตัวไป ก่อนพวกเธอจะกลับมาถึงหออีกครั้งและจัดการอาบน้ำและจัดของจนเรียบร้อย

“อืม ทุ่มสี่สิบห้า ถือว่าเวลากำลังดีเนอะ” อามิเรียมองนาฬิกาแล้วลุกจากเตียงของตัวเอง ห้องแต่ละห้องกว้างขวางพอสมควร เตียงสี่เตียงถูกจัดวางเรียงต่อกันไปมีตู้เสื้อผ้า ตู้หนังสือ โต๊ะอ่านหนังสือพร้อมคนละ 1 ชุด ห้องน้ำในห้องก็มีสองห้องเพื่อให้พอต่อความต้องการ

“อือ” มิราขานรับแล้วลุกขึ้นยืนก่อนกวาดตาตรวจความเรียบร้อยของห้อง

“โอเค พร้อมไปกันเลยมั้ย” แพทริเซียยิ้มเมื่อมิราพยักหน้าเป็นการแสดงว่าของทุกอย่างเรียบร้อยแล้วทั้งสี่จึงเดินออกมาจากห้อง

“ไม่รู้พี่เขาจะเรียกไปทำไมเนอะสองทุ่มเนี่ย” แพทริเซียพูดพร้อมทำหน้าย่น แล้วยกมือทาบกับประตูแก้วเพื่อให้มันเลื่อนเปิดออกรับกียามากับลีเซียที่พักอยู่ชั้น 3

“นั่นสิ ไม่รู้ว่าจะเลิกดึกแค่ไหนเนอะ” อามิเรียพยักหน้าอย่างเห็นด้วยแล้วส่งยิ้มให้กียามากับลีเซียเพื่อนร่วมกลุ่มของพวกเธอ

“ยังไม่หายเมื่อยเลยด้วย” ลีเซียบ่นเสริมก่อนขยับแขนไปมาในขณะที่กียามาเพียงแค่ส่งยิ้มบางๆเหมือนเดิม ไม่นานปล่องก็ส่งพวกเธอถึงชั้นที่ 1 เสียงพูดคุยทักทายสลับกับเสียงแนะนำตัวดังไปทั่วสวนขนาดเล็กจนคนที่เพิ่งเดินเข้ามาส่งยิ้ม เอ ตอนเธอเข้ามาเรียนที่นี่ใหม่ๆเธอจะเป็นแบบนี้ไหมนะ ฟลุ๊คซองคิดในใจก่อนส่งเสียงเรียกให้น้องๆเดินตามเธอไป

จุดหมายปลายทางที่ฟลุ๊คซองพาน้องมาคือห้องโถงขนาดใหญ่ ตลอดรายทางที่พวกเธอเดินเข้าไปมืดสนิทไม่มีเสียงอะไรนอกจากเสียงหวีดหวิวของสายลมและเสียงฝีเท้าที่ดังกึกก้องสะท้อนไปมาอย่างน่าหวาดกลัว ยังดีที่มีแสงสลัวจากด้านนอก แต่เมื่อเพื่อนคนสุดท้ายเดินเข้ามาประตูก็งับปิดเอง

เอี๊ยด!!

เสียงเสียดสีของไม้แสบแก้วหูยิ่งเพิ่มบรรยากาศสยองขวัญ เพราะคำสั่งของฟลุ๊คซองที่ห้ามพวกเธอพูดแม้แต่คำเดียวทำให้ตอนนี้นอกจากความมืดมิดแล้วก็ไม่มีอย่างอื่นให้เห็นอีก

“โอ โอละเน้อ น้องเอย” เสียงหวานใสดังขึ้นท่ามกลางความมืดก่อนเปลวไฟจากแสงเทียนดวงน้อยหลายร้อยเล่มก็ถูกจุดขึ้นไล่เรียงจากด้านในจนบรรจบที่หน้าประตูเป็นรูปวงกลมล้อมเหล่ารุ่นน้องไว้ตรงกลาง

“ลา ล้า ลา ล้า ลา ลา ล้า ลา ลา ล้า ลา ลา” เสียงขานรับของเหล่ารุ่นพี่คนอื่นทำให้บรรยากาศท่ามกลางแสงเทียนขลังขึ้นอีก

