[Yaoi] DON'T HIDE ME ซ่อนรัก ลวงร้าย

ตอนที่ 17 : Ep.17 :: ความลับของ 'กลิ่นน้ำหอม' บนตัวเขา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34,353
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,940 ครั้ง
    16 มี.ค. 64

 

 

คำเตือน : มีฉากบรรยายการฆ่าคนซึ่งเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม ไม่ควรกระทำเป็นเยี่ยงอย่าง ควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน ทุกเรื่องที่แต่งเป็นเพียงเรื่องสมมติและจินตนาการของไรท์ค่ะ

 

 

Ep.17

:: ความลับของ 'กลิ่นน้ำหอม' บนตัวเขา  ::

 

 

          ภายในเกาะ Secretland ยามค่ำคืน...มีหมู่บ้านหนึ่งยังคงเปิดไฟสว่างจ้ารับแสงจันทร์

 

          หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่อีกฟากหนึ่งของเกาะ เป็นแหล่งรวบรวมอาชญากรหลากหลายประเทศ มีร้านค้าอาวุธที่หลบซ่อนจากแผ่นดินใหญ่ มีการแข่งขันท้าประลองป่าเถื่อนโดยไม่สนกฎหมาย...และมีการฆ่าสังหารไม่เว้นแต่ละวัน

 

          อาจเพราะเหตุนี้ บรรดานักเรียนที่เข้ามาในเกาะจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือกับอันตรายทุกสถานการณ์ ไม่มีใครรับประกันได้ว่าหลังจากเรียนจบจะสามารถออกจากเกาะแห่งนี้ได้ครบสามสิบสอง ต่อให้เป็นตระกูลที่มีอำนาจล้นฟ้า ก็ไม่อาจเอาเรื่องได้หากมีลูกหลานตัวเองตายไปสักคน

 

          เพราะพวกเขาเหล่านั้นจงใจส่งบุตรของตนมาฝึกฝนยังที่แห่งนี้เอง อีกทั้งยังลงนามในใบพันธะสัญญาเรียบร้อยก่อนเข้าเรียน ว่าไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้หากนักเรียนมีอันตรายถึงชีวิต

 

          ด้วยการฝึกฝนที่โหดเหี้ยม รวมทั้งสภาพแวดล้อมที่มีอันตรายรอบด้าน...หากใครสามารถเอาตัวรอดกลับไปได้ ก็ถือเป็นเกียรติของวงศ์ตระกูลแล้ว

 

          หลากหลายตระกูลยอมเสียบุตรหลานได้ หากแต่ยอมเสียหน้าไม่ได้ ดังนั้นจึงมีนักเรียนที่น่าสงสารไม่น้อย ต้องสังเวยชีวิตวัยรุ่นของตนเองบนเกาะแห่งนี้

 

          “แผนลอบสังหารเมื่อตอนเย็น...ไม่สำเร็จครับ”

 

          ผัวะ!

 

          “นาน ๆ ทีมันจะออกจากเขตโรงเรียน มึงรู้ไหมว่ากูรอคอยเวลานี้มานานแค่ไหน” 

 

ผู้เป็นนายเอ่ยเสียงเย็น พลางใช้สันปืนฟาดคนรายงานสถานการณ์เสียจนหน้าหัน บรรดาลูกน้องคนอื่น ๆ ที่ล้อมรอบต่างก็มองดูภาพตรงหน้าด้วยแววตาราบเรียบ

 

          “ผมผิดไปแล้วครับ นายน้อย”

 

          ไลท์ เลอมัวว์ จุดบุหรี่ขึ้นสูบพลางเคลื่อนสายตาออกห่างลูกน้องซึ่งกำลังนั่งคุกเข่าแนบพื้น ถ้าไม่ติดว่ามีกฎห้าม ‘ฆ่า’ ภายในโรงเรียน เรื่องมันคงง่ายกว่านี้

 

          เดิมทีแล้วตระกูลเลอมัวว์ไม่ใช่ตระกูลเจ้าสัวผู้ร่ำรวยอย่างที่ใครคาดคิด ต้นตระกูลมีเชื้อสายมาเฟียเก่าซึ่งเคยทรงอำนาจกว่าตระกูลวูล์ฟ แต่ก็มีเหตุให้เครือข่ายอำนาจล่มจม...จนต้องหันมาเอาดีทางด้านการค้าแทน

