Geetara School กีตาร่า โรงเรียนแห่งมนตรา

ตอนที่ 4 : รับน้องใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 ก.ค. 58

                วันนี้เป็นวันเปิดเรียนวันแรก ดังนั้นถนนมุ่งสู่โรงเรียนจึงแออัดและเนืองแน่นไปด้วยผู้ปกครองที่มาส่งลูกบ้างก็กลุ่มนักเรียนที่เพิ่งเดินทางมาถึง ทำให้การหาใครสักคนทำได้ยากมากดังนั้นแพทริเซียจึงเอาแขนเกี่ยวแขนเพื่อนของเธอแน่นก่อนบอกให้อามิเรียเอาจับมิราเอาไว้ดีๆด้วย

                “ไปกันเถอะๆๆๆๆๆ” แพทริเซียพูดก่อนลากพองเพื่อนให้เดินแทรกผ่านผู้คนลัดเลาะไปตามทางจนถึงรูปปั้นผู้ก่อตั้งโรงเรียน

“เอาล่ะพักได้” แพทริเซียปล่อยมือจากเพื่อนๆก่อนนั่งลงกับพื้นอย่างเหนื่อยอ่อน เรียกรอยยิ้มจากเพื่อนๆได้เป็นอย่างดี

“ว่าแต่วันนี้เราต้องทำอะไรล่ะ ไม่เห็นเมื่อวานเขาจะแจ้งอะไรเลย” อามิเรียถามในขณะที่กวาดตามองไปรอบตัวอย่างตื่นเต้น

“ไม่รู้สิ เดี๋ยวเขาก็บอกแหละมั้ง”

“คิดว่าน่าจะรับน้อง” คำตอบของมิราทำให้เพื่อนสาวทั้งสามหันมามองอย่างสนใจ

“รับน้อง? รับน้องอะไรหรอมิรา”

“ก็ไม่รู้สิ” มิราตอบกลับ แต่ก่อนที่แพทริเซียจะซักไซ้อะไรมากไปกว่านี้ประตูโรงเรียนก็ค่อยๆเคลื่อนปิดเข้าหากันทำให้เหล่าผู้ปกครองรีบบอกลาลูกๆแล้วจากไป ไม่ถึง 10 นาทีลานหน้าโรงเรียนก็เหลือเพียงเหล่านักเรียนชั้นปีต่างๆที่ยืนปะปนกัน โดยนักเรียนชั้นปีที่ 1 ที่เพิ่งเข้ามาจะอยู่ในชุดไปรเวตทำให้แยกพวกเธอกับเหล่ารุ่นพี่ได้ไม่ยากนัก

“น้องปี 1 คะ” เสียงหวานดังจากดอกไม้ขนาดใหญ่ที่เจ้าตัวเอาจ่อปากไว้ทำให้เด็กในชุดไปรเวตทุกคนหันไปมอง

“มารวมตัวกันตรงนี้ด้วยค่ะ” แม้จะยังไม่เข้าใจอะไรนักแต่เด็กทุกคนก็เดินมารวมตัวกันที่กึ่งกลางลานกว้างในขณะที่เหล่ารุ่นพี่เดินหายไปอย่างรวดเร็ว

“สวัสดีค่ะ พี่ชื่อเชอเบต จีราเนสเป็นตัวแทนจากพี่ๆชั้นปีที่ 4 วันนี้พี่มาเพื่อรับน้องๆเข้าสู่โรงเรียนของเราค่ะ” รุ่นพี่สาวส่งยิ้มหวานให้กับเหล่ารุ่นน้องและเมื่อเห็นว่ารุ่นน้องเข้าแถวกันเป็นที่เรียบร้อยดีเชอเบตก็เอ่ยต่อ

“ค่ะ วันนี้พี่มีเรื่องอยากให้น้องๆช่วยกันทำ และรบกวนให้น้องทำให้เสร็จภายในวันนี้หรือก็คือก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ส่วน...” เชอเบตเว้นช่วงเมื่อเห็นสีหน้าน้องบางส่วนที่ทำท่าว่าไม่อยากทำ หญิงสาวส่งยิ้มน้องๆเหล่านั้น

“ส่วนรายละเอียดของภารกิจพี่จะแจกทีหลังนะคะ รางวัลของภารกิจนี้คือเข็มกลัดบีวีเนอร์ เป็นเข็มกลัดแสดงชั้นปีของพวกน้อง รวมไปถึงตารางเรียน รายการหนังสือและการนำเข็มกลัดไปยื่นซื้อชุดของโรงเรียนด้วยค่ะ...ว่าไงคะ” เชอเบตเอ่ยถามเมื่อเห็นว่ามีรุ่นน้องคนหนึ่งยกมือขึ้น

“แสดงว่าถ้าพวกเราไม่ทำภารกิจหรือทำภารกิจไม่สำเร็จก็หมายความว่าเราจะไม่ได้เข้าเรียนที่นี่หรอคะ” เชอเบตมองแพทริเซียอย่างชอบใจก่อนตอบเสียงดังฉะฉานที่ทำให้เหล่ารุ่นน้องหน้าซีดไปตามๆกัน่า

“ใช่ค่ะ”

 

จากคำประกาศิตของเหล่ารุ่นพี่ทำให้เด็กใหม่ต่างมองหน้ากันอย่างนึกเครียดไม่น้อย สอบเข้าว่ายากแล้ว แต่ถ้าทำภารกิจไม่ได้แล้วไม่ได้เข้าเรียนนี่คงแย่ไปใหญ่ตัวอักษรสีทองซึ่งเป็นคำสั่งภารกิจยังลอยอยู่ข้างรูปปั้นราวกับจะตอกย้ำความจริงนั้นให้เหล่าเด็กใหม่รับรู้เอาไว้

“ทำไงดีล่ะ” เสียงจากปากของสาวสวยเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเอ่ยขึ้นก่อนเหลือบมองตัวหนังสืออย่างกังวลใจ ตัวอักษรที่แดงภารกิจไว้มีทั้งหมด 3 ภารกิจประกอบด้วย

1.             ตามหามังกรแห่งหุบเขา6

2.             ขุดหาแร่ในตำนาน ตาเรน่า7

3.             ทำอาหารให้ปาเปกัส8

“นั่นน่ะสิ ไอ้แต่ละอย่างนี่นะ มังกรแห่งหุบเขางี้ ตาเรน่างี้ ปาเปกัสอีก โอ๊ยไม่อยากจะพูด ให้ตาย

