[Yaoi] DON'T HIDE ME ซ่อนรัก ลวงร้าย

ตอนที่ 3 : Ep.03::ผู้ชายอันตราย กับลูกหมาป่าตัวร้ายของเขา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 54,363
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,808 ครั้ง
    29 มี.ค. 63

 

 

Ep.03

:: ผู้ชายอันตราย กับลูกหมาป่าตัวร้ายของเขา ::

 

 

หมาป่าล้มลงพื้นดังตุ้บ อีกทั้งยังตะเกียกตะกายขาไปมาด้วยลมหายใจรวยริน ผมจ้องมองภาพนั้นครู่หนึ่งก่อนจะรีบเดินตามหลังผู้ชายตัวสูงซึ่งนึกจะเดินหนีไปก็เดินอย่างไม่บอกกล่าว

 

ไอ้สัส ถ้าเดินห่างกันมากๆระเบิดจะตู้มต้ามนะเว้ย ฝากไว้ให้คิด! คราวนี้ต่อให้เก่งเทพแค่ไหน ก็หลบระเบิดในระยะประชิดไม่พ้นแน่ๆ

 

ขอโทษครับที่เกิดมาขาสั้น แต่ช่วยเดินให้ช้าลงหน่อยได้ไหม เชื่อเถอะว่าถ้าไดร์วูล์ฟมันหยุดเดินตอนนี้ ผมต้องเบรกเอี๊ยดล้มกลิ้งไม่เป็นท่าชัวร์

 

กึก!

 

"เฮ้ย!"

 

นั่นไง คิดได้ไม่ทันไรหายนะก็มาเยือน จู่ๆร่างสูงตรงหน้าก็หยุดเดินทำให้ผมชะงักตาม สาบานว่าผมหน้าม้าแค่เฉียดแผ่นหลังมันไปนิดเดียวเอง แต่รู้ไหมว่าผมเจออะไร?

 

พลั่ก!

 

ร่างทั้งร่างลอยละลิ่วไปตามแรงผลัก ผมเบิกตาค้างจ้องมองดวงตาสีเทาซีดซึ่งกำลังหรี่ลงอย่างดุร้าย ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนกระทั่งผมระลึกได้ว่าตัวเองถูกผลักกระเด็นห่างจากตัวของอีกฝ่ายเกินหนึ่งเมตร...

 

ไม่ทันแล้ว เชี่ยเอ้ย ตาย...ตายแน่ๆ

 

ตู้ม!

 

ต่อให้ผมจะพลิกตัวกลิ้งหนีก็ไม่น่าหลบแรงระเบิดได้ทัน วินาทีแห่งความสิ้นหวังและคั่งแค้น ในใจผมสบถด่าไดร์วูล์ฟไปยันโคตรเหง้าศักราชที่มันดันผลักผมออกห่างให้ระเบิดทำงานเล่นๆ สุดท้ายเป็นไง? ตายกันหมด!

 

แต่น่าแปลก...ผมกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดก่อนตาย แถมยังคล้ายเรือนร่างถูกกดทับจนแทบจมหายไปกับพื้นหญ้า

 

"รัศมีสองเมตร..."

 

สุ้มเสียงทุ้มพึมพำอยู่เหนือหัวทำให้ผมลืมตาขึ้นอย่างฉับพลัน ก่อนจะชะงักกึกเมื่อใบหน้าหล่อเหลาอยู่ใกล้ในระยะประชิด ทว่าดวงตาทรงอำนาจคู่นั้นกลับมองไปยังจุดที่ระเบิดทำงาน

 

ผมหันมองตาม ก่อนจะตระหนักได้ว่าตนเองดวงซวยถึงขั้นเป็น ‘ตัวทดลอง’ ของอีกฝ่ายเข้าแล้ว

 

ไดร์วูล์ฟจงใจผลักผม เพื่อดูความรุนแรงของระเบิด บางทีอาจทำเพื่อทดสอบลูกไม้ที่ซุกซ่อนอยู่ของเจ้าหน้าที่ในโรงเรียน ซึ่งเขาผลักผมไปอยู่ใกล้พุ่มไม้พอดี จากนั้นอีกฝ่ายก็ตามมาคว้าตัวผมเข้าไปหลบในพุ่มไม้ เราเลยไม่โดนระเบิดเล่นงานจนตายเสียก่อน

 

กูไม่รู้จะด่าอะไรมึงเลยไดร์วูล์ฟ...บ้าบิ่นมาก แต่ประเด็นสำคัญคือเอาแสนซ่าส์เป็นตัวทดลองแบบนี้ก็ได้เรอะ!

 

ยังไม่ทันให้ผมได้อ้าปากด่า ตัวอันตรายก็ลุกขึ้นแล้วเยื้องกรายไปยังจุดที่ระเบิดเพิ่งทำงาน เขาจ้องมองมันครู่หนึ่งก่อนจะละสายตาออกห่าง...แต่เดี๋ยวก่อนนะ นี่จงใจเมินผมหรือเปล่า? ใช้งานเสร็จแล้วคิดจะทิ้งงั้นดิ

 

เสียใจครับ คนอย่างซ่าส์...ใครดีมาดีกลับ ร้ายมาร้ายกลับ!

 

"เดี๋ยว..."

 

ผมใช้มือข้างที่ไม่ถูกหักคว้าแขนอีกฝ่ายไว้ได้ทัน ฉับพลันที่นัยน์ตาสีเทาตวัดมองมา ผมก็เบี่ยงตัวหลบการโจมตีในทันที

 

เมื่อกี้แค่ไม่ได้ทันตั้งตัวเฉยๆหรอก ผมน่ะ...เริ่มมองการเคลื่อนไหวของคุณออกหมดแล้ว

 

เมื่อเห็นว่าผมหลบการโจมตีได้ ไดร์วูล์ฟก็ไม่ออมมืออีกต่อไป เขาไล่ต้อนผมอย่างไม่สนใจข้อมือที่หักไปข้างหนึ่ง ฟาดมาทั้งแขนขาอย่างกับผมเป็นกระสอบทราย ถ้าไม่ติดว่าฝึกมาโหด ผมคงไปโลดแล่นในนรกแน่ๆ

 

ไอ้บ้าเอ้ย ยังเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่าวะ มีใจเมตตาโปรดสัตว์โลกบ้างไหมเนี่ย เอะอะก็จะทำร้ายคนที่แตะตัวก่อนลูกเดียว ผิวทำมาจากทองคำหรือไง ฮึ่ย!

