ตอนที่ 13 : ฟีบีช่า เทศกาลสิ้นศักราช : กลาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ก.พ. 60

สวัสดีวันพฤหัสบดีกับวันสบายๆในเรื่องกันค่ะ

..............................................................................................................................



          งานบนเวทียังคงเป็นไปตามลำดับที่มันควรจะเป็นเมื่อตอนที่แพทริเซียเดินเข้ามาจึงเห็นดาวิน่าที่กำลังบอกนักแสดงในลำดับถัดไปเกี่ยวกับองค์ประกอบ รูปแบบรวมถึงระยะเวลาในการแสดง เมื่อเพื่อนของเธอเดินแยกกับนักแสดงแล้ว แพทริเซียจึงเดินตรงไปหา

“ไปได้สวยเลยนี่นา”

“แน่นอนสิ งานนี้รุ่นพี่ของเราเขากะแสดงเต็มที่เลยนี่นา รอเดี๋ยวนะแพท เดี๋ยวก็หมดเวรฉันแล้วล่ะ” คนที่ก้มหน้ากลับไปมองตารางงานเอ่ยแล้วขอตัวไปคุยกับนักแสดงอีกคนต่อ

“อ้าว แพท มาถึงนานแล้วหรอ” เพราะดาวิน่าจะเสร็จงานของเธอเป็นคนสุดท้าย แพทริเซีย อามิเรียและมิราจึงนัดกันมาเจอที่นี่ ส่วนหนึ่งก็เพื่อรอเพื่อน อีกส่วนก็เพราะมันสะดวกต่อการรวมตัวเพื่อไปเดินในงานที่คนเยอะๆเช่นนี้

“ไม่นะ เพิ่งมาเมื่อกี้ แล้วอามิเรียล่ะ เธอดึงไปช่วยงานไม่ใช่หรอ”

“เอ๊ะ งานตรงนั้นก็เสร็จนานแล้วนะ ยังไม่มาอีกหรอ” คนที่เพิ่งก้มหน้าหาหนังสือเงยหน้าขึ้นถามอย่างแปลกใจ

“ยัง...อ๊ะ มานู่นแล้ว อามิเรีย ทางนี้จ้า” เมื่อเห็นเป้าหมายมือทั้งสองข้างของแพทริเซียก็ยกขึ้นโบกเพื่อเรียกเพื่อนของเธอให้เข้ามาหา

“โทษทีที่มาช้า พอดีได้ยินอะไรแปลกๆนิดหน่อยเลยไปสืบมาน่ะ”

“อะไรแปลกๆ? อะไรหรอ” แพทริเซียถามแทนคนที่เงยหน้าจากหนังสือเล็กน้อยข้างๆเธอ

“อะไรแปลกๆบางอย่างอย่างนิทานก่อนนอน” อามิเรียตอบคำถามด้วยดวงตาเปล่งประกาย และคำตอบของเธอก็ดึงมิราออกจากหนังสือในมือได้ทันที

“จริงหรออามิเรีย ที่ไหนล่ะ”

          “ที่ไหนอะไรหรอ มิรา” คนเพิ่งเสร็จงานถามเมื่อเดินเข้ามาทันประโยคสุดท้ายของเพื่อนพอดี

          “คุณแกะน่ะดาวิน่า” แพทริเซียตอบคำถามก่อนหันมามองคนอมยิ้มไม่ยอมตอบคำถาม

          “คุณแกะ!! เจอแล้วหรอ ที่ไหนน่ะ ใครเจอ เธอหรอแพท หรือมิรา เอ๊ะ หรืออามิเรีย”

          “ฉันเองแหละดาวิน่า ฉันว่าเราค่อยคุยเรื่องนี้กันเมื่อกลับจากงานเทศกาลดีกว่า นี่มันช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองนะ จะมานั่งตามหาอะไรได้ยังไง” เสียงตอบที่ขัดกับสัญญาณบางอย่างที่ส่งผ่านดวงตาทำให้เด็กสาวอีกสามคนพยักหน้าช้าๆ

“อืม นั่นสิเนอะ ช่วงเทศกาลแบบนี้คนคงเยอะน่าดูเลยแหละ เราจะไปที่ไหนก่อนดีล่ะ” แพทริเซียถามพร้อมท่าทางครุ่นคิด ในขณะที่มิรากางหนังสือในมือเธอออก

“ฉันอยากไปดูพิพิธภัณฑ์ฟีบีชน่ะ เห็นว่าจะเปิดเฉพาะช่วงฟีบีช่า” รูปปราสาทแก้วสีใสที่ตัดกับประกายสีเขียวโดยรอบส่งผลให้มันดูสวยงามเกินกว่าพิพิธภัณฑ์ใดๆก็ตามที่อามิเรียเคยเห็นมา

