ตอนที่ 14 : ฟีบีช่า เทศกาลสิ้นศักราช : จบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 มี.ค. 60

กลับมาแล้วค่ะ ขอโทษกับการหายไป พอดีมาถึงช่วงสอบเลยหายไปกับกองหนังสือ อ่านให้สนุกนะคะ และขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นค่ะ ^_^

.........................................................................................................................................................................................................................................



ปุ้ง
!!!

เสียงพลุที่ดังกึกก้องติดต่อกันเป็นสัญลักษณ์ของการจบงานเทศกาลประจำปี วันนี้เป็นวันที่คนทั่วทั้งอาณาจักรจะออกมาอยู่ในที่โล่งเพื่อร่วมงานเฉลิมฉลองที่พวกเขาถือว่าเป็นงานเลี้ยงของคนทั้งอาณาจักร ในวันนี้อาหาร ของใช้ การคมนาคมจะเปิดฟรีหนึ่งวันตั้งแต่เวลาที่พระจันทร์ตกจนกระทั่งพระจันทร์ทอแสงกลางฟากฟ้าอีกครั้ง

“เฮ้อ สบายจังเลย” เสียงของคนพูดพร้อมอาการกลิ้งไปกลิ้งมาอย่างสบายอารมณ์ทำให้คนที่เพิ่งเดินออกจากห้องน้ำหัวเราะเบาๆ

“สบายเพราะวันนี้จะได้กินฟรีหรอแพท”

“แหงสิอามิเรีย เนี่ยฉันว่าจะชวนพวกเธอไปเดินเล่นให้ทั่วกว่าเมื่อวาน เมื่อวานนะได้ไปแค่สองที่เอง”

“แต่วันนี้ฉันไม่ว่างน่ะสิ” ดาวิน่าที่นั่งไล่โน้ตของไวโอลินอยู่ที่มุมของตัวเองพูดขึ้น ทำให้คนวางแผนเที่ยวเริ่มทำท่าทางงอแง

“ไปเถอะนะดาวิน่า เผื่อไปตลาดดนตรีไง ไปนะไปนะ” เสียงอ้อนพร้อมคำชักจูงทำให้คนที่กำลังจะเล่นเพลงชะงัก

“วันนี้ฉันตั้งใจจะเล่นดนตรีน่ะ ไม่ได้เล่นมานานมากแล้วตั้งแต่เข้าเรียนที่นี่เลยมั้ง”

“ก็ไปเล่นที่ถนนดนตรีก่อนเข้าตลาดดนตรีสิ ตรงนั้นคนเล่นดนตรีเยอะแยะเลยนะ” คนที่ก้มหน้าอ่านหนังสือแนะนำ

“อืม ฉันเองก็ไม่ค่อยมั่นใจในฝีมือตัวเองด้วยสิ ถ้าไปเล่นแล้วขายหน้าจะทำไง”

“ไม่เห็นเป็นไรเลย ถ้ามีคนติเราก็เอามาปรับปรุง ถ้ามีคนชมเราจะได้มั่นใจในตัวเองไงดาวิน่า” คนอยากเที่ยวให้เหตุผล

“งั้นแพทไปกับดาวิน่าสองคนนะ เดี๋ยวฉันกับมิราจะไปห้องสมุดน่ะ พอดีว่าจะไปหาอะไรอ่านนิดหน่อย”

“โห่ อามิเรีย นี่มันวันหยุดนะ ไปเที่ยวกันเถอะนะๆๆๆๆ”

 

สุดท้ายการตื้อที่ครองโลกก็ชนะ เมื่อแพทริเซียสามารถลากเพื่อนทั้งสามคนของเธอมาเดินเล่นข้างนอกจนได้ บนถนนดนตรีนักแสดงทั้งมีชื่อและไร้ชื่อต่างจับจองพื้นที่ของตัวเอง