 

"ใช้เราเป็นตัวทดลอง แล้วทำไมไม่ปล่อยให้ตาย?"

 

นี่เป็นคำถามที่คาใจอย่างถึงที่สุด ผมเลิกคิ้วมองคนตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ ในจังหวะที่ตัวเองถูกไล่ต้อนจนมุมพอดี

 

ไม่ใช่ว่าผมไม่เก่ง...แต่การสู้กับคนที่เป็นถึงหัวหน้าตระกูล แค่หลับตายังรู้ผลเลยว่าใครแพ้ใครชนะ

 

ความสงสัยในฝีมือของไดร์วูล์ฟถึงกับจางหายไปเมื่อผมได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง น่ากลัวมาก...ให้ตายเถอะ ใครช่างจะจับคู่ผมกับไอ้เวรนี่วะ

 

เล่นก่อสงครามเย็นใส่กันจนสุดท้ายผมก็ท้าทายอำนาจมืดและจนตรอก โดนตรึงไว้กับต้นไม้จนแทบขยับร่างไม่ได้ แม้จะรู้สึกตงิดๆในใจว่าท่วงท่ามันออกจะแปลกๆไปบ้าง แต่ก็น่าอดสูอยู่ดี

 

บอกเลยว่าแค้นนี้ต้องชำระ!

 

"คิดว่าตัวเองเป็นใครครับ...พระเจ้างั้นหรอ?"

 

ผมยังไม่หยุดทำเสียงยียวน บอกเลยว่าโกรธมาก แต่ยอมรับว่าสู้ไม่ไหวไง ไม่งั้นมันได้ตายคาตีนผมไปแล้ว

 

ดวงตาคมดุฉายแววแปลกใจที่ผมยังกล้าต่อปากต่อคำอยู่ได้ทั้งที่เป็นรองในทุกกรณี ก่อนริมฝีปากสีซีดจะขยับเอ่ยบอกด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

 

"อย่าแตะตัวอีก..."

 

เอิ่ม ก้มมองก่อนไหมว่าตอนนี้ใครแตะตัวใคร?

 

คล้ายล่วงรู้ความคิด ดวงตาสีเทาซีดกวาดมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะผละออกห่างในที่สุด

 

"ถ้ามีครั้งหน้า...มึงจะไม่ได้ตายดี"

 

ครับพ่อเนื้อทอง ผมควรดีใจไหมที่รอดตายมาได้อย่างน่าประหลาด คิดในทางกลับกัน ถ้าเป็นคนอื่นอาจโดนฆ่าไปแล้ว

 

เพราะอะไรล่ะ? โอ๊ย มีคำถามเต็มหัวผมไปหมดเลย ให้ตายเถอะครับ!

 

ช่างเถอะ เอาเป็นว่ารอดจากป่านี้ไปให้ได้ก็เป็นพอ จากนั้นก็ทางใครทางมัน แล้วแต่เวรแต่กรรม

 

 

และแล้วการที่ไดร์วูล์ฟเอาผมเป็นตัวทดลองก็ไม่เสียเปล่า เพราะเขาพาผมเดินหลบจุดที่มีระเบิดได้ทั้งหมด ถามว่าสังเกตจากอะไร? มันมีสัญลักษณ์ติดบนพื้นดินครับ เป็นเศษผ้าสีน้ำตาลซึ่งสีของมันกลืนกินไปกับผิวดินพอดี ยิ่งอยู่ในความมืดแบบนี้ยิ่งสังเกตเห็นได้ยาก

 

แต่ไดร์วูล์ฟก็เห็นมัน...น่าจะตอนที่มองระเบิดนานๆหลังจากผลักผมนั่นแหละ

 

เรื่องฉลาดคงต้องยอม แต่เรื่องไร้มนุษยธรรมผมรับไม่ได้จริงๆ พับผ่าเถอะ!

 

หลังจากนั้นผมก็หาของที่ทางโรงเรียนต้องการมาได้ เป็นกล่องสีดำใบหนึ่งซึ่งซ่อนอยู่ในกอหญ้า อันนี้ผมตาดีเหลือบไปเห็นเอง เลยได้แยกย้ายกับไดร์วูล์ฟเร็วกว่าคู่อื่นๆ แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ยังมองพวกเราอย่างนึกทึ่ง

 

ลาขาดครับบอกเลย ไม่ได้เกลียดนะ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกดีด้วย หวังว่าจะไม่ต้องมีเรื่องให้ได้พบเจอกันอีก

 

 

ใช่ครับ...ผมเคยคิดแบบนั้น จนกระทั่งวันนี้

 

"หงิง..."

 

ลูกหมาป่าตัวหนึ่งดูเหมือนจะหลงฝูง มันเดินเตาะแตะอยู่ชายป่าหลังโรงเรียนมาหลายวันแล้ว ซึ่งผมก็แอบเอาของกินมาให้ตามประสาคนที่หลีกหนีความวุ่นวายจากพี่ชาย

 

ลูกหมาป่าที่เริ่มเคยตัวเพราะได้รับของกินจากคนแปลกหน้ามาหลายวัน...วันนี้มันเลยมาเดินวนเวียนรอผมอยู่หลังชายป่าตามเวลาเดิมเป๊ะ แต่ช่างโชคร้าย เพราะขณะนี้ชายคนหนึ่งกำลังหิ้วหลังคอนุ่มๆนั่นพลางยกขึ้นสูงจากพื้น

 

"บ๊อกๆๆ!"