เถอะ ฆ่าฉันดีกว่า” แพทริเซียบ่นยาวเหยียดก่อนมองไปที่เพื่อนร่วมชะตากรรม ตอนนี้แพทริเซียสามารถแบ่งคนพวกนี้ออกได้หลายพวก เพราะตอนนี้บางคนก็เดินไปเดินมา บางคนก็โอดครวญ บางคนก็เดินไปนั่งพิจารณาโจทย์ บางคนก็เริ่มจับกลุ่มเพื่อทำภารกิจ บางคนก็ชวนพูดคุย บางคนก็เริ่มสำรวจสถานที่ แพทริเซียมองภาพเหล่านั้นเงียบๆ นานมาแล้วที่เธอไม่ได้อยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายแบบนี้ การที่มาอยู่ท่ามกลางผู้คนมองพวกเขาพูดคุยกันมันทำให้เด็กสาวนึกถึงอะไรหลายๆอย่างที่เธอเคยลืมมันไปแล้ว

 

“ทำไมวันนี้อารมณ์ดีแปลกๆ” เสียงทักจากด้านหลังทำให้กีลอสหยุดฮัมเพลงแล้วหันกลับมามองเพื่อนของเขา เชอเบต หญิงสาวสวยหาตัวจับยากเจ้าของตำแหน่งหัวหน้าห้องหนึ่ง

“ก็...เปล่า” กีลอสตอบพร้อมกับยักไหล่แล้วก้าวเดินไปตามทางที่ทอดยาวสู่ห้องเรียนประจำตัวของเหล่านักเรียนปีสี่

“อย่าโกหกน่าลอส นายกับฉันรู้จักกันมาตั้งกี่สิบปี แกล้งน้องๆอีกแล้วใช่ไหม” เชอเบตท้วงเพื่อนชายก่อนใช้มือรั้งแขนกีลอสให้หันกลับมามองตนเอง

“ก็แค่คิดภารกิจใหม่ใส่ให้แทนที่เธอเขียนไว้ก็เท่านั้นแหละน่า พอใจยัง” กีลอสตัดบทอย่างหงุดหงิดก่อนมองเพื่อนสาวตาขวางอย่างคนถูกขัดใจ

“ภารกิจ? นี่นายเปลี่ยนภารกิจงั้นหรอ” เชอเบตย้อนถามตาโตเมื่อรู้ถึงสิ่งที่เพื่อนชายทำ กีลอสทำเพียงแค่ไหวไหล่แล้วเอามืออีกข้างที่เป็นอิสระเอื้อมมาดึงมือเชอเบตออกจากแขนตัวเอง

“ก็ตามนั้น...ว่าแต่เธอไม่ไปเรียนหรือไง ไปกันได้แล้วน่า” ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่องพร้อมกับคล้องแขนเข้ากับแขนของเพื่อนสาวก่อนลากให้เธอเดินไปพร้อมกับเขา โดยไม่ได้คิดเลยว่าภารกิจที่เขาเปลี่ยนไปนั้นจะสร้างความยุ่งยากให้กับคนอื่นมากแค่ไหน

 

เสียงปรบมือเรียกร้องความสนใจดังมาจากมุมหนึ่งของลานกว้าง เรียกให้เด็กชั้นปีที่ 1 ที่กำลังคิดไม่ตกกับภารกิจที่ได้รับหันไปมองและพบกับเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเงินสว่าง กับดวงตาสีน้ำเงิน กรอบแว่นหนาที่อยู่บนใบหน้าส่งให้เขาดูคล้ายเด็กคงแก่เรียนที่นั่งอ่านหนังสือทั้งวัน ยังไม่นับท่าทางการจับหนังสือที่บ่งบอกว่าเจ้าตัวคุ้นชินกับมันเป็นอย่างดีนั่นอีกนะ

“เรามารวมกันคุยเรื่องภารกิจกันไหม ฉันว่านี่มันก็สายมากแล้วนะ ถ้าเรานั่งแยกย้ายคิดกันทีละ 5 คน 6 คนแบบนี้มันจะไม่ทันเอานะ ทำไมเราไม่มารวมกันแล้วเสนอความคิดเห็นกันล่ะ” จบคำพูดของเขาเด็กหลายกลุ่มก็หันมามองหน้ากันแล้วค่อยๆรวมตัวกันมายืนออตรงหน้าหนุ่มแว่น

“โอเค จากตอนสอบเข้าถ้าฉันจำไม่ผิดเรามีกันทั้งหมด 120 คนสินะ มีสามภารกิจงั้นเราแบ่งกันไปภารกิจละ 40 คนละกันเนอะ เพราะถ้าไปกันหมดนี่แล้วทำทีละภารกิจมันก็คงจะช้าไป” หนุ่มแว่นพูดพร้อมกับมองนาฬิกาบนข้อมือ

“ตอนนี้ 9 โมงกว่าแล้ว เรามาแบ่งกลุ่มกันเลยมั้ย”

“แบ่งยังไงล่ะ” แพทริเซียถามพร้อมกับมองไปรอบตัว เมื่อเด็กบางกลุ่มเริ่มจับกลุ่มในขณะที่เด็กอีกหลายกลุ่มยืนนิ่ง

“จับฉลากไหม” เสียงเสนอที่ฟังดูก็รู้ว่าคนพูดกำลังนึกสนุกดังมาจากด้านหลังของแพทริเซียทำให้เด็กสาวหันไปมองก่อนพบกับเด็กหนุ่มเจ้าของเส้นผมสีส้มแดง ซึ่งตอนนี้ดวงตาสีม่วงอมเทาของเขากำลังเปล่งประกายระยิบระยับ

หมอนี่กำลังสนุกนั่นคือข้อสรุปที่แพทริเซียเห็นจากการมองตาครั้งนี้ เด็กสาวกวาดมองไปรอบด้านอีกครั้งก่อนจะพบว่าเด็กส่วนมากพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับความคิดเห็นนี้

“งั้นทุกคนช่วยเขียนชื่อตัวเองลงในกระดาษด้วยนะ แล้วเอามาให้ฉัน” คนเสนอยังคงพูดด้วยรอยยิ้มเต็มหน้าในขณะที่เด็กหลายคนแบ่งปันกระดาษและดินสอให้แก่กัน

“นายจะแบ่งกลุ่มยังไง” แพทริเซียถามแล้วยื่นกระดาษที่เขียนชื่อตัวเองให้เขา

“ก็ อ๊ะ เดี๋ยวก่อนนะ เรายังไม่รู้จักกันใช่มั้ย ฉันเจฟ วาร์ เธอล่ะ”

“แพทริเซีย เดอราเร่”

“อ้อ ยินดีที่ได้รู้จักนะแพทริเซีย อ๊ะ เอาใส่นี่เลยนะ” เจฟรับคำ แล้วหันไปยื่นกล่องกลมๆในมือให้เด็กอีกคนที่เดินเอาชื่อมาให้ ส่วนแพทริเซียเมื่อไม่ได้รับคำตอบของคำถามเธอก็เลิกคิดที่จะถาม เด็กสาวเลยเลือกที่จะมองหากลุ่มเพื่อนของเธอแล้วเดินเข้าไปหาแทน

“เขียนชื่อกันเสร็จหรือยัง”

“เสร็จแล้วจ่ะ นี่ก็รอมิราอยู่ มิรา มิรา!!!” อามิเรียตอบก่อนหันไปหาเพื่อนสาวที่นั่งนิ่งๆไม่หือไม่อือมานาน

