ตอนที่ 3 : สอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 70
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    26 ก.ค. 58

อ่านให้สนุกนะคะ ขอบคุณที่ยังอยู่ด้วยกัน ><


====================================================================================



              คนนับพัน ไม่สิ อาจจะเป็นหมื่นเลยก็ได้นั่งเรียงรายอย่างเป็นระเบียบในห้องโถงกว้าง ซึ่งที่นั่งถูกปรับไล่ระดับแบบขั้นบันได และวนล้อมรอบแท่นพิธีตรงกลางเอาไว้ อามิเรียมาโผล่ที่นี่เมื่อเธอเหยียบลงบนพื้นหน้าโรงเรียนและเธอกับเพื่อนใหม่อีกสองคนก็ถูกจับแยกโดยอัตโนมัติ อามิเรียมองกำไลสีขาวที่ข้อมือแต่ก็พบว่ามันได้หายไปแล้ว เด็กสาวกวาดตามองไปรอบห้องหวังว่าจะพบแพทริเซียหรือดาวิน่าบ้าง แต่ก็ไม่ เพราะความเยอะของคนทำให้เด็กสาวเลือกที่จะนั่งนิ่งๆแทน ตอนนี้ที่นั่งทั้งหมดเกือบเต็มแล้ว ขาดอยู่ไม่กี่ที่รวมไปถึงที่นั่งข้างตัวเธอด้านขวาด้วย

แวบ

แสงสีขาวสว่างขึ้นนิดหน่อยก่อนปรากฏอักขระเวทมนตร์ขึ้นชั่วครู่ก่อนจะจางหายไปโดยที่แทบจะไม่มีใครรู้ตัวด้วยซ้ำ ที่นั่งข้างเธอก็ถูกเติมเต็มพร้อมกับที่นาฬิกาหน้าห้องโถงตีบอกเวลา 8 นาฬิกา ทันใดนั้น ที่นั่งทุกที่ที่ยังว่างอยู่ก็บรรจุไปด้วยผู้คนทันที แต่ก่อนที่ทุกคนจะได้พูดคุยหรือทำอะไรต่อเวทีด้านหน้าก็ปรากฏร่างของบุคคลคนหนึ่งขึ้นมา เป็นหญิงสาวที่ดูจากหน้าตาแล้วน่าจะมีอายุไม่เกิน 30 ปี เธอสวมชุดสีขาวสะอาด บนศีรษะคล้องไว้ด้วยสายสร้อยสีทองรับกับเส้นผมสีเหลืองอ่อนจนเกือบขาว บนริมฝีปากประดับด้วยรอยยิ้มน้อยๆ

“สวัสดีผู้เข้ารับการทดสอบทุกท่านค่ะ ดิฉัน ท่านหญิงเกอตีร่า เป็นผู้อำนวยการคนปัจจุบันของโรงเรียนแห่งนี้ขอเอ่ยต้อนรับทุกท่านในฐานะเจ้าของสถานที่ และขอเป็นคนชี้แจงกฎระเบียบในการทดสอบในครั้งนี้ด้วย” ท่านหญิงเกอตีร่ามองไปรอบห้องแล้วเผยรอยยิ้มอ่อนออกมาเมื่อทุกคนนิ่งเงียบและมองมาที่เธอ

