[Yaoi] DON'T HIDE ME ซ่อนรัก ลวงร้าย

ตอนที่ 9 : Ep.09::สุดท้าย...ผมก็เป็นได้แค่เงาของใครอีกคน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 71,447
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7,842 ครั้ง
    4 ส.ค. 63

 

 

 

Ep.09

สุดท้าย...ผมก็เป็นได้แค่เงาของใครอีกคน

 

 

          หลังจากผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญวันนั้น ผมก็หาโอกาสไปพบไดร์วูล์ฟเพื่อขอบคุณเรื่องอุปกรณ์ทำแผล ทว่าเขากลับเงียบหายไป เจอกันแค่ตอนเรียน อีกทั้งยังไม่ทันให้ผมอ้าปากพูด อาจารย์ก็เริ่มสอน พอจะชวนคุยหลังเลิกเรียน ไดร์วูล์ฟก็เดินหนีไปเสียก่อน

 

          อุปสรรคแม่งโคตรเยอะ แสนซ่าส์อยากพ่นไฟ!

 

          ไม่ได้การแล้ว วันนี้ผมต้องคุยกับไดร์วูล์ฟให้รู้เรื่อง คิดพลางมุ่งหน้าไปทางร้านกาแฟเจ้าประจำที่อีกฝ่ายชอบไปนั่งดื่มบ่อยๆ ช่วงพลบค่ำของวันหยุดเรียนแบบนี้เริ่มมีคนบางตา ผมเห็นในร้านมีลูกค้าแค่สองสามคนเองมั้ง

 

          กรุ๊งกริ๊ง...

 

          พอเปิดประตูปุ๊บ คนในร้านก็หันมองผมปั๊บ ทว่ายกเว้นอยู่คนเดียว...คนที่คุณก็รู้ว่าใครนั่นแหละครับ ดวงตาสีเทาซีดจ้องมองไปยังมุมหนึ่งของร้าน ตรงบริเวณต้นไม้ที่ผมจำได้ว่าเขาชอบมองแบบผ่านๆ กระทั่งผมก้าวเท้าเข้าไปใกล้ พ่อหมาป่าจึงละสายตาออกมาเหลือบมองกันเสี้ยววินาทีหนึ่ง

 

“เราจะมาขอบคุณเรื่องอุปกรณ์ทำแผลเมื่อวันก่อน”

 

ผมเอ่ยบอกด้วยแววตาเปล่งประกาย ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ภายในใจสั่นไหวหนักมาก ฮื่อ...ลุคเสื้อเชิ้ตสีดำบวกกับกางเกงยีนส์สีซีดแบบนี้ทำให้ไดร์วูล์ฟดูฮอตปรอทแตกไปเลย ไหนจะดูโตเกินอายุจริงอีก

 

ไม่ไหว ซ่าส์จะเป็นลม ถ้าปะป๋ารู้ต้องโดนตีตูดแหงๆ!

 

ไดร์วูล์ฟไม่ได้เอ่ยตอบรับหรือว่ากล่าวสิ่งใด ดวงตาสีเทาซีดเคลื่อนจากร่างผมไปมองยังต้นไม้ตรงมุมหนึ่งของร้านอีกครั้ง จนผมอดที่จะมองตามไม่ได้ ฉับพลันนั้นผมก็เห็นแผ่นหลังของใครบางคนอยู่เบื้องหลังต้นไม้

 

อันที่จริงผมจะไม่สนใจอะไรเลยครับ ถ้าหากว่าคนๆ นี้ไม่ปรากฏตัวพร้อมไดร์วูล์ฟตลอด แถมยังชอบมาร้านกาแฟ นั่งอยู่มุมเดิมเป็นประจำ เวลาผมเข้ามาทักไดร์วูล์ฟ บางครั้งก็เห็นแผ่นหลังของชายแปลกหน้าบ่อยครั้ง

 

เข้าใจคนแอบรักไหม คนแอบรักมักมีเซ้นส์บ่งบอกว่าคนที่เราเล็งไว้กำลังสนใจใครอยู่ ซึ่งผมเองก็เพิ่งมารู้สึกสะกิดใจเมื่อครู่นี้นี่เอง 

 

คล้ายคนที่ถูกจ้องจะล่วงรู้โดยสัญชาตญาณ ชายแปลกหน้าคนนั้นหันหลังกลับมามองสบตาผม เขาคลี่รอยยิ้มเล็กน้อยก่อนจะผงกหัวทักทาย ก่อนจะเคลื่อนสายตาไปยังด้านข้าง...บริเวณที่ไดร์วูล์ฟนั่งอยู่

 

คล้ายเห็นร่องรอยนิ่งอึ้งในแววตาของอีกฝ่าย ก่อนชายร่างเล็กพอๆ กับผมจะหันกลับไปทางเดิมอย่างรวดเร็วราวกับกำลังตั้งสติและตื่นตกใจกะทันหัน ท่าทางใสซื่อไร้เดียงสาแตกต่างจากผมโดยสิ้นเชิง

 

ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่เราเหมือนกัน...เค้าโครงหน้าของฝ่ายนั้นเหมือนผมยิ่งกว่าพวกพี่ชายฝาแฝดเสียอีก!

