[Yaoi] DON'T HIDE ME ซ่อนรัก ลวงร้าย

ตอนที่ 7 : Ep.07::เหตุเกิดเพราะกลิ่นที่แปลกไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 65,656
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6,117 ครั้ง
    20 มิ.ย. 63

 

Ep. 07

เหตุเกิดเพราะกลิ่นที่แปลกไป

 

 

 

ผมปรือตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า รู้สึกเมื่อยไปทั้งตัวคล้ายบางอย่างรัดพันร่างกายไว้ พอหันมองก็พบใบหน้าหล่อเหลาในระยะประชิด...

 

เดี๋ยวนะ เมื่อคืนนอนคนละมุมไม่ใช่เรอะ!

 

“ว๊าก!”

 

ผมรีบผุดลุกขึ้นนั่ง ถอยกรูดออกห่างจากอีกฝ่ายจนเผลอตกเตียงดังตุ๊บ รีบเอามือคลำก้นป้อยๆ ในขณะที่อีกมือลูบอกเผื่อหัวใจจะเต้นเบาลงบ้าง บ้าชิบ...ไดร์วูล์ฟนอนกอดผมมากี่ชั่วโมงแล้ว ทำไมผมไม่รู้ตัวเลยสักนิด

 

ฮือ อายอ่ะ...ผมต้องเผลอกรนหรือละเมออะไรออกไปแน่ๆ มุดดินหนีทันไหม

 

เสียงสวบสาบจากบนเตียงทำให้ผมเผลอเกร็งร่างในทันที ร่างสูงผุดลุกขึ้นนั่งก่อนจะยกมือเสยผมลวกๆ แววตาฉายความง่วงงุนเล็กน้อยขณะเหลือบมองมาทางผมซึ่งนั่งนิ่งอยู่บนพื้นข้างเตียง

 

“ต...ตื่นแล้วหรอครับ” ผมยิ้มแหยก่อนจะพยุงตัวลุกขึ้นยืน

 

เชี่ยแล้วไง เป็นคำทักทายที่ดูเอ๋อถึงขั้นสุด ก็เห็นอยู่ว่าตื่นแล้ว ยังจะไปถามแบบนั้นอีก ซ่าส์เอ้ย! สมงสมองไปหมดแล้ว

 

ไดร์วูล์ฟไม่ได้ตอบรับ เขาลุกขึ้นเต็มความสูงในขณะที่ผมบังคับเท้าตัวเองไม่ให้ก้าวถอยหนี อย่ากลัว...ห้ามแสดงให้เขาเห็นว่ากำลังหวาดกลัวเด็ดขาด โคตรบ้าที่ผมพยายามเข้าหาเขา แต่พอได้ใกล้ชิดกันจริงๆ กลับอายจนแทบมองหน้าไม่ติด

 

โชคดีที่ร่างสูงทำเพียงเดินผ่านผมไปหยิบเสื้อฮู้ดชุ่มเลือดในห้องน้ำ จากนั้นก็เหลือบมองผมที่ยืนประหม่าอยู่กลางห้องเล็กน้อย ก่อนจะเปิดประตูออกไปอย่างไม่บอกกล่าว

 

ผมรีบเดินไปปิดประตูลงกลอน เช้าแบบนี้ไดร์วูล์ฟคงไปหาผู้คุมหอเพื่อขอคีย์การ์ดสำรองแน่ๆ สัมผัสอุ่นร้อนยังติดตรึงบนผิวเนื้อจนอดที่จะหน้าร้อนผ่าวไม่ได้

 

หลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ผมก็เดินไปกินข้าวโดยไม่มีไดร์วูล์ฟนั่งกินด้วยเป็นวันแรก อีกทั้งยังเดินเข้าห้องเรียนแบบเหม่อๆ ก่อนจะพบว่าใครอีกคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว

 

เสื้อเชิ้ตสีเทาซีดแบรนด์ดังรับกับเส้นผมสีขาวของเขาเป็นอย่างดี กระดุมถูกปลดสองเม็ดเผยให้เป็นแผงอกขาวน่าซุกซบซึ่งผมก็ได้ซบไปไม่กี่ชั่วโมงก่อน...แค่ก และที่สำคัญ การที่เขาพับแขนเสื้อขึ้นแบบนี้ทำให้เห็นรอยสักรูปหมาป่ารำไร

 

ช่างดูน่าหวาดเกรงและลึกลับในคราวเดียวกัน ทั้งผู้หญิงและผู้ชายต่างจับจ้องมองตาเป็นมัน ทว่าเมื่อโดนดวงตาคมดุตวัดมองกลับไป ต่างก็พากันสะท้านเฮือกเบือนสายตาหนีแทบไม่ทัน

 

หล่อร้ายมาก จะหาผู้งานดีขนาดนี้ได้ที่ไหนอีก!

 

ผมเดินเข้าไปนั่งด้านข้างคนที่ตกเป็นเป้าสายตา รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายจ้องมองมาคล้ายแปลกใจที่ผมนิ่งเงียบผิดปกติ แต่คือผมไม่ได้หันไปมองตอบไง ทำเพียงหยิบสมุดกับปากกาขึ้นมาวางบนโต๊ะ จังหวะนั้นอาจารย์ก็เดินเข้ามาพร้อมนักเรียนแปลกหน้าพอดี

 

“วันนี้มีนักเรียนใหม่ย้ายมาจากห้องอื่น ฝากดูแลเพื่อนด้วยล่ะ ไปนั่งตรงนั้นแล้วกัน”

 

“ครับ”

 

นอกจากจะไม่ได้ให้แนะนำตัวแล้ว ยังชี้มายังที่นั่งด้านข้างผมอีกฝั่ง แต่เดิมอดีตราชาหอตะวันออกเคยนั่งตรงนี้ สงสัยเพื่อนใหม่คงมาแทนที่เขาแน่ๆ

 

ร่างสูงเดินมาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผมเห็นรายละเอียดบนเครื่องหน้าของเขาชัดเจน จัดว่าเป็นผู้ชายหล่อเหลาและหุ่นดีคนหนึ่งเลย สังเกตได้จากสายตาของพวกสาวๆ ในห้องที่ลอบมองจนตัวแทบพรุน

 

ให้ตายเถอะครับ นี่ผมต้องนั่งตรงกลางระหว่างคนหล่อสองคนอีกแล้วหรอ ออร่าดับหมด ปัดโธ่!