“ค่ะ ในการทดสอบครั้งนี้การทดสอบจะมีสองรอบ โดยรอบแรกจะเป็นการทดสอบข้อเขียนเพื่อวัดระดับความรู้ความสามารถและแนวทางในอนาคตของทุกท่าน เมื่อรับการทดสอบแล้วเสร็จ ในเย็นวันนี้ทุกท่านจะได้รับรายชื่อของโรงเรียนที่ท่านสามารถนำแบบรายชื่อไปยื่นรับการทดสอบได้ ซึ่งจะมีโรงเรียนที่ทางเราคัดเลือกให้ทั้งหมด 4 โรงเรียนค่ะ โดยในการทดสอบส่วนที่สองจะเกิดขึ้นที่โรงเรียนที่ท่านยื่นแบบคำร้อง ซึ่งหากท่านไม่ผ่านจะสามารถยื่นรับการทดสอบในอีกสามโรงเรียนที่เหลือได้ค่ะ และในกรณีที่ท่านไม่ผ่านการทดสอบของทั้งสี่โรงเรียนท่านจะต้องเข้ารับการอบรมพิเศษและกลับมาทดอบเข้ารับการศึกษาใหม่ในปีการศึกษาหน้า และในเวลานี้ก็ถึงเวลาอันสมควรแล้ว ทุกท่านมีเวลาในการทำแบบทดสอบ 2 ชั่วโมง ขอเริ่มการทดสอบได้ค่ะ” สิ้นเสียงร่างของท่านหญิงเกอเตร่าก็หายไปจากคลองสายตา ม่านโปร่งแสงเลื่อนขึ้นมากั้นผู้เข้าสอบแต่ละคน โดยด้านหนึ่งของม่านมีนาฬิกาบอกเวลาเอาไว้ กระดาษข้อสอบปรากฏขึ้นตรงหน้า อามิเรียมองสิ่งรอบตัวอย่างตื่นเต้น นี่สินะ คือเวทมนตร์ เด็กสาวรำพึงกับตัวเองในใจก่อนก้มลงมองกระดาษข้อสอบที่วางอยู่ จากคำบอกของท่านหญิงถ้าเธอไม่อยากเสียเวลาอีก 1 ปีไปเปล่าๆก็แปลว่าเธอควรที่จะทำแบบทดสอบให้ผ่านทั้งสองรอบสินะ และไม่นานเสียงเขียนคำตอบอย่างแผ่วเบาก็ดังขึ้น

กริ๊ง

เสียงกริ่งแผ่วเบาดังขึ้นที่ข้างหูในขณะที่กระดาษข้อสอบพับตัวเองโดยอัตโนมัติ ม่านโปร่งแสงที่กั้นอามิเรียออกจากผู้เข้าสอบคนอื่นๆค่อยๆจางหายไปเด็กหลายคนค่อยๆทยอยลุกขึ้นและเดินออกทางประตูทางออกที่ปรากฏขึ้น เสียงพูดคุยดังขึ้นบ้างประปรายเพื่อทำความรู้จักกัน ส่วนอามิเรียก็ทำได้แค่นั่งเฉยๆ คนเยอะขนาดนี้ให้เธอเดินฝ่าออกไปก็คงลำบากน่าดู เด็กสาวคิดแบบนั้นและนั่งรอเวลาจนกระทั่งคนส่วนมากออกไปเกือบหมดเด็กสาวจึงลุกขึ้น

กึก

อามิเรียหยุดชะงักเมื่อเห็นคนอีกคนเดินสวนมาพร้อมเธอพอดี

“ขอโทษค่ะ” เด็กสาวตรงหน้าพูดอย่างสุภาพ พลางก้มศีรษะลงเล็กน้อยผมสีเขียวสวยทิ้งตัวลงตามแรงโน้มถ่วงก่อนเจ้าตัวจะเงยหน้าขึ้นและส่งยิ้มบางๆให้อามิเรียจนเด็กสาวแปลกใจว่ามันคือการยิ้มหรือเปล่า

“เอ่อค่ะ ไม่เป็นไร เชิญก่อนเลยค่ะ” เด็กสาวตรงหน้าส่งยิ้มบางๆมาให้อีกครั้งก่อนเดินออกไปจากตรงนั้น

“อา มิ เรียยยย” เสียงที่คุ้นเคยดังใกล้เข้ามาก่อนเจ้าของเสียงจะกระโดดเกาะบ่าของอามิเรียโดยมีดาวิน่าเดินตามมาแล้วส่งยิ้มให้

“อย่าเสียงดังสิแพท คนอื่นตกใจกันหมดแล้ว” อามิเรียบ่นเพื่อนอย่างไม่จริงจังนักก่อนทั้งสามคนจะออกเดินไปตามทางเดินที่ทอดสู่โรงอาหารพร้อมกัน

“เออดาวิน่า แล้วเจ้ากีสไปไหนแล้วละ” เมื่อทานอาหารกันเสร็จแพทริเซียที่ไม่เคยเงียบเลยตั้งแต่เริ่มกินข้าวก็ถามขึ้น

“หาอะไรกินน่ะ” ดาวิน่าตอบสั้นๆก่อนส่งยิ้มมาให้ทำให้ประโยคที่ดูห้วนสั้นของเธอลดความกระด้างลง