“โห สวยมากเลยนะเนี่ย”

“แน่นอนสิ ฉันอยากไปมานานแล้ว ไปกันนะ” เสียงถามพร้อมดวงตาอ้อนโดยไม่รู้ตัว ทำให้เด็กสาวที่เหลือต้องตามใจมิรา

“ก็ได้ เสร็จแล้วพาฉันไปตลาดต้นไม้ด้วยนะ อยากลองปลูกต้นไม้แปลกๆที่มีขายแค่ที่โซนกลางน่ะ” อามิเรียรับคำก่อนวางแผนสถานที่ต่อไป และเมื่อไม่มีใครคัดค้านวันนี้พวกเธอจึงตกลงใจไปพิพิธภัณฑ์ฟีบีชกับตลาดต้นไม้

 

          ผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามายังคงมากขึ้นเรื่อยๆ เสียงประกาศจากสถานีรถไฟดังเป็นระยะๆ ทำให้เด็กหนุ่มที่มานั่งรอเพื่อนของเขาต้องพยายามทำตัวให้กลมกลืนกับรอบข้างมากขึ้น เขาไม่ชอบให้ใครสังเกตเห็นมากนัก

          “ไครซิส รอนานไหม” เสียงทักอันร่าเริงเป็นเอกลักษณ์ทำให้ไครซิสถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนส่ายหน้าแทนคำตอบ

          “มาทำอะไรที่สถานีล่ะ เจฟ”

“อ๋อ มาจองตั๋วกลับบ้านล่วงหน้านะ กะว่าสอบเสร็จจะกลับเลย”

“สอบเสร็จ? เราสอบช่วงมีนาไม่ใช่หรอ”

“ก็ใช่ แต่ช่วงนี้ตั๋วมันลดราคาน่ะ” ว่าแล้วคนวางแผนกลับบ้านล่วงหน้าก็ผิวปากอย่างอารมณ์ดี

“เนี่ย โร๊กก็ฝากซื้อด้วยนะ นายจะซื้อเลยไหมเดี๋ยวฉันไปซื้อให้ก็ได้” คนได้ตั๋วราคาถูกยังคงเสนอตัวต่อไปแต่ได้รับคำตอบคือการส่ายหน้า

“ไม่ล่ะ ฉันว่าปิดเทอมจะลองไปเที่ยวโซนอื่นดูบ้าง เราไปหาพวกนั้นเถอะป่านนี้คงเสร็จงานกันแล้วมั้ง”

“อือ เมอร์ลินนัดไว้ที่ไหนนะ”

          “น่าจะตลาดหนังสือนะ”

          “ฉันไม่น่าให้เจ้านั่นเลือกที่นัดเลยจริงๆให้ตายเถอะ ถ้าจะไปตลาดหนังสือ เราก็ต้องผ่านเส้นนี้ไป...” เสียงเจื้อยแจ้วของคนไม่เคยเงียบค่อยๆเงียบหายไปกับกลุ่มฝูงคนที่ยังคงคับคั่ง

         

“ขนาดตลาดหนังสือคนก็ยังแน่นเนอะ” เจฟเอ่ยกับผู้ร่วมทางที่กำลังเดินตามเขามาติดๆ

“ศูนย์รวมหนังสือทั้งอาณาจักรกับคนรักหนังสือทั้งอาณาจักร นายว่ามันไม่ได้เข้ากันดีหรือไง” เสียงถามของคนพูดน้อยกว่า ทำให้คนพูดมากเป็นปกติหัวเราะขำๆ ก่อนชี้ไปยังร้านปลายทางที่เป็นสถานที่นัดขงพวกเขา

“เมอร์รีล่าไลบราลี่ ร้านโปรดเจ้าเมอร์ลินมัน เข้าไปกันเถอะ”

เมอร์รีล่าไลบราลี่ เป็นร้านหนังสือที่คล้ายร้านเบเกอรี่มากกว่าจะขายหนังสือ ตัวร้านจัดด้วยกระจกใสติดไฟสีอ่อนหวาน เสียงน้ำตกจำลองที่ไหลเอื่อยๆกระทบกับกระบอกแก้วส่งเสียงหวานๆออกมาเป็นระยะๆ กระดิ่งหน้าร้านที่ดังคลอตามสายลมรวมไปถึงต้นไม้ขนาดเล็กน่ารัก ประกอบกับกลิ่นหนังสือหอมๆช่วยให้คนที่เข้ามาผ่อนคลายได้มากทีเดียว