 

“ไลท์...ใช่คนที่เป็นลูกเจ้าสัวร่ำรวยติดอันดับโลกนั่นหรือเปล่า”

“ใช่ โอ๊ย ให้ตายเถอะ แค่ไดร์วูล์ฟฉันก็จะเป็นบ้าแล้ว นี่ยังมีไลท์อีก”

“หล่อมาก ถ้าบอกว่าเป็นนายแบบฉันก็เชื่ออ่ะ”

 

เสียงซุบซิบทำให้ผมมองพิจารณาคนที่ถูกกล่าวถึงอย่างอดไม่ได้ เสี้ยววินาทีหนึ่งที่อีกฝ่ายสบตากลับมา...สัญชาตญาณบางอย่างร้องเตือนลั่นในหัวว่าคนๆ นี้น่ากลัว

 

อีกแล้ว ชีวิตที่ไม่มีพี่ชายฝาแฝดคอยควบคุม...ทำไมถึงชอบเจอแต่พวกตัวอันตรายนักนะ!

 

แกร๊ก!

 

เสียงวางปากกาจากโต๊ะด้านข้างทำให้ผมกะพริบตาได้สติ ก่อนจะจับจ้องมองกระดานแทนใบหน้าหล่อเหลาของเพื่อนใหม่ หางตาเห็นไดร์วูล์ฟหยิบปากกาอีกแท่งขึ้นมาจดเลคเชอร์ บรรยากาศรอบร่างไม่น่าเข้าใกล้เฉกเช่นเดิมจนอดที่จะถอนหายใจไม่ได้

 

ห่างกันเพียงเอื้อมมือ...แต่มันคือแสนไกล!

 

จดไปจดมาผมก็เริ่มเลื้อยเอาแก้มป่องๆ แนบไปกับโต๊ะ ไม่ได้ง่วงหรอกครับแต่เหนื่อย นั่งนานๆ บางทีก็เมื่อยเหมือนกัน คล้ายเห็นอาจารย์เหลือบมองมาวูบหนึ่ง เลยต้องนั่งหลังตรงตามเดิม ไม่ใช่เพราะกลัวหรอกนะ แต่เขาเรียกว่าเป็นการให้เกียรติอาจารย์ผู้สอน

 

“ยืมลิควิดหน่อย” อยู่ดีๆ แขนก็ถูกสะกิด ผมหันไปมองเพื่อนใหม่ที่มองมาด้วยแววตาไร้อารมณ์ไม่น้อย

 

ต่อให้ไม่ชอบผูกมิตรกับคนแปลกหน้า ทว่าผมก็ไม่ได้ใจร้ายถึงขั้นไม่ให้เขายืมปากกาลบคำผิดหรอก

 

“นี่ครับ” ผมยื่นส่งไปให้ อีกฝ่ายรับเอาไปใช้ ก่อนจะเอื้อมมาวางคืนบนโต๊ะตามเดิม

 

สักพัก...

 

“ยืมไม้บรรทัด”

 

ผมเหลือบมองแล้วยื่นส่งให้ตามเดิม

 

อีกห้านาที...

 

“ยืมปากกา”

 

ผมเริ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ยื่นส่งปากกาแท่งใหม่ให้ไป

 

อีกสิบนาที...

 

“ยืมดินสอ”

 

โว้ย! ถามจริงว่าแม่งเอาอะไรมาเรียนบ้างวะ ขอยืมถี่ขนาดนี้ผมชักจะเรียนไม่รู้เรื่องแล้ว เดี๋ยวก็ยกให้ทั้งกระเป๋าซะนี่ ตอนแรกคล้ายจะหัวร้อนแล้วนะ แต่พอเห็นสภาพของอีกฝ่ายผมก็ใจเย็นลงเล็กน้อย เพื่อนใหม่ไม่ใช่แนวเด็กเรียนไง ดูเป็นเด็กเกเร ทั้งสัก ทั้งเจาะคิ้ว เจาะหู สมแล้วที่ไม่พกอะไรมาสักอย่าง

 

แต่ไดร์วูล์ฟที่ดูร้ายๆ ยังพกอุปกรณ์มาเรียนเลยนะเว้ย!

 

“เอาไปทั้งกระเป๋าเลยไหมครับ” ไม่ได้พูดเล่นนะ พูดจริง

 

“ได้หรอ...?” อีกฝ่ายเลิกคิ้วขึ้นนิด ทั้งที่รู้ว่าผมกำลังหัวเสีย แต่กลับกระตุกยิ้มมุมปากซะงั้น

 

แม่ง ไอ้บ้านี่มันตั้งใจกวนประสาทผมชัดๆ ถ้าไม่ติดว่าอาจารย์สอนอยู่ผมคงลุกเดินหนีไปแล้ว ขืนอยู่ต่อคงเกิดการปะทะ ผมไม่อยากให้เรื่องนี้ถึงหูสองแฝดไง ไม่งั้นไอ้พวกคลั่งน้องนั่นคงได้ก่อเรื่องใหญ่โตจนถูกไล่ออกจากเกาะแน่

 

“เอาไปคระ...”

 

“หุบปาก...ไม่เรียนก็ออกไป”

 

ยังไม่ทันให้ผมได้ยกทั้งกระเป๋าดินสอให้เพื่อนใหม่ สุ้มเสียงเย็นยะเยือกก็ลอยกระทบหูจนเผลอเหลือบมองคนพูดชั่วครู่หนึ่ง เสี้ยววินาทีนั้นดวงตาดุดันตวัดมองตอบกลับมา เล่นเอาเกือบสะดุ้งแล้วรีบวางกระเป๋าดินสอแทบไม่ทัน

 

ผมไม่ได้กลัวนะเว้ย! ก็แค่ไดร์วูล์ฟดูไม่ปกติอ่ะ เล่นมองมาคล้ายผมไปฟาดหัวแม่เขาแบบนั้น เป็นใครก็ต้องเกรงแล้วไหม

 

ตาดุโคตรพ่อโคตรแม่ วันนี้อารมณ์แปรปรวนแปลกๆ แหะ เมื่อเช้ายังดีอยู่เลย

 

ในที่สุดก็หมดเวลาเรียน วันนี้เรียนครึ่งวัน ช่วงบ่ายอาจารย์ให้นักเรียนที่สอบยิงปืนไม่ผ่านไปสอบซ่อม ผมเลยว่างไปโดยปริยาย พออยู่ว่างๆ ก็ไม่รู้จะทำอะไร จึงไปขอซื้อเนื้อหมูกับใบกะเพราจากแม่ครัว เหมือนที่เกาะนี้จะปลูกทุกอย่างไว้ครับ เลยไม่ขาดแคลนเสบียงอาหารเท่าไหร่

 

ใช่แล้ว ผมจะทำเมนูสิ้นคิด...ผัดกะเพรานั่นเอง

 

ทว่าโคตรโชคร้าย ระหว่างเดินกลับหอ ผมดันบังเอิญเจอเพื่อนใหม่เข้า...

