My Bodyguard คุณหนูตัวร้ายกับบอดีการ์ด [-END-]

ตอนที่ 7 : My Bodyguard :: Episode 06

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 707
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 เม.ย. 59


 

VI

                บรรยากาศยามเช้าของเมืองแถบชนบทนั้นสดชื่นจริงๆ  ต้นไม้สีเขียวที่ปลูกเต็มบ้านพัก ทุ่งหญ้าเขียวขจีเต็มไปทั่วทั้งฟาร์ม    ไร่องุ่น  ไร่ข้าวโพด และไร่อะไรต่อมิอะไรมากมายสารพัดอย่างที่มาร์คและครอบครัวได้ลงแรงดูแลรักษามันเป็นอย่างดี จนฉันทึ่งอยู่ไม่น้อย...กับเขาอายุเพียงยี่สิบสามปี จบจากคณะเกษตรศาสตร์ สามารถพัฒนาและดูแลที่นี่ได้เป็นอย่างดี

                เสียงเคาะประตูดังขึ้น  ฉันที่ยืนรับลมอยู่ที่หน้าต่างจึงเดินไปเปิดประตูพบคนที่เข้ามาเรียก ซึ่งก็คือมาร์คนั่นเอง  สงสัยคงจะมาตามฉันให้ไปกินข้าวเช้าพร้อมหน้าพร้อมตากับคุณพ่อคุณแม่ของเขาแน่เลย

                หลังจากที่พ่อกับแม่ฉันนัดให้ฉันกับมาร์คมาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ (ที่จริงถูกบังคับ) ณ ที่แห่งนี้ พ่อกับแม่นายมาร์คก็ลงทุนมาถึงที่นี่ก่อนหนึ่งวันเพื่อที่จะคอยช่วยดูแลฉันตอนอยู่ที่นี่  เพราะกลัวว่าฉันจะโดนมาร์ครังแกน่ะสิ

                “ฉันให้เวลาเธอทำธุระส่วนตัวสิบห้านาที แล้วลงไปกินข้าวพร้อมกัน เข้าใจนะ”

                “อะไรกัน  สิบนาทีฉันยังไม่ได้ถอดเสื้อผ้าเลยนะ” ยุนอาเริ่มโวยใส่เขา แต่เสียงไม่ได้ดังขนาดไปถึงหูพ่อกับแม่ของเขาเท่าไหร่

                “ไม่รู้  แต่ถ้าสิบห้านาทีไม่เสร็จฉันจะมาอาบน้ำให้เธอ ตกลงนะ” เขาพูดจบแค่นั้นแล้วปิดประตูห้องนอนเธอ เดินลงไปห้องรับประทานอาหารข้างล่าง  “ตาบ้าเอ๊ย! นี่ฉันต้องทนกับนายสองเดือนจริงๆ เหรอเนี่ย”

                สิบห้านาทีผ่านไป

                ฉันทำธุระส่วนตัวเสร็จตามเวลาที่นายมาร์คกำหนด ก่อนจะลงไปกินข้าวพร้อมกับครอบครัวของเขา คุณพ่อคุณแม่ของมาร์คคอยดูแลฉันเป็นอย่างดี และชวนฉันคุยไปเรื่อยเปื่อย จนฉันแทบไม่รู้สึกเหงา  ต่างกับคนที่นั่งตรงข้ามฉันที่สั่งเสร็จแล้วก็ทำตัวเหมือนคุณชายเย็นชา ไม่ทักว่าที่คู่หมั้นสักคำตั้งแต่ฉันลงมาจากห้อง

                “หนูยุนทานข้าวเยอะๆ นะลูก จะได้มีแรงสู้กับตามาร์คยังไงล่ะ ดูสิเนี่ยผอมลงไปเยอะเลย” คุณป้าแชวอน แม่ของมาร์คกล่าวกับฉันอย่างเป็นห่วง  คงเป็นเพราะฉันตัวผอมเหมือนไม้เสียบผีเข้าไปทุกวันแล้วล่ะมั้ง  ขนาดพ่อกับแม่ฉันยังพยายามบอกให้ฉันกินข้าวเยอะๆ เลย