 

ผมพลันมือไม้สั่น เคยได้ยินมาว่าบนโลกนี้จะมีคนที่หน้าตาเหมือนเราสักสองสามคน แต่ไม่คิดว่าจะเจอกันเร็วขนาดนี้ แม้ฝ่ายนั้นจะหน้าตาจืดชืดกว่าผมเล็กน้อยก็เถอะ เราไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด แต่คล้ายกันอยู่แปดส่วน

 

ผมละสายตากลับมามองไดร์วูล์ฟ ยังไม่ทันเอ่ยปากถามว่าเขารู้จักกับชายแปลกหน้าคนนั้นหรือเปล่า คนที่ตกเป็นประเด็นในห้วงความคิดก็เดินตรงเข้ามาทางนี้เสียก่อน 

 

“หวัดดีครับ เราขอนั่งด้วยได้ไหม”

 

เอ่อ...แม้กระทั่งการพูดจายังสุภาพเฉกเช่นผมไปอีก ผมไม่ได้ตอบรับเพราะไม่ใช่เจ้าของโต๊ะมาตั้งแต่แรก ทว่ายังไม่ทันให้ได้หันมองไดร์วูล์ฟ อีกฝ่ายก็ลุกขึ้นยืนแล้วทำท่าจะเดินออกไปจากตรงนี้เสียก่อน

 

หมับ!

 

“ไดร์วูล์ฟ เราเพิ่งรู้ว่านายอยู่ที่นี่ เรา คือเรา...” 

 

ผมชะงัก พอๆ กับเจ้าของชื่อที่ชะงักไปเช่นกัน ดวงตาสีเทาซีดหลุบมองมือบางซึ่งคว้าแขนตัวเองไว้ ก่อนจะปัดออกคล้ายไม่ใส่ใจ 

 

แต่คนไม่ใส่ใจบ้าอะไรตามดูเขาได้มาเป็นเดือนๆ วะ!

 

“หุบปาก...กูไม่อนุญาตให้มึงเรียกชื่อ” 

          

          “ทำไมล่ะ เราตั้งชื่อให้นายเองนะ”

 

          เดี๋ยวๆ เรื่องนี้ชักมีเงื่อนงำ ผมนั่งมองทั้งสองคนด้วยความมึนงงเป็นไก่ตาแตก กระทั่งคนรอบข้างยังหันมองด้วยความสนใจ จังหวะนั้นดวงตาสีเทาซีดก็สบมองมาทางนี้พอดิบพอดี พ่อหมาป่าเดินตรงเข้ามากระชากแขนผมให้ลุกขึ้นยืน รุนแรงกว่าตอนปัดแขนของใครอีกคนเสียอีก

 

          ดูความสองมาตรฐานนี่สิ จะไม่ให้ผมคิดในแง่ร้ายได้ยังไง!

 

          “กลับ...” 

 

          ห๊ะ! นี่คือกำลังพูดกับผมใช่ไหม เผลอถอนหายใจด้วยความเซ็ง ก่อนจะคลี่ยิ้มบางเป็นฉากหน้า ทั้งที่ในใจไม่อยากยกยิ้มแม้แต่นิด

 

          ชายแปลกหน้ามองผมสลับกับไดร์วูล์ฟไปมา แววตาของอีกฝ่ายเผยประกายหม่นลงเล็กน้อย อดคิดไม่ได้ว่าไดร์วูล์ฟกำลังใช้ผมเป็นเครื่องมือ เป็นไม้กันหมาให้คนๆ นี้เสียใจ ไม่ก็ถอยออกห่างเจ้าตัว 

 

          หลังถูกไดร์วูล์ฟลากออกมาจากร้านสักพัก ผมก็บิดแขนตัวเองออกจากการเกาะกุมด้วยแววตาเรียบนิ่ง และยังคงนิ่งเงียบเช่นนั้นไปตลอดทางกลับหอ

 

          ไดร์วูล์ฟไม่เอ่ยอธิบายหรือพูดอะไรทั้งสิ้น สุดท้ายก็เป็นผมที่ทนไม่ไหวจนต้องเอ่ยถามเขาอย่างอดไม่ได้

 

          “คนเมื่อกี้ ใครหรอครับ”

 

          “ไม่ใช่เรื่องของมึง”

 

          “เหอะ จะไม่ใช่เรื่องของเราได้ยังไง คุณเพิ่งเอาเราไปเป็นไม้กันหมามานะครับ” ผมจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมอ่อนข้อให้ บอกเลยว่าถ้าวันนี้แสนซ่าส์ไม่รู้เรื่องราวอย่างกระจ่าง ก็อย่าหาว่าไม่เตือน!

 

          “เราสังเกตมาตั้งนานแล้ว...คุณตามดูเขามาตลอดเลยใช่ไหม”

 

          ยิ่งไดร์วูล์ฟเงียบ ผมก็คิดว่าอะไรๆ มันชัดเจนมากขึ้น เบื้องหน้าปรากฏประตูหอตะวันออก ทว่าผมกลับยังคงเหลือบตามองฟ้าก่อนจะคลี่ยิ้มฝืดเฝื่อน จากนั้นก็เดิมพันด้วยคำถามสุดท้าย 

 

          “เรารู้ว่าเราไม่มีสิทธิ์จะถาม แต่ช่วยตอบหน่อยได้ไหมครับ”

 

          “....”

 

          “ที่ยอมให้เราเข้าใกล้ตั้งแต่แรก...เพราะเราเหมือนเขาใช่ไหม”

 

          ไดร์วูล์ฟหยุดยืนนิ่งตรงหน้าประตูหอ ใบหน้าหล่อเหลากดลงมองผมเล็กน้อยคล้ายกำลังมองก้อนหินสักก้อน เรายืนจดจ้องกันอยู่นาน...แววตาของผมสั่นไหว ในขณะที่นัยน์ตาคมดุกลับฉายแววไร้อารมณ์ ก่อนเสียงตอบรับในลำคอจะดังลอดออกมาให้ได้ยิน

 

          “อืม...”