“อ้อ งี้นี่เอง แล้วเธอไปได้มันมาจากไหนละ แล้วมีที่พักหรือยัง”

“ป่าข้างเมือง ยังหรอกจ่ะ”

“มาพักกับพวกเราไหม ถ้าเอาเตียงมาต่อกันมันจะนอนได้สามคนสบายเลยนา” แพทริเซียพูดพร้อมส่งยิ้มกว้างให้เพื่อนใหม่ ดาวิน่ามองรอยยิ้มนั้นนิ่งๆก่อนพยักหน้าตกลง

“เย้ ทีนี้เราก็เป็นเพื่อนกันแล้วนะ เอาล่ะๆ ไปกันเถอะ ลุ้นผลสอบเย็นนี้กันดีกว่า ไม่รู้จะยังไง ฉันนะกลัวมากเลยแหละถ้าไม่ได้ที่นี่ก็คง...” เสียงเจื้อยแจ้วของแพทริเซียแผ่วเบาลงเรื่อยๆตามระยะทางที่เจ้าตัวเดินห่างออกไป โดยมีสายตาคู่หนึ่งมองตามไปอย่างสนใจ

 

เด็กสาวทั้งสามใช้เวลาช่วงบ่ายของวันหมดไปกับการเดินเล่นดูของในโซนกลาง เพราะความสนใจที่แตกต่างกันพวกเธอจึงเดินเข้าทุกร้านถ้าหากมีของที่เพื่อนคนใดคนหนึ่งในกลุ่มสนใจ ยังไม่รวมเจ้ากีสที่ดูจะสนใจทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวราวกับเกิดมาไม่เคยเห็นอะไรมาก่อน (ก็ไม่เคยเห็นน่ะสิ!! : กีส) ไม่นานพวกเธอก็รู้จักกับร้านทุกร้านในตลาด ไม่สิ ต้องบอกว่าแพทริเซียต่างหากที่รู้จักทุกร้าน เพราะเจ้าตัวเล่นทักทายและส่งยิ้มให้คนอื่นไปทั่ว ขนาดอามิเรียที่คิดว่าตัวเองเป็นคนอัธยาศัยดีแล้วยังต้องยอมแพ้ให้แพทริเซีย เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลงแพทริเซียก็ชักชวนอามิเรียกับดาวิน่ากลับมาที่ที่พักของเธอหลังจากทั้งสามแวะทานอาหารกันแล้ว

“เฮ้อ อิ่มชะมัดเลย อ๊ะจริงสิ มาช่วยกันเลื่อนเตียงหน่อยเร็ว คืนนี้จะได้นอนกันสามคนได้” แพทริเซียที่เพิ่งทิ้งตัวลงนอนบนเตียงเอ่ยขึ้นก่อนอามิเรียกับดาวิน่าจะเดินมาที่เตียงแล้วช่วยกันดันเพื่อให้มันติดกัน

“เฮ้อ สบายจังเลยยยยย” แพทริเซียกลิ้งไปมาบนเตียงกว้างในขณะที่ดาวิน่าหยิบของส่วนตัวออกมาเพื่ออาบน้ำ

“เอ๊ะ อะไรน่ะ” อามิเรียพึมพำเสียงเบา เมื่อเห็นแสงสีประหลาดกะพริบตรงหน้าเธอก่อนมันจะทึบแสงแล้วรวมกันเป็นกระดาษจดหมาย พร้อมๆกับเพื่อนของเธออีกสองคน

“จดหมาย? จดหมายอะไรเนี่ย” แพทริเซียมองจดหมายตรงหน้าก่อนยื่นมือไปหยิบเมื่อมันกลายเป็นกระดาษเต็มแผ่น

โรงเรียนที่คุณแพทริเซีย  เดอราเร่สอบผ่าน ลำดับที่ 1 โรงเรียนกีตาร่า ลำดับที่ 2 โรงเรียนเพเนลล่า ลำดับที่ 3 โรงเรียนเดอเลส ลำดับที่ 4 โรงเรียนมาวี หากคุณต้องการทดสอบเข้าโรงเรียนไหนกรุณากดเลือกด้วยค่ะ

เมื่อเด็กสาวกระดาษตกอยู่ในมือของเด็กสาวมันก็ส่งเสียงร้องออกมาพร้อมๆกับเสียงที่ดังมาจากดาวิน่าและอามิเรีย