 

“ไปโรงอาหารมา?” อีกฝ่ายเหลือบมองถุงวัตถุดิบในมือผมคล้ายแปลกใจ ช่วยไปเดินไกลๆ หน่อยเถอะ ขนาดกับพ่อหมาป่าผมยังไม่มีโมเม้นท์เดินกลับหอคู่กันเลยนะ! ไม่ใช่อะไร กลัวสองแฝดรู้เรื่องไง คนก็เริ่มมองกันแล้วด้วย

 

ผมไม่ตอบ ตั้งใจเดินกลับหอคล้ายเสียงอีกฝ่ายลอยผ่านหูไปเฉยๆ ไลท์เองก็ไม่ได้เซ้าซี้ เขาเดินเอื่อยๆ ตามหลังผมมา บอกเลยว่าขนลุก...การที่โดนจ้องแผ่นหลังตลอดเวลาเล่นเอาเสียววาบอย่างบอกไม่ถูก

 

“มึง...ใจดีกว่าที่คิดนะ”

 

ผมชะงักเล็กน้อย อะไรที่ทำให้ไลท์คิดว่าผมใจดีกัน? คิดพลางยกยิ้มบางก่อนจะเอื้อนเอ่ยด้วยสุ้มเสียงราบเรียบ

 

“เราไม่ได้ใจดีอย่างที่คุณคิดหรอกครับ”

 

ผมไม่ได้สนใจไลท์อีก เขาอยากเดินตามก็ปล่อยไปทั้งอย่างนั้น กระทั่งมาถึงหน้าหอตะวันออก ถึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายอยู่หอเดียวกัน น่าแปลกที่ไม่เคยเจอกันเลยสักครั้ง

 

“กูไม่ได้สนใจหรือยุ่งเกี่ยวกับคนในหอ...”

 

คล้ายล่วงรู้ว่าผมกำลังนึกสงสัย ร่างสูงที่ยืนอยู่เบื้องหลังจึงเอ่ยตอบ

 

“แต่ตอนนี้...ชักเริ่มสนใจ”

 

“งั้นหรอครับ ขอตัวนะครับ” ผมตอบรับแบบส่งๆ เอื้อมมือกดลิฟต์โดยไม่ได้มองสายตาน่าขนลุกของอีกฝ่ายแม้แต่นิด

 

ไม่ใช่ไม่ระวังตัวนะ แต่ไม่ได้ใส่ใจไง ในหัวคิดเพียงจะทำผัดกะเพราแล้วเอาไปแบ่งไดร์วูล์ฟดีไหม เขาดูอารมณ์ไม่ค่อยดี ถ้าผมชวนกินอาหารไทย บางทีอีกฝ่ายอาจอารมณ์ดีขึ้นก็ได้

 

พนันได้เลยว่าไดร์วูล์ฟต้องไม่เคยกินแน่ๆ

 

ผมซื้อข้าวสวยมาด้วย นับถือเกาะนี้จริงๆ ที่มีวัตถุดิบเพียงพอ ไลท์เองก็ขึ้นลิฟต์มากับผมพร้อมเพื่อนร่วมหออีกสองคนซึ่งเพิ่งเดินมาถึง แน่นอนว่าลิฟต์ตัวนี้ไม่ได้กว้าง ผมกับไลท์เลยยืนเบียดกันเล็กน้อย มองผิวเผินก็คล้ายอีกฝ่ายยืนกันผมออกจากสายตาของคนอื่นในลิฟต์ และดูเหมือนเขาจะอยู่ห้องชั้นบน ห้องของผมเลยถึงก่อน แน่นอนว่าผมก็ไม่ได้สนใจอะไรเขามากมายนัก

 

ช่วงกลางวันที่แดดร้อนขนาดนี้...หวังว่าพ่อหมาป่าจะอยู่ที่ห้องนะ

 

ผมจัดการทำผัดกะเพรา ก่อนจะใส่แยกถ้วยกับข้าวสวยแล้วเดินไปเคาะห้องข้างๆ รอไม่นานประตูก็เปิดออก ไดร์วูล์ฟตวัดตามองผม ก่อนจะหลุบมองอาหารในมือด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

 

“กินข้าวกันครับ เราทำผัดกะเพรามาให้ คุณคงไม่เคยกินแน่ๆ”

 

“ไม่”

 

ประตูทำท่าจะปิดลง ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบยื่นศอกเข้าไปขวาง ชิชะ! เล่นตัวนัก

 

“คุณจะไม่รับน้ำใจจากเราจริงๆ หรอครับ” ผมยกยิ้มหวานพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงคล้ายตัดพ้อ

 

เมื่อเช้าผมไม่กล้าสู้หน้าเขาก็จริง แต่ตอนนี้ผมต้องรุกต่อแล้ว ดังนั้นต้องข่มความอายไว้ ไม่งั้นพ่อหมาป่าได้หนีเตลิดเปิดเปิงแน่

 

“ทำไมกูต้องรับ...?” ดวงตาคมดุตวัดมองมาอย่างน่ากลัว ชั่ววูบหนึ่งผมพลันรู้สึกคล้ายตัวเองทำอะไรผิดพลาดไป

 

“คุณ...โกรธเราหรอ” ผมเอ่ยถามตามตรง พอดีเป็นคนความรู้สึกไวด้วยไง

 

แต่ที่ไม่เข้าใจคือไดร์วูล์ฟโกรธเรื่องอะไร เมื่อเช้าก็เดินออกจากห้องผมไปก่อนแท้ๆ แถมเมื่อตอนเรียนยังดุผมอีก ผมสิสมควรต้องโกรธเขา

 

บรรยากาศกดดันแผ่กระจายรอบบริเวณ ผมเหลือบมองซ้ายขวาอย่างชั่งใจ ก่อนจะครุ่นคิดว่าตื๊อต่อไปหรือถอยกลับเข้าห้องก่อนดี ถ้าตื๊อต่อ...มีสิทธิ์โดนรำคาญมากขึ้นหรือเปล่า ดังนั้นควรกลับห้องให้ไดร์วูล์ฟอารมณ์เย็นกว่านี้ก่อนแล้วค่อยมาใหม่ดีกว่า

 

“งั้นเราไปดีกว่า...ถ้าคุณไม่กินก็ไม่เป็นไรครับ”

 

ผมยิ้มแห้ง จากนั้นก็หันหลังมุ่งสู่ห้องตัวเองโดยสองมือยังคงถือข้าวสวยกับผัดกะเพรา เอาไปฝากเจ้าลัคก็ได้งั้นอ่ะ คนพ่อไม่กิน ใช่ว่าคนลูกจะไม่กินตามซักหน่อย เจ้าตัวอ้วนว่าง่ายกว่าพ่อหมาป่าตั้งเยอะ

 

ผมอุ้มประคองสองถ้วยด้วยแขนข้างเดียว ก่อนจะใช้มืออีกข้างเปิดประตูห้องตัวเอง ทว่าช่องว่างระหว่างประตูกลับถูกมือหนาผลักปิดเข้าเสียก่อน

 

ตึ้ง!

 

อะเฮือก! ชิบหาย เมื่อกี้เกือบงับนิ้วผมแล้วไง!