กริ๊ง

“ยินดีต้อนรับสู่เมอร์รีล่าค่ะ”

เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นพร้อมกับเสียงหวานของเจ้าของร้าน ลิบรา เมอร์รีล่า สาวสวยหาตัวจับยากที่กำลังส่งยิ้มมาให้ ทำให้ไครซิสกับเจฟส่งยิ้มตอบก่อนคนช่างพูดจะเอ่ยถาม

“ไม่ทราบว่า เมอร์ลิน ดราฟ อยู่ตรงไหนครับคุณเมอร์รีล่า”

“อ๋อ เมอร์ลินน่ะหรอ เห็นว่าอยู่ตรงชั้นสองตรงหนังสืออาณาจักรนะ ตามมาสิเดี๋ยวพี่พาไป” คนเรียกแทนตัวเองเมื่อพี่เมื่อเห็นว่าลูกค้าที่มาใหม่รู้จักกับลูกค้าประจำของเธอ

“เมอร์ลิน มีคนมาหาจ๊ะ”

“อ๋อ นั่นเพื่อนผมเองครับ ขอบคุณนะครับคุณลิบรา”

“ไม่เป็นไรจ๊ะ เดี๋ยวพี่ไปเฝ้าร้านก่อนนะ” เจ้าของร้านขอตัวไปด้วยรอยยิ้ม ในขณะที่คนเดินตามค้อมศีรษะน้อยๆเป็นเชิงขอบคุณก่อนที่ไครซิสจะกวาดตามองดูร้านชั้นสอง ในส่วนของชั้นที่สองเหมือนจัดในบรรยากาศแบบเดียวกับชั้นแรก แต่เงียบสงบและมีสัดส่วนที่ดีกว่า

“นั่งก่อนสิ โร๊กกับเรย์ฟรีซมาถึงสักพักแล้วล่ะ เห็นว่าไปสั่งของกินที่คอฟฟี่บาร์ชั้นสาม เดี๋ยวก็คง นั่นไง มาแล้วล่ะ”

“สวัสดีเพื่อนๆ” โร๊กทักทายพร้อมกับโปรยกระดาษสีสวยลงมาจากมือที่ว่างเปล่า

“พื้นมันจะสกปรกนะครับคุณโร๊ก” เสียงคนข้างตัวทำให้โร๊กชะงักแล้วหันไปแยกเขี้ยวใส่ ก่อนจะสะบัดมือเบาๆเพื่อทำให้พื้นที่ว่ากลับมาสะอาดเหมือนเดิม คนตัวเล็กที่ดูโตในบางเวลาถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน

“อะไร เรย์ฟรีซ ถอนหายใจงี้นายอยากมีเรื่องกับฉันหรอ ห๊ะ” เมื่อโร๊กหันไปหาเรื่องเจฟก็เดินมาลากแขนเพื่อนทั้งสองไปนั่งบนโต๊ะหินอ่อนที่ไครซิสกับกับเมอร์ลินนั่งรออยู่แล้ว

“ทะเลาะกันแม้แต่วันเทศกาลเลยนะพวกนายน่ะ มานี่นั่งคิดดีกว่าว่าเราจะไปที่ไหนกันดี” คนอยากเที่ยวถามพลางมองหน้าเพื่อนพลาง ก่อนพวกเขาจะตกลงกันว่าจะเดินไปเรื่อยๆ ชอบที่ไหนค่อยแวะ (แล้วจะตกลงกันทำไมตั้งนานล่ะครับ : เรย์ฟรีซบ่นเบาๆก่อนจะโดนโร๊กลากคอเดินออกไป)

 

“โห ของจริงสวยกว่าในรูปตั้งเยอะเนอะ” ภาพตรงหน้าสวยกว่าคำว่าสวย มันรวมเอาหลายๆสิ่งที่ดูดีมาอยู่รวมกันจนไม่สามารถบรรยายได้ ปราสาทแก้วสีใสเปล่งแสงเรืองรองท้าทายดวงอาทิตย์ บางเหลี่ยมมุมของมันสะท้อนประกายจากแสงแดดส่องเป็นแสงวิบวับระยิบระยับ สวนด้านหน้าเป็นสวนดอกแก้วที่มีใบใสสีชมพูจาง เหล่าผีเสื้อบินตัดกับความงดงามนั้นจนก่อประกายหลากสี ยังไม่นับรวมถึงผืนป่าที่รายล้อมจนก่อเป็นโดมที่ครอบคลุมปราสาทหลังนี้อีกชั้นหนึ่ง ผู้คนเดินสวนกันเข้าออกและมองกิริยาปากอ้าตาค้างของเด็กสาวทั้งสี่อย่างเข้าใจ