“โห คนเยอะมากเลยนะเนี่ย ดาวิน่าเธอเคยมาถนนนี้ไหม” คนอยากเที่ยวถามพลางสอดส่ายสายตามองหาพื้นที่ว่าง

“อือ ก็เคยนะ ตอนนั้นตามคนรู้จักในบ้านมาน่ะ”

“บ้าน จริงสิ จะว่าไปเธอมาจากโซนใต้ใช่ไหม ได้ยินมาว่าคนโซนนั้นรวยๆทั้งนั้นเลยไม่ใช่หรอ”

“ก็ไม่นะแพท อย่างฉันนี่ไง ฉันมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าน่ะ จำความได้ก็อยู่ที่นั่นแล้วด้วยซ้ำไป”

“ขอโทษนะ” เสียงสำนึกผิดพร้อมใบหน้าที่ดูเสียใจทำให้ดาวิน่ายิ้มก่อนส่ายหน้า

“ไม่เป็นไร ฉันไม่ถือหรอก พวกเรา...หมายถึงคนในบ้านน่ะไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้หรอก เราแค่ได้ทำสิ่งที่อยากทำ มีข้าวกินอิ่มครบสามมื้อ มีที่นอน มีคนรักเราก็พอใจแล้ว”

“แล้วใครเลี้ยงเธอมาหรอ”

“ก็แม่...เอ่อคนดูแลที่นั่นน่ะ พวกเราเลี้ยงท่านว่าแม่นะมิรา ท่านเป็นคนที่มีฐานะดีมากเลย ท่านเลี้ยงพวกเราพี่น้องไว้ตั้งแต่โดนทิ้งจนกว่าจะอายุครบเวลาเข้าเรียนน่ะ”

“แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ติดต่อกันเลยหรอจ๊ะ อ๊ะ ทางนั้นว่างนี่ ไปกันเถอะดาวิน่า” อามิเรียที่ฟังเพื่อนไปด้วยมองหาที่ว่างไปด้วยชี้ให้เพื่อนเห็นที่ว่างที่เธอเห็นก่อนทั้งหมดจะมุ่งหน้าไปทางนั้น

“ก็ติดต่อนะอามิเรีย แบบว่าเรียนจบถ้าพอมีฐานะก็ส่งเงินไปช่วยเหลือน้องๆในบ้านต่อน่ะ”

“อ๋อ ก็ดีนะ แต่โซนเหนือของฉันไม่มีอะไรแบบนี้หรอก โซนของเรา ถ้ากำพร้าพวกเขาจะได้สิทธิ์มีบ้านหนึ่งหลังเงินจำนวนหนึ่งแล้วก็งานตามร้านค้าหนึ่งงานน่ะ แต่หลังจากนั้น ถ้าพอใจไม่พอใจก็ว่ากันอีกที”

“แล้วถ้าเป็นเด็กที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ล่ะอามิเรีย เดี๋ยวฉันช่วยดาวิน่า” มิราถามอย่างสนใจก่อนรับไวโอลินในมือเพื่อนมาถือไว้

“เจ้าของร้านจะเป็นคนเลี้ยงจ่ะ ส่วนมากคนพวกนี้เขาเป็นคนที่อยากมีลูก หรือลูกย้ายออกจากบ้านไปแล้วน่ะ”

“โห ดูสมบุกสมบันจังเนอะ” แพทริเซียอุทานก่อนรับของในมือดาวิน่ามาจัดวาง

“นั่นสิ อ๊ะ พร้อมไหมดาวิน่า” มิราส่งไวโอลินให้เพื่อนเมื่อเพื่อนดูพร้อมแล้ว

“อื้อ” จบคำ เสียงเพลงอ่อนหวานก็ดังออกมาจากสาวน้อยผมทอง

 

เสียงหวานที่ล่องลอยมาตามสายลมจนถึงหูของใครบางคนที่เคยฟังบทเพลงนี้เมื่อนานมาแล้วทำให้คนที่บังเอิญได้ยินนั้นสายตาอ่อนโยนลงพร้อมการกลับสู่โลกแห่งความจริง