                “ช่วงนี้หนูงานยุ่งน่ะค่ะ เลยไม่ค่อยได้มีเวลาพักอย่างเต็มที่”

                “ตามาร์ควันนี้พาหนูยุนอาไปเดินชมทั่วๆ ฟาร์มสิ ไปรีสอร์ตด้วยก็ได้ ที่นั่นบรรยากาศดีมาก ลุงรับรองว่าหนูต้องชอบ” คุณลุงฮันพยอลกล่าวกับยุนอา

                “ค่ะ คุณลุง”

                วันนี้ช่วงบ่ายๆ มาร์คพาฉันนั่งรถจี๊ปชมรอบๆ ฟาร์ม จนกระทั่งมาถึงเขตที่เลี้ยงสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นม้าหรือวัว รวมถึงเหล่าบรรดาลูกๆ ของสัตว์ต่างที่ส่งเสียงร้อง  เหล่าคนงานที่กำลังรีดนมวัวและนมแพะ    แล้วเขาก็พาฉันไปดูลูกม้าที่เพิ่งตกออกมาใหม่ๆ และบรรดาลูกม้าหลากหลายสายพันธุ์ที่อยู่กับพ่อแม่มัน

                “ลูกม้าพวกนี้น่ารักนะเนี่ย  มันเด็กขนาดนี้นายให้มันกินอะไรเป็นอาหาร” ยุนอาถามเขาอย่างสนใจ

                “ก็พวกนมแพะกับแครอทนำมาบดกัน ในช่วงสามเดือนแรกๆน่ะ  พอช่วงหลังจะให้กินหญ้า” มาร์คอธิบาย ก่อนจะชวนยุนอาไปขี่ม้า  “เธอขี่ม้าเป็นมั้ย”

                ยุนอาส่ายหน้า เพราะตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยขี่ม้าเลย ถ้าหากเขาชวนแบบนี้เธอก็คงไม่ปฏิเสธเขาหรอก  “งั้นนายสอนฉันขี่หน่อยสิ”

                มาร์คจูงม้าสีดำตัวหนึ่งมาหยุดตรงหน้ายุนอา ก่อนจะจูงมันเดินไปตรงบริเวณทุ่งหญ้าที่ตอนนี้ถึงจะบ่ายแล้ว แต่อากาศยังสดชื่นเหมือนยามเช้าเลย  ยุนอารีบขึ้นไปนั่งบนหลังม้า มาร์คเองก็ขึ้นตามมาด้วย หล่อนถึงกับตกใจที่เขาขึ้นหลังม้าตามเธอมาด้วย แถมยังอยู่ในระยะที่แผ่นหลังเธอประชิดกับแผงอกของเขาอีกต่างหาก

                “นายบอกว่าจะสอนฉันขี่ม้าไม่ใช่เหรอ” ยุนอาถาม ใบหูทั้งสองข้างเริ่มขึ้นสีแดงเหมือนเลือดไหลเวียนเต็มสูบ

                “ก็ใช่ไง  มือใหม่แบบเธอน่ะมันต้องสอนอย่างนี้” มาร์คยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วควบม้าพายุนอาเที่ยวชมไปจนถึงรีสอร์ตของเขาแทนการนั่งรถจี๊ปไป

                รีสอร์ตของเขาตกแต่งสไตล์ธรรมชาติ มีต้นไม้รอบๆ ร่มรื่นให้บรรยากาศแบบนอนพักอยู่ในป่าเขา  อาหารก็ล้วนนำพืชสมุนไพรมาเป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหารหรือแม้กระทั่งปรุงยา จึงนับเป็นภูมิปัญญาและผลิตผลที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับชาวบ้านในแถบชนบทเลยล่ะ

