[Yaoi] DON'T HIDE ME ซ่อนรัก ลวงร้าย

ตอนที่ 6 : Ep.06::จีบขั้นที่สองคือสถานะเพื่อน กว่าจะเลื่อนเป็นคนรักคงตายก่อน!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 59,162
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,807 ครั้ง
    10 พ.ค. 63

 

 

Ep.06

:: จีบขั้นที่สองคือสถานะเพื่อน กว่าจะเลื่อนเป็นคนรักคงตายก่อน! ::

 

 

ตามหาตัวพ่อหมาป่าได้ไม่นาน ผมก็พบว่าเขายืนพิงต้นไม้อยู่ด้านข้างสนามยิงปืนนี่เอง จุดนี้ค่อนข้างลับสายตาคน เชื่อเถอะว่าถ้าอีกฝ่ายคิดจะฆ่าผม คงทำได้อย่างง่ายดายและไม่พบหลักฐานการกระทำผิดด้วย

 

เอ่อ กูควรเข้าไปใช่ไหม เสี่ยงก็เสี่ยง...แต่มาถึงขั้นนี้คงต้องลุยสถานเดียวแล้ว!

 

“ไดร์วูล์ฟครับ”

 

ผมเอ่ยเรียกให้อีกฝ่ายรู้ตัว แม้เขาอาจรู้ตั้งแต่ผมย่างก้าวเข้าใกล้ในระยะสามเมตรแล้วก็ตาม ดวงตาคมดุเคลื่อนมาสบมองกันชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะเบือนกลับไปยังทิศทางเดิมที่จ้องมองอยู่ ผมมองตามก็พบกับแผ่นหลังของใครสักคน...

 

ทว่ายังไม่ทันให้ได้นึกสงสัย คนที่ตามหามาตั้งแต่เมื่อครู่นี้ก็พลันขยับร่างคล้ายจะเดินหนีเสียก่อน ผมรีบเดินไปดักหน้า ก่อนจะยกยิ้มกว้างแล้วเอ่ยอย่างกระตือรือร้น

 

“เรายิงปืนได้คะแนนเต็ม ดังนั้นมาเป็นเพื่อนกันนะครับ” เป็นเพื่อน ค่อยเลื่อนขึ้นเป็นผัว...แค่ก!

 

“กูไม่ต้องการเพื่อน”

 

ดวงตาดุดันสว่างวาบราวสัตว์ร้ายที่เริ่มหงุดหงิดงุ่นง่าน หากเป็นคนอื่นมาเผชิญหน้าเช่นนี้คงหวาดกลัวจนหัวหดตดหาย ทว่านี่ใคร? แสนซ่าส์คนเดิม เพิ่มเติมคือความมุ่งมั่น! ผมเชื่อว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น

 

น้ำหยดลงหินทุกวัน...หินยังกร่อน นับประสาอะไรกับใจคน แม้ไดร์วูล์ฟจะขึ้นชื่อเรื่องความไร้ใจมากก็ตาม

 

แต่ไม่ใช่ว่านอกจากหินจะไม่กร่อน ในอนาคตหินมาไล่ฆ่าผมเข้านะ! ยิ่งชอบไปวอแวให้อีกฝ่ายรำคาญใจอยู่ด้วย

 

“อยากเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนกับเราหรอ...” ฮือ เขิน ทำไมพ่อหมาป่าต้องพูดจากำกวมด้วยนะ ซ่าส์ใจจะวาย!

 

“อยู่ให้ห่างจากกูซะ”

 

เพล้ง! หน้าผมพลันแตกยับ รีบก้มเก็บเศษแทบไม่ทัน นอกจากคนตรงหน้าจะไม่รับมุก ยังผลักไสไล่ส่งกันอีก ชิชะ เล่นตัวนัก อย่าให้ผมเกรี้ยวกราดขึ้นมาบ้างนะ

 

“เอาเป็นว่า...พรุ่งนี้ไปห้องเรียนพร้อมกันนะครับ”

 

ผมยกยิ้มไม่สะทกสะท้าน ด้านได้อายอด สำนวนนี้ใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย เชื่อเถอะ!

 

ไดร์วูล์ฟไม่ตอบรับคล้ายจงใจมองเมินผมอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งยังเดินหนีไปอย่างไม่บอกกล่าว ซึ่งผมก็ไม่ได้ติดใจเอาความอะไร แทบรอให้ถึงวันพรุ่งนี้ไม่ไหวแล้ว ผมวางแผนอย่างดิบดีว่าจะเดินไปเรียนพร้อมกัน กินข้าวเช้าพร้อมกัน...อา มันต้องฟินมากแน่ๆ เลยครับถ้าได้กินข้าวกับคนที่ชอบ

 

“ยืนยิ้มคนเดียว...เป็นบ้า?”

 

เสียงดุดันของอัคนีเรียกสติผมให้กลับคืนจากห้วงภวังค์ ใบหน้าของพี่ชายฝาแฝดอยู่ห่างเพียงแค่คืบ...ดวงตาคมกริบจ้องมองมาเขม็งคล้ายพิจารณาบางอย่าง ในขณะที่ผมใจหายวาบ

 

ชิบหายแล้วไง...ลืมก้างขวางคออย่างสองแฝดไปเสียสนิท!

 

หมดกัน การเดินไปโรงเรียนและกินข้าวเช้าพร้อมไดร์วูล์ฟพลันมลายหายไปในพริบตา อย่าบอกเชียวนะว่าผมต้องทำอย่างหลบๆ ซ่อนๆ อารมณ์เหมือนคิดจะมีชู้โดยไม่ให้เมียรู้เลย ให้ตายเถอะ

 

“นิคกับคี...มาตั้งแต่เมื่อไหร่” ผมกระพริบตาปริบๆ มองสองแฝดสลับกันไปมา คงไม่ได้เห็นฉากที่ผมอยู่กับพ่อหมาป่าเข้าแล้วหรอกนะ ไม่งั้นล่ะก็งานงอกแน่!

 

“สักพัก...” อัคคีเอ่ยปากบอก ร่างสูงกำยำเอนกายพิงต้นไม้ด้านข้างคล้ายเกียจคร้าน ทว่าดวงตาไร้อารมณ์กลับยังคงจดจ้องผมเขม็งไม่ต่างจากแฝดอีกคน

 

“พวกกูมาก็ยังยิ้มค้างอยู่ท่าเดิม...ไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด มีเรื่องอะไรดีๆ หรือไง”

 

อัคนีเอื้อนเอ่ยราวกับถามเรื่องทั่วไป ติดตรงแววตาคมดุซึ่งคล้ายจะจับผิดกลายๆ ทำให้ผมรู้สึกหนาวยะเยือกไปทั้งไขสันหลัง

 

พี่ชาย...กูชักสงสารเมียในอนาคตของมึงแล้ว ขนาดเป็นน้องยังโดนตามจองล้างจองผลาญขนาดนี้ ถ้าเป็นเมียไม่ตามคุมขังทุกฝีก้าวเลยหรือยังไง!

 

“ก็...ซ่าส์แค่ดีใจเฉยๆ ซ่าส์สอบยิงปืนได้คะแนนเต็มเชียวนะ ไม่ดีใจก็แปลกแล้ว” บอกเลยว่าแถสุดๆ แถเก่งขั้นเทพตั้งแต่เด็กยันปัจจุบัน ซึ่งทุกครั้งก็เอาตัวรอดได้เฉยเลย ไม่รู้ทำไม

 

“อืม...คืนนี้ไปนอนกับกู” อัคนีพูดพลางเอาแขนมาพาดคอผมแล้วดึงรั้งให้เดินตามไปอย่างไม่บอกกล่าว

 

ห๊ะ?! อะไรนะ โตเป็นควายแล้วยังต้องให้น้องไปนอนด้วยอีก แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ มาชวนผมไปนอนด้วยแบบนี้ได้ยังไง คนอื่นผ่านมาได้ยินเข้าคงคิดไปไกลกันหมดแล้ว! ไม่ใช่ทั้งโรงเรียนที่รู้ว่าพวกเราเป็นแฝดกันนะเว้ย เฮ้อ ซ่าส์เครียด!