 

“กูบอกให้มึงเดินหนี...?”

 

สุ้มเสียงทุ้มเย็นเอื้อนเอ่ยพร้อมลมหายใจอุ่นที่ร้อนรินรดข้างหู ไดร์วูล์ฟอยู่ใกล้มากเสียจนผมเกร็งร่างตัวแข็งทื่อ ใจพลันเต้นแรงด้วยความรู้สึกขนหัวลุกอย่างน่าประหลาด บอกเลยว่าถ้าเป็นปกติผมคงตื่นเต้น ระริกระรี้ที่อีกฝ่ายเข้าใกล้ แต่นี่มันไม่ปกติไง ไดร์วูล์ฟไม่เคยแสดงท่าทีคุกคามผมแบบนี้มาก่อน

 

พระเจ้าครับ โลกใกล้แตกแน่ๆ ซ่าส์ฟันธง!

 

ผมเกือบทำถ้วยหลุดมือตอนปลายจมูกโด่งเฉียดลาดไหล่ขาวนวลซึ่งโผล่พ้นคอเสื้อวูบหนึ่ง ยามเผลอเอี้ยวหน้าหันไปมอง ก็พบแววตาน่าสะพรึงกลัวจ้องตอบกลับมา...

 

เขาจะหักคอผมเหมือนที่ทำกับพวกนักฆ่าหรือเปล่า สายตาและท่าทีเหมือนกับตอนนั้นไม่มีผิด จะน่ากลัวเกินไปแล้ว!

 

“กลิ่นแปลกไป...” ไดร์วูล์ฟพึมพำในลำคอ บรรยากาศรอบด้านคล้ายเย็นยะเยือกเข้าขั้นติดลบอย่างฉับพลัน

 

ผมเริ่มกระวนกระวาย อะไรคือกลิ่นแปลกไป? เขาได้กลิ่นอะไรจากตัวผมงั้นหรอ ผมเปลี่ยนชุดหลังทำกับข้าวเรียบร้อยแล้วนะ

 

“หมายถึงกลิ่นอะไรครับ ถ้าหมายถึงกลิ่นอาหาร เราเปลี่ยนชุดแล้วนะ” ว่าแต่ทำไมผมต้องมายืนอธิบายให้เขาฟังด้วย ประเด็นมันอยู่ตรงเขามากักตัวผมไว้ทำไมต่างหาก โอ๊ย ซ่าส์เครียด!

 

“อย่าให้กลิ่น‘มัน’ ติดตัวมาอีก”

 

“....?!”

 

“กูไม่ชอบ...”

 

ห๊ะ? อะไรคือไม่ชอบ แล้วกลิ่น‘มัน’ นี่หมายถึงผัดกะเพราหรืออะไร

 

เป็นเครียด แล้วก็เป็นท้อ เป็นอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่คนข้างห้องแบบนี้!

 

 

 

 

Loading 55%

 

 

 

 

 

 

“หมายถึงผัดกะเพราหรอครับ”

 

ผมเอ่ยถามด้วยความงุนงง ทว่าคนด้านหลังกลับผละออกห่างแล้วเดินเข้าห้องไปอย่างไม่สนใจไยดีกันอีก

 

ผมมองตามตาปริบๆ เผลอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะคว้าชามผัดกะเพราเข้าห้อง นั่งกินคนเดียวก็ได้วะ ไดร์วูล์ฟนี่ใจแข็งจริงๆ สิพับผ่า

 

 

วันต่อมา

 

เช้านี้ผมเดินมาพร้อมไดร์วูล์ฟเฉกเช่นทุกครั้ง หลังกินข้าวด้วยกันเสร็จก็เข้าห้องเรียน ฟังดูเหมือนสนิทกันมาก? เปล่าหรอกครับ แทบไม่พูดอะไรกันเลยต่างหาก

 

อึดอัดเว้ย! ผมจะทำยังไงให้เขาหันมาสนใจตัวเองดี หรือผมจะหวังมากเกินไป

 

คิดพลางเกยแก้มแนบกับโต๊ะเรียน หูได้ยินเสียงฝีเท้าของใครสักคนเดินเข้ามาใกล้ จึงเผลอเหลือบตามองวูบหนึ่ง ไลท์มองตอบผมกลับมาก่อนจะหย่อนตัวนั่งเก้าอี้ด้านข้าง นิ้วมือเรียวยาวหยิบอุปกรณ์การเรียนที่เคยยืมผมขึ้นมา...แล้วส่งคืนให้

 

“ของมึง...” ผมเลิกคิ้วพลางยิ้มกว้าง นิสัยดีเหมือนกันนี่หว่า

 

“ขอบคุณครับ”

 

ฉับพลันนั้นผมรู้สึกเสียวสันหลังวาบคล้ายถูกจ้องมองอยู่ พอหันไปอีกทาง ก็พบกับดวงตาสีเทาซีดซึ่งมองมาด้วยแววตาอ่านยาก ประกายน่าขนลุกในนั้นทำให้เผลอกำกระเป๋าดินสอแน่นขึ้น ปัดโธ่! อาจารย์ยังไม่เข้าสอนสักหน่อย ทำไมต้องทำตาดุใส่ผมด้วยก็ไม่รู้

 

“ข้าวต้มเมื่อเช้าอร่อยดีนะครับ พรุ่งนี้ไดร์วูล์ฟลองกินดูไหมครับ” ผมชวนคุย เห็นเขาไม่เคยแตะข้าวต้มเลยสักนิด ทั้งที่อร่อยมากแท้ๆ

 

“ไม่” ง่ะ ปฏิเสธทันทีทันใดเลยเรอะ ใจแข็งเกินไปแล้ว!

 

ผมยู่ปาก หันมาตั้งใจเรียนเมื่ออาจารย์เริ่มสอน ส่วนไดร์วูล์ฟมองออกไปนอกหน้าต่างสลับกับหันมาฟังอาจารย์บ้างเป็นครั้งคราว มือหนาขยับจดเลคเชอร์น้อยกว่าผมเสียอีก แต่ทำไมได้คะแนนภาคทฤษฎีเต็มก็ไม่รู้

 

ช่วงพักกลางวัน ขณะกำลังเก็บของจะลุกออกจากห้อง ไลท์ที่นั่งเงียบมาตลอดก็เอ่ยปากขึ้นเสียก่อน

 

“แสนซ่าส์ ไปกินข้าวกับกูไหม”

 

“ไม่ครับ ขอตัวนะครับ”

 

ผมเดินตามหลังไดร์วูล์ฟซึ่งเดินดุ่มๆ หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ไวมาก! ให้ตายเถอะ สักวันถ้าผมเป็นฝ่ายเดินหนีเขาบ้างแล้วจะรู้สึก

 

หลังกินข้าวเสร็จผมก็ไปเดินสำรวจหาไดร์วูล์ฟแถวๆ หลังโรงอาหาร ไม่ได้ปรากฏตัวให้เขาเห็น ทว่าทำเพียงแอบหลบหลังต้นไม้และเมียงมองอย่างห่างๆ เท่าที่สังเกตเขามักชอบมานั่งพิงต้นไม้แถวนี้

 

ไม่รู้ว่าถ้าโผล่หน้าออกไป อีกฝ่ายจะเดินหนีกันหรือเปล่า ไดร์วูล์ฟค่อนข้างชื่นชอบความเป็นส่วนตัว และหลายวันมานี้ผมมักเอาตัวเข้าไปอยู่ในสายตาของเขาเกินควร จากที่จะทำให้อีกฝ่ายรัก จะพาลเกลียดขี้หน้าขึ้นมาเสียเปล่าๆ

 

“ออกมา...”