“ห๊ะ!? ว่าไงนะ” มิราถามเหมือนเพิ่ติ่นจากภวังค์ก่อนจะสบกับดวงตาสีแดงที่กำลังพยักเพยิดไปทางกระดาษแผ่นน้อยในมือของเธอ

“อ้อ” มิราพยักหน้าเบาๆรับก่อนตวัดมือเขียนชื่อของเธอลงไป แล้ว่งให้อิมเรียที่อาสาเอาไปให้เจฟ

“กำลังคิดอะไรอยู่หรอ” ดาวิน่านั่งลงข้างมิราก่อนถามเธอด้วยดวงตาสงสัย

“แค่หาน่ะ” มิราตอบก่อนเงียบลงไปอีกอย่างคนกำลังใช้ความคิดทำให้ดาวิน่าไม่กล้าถามต่อได้แต่สายหน้าเป็นทำนองว่าไม่รู้เหมือนกันกับแพทริเซีย

“อ๊ะ เสร็จแล้วเราก็มาแบ่งกลุ่มกันเถอะ” จบคำ เจฟก็โยนกล่องกลมๆที่มีชื่อเพื่อนทั้งหมดบรรจุอยู่ขึ้นไปบนฟ้าก่อนเจ้ากล้องนั้นจะแตกออกเป็นลูกบอลสามลูกแล้วแตกออกเหมือนพลุสีสวย แต่ที่กระจายออกมาจากลูกบอลแต่ละลูกคือกระดาษหลากสีแทน แล้วเจ้ากระดาษเหล่านั้นก็ลอยวนเวียนแล้วค่อยๆเรียงกันลงมาเป็นแถว 5 แถวแถวละ 4 ชื่ออย่างเป็นระเบียบ

“เอ้า ดูชื่อของตัวเองแล้วก็ยืนตรงหน้าผังที่มีชื่อตัวเองอยู่นะ” เจฟสรุปก่อนเดินเข้าไปดูชื่อของตัวเองก่อนเป็นคนแรกก่อนเด็กคนอื่นๆจะทยอยกันเข้าไปดูชื่อของตน

 

“ดีจังเลยเนอะได้อยู่กลุ่มเดียวกันด้วย” แพทริเซียพูดอย่างร่าเริงในขณะที่ก้าวตามกลุ่มของเธอไปตามถนนหน้าโรงเรียน กลุ่มของพวกเธอได้ภารกิจที่ 1 ตามหามังกรแห่งหุบเขา

“ไอ้ดีก็ดีหรอก แต่เราจะไปหาไปมังกรนั่นได้ยังไงนี่สิ” ดาวิน่าพูดด้วยสีหน้ากังวล

“นั่นสิ มังกรในนิทานก่อนนอนแบบนั้นจะไปมีได้ยังไง” มิราพูดออกมาด้วยประโยคที่ยาวกว่าครั้งไหนๆ ทำให้เพื่อนทั้งสามหันไปมองอย่างดีใจ

“ว้าววว มิรา เธอพูดยาวๆด้วยอะ ฉันนึกว่าเธอจะพูดแต่วลีสั้นๆไปตลอดซะแล้ว” แพทริเซียพูดพร้อมกับเอามือพาดบ่าเพื่อนสาว ซึ่งสาวผมเขียวก็ทำเพียงยกมุมปากขึ้นเหมือนเคยแล้วทำหน้าครุ่นคิดอีกครั้ง

“ก็จริงของพวกเธอนะ แต่ถ้าคิดอีกที เขาบอกแค่ตามหานี่ ไม่ได้บอกให้หาให้เจอสักหน่อย” เสียงของใครบางคนดังแทรกขึ้นมาก่อนเจ้าของเสียงจะหมุนตัวมายืนตรงหน้าพวกเธอ และเมื่อเขาหยุดหมุนตัวพวกเธอก็พบกับเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีทองที่ดูสว่างไสว กับดวงตาสีเทาที่ดูขี้เล่นซึ่งตอนนี้กำลังจดจ้องอยู่กับสำรับไพ่ในมือ

“อ้อ ยังไม่ได้แนะนำตัวใช่มั้ย” เขาเงยหน้าจากสำรับไพ่ และเมื่อสบตากับดวงตางงๆกึ่งตกใจของทั้งสี่สาวก็เอ่ยกับตัวเองเบาๆ นิ้วเรียวกรีดไพ่ในมือก่อนโยนมันขึ้นฟ้า ไพ่ทั้งสำรับหมุนตัวแล้วเรียงกันเป็นชื่อ

“โร๊ก เมเดอร์” แพทริเซียสะกดชื่อของเขาก่อนเจ้าไพ่จะระเบิดปุ้งแล้วกลายเป็นกลีบดอกไม้มากมายร่วงลงบนมา เมื่อโร๊กเอื้อมมือไปรับมันก็กลายเป็นนกกระดาษตัวน้อยแล้วลอยเข้ากระเป๋าเสื้อเขาไป

“เมเดอร์ เมอเดอร์ ตระกูลนักมายากลชื่อดังของโซนกลางนี่ ใช่มั้ยๆ” แพทริเซียที่พึมพำชื่อของโร๊กไม่หยุดพูดเสียงดังเมื่อนึกขึ้นได้แล้วจ้องหน้าโร๊กอย่างคาดหวังให้เขาตอบว่าใช่

“อื้อ ใช่” โร๊กรับคำแล้วยิ้มอย่างภูมิใจ

“หมายความว่าไง ตามหาไม่เจอ” มิราถามโร๊กอย่างสนใจ

“ก็หมายความตามที่พูด โจทย์บอกว่า ตามหามังกรแห่งหุบเขา ไม่ได้บอกว่าเอามังกรแห่งหุบเขามาให้โรงเรียนสักหน่อย”

“อ๊ะ นึกออกแล้ว เดี๋ยวฉันมานะ” มิราพูดก่อนเดินแทรกเหล่าคนในกลุ่มจนเจอกับเมอร์ลิน ดราฟหรือหนุ่มแว่นเจ้าของไอเดียแยกยายกันทำภารกิจที่หัวแถว

“เมอร์ลิน” มิราส่งเสียงเรียกทำให้เจ้าของชื่อเงยหน้าจากหนังสือนิทานมังกรแล้วบตามิราอย่างสงสัย

“ว่าไง”

“ฉันคิดว่าภารกิจนี้น่าจะไม่ได้ตรงไปตรงมาอย่างชื่อมันหรอก”

 

“ยังไงที่เธอบอก” เมอร์ลินถาม ในระหว่างที่เขาให้เพื่อนๆแวะที่ร้านอาหารขนาดเล็กข้างโรงเรียนเพื่อวางแผนกันก่อน