 

อัคคีพลันเดินตรงมาทางนี้ด้วยสีหน้าทะมึนในทันที แฝดพี่คนโตผู้พึ่งพาได้ของผม...คิดเห็นตรงกันใช่หรือไม่เรื่องที่อัคนีพูดจากลางที่สาธารณะด้วยถ้อยคำไม่เหมาะสม...

 

“ซ่าส์จะนอนกับกู...” เดี๋ยวๆ อัคคีเว้ย! นี่มึงก็เป็นไปกับเขาด้วยเรอะ อุตส่าห์ชมไปตั้งหลายประโยคแท้ๆ ปัดโธ่!

 

“หืม...เรื่องอะไรกูต้องยกให้มึง”

 

ผมเริ่มเครียดขึ้นมาจริงๆ เมื่ออัคนีปล่อยมือจากคอผมแล้วหันไปเผชิญหน้ากับอัคคี พี่ชายฝาแฝดจ้องตากันเขม็งเสียจนเริ่มขนหัวลุก อีกนิดก็คงตีกันตายอย่างไม่ต้องสงสัย

 

ผมรีบเข้าแทรกกลาง ผลักพี่ชายทั้งสองคนออกห่างจากกันอย่างแนบเนียน ก่อนจะพูดโพล่งขึ้นมาครั้งแรกหลังจากโดนมัดมือชกอย่างงงๆ

 

“ซ่าส์ไม่นอนกับใครทั้งนั้นแหละ คืนนี้ซ่าส์จะนอนที่หอ”

 

แน่นอนว่าเมื่อผมพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดขนาดนี้ พวกพี่ชายย่อมไม่บังคับฝืนใจ ทว่าสีหน้าของแต่ละคนกลับดูหงุดหงิดไม่สบอารมณ์ จนผมต้องบีบๆ นวดๆ แขนง้อจนเมื่อยมือ ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่จะฟาดสักเปรี้ยง เอาแต่ใจกันเหลือเกิน!

 

สุดท้าย...ผมก็รักษาแผนการจีบพ่อหมาป่าไว้ได้สำเร็จ!

 

 

เช้าวันถัดมา

 

ผมมายืนดักรอไดร์วูล์ฟตั้งแต่เช้าที่หน้าประตูหอ ส่วนเรื่องกลัวว่าพี่ชายฝาแฝดจะรู้ ถ้าพวกมันรู้จริง...ผมค่อยแถๆ ไปว่าบังเอิญทำความรู้จักกันในฐานะเพื่อนข้างห้อง คิดว่าน่าจะรอด

 

เอาน่า ผมมีแผนสำรอง!

 

ยืนรอประมาณครึ่งชั่วโมงจนเริ่มเมื่อย เสียงฝีเท้าของใครสักคนก็ดังเข้ามาใกล้ ดวงตาสีเทาซีดฉายแววแปลกใจเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อพบว่าผมยืนยิ้มอยู่เบื้องหน้า

 

เออว่ะ ทำไมไม่หาที่นั่งรอดีๆ เรื่องแบบนี้ล่ะโง่จริงนะแสนซ่าส์!

 

“เช้านี้อากาศสดใสนะครับ” ทักทายด้วยประโยคทั่วไปซึ่งไม่ต่างอะไรกับภาพ‘สวัสดีวันจันทร์’ ที่อาจารย์ในโรงเรียนเก่าส่งเข้ากลุ่มไลน์ของลูกศิษย์แม้แต่นิด

 

เชี่ยแล้ว...คนตรงหน้าไม่ประทับใจแหงๆ อากาศดีบ้าอะไรครึ้มฟ้าครึ้มฝนขนาดนี้!

 

“ฝนกำลังจะตก...”

 

นั่นไง คิดได้ไม่ทันไรก็โดนสายตาดุดันแฝงไปด้วยความดูแคลนตอกกลับจนหน้าหงาย ผมยิ้มแห้ง ก่อนจะรีบเดินเนียนตีคู่กับอีกฝ่ายที่ทำท่าทีราวกับแสนซ่าส์คนนี้เป็นเพียงธาตุอากาศ

 

ถึงเป็นแค่อากาศ แต่ทำเธอขาดใจถ้าไม่มีเราได้นะ...แค่ก

 

ฮือ...ถ้าเล่นมุกนี้คงไม่รอดแหงๆ เสี่ยงโดนหักคอแล้วโยนทิ้งข้างทางถึง99.99% เอาเป็นว่าเก็บไว้ก่อน หยอดวันละนิดจิตแจ่มใส แต่ถ้าหยอดมากไปเดี๋ยวจะตายโดยไม่รู้ตัว!

 

“นั่นสิครับ...เราลืมเอาร่มมาด้วย” พูดพลางขมวดคิ้วมุ่น ค้นดูในกระเป๋าสะพายก็ไม่มี จะกลับไปเอาที่หอก็ขี้เกียจ อีกอย่าง...ใครจะพลาดโอกาสเดินเคียงข้างไดร์วูล์ฟอย่างนี้กันล่ะ

 

ไดร์วูล์ฟเดินเลี้ยวเข้าโรงอาหารร้างไร้ผู้คน เนื่องจากค่อนข้างเช้ามากเกินกว่าที่ใครจะตื่นมาเรียนในยามนี้ เชฟหันมองทางพวกเราครั้งหนึ่ง จากนั้นก็วางถาดอาหารสำหรับเลือกรูดบัตรซื้อ แล้วเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ ส่งต่อหน้าที่จัดเรียงอาหารให้แม่ค้าเป็นลำดับถัดมา

 

พ่อหมาป่าเลือกอาหารเช้ามาจานหนึ่ง รวมทั้งหยิบกาแฟพลางเดินมานั่งตรงโต๊ะในมุมอับสายตา ผมเองก็ซื้อข้าวต้มปลาหอมกรุ่นเช่นกัน หลังใจกล้าหน้าด้านเดินไปนั่งฝั่งตรงข้าม...แม้จะโดนอีกฝ่ายจ้องมองด้วยแววตาเย็นยะเยือก ผมก็แสร้งเอ่ยถามคล้ายไม่สะทกสะท้าน

 

“กินเท่านี้อิ่มหรอครับ”

 

อาหารเช้าที่มีแค่เบคอนสามชิ้น ขนมปังปิ้งสองชิ้น ฮอตดอกสองชิ้น ผักกาดหอมสำหรับตกแต่งจานหนึ่งใบ และไข่ไก่หนึ่งฟองมันทำให้อิ่มจริงๆ หรอ ตอนทำกินเองผมถึงกับต้องเบิ้ลสามจานเลยนะถึงจะอิ่ม

 

“จะลุกไปดีๆ หรือจะตายตรงนี้”

 

ดวงตาของอีกฝ่ายไม่มีวี่แววล้อเล่นแม้แต่นิด เป็นพวกโลกส่วนตัวสูงจนไม่อยากนั่งกินอาหารร่วมกับใครสินะ ผมกะพริบตาปริบๆ ทั้งที่ยังคาบช้อนไว้คาปาก ข้าวต้มนี่ถึงกับจืดชืดไปเลย

 

หากไม่ถอยก้าวหนึ่งคงมีเรื่องกลางโรงอาหาร อา...ครั้งนี้จะยอมก็ได้ ไม่ใช่เพราะกลัวหรอกนะ แต่ผมไม่อยากให้มีข่าวเล่าลือว่าโดนไดร์วูล์ฟหาเรื่องไปกระทบหูพวกแฝดเข้า

 

จากจะได้อีกฝ่ายเป็นผัว คงกลายเป็นศัตรูชนิดไม่มีวันญาติดีกันแทน

 

ฮือ หนทางจีบช่างยาวไกลเหลือเกิน!