 

          “ขอบคุณครับ ที่บอกเราตรงๆ” ผมเบือนหน้าหนี กะพริบตาถี่ขึ้นเพราะสัมผัสได้ว่าหัวใจเต้นเบาลง รู้สึกจุกและปวดหน่วงไปทั่วอกราวกับก้อนเนื้อด้านในจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ

 

          “คุณคงชอบเขามาก...” ผมยกยิ้มบางเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะชิงเดินเข้าลิฟต์ของตัวเองโดยไม่หันมองอีกฝ่ายแม้แต่น้อย

 

          วินาทีที่ประตูลิฟต์ปิด เป็นจังหวะเดียวกับที่น้ำสีใสไหลออกมาจากดวงตา

 

          “เหมือนที่เรา ฮึก...ชอบคุณมาก”

 

 

          ผมนอนซมอยู่บนเตียงแบบไม่คิดจะอาบน้ำอาบท่า ร้องไห้จนน้ำตาแทบกลายเป็นสายเลือด กระทั่งเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นติดต่อกันหลายสาย ผมยังทำเป็นไม่ได้ยิน

 

          พอคิดจะรักใคร เขาก็ดันมีคนในใจแล้วซะงั้น แบบนี้ผมไม่ต้องกินแห้วไปตลอดเลยหรอ ให้ตายเถอะครับ!

 

          “ฮัลโหล...”

 

          ด้วยความรำคาญที่เสียงโทรศัพท์ขัดอารมณ์ดราม่า ผมจึงคว้ามันมากดรับ พร้อมสั่งน้ำมูกดังฟืด ไม่มีมันแล้วความรัก! ต่อไปนี้ซ่าส์จะรักตัวเอง พ่อหมาป่าบ้า พ่อหมาป่าเฮงซวย! มาหลอกให้รักแล้วก็ตลบหลังกันแบบนี้ได้ยังไง แม้ผมจะเป็นฝ่ายไปรักเขาเองก็เถอะ

 

          คิดๆ ดูแล้วผมเองก็เหมือนมือที่สามยังไงก็ไม่รู้ บางทีไดร์วูล์ฟอาจงอนกับคนที่เขามีใจอยู่ แล้วจังหวะนั้นผมไปคั่นกลางทั้งสองคนพอดี อา...ให้ตายเถอะ แม้อยากแย่งมาแค่ไหน แต่ผมก็ไม่คิดจะทำร้ายคนอื่นขนาดนั้นหรอกนะครับ

 

          (เป็นอะไร...) เสียงทุ้มของอัคคีดังลอดมาตามสาย ฟังดูเย็นยะเยือกเสียจนขนหัวลุก ผมพลันลุกขึ้นมานั่งบนเตียง ปาดน้ำตาออกจากใบหน้าก่อนจะกระแอมไอในลำคอเล็กน้อย 

 

          “ป...เปล่า ซ่าส์เจ็บคอเฉยๆ อ่ะคี” เวร! แม้จะพยายามดัดแล้วแต่เสียงยังสั่นเครืออยู่ซะงั้น

          

(ใคร...?) คราวนี้เป็นเสียงอัคนี

 

“อะไรคือใครอ่ะนิค ซ่าส์งง”

 

(อย่าโง่ ใครทำมึง) เสียงฝาแฝดคนรองเข้มขึ้นคล้ายจะเริ่มหัวร้อนนิดๆ ผมถอยโทรศัพท์ออกห่างจากหูอย่างหวาดผวา น้ำตานี่หยุดไหลอย่างฉับพลันราวกับสั่งได้

 

“ไม่มีใครทำอะไร ซ่าส์เดินตากฝนเมื่อวันก่อน เลยเหมือนจะเป็นไข้”

 

อันที่จริงอาการกูตอนนี้ก็ยิ่งกว่าเป็นไข้เสียอีก!

                 

(โกหกอีกคำ...กูจะบุกไปตัดลิ้นมึงภายในห้านาที)

 

อัคนี...นี่แสนซ่าส์ไง น้องที่คลานตามมึงมาเชียวนะเว้ยพี่ชาย มึงคิดจะตัดลิ้นกูเชียวเรอะ! ทุกทีไม่เห็นจับพิรุธได้ ทำไมครั้งนี้ถึงฉลาดนัก!

 

“น้องเป็นไข้จริงๆ นะนิค นิคต้องเชื่อน้องนะ...ขนาดคียังเชื่อน้องเลย”

 

(กูไม่เชื่อ...) เสียงอัคคีเอ่ยขึ้นมาแย้งทันใด

 

เชี่ย มึงช่วยเออออตามน้องหน่อยไม่ได้หรือไงไอ้พี่บ้า!

 

“งั้นพรุ่งนี้น้องไปนอนด้วยดีไหม พวกพี่จะได้เชื่อ” งัดไม้เด็ดมาอ้อนขนาดนี้แล้ว ถ้ากลบเกลื่อนพวกแฝดไม่ได้ ผมจะไปโดดหน้าผาตายให้ดู

 

(มาสิ...) อัคนี

 

(อืม...) อัคคี

 

“งั้นไว้เจอกันครับ ซ่าส์นอนก่อนนะ ง่วงแล้ว” 

 

ปัญหาจบได้ด้วยการที่ผมต้องถวายตัวเป็นหมอนข้างให้พวกมัน ไอ้พวกติดน้อง เมื่อไหร่จะมีเมียกันสักทีก็ไม่รู้ ผมล่ะเพลีย!