 

ผมพลันตัวแข็งทื่อเมื่อทุ้มเสียงเรียบเย็นเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ดวงตาคมดุตวัดมองมาอย่างไม่ทันให้ได้เตรียมใจแม้แต่น้อย ผมค่อยๆ ก้าวขาออกไปเผชิญหน้ากับร่างสูงซึ่งกำลังลุกยืนตัวตรง ก่อนจะแสร้งยิ้มกลบเกลื่อน

 

“เราเอานี่มาให้...ไม่เห็นคุณที่โรงอาหาร เดาว่ายังไม่ได้กินข้าวใช่ไหมครับ”

 

แซนด์วิชในมือถูกยื่นให้ หากแต่คนรับกลับปัดมันออกจนตกกระเด็นลงพื้น ผมมองตามอย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนจะนิ่งอึ้งยามริมฝีปากสีซีดขยับเอ่ยถามด้วยสุ้มเสียงเฉยชา

 

“ตามกูขนาดนี้...ชอบ?”

 

ผมเผลอเม้มริมฝีปากแน่น ลังเลว่าจะเอาเฟรนด์โซนมาเป็นข้ออ้างต่อไป หรือพุ่งเข้าใส่เลยดี แต่ประเด็นคือมาปัดของกินตกพื้นยังงี้ก็ได้เรอะ คนให้เสียใจนะเว้ย!

 

“ก็...นิดหน่อยครับ” ไม่นิดหน่อยล่ะ ชอบมากแต่ปากแข็งอยู่

 

ฝ่ายตรงข้ามเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนดวงตาไร้อารมณ์จะทอดมองไปยังต้นไม้ใบหญ้าซึ่งปลิวไสวตามแรงลม ทั้งที่ควรจะผ่อนคลาย ทว่าผมกลับรู้สึกอึดอัดขึ้นมา

 

“มึง...เป็นศัตรู” หมายความว่ายังไง เท่าที่ผมรู้...ตระกูลมังกรของผมไม่เคยมีเรื่องกับตระกูลวูล์ฟมาก่อน เพราะเราอยู่คนละซีกโลกกัน แม้แต่เป็นพันธมิตรแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันยังไม่เคยด้วยซ้ำ

 

หรือเพราะอำนาจของเราเทียบเท่า? เขาจึงมองผมเป็นศัตรู

 

“ไม่อยากให้เราตามแล้วหรอ” ผมแสร้งทำเสียงเศร้า ไม่อ่ะ กูว่ากูเศร้าจริงๆ พับผ่าเถอะ ล่มตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม...นี่ผมใกล้อกหักแล้วสินะ

 

“เลิกซะ กูไม่เอาศัตรูทำเมีย”

 

ไดร์วูล์ฟเอ่ยอย่างใจร้ายใจดำ ผมมองเขาด้วยแววตาตัดพ้อทั้งที่ไม่มีสิทธิ์ ก่อนจะเค้นยิ้มหยัน ที่บอกให้เลิกชอบน่ะ...ถ้ามันทำได้ง่ายๆ ผมคงเลิกไปนานแล้ว

 

“ก็ไม่ต้องเอา เดี๋ยวเราเอาเอง” พูดจริง ไม่ได้กวนตีนนะ!

 

ทำไมมองหน้าด้วยสายตาทะมึนอย่างนั้นล่ะ ก็ถ้าไม่อยากมีเมีย แสนซ่าส์คนนี้จะเป็นผัวให้ก็ได้! ก็อยากได้คุณจริงๆ อ่ะ แม้คุณจะตัวโตไปหน่อย ดุไปนิด(?)ก็เถอะ แต่แสนซ่าส์เอาอยู่!

 

“รู้หรอ...ว่าทำยังไง?”

 

ผมทำหน้างง เป็นจังหวะเดียวกับที่แววตาคมปลาบเปล่งประกายเข้มขึ้น มือหนาเอื้อมมาตรึงท้ายทอย พร้อมใบหน้าหล่อเหลาที่ขยับแนบชิดจนลมหายใจร้อนผ่าวรินรดปลายจมูกอยู่รอมร่อ

 

“ระวังจะโดนเอาซะเอง...”

 

ฮือ ซ่าส์ว่าซ่าส์ไม่ไหว จะเป็นลม!

 

ด...เดี๋ยวนะ ขอเวลานอกรัวๆ ผมเบิกตากว้าง รีบขยับถอยห่างไดร์วูล์ฟตามสัญชาตญาณ พร้อมดันแผงอกกว้างไว้ไม่ให้แนบชิดไปมากกว่านี้ ใจเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ใจไม่รักดี...เมื่อกี้ยังเจ็บปวดอยู่เลย ฮื่อ!

 

“ร...เราไปก่อนนะ”

 

เปล่าป๊อดนะครับ! แต่แบบไดร์วูล์ฟน่ากลัวอ่ะ ผมขอไปตั้งหลักก่อน บอกเลยว่าน้อยครั้งที่เขาจะแสดงท่าทีคุกคามผมแบบนี้ คิดพลางรีบเดินหนีออกมา แต่ยังไม่วายทิ้งท้ายว่า

 

“คุณห้ามเราไม่ได้หรอก แล้วเจอกันนะครับ”

 

ไม่รู้หรอว่าแสนซ่าส์คนนี้นอกจากจะซ่าสมชื่อ...ยังดื้อมากอีกด้วย!