 

ผมลุกมานั่งอีกโต๊ะพลางลอบสังเกตอีกฝ่ายเรื่อยๆ ไดร์วูล์ฟกินทุกอย่างหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที ทว่าสิ่งที่ยังหลงเหลือติดจานอยู่คือผักกาดหอม

 

เอ๋ ไม่ชอบกินผักสินะครับ เป็นพ่อหมาป่าจะเลือกกินแต่เนื้อไม่ได้นะ! ขนาดเจ้าลัคเองยังแทะแครอทเลย ใช่ครับ อ่านไม่ผิดหรอก ลูกหมาป่าแทะแครอท เสียชาติเกิดหมาป่ามาก ผมล่ะเพลีย

 

ไม่รู้ว่าแทะเล่นหรือแทะกินแบบจริงจัง แต่ผมไปเห็นก็กลิ้งเกลือกกัดแทะแครอทสีส้มๆ แล้ว

 

ลัค...หนูเป็นหมาป่านะครับ ไม่ใช่กระต่าย! ช่วงนี้สับสนสปีชี่ส์ใช่ไหม หรือโดนพ่อหมาป่าล้างสมอง หนูจะแบ๊วขนาดนี้ไม่ได้! ต้องโตมาแบบน่าเกรงขามสิเฮ้ย

 

สรุปคือวันนั้นทั้งวันผมก็ได้แต่ตามติดไดร์วูล์ฟแบบห่างๆ พยายามไม่เข้าใกล้ให้อีกฝ่ายอึดอัดหรือรำคาญมากเกินไป จนกระทั่งตกเย็น พ่อหมาป่าก็พลันหายไปจากสายตาในจังหวะที่คนทยอยเดินออกจากห้องเรียนพอดี

 

เม็ดฝนเริ่มตกปรอยๆ ผมรีบเดินกลับหอก่อนจะชะงักฝีเท้าแล้วตัดสินใจก้าวเดินไปอีกเส้นทาง บรรยากาศเริ่มมืดครึ้มลงเรื่อยๆ ลมกรรโชกแรงพร้อมฟ้าแลบแปลบปลาบอย่างน่าหวาดเสียว จากที่เดิน...ผมเริ่มเปลี่ยนเป็นวิ่ง โดยมีเป้าหมายคือป่าหลังโรงเรียน

 

“ลัค!”

 

ซ่า...!

 

ผมร้องเรียกแข่งกับเสียงสายฝน คืนนี้คงไม่หยุดตกง่ายๆ แน่ ปกติเจ้าลัคจะมาอ้อยอิ่งรอไก่ต้มจากผมทุกเย็น ผมกลัวว่าวันนี้มันจะมายืนเปียกฝนรออีก แน่นอนว่าผมให้ไก่ต้มลับหลังพ่อหมาป่าเพราะอีกฝ่ายมีท่าทีหวงลูกตัวเองพอสมควร

 

ขนาดเอาขนมมาให้คราวนั้นยังสั่งห้ามเจ้าลัคกินเลย ใจร้ายเกินไปแล้ว!

 

ไดร์วูล์ฟเอ็นดูเจ้าลัคก็จริง ทว่าส่วนใหญ่กลับเลี้ยงมันตามยถากรรม คงเห็นว่าเป็นสัตว์ป่า เลยปล่อยให้เติบโตไปกับป่า ทว่าวันนี้สภาพอากาศไม่ดีนัก ลูกหมาป่าที่ไร้ฝูงจะอยู่ตัวเดียวได้ยังไง

 

ผมแอบเห็นว่าเจ้าลัคมีที่ซ่อนตัวของมัน เป็นโพรงไม้ซึ่งป่านนี้คงชื้นแฉะไปด้วยน้ำฝนแล้ว ก็จริงที่สัตว์ป่ามีสัญชาตญาณในการเอาตัวรอด แต่อย่างไรนี่ก็เป็นเพียงลูกหมาป่า ในฐานะคน(แอบ)ให้อาหาร ผมย่อมไม่อยากให้มันเผชิญกับพายุในยามนี้

 

“ลัค!”

 

“บ๊อก!” ลูกหมาป่ายืนรอผมอยู่จริงๆ หางเล็กๆ กระดิกส่ายระรัวก่อนจะวิ่งตรงรี่มาเกาะแข้งเกาะขา ผมพลันยิ้มกว้างพลางทรุดตัวนั่งลงโอบอุ้มมันขึ้นแนบอก อา...ตัวหนักกว่าเดิมหรือเปล่า

 

“ไปห้องเราก็แล้วกันนะ ไม่ต้องมองเลยเจ้าตัวอ้วน วันนี้เราไม่มีไก่...จะกินก็อยู่นิ่งๆ เดี๋ยวเรากลับไปทำให้กิน”

 

ผมคิดว่าจะไม่เอาลัคไปให้ไดร์วูล์ฟที่ห้องแล้ว ครั้งก่อนอีกฝ่ายดูไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ที่ผมเข้าไปในอาณาเขตส่วนตัว อีกอย่างวันนี้ผมก็ตามติดเขาค่อนข้างมาก ขืนโผล่หน้าไปให้เห็นไม่รู้ว่าจะโดนฆ่าตายทันทีเลยหรือเปล่า

 

เปรี้ยง!! ซ่า...!

 

“หงิง”

 

ผมสะดุ้งตัวโยนพอๆ กับลูกหมาป่าที่ครางเสียงหลงในลำคอ จากที่ดิ้นตะกายจะเลียหน้า ก็แปรเปลี่ยนเป็นตัวแข็งทื่อคล้ายหวาดกลัวเสียงฟ้าร้อง ฝนเริ่มตกหนักขึ้นจนทัศนียภาพรอบด้านพร่าเบลอไปหมด ยังไม่ทันได้ลุกยืนเพื่อลักพาลูกหมาป่ากลับหอ น้ำฝนซึ่งตกกระทบร่างก็พลันหายไปกะทันหันแล้วแทนที่ด้วยเงาของร่มสีดำคันใหญ่...

 

ผมเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ เส้นผมสีขาวและดวงตาสีเทาซีดของคนด้านบนตัดกับบรรยากาศมืดมนรอบด้านอย่างสิ้นเชิง ยามนัยน์ตาคู่ดุหลุบมองลงมา ผมแทบอยากจะสลายหายไปจากตรงนี้ ใจหนึ่งก็พลันนึกหวาดกลัว ทว่าอีกใจกลับเต้นแรง

 

ตึกตัก ตึกตัก

 

“ลัค...”

 

ทุ้มเสียงเรียบเย็นเอ่ยเรียกชื่อลูกหมาป่า ทว่าเจ้าลัคคล้ายกำลังขวัญเสียที่ได้ยินเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงในระยะประชิด ร่างของมันสั่นเทาและซุกซบอกผมแน่น ไม่มีท่าทีจะผละตัวออกจนผมต้องโอบประคองแล้วลุกขึ้นยืน

 

“ทำไม...มาอยู่นี่” น้ำเสียงที่ไต่ถามฟังดูเย็นยะเยือกขึ้นอีกระดับ คนสองมาตรฐาน! อย่าให้ซ่าส์กลายร่างเป็นลูกหมาป่าได้นะ จะเชิดหยิ่งให้ดู

 

“อ...อ้อ เราบังเอิญผ่านมาครับ” เสียงสั่นแบบโคตรมีพิรุธ โชคดีที่เสียงฝนมันกลบ ไม่งั้นจบเห่แน่

 

ผมตั้งท่าจะคืนลูกหมาป่าให้ไดร์วูล์ฟ ทว่าเจ้าลัคกลับไม่ยอมลูกเดียว มันครางหงิงพลางเกาะเสื้อผมแน่นขึ้น สุดท้ายพ่อหมาป่าก็ทำเพียงปรายหางตามองมาแล้วลดมือที่จะอุ้มลูกตัวเองลง

 

“เดินมา...” เสียงดุแบบโคตรพ่อโคตรแม่ ฟังดูก็รู้ว่าเริ่มกริ้ว ถ้าไม่ติดว่ามีลูกหมาป่าในอ้อมอก ผมคงโดนฆ่าแล้วหั่นศพเป็นชิ้นๆ โยนลงป่าหลังโรงเรียนไปแล้ว!

 

“ครับ” ผมรับคำพลางเดินเร็วๆ เคียงข้างร่างสูงกำยำ เขายังคงเว้นระยะห่างกับผมเช่นเดิม แขนเราแทบไม่แตะกันทั้งที่อยู่ในร่มคันเดียวกัน

 

ต่อให้ร่มคันใหญ่แค่ไหน แต่ยืนห่างขนาดนี้มันก็ต้องมีคนใดคนหนึ่งที่เปียก น่าแปลกที่สายฝนไม่โดนตัวผมเลยสักนิด พอลองชะโงกมองดูอีกด้าน ก็เห็นไหล่ข้างหนึ่งของพ่อหมาป่าโดนหยาดฝนซาดใส่แบบเต็มๆ

 

“ไดร์วูล์ฟครับ ฝนมัน...”