                หลังจากนั้นเราก็กลับมารับประทานอาหารกลางวันกันเหมือนเดิม  แต่สิ่งที่ทำให้ฉันประหลาดใจอย่างถึงที่สุดนั่นก็คือ...การที่มาร์คชวนรุ่นพี่คิม ฮยอนอามาเที่ยวที่นี่พร้อมกับรุ่นพี่ซึ่งเป็นเพื่อนกับมาร์คชื่อมินฮยอก มาเที่ยวที่นี่ด้วย

                “นี่ฮยอนอากับมินฮยอก  เพื่อนผมครับ” มาร์คแนะนำฮยอนอาให้พ่อกับแม่ของเขาและฉันรู้จักกันเป็นทางการ  แต่ยุนอารู้จักกิตติศัพท์ของฮยอนอาดีเชียวล่ะในเรื่องของ การขย้ำผู้ชาย’  เธอแค่รู้จักฮยอนในฐานะรุ่นพี่ที่คณะนิเทศศาสตร์เท่านั้น เธอเป็นดาวเด่นไม่แพ้ยุนอาเลยนี่นา  ฮยอนอาเป็นสาวสวยเซ็กซี่และร้อนแรงราวกับนางแบบและนางร้ายสวยเฉียบที่หลุดมาจากในละคร  เชื่อเลยว่าผู้ชายคนไหนได้เห็นหรือใกล้ชิดเธอก็ต้องยอมศิโรราบกันทั้งนั้น  ส่วนพี่มินฮยอกเพื่อนร่วมคณะเดียวกับมาร์ค เป็นผู้ชายหน้าตาหล่อๆ แต่เอนเอียงไปทางบุคลิกของคนขี้เล่น รอยยิ้มอบอุ่นละลายหัวใจนั้นแทบหลอมละลายสาวๆ ได้ในพริบตา แต่เขาก็ขึ้นชื่อเรื่องขย้ำสาวได้เหมือนกันนะ  แต่คนเราอย่าเพิ่งตัดสินกันที่รูปลักษณ์ภายนอก เพราะคนแบบมินฮยอกถึงภายนอกจะคล้ายๆ ผู้ชายเจ้าชู้ ที่มีรอยยิ้มชวนฝันอบอุ่นละลายหัวใจก็ตาม แต่ตรงกันข้ามเขาอาจจะรักเดียวใจเดียวก็ได้  นี่ถ้าไม่ติดว่าฉันมีคู่หมั้นคู่หมายแล้ว ฉันคงรีบจีบเขาไปแล้วล่ะ o_O

                ตลอดการรับประทานอาหารทั้งฮยอนอาและมินฮยอกต่างก็ชวนทุกคนคุยเรื่องจิปาฐะต่างๆ  ช่วยลดบรรยากาศความตึงเครียดไปได้มากทีเดียว   “ได้ข่าวว่ามาร์คกับน้องยุนอาเป็นคู่หมั้นกันงั้นเหรอคะ” ฮยอนอาหันมาถามฉันอย่างสนใจหัวข้อนี้  ฉันเองก็ไม่ค่อยชอบโกหกใครเท่าไหร่เลยตอบไปตามความจริง

                “ใช่ค่ะ...” ฉันตอบไปเพียงประโยคสั้นๆ  นั่นทำให้ถึงกับฮยอนอากับมินฮยอกนิ่งไปชั่วครู่เลยทีเดียว

                “ดีจังเลยนะครับ  ที่น้องยุนอาจะได้มาร์คมาเป็นว่าที่เจ้าบ่าว สาวๆ คนอื่นรู้เข้าต้องอิจฉาตาร้อนแน่”

                “ยังไม่ถึงขนาดนั้นหรอกจ้ะ  ป้าคิดว่าจะให้ทั้งสองคนศึกษาดูใจกันอีกหน่อย แล้วพอหนูยุนอาเรียนจบ ป้ากับผู้ใหญ่ทางฝั่งหนูยุนจะหาฤกษ์อีกทีจ้ะ” คุณป้าแชวอนกล่าวตบท้าย