“โอ้ เจ้าน้องเอย พี่นี้ขอชมเชย เจ้าน้องเอยขวัญใจ พี่รับเจ้า ด้วยดวงใจ รักตลอดไป ล้าลาลาลาลาล้าลาลาลาลาลา พี่จะรับขวัญเจ้า เอามาเข้าเป็นขวัญจิต รักน้องดั่งชีวิต ใจพี่คิดเมตตา ลาลาลาลาลา ล้า ลาลาลาลาลา ขอให้จงมีสุข ทุกข์ใดอย่ากล้ำกลาย ขอให้ปลอดโรคภัย สุขสบายนะน้องยา จะเอาสายใยใสบริสุทธิ์ ลาลาลาลาลาลา พันมัดเราไว้ด้วยหัวใจพี่ ลาลาล้าลาลา เหมือนดังที่แห่งนี้ ผูกพันกันไว้ไม่หน่ายหนี เออ เอ้อ เออ เอิงเอย ใจผูกพัน” สิ้นเสียงเพลงเทียนทั้งหมดก็ดับลงพร้อมกันพร้อมกับแสงสว่างจากบางสิ่งบางอย่างที่ค่อยๆปรากฏขึ้นตรงหน้าของพวกเรามันเป็นก้อนกลมๆขนาดเล็กสีขาวนวลตามันลอยลงมาจากหลังคาห้องโถงเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้า เสียงรอบกายเงียบสงัดจนเจ้าสิ่งนั้นลอยใกล้ลงมา

“ยื่นมือออกไปรับค่ะ” เสียงของเชอเบตดังขึ้นในความเงียบ รุ่นน้องทุกคนยื่นมือออกไปรอรับวัตถุชิ้นนั้นเมื่อมันวางตัวเองลงบนมือของเด็กแต่ละคนแสงสีนวลตานั้นก็ส่องแสงสว่างวาบจนรุ่นน้องทุกคนต้องหลับตา

ปุ้ง!!!

เสียงของพลุกระดาษดังเข้ามาในความคิดก่อนที่ทุกคนจะลืมตาขึ้นแล้วพบว่าห้องโถงสว่างไสวไปด้วยแสงสีหลากสี มีมุมตั้งอาหารและวงดนตรีพร้อม

“ขอต้อนรับน้องๆบีวีเนอร์รุ่นที่ 2698 เข้าสู่โรงเรียนของเราอย่างเป็นทางการนะคะ” เหล่าน้องๆในชุดนอนที่ดูจะยังมึนๆงงๆก็ยิ้มแก้มปริเมื่อป้ายเขียนยินดีต้อนรับลอยลงมาเป็นฉากหลังและเวลาของปาร์ตี้ต้อนรับรุ่นน้องก็ได้เริ่มต้นขึ้น เด็กทุกคนเก็บเข็มกลัดบีวีเนอร์ที่ลอยลงมาใส่กระเป๋า บ้างก็เอากลัดไว้กับอกเสื้อ เหล่ารุ่นพี่เชื้อเชิญน้องๆออกมาแนะนำตัวสลับกับรุ่นพี่เป็นระยะๆ บ้างก็เข้ามาทักทายรุ่นน้อง บ้างก็เล่นกับน้อง จนเวลาล่วงเลยถึงเที่ยงคืนเชอเบตก็ส่งสัญญาณเรียกน้องๆทุกคนมารวมตัวกัน

“เอาล่ะค่ะ ตอนนี้ก็ถึงเวลาสมควรแล้ว เดี๋ยวพี่จะแจกผลการคัดเลือกห้องเรียน ตารางเรียน และอุปกรณ์ของที่ต้องซื้อให้น้องๆนะคะ ซึ่งของพวกนี้น้องสามารถหาซื้อได้ที่ร้านค้าส่วนกลางในหอพักได้เลยนะคะ แล้วพรุ่งนี้พี่จะให้น้องๆพักและจัดการของตามตารางให้เรียบร้อยแล้วพี่จะส่งประกาศนัดหมายแปะไว้ที่บอร์ดในห้องพักผ่อนของแต่ละชั้นนะคะ แล้วเจอกันค่ะ” เชอเบตกล่าวปิดท้าย

“แล้วเจอกันค่ะ/ครับ” เหล่ารุ่นน้องบีวีเนอร์รุ่นใหม่ส่งเสียงตอบรับก่อนแยกย้ายกันไป มันเป็นวันแรกของการเปิดเรียน ที่พวกเขาจะจำไปตลอดไป

 

“เฮ้อ ง่วงชะมัดเลย” แพทริเซียพูดพร้อมกับคลานขึ้นเตียงอย่างเหนื่อยๆ ในขณะที่มิราเพียงยิ้มน้อยๆแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป

“อย่าบ่นเลยน่า ยังไงก็สนุกไม่ใช่เหรอ” ดาวิน่าพูดพร้อมกับจัดหมอนบนเตียงให้เรียบร้อยเป็นจังหวะเดียวกับที่อามิเรียเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี

“นั่นสิ แต่ตอนนี้ฉันว่าเราจัดการตัวเองให้เรียบร้อยแล้วรีบนอนกันดีกว่า พรุ่งนี้จะได้ไปซื้อของกัน”