 

          ทว่าบิดาของ ไลท์ เลอมัวว์ ทะเยอทะยานกว่าที่คิด...เจ้าสัวผู้มั่งคั่งต้องการอำนาจมืดของตระกูลกลับคืนมา ซึ่งก็หมายความว่าต้องโค่นล้มตระกูลอันดับหนึ่งในตอนนี้เสียก่อน นั่นก็คือตระกูลวูล์ฟ

 

          ไลท์ เลอมัวว์ ไม่ได้ถูกส่งมาเพื่อเรียน...ทว่าเขาถูกส่งมาเพื่อ ‘สังหาร’ ใครคนหนึ่งโดยเฉพาะ และเขาก็เต็มใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะการสังหารชายที่มีฉายาว่า ‘ไดร์วูล์ฟ’ นั้น แลกมาด้วยตำแหน่งผู้นำตระกูลเลอมัวว์คนถัดไป

 

          “รู้ใช่ไหม...กูไม่เก็บพวกที่ทำงานพลาดไว้”

 

          “ม...ไม่นะครับ นายน้อยโปรดเมตตาผมด้วย! ผมยังมีลูกมีเมียที่ต้อง...”

 

          ปัง!

 

          ลูกกระสุนเจาะทะลุกะโหลกคนพูดอย่างไร้ซึ่งความลังเล ไลท์ยื่นปืนที่เพิ่งถูกใช้งานไปให้ลูกน้องอีกคนทางด้านข้าง ก่อนจะหลุบตามองศพบนพื้นด้วยความเฉยชา ลูกน้องที่เหลือต่างก็ลากเอาศพไปจัดการต่อ ก่อนจะมายืนคุ้มกันเจ้านายเฉกเช่นเดิม

 

          “ในเมื่อลอบสังหารไม่ได้...ก็คงต้องใช้วิธีอื่น”

 

          สุ้มเสียงไร้อารมณ์ฟังดูเอื่อยเฉื่อย ขัดกับแววตาสว่างวาบยามนึกไปถึงคนผู้หนึ่ง ซึ่งเขาเองก็ถูกใจอีกฝ่ายตั้งแต่แรกเจอ

 

          ทว่าเสียดาย...ที่หมามันดันคาบตัดหน้าไปเสียก่อน ไดร์วูล์ฟไม่ได้ปกปิดเลยสักนิด ว่าคน ๆ นั้น ‘สำคัญ’ กับตัวเองแค่ไหน การกระทำหลาย ๆ อย่างของมัน ทำให้คนที่เลือดเย็นพอ ๆ กันอย่างเขาถึงกับนึกขันขึ้นมา 

 

          ถ้าไม่ได้ถูกจับจองไว้ หมาอย่างมันจะหวงขนาดนั้นได้ยังไง ต่อให้ไม่ยิงเขาตายตอนบังเอิญพบกันใต้หอ ทว่าสายตาที่แทบจะแช่แข็งผู้คนนั่น...ก็บ่งบอกให้รู้แล้วว่าอีกฝ่ายกำลังสะกดกลั้นอารมณ์สุดกำลัง

 

          หากผู้คนภายนอกรับรู้ว่าผู้นำตระกูลวูล์ฟมีสิ่งที่นึก ‘หวง’ ขึ้นมา ไม่รู้จะพากันทำหน้าอย่างไร

 

          “เสือกอยากมีจุดอ่อนเอง...งั้นก็ช่วยไม่ได้”

 

          เมื่อเย็นนับเป็นครั้งแรกที่เขาใช้ให้คนลอบโจมตีไดร์วูล์ฟ เพราะสายรายงานมาว่าเห็นมันออกจากเขตโรงเรียน ทว่าต่อให้ส่งคนไปมากมายเท่าไหร่...ก็ตายเกลื่อนมากเท่านั้น

 

          เขาเดินหมากพลาดไปหนึ่งตา ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะไหวตัวทันหรือเปล่า ในเมื่อครั้งนี้ลอบฆ่าโดยใช้คนจำนวนมากกว่าไม่ได้ ก็คงต้องใช้จุดอ่อนของมันมาต่อรองแทน

 

          น่าเสียดาย...ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่ายามที่ ‘ของหวง’ ของมันจดจ่ออยู่กับการวาดภาพ เขาเผลอเหม่อมองนานไปหลายนาที

 

          บรื้น! เอี๊ยด!!