                ข่าวในงานประมูลเพชรที่จัดขึ้นที่โรงแรมของคุณพ่อทิฟฟานี่เป็นข่าวดังกระฉ่อนไปทั่วทั้งโลก  ผู้คนต่างก็ตั้งประเด็นของเหตุการณ์ครั้งนี้ว่าคนร้ายอาจจะต้องการเพชรมูลค่าร้อยล้านนั้นก็เป็นได้ หรือว่าคนร้ายแค่ต้องการสร้างความปั่นป่วนในงาน แต่อย่างหลังเป็นไปได้มากกว่า เพราะจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  สร้อยเพชรนั้นยังอยู่ดีและเป็นของแท้ จุดประสงค์ของคนร้ายจึงไม่ใช่เพชรนั่นแน่นอน

                แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าเรื่องเพชรนั้นก็คือการที่ฉันถูกผู้ชายสามคนนั้นลักพาตัวขึ้นมา  จนป่านนี้ตำรวจก็ยังไม่สามารถตามหาคนบงการได้ ส่วนพวกคนร้ายที่จับฉันก็หนีไปได้อีก  เป้าหมายที่คิดจะกำจัดฉันจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากมินอาเท่านั้น เพราะยัยนั่นจ้องที่จะทำลายฉันอยู่ตลอดเวลา  แม้แต่วิธีต่ำๆ ยัยนั่นก็เอามาจัดการฉันได้

                ฉันนอนดิ้นบนที่นอนด้วยความกังวล ภาพเหตุการณ์ยังค้างคาใจ คิดที่จะอยากบอกคุณพ่อใจจะขาด แต่ฉันไม่มีหลักฐานหรือพยานยืนยันว่ามินอาสั่งคนให้มาลักพาตัวฉันหรือเปล่า  ความเครียดและความกังวลใจเข้าครอบงำ ฉันเลยตัดสินใจที่จะไปหาคุณพ่อที่อยู่โรงแรมดีกว่า อย่างน้อยไปทำงานกับคุณพ่ออาจทำให้ฉันสบายใจขึ้นบ้าง

                “พ่อว่าเราอยู่บ้านดีกว่า ที่นั่นวุ่นวายและงานเยอะ พ่อกลัวเราจะเบื่อเสียก่อน”

                “ไม่หรอกค่ะคุณพ่อ  ตอนนี้ฟานี่กำลังเครียดๆ อยากหาอะไรทำมากกว่า”

                “ฟานี่ เชื่อที่คุณพ่อพูดเถอะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเธอพ่อกับพี่จะทำยังไง” มินอาสนับสนุนในคำพูดของคุณพ่อด้วยท่าทางเสแสร้ง ยัยนั่นคงหาทางไม่ให้ฉันไปทำงานกับคุณพ่อเพื่อหวังจะทำคะแนนล่ะสิ

                “คุณพ่อท่านเสียใจ ส่วนเธอก็สะใจที่ไม่ต้องเห็นหน้าฉันยังไงล่ะ” ทิฟฟานี่ตอบไปตามที่ใจคิด นั่นทำให้ประมุขของบ้านหลังนี้ถึงกับแสดงความไม่พอใจ

                “ยัยทิฟ ทำไมถึงพูดทำร้ายจิตใจพี่เขาแบบนี้ พี่มินอาเป็นห่วงเรามากนะ รีบขอโทษพี่เขาเดี๋ยวนี้เลย” ผู้เป็นใหญ่ในบ้านกล่าวกับบุตรสาวคนเล็ก วางเสียงประกาศิต

                “ทำไมฟานี่ต้องขอโทษ ฟานี่ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย” ทิฟฟานี่เดินลุกจากห้องรับแขกไป เพราะทนสีหน้าแสดงความสะใจของมินอาที่ส่งมาถากถางเธอไม่