“ตามหามังกรแห่งหุบเขา ฉันคิดว่ามังกรแห่งหุบเขาอาจไม่ใช่มังกรแห่งหุบเขา” จบคำเหล่าคนที่นั่งรอบมิราอันได้แก่ อามิเรีย แพทริเซีย ดาวิน่า เมอร์ลิน ไครซิส โร๊กและเจฟก็ขมวดคิ้วพร้อมกัน

“นายเข้าใจรู้จักมังกรแห่งหุบเขาไหม”

“มังกรที่มีหน้าที่พิทักษ์ภูเขาและป่าไม้รอบอาณาจักร” เมอร์ลินพึมพำตอบก่อนทีดวงตาจะเปล่งประกายออกมา

“เขาไม่ได้หมายถึงมังกร!!” เด็กหนุ่มร้องอย่างดีใจด้วยดวงตาเปล่งประกาย

“ใช่ สิ่งที่เขาต้องการให้เราตามหาคือสัตว์ชนิดหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายงู มีขนาดใหญ่พอๆกับต้นสนพันปีและมีหน้าที่คุ้มครองผืนป่าซึ่งเราทุกคนรู้จักมันดี” มิราพูดสรุปก่อนกวาดมองไปที่เพื่อนร่วมโต๊ะทุกคน

“อคาเซีย!!!” เด็กบนโต๊ะทุกคนพูดออกมาพร้อมกันก่อนเมอร์ลินจะเรียกเพื่อนๆมารวมกัน

“สรุปว่าไอ้มังกรแห่งหุบเขากลายเป็นอคาเซียไปสินะ แล้วยังไง พวกนายก็รู้ตอนนี้ไอ้อคาเซียอะไรนั่นมันถูกจัดอยู่ในสัตว์สงวนนะ ห้ามล่า แล้วจะเอามันออกมายังไง แถมไอ้ที่เหลือให้เห็นปัจจุบันก็มีอยู่ไม่ถึง 20 ตัว แล้วยังอยู่ในป่าลึกอีกต่างหาก อ้อ มีอีกตัวที่เห็นบ่อยก็อยู่ในโรงเรียนเรานั่นแหละ” จัสตินสรุปก่อนมองเพื่อนอย่างกังขา

“ก็ใช่ไง” เมอร์ลินตอบด้วยรอยยิ้ม

“ใช่ ใช่อะไร” กียามาถามอย่างคนที่ยังตามอะไรไม่ทันนัก

“มังกรแห่งหุบเขาหรืออคาเซียที่เราต้องตามหาก็คือไอ้ตัวที่อยู่ในโรงเรียนเรานั่นแหละ” เมอร์ลินสรุปอย่างมั่นใจก่อนบอกแผนการนำเจ้าอคาเซียในโรงเรียนมาแสดงให้รุ่นพี่ที่น่ารักของพวกเขาดูบริเวณลานหน้าโรเรียนก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน

 

“จัสติน ซ้าย!!!” เสียงของเมอร์ลินที่อยู่บนหอคอยตะโกนผ่านดอกไม้ขยายเสียงลงมาทำให้จัสตินเคลื่อนตัวไปทางซ้าย

“อามิเรีย ตรงเข้าไปเลย” ร่างของอามิเรียพุ่งผ่านหัวเจ้าอคาเซียที่กำลังเลื้อยหนีอย่างรวดเร็วพร้อมโรยผงบางอย่างลงไปด้วยสวนกับกียามาที่กำลังทำอะไรบางอย่างกับหางของเจ้าอคาเซีย

“ปล่อย” ลีเซียตะโกนก่อนกระโดดกอดแผงคอของเจ้าอคาเซีย มันสะบัดหัวอย่างแรงเพื่อสะบัดสาวน้อยร่างใหญ่ออกจากหัวมัน ทันใดนั้น เปลวไฟสีม่วงก็ปรากฏขึ้นแล้วเผากิ่งไม้ที่พวกเขาทำกับดักเอาไว้

“หน่วยสอง” เสียงของเมอร์ลินดังขึ้นทำให้คนอีกกลุ่มโยนเมล็ดพืชสีเขียวใสเข้าไปในกองไฟ เมื่อเมล็ดโดนไฟที่กำลังเผาเจ้าอคาเซียก็ส่งเสียงดังเปาะแปะแล้วกระจายตัวออกเป็นร่างแห คนอีกกลุ่มก็ตรงเข้ามาแล้วจัดการให้เจ้างูยักษ์หยุดดิ้นรน แล้วคนอีกกลุ่มก็ค่อยๆล้อมกรอบและส่งกระแสพลังหลากสีเข้าไปทำให้สิ่งที่กียามาทำไว้ก็ค่อยๆคลี่คลุมเจ้าอคาเซียจนงูยักษ์ค่อยๆหยุดเคลื่อนไหว เมื่อสีดำนั้นครอบคลุมจนหมดตัวก็หดตัวลงเหลือเพียงก้อนกลมสีดำ ไครซิสเดินเข้ามาหยิบมันขึ้นก่อนส่งพลังเข้าไปล้อมรอบอีกครั้งก่อนเจ้าก่อนสีดำจะเปลี่ยนเป็นสีใสภายในนอนไว้ด้วยเจ้าอคาเซียที่กำลังหงุดหงิด

“สำเร็จ” เจฟพูดพร้อมกับเดินมาเอาแขนพาดบ่าไครซิส

“โอเค ตอนนี้ก็ เฮ้ยย รีบเลยพวกเรา” แพทริเซียที่กำลังจะเดินเข้ามาสมทบเห็นดวงอาทิตย์ที่คล้อยต่ำลงเรื่อยๆก็รีบกันมาเร่งเพื่อนของเธอทันที เหล่าเด็กเกือบ 40 คนจึงรีบวิ่งแทรกผ่านผืนป่าจำลองของโรงเรียนและถึงบริเวณหน้าลานตอนที่แสงสุดท้ายของวันสาดกระทบพื้นลานหน้าโรงเรียนพอดิบพอดี

 

_____________________________________________________________________________________

 

6มังกรแห่งหุบเขา เป็นมังกรในนิทานก่อนนอนของเด็กๆในอาณาจักร ประกอบด้วย มังกรแห่งหุบเขา มังกรแห่งภูเขาไฟ มังกรแห่งสายน้ำและมังกรแห่งท้องนภา

7ตาเรน่า เป็นอัญมณีหายาก ซึ่งตั้งแต่มีการขุดหาอัญมณีมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งอาณาจักรก็พบเพียงก้อน

เดียวเท่านั้น

8ปาเปกัส เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีลักษณะคล้ายหมีแพนด้า อาศัยอยู่ในเชิงเขาทางใต้ของโซนกลาง มีนิสัยค่อนข้างดุร้าย และหวงถิ่นที่อยู่อย่างมาก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                 วันนี้เป็นวันเปิดเรียนวันแรก ดังนั้นถนนมุ่งสู่โรงเรียนจึงแออัดและเนืองแน่นไปด้วยผู้ปกครองที่มาส่งลูกบ้างก็กลุ่มนักเรียนที่เพิ่งเดินทางมาถึง ทำให้การหาใครสักคนทำได้ยากมากดังนั้นแพทริเซียจึงเอาแขนเกี่ยวแขนเพื่อนของเธอแน่นก่อนบอกให้อามิเรียเอาจับมิราเอาไว้ดีๆด้วย