 

พอวางสายจากพวกพี่ชาย ผมก็กลับมาซึมเศร้าอีกครั้ง อารมณ์มันดิ่งจนไม่รู้จะดิ่งยังไงแล้ว แต่คงไม่ร้องไห้เพิ่มแน่ๆ เพราะปวดตาไปหมด

 

นับแต่นี้...ผมคงต้องถอยแล้วจริงๆ 

 

ไม่ใช่ว่ายอมแพ้ แต่ผมแค่ไม่อยากเป็นตัวแทนของใคร

 

 

 

 

 

Loading 50%

 

 

 

หลังจากไปนอนกับพวกแฝด พวกมันก็ไม่ได้ซักถามอะไรมากนักเมื่อเห็นสภาพของผม คือผมแอบอ้างไว้ว่าเป็นไข้ไง แล้วตอนป่วยสภาพผมก็คล้ายซอมบี้แบบนี้ตลอดเลยรอดไป

 

หลังทำใจมาหลายวัน แน่นอนว่าต่อไปคงเป็นการหลบหน้า...เปล่าสักหน่อย! ผมไม่ได้จงใจหลบเลี่ยงไดร์วูล์ฟหรอก เพียงแต่พยายามไม่มองหาเขาเหมือนเดิม ใช้ชีวิตตามปกติไปวันๆ นั่งเรียนข้างกันแต่คล้ายคนไม่รู้จักกัน

 

ไลท์เองก็คล้ายจะสังเกตเห็นความผิดปกตินี้ ทว่าเขากลับไม่มีท่าทีคุกคามให้ผมหวาดกลัวเหมือนวันก่อน อารมณ์เหมือนอสรพิษกำลังจับจ้องเหยื่อและรอกลืนลงท้องอย่างไรอย่างนั้น

 

แต่โทษที พอดีซ่าส์ไม่ใช่เหยื่อ!

 

          หลังเลิกเรียน ผมเดินออกมาจากห้องอย่างเอื่อยเฉื่อย น่าแปลกที่มีแต่คนลอบจ้องมองมา ทว่ากลับไม่มีใครกล้าเข้ามาพูดคุยแม้แต่น้อย พอผมมองตอบก็พากันหลบสายตาเป็นทิวแถว  เอ่อ...เกิดอะไรขึ้นครับ ก่อนหน้านี้จำได้ว่าผมไม่ได้ถูกแอบมองขนาดนี้นะ

 

          “ข...ขอโทษนะครับ พอจะมีเวลาคุยกับเราสักครู่ไหมครับ” 

 

ชายร่างเล็กคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นยามผมเดินผ่านพ้นประตูห้อง อา..อีกฝ่ายคงเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผมถูกจ้องสินะ ก็เล่นหน้าเหมือนกันตั้งแปดส่วน เพื่อนในห้องผมไม่นึกแปลกใจก็บ้าแล้ว

 

มองดูผ่านๆ คนตรงหน้าจืดจางมาก ทว่าหากสังเกตดีๆ กลับดูโดดเด่นแปลกตา แน่นอนว่าคนที่มีใบหน้าคล้ายผมจะไม่เป็นที่ดึงดูดความสนใจได้ยังไง

 

“มีอะไรครับ” ผมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง รู้สึกเจ็บแปลบกลางอกขึ้นมาเมื่อเห็นหน้าคนๆ นี้ ทั้งที่คิดว่าตัวเองจะหายดีแล้วแท้ๆ แต่ไม่...เวลาเพียงสัปดาห์เดียวไม่ได้เยียวยาอะไรผมได้เลย

 

ชายหน้าหวานหันซ้ายหันขวา เมื่อเห็นว่าทุกคนทยอยกลับหอกันหมดแล้ว จึงเอื้อนเอ่ยกับผมด้วยน้ำเสียงสดใสไม่น้อย

 

“เราชื่อขวัญข้าวนะ คือเรา...เรามีเรื่องอยากขอร้องคุณครับ” ขวัญข้าว? คนไทยงั้นหรอ

 

“ต้องการอะไรครับ” 

 

เดิมทีผมก็ไม่ได้ชื่นชอบตีสนิทกับคนแปลกหน้าอยู่แล้ว ยิ่งอีกฝ่ายเป็นคนที่ไดร์วูล์ฟแอบมองบ่อยๆ ผมก็ยิ่งไม่อยากเสวนาด้วย ซ่าส์ไม่ได้พาลนะ! แต่แบบเข้าใจอารมณ์ไหม ตอนนี้ผมยังไม่พร้อมจะพูดคุยกับคนของเขาจริงๆ

 

          คนของเขา เหอะ...คิดเองก็เจ็บเอง

 

          “คุณช่วยให้เราได้คุยกับไดร์วูล์ฟหน่อยได้ไหม เราเห็นคุณไปไหนมาไหนกับเขาบ่อยๆ คือ...เราเคยสนิทกันมาก่อนครับ แต่ตอนนี้เขาไม่เปิดใจให้เราเลย”

 

          “เราคงช่วยอะไรไม่ได้หรอกครับ คุณต้องพยายามด้วยตัวคุณเอง”

 

น้ำเสียงของผมเริ่มฟังดูเย็นยะเยือกมากขึ้น ไม่รู้สิ อยู่ดีๆ ก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา ผมพยายามเข้าหาไดร์วูล์ฟแทบตายกลับทำได้เพียงคว้าน้ำเหลว ในขณะที่คนตรงหน้าวิ่งโร่มาขอความช่วยเหลือโดยไม่คิดจะทำอะไรด้วยตัวเอง ขวัญข้าวควรเอาเวลาไปดักรอไดร์วูล์ฟแทนที่จะมาดักรอผมดีกว่าไหม

 

          อีกอย่าง...รู้ได้ยังไงว่าผมไปไหนมาไหนกับพ่อหมาป่าบ่อยๆ ทั้งที่ตอนเจอกันตรงร้านกาแฟ ยังทำท่าว่าเพิ่งพบพานครั้งแรกอยู่เลยแท้ๆ

 

          “แต่...คุณดูสนิทกับเขา”

 

          “จะสนิทหรือไม่สนิท ก็ไม่ใช่เรื่องของคุณนี่ครับ” อา...หลุดปากด่าจนได้ ผมยกยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตาเล็กน้อย บอกเลยว่าปกติผมไม่ใช่คนปากร้ายหรอกนะ แล้วก็ไม่ได้เป็นโรคจิตที่ชื่นชอบเหน็บแนมใครไปทั่วด้วย

 

          ดังนั้นอย่าให้ได้ร้าย...เดี๋ยวจะรับมือไม่ทันซะเปล่าๆ!