โรงเรียนที่คุณอามิเรีย แพนทริกสอบผ่าน ลำดับที่ 1 โรงเรียนกีตาร่า ลำดับที่ 2 โรงเรียนเวเนซูเอร่า ลำดับที่ 3 โรงเรียนคาทีย่า ลำดับที่ 4 โรงเรียนลินทีส หากคุณต้องการทดสอบเข้าโรงเรียนไหนกรุณากดเลือกด้วยค่ะ

โรงเรียนที่คุณดาวิน่า เวสซี่สอบผ่าน ลำดับที่ 1 โรงเรียนกีตาร่า ลำดับที่ 2 โรงเรียนบาบีช่า ลำดับที่ 3 โรงเรียนเดอเลโนว่า ลำดับที่ 4 โรงเรียนภากีด้า หากคุณต้องการทดสอบเข้าโรงเรียนไหนกรุณากดเลือกด้วยค่ะ

โดยไม่ต้องให้เจ้ากระดาษพูดซ้ำเด็กสาวทั้งสามก็กดเลือกกีตาร่าอย่างพร้อมกันทำให้กระดาษทั้งสามแผ่นสลายไปกลายเป็นกำไลสีทองพร้อมคำพูดที่ว่า

คุณเลือกทดสอบเข้าเรียนที่โรงเรียนกีตาร่า ขอให้เข้ารับการทดสอบในวันพรุ่งนี้เวลา 8.00 น. จึงเรียนมาเพื่อทราบ

ราวกับเกิดภาวะสุญญากาศในห้องพักก่อนอามิเรียที่ได้สติเป็นคนแรกจะกระโดดกอดดาวิน่าที่ยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมกับที่แพทริเซียพุ่งมาหาแล้วทั้งสามก็กระโดดไปรอบห้องอย่างตื่นเต้น พวกเธอก็เป็นเด็กที่มีความฝันเหมือนเด็กทุกคนที่อยากสอบเข้าโรงเรียนอันดับ 1 ของโลกแห่งนี้ให้ได้ และตอนนี้ความฝันของพวกเธอก็ไม่ได้ไกลเกินเอื้อมอีกแล้ว

 

12 พฤศจิกายน เวลา 8.00 น.

 เสียงพูดคุยจอกแจกจอแจดังไปทั่วห้องโถงขนาดใหญ่ เด็กที่ผ่านการคัดเลือกรอบและของโรงเรียนแห่งนี้มีมากกว่าที่ใครจะคาดคิดเมื่อแพทริเซีย อามิเรียและดาวิน่ามาถึงทั้งโถงก็เต็มไปด้วยคนจนแทบจะเบียดกันเดินอยู่แล้ว

“โหยยย ทำไมคนเยอะยังงี้ล่ะเนี่ย” แพทริเซียบ่นหงุงหงิงแล้วดึงให้อามิเรียที่จับมือดาวิน่าไว้ให้เดินเบียดคนเข้าไปด้วยกัน

“แพท ไม่ต้องเข้าไปไกลก็ได้มั้ง เบียดเข้าไปก็อึดอัดแย่” อามิเรียท้วงเพื่อนเบาๆก่อนดึงมือให้แพทริเซียหยุดเดินเมื่อพวกเธอเข้ามาถึงบริเวณกึ่งกลางห้องโถง

“ก็ได้ๆ แค่อยากไปดูใกล้ๆไงเวลาเขาคัดเลือกน่ะ น่าตื่นเต้นดีออกไม่ใช่หรอ” แพทริเซียพูดด้วยดวงตาเปล่งประกายแล้วยกไม้ยกมือประกอบอย่างตื่นเต้น

“เนี่ยนะก่อนมาที่นี่ฉันเคยอ่านหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับการสอบเข้ากีตาร่านะ เคยมีคนไฟลุก บึ้มมม อ๊ะ ขอโทษจ๊ะ” คำว่าบึ้มกับมือที่กวาดไปด้านหลังทำให้มือของสาวน้อยผมทองชนเข้ากับศีรษะของคนด้านหลังเข้า เจ้าของเรือนผมสีเขียวจึงหันมาแล้วส่งยิ้มบางๆให้เป็นผลให้อามิเรียอุทานอย่างจำได้