                “ไปกันเถอะๆๆๆๆๆ” แพทริเซียพูดก่อนลากพองเพื่อนให้เดินแทรกผ่านผู้คนลัดเลาะไปตามทางจนถึงรูปปั้นผู้ก่อตั้งโรงเรียน

“เอาล่ะพักได้” แพทริเซียปล่อยมือจากเพื่อนๆก่อนนั่งลงกับพื้นอย่างเหนื่อยอ่อน เรียกรอยยิ้มจากเพื่อนๆได้เป็นอย่างดี

“ว่าแต่วันนี้เราต้องทำอะไรล่ะ ไม่เห็นเมื่อวานเขาจะแจ้งอะไรเลย” อามิเรียถามในขณะที่กวาดตามองไปรอบตัวอย่างตื่นเต้น

“ไม่รู้สิ เดี๋ยวเขาก็บอกแหละมั้ง”

“คิดว่าน่าจะรับน้อง” คำตอบของมิราทำให้เพื่อนสาวทั้งสามหันมามองอย่างสนใจ

“รับน้อง? รับน้องอะไรหรอมิรา”

“ก็ไม่รู้สิ” มิราตอบกลับ แต่ก่อนที่แพทริเซียจะซักไซ้อะไรมากไปกว่านี้ประตูโรงเรียนก็ค่อยๆเคลื่อนปิดเข้าหากันทำให้เหล่าผู้ปกครองรีบบอกลาลูกๆแล้วจากไป ไม่ถึง 10 นาทีลานหน้าโรงเรียนก็เหลือเพียงเหล่านักเรียนชั้นปีต่างๆที่ยืนปะปนกัน โดยนักเรียนชั้นปีที่ 1 ที่เพิ่งเข้ามาจะอยู่ในชุดไปรเวตทำให้แยกพวกเธอกับเหล่ารุ่นพี่ได้ไม่ยากนัก

“น้องปี 1 คะ” เสียงหวานดังจากดอกไม้ขนาดใหญ่ที่เจ้าตัวเอาจ่อปากไว้ทำให้เด็กในชุดไปรเวตทุกคนหันไปมอง

“มารวมตัวกันตรงนี้ด้วยค่ะ” แม้จะยังไม่เข้าใจอะไรนักแต่เด็กทุกคนก็เดินมารวมตัวกันที่กึ่งกลางลานกว้างในขณะที่เหล่ารุ่นพี่เดินหายไปอย่างรวดเร็ว

“สวัสดีค่ะ พี่ชื่อเชอเบต จีราเนสเป็นตัวแทนจากพี่ๆชั้นปีที่ 4 วันนี้พี่มาเพื่อรับน้องๆเข้าสู่โรงเรียนของเราค่ะ” รุ่นพี่สาวส่งยิ้มหวานให้กับเหล่ารุ่นน้องและเมื่อเห็นว่ารุ่นน้องเข้าแถวกันเป็นที่เรียบร้อยดีเชอเบตก็เอ่ยต่อ

“ค่ะ วันนี้พี่มีเรื่องอยากให้น้องๆช่วยกันทำ และรบกวนให้น้องทำให้เสร็จภายในวันนี้หรือก็คือก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ส่วน...” เชอเบตเว้นช่วงเมื่อเห็นสีหน้าน้องบางส่วนที่ทำท่าว่าไม่อยากทำ หญิงสาวส่งยิ้มน้องๆเหล่านั้น

“ส่วนรายละเอียดของภารกิจพี่จะแจกทีหลังนะคะ รางวัลของภารกิจนี้คือเข็มกลัดบีวีเนอร์ เป็นเข็มกลัดแสดงชั้นปีของพวกน้อง รวมไปถึงตารางเรียน รายการหนังสือและการนำเข็มกลัดไปยื่นซื้อชุดของโรงเรียนด้วยค่ะ...ว่าไงคะ” เชอเบตเอ่ยถามเมื่อเห็นว่ามีรุ่นน้องคนหนึ่งยกมือขึ้น

“แสดงว่าถ้าพวกเราไม่ทำภารกิจหรือทำภารกิจไม่สำเร็จก็หมายความว่าเราจะไม่ได้เข้าเรียนที่นี่หรอคะ” เชอเบตมองแพทริเซียอย่างชอบใจก่อนตอบเสียงดังฉะฉานที่ทำให้เหล่ารุ่นน้องหน้าซีดไปตามๆกัน่า

“ใช่ค่ะ”

 

จากคำประกาศิตของเหล่ารุ่นพี่ทำให้เด็กใหม่ต่างมองหน้ากันอย่างนึกเครียดไม่น้อย สอบเข้าว่ายากแล้ว แต่ถ้าทำภารกิจไม่ได้แล้วไม่ได้เข้าเรียนนี่คงแย่ไปใหญ่ตัวอักษรสีทองซึ่งเป็นคำสั่งภารกิจยังลอยอยู่ข้างรูปปั้นราวกับจะตอกย้ำความจริงนั้นให้เหล่าเด็กใหม่รับรู้เอาไว้

“ทำไงดีล่ะ” เสียงจากปากของสาวสวยเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเอ่ยขึ้นก่อนเหลือบมองตัวหนังสืออย่างกังวลใจ ตัวอักษรที่แดงภารกิจไว้มีทั้งหมด 3 ภารกิจประกอบด้วย

1.             ตามหามังกรแห่งหุบเขา6

2.             ขุดหาแร่ในตำนาน ตาเรน่า7

3.             ทำอาหารให้ปาเปกัส8

“นั่นน่ะสิ ไอ้แต่ละอย่างนี่นะ มังกรแห่งหุบเขางี้ ตาเรน่างี้ ปาเปกัสอีก โอ๊ยไม่อยากจะพูด ให้ตาย

เถอะ ฆ่าฉันดีกว่า” แพทริเซียบ่นยาวเหยียดก่อนมองไปที่เพื่อนร่วมชะตากรรม ตอนนี้แพทริเซียสามารถแบ่งคนพวกนี้ออกได้หลายพวก เพราะตอนนี้บางคนก็เดินไปเดินมา บางคนก็โอดครวญ บางคนก็เดินไปนั่งพิจารณาโจทย์ บางคนก็เริ่มจับกลุ่มเพื่อทำภารกิจ บางคนก็ชวนพูดคุย บางคนก็เริ่มสำรวจสถานที่ แพทริเซียมองภาพเหล่านั้นเงียบๆ นานมาแล้วที่เธอไม่ได้อยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายแบบนี้ การที่มาอยู่ท่ามกลางผู้คนมองพวกเขาพูดคุยกันมันทำให้เด็กสาวนึกถึงอะไรหลายๆอย่างที่เธอเคยลืมมันไปแล้ว