 

          “อา...ขอโทษด้วยครับที่เรามารบกวน”

 

          ขวัญข้าวหน้าซีดเซียวลง ดูเป็นคนดีเสียจนน่าสงสาร ผมนี่กลายเป็นตัวร้ายไปเลยสิพับผ่า จะยอมเป็นตัวร้ายวันหนึ่งเลยก็ได้ เพราะวันนี้อารมณ์ไม่ดี!

 

          ใช่สิ ซ่าส์มันไม่น่ารักนี่ ใครจะไปน่ารักเหมือนคนที่ไดร์วูลฟ์ชอบกันล่ะ

 

          “อ๊ะ! ไดร์วูล์ฟ มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ”

 

          พอมีนางเอก พระเอกก็โผล่มาพอดี ไม่สิ...เขายืนพิงกำแพงตรงมุมห้องฟังเราคุยตั้งแต่แรกแล้ว ผมเองก็เพิ่งรับรู้ตัวตนของคนที่หลบซ่อนอยู่ตอนอีกฝ่ายปรากฏตัวออกมา 

 

อืม…บางทีไดร์วูล์ฟอาจไม่ได้ซ่อนตัวหรอก แต่ผมกับขวัญข้าวไม่เห็นเขาเอง ราวกับอีกฝ่ายจงใจยืนรอใครอย่างไรอย่างนั้น

 

          น่ากลัว...เมื่อครู่ผมไม่รับรู้เลยสักนิดว่ามีเขาอยู่ในบริเวณนี้ด้วย

 

          ทุกทีก็ไม่เคยรอผมหรอก ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจเลยว่าเขามารอใคร ทำไมไม่ไปคุยกันดีๆ ให้มันจบๆ วะ จะงอนง้อกันทำไมให้เป็นเรื่องใหญ่ ยิ่งคิดยิ่งโกรธ โกรธตัวเองที่สลัดเรื่องนี้ออกจากหัวไม่ได้สักที 

 

          คนที่เป็นฝ่ายรักก่อนมักพ่ายแพ้อยู่ร่ำไป ผมเค้นยิ้มหยันตัวเอง ก่อนจะหลบฉากออกมาให้พระนายเขาคุยกัน จะให้ไปทำตัวร้ายๆ แสร้งแย่งของคนอื่น บอกเลยว่าผมไม่ทำ

 

          ก็ผู้ชายไม่ได้มีแค่คนเดียวบนโลกนี่นะ จะแย่งไปให้ได้อะไรขึ้นมา

 

          สู้เหลือทางเลือกให้ตัวเองได้พบเจอคนอื่นๆ ไม่ดีกว่าหรอ? แม้ผมจะล่วงรู้ว่าไม่มีใครโปรไฟล์ดีและทำให้ผมใจเต้นได้เท่าไดร์วูล์ฟ...แต่ไม่เป็นไร ผมอยู่เป็นโสดก็ได้ รับเด็กมาเลี้ยงสักคนจะเป็นไรไป!

 

          

          (Direwolf talk)

 

         “ไดร์วูล์ฟ” ชายร่างบอบบางส่งเสียงเรียกพลางแสดงท่าทางตื่นเต้นยินดี ทว่าคนถูกเรียกกลับทำเพียงปรายมองทางหางตา ไม่ทันให้นิ้วเรียวสวยยื่นมาแตะแขน คาเรย์ เกลนดอน ก็โผล่มาจากมุมมืดแล้วดึงร่างเล็กออกห่างจากเจ้านายตนอย่างเงียบเชียบ

 

          “ม...ไม่ ปล่อยเรานะครับ! เราจะไปคุยกับไดร์วูล์ฟให้รู้เรื่อง”

 

          “ช่วงนี้นายท่านอารมณ์ไม่ดี เจ้าลัคเองก็เซื่องซึมเพราะแม่มันหายไป กรุณาอย่าเข้าใกล้นายท่านจะดีกว่านะครับ ถ้ายังรักชีวิตตัวเองอยู่” คนพูดเอ่ยพลางคลี่ยิ้มเหี้ยมโหด มือก็กระชากลากจูงร่างที่เล็กกว่าอย่างไม่เบาแรง

 

          “นาย...นายขู่เราหรอ เราสนิทกับไดร์วูล์ฟนะ เขาต้องให้เราคุยสิ...อื้อ!” 

 

พูดยังไม่ทันจบประโยคก็โดนปิดปากลากลงตึกเรียนไป คาเรย์รีบร้อนลงมืออย่างฉับพลัน...เพราะดวงตาคมดุสีเทาซีดเริ่มตวัดมองมาอย่างเชื่องช้า เป็นลางร้ายว่าจะตายทั้งคนถูกเมินและลูกน้องใต้บังคับบัญชา

          

          ไดร์วูล์ฟมองตามหลังอัศวินของตนเองอยู่ครู่หนึ่ง ประกายอำมหิตในดวงตาจึงเริ่มลดทอนลงหลายส่วน ไม่นานนักก็วกกลับมายังจุดที่ใครอีกคนเพิ่งเดินจากไป เขาเหม่อมองธาตุอากาศอันว่างเปล่าตรงหน้า...ก่อนจะเสยเส้นผมลวกๆ แล้วก้าวเดินกลับหออย่างเงียบงัน

 

          รู้สึกได้ว่าแมกไม้ข้างทางช่างดูขวางหูขวางตา...จนนึกอยากจะเผาทำลายให้สิ้นซาก

 

          ดวงตาสีเทาซีดละห่างจาก ‘อดีต’ วิวทิวทัศน์ที่เคยชื่นชอบ ก่อนจะย่างก้าวไปตามเส้นทางเดิมๆ อย่างเงียบเชียบ

 

          ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้าที่ก้าวตามหลังห่างๆ เฉกเช่นทุกที...