 

ซวยแล้วเจ้าตัวน้อย เจอใครไม่เจอ ดันเจอตัวอันตรายซะงั้น! แถมเป็นคนที่ผมไม่อยากเข้าใกล้สุดในเวลาแบบนี้อีก

 

ผมกำลังจะวิ่งเข้าไปห้ามร่างสูงที่ทำท่าเหมือนจะจับสัตว์ตัวเล็กๆฉีกทึ้ง ทว่าภาพตรงหน้ากลับทำให้เผลอชะงักฝีเท้าลงโดยไม่รู้ตัว

 

ร่างปุกปุยของลูกหมาป่ากำลังถูกโอบประคองไว้ในอ้อมแขนแกร่ง แสงตะวันอาบไล้เสี้ยวหน้าหล่อเหลาเสียจนเปล่งประกายเจิดจ้าตัดกับแววตาที่ฉายความเย็นยะเยือกอย่างสิ้นเชิง

 

ทว่าแม้จะดูเย็นชาและสูงส่งเพียงใด แต่กลับแฝงไปด้วยความรักใคร่ประดุจลูกสัตว์เป็นสมบัติของตน

 

ถ้อยคำหนึ่งพลันผุดขึ้นมาในหัว...

 

คนอย่างไดร์วูล์ฟซึ่งฆ่าคนโดยไม่กะพริบตาเนี่ยนะ จะมาอุ้มสัตว์ตัวเล็กๆด้วยท่าทีที่คล้ายจะ...อ่อนโยน(?)

 

ช...เชี่ยแล้ว ผมมาเห็นภาพบ้าอะไรเข้าเนี่ย นี่มันความลับระดับชาติชัดๆ!

 

รู้ตัวอีกทีก็เผลอมองภาพนั้นอยู่นาน จนกระทั่งลูกหมาป่าใช้จมูกดอมดมไปตามท่อนแขนที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อ จากนั้นมันก็ครางหงิงและยอมซุกซบศีรษะกับอ้อมอกอุ่นแต่โดยดี

 

ไดร์วูล์ฟไม่ได้ยกมือลูบขนนุ่มนิ่มปลอบประโลมลูกหมาป่า ทว่าเพียงเขาก้มลงมองมันด้วยสายตาที่ไม่ได้ฉายแววอันตรายดังเดิม หัวใจผมก็พลันเต้นด้วยจังหวะที่แปลกไป

 

ตึกตัก ตึกตัก

 

เกิดอะไรขึ้น? ทำไมอยู่ๆถึงรู้สึกว่าละสายตาจากไดร์วูล์ฟไม่ได้เลย ทั้งที่เค้าเกือบฆ่าผมตายในป่าแท้ๆ

 

ทว่ายังไม่ทันให้ได้ครุ่นคิดดี ดวงตาสีเทาซีดก็กลับมาฉายแววอันตรายดังเดิม อีกทั้งยังตวัดมองมายังจุดที่ผมยืนอยู่

 

เกือบสะดุ้งเลยครับ จากที่ใจเต้นอยู่ดีๆ ความรู้สึกนั้นก็คล้ายจะอันตรธานหายไปในอากาศเพียงพริบตา!

 

"บ๊อก!"

 

ลูกหมาป่าคล้ายจะเห็นผมเช่นกัน มันรีบดิ้นรนลงจากอ้อมแขนของร่างสูงสง่า ก่อนจะวิ่งมาทางผมอย่างเร่งรีบเสียจนลิ้นห้อย

 

"แฮ่กๆ หงิง..."

 

"ไง เจ้าตัวเล็ก คิดว่าจะลืมเราซะแล้ว"

 

ผมทำเป็นไม่สนใจคนที่แผ่รังสีอันตรายอยู่เนืองๆ ก่อนจะยกยิ้มเอ็นดูลูกหมาป่าที่ใช้ขาหน้าสะกิดผมไม่ปานว่าตัวเองเป็นหมาบ้าน

 

"เมนูวันนี้...แท่นแท้นน ไก่ต้ม กินให้พุงกางไปเลย"

 

พูดพลางเลาะกระดูกออกให้ลูกหมาป่าที่วิ่งวนรอบตัวอย่างร่าเริง พอแอบชำเลืองมองพ่อหมาป่า ก็พบว่าเขายังไม่จากไปไหน แถมยังเอนหลังพิงต้นไม้จ้องมองมาทางนี้เขม็ง

 

ทำท่าราวกับว่าผมจะวางยาลูกเขาอย่างไรอย่างนั้น!

 

"มาทำอะไรที่นี่หรอครับ" ผมเอ่ยทักตามประสาคนมีมารยาท ผูกมิตรไว้ดีกว่าเป็นศัตรูกับคนประเภทนี้

 

"เรื่องของกู..."

 

เอิ่ม ตามนั้น แต่ตอบก็ยังดีกว่าไม่ตอบ นี่ผมพยายามคิดในแง่ดีแล้วนะ

 

"เราเจอเจ้าตัวเล็กนี่มาหลายวันแล้ว คุณรู้จักมันมาก่อนหรอครับ"

 

"ลัค...มานี่"

 

ไดร์วูล์ฟตอบคำถามผมด้วยการเรียกชื่อลูกหมาป่า ทำไมผมถึงคิดว่าเป็นชื่อลูกหมาป่าน่ะหรอ? เพราะเจ้าลูกหมาสะดุ้งเฮือกอย่างฉับพลันยามสุ้มเสียงทุ้มเย็นเอ่ยเรียก อีกทั้งยังรีบร้อนกลืนไก่ชิ้นสุดท้ายลงคอ แล้ววิ่งเข้าหาร่างสูงกำยำอย่างรวดเร็ว

 

แม้แต่หมายังกลัว...ผมไม่รู้จะนิยามคำว่าอะไรให้ผู้ชายคนนี้แล้ว!