 

หลังเลิกเรียนในตอนเย็น ผมก็สะกดรอยตามไดร์วูล์ฟมาที่ร้านกาแฟอย่างห่างๆ จงใจเข้าไปนั่งโต๊ะเดียวกับเขาเพราะไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ไหนๆ ไดร์วูล์ฟก็รู้จุดประสงค์ที่ผมเข้าหา...ดังนั้นพุ่งตรงใส่มันซะเลย

 

ส่วนสองแฝดจะรู้หรือไม่ก็สุดแล้วแต่เวรแต่กรรม ถึงรู้ผมก็มีข้อแก้ตัวร้อยพัน ไม่ค่อยรู้สึกทุกข์ร้อนเท่าไหร่หรอกครับ

 

ร้านกาแฟยังแน่นขนัดไปด้วยคนจำนวนมาก ไดร์วูล์ฟจ้องเขม็งมองมายามผมทรุดลงนั่งฝั่งตรงข้ามแล้วยิ้มหวาน จากนั้นก็ยกนมสดปั่นขึ้นดูดอย่างไม่อนาทรร้อนใจนัก

 

“นั่งด้วยนะครับ”

 

นอกจากจะไม่ตอบรับแล้ว สายตาคมดุยังมองผ่านผมไปตกกระทบยังมุมหนึ่งของร้าน ผมมองตามก็พบกับต้นไม้ใบหญ้าปลอมซึ่งมีไว้ประดับตกแต่งร้าน เบื้องหลังต้นไม้มีชายคนหนึ่งนั่งอยู่ในมุมมืด ผมมองเลยผ่านไปอย่างไม่สนใจนัก ก่อนจะวกสายตากลับมามองคนเบื้องหน้าต่อ

 

“ชอบกินกาแฟหรอครับ เราว่ามันขม...ไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่ แต่เห็นคุณกินทุกวันเลย”

 

“เสือก” ยังดีที่ตอบรับกลับมา ผมจะคิดในแง่ดีว่าเขาไม่ได้กำลังสบถด่าก็แล้วกัน ดวงตาคมดุมองออกไปนอกร้านจนอดที่จะมองตามไม่ได้ ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มทำให้ผมระลึกถึงลูกหมาป่าซึ่งยังคงอยู่หลังโรงเรียน

 

“ลัค...”

 

ผมเผลอพึมพำออกมา ก่อนจะรีบดูดนมสดปั่นจนหมดแก้ว ความเย็นวาบแผ่ลามในช่องปากเล่นเอาหลับตาปี๋ครางฮืออย่างอดไม่ได้ จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนแล้วเมียงมองพ่อหมาป่าเล็กน้อย

 

“เราไปก่อนนะครับ แล้วเจอกันที่หอ”

 

ยกยิ้มพลางโบกมือลาอย่างร่าเริง เล่นเอาหลากหลายสายตาของคนรอบข้างจ้องมองมาตาเป็นมัน ผมได้ยินเสียงพวกผู้ชายซุบซิบกันระหว่างเดินผ่าน ทว่าไม่ได้สนใจอะไรนักเพราะรีบมุ่งหน้าไปยังป่าหลังโรงเรียนเสียก่อน

 

“ยิ้มทีโลกละลาย เชี่ยเอ๊ย!”

“เออว่ะ ปกติไม่ค่อยยิ้มนะ สนิทกับราชาตะวันออกหรอวะ”

“ไม่รู้ แต่ผู้ชายอะไรน่ารักชิบหาย ใจกูเต้นแรงแล้วเนี่ย”

 

ซ่า...!

 

นั่นไง คิดพะวงถึงลูกหมาป่าได้ไม่ทันไรฝนก็ตกเสียอย่างนั้น ครั้งนี้ผมมีร่มมา จึงกางออกดังพรึ่บแล้วเดินท่ามกลางสายฝนอย่างชิวๆ ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากอยู่กับไดร์วูล์ฟต่อหรอกนะ แต่ขืนอยู่นานเรื่องคงถึงหูสองแฝด อีกอย่างผมห่วงลูกหมาป่ามากกว่า

 

วืด!

 

บ้าชิบ ลมโคตรแรง ผมรีบก้าวเดินให้เร็วขึ้น ไม่นานก็เห็นลูกหมาป่านั่งตากฝนอยู่ตรงจุดเดิม มารอไก่ต้มแหงๆ ทำไมไม่หลบฝนเล่า เจ้าตัวตะกละ!

 

“บ๊อก!”

 

“ลัค!” ผมร้องเรียกลูกหมาที่ครางหงิงวิ่งเข้ามาซุกอกในทันที พออุ้มขึ้นพลางเตรียมหันหลังกลับได้ไม่ทันไร ผมก็แทบผงะหงายเงิบเมื่อเจอใครอีกคนยืนอยู่เบื้องหลังเสียก่อน

 

“ไลท์...”

 

เปรี้ยง!

 

ฟ้าร้องเสียงดังเล่นเอาเกือบสะดุ้ง ร่างสูงตรงหน้ามองสภาพเปียกปอนแม้อยู่ใต้ร่มของผม...ก่อนจะก้มมองลูกหมาป่าในอ้อมแขน

 

ให้ตายเถอะครับ ความลับแตกแล้ว ขืนมีใครรู้ว่าไดร์วูล์ฟแอบเลี้ยงลูกหมาป่าไว้หลังโรงเรียนได้เป็นเรื่องแน่ โรงเรียนนี้ยิ่งเคร่งเรื่องกฎเกณฑ์อยู่ด้วย และผมเองก็มีความผิดที่ร่วมปกปิดความลับกับเขา

 

แต่ช่างเถอะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ผมทิ้งลัคไว้ตรงนี้ไม่ได้หรอก มันมีเจ้าของก็จริง แต่ดันโดนเลี้ยงแบบทิ้งๆ ขว้างๆ ให้อยู่กับธรรมชาติมากเกินไป ขืนปล่อยไว้คงไม่รอดแน่ หมาป่าวัยนี้จำเป็นต้องมีฝูงคุ้มครอง แต่ลัคไม่มี

 

“คุณ...ตามเรามาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ”

 

ผมเม้มปากแน่น จ้องตากับเพื่อนใหม่ซึ่งไม่น่าไว้วางใจนักท่ามกลางสายฝน

 

“นานแล้ว...ตั้งแต่ร้านกาแฟ”

 

“....”

 

“มึง...ชอบราชาตะวันออกสินะ” ไลท์รู้...ให้ตายเถอะ ผมปิดเรื่องนี้แทบตาย แต่คนที่มีบรรยากาศอันตรายดันมาล่วงรู้เสียได้!