“เข้าไปข้างในกันไหม ฉันอยากเห็น” แพทริเซียเอ่ยชวนแล้วทั้งสี่ก็เดินตัดผ่านทางเดินที่ปูหินอ่อนเป็นระยะเพื่อเข้าสู่ฟีบีชอย่างตื่นเต้น

ภาพภายในสวยกว่าที่ใครจะจินตนาการได้ บันไดเวียนเหมือนในนิทานตั้งตระหง่านตรงข้ามกับทางเข้า มีทางแยกไปยังห้องต่างๆอีกมากมายนับไม่ถ้วน เด็กสาวเลือกเดินดูสิ่งต่างๆอย่างตื่นตาตื่นใจ

“อ้าว ทำไมห้องนี้ล็อคล่ะ” เมื่อพวกเธอเดินมาถึงห้องบนยอดหอคอยของปราสาทก็พบว่าประตูของห้องสุดท้ายนี้กลับล็อคไว้

“สงสัยส่วนห้ามเข้ามั้งแพท แบบพวกห้องเก็บสมบัติหรือห้องส่วนตัวของเจ้าของปราสาทอะไรแบบนี้” มิราตอบ ในขณะที่อามิเรียยื่นมือไปสัมผัสกับประตูทางเข้าอย่างชื่นชอบความสวยงาม

“งั้นเรากลับกันไหม เดี๋ยวจะไปตลาดต้นไม้ของอามิเรียไม่ทันนะ ตอนนี้ก็ค่อนข้างเย็นแล้วด้วย” เสียงชวนของดาวิน่าทำให้อามิเรียละสายตาจากรูปสลักนูนต่ำบนบานประตู แต่ก่อนที่เธอจะค้านอะไรออกไปเพื่อนทั้งสามก็ตกลงใจเดินนำไปแล้ว เด็กสาวจึงทำเพียงหันกลับมามองรูปนั้นอีกครั้ง

คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่รูปสลักของจักรราศีจะมาอยู่ที่นี่

อามิเรียพึมพำกับตัวเองก่อนตัดสินใจที่จะบอกเรื่องที่เธอเจอมาวันนี้กับเพื่อนทุกคน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม...มากกว่านี้

 

ตลาดต้นไม้ เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยอากาศบริสุทธิ์ต้นไม้มากมายทั้งไม้ดอกและไม้ประดับตั้งเรียงรายอย่างสวยงาม มีทั้งร้านแผงลอย ร้านที่ลอยอยู่ ร้านที่อยู่บนต้นไม้ ร้านที่สร้างแยกเป็นเอกเทศ หรือร้านที่ต้นไม้ลอยตามพ่อค้าแม่ค้าเป็นพรวน อามิเรียมองต้นไม้หลายหลายสายพันธุ์ที่ปรากฏต่อสายตาทันทีที่เธอเดินเข้ามาในตรอกนี้อย่างตื่นตาตื่นใจ

“โห ต้นไม้มีเยอะขนาดนี้เลยหรอเนี่ย” แพทริเซียอุทานในขณะที่กวาดตามองไปรอบด้านอย่างสนใจ เด็กสาวไม่ค่อยได้ชื่นชมธรรมชาติอะไรพวกนี้นัก เพราะภาระหน้าที่ในแต่ละวัน

“เห็นแบบนี้ก็คิดถึงเจ้ากีสมันนะ ดาวิน่าเอามันไปไว้ไหนล่ะ ไม่เห็นตั้งนานแล้ว”

“ไม่ได้เอาไปไว้ไหนหรอกมิรา มันขอตัวกลับไปที่บ้านตั้งแต่เราเจอคราปา เห็นบอกว่าญาติห่างๆกำลังจะคลอดลูก เลยจะไปอยู่ช่วยเลี้ยงน่ะ เห็นบอกว่าจะกลับมาหลังเลิกเทศกาบฟีบีช่าละมั้ง”

“โห ลูกแกรอสหรอ อยากเห็นจังเลยอะดาวิน่า”

“ก็หน้าตาเหมือนเจ้ากีสนั่นแหละมั้ง”

“ตอบได้ไร้เยื่อใยสุดๆอะ...น่ารักจัง” แพทริเซียเบะปากอย่างงอแงก่อนฉีกยิ้มกว้างเมื่ออามิเรียยกต้นไม้ที่มีปีกเหมือนผีเสื้อขึ้นมาตรงหน้า