 

 

 

 

Loading 50%

 

 

 

ผมมองลูกหมาป่าตาปริบๆ ชักเริ่มสงสัยว่าไดร์วูล์ฟอาจให้คนลักลอบพามันมาในเกาะแห่งนี้ด้วย เพราะถ้าเพิ่งเจอกัน ไม่มีวันที่ลูกหมาป่าจะเชื่องขนาดนี้ เอามาเลี้ยงในโรงเรียนก็ไม่ได้อีกเพราะหนึ่งในกฎของโรงเรียนคือห้ามเลี้ยงสัตว์

 

เจ้าตัวน้อยที่ใช้ชีวิตอยู่ภายนอกเพียงลำพังโดยไร้ฝูงปกป้อง...จะมีสภาพเป็นอย่างไรนะ

 

“ลูกหมาป่าตัวนี้ เป็นของคุณใช่ไหมครับ”

 

ไดร์วูล์ฟไม่ได้ตอบคำถามในทันที เขาทำเพียงตวัดดวงตาคมดุมองมาชั่ววูบหนึ่ง คล้ายเป็นสัญญาณเตือนว่าผมไม่ควรยุ่งเรื่องนี้ให้มาก คนอย่างเขาไม่เกรงกลัวกฎของโรงเรียน...แต่รำคาญเรื่องวุ่นวายที่จะตามมามากกว่า

 

เมื่อได้รู้ว่าเจ้าตัวน้อยมีเจ้าของดูแลอยู่ ผมก็เบาใจ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปทางเดิม มือก็โยนถุงใส่ไก่ต้มลงถังขยะแถวนั้น หลังจากหาที่ล้างมือจนสะอาดเอี่ยมอ่อง ผมก็เดินกลับหออย่างเอื่อยเฉื่อย ที่เดินช้าไม่ใช่อะไรหรอกครับ ลางสังหรณ์มันร้องเตือนว่าฝาแฝดของผมต้องดักรออยู่ที่หน้าหอแน่ๆ

 

โชคดีที่ตอนข้อมือหักพวกพี่ชายไม่ได้มาพบผมเข้า ผมแอบไปห้องพยาบาลและหลบหน้าพวกมันจนกระทั่งข้อมือกลับมาเคลื่อนไหวได้ปกติดังเดิม เลยเลี่ยงการปะทะระหว่างราชาหอตะวันตกกับผู้นำตระกูลวูล์ฟมาได้

 

และก็เป็นอย่างที่ผมคาดไว้จริงๆ สองด้านของประตูรั้วเข้าหอถูกจับจองโดยราชาตะวันตกซึ่งมีถึงสองคน บางคนที่ใจกล้าหน่อยก็เดินผ่านพวกพี่ชายผมไปแบบชิวๆ ทว่าคนส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่เข้าหอและมายืนออกันข้างนอกอย่างหวาดระแวงเสียมากกว่า

 

“ไปไหนมา” นี่เป็นคำถามยอดฮิตติดปากอัคนีเวลาเจอหน้าผมไปแล้ว

 

“เดินเล่น แล้วคีกับนิคมายืนหน้าหอซ่าส์ทำไม คนอื่นเขาระแวงจนเข้าหอไม่ได้กันหมดแล้ว”

 

ผมจูงมือพี่ชายทั้งสองมาคุยใต้ร่มไม้ เปิดทางให้เพื่อนร่วมหอเข้ารั้วมา แน่นอนว่าทุกคนเริ่มหันมองผมพรึ่บพรั่บ

 

“ค่ำแล้ว...ไปห้องมึงไม่ได้” อัคคีเอ่ยปากตอบเสียงเย็น ยังดีที่ฝาแฝดเคารพกฎของโรงเรียนอยู่บ้าง ไม่เคารพสิแปลก ได้ถูกส่งกลับตระกูลกะทันหันกันพอดี

 

ผมพิจารณาใบหน้าของพี่ชายทั้งสอง ใต้ขอบตาดำคล้ำกว่าปกติคล้ายคนอดหลับอดนอน ทว่าแทนที่จะอิดโรยและมีสภาพทรุดโทรมกว่าเดิม กลับเปล่งออร่าอันตรายมากขึ้นเสียอย่างนั้น

 

“คีกับนิคไม่ได้นอนกันหรอ ทำไมขอบตาคล้ำแบบนี้”

 

“เพราะมีใครบางคนหลบหน้า จนพวกกูวุ่นวายหาเป็นอาทิตย์ไง” อัคนีเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าดวงตากลับมีประกายโทสะเจือจาง

 

“ง่ะ ซ่าส์ขอโทษ”

 

ในฐานะแฝดคนสุดท้อง ผมรู้ว่าตัวเองต้องทำหน้าตายังไง พวกพี่ๆถึงจะยอมใจอ่อน เพียงแค่เอื้อมมือไปจับมือของพี่ชายคนละข้างแล้วแกว่งไปมา บรรยากาศน่ากลัวรอบร่างของทั้งสองคนก็คล้ายจะมลายหายไปเล็กน้อย

 

“เด็กดื้อต้องถูกลงโทษ...” ห๊ะ อะไรนะอัคคี นี่คิดจะลงโทษน้องเชียวเรอะ

 

ยังไม่ทันให้ได้อ้าปากแย้ง อัคคีก็รวบเอวผมเข้าหาตนเองเป็นเชิงล็อกตัวไว้ ในขณะที่อัคนีหักนิ้วดังกร๊อบๆด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม ไอ้สัส...นี่น้องไง กูน้องพวกมึงนะเว้ย!