“อืมๆ นั่นสิ” แพทริเซียรับคำงึมงำก่อนเจ้าตัวจะหลับไป

“เอ้า นอนทั้งๆ อย่างนี้เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก” อามิเรียส่ายหน้าเบาๆก่อนมาขยับเพื่อนให้นอนให้เรียบร้อยแล้วห่มผ้าให้ก่อนหมุนตัวมาจัดการกับตัวเองต่อ มิราเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำแล้วเปิดตู้เสื้อผ้าออกมือบางกดปุ่มดึงเก้าอี้เล็กๆออกมาแล้วพลิกเปิดกระจกพร้อมกับดึงแผงใส่ของพวกเครื่องใช้ส่วนตัวของตัวเองออกมาแล้วเอาหวีผมพลางเป่าให้ผมแห้งไปด้วย

“เราก็รีบนอนกันไหมมิรา” อามิเรียชวนเมื่อหันไปอีกทีแล้วพบว่าดาวิน่าเองก็หลับไปแล้ว มิราพยักหน้าก่อนใช้พลังดับไฟลงเหลือเพียงไฟตรงหัวเตียงที่ยังสว่างอยู่ เมื่อมิราเห็นว่าอามิเรียนอนเรียบร้อยจึงดับไฟที่หัวเตียงลงและเข้าสู่ห้วงนิทรา 

จ๊อม!!!

จ๊อม!!!

จ๊อม!!!

เสียงของบางสิ่งบางอย่างที่ตกกระทบกับผิวน้ำทำให้อามิเรียค่อยๆขยับตัวตื่นขึ้น เด็กสาวมองเพื่อนๆก่อนพบว่าเพื่อนทุกคนยังคงหลับสนิทไล่จากแพทริเซียที่นอนใกล้เธอที่สุดถัดไปเป็นมิราและดาวิน่า เมื่ออามิเรียหันไปมองนาฬิกาบนหน้าประตูห้องก็ทำให้เด็กสาวขมวดคิ้วมากกว่าเดิม

ตีสี่สิบห้านาทีใครจะมาเล่นอะไรตอนนี้นะ หรือว่าจะเป็นเสียงปลา อามิเรียคิดในใจก่อนลุกจากที่นอนแล้วแหวกม่านบนหัวเตียง โดยปกติบนหัวเตียงจะเป็นกระจกยาวและมีผ้าม่านกั้นไว้เป็นช่วงๆตามเตียง ภาพที่เธอเห็นเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ทีมีต้นไม้ขึ้นตามข้างบึงอย่างร่มรื่น อามิเรียขมวดคิ้วอย่างสงสัย เพราะห้องของเธออยู่ฝั่งตรงข้ามกับส่วนกลางทำให้ทิวทัศน์ที่เห็นแปลกตาอยู่ไม่น้อย

จ๊อม!!!

จ๊อม!!!

เสียงของบางสิ่งบางอย่างที่กระทบผิวน้ำยังคงดังต่อเนื่อง ร่างเล็กจึงใช้มือปาดฝ้าจากไอน้ำออกไป อามิเรียมองเข้าไปท่ามกลางความมืดสลัว แต่สิ่งที่เธอเห็นก็มีเพียงเงาเลือนรางของคนบางคนที่กำลังปาของในมือลงไปในน้ำเป็นจังหวะเดิมอย่างสม่ำเสมอ

“คน? ใคร?” แต่เพราะดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้นและแสงรอบด้านก็มีน้อยเกินไปต่อให้อามิเรียเพ่งมองเท่าไหร่ก็ไม่เห็น

“เฮ้อ ช่างเถอะ” เธอบอกตัวเองอย่างนั้นก่อนดึงม่านปิดก่อนล้มตัวลงนอนอีกครั้ง พร้อมๆกับแสงแรกของวันที่ค่อยสาดส่องเผยให้เห็นใบหน้าของคนที่กำลังปาก้อนหินลงน้ำ ใบหน้าของคนที่อามิเรียคุ้นเคยคนหนึ่ง

แล้วเช้าที่แสนจะสดใสก็กลับมาเยือนอีกครั้ง อามิเรียตื่นขึ้นมาคนแรกสิ่งแรกที่เธอทำคือเปิดม่านแล้วมองไปที่ที่เธอเห็นคนเมื่อคืน

“ไม่มี”

“ไม่มีอะไรหรออามิเรีย” มิราที่กำลังลุกจากเตียงถามขึ้นเมื่อได้ยินเสียงพึมพำของเพื่อนสาว

“อ้อ เปล่าจ่ะ งั้นเราอาบน้ำกันเลยแล้วกันเนอะ” อามิเรียละสายตาจากบึงน้ำเบื้องหน้า โดยไม่เห็นว่ามีบุคคลเดินออกมาจากต้นไม้แล้วเหม่อมองห้องของเธอก่อนจางหายไป