 

“เรื่องของเราครับ”

 

ผมแสร้งทำหน้านิ่ง ทั้งที่ในใจสั่นไหวหนักมาก จากนั้นก็ก้าวเดินเร็วๆ ตรงกลับหอ มือหนึ่งอุ้มเจ้าลัค ในขณะที่อีกมือถือร่ม ไลท์เองก็ไม่ได้เซ้าซี้ เขาเดินตามผมมาจนกระทั่งถึงหน้าหอ ร่างสูงหุบร่มในมือตัวเอง ก่อนจะเอื้อนเอ่ยด้วยแววตานึกสนุก

 

“ถ้าเรื่องที่มึงเอาลูกหมาป่าเข้าหอหลุดออกไป จะเป็นยังไงนะ”

 

“ต้องการอะไรครับ” ผมตวัดตามองอีกฝ่ายอย่างนึกฉุนเฉียว เปียกก็เปียก หนาวก็หนาว ยังจะต้องมาเสียอารมณ์กับคนไม่น่าไว้วางใจนี่อีก

 

ไลท์เดินตรงเข้ามาใกล้ ดวงตาคมกล้าหลุบมองลาดไหล่ขาวผ่องซึ่งโผล่พ้นคอเสื้อเปียกชื้น...ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหมายมาด

 

“มึง...ล่ะมั้ง”

 

“กรร!” ฉับพลันนั้นลูกหมาป่าที่นอนสงบนิ่งมาตลอดก็พลันส่งเสียงขู่ทำท่าจะกระโจนเข้าไปกัดคอคนที่เข้าใกล้เกินพอดีในทันที ผมรีบคว้าตัวมันไว้ทั้งที่อยากปล่อยให้กัดคนตรงหน้าใจจะขาด

 

เจ้าตัวอ้วน! ตัวแค่นี้ริอาจจะซ่าแล้วนะ เกิดกัดอีกฝ่ายเป็นรอยก็มีหลักฐานมาเอาผิดผมกันพอดี

 

“เราไม่ใช่สิ่งของ ส่วนเรื่องลูกหมาป่า พูดลอยๆ แบบไม่มีหลักฐานคงไม่มีใครเชื่อหรอกนะครับ ขอตัวก่อนก็แล้วกัน”

 

ผมยกยิ้มร้าย ต่อให้กล้องวงจรปิดจับภาพได้ผมก็มีวิธีแฮกเข้าระบบไปลบมันออกอยู่ดี คิดพลางหมุนร่างเตรียมขึ้นลิฟต์ แต่ติดตรงต้นแขนถูกดึงรั้งไว้เสียก่อน

 

“ดื้อจังเลยนะ” เพราะอุ้มเจ้าลัคอยู่จึงเบี่ยงร่างหนีอีกฝ่ายไม่ถนัด ไลท์โน้มใบหน้าลงมาสบตาในระยะประชิด ยังไม่ทันให้ผมได้คิดวิธีสลัดอีกฝ่ายออก เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็เดินเข้ามาใกล้เสียก่อน

 

มือหนาพลันผละออกห่าง ผมหันไปสบมองร่างสูงของผู้มาใหม่ซึ่งจ้องมองมาเช่นกัน ไดร์วูล์ฟตวัดตามองผมสลับกับไลท์ กลิ่นอายดำมืดปกคลุมรอบบริเวณ ให้ความรู้สึกหนาวยะเยือกยิ่งกว่ายามยืนท่ามกลางสายฝนเสียอีก

 

พ่อหมาป่าเปียกโชกไปทั้งตัวเผยให้เห็นบอดี้สุดฮอตใต้ร่มผ้า เจ้าลัคพลันระริกระรี้ครางหงิงคล้ายจะกระโดดเข้าหาผู้เป็นพ่อเสียให้ได้ โชคดีที่ใต้หอไม่มีใครอยู่เพราะฝนตก ทุกคนต่างเข้าห้องกันหมด ไม่อย่างนั้นต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่

 

ไดร์วูล์ฟกับไลท์จ้องตากันครู่หนึ่ง ก่อนไลท์จะเป็นฝ่ายละสายตาออกห่างแล้วหันมามองผม

 

“แล้วเจอกันนะแสนซ่าส์” ยกยิ้มมุมปากตบท้ายก่อนจะขึ้นลิฟต์ไป ทิ้งให้ผมเผชิญสายตาน่าสะพรึงกลัวเพียงคนเดียว

 

“คุณตัวเปียก รีบขึ้นห้องกันเถอะครับ”

 

ผมกดเปิดลิฟต์ขณะเอ่ยปากบอก ไม่รู้ว่าไดร์วูล์ฟไปไหนมา แต่ถ้าให้เดาเขาคงไปที่ป่าหลังโรงเรียนมาเช่นกัน หลังเข้าลิฟต์แล้วผมก็ตัดสินใจเอ่ยอีกครั้งเพื่อคลายความอึดอัด ไดร์วูล์ฟเล่นนิ่งเงียบผิดปกติแบบนี้ บอกเลยว่าผมใจไม่ดี

 

“เราเห็นฝนตกเลยไปป่าหลังโรงเรียนมา เอาเจ้าลัคมาโดยพลการคุณคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมครับ...อ๊ะ!”

 

ปึ่ก!

 

“...ไปกับมัน?”

 

ผมกะพริบตาปริบๆ เมื่อโดนผลักติดผนังลิฟต์กะทันหัน พ่อหมาป่าในยามนี้น่ากลัวมาก แววตาดำมืดซึ่งแฝงไปด้วยโทสะทำเอาผมแอบสั่นพร่า ขนาดเจ้าลัคเองยังนอนนิ่งตัวแข็งทื่อในอ้อมแขนของผมเลยคิดดู

 

ค...คุณเป็นบ้าอะไรอีกครับไดร์วูล์ฟ ผีเข้าผีออกเรอะ!

 

“ทั้งที่บอกว่าชอบกูแท้ๆ”

 

“....!”

 

เรื่องที่ผมไปเจอกับไลท์โดยบังเอิญมันเกี่ยวอะไรกับที่บอกชอบคุณครับ โอ๊ย ซ่าส์งง!

 

“เรื่องที่บอกว่าชอบ...เราชอบคุณจริงๆ นะครับ โอ๊ย!”

 

ผมหลุดร้องพลางนิ่วหน้ายามมือหนาข้างหนึ่งเอื้อมมาบีบปลายคางกันอย่างไม่เบาแรง ต่อให้ดิ้นรนหนีเท่าไหร่ก็ไม่อาจหลุดพ้น เขาจู่โจมเร็วมาก...ว่องไวเกินกว่าที่ผมจะป้องกันตัวทัน

 

“มึงไม่ได้ชอบกูหรอก...” นัยน์ตาสีเทาซีดฉาบฉายไปด้วยประกายดูแคลน คล้ายเขาไม่เชื่อ และไม่มีวันเชื่อในความรู้สึกดีที่ผมมอบให้

 

“ในเมื่อไล่ไม่ไป...”