 

“ถ้าหายหัวไปไหนโดยไม่บอกอีก...มึงจะเจอแบบนี้”

 

“เดี๋ยว....โอ๊ย ฮื่อ ฮะๆๆ ไม่เอานิค คีปล่อย! ฮ่าๆๆ”

 

ผมถึงกับน้ำตาเล็ด หัวเราะจนเสียงแหบแห้งเพราะอัคนีจี้เอวกันไม่หยุด ไอ้บ้าเอ้ย! รู้ทั้งรู้ว่าผมบ้าจี้ยังไม่หยุดแกล้งกันอีก ทรุดครับ...บอกเลยว่าทรุด ดีนะที่คนทยอยเข้าหอกันหมดแล้ว ไม่งั้นผมต้องอับอายขายขี้หน้าชาวบ้านแหงๆ

 

กว่าจะโดนพี่ชายปล่อยตัวมาได้ ผมก็แทบคลานขึ้นลิฟต์ จนบัดนี้ยังหน้าแดงก่ำหายใจหอบเหนื่อยไม่ปานว่าไปวิ่งมาสักสิบกิโลอยู่เลย ลืมบอกว่าลิฟต์ที่นี่มีสองตัว คนปกติจะใช้ลิฟต์ตัวที่สองร่วมกัน เพราะลิฟต์ตัวที่หนึ่งมีไว้สำหรับราชาเท่านั้น ซึ่งจุดหมายปลายทางของมันมีเพียงห้องของราชาที่อยู่ชั้นบนสุดของหอ โดยไม่แวะชั้นอื่น

 

เห็นเขาบอกต่อๆกันมานะครับ ผมเองก็ไม่เคยขึ้นสักที

 

ติ๊ง!

 

เสียงประตูลิฟต์เปิดออกทำให้ผมเงยหน้าขึ้นมองอย่างฉับพลัน ตอนแรกก็คิดว่าจะเป็นลิฟต์ชั้นของตัวเอง แต่ไม่ใช่...เป็นลิฟต์ของราชา

 

เดวิดชะงักเล็กน้อยเมื่อเจอผมในสภาพคล้ายเพิ่งฟัดกับหมามา ผมมองตามสายตาของอีกฝ่ายก่อนจะขยับจัดคอเสื้อที่หลุดลุ่ยของตัวเองดีๆ

 

“คุณเดวิดครับ...”

 

ติ๊ง!

 

หนุ่มน้อยคนหนึ่งเดินออกมาจากลิฟต์ตัวเดียวกันกับราชาพร้อมใช้มือคล้องแขนเขาอย่างถือสิทธิ์ ผมเลิกสนใจทั้งสองคนเพราะประตูลิฟต์ชั้นของสามัญชนคนธรรมดาเปิดออกพอดี ก็พูดประชดไปงั้นแหละครับ ออกจากเกาะนี้ได้ทุกคนล้วนเท่าเทียมกันหมดนั่นแหละ

 

ไม่คิดเลยว่าราชาตะวันออกจะชอบอะไรแบบนี้ ข่าวที่ว่าอีกฝ่ายเป็นไบเซ็กชวลท่าจะจริง

 

คล้อยหลังประตูลิฟต์ที่กำลังปิดลง ดวงตาของผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นราชาหอตะวันออกยังคงจับจ้องอยู่ตรงจุดเดิม กระทั่งคู่นอนคนล่าสุดยังจับสังเกตได้ จึงกอดแขนแกร่งแน่นขึ้นเล็กน้อย

 

ไม่มีใครอยากให้ราชาสนใจคนอื่นมากกว่าตัวเองหรอก โดยเฉพาะถ้าคนนั้นๆมีรูปร่างและบรรยากาศน่าดึงดูดให้เข้าหามากกว่าตนหลายเท่า ยิ่งกับ‘แสนซ่าส์’ ซึ่งถูกตั้งฉายาอย่างลับๆว่า‘ดอกไม้ต้องห้ามแห่งหอตะวันออก’ ด้วยแล้ว กวาดตามองทั่วทั้งโรงเรียนยังไม่พบบุรุษคนไหนที่มีหน้าตาสะสวยเท่า

 

ไม่ใช่สวยหวานในแบบผู้หญิง แต่เป็นความสวยละมุนตาในแบบของผู้ชาย เชื่อเถอะว่าถ้าไม่มีฝาแฝดซึ่งเป็นราชาตะวันตกคอยปกป้อง คงโดนพวกสัตว์ในคราบมนุษย์ล่าไปเป็นอาหารนานแล้ว

 

แต่ถึงมีฝาแฝดปกป้อง...ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีผู้ใดกล้าลองดี

 

เดวิดเหลือบตาคมดุมองคู่นอนของตัวเองอย่างเงียบเชียบ จนอีกฝ่ายต้องค่อยๆปล่อยแขนออกอย่างกล้าๆกลัวๆ

 

แผนการบางอย่างแล่นเข้าหัวเขาเป็นฉากๆ ยิ่งนานวันขึ้น...เขาก็ยิ่งต้องการครอบครองดอกไม้ดอกนั้น ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน ราชาตะวันออกยอมรับว่าไม่อาจสลัดอีกฝ่ายออกจากความคิดได้เลยแม้แต่น้อย ถ้าเช่นนั้น...ไม่สู้เอามาเป็นของตัวเองจะดีกว่าหรือ

 

ต่อให้เป็นเพียงความหลงชั่วครู่ หรือความรักนิรันดร์ สุดท้าย...ถ้าเขาอยากได้ ก็ต้องได้!

 

 

ผ่านมาหลายวันแล้วหลังจากผมเจอลูกหมาป่า แต่คาดไม่ถึงว่าจะมาเจอมันในโรงเรียนระหว่างทางเดินกลับหอ

 

ย้ำนะครับว่าในโรงเรียน! ทำไมซนแบบนี้ เข้ามาได้ยังไงก็ไม่รู้ ถ้าเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนมาเห็นเข้าล่ะก็ได้กลายเป็นลูกหมาป่าย่างแหงๆ

 

“เอาไงดีเนี่ยเจ้าตัวน้อย ป่าหลังโรงเรียนอยู่ตั้งไกล ทำไมเดินมาถึงนี่ได้ล่ะ” ผมบ่นๆลูกหมาป่าในอ้อมแขน กว่าจะตามตะครุบมันได้นี่หอบแฮ่กไปรอบหนึ่งแล้ว นอกจากไม่สำนึกยังเอาหน้ามาถูไถแขนให้เสื้อผมเปื้อนเล่นๆอีก

 