 

          เสียงบิ๊กไบค์คันหนึ่งแล่นเข้ามาบริเวณนี้ ลูกน้องของเขาต่างพากันชะงักงัน ก่อนจะหน้าซีดเผือดเมื่อเสียงปืนดังขึ้นติด ๆ กันเป็นลำดับถัดมา

 

          ปังๆๆ!

 

          “อ๊าก!”

 

          ผู้มาใหม่จอดบิ๊กไบค์อย่างรวดเร็วก่อนจะควักปืนออกมาด้วยมือทั้งสองข้าง ลั่นไกมาสิบครั้ง...ลูกน้องของเขาก็พลันล้มลงถึงสิบคนโดยไม่ทันได้ยกปืนยิงโต้ตอบด้วยซ้ำ

 

          ไม่พลาดสักลูก...นักฆ่างั้นหรือ ไม่ใช่ มาคนเดียวแบบนี้...ถ้าไม่ได้เป็นพวกมั่นใจในฝีมือตัวเองมากพอ ก็ต้องเป็นพวกบ้าเกินลิมิตแล้ว!

 

          “นายน้อย! น...หนีไป มันเป็น...อั่ก!”

 

          มือขวาเบี่ยงร่างมารับกระสุนแทนเขา ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเสียจนไลท์ต้องเซกลับไปนั่งเก้าอี้เช่นเดิม ทว่ายังไม่ทันผลักซากศพของลูกน้องผู้ภักดีออก มือของใครสักคนก็เอื้อมมากระชากศพขึ้น พลางเหวี่ยงลงพื้นอย่างไม่ไยดี

 

          เพียงเห็นปลายผมสีขาวราวหิมะ...ไลท์ เลอมัวว์ ก็พอคาดเดาได้แล้วว่าใครหาญกล้าบุกรังในยามวิกาล

 

          แถมยังบุกมาคนเดียวอย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนอีก ทั้งที่เขาเพิ่งจะส่งคนไปลอบฆ่ามันเมื่อเย็นนี้แท้ ๆ !

 

          ผู้นำตระกูลวูล์ฟมีรังสีอันตรายแผ่ออกมาจากร่างเสียจนสัมผัสได้ มันยื่นมือมากอบกุมลำคอของเขาแน่น และบีบแรงเสียจนอีกนิดกระดูกคอคงเคลื่อน ร่างทั้งร่างถูกยกสูงเสียจนขาแทบไม่ติดพื้น ในขณะที่ขมับเองก็มีปืนของอีกฝ่ายจ่อหัวอยู่

 

          นับเป็นครั้งแรกที่ ไลท์ เลอมัวว์ นึกตกตะลึงกับอะไรสักอย่าง คนตรงหน้าเสมือนไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นปีศาจร้ายกระหายเลือดก็ไม่ปาน!

 

          “แค่กูส่งคนไป มึงถึงกับตามมาถล่มที่นี่คนเดียว?”  

 

          “กูไม่สน...” 

 

สุ้มเสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นอย่างไร้อารมณ์ ก่อนรังสีอำมหิตจะแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ บ่งบอกว่าคนตรงหน้าตั้งใจจะฆ่าเขาให้ตายคามือจริง ๆ

 

          “อั่ก!”

 

          แรงบีบรัดที่คอเพิ่มขึ้นเสียจนไลท์เริ่มหน้ามืด เขาเดาได้ว่าตัวเองอาจไม่รอด แต่ก็ยังคงปากเก่งจนถึงวินาทีสุดท้าย 

 

          “กูแค่ไม่ชอบ...กลิ่นมึง

 

          อะไร...นะ ไม่ชอบกลิ่น?