“อ๊ะ คุณคนนั้นนี่” เมื่อได้ยินเสียงของอามิเรียเด็กสาวผมเขียวก็หันมามองก่อนเอียงคอเล็กน้อยแล้วพยักหน้าให้อย่างจำได้

“อะไร รู้จักกันหรอ รู้จักกันหรอ ใครอะอามิเรีย” เมื่อแพทริเซียเห็นอาการของทั้งสองคนก็ถามอย่างสงสัยก่อนมองคนนู้นทีคนนี้ทีเมื่อไม่มีใครตอบคำถามของเธอแพทริเซียจึงหันไปส่งยิ้มกว้างให้คนที่เธอเอามือไปปัดหัวแล้วแนะนำตัวเอง

“สวัสดีจ้า ฉันชื่อแพทริเซีย เดอราเร่ เรียกแพทก็ได้ ฉันมาจากโซนตะวันออก ส่วนผู้หญิงผมทองคนนั้นชื่อดาวิน่า เวสซี่ มาจากโซนใต้ ส่วนนี่เธอก็คงรู้จักกันแล้วสินะ อามิเรีย แพนทริกจากโซนเหนือจ่ะ แล้วเธอล่ะ” ยังไม่ทันที่ใครจะตอบเจ้ากีสที่เกาะบ่าดาวิน่าอยู่ก็ยืดอกแล้วส่งเสียงก๊อกแก๊กเพื่อเรียกร้องความสนใจทำให้แพทริเซียต้องแนะนำตัวเพิ่ม

“เอ่อ แล้วก็เจ้าขนปุยนี่ กีสจ่ะ”

“ฉัน มิรา คาร์ดิเนตจากโซนตะวันตกน่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ” มิราตอบก่อนยกมุมปากขึ้นนิดหน่อยให้รู้ว่ายิ้ม ในขณะที่ดวงตาสีม่วงส่องประกายระยิบระยับ

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันจ่ะ” อามิเรียและดาวิน่าเอ่ยขึ้นพร้อมกันก่อนหันมาสบตากันแล้วหัวเราะเบาๆ 

“สวัสดีทุกท่านอีกครั้งนะคะ ตอนนี้เป็นการสอบในส่วนที่สองเพื่อคัดเลือกนักเรียนเข้าสู่โรงเรียนของเรา” เสียงจากบนเวทีดังขึ้นทำให้ทั้งห้องโถงค่อยๆเงียบลง และสี่สาวก็หันไปมองบนเวทีก่อนจะพบกับท่านเกอตีร่า

“ในการสอบครั้งนี้จะวัดจากพลังของพวกท่าน โดยเมื่อพวกท่านขึ้นมาบนเวทีแห่งนี้ให้ขึ้นมายืนบนแท่นนี้” จบคำพื้นกลางเวทีก็ยืดขึ้นมาเล็กน้อยก่อนปรากฏแท่นแก้วที่มีผ้าม่านโปร่งแสงล้อมรอบอยู่

“แล้วแสดงพลังของท่านออกมาเราจะมีคณะกรรมการตรวจวัดค่าพลังของท่านและภายในแท่งแก้วจะแสดงค่าพลังของท่านออกมาเป็นตัวเลขซึ่งมีตั้งแต่ 1 – 100 คะแนน ถ้าหากพลังของท่านได้มาตรฐานที่ทางเรากำหนดผ้าม่านจะเลือนหายไป ให้ท่านเดินไปนั่งยังเก้าอี้ทางด้านข้าง แต่ถ้าผ้าม่านไม่หายไปให้ท่านเดินกลับไปด้านล่างเช่นเดิม โดยเราจะแบ่งพื้นที่ด้านล่างออกเป็นสองส่วนด้วยเชือกเส้นนี้”

เป๊าะ!!!