 

          ไม่มีกระทั่งรอยยิ้มหวานตอนก่อนจากกันขึ้นหอพัก

 

          ไม่มี...น้ำเสียงนุ่มนวลที่เอ่ยทักในทุกๆ วัน

 

          ทั้งที่เคยนึกรำคาญเสมอมา ทว่าทำไมวันนี้...พอไม่มีคนๆ นั้น ทุกสิ่งอย่างกลับดูน่าหงุดหงิดไปหมด 

 

“ข...ขอโทษครับ!” 

 

ไม่รู้ว่าเขาเผลอปล่อยรังสีอำมหิตมากไปหรืออย่างไร คนด้านล่างหอถึงพากันหลบตาจ้าละหวั่น คนที่เกือบเดินมาชนก็ทำท่าจะเป็นลมอยู่รอมร่อ ทว่าไดร์วูล์ฟไม่ได้สนใจ เขากดลิฟต์ไปยังชั้นบนสุด ก่อนจะปิดเปลือกตาลง หวังเพียงความคุกรุ่นในหัวจะบรรเทาลงได้บ้าง

           

วันนี้เขามีท่าทีแปลกไปโดยไม่รู้ตัว เผลอยืนพิงกำแพงรอใครบางคนออกจากห้องอย่างที่ไม่เคยเป็น ทว่าตัวน่ารังเกียจกลับโผล่มาเสียก่อน 

 

ขวัญข้าว...ยังคงติดอยู่ในความทรงจำอันเลือนราง

 

มันเป็นคนที่สอง ที่กล้าทรยศเขาอย่างเลือดเย็น

 

ดวงตาสีเทาซีดมีประกายคมเข้มวาบผ่านยามนึกถึงอดีต สองมือก็ปลดกระดุมเสื้อเผยให้เห็นลอนกล้ามเนื้อ ก่อนจะเปิดประตูห้องน้ำเตรียมชำระล้างร่างกาย

 

ในอดีต ตัวเขาถูกผู้เป็นญาติหักหลังครั้งแรกด้วยการหลอกอุ้มไปฆ่าในป่า แต่กลับรอดมาได้และถูกฝูงหมาป่าเลี้ยงไว้อย่างน่าเหลือเชื่อ ผ่านไปเกือบปีถึงได้พบกับขวัญข้าวที่มาเที่ยวแคนาดากับครอบครัว

 

ใครจะคาดคิดว่าภายใต้สภาพอากาศอันหนาวเหน็บ เด็กชายคนหนึ่งจะยังมีชีวิตรอดท่ามกลางฝูงหมาป่าอยู่

 

ขวัญข้าวเป็นคนมอบเสื้อผ้าตัวใหม่แทนตัวเก่าสองสามชุด เดิมทีเขาก็มีเสื้อผ้าหนาๆ อยู่แล้วเพราะหมาป่าชอบคาบของคนอื่นมาให้ เราวิ่งเล่นด้วยกัน สัญญากันว่าจะไม่บอกใครเรื่องที่เจอเขาในป่า เพราะเขายังไม่พร้อมกลับไปเจอคนในตระกูลตอนนั้น...ตอนที่กำลังอ่อนแอถึงขีดสุด เขารู้ดีว่าถ้าหากกลับไป คงไม่แคล้วถูกทรมานจนตาย ไม่ก็ถูกฆ่าตาย

 

ขวัญข้าวเป็นคนแรกที่เรียกเขาว่าไดร์วูล์ฟ เพราะเจอเขาอยู่ในฝูงหมาป่าพอดี แน่นอนว่าพวกมันไม่ทำอันตรายขวัญข้าวเพราะเขาห้ามปรามไว้ เขาไม่ยอมบอกชื่อตัวเองกับใคร กระทั่งคนในครอบครัว ยังมีเพียงพ่อกับแม่ผู้ล่วงลับ และอีกไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้

 

ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน...มันก็ทรยศเขาอย่างเลือดเย็น

 

มันพาครอบครัวมาดูเขาซึ่งเป็นมนุษย์เพียงคนเดียวที่อยู่กับฝูงหมาป่าได้ พ่อของมันให้คนล้อมจับเขา ฆ่าครอบครัวหมาป่าที่อยู่ด้วยกันมาเกือบปี แล้วส่งตัวเขาคืนสู่ตระกูลเดิมที่จากมาในทันที แลกกับผลประโยชน์ทางธุรกิจมหาศาล

 

แน่นอน...ว่าเขาแค้นจนแทบกระอักเลือด

 

แล่เนื้อเถือหนังพวกมันออกมาทีละชิ้น ยังไม่สาสมกับความแค้นที่มีด้วยซ้ำ เมื่อกลับไปอยู่ตระกูลเดิม เขาจะไม่ขอพูดถึงว่าผ่านอะไรมาบ้าง รู้เพียงตอนนี้เขากวาดล้างพวกเศษสวะออกหมดแล้ว สุดท้าย...ลูกนอกคอกก็ดันได้ตำแหน่งผู้นำตระกูลเสียนี่

 

หึ...น่าขำ 

 

หลังจากนั้นเขาก็ตามล่าตระกูลของขวัญข้าวมาตลอด แต่กลับไม่พบเบาะแสคล้ายทางนั้นจงใจปกปิดตัวตน จนกระทั่งล่วงรู้ว่าอีกฝ่ายจะได้มาเรียนที่นี่ เขาจึงตามมาจับตาดู

 

อยากฆ่ามันตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นหน้า ทว่าถ้าทำแบบนั้น...จะสืบสาวไปถึงพ่อของมันได้อย่างไร

 