 

          ไลท์ถึงกับตาพร่าไปชั่วขณะ สาเหตุที่ไดร์วูล์ฟบุกรังเขาเพราะ...ไม่ชอบกลิ่น? แทนที่จะเป็นเพราะเขาลอบฆ่ามันไปเมื่อเย็นเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว! ไอ้เวรนี่แม่งโคตรจะคาดเดาความคิดยาก ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนในตระกูลวูล์ฟถึงเกรงกลัวมันจนหัวหด

 

          ไลท์ เลอมัวว์ ยังไม่อยากตาย เขาอยากประวิงเวลาต่ออีกสักนิด ทว่าปืนที่จ่อข้างขมับก็ทำให้ไม่กล้าขยับตัวอย่างวู่วามนัก

 

          เพิ่งมาสำนึกเอาตอนนี้ว่าคนตรงหน้าเป็นประเภท ‘กระดูกคนละเบอร์’ แค่ไหน ก็สายไปเสียแล้ว!

 

          ทั้งที่อายุเท่ากัน แต่ทำไมถึงน่าสะพรึงกลัวได้ขนาดนี้ ต้องถูกขัดเกลาสั่งสอนมาด้วยสภาพแวดล้อมแบบไหน...ถึงได้เหี้ยมโหดเสียจนฆ่าคนนับสิบภายในพริบตา

 

          “นายท่าน...”

 

          ปัง!

 

          ภาพสุดท้ายที่ ไลท์ เลอมัวว์ เห็น คืออัศวินหอตะวันออกขี่บิ๊กไบค์มาจอดอยู่ไม่ไกลนัก นี่ก็เป็นคนของมันงั้นหรือ...อา เขาพลาดไปแล้วจริง ๆ สมควรตายเพราะความโง่เขลาแล้ว แม้แต่อัศวินหอตะวันออกยังเป็นคนของมัน ไม่อยากคาดเดาเลยว่าในโรงเรียนจะมีคนของผู้นำตระกูลวูล์ฟแฝงอยู่กี่คน

 

          สุดท้าย...เขาก็ตายเพราะเดินหมากพลาดมาตั้งแต่ต้น

 

          คาเรย์ เกลนดอน หลุบตามองร่างไร้วิญญาณของ ไลท์ เลอมัวว์ ซึ่งนอนกองอยู่บนพื้น ไม่รู้ว่าเจ้าสัวตระกูลเลอมัวว์จะทำหน้าแบบไหน ถ้ารู้ว่าลูกชายสุดที่รักต้องมาตายด้วยน้ำมือของคนที่ใคร ๆ ต่างก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วย

 

          แต่ที่สำคัญกว่านั้น...นายท่านออกมาคนเดียว! คาเรย์แทบลมจับเมื่อเห็นบิ๊กไบค์ที่ซ่อนไว้หายไปคันหนึ่ง เขาสังหรณ์ใจตั้งแต่นายเหนือหัวโทรมาถามความเคลื่อนไหวของคุณแสนซ่าส์แล้ว ซื้อหวยทำไมไม่ถูกยังงี้!

 

          โอดครวญกับตัวเองภายในใจ ทั้งที่ใบหน้าภายนอกนิ่งสนิท ก่อนจะกวาดตามองรอบ ๆ ด้วยความชินชา 

 

นายท่านยังโหดเหมือนเดิม...พวกมันสมควรตายแล้ว เพราะเขาเองก็สืบรู้มาว่าเบื้องหลังการลอบโจมตีเมื่อเย็น เป็นฝีมือของคนพวกนี้ นายท่านแค่ออกมารับลมนอกเขตโรงเรียนตามประสาคนกำลังหัวร้อนเพราะโดนเมีย...แค่ก โดนคนรักเทไปช่วยงานกีฬาสีแท้ ๆ แต่ดันโดนโจมตีเฉย

 

คาเรย์ทำเพียงรายงานนายท่านของตนไปว่ารู้ตัวผู้บ่งการเบื้องหลังแล้ว และคิดจะจัดการเก็บกวาดภายในวันพรุ่งนี้ แต่คาดไม่ถึงเลยว่าจะโดนแย่งงานตัดหน้า

 

          นายท่านครับ...อาชีพบอดี้การ์ดยังจำเป็นอยู่ไหม!