ได้  ทิฟฟานี่ไม่ได้มีความอดทนมากพอกับมินอาอีกแล้ว เพราะมินอาเกลียดเธอตั้งแต่วินาทีที่เธอเกิดมาบนโลกนี้

                ในเมื่อคุณพ่อคัดค้านไม่ให้เธอไปทำงานด้วย เพราะเกรงจะเกิดอันตรายอีก ซึ่งฉันก็คงขัดข้องไม่ได้  ส่วนนายโอ เซฮุน วันนี้ก็หายหน้าหายตาไปทั้งวัน ฉันเลยไม่รู้จะทำอะไรดี  คงได้แต่นั่งเหงาๆ อยู่ในบ้านคนเดียวละมั้ง
 

ตอนช่วงบ่ายวันนี้ ทิฟฟานี่เดินออกมาซื้อของแถวห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านเนื่องจากเธอก็ถูกมินอาขัดการทำคะแนนกับคุณพ่อไปแล้ว เธอจึงออกมาคนเดียวทั้งที่รู้ว่ามันอันตราย

ทิฟฟานี่เดินเข้ามาบริเวณลานจอดรถชั้นสามของห้างสรรพสินค้า ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยรถมากมายที่จอดเรียงรายกันเป็นแถว แต่ก็ไร้ซึ่งผู้คน ทำให้ดูเงียบสงัดพิกล แต่ทิฟฟานี่ไม่ได้เอะใจอะไรและคิดว่าคงไม่มีใครกล้ามาทำอะไรเธอในเวลากลางวันแสกๆ และมีคนเดินห้างแบบนี้หรอก

หญิงสาวเอาข้าวของทุกอย่างที่ซื้อมาเก็บไว้ที่หลังรถ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูคนขับ  เหล่าการ์ดชุดดำที่คอยแอบสังเกตการณ์ เมื่อเห็นว่าทิฟฟานี่มาคนเดียว โดยไร้ซึ่งการ์ดก็รีบตรงเข้าไปจับกุมเธอ

“กรี๊ด! นี่พวกนายเป็นใคร จะมาทำอะไรฉัน” พวกมันไม่ตอบ แต่เอาผ้าเช็ดหน้าโปะยาสลบ ปิดปากทิฟฟานี่  หญิงสาวที่พยายามขัดขืนดิ้นรนสุดฤทธิ์ก็พ่ายแพ้แต่ฤทธิ์ยาสลบที่โปะตรงจมูกเธอ พวกมันอุ้มเธอขึ้นรถที่ขับมาจอดรอคอยทีเอาไว้ แล้วขับรถพาเธอออกไปจากบริเวณนั้น

“นายครับ...พวกผมจัดการยัยนี่เรียบร้อยแล้วครับ จะให้เอายังไงต่อไป”

“พาไปที่เซฟเฮ้าส์ที่ฉันจัดเอาไว้  เดี๋ยวหลังจากนั้นฉันจัดการเอง” ปลายสายตอบกลับมา  “ถึงเวลาชำระความกันเสียที...ทิฟฟานี่ ฮวัง”    ร่างบางถูกวางตัวอยู่บนเตียงนอนสีขาวอ่อนนุ่มในเซฟเฮ้าส์หลังหนึ่ง ทิฟฟานี่อยู่ในอาการสลบไสลไม่รู้เรื่องราวต่อไปที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตนเองเลย 

ชายหนุ่มร่างสูงสองคนเดินเข้ามาภายในบ้านพักเซฟเฮ้าส์ที่จับทิฟฟานี่มาขังไว้ที่นี่ คริสและเซฮุนสองพี่น้องครอบครัวมาเฟีย  ใบหน้าของเซฮุนเศร้าหมองลงเล็กน้อย  เขาคิดอยู่เหมือนกันว่าถ้าหากทิฟฟานี่รู้ว่าเขาอยู่ในขบวนการลักพาตัวเธอมาไว้ที่นี เธอจะรู้สึกยังไง  ความรู้สึกดีๆ ที่เธอกับเขามีคงจะพังอย่างไม่เป็นท่า  เธอคงเกลียดเขามากจนอยากจะฆ่าทิ้ง