 

“หุบปาก...”

 

เชี่ยแล้ว เสียงทุ้มเย็นแฝงความอำมหิตคูณสิบแบบนี้ ผมจะรอดถึงหอใช่ไหม แต่ไม่คิดเลยแหะว่าพ่อหมาป่าจะมีมุมแบบนี้ด้วย ที่หายตัวไปตอนเย็นไม่ใช่ว่าย้อนกลับไปเอาร่มที่หอมารับเจ้าลัคหรอกนะ กับสัตว์น่ะอ่อนโยนจังเลย แต่กับคนนี่ตั้งกำแพงใส่เสียสูงลิบ

 

“ขอบคุณครับ” ผมยกยิ้มจนตาหยี อย่างน้อยขากลับก็ไม่เปียกฝนแล้ว

 

“กูไม่ได้ทำเพื่อมึง” ดวงตาสีเทาซีดเหลือบมองมาอย่างเฉยชาวูบหนึ่ง แปลไทยเป็นไทยคือ‘อย่ามโน’ ปัดโธ่เว้ย ให้ซ่าส์ได้มีเวลาฟินบ้างเถอะ!

 

“ขอบคุณแทนเจ้าลัคก็ได้ครับ”

 

เชื่อไหมว่าผมแทบจะกัดฟันพูด แต่ก็นะ...ทำไงได้ ดันตกหลุมรักความอ่อนโยนเพียงน้อยนิดที่เขาไม่มีวันมอบให้กับมนุษย์ไปแล้วนี่นา

 

ปัจจุบันกระทั่งแขนก็ยังไม่ได้แตะ ทว่าสักวันหนึ่งผมจะยืนเคียงข้างเขาภายใต้สายฝน...โดยที่เรากุมมือกันให้ได้ ผมสัญญา

 

 

 

 

Loading 60%

 

 

 

 

กว่าจะกลับมาถึงหอ ไดร์วูล์ฟก็เปียกฝนไปเกือบครึ่งตัว เจ้าลัคยังคงติดผมแจ และไม่มีท่าทีว่าจะกลับคืนสู่อ้อมกอดพ่อตัวเองแม้แต่น้อย หยดน้ำจากร่มสีดำเปียกตามรายทางตามจังหวะการก้าวเดินของร่างสูง มือหนาเสยผมขึ้นลวกๆ เมื่อมาหยุดยืนหน้าห้องตัวเอง ดวงตาคมดุปรายมองมาชั่วขณะหนึ่ง...ทำเอาคนแอบมองแทบหลบสายตาไม่ทัน

 

หล่อมาก ไม่ไหว...ซ่าส์จะเป็นลม!

 

คิดดูว่าผู้ที่มีภูมิต้านทานคนหล่ออย่างผมยังเอ่ยชม แล้วคนตรงหน้าจะหล่อเกินบรรยายขนาดไหน ในชีวิตนี้รอบกายของผมมีแต่คนหน้าตาดี ตั้งแต่พี่ชายฝาแฝดลามไปยันลูกพี่ลูกน้อง และคุณพ่อของผมเองซึ่งหล่อเหลาแบบผู้ใหญ่ ทว่าไดร์วูล์ฟกลับแตกต่าง...ความดูดีของเขามันระดับแอดวานซ์ ให้ความรู้สึกลึกลับและดุร้ายจนไม่กล้าเข้าใกล้

 

อีกฝ่ายซ่อนความลับมากมายมหาศาลแค่ไหนภายใต้แววตาเย็นยะเยือกกันนะ...

 

มือหนายื่นออกมาคล้ายจะรับเจ้าลัคคืนข้างหนึ่ง ในขณะที่อีกข้างถือร่มซึ่งถูกหุบไว้อย่างเรียบร้อย ผมเหม่อมองปลายนิ้วเรียวยาวชั่วครู่ ก่อนจะส่งลูกหมาป่าคืนให้

 

“หงิง...”

 

เจ้าตัวอ้วนตะกายขาไปมา ไม่ยอมกลับคืนสู่ผู้เป็นเจ้าของแต่โดยดี ผมมองไดร์วูล์ฟตาปริบๆ คล้ายเห็นความคุกรุ่นเจือจางในแววตาอีกฝ่ายครู่หนึ่ง ก่อนจะมอดดับไปเพียงแค่ผมกะพริบตา

 

“งั้นเดี๋ยวฝากลัคไว้กับเราก่อนก็ได้ครับ”

 

“....”

 

“ถ้ามันหลับ เดี๋ยวเราอุ้มไปคืนคุณเอง”

 

ฝาก‘รัก’ ไว้เถอะ แสนซ่าส์คนนี้จะดูแลอย่างดี!

 

“อืม”

 

หลังเงียบไปพักหนึ่งคล้ายครุ่นคิด พ่อหมาป่าก็รับคำในลำคอแล้วเปิดประตูห้องตัวเองด้วยท่าทีเมินเฉย เห็นดังนั้นผมจึงเปิดประตูบ้าง ค่อนข้างทุลักทุเลพอสมควรเลยเพราะมีลูกหมาป่าอ้วนกลมในอ้อมกอด

 

“บ๊อก!” หลังปล่อยเจ้าตัวซนในห้องน้ำ มันก็วิ่งสำรวจไปทั่ว ผมเปลื้องผ้าออกอาบน้ำพร้อมลัค เห็นตัวเล็กๆ แบบนี้แต่คือแรงเยอะมาก ไล่ตะครุบแทบไม่ทัน

 

โว้ย! หัดสงบเสงี่ยมยืนนิ่งเป็นน้ำแข็งเดินได้เหมือนพ่อแกบ้างสิวะ ไหนหมาป่าขี้กลัวตัวเมื่อกี้? ผมเห็นแต่หมาจอมซนที่ระริกระรี้วิ่งไปทางโซนครัวเพราะได้กลิ่นหมูต้ม

 

ไก่หมดก็เอาหมูไปกินนะ กินดีกว่าคนไปอีก คิดพลางเอาหมูออกจากหม้อไฟฟ้า แล้วพักไว้ให้เย็น ต่อให้เกิดเป็นลูกคุณหนูแต่ผมทำอาหารได้เกือบทุกอย่างครับ แม่แสบสอนว่าเราต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง ถ้าลำบากจะได้ไม่อดตาย

 

เชื่อเถอะว่าคงไม่มีนักเรียนคนไหนหอบหม้อไฟฟ้ามาแบบผมแล้ว ไปกินโรงอาหารง่ายกว่าเยอะ

 

เวลาล่วงเลยหลายชั่วโมงกว่าเจ้าลัคจะหลับ ในขณะที่ผมยังอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีครีมเพราะไล่จับมันจนเหนื่อย กำลังจะไปเปลี่ยนชุดนอนแล้วเอาลูกไปคืนคนพ่อ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเสียก่อน

 

ก๊อก!

 

เอ๊ะ เคาะผิดห้องหรือเปล่าวะ

 

ก๊อก!

 

เอาอีกแล้ว มีคนดีๆ ที่ไหนเค้าเคาะประตูครั้งเดียวกันวะ!

 

ผมหยิบมีดพกพาตามประสาคนขี้ระแวง จากนั้นก็เปิดประตูอย่างรวดเร็ว เกือบซ่อนมีดแทบไม่ทันเมื่อเห็นคนตรงหน้า...ไดร์วูล์ฟในสภาพกางเกงนอนขายาวสีดำกำลังยืนจ้องตรงมา

 

ดวงตาคมดุฉายแววไร้อารมณ์ แตกต่างจากกลิ่นไอกดดันแผ่กระจายจนน่าอึดอัด เหนือสิ่งอื่นใด...มายืนเปลือยอกแบบนี้คืออ่อยหรอ อ่อยใช่หรือเปล่า

 

ผมพยายามไม่วกสายตาลงต่ำ ก่อนจะเปิดประตูให้เขาเข้ามา ถ้าพวกแฝดรู้ผมคงถูกจับตีก้นลาย เปิดประตูให้ผู้ชายง่ายๆ อย่างนี้เลยเรอะ!