 

ไม่รู้ว่าอารมณ์ไหน ถึงมาไล่ฆ่าคนกลางดึก แต่เวลานี้มันต้องนอนไหม? นายท่าน...ช่วยเลือกเวลาฆ่าคนด้วย

 

          คาเรย์อยากกรีดร้อง แต่ทำได้เพียงเหม่อมองแสงจันทร์อย่างเงียบเชียบ ก่อนจะโบกมือให้ลูกน้องทางด้านหลังทยอยมาเก็บซากศพ

 

          พวกเขาควรเปลี่ยนอาชีพจากบอดี้การ์ดเป็นคนเก็บศพนะ เอาจริง ๆ

 

         

         (Sanza talk)

         

         ผมสะดุ้งตื่นเพราะความหนาวเย็น ก่อนจะเพิ่งรู้ตัวว่าตนเปลือยกายภายใต้ผ้าห่มผืนใหญ่

 

          เหตุการณ์เมื่อคืนพรั่งพรูเข้าหัวไม่ขาดสาย ผมเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ไออุ่นจากคนที่ตระกองกอดกันก่อนหน้านี้หายไปแล้ว

 

          ไดร์วูล์ฟหายไป...เขาทิ้งผมไว้บนเตียงเพียงคนเดียว

 

          ทั้งความเศร้าเสียใจ น้อยใจ และขุ่นเคืองอัดแน่นอยู่เต็มอกเสียจนเผลอกำผ้าห่มแน่นขึ้น ผมกล้ำกลืนก้อนสะอื้นลงคอ คำพูดที่ว่า ‘ความรักทำให้คนอ่อนแอลง’ ดูท่าว่าจะจริง

 

          ผมผุดลุกขึ้นนั่ง นาฬิกาดิจิตอลฉายเวลาตีสามครึ่ง ความเจ็บเสียดที่ช่องทางด้านหลังทำให้เผลอเบ้หน้าเล็กน้อย ด้วยความที่ผมเป็นคนเอเชีย และไดร์วูล์ฟมีเชื้อสายคนแถบตะวันตกล้วน ๆ คงไม่ต้องอธิบายว่าเขายัดเข้ามาได้ก็บุญแค่ไหนแล้ว

 

            หลังเดินไปเข้าห้องน้ำเสร็จ และคิดจะเดินไปหาเสื้อผ้ามาสวมใส่ ผมก็ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องจากชั้นล่างเสียก่อน

 

          แอ๊ด! 

 

ร่างกายไปไวกว่าสมอง ผมรีบหลบมุมแอบอยู่ตรงระเบียงชั้นลอยในทันที

 

“จัดการโยนศพของพวกมันลงทะเลเรียบร้อยแล้วครับ...นายท่าน”

 

“อืม...”

 

กลิ่นเลือดลอยมาตามลม ทำเอาผมเผลอขมวดคิ้วมุ่น แม้จะยังโกรธเคืองไดร์วูล์ฟอยู่ ทว่าผมเองก็ห้ามความรู้สึกเป็นห่วงที่ผุดขึ้นภายในใจไม่ได้ ต้องบาดเจ็บมากแค่ไหน...หรือต่อสู้กับคนไปมากเท่าไหร่ กลิ่นเลือดถึงลอยคลุ้งมายังบริเวณนี้ได้!

 

หรือจะเป็นเพราะผมจมูกไวกันนะ...กลิ่นที่สัมผัสได้ช่างเลือนรางเหลือเกิน มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมเข้าไปซุกอกไดร์วูล์ฟ แล้วกลิ่นเลือดยังคงติดอยู่ทั้งที่เขาอาบน้ำแล้ว วันนั้นผมเลยไม่ค่อยให้เขากอดเท่าไหร่

 

ไม่ใช่รังเกียจ แต่คือไม่ชอบไง...เหมือนเราไม่ชอบกลิ่นอะไร ก็ไม่อยากเข้าใกล้กลิ่นนั้น อย่าหาว่าผมกระแดะทั้งที่เป็นลูกมาเฟียเลยนะ ต่อให้คุ้นกับกลิ่นเลือดยังไง แต่ไม่ชอบก็คือไม่ชอบอยู่ดี

 

ใครจะอยากให้คนที่เรารักมีกลิ่นเลือดติดตัวได้ทุกวี่ทุกวัน

 

“นายท่าน...จะใช้น้ำหอมไหมครับ”

 

คาเรย์เอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นว่าเจ้านายหยิบเสื้อคลุมเตรียมเข้าห้องน้ำที่ชั้นล่าง อีกทั้งยังบริการด้วยการเดินไปหยิบน้ำหอมขวดหนึ่งบนโต๊ะมุมผนังให้

 

น้ำหอม...ของใคร?