“ฉันขอบใจนายมากนะเซฮุน” คริสตบบ่าน้องชายต่างมารดา แสดงสีหน้ายิ้มขอบคุณที่แฝงไปด้วยความเหี้ยมโหดที่ต้องการจะแก้แค้น

                “แต่นายต้องสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรเธอ” เซฮุนให้คริสสัญญากับเขา 

คริสยิ้มแล้วตอบ  “ได้สิ...นายหมายปองยัยนี่ไว้ไม่ใช่หรอ” คริสกล่าวจบแล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้เซฮุนมองร่างของทิฟฟานี่ที่นอนอยู่บนเตียงด้วยความรู้สึกเสียใจก่อนจะเดินตามคริสออกไป

 

                เหตุการณ์เมื่อ  2 ปีก่อน

                ครอบครัวของคริสกับเซฮุนนอกจากจะทำธุรกิจเกี่ยวกับการโรงแรมแล้ว ยังเป็นครอบครัวมาเฟียรายใหญ่รายหนึ่งอยู่เหมือนกัน  คุณพ่อของเขาเป็นชาวเกาหลีแท้ แต่ท่านมีภรรยาถึงสองคนคนหนึ่งเป็นชาวแคนาดา ซึ่งเป็นแม่ของคริส ส่วนอีกคนเป็นชาวเกาหลีใต้แท้ ก็คือแม่ของเซฮุน            

                สมัยที่คุณปู่ของเขาทั้งสองยังมีชีวิตอยู่ สองครอบครัวคือครอบครัวของเซฮุนกับครอบครัวของทิฟฟานี่ มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันแบบพี่น้อง  แต่เพราะเรื่องราวในคราวนั้น  สองครอบครัวทำธุรกิจในโลกมืดร่วมกัน แต่เพราะความไม่ลงรอย การแบ่งหุ้นไม่ลงตัว ทำให้ทั้งสองครอบครัวเกิดความผิดใจกัน  ซึ่งเซฮุนรู้เรื่องนี้ดีว่าครอบครัวใครเป็นคนทำถ้าหากไม่ใช่ทิฟฟานี่ ที่ทำให้คุณปู่ของเขาต้องล้มละลาย เป็นหนี้สินท่วมหัว และยังต้องตรอมใจตายอย่างทรมาน

                “ฉันจะไม่มีวันลืมว่าใครทำให้เราต้องเป็นแบบนี้” คริสกำมือแน่นด้วยความแค้นใจ  ก่อนจะกดรับโทรศัพท์ที่ดังขึ้น

                “ว่าไง...”

                “ทักคู่ขาของตัวเองแบบนี้เลยหรอนายคริส” น้ำเสียงหวานใสแต่แฝงไปด้วยความร้ายกาจ จะเป็นใครไปไม่ได้ เพราะทุกคนรู้จักหล่อนดี ฮวัง  มินอาพี่สาวตัวร้ายของทิฟฟานี่

                “เธอนั่นเอง มีอะไร”

                “นายจับยัยทิฟฟานี่มาหรือยัง” มินอาถามคริส

                “แน่นอน  ขอบใจเธอก็แล้วกันนะที่ช่วยให้ทุกอย่างมันง่ายขึ้น”

                “ไม่เป็นไร ขอแค่นายทำให้ยัยนั่นหายไปจากชีวิตฉันก็พอ  อย่าลืมล่ะ...ให้มันตายอย่างทรมานเท่านั้นนะ” มินอาย้ำ

                “เรื่องนั้นฉันไม่ลืมหรอก  ขนาดเธอยังนิสัยแบบนี้เลย แล้วน้องเธอจะเห็นฝุ่นเหรอ”