 

“เอ่อ..มีอะไรครับ”

 

เพราะมัวแต่หลบตาหน้าแดง ผมเลยไม่เห็นสายตาที่กวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าครู่หนึ่ง ไดร์วูล์ฟไม่ตอบคำถาม ทว่ากลับก้าวเข้ามาในห้องอย่างไม่อารัมภบทใดๆ จากนั้นก็โอบอุ้มลูกหมาป่าขึ้นจากฟูกนุ่มอย่างเชื่องช้า

 

ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อลดทอนความตื่นเต้น ยืนมองร่างสูงเดินออกจากห้อง...ก่อนจะฉีกยิ้มเอื้อนเอ่ยส่งท้ายด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย

 

“แล้วเจอกันนะครับ”

 

ดวงตาสีเทาซีดตวัดมองทางหางตา ก่อนภาพตรงหน้าจะหายลับไปเมื่ออีกฝ่ายปิดประตู เย็นชาเกินเบอร์ไปมาก ไม่มีกระทั่งคำขอบคุณ แต่ผมก็ไม่หวังอะไรนักหรอก จะไปหวังอะไรกับคนป่าเถื่อนอย่างเขากันล่ะ

 

เอาเป็นว่าคงต้องพยายามต่อไป!

 

 

ผมยังคงเอาตัวเองไปอยู่ในสายตาของไดร์วูล์ฟทุกๆ วัน ไม่ได้ตามติดมากเกินไปให้อีกฝ่ายรู้สึกอยากฆ่ากัน ทว่าเป็นการโผล่หน้าไปเจอบ่อยๆ ตื่นเช้าอย่างที่ไม่เคยเป็นเพื่อดักรอกินข้าวกับอีกฝ่าย และตอนเย็นก็บังเอิญไปเจอเจ้าลัคพร้อมกันบ้าง

 

วันเวลาผ่านไป...จากสัปดาห์เป็นเดือนที่ผมวนลูปเช่นนี้ ยิ่งอยู่ใกล้ก็ยิ่งชอบมากขึ้นเรื่อยๆ แตกต่างจากอีกคนที่ไม่มีท่าทีจะสนใจกันแม้แต่นิด

 

เพราะอะไรกันนะ ถ้าเป็นคนอื่นคงโดนตกไปนานแล้ว!

 

ฮึ่ย ใจแข็งจริงๆ พับผ่าเถอะ ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเลื้อยนอนเอาแก้มยุ้ยๆ แนบไปกับโต๊ะเรียน พักนี้คืออยู่ดีกินดี ผมเริ่มมีแก้มขึ้นมาบ้างเล็กน้อย พวกแฝดเองก็พากันดึงใหญ่อย่างกับน้องเป็นของเล่น พวกพี่เวร!

 

หลังจากอดีตราชาหอตะวันออกหายตัวไป โต๊ะด้านข้างอีกฝั่งของผมก็ว่างมาโดยตลอด เห็นอาจารย์เคยเปรยว่าสอบครั้งหน้าจะแบ่งนักเรียนจากห้องอื่นมาอยู่ห้องนี้หนึ่งคน เพื่อกระจายจำนวนนักเรียนในแต่ละห้องให้ใกล้เคียงกัน

 

ด้านข้างยังคงเป็นไดร์วูล์ฟ เขานั่งเท้าคางเหม่อมองนอกหน้าต่าง ในขณะที่ผมเอียงหน้ามองอีกฝ่ายอย่างเปิดเผย เสียงอาจารย์สอนอยู่หน้าห้องดังแว่วกระทบโสตประสาท ทว่าผมไม่ได้หันไปมองเฉกเช่นทุกทีเพราะมีเรื่องให้ต้องครุ่นคิดเสียก่อน

 

จีบไปจีบมา ไม่ใช่ว่าจะแดกแห้วจนถึงวันกลับบ้านเข้าหรอกนะ!

 

ไม่ได้การแล้ว ผมต้องเร่งมือหาต้นตอสาเหตุที่อีกฝ่ายไม่สนใจเหลือบแลกัน ทั้งที่ปัจจุบันยอมให้ผมเข้าใกล้มากกว่าทุกคนแท้ๆ ผมไม่ได้โง่ถึงขั้นดูไม่ออกนะ...ถ้าเป็นคนอื่นตามวุ่นวายกับเขาแบบนี้ คงโดนดีดกระเด็นออกจากวงโคจรอย่างไม่ต้องสงสัย

 

คล้ายรับรู้ว่าถูกจ้อง ดวงตาคมดุเคลื่อนจากสภาพอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนทางด้านนอกมามองผม เราจ้องตากันเขม็งโดยที่ผมไม่ได้หลบสายตาหนี แถมยังคลี่ยิ้มจริงใจส่งให้อย่างเป็นมิตรอีก

 

“เราตามจี...แค่ก! อยู่ด้วยกันมาเป็นเดือนแล้ว เป็นเพื่อนกันได้หรือยังครับ”

 

ผมกระแอมไอแก้เก้อ มึงจะพูดทุกอย่างที่คิดไม่ได้นะเว้ยแสนซ่าส์ คีพลุคน่ะทำเป็นไหม! ทีตอนหลอกพวกแฝดมาตามผู้ชายได้เป็นเดือนๆ ล่ะเนียนกริบ

 

ไดร์วูล์ฟไม่ได้ให้คำตอบผม เขาทำเพียงมองตรงมาอย่างเงียบงัน เล่นเอาผมยิ้มเก้อไปเลย พักนี้ทำไมพูดน้อยลง ชักไม่เข้าใจ...คล้ายอีกฝ่ายกำลังตั้งกำแพงใส่ผมมากขึ้นทุกทีอย่างไรอย่างนั้น

 

หลังเลิกเรียนผมเดินตามพ่อหมาป่าห่างๆ เหตุผลที่หนึ่งคือไม่อยากให้อีกฝ่ายอึดอัดมากไป เหตุผลที่สองคือกลัวพวกแฝดจับได้เรื่องที่ผมสนิทสนมกับคนอื่นเกินควร แผ่นหลังของคนตรงหน้าดูกว้างและแข็งแกร่ง ทว่ากำแพงที่มองไม่เห็นกลับสูงชะลูดขวางกั้นระหว่างเราไว้

 

ถามว่าท้อไหม มันก็มีบ้าง ใครจะไปตามตื้อคนอื่นได้ตลอด ทว่าเพราะชอบจริงๆ ผมเลยอยากได้ เขาเป็นคนแรกที่ทำให้หัวใจเต้นในจังหวะที่แปลกไป แค่คิดว่าจะไม่ได้เจอกันหลังแยกย้ายกลับบ้าน ผมก็รู้สึกหดหู่ขึ้นมา แม้จะเหลือเวลาอีกหลายเดือนก็ตาม

 

ผมกลับมาตั้งหลักที่ห้อง ครุ่นคิดวิธีถล่มกำแพงที่มองไม่เห็นของพ่อหมาป่า หลังอาบน้ำใส่ชุดนอนก็เผลอหลับไป และสะดุ้งตื่นมาอีกทีเพราะเสียงฟ้าผ่า

 

เปรี้ยง!

 

“เชี่ยแม่ง!” บนเกาะนี้มันมีกี่ฤดูกันวะ! เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวแดดออก เหมือนประเทศที่ผมจากมาไม่มีผิด จะแตกต่างก็ตอนฤดูหนาวมีหิมะลงเนี่ยแหละ

 

ผมขยี้หัวอย่างนึกหงุดหงิด ขนาดปิดระเบียงเสียงฟ้าร้องยังเล็ดลอดเข้ามาได้ แสดงว่ารุนแรงพอสมควรเลย คิดแล้วก็ถอนหายใจเฮือก ผุดลุกขึ้นนั่งพลางเดินเหยียดแข้งเหยียดขาไปทางประตู

 

ดึกดื่นป่านนี้แล้ว...ไดร์วูล์ฟจะนอนหรือยังนะ

 

ถ้าผมหาเรื่องกลัวเสียงฟ้าร้อง แล้ววิ่งเข้าห้องเขาจะทันไหม? แต่ตอนฝนตกแล้วอุ้มเจ้าลัคมาด้วยกัน ผมก็ไม่ได้แสดงท่าทีกลัวฟ้านี่หว่า แผนนี้ไม่เวิร์ค!

 

ต...แต่วันนี้ฟ้าผ่าเสียงดังมาก น่ากลัวอยู่ คิดว่าอาจพอแสร้งกลัวกลบเกลื่อนได้บ้าง งั้นผมขอเอาแผนนางเอกนิยายน้ำเน่ามาใช้ก็แล้วกัน!