ไดร์วูล์ฟรอเวลาอย่างใจเย็น คาดไม่ถึงว่าคนๆ หนึ่งจะปรากฏตัวขึ้นเสียก่อน คนที่มีใบหน้าคล้ายมันถึงแปดส่วน เขาเริ่มระแคะระคายว่าทั้งสองอาจเกี่ยวข้องกัน ประกอบกับแสนซ่าส์เป็นลูกศัตรูของตระกูลทางฝ่ายมารดา จึงยอมให้คนช่างพูดช่างยิ้มเข้าใกล้

 

แต่เหมือนจะยอมมากไป...จนเริ่มรู้สึกหงุดหงิดยามถูกตีตัวออกห่าง

 

ทั้งที่คิดว่าไม่สนใจ แต่กลับไม่อาจปล่อยมือได้ ยิ่งคิดว่ามันจะแย้มยิ้มให้คนอื่น พูดคุยกับคนอื่น แววตาก็เผยร่องรอยคุกรุ่นขึ้นมา

 

ในเมื่อกล้าชวนเขาเข้าห้องแล้ว...ก็อย่าคิดว่าจะได้ชวนใครอีก

 

 

(Sanza talk)

 

ผมเดินเข้าห้องเรียนมาด้วยดวงตาลึกโหล ยอมรับว่าเมื่อคืนไม่ค่อยได้นอน ผมเอาแต่วนคิดเรื่องที่ไดร์วูล์ฟอาจคืนดีกับคนของเขาอยู่ทั้งคืน

 

ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ผมก็ควรตีตัวออกห่างจากเขาเสียที...ผมไม่ควรปล่อยให้ตัวเองกลับไปยังจุดเดิม จุดที่เสียใจแบบซ้ำๆ ซากๆ

 

น่าแปลกที่วันนี้ไดร์วูล์ฟกับไลท์มาถึงห้องเรียนก่อนผม ทั้งสองคนนั่งประจำที่ ในขณะที่ผมเดินไปนั่งตรงกลาง ชั่งใจอยู่ไม่นานก็สะกิดแขนไลท์ยิกๆ

 

“ไลท์ครับ ตั้งแต่วันนี้เราขอเปลี่ยนที่นั่งกับคุณได้ไหม”

 

“หืม?” ไลท์หันมาเลิกคิ้วใส่ผม ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า...วูบหนึ่งคนตรงหน้ามองเลยไปยังเบื้องหลัง ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปาก

 

“เอาสิ”

 

“ขอบคุณครับ” 

 

แม้จะพูดคุยกับไลท์อย่างเป็นธรรมชาติ แต่ผมก็ไม่ได้ไว้ใจอีกฝ่ายเต็มร้อยหรอกนะ คิดพลางเก็บข้าวของเตรียมย้ายโต๊ะ ทว่าจังหวะที่ลุกขึ้นยืน แขนของผมกลับถูกดึงรั้งให้นั่งลงที่เดิมเสียก่อน

 

ยอมรับว่าเผลอกลั้นหายใจไปวูบหนึ่ง...ไม่ใช่ไลท์ ทว่าเป็นใครอีกคนซึ่งผมเงียบใส่เขามาหลายวันต่างหาก

 

ผมมองสบตาไดร์วูล์ฟเป็นครั้งแรก ก่อนจะบิดแขนออกจากการเกาะกุม คนในห้องก็เริ่มหันมอง ทว่าไม่มีใครกล้าจ้องนานนัก เพราตระกูลวูล์ฟไม่ได้มีดีแค่ชื่อ ทว่าอิทธิพลและอำนาจมืดล้มหลามจนแทบจะครอบครองธุรกิจทั้งหมดในหลายประเทศอยู่รอมร่อ

 

“ปล่อยครับ” ยอมรับว่าผมกับเขามันกระดูกคนละเบอร์ ให้ตายสิวะ บิดแขนยังไงอีกฝ่ายก็ยังจับแน่นเหมือนเดิม 

 

“ใครให้มึงย้ายที่...” 

 

สุ้มเสียงเย็นเฉียบฟังดูทรงอำนาจแกมข่มขู่อยู่ในที อันที่จริงผมก็ชินแล้ว เพราะเขาไม่เคยพูดดีๆ กับผมเลยสักครั้ง คิดพลางยกยิ้มซึ่งไปไม่ถึงดวงตา ก่อนจะโต้ตอบด้วยสุ้มเสียงเย็นยะเยือกไม่ต่างกัน

 

“แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรมาห้ามเราล่ะครับ ที่ตรงนี้ก็ให้ไลท์นั่งไป...”

 

“กูไม่อนุญาตให้ใครนั่งข้างๆ...นอกจากมึง”

 

อ่อ...ห๊ะ อะไรนะ!

 

 

 

          

 

 

 

 

 

Writer talk2

เตรียมชดใช้กรรมเก่านะคะพ่อหมาป่า ช่วงนี้ยุ่งแบบหัวหมุนเลยค่ะ ตอนแรกจะอัพวันที่ 6 แต่ไรท์เจียดเวลามาอัพวันนี้ซะเลย ไม่อยากยืดไว้นาน จากที่มันนานอยู่แล้ว TT ขอตัวไปนอนก่อนนะคะ ฝันดีค่า

ดูคำผิดไปรอบเดียว ไม่รู้จะมีหรือเปล่า ขออภัยด้วยนะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาเกลาอีกรอบน้า ส่วนแฟนอาร์ตขออนุญาตลงครั้งหน้านะคะ ขอบคุณมากๆ ค่า ><

ติดตามข่าวสารการอัพเดตนิยายได้ทาง เพจ , ทวิต (จิ้มที่คำว่าเพจหรือทวิตได้เลยค่ะ)

#ซ่อนรักลวงร้าย

รักรีดเดอร์ 

 

 

 

 