 

ไดร์วูล์ฟเอื้อมมือรับ ก่อนจะโยนลงถังขยะต่อหน้าต่อตาคาเรย์ เล่นเอาผมถึงกับอ้าปากค้าง ทว่าคาเรย์กลับดูไม่ทุกข์ร้อนเสียอย่างนั้น

 

“ไม่ชอบกลิ่นนี้หรอครับ แต่กลิ่นนี้กลบกลิ่นเลือดได้ดีที่สุดแล้ว หรือนายท่านอยากลองกลิ่นอื่น...”

 

ไดร์วูล์ฟปรายหางตามองลูกน้องผู้ภักดีเพียงเสี้ยววินาที อึดใจต่อมาเขาก็หันหลังเข้าห้องน้ำ ก่อนจะเอ่ยทิ้งท้ายไว้ด้วยสุ้มเสียงเย็นชาไร้อารมณ์

 

“มันไม่ชอบ...”

 

ผมเห็นคาเรย์กะพริบตาปริบ ๆ  กระทั่งผมเองยังนิ่งอึ้ง เพราะห้องนี้ค่อนข้างเงียบเชียบ ผมจึงได้ยินเสียงไดร์วูล์ฟชัดเจนแม้จะอยู่ไกลกันก็ตาม

 

เรื่องน้ำหอม...สรุปคือผมเข้าใจผิดไปเองสินะ

 

ผมยกมือลูบหน้า รู้สึกปลงตกอย่างประหลาด ยอมรับเลยว่าเผลอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นพักหนึ่ง ก่อนจะลากสังขารที่ยังไม่ใส่เสื้อผ้าให้ดี ๆ ลงบันไดไปค้นถังขยะอย่างใจร้อน โชคดีที่คาเรย์ออกจากห้องไปแล้ว

 

เพียงเปิดขวดดมดู...ก็รับรู้ว่าเป็นกลิ่นเดียวกัน

 

“ทำอะไร”

 

เฮือก!

 

เผลอสะดุ้งแรงมาก อารมณ์แบบแอบพ่อมากินขนมตอนกลางคืนแล้วโดนจับได้ อะไรประมาณนั้นเลย แต่นี่มันไม่ใช่ขนมไง มันคือขวดน้ำหอม...แถมหลักฐานยังคามืออีกต่างหาก

 

ถ้าไดร์วูล์ฟมาแค่เสียง ผมคงไม่ตกใจเท่านี้ แต่เขาเล่นเอาตัวเย็น ๆ แถมยังเปียกไปด้วยหยดน้ำมาทาบทับแผ่นหลังกัน...อีกทั้งยังเกยคางบนลาดไหล่เสียจนหยดน้ำจากปรายผมสีเทาไหลโดนผิวเนื้อ แขนแกร่งโอบกระชับรัดเอวผมผ่านผ้าห่มผืนใหญ่ที่ห่อตัวอยู่เสียแนบแน่น

 

รู้สึกเหมือนโดนอ้อนจากสุนัขตัวโตยังไงก็ไม่รู้...

 

“ทำไม...ไม่แต่งตัวให้ดี ๆ ”

 

คนด้านหลังเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเข้มขึ้นไม่น้อย ผมไม่ได้หันไปมองเขา ทำเพียงยืนนิ่งพลางเม้มริมฝีปากแน่นเท่านั้น 

 

กล้าดียังไงมาดุผม ทั้งที่เมื่อหลายชั่วโมงก่อนเกือบทำร้ายผมแท้ ๆ !

 

ผมทิ้งขวดน้ำหอมลงถังขยะตามเดิม ก่อนจะสั่นระริกไปทั้งร่างเมื่อริมฝีปากเย็นชืดแตะโดนผิวเนื้อร้อนผ่าวบริเวณลาดไหล่ ทว่ามันไม่ใช่แค่การปัดผ่าน...เมื่อเห็นว่าผมไม่โต้ตอบ ไดร์วูล์ฟก็จงใจขบเม้มบริเวณนั้นเสียจนเริ่มหน้าร้อนวูบขึ้นมา

 

ขอกลับคำ นี่มันไม่ใช่สุนัขตัวโตแล้ว เป็นหมาป่าที่จ้องจะกินเหยื่อชัด ๆ !