 

“ทำไมวันนี้อารมณ์ดีแปลกๆ” เสียงทักจากด้านหลังทำให้กีลอสหยุดฮัมเพลงแล้วหันกลับมามองเพื่อนของเขา เชอเบต หญิงสาวสวยหาตัวจับยากเจ้าของตำแหน่งหัวหน้าห้องหนึ่ง

“ก็...เปล่า” กีลอสตอบพร้อมกับยักไหล่แล้วก้าวเดินไปตามทางที่ทอดยาวสู่ห้องเรียนประจำตัวของเหล่านักเรียนปีสี่

“อย่าโกหกน่าลอส นายกับฉันรู้จักกันมาตั้งกี่สิบปี แกล้งน้องๆอีกแล้วใช่ไหม” เชอเบตท้วงเพื่อนชายก่อนใช้มือรั้งแขนกีลอสให้หันกลับมามองตนเอง

“ก็แค่คิดภารกิจใหม่ใส่ให้แทนที่เธอเขียนไว้ก็เท่านั้นแหละน่า พอใจยัง” กีลอสตัดบทอย่างหงุดหงิดก่อนมองเพื่อนสาวตาขวางอย่างคนถูกขัดใจ

“ภารกิจ? นี่นายเปลี่ยนภารกิจงั้นหรอ” เชอเบตย้อนถามตาโตเมื่อรู้ถึงสิ่งที่เพื่อนชายทำ กีลอสทำเพียงแค่ไหวไหล่แล้วเอามืออีกข้างที่เป็นอิสระเอื้อมมาดึงมือเชอเบตออกจากแขนตัวเอง

“ก็ตามนั้น...ว่าแต่เธอไม่ไปเรียนหรือไง ไปกันได้แล้วน่า” ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่องพร้อมกับคล้องแขนเข้ากับแขนของเพื่อนสาวก่อนลากให้เธอเดินไปพร้อมกับเขา โดยไม่ได้คิดเลยว่าภารกิจที่เขาเปลี่ยนไปนั้นจะสร้างความยุ่งยากให้กับคนอื่นมากแค่ไหน

 

เสียงปรบมือเรียกร้องความสนใจดังมาจากมุมหนึ่งของลานกว้าง เรียกให้เด็กชั้นปีที่ 1 ที่กำลังคิดไม่ตกกับภารกิจที่ได้รับหันไปมองและพบกับเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเงินสว่าง กับดวงตาสีน้ำเงิน กรอบแว่นหนาที่อยู่บนใบหน้าส่งให้เขาดูคล้ายเด็กคงแก่เรียนที่นั่งอ่านหนังสือทั้งวัน ยังไม่นับท่าทางการจับหนังสือที่บ่งบอกว่าเจ้าตัวคุ้นชินกับมันเป็นอย่างดีนั่นอีกนะ

“เรามารวมกันคุยเรื่องภารกิจกันไหม ฉันว่านี่มันก็สายมากแล้วนะ ถ้าเรานั่งแยกย้ายคิดกันทีละ 5 คน 6 คนแบบนี้มันจะไม่ทันเอานะ ทำไมเราไม่มารวมกันแล้วเสนอความคิดเห็นกันล่ะ” จบคำพูดของเขาเด็กหลายกลุ่มก็หันมามองหน้ากันแล้วค่อยๆรวมตัวกันมายืนออตรงหน้าหนุ่มแว่น

“โอเค จากตอนสอบเข้าถ้าฉันจำไม่ผิดเรามีกันทั้งหมด 120 คนสินะ มีสามภารกิจงั้นเราแบ่งกันไปภารกิจละ 40 คนละกันเนอะ เพราะถ้าไปกันหมดนี่แล้วทำทีละภารกิจมันก็คงจะช้าไป” หนุ่มแว่นพูดพร้อมกับมองนาฬิกาบนข้อมือ

“ตอนนี้ 9 โมงกว่าแล้ว เรามาแบ่งกลุ่มกันเลยมั้ย”

“แบ่งยังไงล่ะ” แพทริเซียถามพร้อมกับมองไปรอบตัว เมื่อเด็กบางกลุ่มเริ่มจับกลุ่มในขณะที่เด็กอีกหลายกลุ่มยืนนิ่ง

“จับฉลากไหม” เสียงเสนอที่ฟังดูก็รู้ว่าคนพูดกำลังนึกสนุกดังมาจากด้านหลังของแพทริเซียทำให้เด็กสาวหันไปมองก่อนพบกับเด็กหนุ่มเจ้าของเส้นผมสีส้มแดง ซึ่งตอนนี้ดวงตาสีม่วงอมเทาของเขากำลังเปล่งประกายระยิบระยับ

หมอนี่กำลังสนุกนั่นคือข้อสรุปที่แพทริเซียเห็นจากการมองตาครั้งนี้ เด็กสาวกวาดมองไปรอบด้านอีกครั้งก่อนจะพบว่าเด็กส่วนมากพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับความคิดเห็นนี้

“งั้นทุกคนช่วยเขียนชื่อตัวเองลงในกระดาษด้วยนะ แล้วเอามาให้ฉัน” คนเสนอยังคงพูดด้วยรอยยิ้มเต็มหน้าในขณะที่เด็กหลายคนแบ่งปันกระดาษและดินสอให้แก่กัน

“นายจะแบ่งกลุ่มยังไง” แพทริเซียถามแล้วยื่นกระดาษที่เขียนชื่อตัวเองให้เขา

“ก็ อ๊ะ เดี๋ยวก่อนนะ เรายังไม่รู้จักกันใช่มั้ย ฉันเจฟ วาร์ เธอล่ะ”

“แพทริเซีย เดอราเร่”

“อ้อ ยินดีที่ได้รู้จักนะแพทริเซีย อ๊ะ เอาใส่นี่เลยนะ” เจฟรับคำ แล้วหันไปยื่นกล่องกลมๆในมือให้เด็กอีกคนที่เดินเอาชื่อมาให้ ส่วนแพทริเซียเมื่อไม่ได้รับคำตอบของคำถามเธอก็เลิกคิดที่จะถาม เด็กสาวเลยเลือกที่จะมองหากลุ่มเพื่อนของเธอแล้วเดินเข้าไปหาแทน

“เขียนชื่อกันเสร็จหรือยัง”

“เสร็จแล้วจ่ะ นี่ก็รอมิราอยู่ มิรา มิรา!!!” อามิเรียตอบก่อนหันไปหาเพื่อนสาวที่นั่งนิ่งๆไม่หือไม่อือมานาน

“ห๊ะ!? ว่าไงนะ” มิราถามเหมือนเพิ่ติ่นจากภวังค์ก่อนจะสบกับดวงตาสีแดงที่กำลังพยักเพยิดไปทางกระดาษแผ่นน้อยในมือของเธอ