Writer talk1

วันนี้มาเร็วเพราะช่วงกลางคืนติดธุระค่ะ ตัวละครใหม่โผล่มาแล้วนะคะ โผล่มาแบบไม่มีชื่อด้วย(ฮา) นับแต่นี้น้องจะเริ่ดๆ ล่ะ ใครทำกรรมใดไว้ต้องรับกรรมนั้น เมินน้องนักใช่ไหม...ตามนั้นค่ะ แค่ก!//วิ่งหลบปืน แล้วพบกันค่า

ปล. ใจจริงอยากแต่งมากกว่านี้ แต่ติดตรงไรท์ไม่ค่อยว่างค่ะ TT เลยพบกันสองอาทิตย์ครั้งตลอดๆ ซึ่งมันจะยุ่งๆ ไปจนถึงช่วงสิ้นเดือน กำลังภาวนาให้เดือนหน้ามีวันหยุด ไรท์จะได้กลับมาปั่นทุกอาทิตย์เหมือนเดิมค่ะ ขอบคุณคนที่ยังรออ่านอยู่นะคะ รักกก

ติดตามข่าวสารการอัพเดตนิยายได้ทาง เพจ , ทวิต (จิ้มที่คำว่าเพจหรือทวิตได้เลยค่ะ)

#ซ่อนรักลวงร้าย

รักรีดเดอร์

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7.842K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8,896 ความคิดเห็น

  1. #8139 pinggtaya (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:42
    ฮืออ ไรท์แต่งดีมาก อ่านแล้วอินปวดใจเลย
    #8,139
    0
  2. #7985 praeprae3012 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 21:57
    หืมมม อยากจะแหม ปากแข็งจังเลยยย
    #7,985
    0
  3. #7981 crzoldyck7 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 20:52
    จ้าาาาาา หวงเก่ง ปากแข็งนักนะ เดี๋ยวให้ซ่าไปนั่งไกลๆเลย
    #7,981
    0
  4. #7849 exolbenben (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มกราคม 2564 / 20:31
    หลงน้องเข้าแล้วล่ะซี้
    #7,849
    0
  5. #7836 MINERVA09 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 13:26
    ใจร้ายมากจริงแค้นแทนเลยอ่ะทำไมทำอย่างงี้ ;-;;;;
    #7,836
    0
  6. #7482 rnhaha (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2563 / 10:29
    ฮื้ออออ ปากแข็งนัก!
    #7,482
    0
  7. #7454 nukpriyakorn (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 00:35
    คิดถึงเจ้าลัทท
    #7,454
    0
  8. #7124 Inthukarnw (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 16:35
    งืออออ สงสารครอบครัวหมาป่า
    #7,124
    0
  9. #7122 numaynaja (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 12:40
    ตอนแรกก็เป็นคนอยู่ดีๆ พอเค้าพูดงี้ก็เป็นหมาไปแล้ว น้องจะเชื่อง หงิงๆ
    #7,122
    0
  10. #7111 bj vamtoon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 02:30

    ฮันแน
    #7,111
    0
  11. #6684 SsB3 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 / 12:39
    อืมๆๆจ้าาติดเค้าแร้วว
    #6,684
    0
  12. #6330 wanwisamaitham (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 20:00
    รักก็บอกรัก หลงก็บอกหลง ทำเป็นปากแข็งอยู่ได้
    #6,330
    0
  13. #6033 Gungun_hongstar (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 06:48
    จริงๆถ้าแค่เอาครอบครัวมาดูเฉยๆอาจจะไม่ใช่ความผิดขวัญข้าว100%นะ อาจจะไม่ได้คิดว่าครอบครัวจะทำไง;-;
    #6,033
    0
  14. #5851 Makkham (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กันยายน 2563 / 22:33
    เอ๊ะ55
    #5,851
    0
  15. #5623 Come here!! (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 06:43
    อะไรก๊านนนจะเอายังไงก็บอกน้องเขาไปดิ้
    #5,623
    0
  16. #5619 Ypsxcio (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กันยายน 2563 / 18:20
    อะไรของคุรพี๊ค้าเนี้ยยยย
    #5,619
    0
  17. #5604 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 22:48
    คุมพี่คร่าาาา
    #5,604
    0
  18. #5577 Foxgo_O (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 15:13
    ง้อน้องเลยยยยย
    #5,577
    0
  19. #5546 CCsubstance (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 00:42
    พ่ออ้อนแม่ให้มากกว่านี้อีก หนูลัคคิดถึงหม่ามี้จะแย่แล้ว
    #5,546
    0
  20. #5523 Muay888 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 21:50
    พ่อหมาป่าเริ่มง้อออน้อง ฟินง่ะ🥰
    #5,523
    0
  21. #5342 mook (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 08:30

    พ่อหมาป่าเริ่มง้อแม่หมาป่าเหรอคืออะไรยังไงหว่า5555

    #5,342
    0
  22. #5326 baekbow (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2563 / 21:00
    ประโยคนี้จะแปลว่าซ่าส์พิเศษก็ได้นะเนี่ย 5555 // ที่แท้ขวัญข้าวนี่ก็เป็นศัตรูคู่แค้นเลยนี่นา ห่างไกลจากคนที่พ่อหมาป่าชอบไปไกลลิบเลย แต่เรื่องส่วนตัวขนาดนี้ไม่รู้ว่าซ่าจะมีโอกาสได้รู้หรือป่าวนี่สิ // สงสารเจ้าลัคจังแม่หาย
    #5,326
    0
  23. #5307 khimmee56 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 18:10
    โอ้นที่แท้ก็เรื่องเป็นอย่างงี้
    #5,307
    0
  24. #5200 b_bbexam (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 00:30
    บอกเรยว่าสมน้ำหน้าคุณพี่ค่ะ!!!
    #5,200
    0
  25. #5174 On_lapo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 21:50
    เอาให้กระอักไปเลย!
    #5,174
    0