“ไม่ได้ยินเสียงนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ” เสียงรำพึงรำพันจากคนโลกส่วนตัวสูงทำให้ออร์ดินหันไปมอง

“เสียงอะไรหรอเอส”

“ก็แค่บทเพลงน่ะครับ อย่าสนใจเลย เฮ้ย เท็น เรามาทำงานนะครับ” คนตอบยักไหล่เล็กน้อยก่อนหันไปสะกิดคนที่นั่งข้าง

“วันหยุด” เสียงตอบสั้นๆของคนที่หลับไปอีกครั้งทำให้คนที่เรียกเดาะลิ้นขัดใจเบาๆ

“ชิ หน้าอย่างพวกเรามีวันหยุดที่ไหนกัน”

“บ่นอะไรมากมายคะคุณเอส เรื่องที่ให้นายไปดำเนินการถึงไหนแล้วห๊ะ เมื่อเด็กพวกนั้นขึ้นชั้นปีที่สองพวกเราจะได้ดึงตัวเข้ามาทำภารกิจ ถ้านายยังเป็นแบบนี้เมื่อไหร่ข้อมูลจะเสร็จ” เสียงของหญิงสาวคนเดียวในสถานที่ดังขึ้นพร้อมกับเจ้าตัวที่ปรากฏกายขึ้นราวกับภูติพราย

“ไม่เห็นบ่นเท็นบ้างเลย ว่าไหมครับอชิ” คนถูกพาดพิงเหล่ตามองคนถามเล็กน้อย

“...”

“ทำไมไม่ตอบผมละวะครับ” การถามซ้ำทำให้อชิพยักหน้ารับเบาๆก่อนก้มลงทำงานของตนต่อ

“ไม่มีใครเขาหาเรื่องชาวบ้านไปทั่วแบบนายนะเอส ก้มหน้าลง แล้วทำงานซะ” จบคำสั่งนั้นเอสก็ก้มหน้าลงทำงาน พร้อมกับเสียงเพลงแสนหวานจางหายไป

 

“เพราะมากเลยอะดาวิน่า ทำไมไม่เคยเล่นให้เราฟังบ้าง” มิราถามเพื่อนที่เพิ่งทำความเคารพคนดูที่ปรบมือให้อย่างชอบใจ ในขณะที่แพทริเซียก้มลงไปเก็บห่อเงินที่มีคนวางเป็นรางวัลให้เพื่อนเธอ

“นั่นสิ นี่ถ้าเธอมาเล่นนะ ไม่ต้องเรียนเธอก็มีอาชีพ”

“นั่นสิ มาแพท ฉันช่วย”

“แต่คนเราควรมีอะไรที่มั่นคงกว่าการเล่นดนตรีนะ แพท อามิเรีย” คนปรามปรามอย่างคนที่คิดเรื่องแบบนี้มาหลายรอบ

“จ้า” และคนตอบก็ตอบอย่างคนไม่ค่อยคิดอะไรเช่นกัน

 

แดดยามเย็นสาดส่องไปทั่วอาณาจักร ผู้คนเริ่มออกจากที่พักมาอยู่ตามที่โล่ง บนถนน ลานกว้าง ใต้ต้นไม้ เสียงเด็กดังจอกแจกจอแจ ผสมกับเสียงพูดคุยของผู้ใหญ่ที่ดังผสมกันทำให้ยามเย็นของวันนี้ดูคึกคักมากกว่าทุกๆวัน

“อยากให้ที่นี่คึกคักแบบนี้นานๆจังเนอะ” คนชอบคนเยอะๆพูดพร้อมกับขยับตัวหลบคนที่เดินสวนมา

“เห็นว่าวันนี้พวกรุ่นพี่ปีสองจะทำการแสดงปิดงานเทศกาลด้วยล่ะ”

“จริงหรอมิรา เรารีบไปดูกันไหมอยากเห็นชัดๆจัง” อามิเรียที่เดินปิดท้ายพูดอย่างตื่นเต้น