“หงิง...” ฮึ่ย! เจ้าตัวร้าย ไม่ต้องมาส่งเสียงขอความเห็นใจเลยนะ

 

ผมตัดสินใจจับลูกหมาป่ายัดใส่กระเป๋าเพื่อหลบสายตาผู้คน ถ้าจะให้เอาไปปล่อยไว้ป่าหลังโรงเรียนตามเดิมแล้วเดินกลับมาคงมืดค่ำ ประตูหอปิดก่อนพอดี ดังนั้นคืนนี้คงต้องเอามันไปส่งให้พ่อแล้วล่ะ

 

พ่อไหน? พ่อหมาป่าไงครับ คนข้างๆห้องผมนั่นแหละ ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากเอาลูกหมาป่าเข้าห้องตัวเองหรอก แต่ถ้าเจ้าของเขามารู้ทีหลังแล้วจ้องฆ่าผมขึ้นมาจะทำยังไง เพราะเท่าที่ดู...ลูกหมาป่าตัวนี้คงมีความสำคัญกับไดร์วูล์ฟไม่มากก็น้อย

 

รู้ตัวอีกทีผมก็หอบหิ้วลูกหมาป่ามาหยุดยืนหน้าประตูห้องของบุคคลอันตรายเข้าเสียแล้ว จากนั้นก็ลงมือเคาะประตูอย่างลืมกลัวตาย เชื่อเถอะว่าในชั้นนี้ไม่มีใครกล้าทำแบบผมแน่ ถ้ายังรักชีวิตตัวเองอยู่ก็ไม่ควรมาข้องเกี่ยวกับไดร์วูลฟ์ แต่คือผมเลือกไม่ได้ไง มีภารกิจเอาลูกหมาป่ามาส่งพ่อค้ำคออยู่

 

ก๊อกๆๆ

 

“คุณไดร์วูล์ฟครับ” ผมส่งเสียงเรียก แต่เงียบกริบ...หรือจะไม่อยู่ห้อง?

 

ก๊อกๆๆ

 

“คุณไดร์วูล์ฟ....”

 

แอ๊ด...ปัง!

 

ผมถูกกระชากคอเสื้อเข้าห้องอย่างฉับพลัน ไดร์วูล์ฟในสภาพคล้ายเพิ่งตื่นนอนกำลังมองมาด้วยแววตาดุดันชวนหวาดผวาจนเผลอกอดลูกหมาป่าในกระเป๋าแน่นขึ้น ภายในห้องค่อนข้างมืด ยามเมื่อเงยหน้าขึ้นมองผมจึงเห็นเพียงเค้าโครงร่างของเงาดำซึ่งกำลังบดบังเรือนร่างเท่านั้น

 

“เราเจอเจ้าตัวน้อยในโรงเรียน” ผมรีบตั้งสติก่อนจะเอ่ยปากพูดอย่างใจเย็น จากนั้นก็เปิดกระเป๋าให้เขามองดูลูกตัวเอง เผื่อจะลดรังสีสังหารในแววตาของอีกฝ่ายได้บ้าง

 

“หงิง....บ๊อกๆๆ!”

 

ลูกหมาป่ากระโดดเข้าสู่อ้อมอกผู้เป็นพ่อทันทีที่พบหน้า ดวงตาสีเทาซีดซึ่งฉาบฉายไปด้วยความอำมหิตพลันทอประกายอ่อนลงเล็กน้อย ก่อนจะตวัดตามองผมครู่หนึ่ง ผมจึงยกยิ้มอย่างเป็นมิตรพลางอธิบายที่มาที่ไปให้พ่อหมาป่าฟัง

 

“เราเจอมันระหว่างทางกลับหอ กลัวเจ้าหน้าที่จะจับไปเลยเอามาให้คุณครับ”

 

“อืม...ทีหลังไม่ต้อง”

 

อ้าวเฮ้ย! คนเขาอุตส่าห์มีน้ำใจ พูดแบบนี้ก็ได้เรอะ ผมนี่ถึงกับยิ้มค้างไปเลย ภาพไดร์วูล์ฟอุ้มเจ้าตัวน้อยในอ้อมแขนทั้งที่ใบหน้ายังคงหล่อเหลาติดจะเย็นชา สร้างความรู้สึกหนาวเหน็บไม่ปานว่ายืนอยู่ท่ามกลางหิมะขาวโพลน

 

ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ แต่ไม่เป็นไร เพื่อลูกหมาป่าแล้ว แสนซ่าส์จะไม่ถือโทษโกรธเคืองพ่อมันแล้วกัน!

 

“งั้นเราไปนะ” ผมเอ่ยลา ก่อนจะยกยิ้มให้เจ้าตัวน้อยเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นก็ปิดประตูให้เจ้าของห้องตามมารยาท พี่หวังว่าหนูจะรอด พ่อหนูคงไม่จับหนูปิ้งกินตอนโมโหใช่ไหม?

 

คิดไปก็เท่านั้น เข้าห้องแล้วอาบน้ำนอนจะดีกว่า!

 

 

ห้องเรียนของผมค่อนข้างเงียบเชียบ คงเพราะวันนี้มีทั้งราชาตะวันออกและคนข้างๆผมมานั่งเรียนพร้อมกัน เจ้าหน้าที่จัดให้ราชาแต่ละหออยู่คนละห้องเพื่อกระจายอำนาจ แต่หารู้ไม่ว่าคนบางคนที่ไม่ใช่ราชา...ทรงอิทธิพลยิ่งกว่าราชาเสียอีก

 

ผมยกยิ้มอย่างนึกขำที่คนบางกลุ่มหวาดกลัวถึงขั้นจะทำปากกาตกยังไม่กล้า แต่จะขำก็ดันขำไม่ออก เพราะที่นั่งด้านข้างผมกำลังถูกสับเปลี่ยน ไม่ใช่ข้างที่มีไดร์วูล์ฟนั่ง แต่เป็นอีกข้างซึ่งมีช่องว่างพอให้คนเดินได้

 