สิ้นเสียงดีดนิ้วก็ปรากฏเส้นเชือกขนาดใหญ่แบ่งห้องโถงออกเป็นสองส่วนทันที

“ขอให้ทุกท่านมาอยู่ทางด้านซ้ายมือของดิฉันด้วยค่ะ เราจะเริ่มการทดสอบ ณ บัดนี้” สิ้นเสียงบนกำไลข้อมือของเด็กทุกคนก็ปรากฏหมายเลขขึ้นมาทันที

“ลำดับที่ 1 ไครซิส มองดาเกลอ” สิ้นเสียงเรียกร่างของเจ้าของชื่อก็ปรากฏขึ้นบนเวที

“อ๊ะ คนนั้นนี่” อามิเรียอุทานเมื่อเห็นเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีดำและดวงตาสีม่วงที่นั่งข้างเธอบนรถไฟ

“รู้จักเหรอ” สิ้นเสียงกระซิบของแพทริเซีย ไครซิสก็ก้าวขึ้นไปยืนบนแท่นแล้ว ทันใดนั้น ผ้าม่านก็พลิ้วไหวอย่างรวดเร็วก่อนจะปรากฏพายุหมุนสีเขียวที่พัดอย่างรวดเร็วก่อนจะโดนห่อหุ้มด้วยเปลวไฟที่มีสะเก็ดออกมาเป็นหยดน้ำ ก่อนจะถูกภูติสีขาวใสโอบล้อมแล้วทั้งหมดก็กลืนกินผ้าม่านจนม่านหายวับไปกลายเป็นตัวเลขขึ้นมา

‘99’

เมื่อตัวเลขจางหายไปไครซิสก็เดินไปนั่งตรงเก้าอี้ที่จัดไว้ข้างเวทีโดยไม่สนใจเสียงอุทานแผ่วเบาจากกรรมการ โดยมีดวงตาคู่หนึ่งจับจ้องมองเด็กหนุ่มด้วยดวงตาที่ส่องประกายวาววับอย่างไม่ประสงค์ดี อามิเรียมองไครซิสนิ่ง เธอไม่ได้คิดมาก่อนว่าคนๆนี้จะเก่งขนาดนี้เพราะตอนที่นั่งรถไฟมาด้วยกันเขาแทบไม่ได้ทำอะไรที่แสดงออกเลยว่าตัวเองสามารถใช้เวทมนต์ได้นั่นทำให้อามิเรียต้องมองคนๆหนึ่งให้ละเอียดมากกว่าเดิม

“อามิเรียๆ” เสียงเรียกกับแรงเขย่าแขนทำให้อามิเรียหันมาหาเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีฟ้า

“ว่าไงแพท”

“ฉันถามว่าเธอรู้จักหรอ ยังไม่ได้ตอบฉันเลยนะ”

“ก็ไม่เชิง” สิ้นเสียงตอบของอามิเรียดาวิน่ากับมิราก็หันมามองด้วยความสนใจทันที

“ยังไงหรอ” ดาวิน่าเอ่ยถามพลางส่งผลไม้ให้กีสแทะเล่น

“ก็ขึ้นรถไฟมาด้วยกันน่ะ”

เปรี้ยง!!!

สิ้นเสียงตอบของอามิเรียม่านบนเวทีก็ถูกฟาดอย่างแรงด้วยสายฟ้าจากมือของเด็กสาวคนหนึ่ง

“โหย ผู้หญิงคนนี้อย่างโหดเลยแหะ” แพทริเซียพูดพร้อมกับหันไปมองที่เวทีอีกครั้ง

“หมายเลข 11 อามิเรีย แพนทริก” สิ้นเสียงเรียก ร่างของอามิเรียก็ปรากฏบนเวทีเด็กสาวหลับตาลงอย่างตั้งใจทันใดนั้น สร้อยพระจันทร์ที่คอของเธอก็เปล่งแสงสีต่างๆสลับกัน 9 สีอย่างรวดเร็วเมื่อมันเปล่งแสงสีไหนผ้าม่านก็จะสว่างด้วยแสงสีนั้นจนกระทั่งมันหยุดกะพริบแล้วหยุดอยู่ที่สีเทา ผ้าม่านก็พลิ้วไหวแล้วกลายร่างเป็นกลุ่มควันสีเทาที่อ้าปากกรีดร้องเสียงแสบแก้วหูพร้อมวิ่งวนไปรอบร่างของอามิเรีย พวกมันวิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆพร้อมกลืนกินผ้าม่านเข้าไปด้วยจนผ้าม่านจางหายไปในที่สุด พร้อมๆกับที่อามิเรียลืมตาขึ้น พวกมันก็จางหายไปดุจไม่เคยมีตัวตน

‘99’