“ไปสิ แต่ป่านนี้คนคงเต็มหมดแล้วมั้ง”

“ฉันมีที่ที่เห็นชัดๆนะ รับรองว่าคนไม่เยอะด้วย” ดาวิน่าพูดพลางขยับไวโอลินให้กระชับกับตัวมากขึ้น

“ที่ไหนหรอ” เสียงที่ประสานกันถามไม่ได้ทำให้ได้คำตอบ เจ้าของสถานที่ดูเวทีชัดๆส่งยิ้มออกมาบางๆก่อนเดินนำเพื่อนไปยังสถานที่ที่ตนบอก

 

ต้นไม้บริเวณน้ำพุหน้าโรงเรียนยังคงร่มรื่น หากแต่ความร่มรื่นน้ไม่ได้เงียบสงบอย่างที่เป็นมาทุกวันเมื่อผู้คนมากมายต่างพอกันยืนออเต็มลานกว้างเพื่อชมการแสดงปิดเทศกาลของปีนี้ และหากมีใครสักคนเงยหน้าขึ้นไปมองบนต้นไม้ก็จะพบร่างของเด็กสาวสี่คนที่กำลังนั่งห้อยขาอยู่บนกิ่งไม้คนละกิ่งอย่างสบายใจ

“หูวว เห็นชัดจริงๆด้วยแหะ” แพทริเซียที่ยกมือขึ้นป้องตามองตรงไปยังเวทีพูดพร้อมกับแกว่งขาไปมาอย่างชอบใจ

“เห็นไหมล่ะ บอกแล้ว ปกติฉันชอบมานั่งอ่านหนังสือบนนี้น่ะ เลยรู้ว่ามันมองเห็นเวทีชัดมากๆเลย”คนพามาที่เห็นชัดย้ำแล้วยิ้มอย่างอารมณ์ดี

“อันที่จริงถ้าไม่มีคนมาอยู่เยอะขนาดนี้การขึ้นที่สูงแบบนี้ก็คงเสียวแปลกๆเนอะ” อามิเรียที่ก้มลงมองผู้คนเบื้องล่างเปรยเบาๆก่อนเงยหน้ากวาดตามองไปรอบๆ...เสียงที่เธอได้ยินตอนนั้นราวกับว่ามันโดนเสียงแห่งความวุ่นวายรอบด้านกลบจนกลืนหายไป แต่ลึกๆ ราวกับเธอยังได้ยินเสียงเหล่านั้นอยู่

“อามิเรีย เหม่ออะไรน่ะ ดูบนเวทีกันเถอะ” เสียงเรียกของแพทริเซียดึงอามิเรียกลับมาสู่สถานการณ์ปัจจุบัน สายลมที่พัดแผ่วเข้ามาทำให้เหล่าเด็กสาวบนต้นไม้รู้สึกเย็นสบายไม่น้อย พร้อมกับที่ม่านการแสดงของเวทีเปิดออก หน้าจอฉายภาพของทั่วทั้งโซนกลางก็ปรากฏภาพบนเวทีขึ้นอย่างพร้อมเพรียง

บนเวทีประดับประดาไปด้วยดอกไม้มากมายราวกับอยู่ท่ามกลางสวนสวย สิ่งเดียวที่แตกแยกออกมาคืออัญมณีสีแดงสดใสที่เปล่งประกายท้าแสงสุดท้ายของวันอยู่บนเวที

“ขอต้อนรับทุกท่าน เข้าสู่การแสดงสุดท้ายของปี ณ บัดนี้ค่ะ” เสียงประกาศก้องพร้อมกับประกายแสงที่สะท้อนเข้าตาอามิเรียทำให้เด็กสาวเสียหลักในการทรงตัว ลมที่หนุนจากด้านหลังทำให้เธอพลัดตกลงจากต้นไม้ พร้อมกับเสียงดนตรีที่ดังกึกก้อง

32 ความคิดเห็น