เดวิดเดินเข้ามานั่งแทนนักเรียนคนเดิม ผมทำเพียงมองเขาแบบผ่านๆก่อนจะหันมาตั้งใจเรียนเมื่ออาจารย์เดินเข้ามาสอน บอกเลยว่าต่อให้ถูกขนาบข้างด้วยผู้ทรงอิทธิพลทั้งสอง ผมก็ไม่ได้นึกหวั่นมากนัก มันไม่ต่างอะไรกับตอนโดนฝาแฝดมานั่งข้างๆนักหรอก

 

ยกเว้นกับไดร์วูล์ฟในช่วงแรกๆ อย่างที่ผมเคยบอกครับว่าเขามีบรรยากาศน่ากลัวราวกับสัตว์ป่า ใครไม่กลัวก็บ้าแล้ว

 

จดเลคเชอร์ตามอาจารย์ไปได้สักพัก ผมก็รู้สึกคล้ายถูกใครบางคนจ้องมอง เดวิดนั่นเอง...เขามองผมตั้งแต่เมื่อครู่นี้แล้ว แม้จะไม่รู้จุดประสงค์ว่ามองทำไม แต่ตราบใดที่ไม่เข้ามาก้าวก่าย ผมจะปล่อยผ่านไปก็แล้วกัน

 

กึก...!

 

อ้าว ปากกาหมดเฉย ผมยกมือขึ้นเสยผมอย่างเซ็งๆก่อนจะควานหาปากกาแท่งใหม่ในกระเป๋า ช่างโชคร้ายที่ดันไม่มีเลยสักแท่ง พอตัดสินใจจะยืมคนข้างๆ ระหว่างเดวิดที่ไม่เคยพูดคุยกัน กับไดร์วูล์ฟที่ทำหน้าตาน่ากลัวตลอดเวลา คงรู้นะว่าผมจะเลือกยืมปากกาใคร

 

“ไดร์วูล์ฟ เราขอยืมปากกาแท่งนึงครับ”

 

พ่อกัลป์เคยบอกว่าห้ามคุยกับคนแปลกหน้า ดังนั้นต่อให้ไดร์วูล์ฟจะอันตรายแค่ไหน แต่ในเมื่อเขาเคยคุยกับผมแล้ว ดังนั้นคงไม่ถือว่าเป็นคนแปลกหน้าหรอกมั้ง

 

พ่อหมาป่าเหลือบตามองผมอย่างดุดันครู่หนึ่ง เราจ้องตากันสักพักก่อนผมจะเป็นฝ่ายยกยิ้มพลางเอ่ยเร่งยิกๆอย่างลืมกลัวตาย

 

“นะครับ...เราเลคเชอร์ไม่ทันอาจารย์แล้ว”

 

สุดท้ายปากกาสีเงินแท่งหนึ่งก็ถูกปลายนิ้วเรียวยาวกลิ้งมาทางโต๊ะของผมโดยที่เจ้าตัวทำเพียงนั่งเท้าคางมองวิวทิวทัศน์ทางด้านนอกด้วยสีหน้าเย็นชา เป็นจังหวะเดียวกับที่ปากกาสีดำถูกนำมาวางอีกฝั่งของโต๊ะพอดิบพอดี

 

“ให้...เอาไปใช้สิ”

 

เดี๋ยวนะ ขอแท่งเดียวทำไมได้สองแท่ง ปากกาสีเงินของไดร์วูล์ฟ แล้วปากกาสีดำนี่ของใคร เอ่อ...เดวิด ได้ข่าวว่าผมไม่ได้ขอคุณนะครับ ถ้ารับมาจะเป็นการติดค้างหนี้บุญคุณอะไรหรือเปล่า วงการนี้ยิ่งอยู่ยากอยู่ด้วย

 

“ไม่เป็นไรครับ เราได้ปากกาแล้ว” ผมยกปากกาสีเงินให้ราชาตะวันออกดู ก่อนจะยื่นปากกาสีดำคืนเขาไป รู้สึกแปลกๆเล็กน้อยยามปลายนิ้วของอีกฝ่ายสัมผัสลงมาในจังหวะที่รับปากกาคืน...ราวกับจงใจอย่างไรอย่างนั้น

 

อันตราย...สัญชาตญาณของผมร้องเตือนว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้มาดีแน่ๆ เขาต้องการบางสิ่งจากผม เท่าที่รู้มาเดวิดไม่ชวนใครคุยก่อน นอกจากคนนั้นจะมีผลประโยชน์กับเขา ฐานะทางตระกูลก็เทียบเคียงไดร์วูล์ฟได้เลยด้วยซ้ำ แม้ปัจจุบันตระกูลวูล์ฟจะมีอำนาจมากกว่าก็ตาม

 

ผมละสายตากลับมาก่อนจะเกือบสะดุ้งเมื่อพบว่าพ่อหมาป่ามองผมอยู่ก่อนแล้ว ดวงตาคมดุหลุบมองปากกาสีเงินในมือผมวูบหนึ่งเป็นเชิงเตือนว่า‘ถ้าไม่รีบเลคเชอร์...จะยึดปากกาคืนเดี๋ยวนี้’ เล่นเอาแอบกลอกตาและขีดเขียนปากกาลงสมุดแทบไม่ทัน

 

ท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงอาจารย์ขับกล่อม....ใครจะล่วงรู้ว่ามีดวงตาทรงอำนาจสองคู่กำลังประสานกันอย่างดูเชิง

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณแฟนอาร์ตจากคุณ @LLhABNTXuIBsmt4 ค่ะ

(น้องซ่าส์คือน่าร๊ากก)

 

ขอขอบคุณแฟนอาร์ตจากคุณ @Mook_ky00 ค่ะ

(พ่อหมาป่ากร๊าวใจมากค่ะแม่ ฮื่อ)

 

ขอขอบคุณแฟนอาร์ตจากคุณ @foxpearya ค่ะ

(พ่อหมาป่าเท่โคตรๆค่ะ )

 