เด็กสาวย่อตัวทำความเคารพก่อนเดินมานั่งที่เก้าอี้ด้านข้าง

“เมื่อกี้เธอทำอะไรน่ะ” เสียงทักจากคนที่นั่งเก้าอี้ด้านหน้าทำให้อามิเรียหันไปมองก่อนพบกับเด็กสาวเจ้าของสายฟ้าคนนั้น

“เปล่านี่ไม่ได้ทำอะไร ก็ทำเหมือนที่พวกเธอทำ ตั้งจิต” อามิเรียตอบกลับก่อนหันไปมองคนเข้าสอบ

“หมายเลข 25 มิรา คาร์ดิเนต” มิราปรากฏตัวบนเวทีก่อนเดินอย่างสง่างามขึ้นไปบนแท่นเด็กสาวหลับตารวบรวมสมาธิ เมื่อเปลือกตาเปิดออกแล้วเผยให้เห็นดวงตาสีม่วงผ้าม่านรอบตัวเธอก็ถูกฉีกกระฉากออกด้วยมือที่มองไม่เห็นก่อนถูกสายลมบางเบาพัดพาเศษม่านเหล่านั้นหมุนวนรอบตัวเธออย่างอ่อนโยนก่อนไฟดวงน้อยจะลุกพึ่บขึ้นแทนที่เศษม่าน ก่อนดวงไฟเหล่านั้นจะดำมืดแล้วสลายหายไป

‘99’

ตัวเลขแสดงคะแนนของเด็กสาวก่อนมิราจะย่อกายทำความเคารพแล้วเดินมานั่งที่เก้าอี้ก่อนส่งยิ้มให้อามิเรียที่นั่งอยู่ไม่ห่างกันมากนัก

“หมายเลข 65 ดาวิน่า เวสซี่” ดาวิน่าก้าวขึ้นมายืนบนแท่นแก้วก่อนส่งยิ้มให้กับคนด้านล่างก่อนสะบัดมือออกเพียงแผ่วเบา ไวโอลินก็ปรากฏในมือของเธอ เด็กสาวจัดวางมันในตำแหน่งที่ถูกต้องก่อนเริ่มบรรเลงเพลงของเธอ เมื่อเธอเริ่มบรรเลงก็ปรากฏตัวโน้ตลอยออกมาวนเวียนอยู่รอบตัวเธอก่อนจะขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ และดันผ้าม่านออกไปจนมันฉีกขาด ตัวโน้ตที่ออกไปนอกรัศมีแท่นแก้วแล้วจะกลายเป็นหยดน้ำหยดเล็กๆที่ร่วงหล่นลงบนพื้นเวทีจนน้ำเจิ่งนองไปทั่ว ทันใดนั้นดาวิน่าก็หยุดบรรเลงแล้วยกคันชักขึ้นหยดน้ำทั้งหมดก็ลุกท่วมแล้วเผาไหม้ผ้าม่านที่ยังหลงเหลือจนหายไป

‘99’

ดาวิน่ามองม่านที่หายไปจนไร้ร่องรอยแล้วย่อกายให้คนดูก่อนเดินไปยังเก้าอี้ด้านข้าง

“หมายเลข 109 แพทริเซีย เดอราเร่” ร่างของแพทริเซียปรากฏขึ้นในท่าที่เจ้าตัวกำลังกระโดดโลดเต้น เด็กสาวรีบวิ่งขึ้นไปบนแท่นทันทีด้วยความเขิน เมื่อเท้าของเธอเหยียบลงบนแท่นก็ปรากฏสายฟ้าไหลปราดลงมาจากด้านบนของผ้าม่านตามด้วยหยดน้ำที่ไหลรินลงมาราวกับน้ำตก แพทริเซียมองมันแล้วกวาดมือไปด้านข้าง ทันใดนั้นผ้าม่านก็ทึบแสงแล้วค่อยๆสว่างขึ้นเรื่อยๆเมื่อดอกไม้ที่พื้นเริ่มเบ่งบานและส่องแสงออกมาก่อนมันจะขยายขนาดใหญ่ขึ้นจนกลืนกินผ้าม่านจางหายไป แพทริเซียค่อยๆแหวกต้นไม้ที่บดบังเธอแล้วส่งยิ้มมาให้คนดูก่อนดอกไม้ขนาดใหญ่นั้นจะแตกกระจายเป็นคริสตัลนับร้อยนับพันชิ้นพร้อมตัวเลขคะแนนที่ปรากฏขึ้นมา