 

ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ ยกยิ้มอย่างมั่นใจ ก่อนจะเปิดประตูดังผัวะ แสงสลัวตรงระเบียงทางเดินเผยให้เห็นภาพเงาร่างสูงของใครคนหนึ่ง อีกฝ่ายยืนพิงกำแพงพลางกอดอกโดยมีปอยผมสีขาวปรกหน้า...เสื้อนักเรียนเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดแดงฉานจนผมได้แต่นิ่งอึ้งอ้าปากค้าง

 

เชี่ย....ผีหลอก! แว้ก แสนซ่าส์ไม่ถูกกับผี พ่อจ๋าแม่จ๋าช่วยซ่าส์ด้วย!!

 

“นะโม พุทโธ อย่ามาหลอกกันเลย ฮื่อ ซ่าส์แค่จะไปหาผู้ชายเอง ไม่ได้ไปทำชั่ว...” ผมหลับหูหลับตาพนมมือไหว้ตัวสั่นงันงก

 

เก่งแค่ไหน...ก็แพ้ผีเลือดอาบเสื้ออย่างเธอ

 

“หุบปาก...”

 

เอ๊ะ? คำนี้มันคุ้นๆ น้ำเสียงเย็นยะเยือกนี่ก็คุ้นๆ ผมลืมตาขึ้นมาข้างหนึ่ง เกาะขอบประตูเตรียมโกยถ้าผีโผล่พรวดมาประจันหน้าจริง ทว่าแทนที่จะได้พบใบหน้าเละเทะมีหนองหยดย้อย กลับพบดวงตาคมดุสีเทาซีดจ้องมองมาแทน

 

ไดร์วูล์ฟยืดตัวยืนหลังตรง มือหนายกเสื้อฮู้ดเปียกน้ำขึ้นพาดไหล่ ในขณะที่อีกมือล้วงกระเป๋ากางเกงคล้ายเตรียมจะเดินหนีไป ไม่ใช่ว่าที่ยืนพิงกำแพงเมื่อครู่นี้คือหลับอยู่หรอกนะ แล้วทำไมไม่เข้าไปหลับในห้องดีๆ วะ!

 

“ทำไมไม่เข้าห้องครับ” ผมเลือกเมินเฉยคราบเลือดบนเสื้อผ้าของร่างสูง ก่อนจะเอื้อนเอ่ยถามอีกเรื่องแทน

 

“คีย์การ์ดหาย...”

 

ทุ้มเสียงไร้อารมณ์ตอบกลับมา ดึกดื่นป่านนี้จะไปขอคีย์การ์ดสำรองจากผู้คุมหอก็คงไม่ได้แล้ว ห้องชั้นบนสุดที่ควรเป็นของเขาก็ยังไม่ถูกเปิดใช้งาน เพราะอีกฝ่ายเลือกที่จะอยู่ห้องเดิม ถ้าให้เดาคงขี้เกียจย้ายของนั่นแหละ

 

ซ่า...เปรี้ยง!

 

เสียงฟ้าฝนซึ่งเล็ดลอดเข้ามาทางหน้าต่างริมระเบียงทางเดินทำให้ผมได้สติอีกครั้ง จากนั้นก็เปิดประตูห้องตัวเองให้กว้างขึ้น เม้มปากเล็กน้อยอย่างชั่งใจก่อนจะเอ่ยชักชวนด้วยท่าทีประหม่า

 

อา...ผมต้องโดนพวกแฝดตีก้นลายแน่ถ้ารู้เรื่องนี้!

 

“งั้นคืนนี้นอนกับเราก่อนก็ได้ พรุ่งนี้ค่อยไปขอคีย์การ์ดสำรองครับ”

 

ดวงตาสีเทาซีดจ้องมองมาอย่างยากเดาความคิด เนิ่นนานกว่าร่างสูงจะขยับเดินเข้าใกล้...เงาของเขาทอดยาวลงกระทบร่างผม เกิดเป็นภาพชวนกระอักกระอวนและน่าสะพรึงกลัวในความรู้สึก บรรยากาศน่าขนลุกบางอย่างเกือบทำให้ผมก้าวขาหนี อีกนิด...ปลายจมูกก็จะชนกับแผงอกกำยำอยู่รอมร่อ

 

มือหนาวางลงบนกรอบประตู กั้นผมไว้ตรงกลางอย่างคุกคาม ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้คล้ายต้องการตอกย้ำคำถามให้ฝังลึกลงในหัว

 

“ชวนผู้ชายเข้าห้องง่ายๆ แบบนี้...ทุกคนเลยหรือไง”

 

ผมกะพริบตาปริบๆ จะชวนทุกคนได้ยังไง คิดว่าในชีวิตนี้ผมรู้จักอยู่กี่คนกันหา!

 

“คุณคนแรกครับ...” ถ้าไม่นับพวกแฝดล่ะนะ รายนั้นไม่ชวนก็เดินเข้ามาเองเลย ว่างมาก ว่างเกินจนตามติดน้องได้กระทั่งในห้องนอน!

 

ไดร์วูล์ฟนิ่งเงียบครู่หนึ่ง จนผมต้องถอยหลังเข้าห้องแล้วเร่งให้อีกฝ่ายเดินตามมา

 

“เร็วครับ ตัวคุณเปียก ถ้านานกว่านี้อาจไม่สบายได้นะครับ”

 

“จะไม่ถาม...ว่ากูไปทำอะไรมา?”

 

สุ้มเสียงทุ้มเย็นเอื้อนเอ่ย คล้ายต้องการให้ผมไตร่ตรองอีกรอบเรื่องพาคนแปลกหน้าเข้าห้อง อารมณ์เหมือนกำลังส่งสัญญาณเตือนว่าผมไม่ควรเชื้อเชิญเขาเข้าพื้นที่ส่วนตัวแม้แต่นิด

 

“เราว่าเรื่องนั้นไม่ได้สำคัญเท่าสภาพของคุณในตอนนี้นะครับ”

 

แอบเจ็บใจเล็กน้อยตรงที่ต่อให้ตัวเปียก...ไดร์วูล์ฟก็ยังคงดูโซฮอตมากอยู่ดี!

 

เขาเกิดมาเพื่อฆ่าผู้ชายด้วยกันหรือไงเนี่ย พับผ่าเถอะ หรือผมไม่ควรให้เขาเข้าห้องดี แต่มันก็ดูใจร้ายเกินไปหน่อยถ้าให้อีกฝ่ายนอนหนาวด้านนอก

 

คิดพลางหอบผ้าเช็ดตัวและแปรงสีฟันอันใหม่มาให้ร่างสูงที่หยุดยืนนิ่งอยู่กลางห้องเหมือนผมจะเคยซื้อกางเกงนอนใหญ่กว่าตัวเองมาสองไซส์ด้วย วันนี้คงได้ใช้งานสักที

 

“เข้าไปอาบน้ำเถอะครับ จะได้มานอน เราเริ่มง่วงแล้ว” ผมพูดกลบเกลื่อนอาการประหม่าของตัวเองก่อนจะยื่นผ้าส่งให้ แม่เจ้า! เกิดมาเพิ่งเคยนอนกับคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อแม่พี่น้องเนี่ยแหละ แถมยังเป็นคนที่ผมชอบมากๆ อีก

 

นัยน์ตาสีเทาซีดมีร่องรอยเย็นชาวาบผ่านยามหลุบมองผ้าขนหนู แปรงสีฟัน และกางเกงนอน ผมเผลอเกร็งมือเล็กน้อย อยู่ดีๆ ก็พลันขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

 

“ของใคร...”