“น่ารักไหม ต้นบัชเตอร์ มันเหมือนผีเสื้อมากเลยนะ เป็นต้นไม้ที่ไม่มีใบ แต่จะออกดอกมาเป็นผีเสื้อเลย มีแบบกลางวันกับกลางคืน ดอกที่ออกมาก็จะต่างกันด้วยล่ะ” คนชอบดอกไม้ส่งต้นบัชเตอร์ให้เพื่อนพลางอธิบายอย่างผู้รู้

“น่ารักมากเลยอะอามิเรีย” เจ้าของดวงตาเป็นประกายอุทานอย่างตื่นเต้น เมื่อต้นที่เธอถือเริ่มขยับกลีบดอกตามแรงลม

“ฉันว่าจะปลูกต้นไม้ที่ห้องพวกเธอจะว่าอะไรไหม”

“ใครจะว่าอะไรได้ล่ะ” ตอบแล้วก็ก้มลงเปรียบเทียบต้นไม้จริงกับสรีระในหนังสือ

“ฉันก็ชอบต้นไม้นะจ๊ะ” ดาวิน่าพูดพลางมองรอบข้างพลาง

“ไม่ขัดใจเธออยู่แล้ว” เมื่อคนสุดท้ายไม่มีปัญหา คนที่ทำหน้าขอร้องอย่างอ้อนๆเมื่อกี้ก็ยิ้มกว้างอย่างดีใจก่อนจะจัดการซื้อต้นไม้ที่เธอชอบโดยแลกกับเมล็ดพันธุ์แปลกที่เธอเพาะขึ้นเองหรือไม่ก็เงินหรือการทำงานตอบแทนเล็กๆน้อยๆ จนอามิเรียได้ต้นไม้มามากจนพอใจทั้งหมดจึงเดินทางกลับโรงเรียนเพื่อเริ่มงานใหม่ ในวันพรุ่งนี้

 

ใครว่าผู้ชายไม่ค่อยซื้อของ ถ้าเห็นเด็กผู้ชายกลุ่มนี้พวกเขาคงต้องเปลี่ยนคำพูดใหม่ เพราะแต่ละคนพากันถือของอย่างต่ำคนละสามถุงตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือแปลกๆ อุปกรณ์มายากล ของใช้ต่างๆ ของเล่นประหลาดๆ ไม่เว้นแม้แต่สารเคมีสำหรับการทดลองจนตอนนี้พวกเขาเดินวนจนรู้สึกเหนื่อยโร๊กจึงเสนอให้นั่งพัก

“มีใครอยากได้อะไรอีกไหม” ไครซิสเอ่ยถามเมื่อมองนาฬิกาของตนแล้วพบว่าใช้เวลาในการเดินในงานมากกว่าที่เขาคาดไปมากทีเดียว

“ไม่แล้วล่ะ...สำหรับวันนี้น่ะนะ” เจฟเอ่ยพลางมองไปทางเพื่อนแต่ละคน

“อืม งั้นเราก็กลับกันได้แล้วล่ะมั้ง พรุ่งนี้มีงานต้องทำอีกไม่ใช่หรอ”

“โอเค งั้นเดี๋ยวพาไปทางลัดไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงโรงเรียนแล้ว” เมอร์ลินพูดพลางลุกขึ้นพร้อมของในมือ

“โอ๊ย ฉันยังไม่หายเหนื่อยเลยนะ” โร๊กทำท่าบิดขี้เกียจก่อนลุกขึ้นแล้วเอนตัวไปพิงเรย์ฟรีซที่กำลังจะลุกขึ้น ทำให้คนตัวเล็กเสียหลักล้มไปกับพื้น แต่คนแกล้งกลับตั้งหลักได้ซะงั้น

“เฮ้ยๆ ขอโทษๆ แกล้งเล่นเฉยๆน่า มาๆ ลุกดีกว่าไปนั่งทำไมแบบนั้น”

“เพราะใครล่ะครับ” เรย์ฟรีซคาดโทษว่าที่นักมายากลไว้ในใจก่อนจะลุกขึ้นยืนด้วยความช่วยเหลือของคนที่เขาคาดโทษนั่นแหละ

“เอาล่ะๆ กลับกันเถอะ เดี๋ยวจะเย็นไปกว่านี้” เมื่อรอบนี้ไม่มีใครขัดข้อง เมอร์ลินจึงเดินนำเพื่อนที่เหลือกลับไปยังโรงเรียน เพื่อเริ่มงานใหม่ที่กำลังจะมาท้าทายพวกเขา...ในวันพรุ่งนี้

 

32 ความคิดเห็น