‘99’

แพทริเซียหันกลับไปดูคะแนนก่อนฉีกยิ้มกว้างแล้วหันกลับมาย่อกายเคารพคนดูก่อนเดินไปนั่งที่เก้าอี้เด็กคนอื่นๆค่อยๆทยอยสอบไปเรื่อยๆจนหมด อามิเรียพบว่าหมายเลขสุดท้ายที่ขึ้นมาทดสอบพลังคือหมายเลข 1,500 แต่เขาก็ไม่สามารถทำให้ผ้าม่านจางหายไปได้ เมื่อคนสอบคนสุดท้ายเดินลงจากเวทีก็ปรากฏประตูทางออกขึ้น เด็กที่สอบไม่ผ่านค่อยๆทยอยเดินออกไปจนหมด กีเตอร่าเดินมาตรงหน้าเด็กทั้งหมดที่สอบผ่านแล้วส่งยิ้มให้เหมือนทุกครั้งที่เด็กๆพบเห็นเธอ แล้วกีเตอร่าก็เอ่ยคำที่เด็กทั้ง 120 คนอยากได้ยินว่า

“สวัสดีทุกท่าน และขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่โรงเรียนกีตาร่าอย่างเป็นทางการค่ะ”

 

“วู้ สอบเสร็จสักที อย่างนี้เราไปฉลองกันไหม” เสียงของแพทริเซียดังนำเจ้าของก่อนเจ้าตัวจะเดินมาคล้องแขนดาวิน่าและอามิเรียไม่ข้างละคน

“ฉลองอะไร?” ดาวิน่าถามยิ้มๆ ก่อนกลายเป็นหัวเราะขำเมื่อแพทริเซียค้อนใส่ ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันแพทริเซียและอามิเรียพบว่าดาวิน่าไม่ใช่คนเงียบเสียทีเดียว เด็กสาวเป็นคนอารมณ์ดีและพูดเยอะพอสมควร แต่นั่นหมายถึงกับคนที่สนิทเท่านั้น และเพราะอยู่ด้วยกันมาสักพักดาวิน่าจึงปลดภาพเงียบๆออกแล้วพูดคุยกับพวกเธออย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น

“ก็ที่พวกเราสอบผ่านไง โห่ เธออย่าขัดฉันสิ มิรายังเห็นด้วยกับฉันเลย ใช่มั้ยมิรา” แพทริเซียหันไปถามคนที่เดินอยู่ข้างอามิเรียเงียบๆจนแทบไร้ตัวตน

“อ้อ อืม” มิราหันมาตอบก่อนหันกลับไปมองทางเช่นเดิม เห็นอย่างนั้นแพทริเซียเลยทำหน้ายู่แล้วปล่อยมืออกจากแขนของคนที่เธอเกาะอยู่แล้วเดินมากอดแขนมิราแทน ซึ่งเจ้าของแขนก็ไม่ได้ว่าอะไรเพียงแต่เหลือบมองเล็กน้อย

“มิราอะ เย็นชาจังเลย แงงงงง” เมื่อเรียกร้องความสนใจไม่ได้แพทริเซียจึงปล่อยมือจากแขนจากมิราแล้วส่งเสียงโวยวายแทนทำให้ดาวิน่ากับอามิเรียหัวเราะออกมาเสียงดังในขณะที่มิราเพียงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยแล้วเอามือมาดึงแก้มของแพทริเซียยืดออก

“หยุดร้องเถอะน่า” มิราปล่อยมือก่อนเดินนำออกไป ทิ้งให้เพื่อนใหม่ทั้งสามยืนอึ้งอยู่กับที่ ก่อนที่แพทริเซียจะรู้สึกตัวเป็นคนแรกแล้ววิ่งตามไปกระโดดเกาะไหล่ นี่คือจุดเริ่มต้นของมิตรภาพ และจุดเริ่มต้นของเรื่องราวของพวกเธอในโรงเรียนแห่งนี้...กีตาร่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

32 ความคิดเห็น

  1. #31 ChaowEva (@027046509) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:29
    คล้ายๆเซวีน่า น่าสนใจดีค่ะ
    #31
    0