                “หึขนาดนิสัยฉันแย่นะ  นายยังเคยสานสัมพันธ์กับฉันเลย แค่นี้ล่ะ”

                เรื่องราวความแค้นของ...มินอากำลังจะเริ่ม แต่ครอบครัวเธอกับฉันมันเริ่มตั้งแต่ตอนนี้

                “คนที่ชื่อทิฟฟานี่  ฉันยกให้นายจัดการก็แล้วกันนะเซฮุน  ของที่มาจากยัยมินอาฉันกินไม่ลงจริงๆ” คริสพูดเย้ย

                เซฮุนกระชากปกเสื้อคริสขึ้นมาด้วยความโกรธ “ไม่ว่ายังไงนายก็ห้ามแตะต้องเธอ  ไม่งั้นนายตายแน่...คริส”

                “ฉันจะกลับบ้านล่ะ  ฝากนายดูแลทางนี้แล้วกันนะ ให้มีความสุขกับยัยนั่นล่ะ”


 มาถึงตอนนี้หลายคนอาจจะงงกันหน่อยใช่มั้ยคะ ก็ตามที่บรรยายไปนั่นแหละคะ มีความเชื่อมโยงมาถึงเซฮุนและมินอา กับทิฟฟานี่ รวมถึงคริสด้วย ที่เกี่ยวเนื่องกันมาตั้งแต่ฉากตอนที่ทิฟฟานี่ถูกลักพาตัวครั้งที่ 2

แต่เรื่องยังไม่จบแค่นี้นะ  อยากเห็นเซฮุนในลุคโหดๆ และความร้ายกาจของมินอาที่คอยแต่ทำร้ายทิฟฟานี่ เร็วๆ นี้ทุกคนได้เห็นแน่นอนค่ะ

เพราะเรื่องนี้ตัวละครหลักคือฝั่งสาวๆ ทิฟฟานี่ ยุนอา ยูริ ที่จะร้อยเรื่องราวให้เข้าด้วยกันเเละเพิมความเข้มข้นขึ้นไปอีก ส่วนพระเอกก็ที่รู้กันค่ะ เซฮุน มาร์ค ชานยอลเนาะ ส่วนตัวร้าย...ทุกคนรู้แล้วแหละว่าเป็นใคร   เรื่องนี้ไรต์เตอร์อยากจะเสนอในมุมของคนอย่างมินอาที่ร้ายกาจและริษยาทิฟฟานี่ ว่าจุดจบของคนแบบเธอจะเป็นอย่างไร เรียกง่ายๆ คือแฝงข้อคิดผ่านตัวละครนั้นๆ

ติดตามอ่านกันเยอะๆ นะคะ เรื่องนี้ไรต์ตั้งใจจริงๆ ที่จะเขียนให้จบ เพราะมีหลายตอนมาก  รวมถึงมีฉาก  "NC" ด้วย ใครที่รอเอ็นซี ก็แค่เม้นให้ครบ


******
นิยายเรื่องนี้ ถึงไรต์เตอร์จะเขียนจบเรื่อง แต่ก็ไม่ได้อัพจนจบนะคะ  เพราะอยากทำเป็นหนังสือขาย ไรต์รับรองค่ะว่าทุกคนจะไม่เสียใจ เพราะนอกจากจะมีถึงตอนจบแล้ว  ไรต์เตอร์มีเซอร์ไพรส์ท้ายเล่มให้นักอ่านด้วยค่ะ  อัพอีกสิบตอนกว่าๆ ก็จะเปิดขายหนังสือแล้วนะคะ