ขอขอบคุณแฟนอาร์ตจากคุณ @MrPEalPhaS ค่ะ

(ชอบทั้งสองภาพเลยค่ะ ดูคูลมากกก)

 

ขอขอบคุณแฟนอาร์ตจากคุณ @gIthghXq4cYoxcP ค่ะ

(น้องซ่าส์น่ารักอีกแล้ววว)

 

ขอขอบคุณแฟนอาร์ตจากคุณ @Sansi58385748 ค่ะ

(ตายไปเลยค่ะกับสายตาพ่อหมาป่า คือหล่อมาก//กำเดาพุ่ง)

 

Writer talk2

ทำไมน้องฮอตแบบนี้คะ เรื่องนี้ต้องถึงหูอัคคี กับอัคนีแล้ว ถ้ารู้ว่าแฝดคนน้องมีผู้มาติดพันคงบ้านบึ้มแน่ๆ ใครเดาถูกบ้างคะว่าในใจของพ่อหมาป่ากับราชาตะวันออกกำลังคิดอะไรอยู่? แล้วพบกันค่า

ติดตามข่าวสารการอัพเดตนิยายได้ทาง เพจ , ทวิต

#ซ่อนรักลวงร้าย

รักรีดเดอร์

 

Writer talk1

น้องหมาป่าสื่อรักหรือเปล่าคะ...แค่ก เรื่องนี้ชักมีเงื่อนงำ แล้วเจอกันค่าา

ปล. ที่ไรท์มาวันอาทิตย์แจ้งในเพจกับทวิตแล้วน้าา ช่วงนี้โควิดระบาดหนักมาก ออกจากบ้านใส่แมส ล้างมือกันด้วยนะคะ ด้วยความเป็นห่วงค่ะ

ติดตามข่าวสารการอัพเดตนิยายได้ทาง เพจ , ทวิต

#ซ่อนรักลวงร้าย

 

รักรีดเดอร์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.808K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8,901 ความคิดเห็น

  1. #8146 ;เเมเนอร์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:05
    คนมันฮอตก็งี้เเหละ ยัยน้องหนีไปลูกกก5555
    #8,146
    0
  2. #7973 praeprae3012 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 14:24
    น้องหมาป่าสื่อรัก 🥺
    #7,973
    0
  3. #7968 crzoldyck7 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มกราคม 2564 / 23:29
    สงสารซ่า คนน่ากลัวรายล้อมเลย
    #7,968
    0
  4. #7643 BojungPommy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 13:16
    เอ็นดูน้องซ่าาา
    #7,643
    0
  5. #7476 rnhaha (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2563 / 21:49
    อยู่กับน้องหมาป่าแล้วมันเป็นน่ารักㅜㅜ
    #7,476
    0
  6. #7139 ไอไอ่ไอ้ไอ๊ไอ๋ ’am (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 / 23:12
    นุนิเงิบเลยตอนน้องเอ่ยปากยืมปากคุณพ่อหมาป่า อ้ยยย555555
    #7,139
    0
  7. #7091 bj vamtoon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 16:47

    ฮะแฮ่ม
    #7,091
    0
  8. #6671 SsB3 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 01:55
    ฮั่นแน่
    #6,671
    0
  9. #6304 oomka (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 11:55
    น้องเสน่ห์แรงนะเนี่ย
    #6,304
    0
  10. #6025 อยากกินเสียวหลงเปา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 20:29
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #6,025
    0
  11. #6009 เดือนหนาวเอง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 09:39
    ตีกันๆ555
    #6,009
    0
  12. #5556 Foxgo_O (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 08:23
    ขาดแม่หมาป่าน้าาา5555
    #5,556
    0
  13. #5462 Muay888 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 17:04
    มีพ่อมีลูกหมาป่าขาดแม่หมาป่า🤭น้องสิเน่แรงเนอะ พ่อหมาป่าจงหลงน้อนนนเยอะๆ
    #5,462
    0
  14. #5330 mook (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 10:36

    มีพ่อมีลูกหมาป่าแล้วแต่ยังำม่มีแม่เลยนะไรต์จ๋า

    #5,330
    0
  15. #5302 khimmee56 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 10:19
    อย่ายุ่งกับน้องนาจา
    #5,302
    0
  16. #5227 ratchani1738 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 10:07
    ติดตามคุณมาตลอดและจะติดตามไปตลอด
    #5,227
    0
  17. #4900 Eres (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 22:28
    ฮั่นแน่ไอดจ้าพ่อหมาป่าแอบสนใจน้องแสบก็บอกกก
    #4,900
    0
  18. #4575 tan0707 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 23:29

    ชั้นว่าไดร์วูฟต้องเดินตามรอยเพลิงนิลแน่ๆ ปากร้าย แต่การกระทำเยี่ยงหลง คือแบบๆๆๆฟ แค่คิดก็เขินมิไหวล้าวว
    #4,575
    0
  19. #4512 cookieredritz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 13:47
    คี กับ นิค ควรมีแฟน เลิกติดน้อง!!!! แต่เป็นพี่ชายที่น่ารักมากๆเลยยย
    #4,512
    0
  20. #4091 pommys (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 21:52
    ก็แอบมีหวง
    #4,091
    0
  21. #4052 YanisaCH (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 11:57
    เอาแล้ววว
    #4,052
    0
  22. #3341 Minutedao (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 / 12:28
    สงสารคีกับนิคขอบตาดำอีกแล้วววสสสสสส

    ใดๆคืิน้องฮอตมากดดด
    #3,341
    0
  23. #3320 บาบาบิ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 13:13
    เอาแล้ว เตรียมวางมวยกันแล้ว
    #3,320
    0
  24. #3260 filmnaruepron (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 11:11
    พี่จี้น้องพูดได้มั้ย พูดได้แหละ เขาดูเชิงกันแล้วววว สนใจในตัวยัยน้องละซิ อะฮิๆๆ
    #3,260
    0
  25. #2615 Angun1998 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 14:25
    แสบสันเหมือนแม่มั้ยเนี่ย5555555 เอาล่ะ
    #2,615
    0