“อ้อ” มิราพยักหน้าเบาๆรับก่อนตวัดมือเขียนชื่อของเธอลงไป แล้ว่งให้อิมเรียที่อาสาเอาไปให้เจฟ

“กำลังคิดอะไรอยู่หรอ” ดาวิน่านั่งลงข้างมิราก่อนถามเธอด้วยดวงตาสงสัย

“แค่หาน่ะ” มิราตอบก่อนเงียบลงไปอีกอย่างคนกำลังใช้ความคิดทำให้ดาวิน่าไม่กล้าถามต่อได้แต่สายหน้าเป็นทำนองว่าไม่รู้เหมือนกันกับแพทริเซีย

“อ๊ะ เสร็จแล้วเราก็มาแบ่งกลุ่มกันเถอะ” จบคำ เจฟก็โยนกล่องกลมๆที่มีชื่อเพื่อนทั้งหมดบรรจุอยู่ขึ้นไปบนฟ้าก่อนเจ้ากล้องนั้นจะแตกออกเป็นลูกบอลสามลูกแล้วแตกออกเหมือนพลุสีสวย แต่ที่กระจายออกมาจากลูกบอลแต่ละลูกคือกระดาษหลากสีแทน แล้วเจ้ากระดาษเหล่านั้นก็ลอยวนเวียนแล้วค่อยๆเรียงกันลงมาเป็นแถว 5 แถวแถวละ 4 ชื่ออย่างเป็นระเบียบ

“เอ้า ดูชื่อของตัวเองแล้วก็ยืนตรงหน้าผังที่มีชื่อตัวเองอยู่นะ” เจฟสรุปก่อนเดินเข้าไปดูชื่อของตัวเองก่อนเป็นคนแรกก่อนเด็กคนอื่นๆจะทยอยกันเข้าไปดูชื่อของตน

 

“ดีจังเลยเนอะได้อยู่กลุ่มเดียวกันด้วย” แพทริเซียพูดอย่างร่าเริงในขณะที่ก้าวตามกลุ่มของเธอไปตามถนนหน้าโรงเรียน กลุ่มของพวกเธอได้ภารกิจที่ 1 ตามหามังกรแห่งหุบเขา

“ไอ้ดีก็ดีหรอก แต่เราจะไปหาไปมังกรนั่นได้ยังไงนี่สิ” ดาวิน่าพูดด้วยสีหน้ากังวล

“นั่นสิ มังกรในนิทานก่อนนอนแบบนั้นจะไปมีได้ยังไง” มิราพูดออกมาด้วยประโยคที่ยาวกว่าครั้งไหนๆ ทำให้เพื่อนทั้งสามหันไปมองอย่างดีใจ

“ว้าววว มิรา เธอพูดยาวๆด้วยอะ ฉันนึกว่าเธอจะพูดแต่วลีสั้นๆไปตลอดซะแล้ว” แพทริเซียพูดพร้อมกับเอามือพาดบ่าเพื่อนสาว ซึ่งสาวผมเขียวก็ทำเพียงยกมุมปากขึ้นเหมือนเคยแล้วทำหน้าครุ่นคิดอีกครั้ง

“ก็จริงของพวกเธอนะ แต่ถ้าคิดอีกที เขาบอกแค่ตามหานี่ ไม่ได้บอกให้หาให้เจอสักหน่อย” เสียงของใครบางคนดังแทรกขึ้นมาก่อนเจ้าของเสียงจะหมุนตัวมายืนตรงหน้าพวกเธอ และเมื่อเขาหยุดหมุนตัวพวกเธอก็พบกับเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีทองที่ดูสว่างไสว กับดวงตาสีเทาที่ดูขี้เล่นซึ่งตอนนี้กำลังจดจ้องอยู่กับสำรับไพ่ในมือ

“อ้อ ยังไม่ได้แนะนำตัวใช่มั้ย” เขาเงยหน้าจากสำรับไพ่ และเมื่อสบตากับดวงตางงๆกึ่งตกใจของทั้งสี่สาวก็เอ่ยกับตัวเองเบาๆ นิ้วเรียวกรีดไพ่ในมือก่อนโยนมันขึ้นฟ้า ไพ่ทั้งสำรับหมุนตัวแล้วเรียงกันเป็นชื่อ

“โร๊ก เมเดอร์” แพทริเซียสะกดชื่อของเขาก่อนเจ้าไพ่จะระเบิดปุ้งแล้วกลายเป็นกลีบดอกไม้มากมายร่วงลงบนมา เมื่อโร๊กเอื้อมมือไปรับมันก็กลายเป็นนกกระดาษตัวน้อยแล้วลอยเข้ากระเป๋าเสื้อเขาไป

“เมเดอร์ เมอเดอร์ ตระกูลนักมายากลชื่อดังของโซนกลางนี่ ใช่มั้ยๆ” แพทริเซียที่พึมพำชื่อของโร๊กไม่หยุดพูดเสียงดังเมื่อนึกขึ้นได้แล้วจ้องหน้าโร๊กอย่างคาดหวังให้เขาตอบว่าใช่

“อื้อ ใช่” โร๊กรับคำแล้วยิ้มอย่างภูมิใจ

“หมายความว่าไง ตามหาไม่เจอ” มิราถามโร๊กอย่างสนใจ

“ก็หมายความตามที่พูด โจทย์บอกว่า ตามหามังกรแห่งหุบเขา ไม่ได้บอกว่าเอามังกรแห่งหุบเขามาให้โรงเรียนสักหน่อย”

“อ๊ะ นึกออกแล้ว เดี๋ยวฉันมานะ” มิราพูดก่อนเดินแทรกเหล่าคนในกลุ่มจนเจอกับเมอร์ลิน ดราฟหรือหนุ่มแว่นเจ้าของไอเดียแยกยายกันทำภารกิจที่หัวแถว

“เมอร์ลิน” มิราส่งเสียงเรียกทำให้เจ้าของชื่อเงยหน้าจากหนังสือนิทานมังกรแล้วบตามิราอย่างสงสัย

“ว่าไง”

“ฉันคิดว่าภารกิจนี้น่าจะไม่ได้ตรงไปตรงมาอย่างชื่อมันหรอก”

 

“ยังไงที่เธอบอก” เมอร์ลินถาม ในระหว่างที่เขาให้เพื่อนๆแวะที่ร้านอาหารขนาดเล็กข้างโรงเรียนเพื่อวางแผนกันก่อน

“ตามหามังกรแห่งหุบเขา ฉันคิดว่ามังกรแห่งหุบเขาอาจไม่ใช่มังกรแห่งหุบเขา” จบคำเหล่าคนที่นั่งรอบมิราอันได้แก่ อามิเรีย แพทริเซีย ดาวิน่า เมอร์ลิน ไครซิส โร๊กและเจฟก็ขมวดคิ้วพร้อมกัน

“นายเข้าใจรู้จักมังกรแห่งหุบเขาไหม”