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

335 ความคิดเห็น

  1. #316 Kwon Yuri Sowon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 20:29
    ย๋า! เรื่องพลิกล็อกมากๆ ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ ฟานี่รู้เข้านางช็อกแน่
    #316
    0
  2. #315 Kwon Yuri Sowon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 20:29
    ย๋า! เรื่องพลิกล็อกมากๆ ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ ฟานี่รู้เข้านางช็อกแน่
    #315
    0
  3. #266 เสี่ยหมี (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 เมษายน 2559 / 11:31
    ฮยอนอากับินฮยอกคิดจะทำอะไรคู่มาี์คยุนหน่ะ ส่วนฮุนฟานี่ มันอะไรยังไง
    #266
    0
  4. #216 ไข่มุกของอี้ฝานน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 เมษายน 2559 / 15:59
    หักมุมแรงงง
    #216
    0
  5. #196 tirada stang (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 มีนาคม 2559 / 20:59
    มาร์คยุนๆ
    #196
    0
  6. #105 padzy fany bf (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2558 / 23:52
    หมันใส้มินอาอะ
    #105
    0
  7. #83 ตัวนิ่ม ตัวนิ่ม (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2558 / 22:43
    ชอบๆฮุนฟานี tangahonim@hotmail.com
    #83
    0
  8. #82 ตัวนิ่ม ตัวนิ่ม (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2558 / 22:42
    ชอบๆฮุนฟานี tangahonim@hotmail.com
    #82
    0
  9. #65 Ggg (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2558 / 15:11
    อ่าววว เซฮุนนน. !!! ฟานี่จุกแน่ๆ
    #65
    0
  10. #64 สอง (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 23:18
    ทิฟฟานี่ทำอะไร ทำไมคริสถึงแค้นจัง เซฮุนอ่า นายต้องปกป้องทิฟฟานี่น้ะ
    #64
    0
  11. #63 Sulli Yoonny SM (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 17:21
    นึไม่ถึงว่าฮุนจะมาเเก้เเค้นอ่ะ
    #63
    0
  12. #62 12exo9snsd (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 13:42
    เรื่องพลิกอ่ะ คาดไม่ถึงเลย คริสรึเปล่านะที่เป็นคนคิดแผนบงการ
    #62
    0
  13. #61 sweetie_fon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 10:06
    เข็มขัดสั้นเลย5555(คาดไม่ถึง555) ว่าฮุนกับคริสเปนพี่น้องมารดากัน แล้วมินอาอีกับคริสอีก เรื่องพลิกมากค้ะ555
    รุสึกมาร์คกับยุนคู่นี่น่ารักค่ะ โดยเฉพาะตอนขี่ม้า5555
    รอตอนยอลยูลนะคะ
    #61
    0
  14. #60 maylone (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 01:45
    เรื่องพลิกโครตๆของเซฮุนพลิกโครตเลยไม่คิดว่าจะเปนแบบนี้แต่มินอารู้เรื่องด้วยนี่พลิกกว่าไม่คิดว่ามินอาจะเปนแบบนี้นึกว่าแค่ริษยาเฉยๆแต่คริสไม่ควรเอาทิฟกับมินอามาเทียบกับน่ะนิสัยคนล่ะเรื่องเลย
    #60
    0
  15. #59 taar (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2558 / 14:14
    รอตอนของยูล อยู่นะ
    #59
    0
  16. #58 sweetie_fon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2558 / 11:37
    รอค้าาาา ยอลยูลน่าย้ากกกก
    #58
    0
  17. #51 maylone (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2558 / 01:46
    รอค้าาาคนบงการไม่ใช่มินอาแน่นอนคริสหรือเปล่าน่ะ
    #51
    0
  18. #50 Sulli Yoonny SM (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2558 / 23:16
    มาร์ยุน
    รอนะค่ะ
    #50
    0
  19. #49 Omioe (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2558 / 19:21
    รอนะค่ะ พี่ยูล
    #49
    0
  20. #48 mainyoon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2558 / 13:30
    อ้ายยยยย มาร์คยุนมาเต็ม

    แต่บทพูดมมาร์คนี่น้อยไปหน่อยนะ แซว อิออ
    #48
    0