 

“เอ๊ะ? อ๋อ ถ้าหมายถึงผ้าขนหนูกับกางเกง...เป็นของเราเอง ซื้อมาผิดไซส์น่ะ ไม่ต้องกังวลหรอก เรายังไม่เคยใส่เลย”

 

ทำไมต้องทำตาดุไม่ปานว่าผมก่อเรื่องร้ายแรงมาด้วย แค่ยื่นกางเกงให้เองนะ! ผมรู้หรอกว่าเขาคงเรื่องมากถึงขั้นไม่ใส่เสื้อผ้าซ้ำกับใครแน่ ถึงยกตัวนี้ให้ กระทั่งสองแฝดยังไม่เคยได้ใส่เลยนะเว้ย ดูความลำเอียงที่ผมมีต่อผู้ชายกับพี่ชายของตัวเองสิครับ

 

พ่อหมาป่าคว้าของทั้งหมดไปจากมือผมเขาใช้เวลาอาบน้ำไม่นานก็เดินออกมาในสภาพเปลือยอกใส่กางเกงนอนตัวเดียว หยดน้ำจากเส้นผมไหลกระทบลอนกล้ามเนื้อจนผมเผลอจ้องเขม็ง ทำไมไม่เห็นรู้สึกเหมือนตอนมองพวกพี่ชายเลยนะ

 

กับอัคคีและอัคนี ผมจะรู้สึกชื่มชมแกมอิจฉากับบอดี้อันเพอร์เฟ็กต์ ทว่ากับไดร์วูล์ฟ ผมดันรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาเสียได้

 

“ทำไมถึงยอมเข้าห้องเราล่ะครับ” ทั้งที่คุณตั้งกำแพงใส่ผมซะสูงลิบแท้ๆ

 

“มึงเสนอ...และกูไม่มีเหตุผลที่ต้องอยู่ข้างนอก”

 

อา...สมกับเป็นไดร์วูล์ฟดี เขาดูไม่หยิ่งผยองเกินควร ช่างสังเกตและปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ รวมทั้งเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองได้อย่างเฉียบขาด

 

“ยังไงก็ผู้ชายเหมือนกัน คุณคงไม่รังเกียจที่จะนอนเตียงเดียวกับเราใช่ไหมครับ”

 

ผมเอ่ยถามขณะนั่งกอดหมอนอยู่บนเตียง อ้าปากหาวหวอดไปหลายรอบเพราะเริ่มง่วง ไดร์วูล์ฟเหลือบมองมาทางหางตา...มือหนาเช็ดผมเปียกชื้นไม่กี่ทีก็โยนผ้าขนหนูใส่ตะกร้า

 

“ชวนศัตรูนอนด้วยแบบนี้...”

 

ผมแทบจะตาสว่างตอนร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ มือหนาเอื้อมกอบกุมลำคออย่างไม่ทันให้ได้ตั้งตัว ก่อนปลายนิ้วเรียวยาวจะออกแรงบีบรัดเสียจนใจผมเต้นตึกตัก ไม่ใช่เพราะความตื่นตระหนก...ทว่าเป็นเพราะใบหน้าหล่อเหลาซึ่งโน้มเข้าใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวรินรดข้างแก้มต่างหาก

 

“ไม่กลัวกูฆ่าหรือไง...”

 

“ถ้าจะฆ่าเรา คุณคงทำไปนานแล้ว เรารู้ว่าคุณเก็บเราไว้เพราะเหตุผลบางอย่าง ซึ่งเราก็ไม่ได้อยากรู้ตอนนี้...ดังนั้นนอนกันเถอะครับ”

 

ผมแสร้งตีหน้านิ่งตัดบท กระทั่งมือหนาผละออกห่างจึงมุดผ้าห่มคลุมโปงกลิ้งไปยังอีกฝั่งของเตียง ฮือ ซ่าส์ใจจะวาย เมื่อกี้คือใกล้มาก ใกล้จนเห็นรูขุมขนชัดเจน

 

ผมไม่รู้หรอกว่าสำหรับคนอื่น...คืนแรกที่นอนร่วมเตียงกับคนรักจะเป็นยังไง ทว่าสำหรับผม หัวถึงหมอนตาก็ปิดแล้ว

 

ถ้าพ่อหมาป่าคิดจะยกเค้าห้องผม บอกเลยว่าคงสามารถกระทำได้อย่างง่ายดาย!

 

“อีกอย่าง...คุณไม่ใช่ศัตรูเราสักหน่อย”

 

ผมพึมพำแผ่วเบาคล้ายละเมอ ก่อนจะจมลงสู่ห้วงนิทรารมย์ในที่สุด

 

 

ร่างสูงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ทุกประโยคต่อให้แผ่วเบามากแค่ไหน...ไดร์วูล์ฟก็ได้ยิน เพราะเคยอยู่กับสัตว์ป่าช่วงระยะเวลาหนึ่ง จึงมีประสาทสัมผัสต่างๆ เฉียบคมมากกว่าคนปกติ

 

ไม่ใช่ศัตรู? หึ...คนที่เข้าหาเขา มีใครไม่หวังผลประโยชน์ด้วยหรือไง

 

มือหนาเอื้อมปิดโคมไฟข้างหัวเตียง ไดร์วูล์ฟไม่ชื่นชอบการนอนร่วมกับผู้อื่น แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะนอนไม่ได้

 

สายฟ้าที่แลบผ่านประตูระเบียงเผยให้เห็นเรือนร่างขาวผ่องตัดกับความมืด กลิ่นสบู่หอมกรุ่นลอยกระทบจมูก เป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่ไดร์วูล์ฟลงความเห็นว่าไม่ทำให้รู้สึกรำคาญเท่ากลิ่นน้ำหอมของพวกผู้หญิง

 

ทั้งที่มันควรจะตายไปตั้งนานแล้ว ทว่าเขากลับยังปล่อยให้ลอยนวล เพราะต้องการจับสังเกตท่าทีของศัตรู

 

ใครๆ ก็รู้ว่าตระกูลมังกร...กับตระกูลทางฝ่ายแม่นั้นไม่ถูกกันมาเนิ่นนาน

 

บางที...มันอาจเข้าหาเพราะเหตุผลบางอย่าง และไดร์วูล์ฟก็ใจเย็นพอที่จะรอรับชมเรื่องสนุก

 

เขาเป็นคนเบื่อง่าย...พอๆ กับที่ลงมือฆ่าใครสักคนได้อย่างง่ายดาย ดวงตาคมดุหรี่ลงเล็กน้อย ประกายอันตรายวาบผ่านภายใน ก่อนจะเอนกายลงนอนบนเตียงอีกฝั่ง

 

เนิ่นนานเกือบค่อนคืน อากาศหนาวเย็นลง...ร่างเล็กเริ่มขยับตัวหาไออุ่น กระทั่งนิ้วเรียวขาวแตะลงบนเอวสอบอย่างไม่รู้ตัว เปลือกตาของคนโดนแตะพลันเปิดพรึ่บ ดวงตาสีเทาซีดเปล่งประกายน่าขนลุก ก่อนจะหยุดมือไว้บริเวณลำคอของอีกฝ่าย

 

เขาเกือบเผลอสังหารมันโทษฐานมาแตะต้องตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

ดูท่าทางจะนอนดิ้น เช่นนี้คงเผลอ‘พลั้งมือฆ่า’ เป็นแน่

 

คิดพลางหลุบตามองใบหน้าขาวนวลที่ซุกซบอกอย่างไม่รู้ความ ไม่ใช่ว่าไม่รับรู้ความรู้สึกของมันยามสบตา ทว่าเขาไม่ได้ใส่ใจ...ความรู้สึกที่ไม่รู้ว่าเป็นของจริงหรือของปลอมนั่น มีอะไรให้น่าเชื่อถือด้วยหรือ?