“มังกรที่มีหน้าที่พิทักษ์ภูเขาและป่าไม้รอบอาณาจักร” เมอร์ลินพึมพำตอบก่อนทีดวงตาจะเปล่งประกายออกมา

“เขาไม่ได้หมายถึงมังกร!!” เด็กหนุ่มร้องอย่างดีใจด้วยดวงตาเปล่งประกาย

“ใช่ สิ่งที่เขาต้องการให้เราตามหาคือสัตว์ชนิดหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายงู มีขนาดใหญ่พอๆกับต้นสนพันปีและมีหน้าที่คุ้มครองผืนป่าซึ่งเราทุกคนรู้จักมันดี” มิราพูดสรุปก่อนกวาดมองไปที่เพื่อนร่วมโต๊ะทุกคน

“อคาเซีย!!!” เด็กบนโต๊ะทุกคนพูดออกมาพร้อมกันก่อนเมอร์ลินจะเรียกเพื่อนๆมารวมกัน

“สรุปว่าไอ้มังกรแห่งหุบเขากลายเป็นอคาเซียไปสินะ แล้วยังไง พวกนายก็รู้ตอนนี้ไอ้อคาเซียอะไรนั่นมันถูกจัดอยู่ในสัตว์สงวนนะ ห้ามล่า แล้วจะเอามันออกมายังไง แถมไอ้ที่เหลือให้เห็นปัจจุบันก็มีอยู่ไม่ถึง 20 ตัว แล้วยังอยู่ในป่าลึกอีกต่างหาก อ้อ มีอีกตัวที่เห็นบ่อยก็อยู่ในโรงเรียนเรานั่นแหละ” จัสตินสรุปก่อนมองเพื่อนอย่างกังขา

“ก็ใช่ไง” เมอร์ลินตอบด้วยรอยยิ้ม

“ใช่ ใช่อะไร” กียามาถามอย่างคนที่ยังตามอะไรไม่ทันนัก

“มังกรแห่งหุบเขาหรืออคาเซียที่เราต้องตามหาก็คือไอ้ตัวที่อยู่ในโรงเรียนเรานั่นแหละ” เมอร์ลินสรุปอย่างมั่นใจก่อนบอกแผนการนำเจ้าอคาเซียในโรงเรียนมาแสดงให้รุ่นพี่ที่น่ารักของพวกเขาดูบริเวณลานหน้าโรเรียนก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน

 

“จัสติน ซ้าย!!!” เสียงของเมอร์ลินที่อยู่บนหอคอยตะโกนผ่านดอกไม้ขยายเสียงลงมาทำให้จัสตินเคลื่อนตัวไปทางซ้าย

“อามิเรีย ตรงเข้าไปเลย” ร่างของอามิเรียพุ่งผ่านหัวเจ้าอคาเซียที่กำลังเลื้อยหนีอย่างรวดเร็วพร้อมโรยผงบางอย่างลงไปด้วยสวนกับกียามาที่กำลังทำอะไรบางอย่างกับหางของเจ้าอคาเซีย

“ปล่อย” ลีเซียตะโกนก่อนกระโดดกอดแผงคอของเจ้าอคาเซีย มันสะบัดหัวอย่างแรงเพื่อสะบัดสาวน้อยร่างใหญ่ออกจากหัวมัน ทันใดนั้น เปลวไฟสีม่วงก็ปรากฏขึ้นแล้วเผากิ่งไม้ที่พวกเขาทำกับดักเอาไว้

“หน่วยสอง” เสียงของเมอร์ลินดังขึ้นทำให้คนอีกกลุ่มโยนเมล็ดพืชสีเขียวใสเข้าไปในกองไฟ เมื่อเมล็ดโดนไฟที่กำลังเผาเจ้าอคาเซียก็ส่งเสียงดังเปาะแปะแล้วกระจายตัวออกเป็นร่างแห คนอีกกลุ่มก็ตรงเข้ามาแล้วจัดการให้เจ้างูยักษ์หยุดดิ้นรน แล้วคนอีกกลุ่มก็ค่อยๆล้อมกรอบและส่งกระแสพลังหลากสีเข้าไปทำให้สิ่งที่กียามาทำไว้ก็ค่อยๆคลี่คลุมเจ้าอคาเซียจนงูยักษ์ค่อยๆหยุดเคลื่อนไหว เมื่อสีดำนั้นครอบคลุมจนหมดตัวก็หดตัวลงเหลือเพียงก้อนกลมสีดำ ไครซิสเดินเข้ามาหยิบมันขึ้นก่อนส่งพลังเข้าไปล้อมรอบอีกครั้งก่อนเจ้าก่อนสีดำจะเปลี่ยนเป็นสีใสภายในนอนไว้ด้วยเจ้าอคาเซียที่กำลังหงุดหงิด

“สำเร็จ” เจฟพูดพร้อมกับเดินมาเอาแขนพาดบ่าไครซิส

“โอเค ตอนนี้ก็ เฮ้ยย รีบเลยพวกเรา” แพทริเซียที่กำลังจะเดินเข้ามาสมทบเห็นดวงอาทิตย์ที่คล้อยต่ำลงเรื่อยๆก็รีบกันมาเร่งเพื่อนของเธอทันที เหล่าเด็กเกือบ 40 คนจึงรีบวิ่งแทรกผ่านผืนป่าจำลองของโรงเรียนและถึงบริเวณหน้าลานตอนที่แสงสุดท้ายของวันสาดกระทบพื้นลานหน้าโรงเรียนพอดิบพอดี

 

_____________________________________________________________________________________

 

6มังกรแห่งหุบเขา เป็นมังกรในนิทานก่อนนอนของเด็กๆในอาณาจักร ประกอบด้วย มังกรแห่งหุบเขา มังกรแห่งภูเขาไฟ มังกรแห่งสายน้ำและมังกรแห่งท้องนภา

7ตาเรน่า เป็นอัญมณีหายาก ซึ่งตั้งแต่มีการขุดหาอัญมณีมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งอาณาจักรก็พบเพียงก้อน

เดียวเท่านั้น

8ปาเปกัส เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีลักษณะคล้ายหมีแพนด้า อาศัยอยู่ในเชิงเขาทางใต้ของโซนกลาง มีนิสัยค่อนข้างดุร้าย และหวงถิ่นที่อยู่อย่างมาก 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

32 ความคิดเห็น

  1. #32 ChaowEva (@027046509) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:50
    ซ้ำนะคะ
    #32
    0
  2. วันที่ 31 กรกฎาคม 2558 / 01:53
    ลงต่อไวๆน่ะค่ะ สนุก อ่านมาตั้งแต่ก่อนรีไรท์แล้ว หนุกๆๆ แล้วจะมีตอนไปซื้อของที่ตลาดบ้างรึปล่าวอ่ะค่ะ?? อยากให้มีน่ะ555 เขียนต่อไปเรื่อยๆน่ะค้าาา
    #26
    0