 

สุ้มเสียงทุ้มเย็นเอ่ยกระซิบชิดริมหู ฟังดูชวนหลอนกว่ายามปกติเสียจนผมเผลอสั่นพร่า กระทั่งเสียงลิฟต์เปิดยังไม่เข้าหูแม้แต่นิด

 

“อย่าหาว่าใจร้ายก็แล้วกัน”

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณภาพแฟนอาร์ตสวยๆ จากคุณ@Bearyingg ค่ะ

(พ่อหมาป่าคือเท่บาดใจมากค่ะ ฮื่อ)

 

ขอขอบคุณภาพแฟนอาร์ตสวยๆ จากคุณ@jutharat_sp ค่ะ

(ฉากก้มหน้าคือไม่เท่าเปลือยอกนะคะ//เช็ดกำเดา)

 

ขอขอบคุณภาพแฟนอาร์ตสวยๆ จากคุณ@NL85823425 ค่ะ

(แสนซ่าส์น่าร๊ากกก)

 

 

 

Writer talk2

พ่อหมาป่าจะทำอะไรน้อนนน เรารู้นะคะว่าคุณคิดอะไรอยู่...แค่ก! มันเป็นขัดหูขัดตาหรืออะไร แค่น้องเดินเปียกฝนมากับคนอื่นเอ๊ง เป็นอะไรกับเขาถึงไปทำโหดใส่คะ?//ถามแล้วหลบปืน อาทิตย์ที่แล้วไรท์ไม่ว่างเลยไม่ได้ลงค่ะ ขอโทษน้า TT แจ้งในเพจกับทวิตเรียบร้อยแล้วค่ะ แล้วพบกันนะคะ

ติดตามข่าวสารการอัพเดตนิยายได้ทาง เพจ , ทวิต (จิ้มที่คำว่าเพจหรือทวิตได้เลยค่ะ)

#ซ่อนรักลวงร้าย

 

รักรีดเดอร์

 

 

 

ขอขอบคุณแฟนอาร์ตสวยๆ จากคุณ@artbycreme ค่ะ

(พ่อหมาป่าหล่อมากก และหนูซ่าส์น่าร๊ากก)

 

ขอขอบคุณแฟนอาร์ตสวยๆ จากคุณ@PeterPanexo7 ค่ะ

(ฉากกลางร่มให้น้องคือน่าร๊ากก)

 

 

Writer talk1

เริ่มออกอาการแล้วนะคะคุณ กิ้วๆ//หลบปืน เปิดตัวตัวละครใหม่ค่ะ ไลท์จะมาดีหรือมาร้ายต้องรอลุ้นกันต่อไป แต่ที่รู้ๆ คือนางไม่สนโลกจ้า เหตุการณ์ที่อดีตราชาหอตะวันออกไล่ต้อนซ่าส์ในหอพัก อันนั้นนางก็ไม่ได้สนใจ เพิ่งมาเจอซ่าส์จริงๆ ก็ตอนในห้องเรียนเนี่ยแหละ ส่วนพ่อหมาป่า อาการมันเป็นยังไงไหนบอกไรท์สิคะ จมูกดีเหลือเกินพ่อคุณ ได้กลิ่นใครหรอ? แค่น้องเดินกลับมากับคนนั้น แล้วก็ใช้ลิฟต์ตัวเดียวกันแค่นั้นเอง//กลิ้งหลบปืนรอบสอง เรื่องจมูกดีมันมีที่มาที่ไปอยู่ บอกเลยว่าในอนาคตถ้าซ่าส์จะมีชู้นี่รอดยากนะคะ ตายสถานเดียว แล้วพบกันค่า

ปล. อาทิตย์ที่แล้วไม่ได้ลงเนื่องจากติดธุระค่ะ ไรท์แจ้งในเพจกับทวิตแล้วน้า

ติดตามข่าวสารการอัพเดตนิยายได้ทาง เพจ , ทวิต (จิ้มที่คำว่าเพจหรือทวิตได้เลยค่ะ)

#ซ่อนรักลวงร้าย

รักรีดเดอร์

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6.117K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8,902 ความคิดเห็น

  1. #7982 praeprae3012 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 21:05
    หึงก็บอกกก อย่าใจร้ายกับน้อง ;-;
    #7,982
    0
  2. #7976 crzoldyck7 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 17:29
    คลั่งรักเขาขนาดนี้ ยังจะปากแข็งอีก เบื่อคนไม่รู้ใจตัวเอง
    #7,976
    0
  3. #7835 MINERVA09 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 12:42
    เริ่มรู้สึกก็บอกมาคุณพ่อออ
    #7,835
    0
  4. #7479 rnhaha (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2563 / 00:28
    ปากแข็งเก่ง
    #7,479
    0
  5. #7449 nukpriyakorn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 21:32
    พบคนหึง1อัตรา!!
    #7,449
    0
  6. #7407 Davinchi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 14:44
    จะหึงน้องก็อย่าโหดมากพ่อเดี๋ยวตาหมาป่าจะเป็นหมาหงิงๆ
    #7,407
    0
  7. #7381 netnapannl2003 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 10:10
    เป็นหมาป่ามันก็จะจมูกดีแบบนี้แหละน้าาาา
    #7,381
    0
  8. #7136 Hiroyosha (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 / 11:36
    เมะอย่าไบโพล่าได้ไหมมมห๊ะะะ แค่คิมหันต์ชั้นก็จะบ้าตั้ยยยเเร่วววววเว้ยย
    #7,136
    0
  9. #7109 bj vamtoon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 02:00
    หึงแหละ ใช่แน่ๆ
    #7,109
    0
  10. #6680 SsB3 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 / 00:24
    หึงแหละพ่ออ
    #6,680
    0
  11. #6392 meeniie (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2563 / 02:32

    Bad Boy มากค่าาา

    #6,392
    0
  12. #6315 oomka (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 15:20
    แหมมมมม
    #6,315
    0
  13. #5618 Ypsxcio (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กันยายน 2563 / 18:00
    ปากบอกไม่สนใจแต่การกระทำนะค้า
    #5,618
    0
  14. #5601 exoxoxo1122 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 22:11
    คุมพี่จะทำอะไรน่องคร่าาาาาาา
    #5,601
    0
  15. #5565 Foxgo_O (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 10:41
    คุณเขาหึงแหละ
    #5,565
    0
  16. #5509 Muay888 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 20:57
    หึงแหละดูออก🤭🙊
    #5,509
    0
  17. #5337 mook (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 23:33

    นี่คือไม่คิดอะไรเลยจริงๆใช่มั้ยคะตอบ

    #5,337
    0
  18. #5306 khimmee56 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 17:16
    ขี้หึงนะเราเนี้ย
    #5,306
    0
  19. #5288 ppm272514 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 21:21
    ไม่คิดอะไรจริ๊งงง
    #5,288
    0
  20. #5153 On_lapo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 20:06
    หึงแหละ ดูออก
    #5,153
    0
  21. #4100 0931025822 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 17:35
    แสนซ่าไม่เอาไลท์ ฉันเอาก็ได้ อิอิ
    #4,100
    0
  22. #4096 pommys (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 12:22
    หวงหรอคะ
    #4,096
    0
  23. #4072 Nxoxe (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 23:44
    เบาก่อนพ่อ คนเขาดูออกหมดแล้วว่าหึง อิอิ
    #4,072
    0
  24. #4067 wumeili (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 / 07:45
    หึงแหละดูออก
    #4,067
    0
  25. #4056 YanisaCH (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 12:54
    เบาหน่อยพ่อออ
    #4,056
    0