 

ทั้งชีวิต เขาโดนทรยศหักหลังไปกี่ครั้ง...ไม่อาจนับได้

 

เพราะยังสนุกอยู่...ยามเห็นมันหาวิธีเข้าใกล้ ดังนั้นหากเผลอฆ่าตอนนี้ก็คงนึกเสียดายภายหลัง

 

คิดพลางค่อยๆ สอดแขนเข้าโอบกระชับร่างที่เล็กกว่าอย่างเชื่องช้าคล้ายอสรพิษเลื้อยรัดเหยื่อ ดวงตาสีเทาซีดเปล่งประกายเข้มขึ้นอย่างไม่รู้ตัวยามเผลอสูดดมกลิ่นแชมพูบนกลุ่มผมนุ่ม แขนแกร่งโอบรัดเอวบางแน่นขึ้น จนคนโดนกอดเริ่มดิ้นไปมาคล้ายอึดอัด ทว่าไม่มีท่าทีจะตื่นแม้แต่น้อย

 

เขาไม่ชอบให้ใครโดนตัว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นฝ่ายแตะต้องใครก่อนไม่ได้ เหนี่ยวรั้งไม่ให้เผลอพลั้งมือฆ่า...เห็นจะมีแต่วิธีนี้

 

ในเมื่อมันชวนเขาเข้าห้องมา...ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนแต่โดยดี

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณแฟนอาร์ตสวยๆ จากคุณ@UsernumberB7 ค่ะ

(ฉากพ่อหมาป่ากางร่ม คือแบบ...ฮื่อ มันดีต่อใจมากๆ ค่ะ)

ขอขอบคุณแฟนอาร์ตสวยๆ จากคุณ@ILoveKimNamjoo1 ค่ะ

(พ่อหมาป่าหล่อมากๆ ค่ะ)

 

ขอขอบคุณแฟนอาร์ตสวยๆ จากคุณ@PeterPanexo7 ค่ะ

(ฉากพ่อหมาป่ากางร่ม คือแบบน่าร๊ากก)

 

 

 

Writer talk2

ใช่ค่ะ....พ่อหมาป่าดูมีอะไรมากกว่าที่คิด พระเอกไรท์มีแบบอ่อนโยนเหมือนชาวบ้านชาวเมืองเขาด้วยหรอคะTT//หลบปืน ภายนอกนิ่งๆ แต่ภายในใจนี่คือร้ายกาจมาก หนูซ่าส์ต้องเตรียมรับมือให้ดี อันนี้ยังไม่ปลดความรักเต็มขั้น ถ้ารักเมื่อไหร่คง...แค่ก! เอาเป็นว่าจะไม่สปอยนะคะ แล้วเจอกันน้า

ปล. ครึ่งหลังเยอะมาก ประมาณ80% ได้ค่ะ แต่งเพลิงไปนิด

ติดตามข่าวสารการอัพเดตนิยายได้ทาง เพจ , ทวิต (จิ้มที่คำว่าเพจหรือทวิตได้เลยค่ะ)

#ซ่อนรักลวงร้าย

รักรีดเดอร์

 

 

 

ขอขอบคุณแฟนอาร์ตสวยๆ จากคุณ@UsernumberB7 ค่ะ

(หนูซ่าส์น่ารักมากๆ ค่ะ ฮื่อออ)

 

ขอขอบคุณแฟนอาร์ตสวยๆ จากคุณYouko Oo ค่ะ

(รูปแรกคือแสนแสบ...แม่ของหนูซ่าส์ค่ะ รูปสองคือหนูอุ่น...พี่สะใภ้หนูซ่าส์ค่ะ อยู่จักรวาลเดียวกันกับเรื่องนี้ น่ารักทั้งคู่ค่ะ)

 

Writer talk1

พ่อหมาป่านี่ยังไงคะ เรื่องนี้ชักมีเงื่อนงำ//หลบปืน นับว่าหนูซ่าส์มาถูกทางแล้ว โบราณว่าอยากได้ลูกเสือต้องเข้าถ้ำเสือ แต่เรื่องนี้คืออยากได้พ่อหมาป่าต้องเข้าทางลูกหมาป่าค่ะ//ฮา หนูซ่าส์ภายนอกอาจร่าเริง น่ารัก แต่ภายในใจมีมุกเป็นหมื่นล้านคำ เกรียนน้อยกว่ามิเกล (นายเอกเรื่องน้องของตัวร้าย) นิดนึงค่ะ ย้ำว่านิดเดียวจริงจริ๊ง วันนี้มาดึกกว่าทุกวัน แต่งนานไปหน่อยค่ะ แฮร่ แล้วพบกันนะคะ

ติดตามข่าวสารการอัพเดตนิยายได้ทาง เพจ , ทวิต (จิ้มที่คำว่าเพจหรือทวิตได้เลยค่ะ)

#ซ่อนรักลวงร้าย

รักรีดเดอร์

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.807K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8,905 ความคิดเห็น

  1. #8147 ;เเมเนอร์ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 / 02:35
    มุเเงง ใจเจ่บบบ เตรียมเห็นคนคลั่งรักค่าาา
    #8,147
    0
  2. #7980 praeprae3012 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 20:38
    เกียมร้องไห้แล้ว 😢
    #7,980
    0
  3. #7979 praeprae3012 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 20:37
    มันยังไงกันน้าาาา
    #7,979
    0
  4. #7975 crzoldyck7 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 15:51
    พบคนหวงไม่รู้ตัวจ้า เป็นอะไรกะเขาอ่ะไปหวงนู่นนี่นั่น เนียนกอดเขาอีกนะ ใครคลั่งรักกันแน่ ไหนพูด!!!
    #7,975
    0
  5. #7854 Mailuobo9197 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มกราคม 2564 / 07:27
    ฉันอยากเห็นคนคลั่งรักจังเลยยยยย
    #7,854
    0
  6. #7478 rnhaha (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2563 / 00:04
    อย่าร้ายนักเลยย
    #7,478
    0
  7. #7446 nukpriyakorn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 20:15
    เริ่มจะโดนน้องตกแล้วละสิ แหมมมมมมมม
    #7,446
    0
  8. #7406 Davinchi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 14:32
    เหมือนเห็นแววคลั่งรักแปลกๆแต่พี่ไม่ได้”ชอบ”น้องจริงหรอค่าา
    #7,406
    0
  9. #7108 bj vamtoon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 01:44
    นี้ขนาดไม่ชอบเหรอ ถ้าชอบจะหวงเบอร์ไหน
    #7,108
    0
  10. #6919 PuayPuayPloy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 03:01
    แหม่ๆๆๆๆๆ ขอความจริงหน่อยพ่อ มีใจแล่วล่ะสิ หึหึ
    #6,919
    0
  11. #6679 SsB3 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 / 21:51
    เขินนนนน
    #6,679
    0
  12. #6609 Natty_29 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 21:52
    โหดไปไหนอะนายคนนี้
    #6,609
    0
  13. #6391 meeniie (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2563 / 02:23

    ฟินน เขิน

    #6,391
    0
  14. #6313 oomka (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 15:02
    ปากแข็งเก่งจริงๆ555
    #6,313
    0
  15. #6034 อยากกินเสียวหลงเปา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 06:51
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #6,034
    0
  16. #5617 Ypsxcio (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กันยายน 2563 / 17:46
    มันยังไงกันค้าพ่อหนุ่ม555555555555 เออเนี่ย อยากจะบอกว่าชั้นแสนชอบความมั่นของซ่าส์เลย รับรู้ได้ว่าได้แม่แสบมาครึ่งหนึ่งชัวร์ป้าบ55555555555555 รุกก่อนเลยจ้ากรี๊ดดดดดดดดดดด
    #5,617
    0
  17. #5563 Foxgo_O (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 09:57
    โอ้ยยยย จะขาดใจตายแล้ว เขินเว้ยยยยย!
    #5,563
    0
  18. #5499 Muay888 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 19:50
    ละมุนมากแม่..ใจน้วยไปหมดพ่อคนซึน🥰
    #5,499
    0
  19. #5335 mook (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 23:01

    เอ่อคือออ พระเอกของไรท์ทุกๆเรื่องดูมีความอบอุ่นมีมุมน่าเข้าไกล้กันทุกคนเลยนะคะจากที่สังเกตุมาจากทุกๆรุ่น555

    #5,335
    0
  20. #5284 Ploolulu (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 00:25
    พ่อคนซึนเอ้ย555
    #5,284
    0
  21. #4576 tan0707 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 / 00:01

    เห็นมั้ยยยยยย เพลิงนิลเวอร์ชั่นสอง!!! ชั้นเขิน
    #4,576
    0
  22. #4543 skwesky_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 23:34
    เห็นแววจะม่าไงไม่รู้ ฮื่อ ไดร์วูฟอย่าใจร้าย น้องมาดีนะ
    #4,543
    0
  23. #4095 pommys (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 12:13
    ไม่ชอบให้ใครแตะตะสแต่แตะตัวคนอื่นได้
    #4,095
    0
  24. #4055 YanisaCH (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 12:42
    โอ้ยพ่อออ
    #4,055
    0
  25. #3856 sm_taetae95 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2563 / 10:29
    ชั้นกรี้ดเลย ยั่มมาทำเปงเก็บค่าชวนเข้าห้อง แหมมมมมมมม ทำมาเปงงง
    #3,856
    0