“อืมๆ” มิรารับคำแล้วหยิบของเดินเข้าห้องน้ำไป อามิเรียทำตามก่อนหันไปมองบึงน้ำอีกครั้งอย่างแปลกใจ

“ใครกันนะ”

 

“ว้าววว คนเยอะชะมัดเลยอะ เราจะทำอะไรก่อนดีล่ะ” แพทริเซียหันมาถามเพื่อนๆ ก่อนหยิบใบรายการซื้อที่ได้มาเมื่อคืนออกมาอ่านทวนอีกรอบ

“งั้นเราเริ่มที่เสื้อผ้าก่อนไหม เพราะต้องวัดตัวด้วยน่าจะใช้เวลานาน” อามิเรียเสนอแล้วชี้ไปทางส่วนขายเสื้อผ้าของร้านค้า

“ไม่นะ มันจะช้าเพราะต้องวัดตัว เราทำอย่างอื่นก่อนแล้วมาทำอันนี้ทีหลังดีกว่าไหม” มิราเสนอก่อนส่งแผนงานมาให้อามิเรียดู เด็กสาวถึงกับอึ้งด้วยแผนผังการเดินซื้อของตามรายการของเพื่อน

“โอ้โห อย่างดีอะมิรา เดินรอบเดียวแถมน่าจะเร็วด้วย งั้นเราไปกันเลยไหม” อามิเรียตาโตก่อนเอ่ยชมเพื่อนในขณะที่แพทริเซียกับดาวิน่าชะโงกหน้ามาดูอย่างสนใจ แล้วทั้งี่ก็เดินซื้อของตามผังที่มิราวางไว้อย่างสนุกสนานไม่นานก็ครบทุกรายการ ทำให้ข้าวของเต็มไม้เต็มมือ มิราเห็นอย่างนั้นก็วางของลงบนม้านั่งแล้วหยิบกระเป๋าใบหนึ่งออกมาจากถุงก่อนยัดของทั้งหมดลงกระเป๋าไป

“อะไรอะมิรา”

“กระเป๋าใส่ของของโรงเรียนจ่ะใส่ของได้ 1,000 ชิ้นไม่ว่าอะไรก็ตาม แต่จะมีน้ำหนักเหลือแค่ 1 ใน 1,000 ของน้ำหนักจริง” มิราตอบพร้อมกับสะพายกระเป๋าขึ้น

“อ้อ ที่บอกว่าสามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างได้ด้วยใช่ไหม” ดาวิน่าถามก่อนหยิบกระเป๋าของเธอออกมามอง

“ใช่จ่ะ แบบนี้ไง” อามิเรียตอบพร้อมกับใส่พลังเข้าไปแล้วกระเป๋าเป้ก็กลายเป็นกระเป๋าสะพายใบน้อย

“ว้าวๆๆๆ เอาด้วยดิ” แพทริเซียจัดการกับกระเป๋าของตัวเองก่อนจัดการเปลี่ยนรูปร่างพร้อมๆกับดาวิน่า

“เอาล่ะ เราไปวัดตัวกันเถอะนะ” ดาวิน่าเอ่ยชวนแล้วเดินนำเพื่อนๆไปยังจุดสุดท้ายซึ่งตอนนี้คนน้อยลงมากแล้วไมนานพวกเธอก็จัดการกับตัวเองเสร็จและชักชวนกันเดินดูบริเวณโดยรอบ

“เออ เมื่อวันก่อนอะตอนเราไปทำภารกิจ พวกเธอจำร้านที่เรานั่งวางแผนกันได้ไหม ฉันเห็นเมนูอาหารแล้วอยากกินอะ” แพทริเซียเอ่ยชวนด้วยดวงตาเปล่งประกายในขณะที่อามิเรียหน้าหมองลง

“เอ่อ เงินเก็บของฉันใกล้จะหมดแล้วอะ”

“งั้นเอาไว้ก่อนก็ได้เนอะ วันนี้ไปกินขนมที่หอจัดไว้ดีกว่า อย่าทำหน้าอย่างนี้สิ” แพทริเซียสรุปก่อนคล้องแขนเพื่อนแล้วดึงแก้มอามิเรียให้ยิ้ม

“จ่ะ” อามิเรียรับคำก่อนเดินตามแรงดึงของเพื่อนไป ยังดีที่การเข้าเรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ที่อามิเรียกังวลคือค่าใช้จ่ายจิปาถะ เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ต่างหาก หญิงสาวคิดในใจก่อนถอนหายใจเบาๆ

มันก็เป็นเรื่องของอนาคตล่ะนะอามิเรียบอกกับตัวเองแล้วยิ้มเมื่อแพทริเซียส่งเค้กชิ้นสวยให้ แล้วทั้งสี่ก็พูดคุยเรื่องต่างๆกันอย่างสนุกสนาน 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

32 ความคิดเห็น