 

“หยุดนะครับ ปล่อยเราได้แล้ว” ผมเอ่ยด้วยเสียงสงบนิ่ง พอจะขืนตัวออกก็ดันโดนอุ้มจนขาแตะไม่ถึงพื้น 

 

ไดร์วูล์ฟหิ้วผมขึ้นไปยังชั้นลอย ก่อนจะโยนลงบนเตียงตามเดิม มีอยู่วูบหนึ่งที่ผมรู้สึกกลัวขึ้นมา...กลัวจะเป็นอย่างเมื่อคืน จนเผลอห่อร่างเข้ากับผ้าห่มแน่น

 

ไดร์วูล์ฟไม่ได้จู่โจมกันอย่างที่คิด เขาผละออกห่างก่อนจะเดินไปใส่กางเกงนอน ใจผมเต้นจนเจ็บอกยามได้ยินเสียงฝีเท้าเคลื่อนเข้าใกล้ 

 

“ใส่ซะ” 

 

ชุดนอนของผมถูกโยนลงบนเตียงลวก ๆ การกระทำห่าม ๆ สมเป็นไดร์วูล์ฟดี แต่ที่น่าแปลกใจคืออีกฝ่ายเอาชุดนอนมาให้ผมเนี่ยนะ...อา พระเจ้า น้ำจะท่วมโลกเร็ว ๆ นี้หรือเปล่า

 

“หรือจะให้กูใส่ให้...?”

 

“ไม่ครับ เราใส่เองได้”

 

หลังใส่ชุดนอนเสร็จ ผมก็โดนดึงเข้าไปซุกอกพ่อหมาป่าอีกตามเคย กลิ่นเลือดเจือจางลอยเข้าจมูก ทว่าครั้งนี้ผมกลับไม่ได้พยายามหลีกเลี่ยงเหมือนที่ผ่านมา

 

อาจเป็นเพราะน้ำหอมขวดนั้นล่ะมั้ง ที่ทำให้ผมเริ่มเปลี่ยนความคิดว่ากลิ่นเลือดผสมกลิ่นสบู่หอมเย็น...มันก็ดีไม่น้อย 

 

“คุณไปไหนมา” เพราะแอบมองสำรวจแล้วว่าบนตัวไดร์วูล์ฟไม่มีบาดแผล ผมเลยนึกสงสัยจนต้องพึมพำถามขึ้นมา 

 

“ฆ่าคน...”

 

ไดร์วูล์ฟก็ยังคงเป็นไดร์วูล์ฟ เขาพูดคำว่า ฆ่า ออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย ผมนิ่งเงียบ ไม่ได้ซักไซร้อะไรไปมากกว่านั้น อาจเป็นพวกนักฆ่าที่ถูกส่งมาลอบสังหารเขาเหมือนเคยล่ะมั้ง ผู้นำตระกูลวูล์ฟมีศัตรูทั่วสารทิศพอ ๆ กับพันธมิตรนั่นแหละ ขนาดพ่อผมยังมีทั้งศัตรู ทั้งมิตรเลย

 

ทั้งที่เพิ่งนอนไปแท้ ๆ แต่พอโดนกอดอีกครั้ง ผมก็ดันเผลอหลับไปได้อย่างง่ายดาย

 

ไดร์วูล์ฟคงสัมผัสได้ถึงความเฉยชาจากผมไม่มากก็น้อย...เขาถึงกอดกันไม่ปล่อยไปจนถึงเช้า

 

 

 

 

Loading 70%

 

 

 

 

         วันต่อมา

         

          “หวัดดีครับ แสนซ่าส์” 

 

          “ครับ”

 

          ผมยกยิ้มรับคำทักทายจากคลีน...เจ้าของห้องข้าง ๆ ที่ไม่ได้เจอหน้ากันมาเสียนาน อีกฝ่ายทำท่าจะเดินหอบหนังสือไปนั่งอ่านอีกโต๊ะ ผมเลยเอ่ยชักชวนอย่างอดไม่ได้

 

          “นั่งโต๊ะเดียวกับเราก็ได้นะครับ”

 

          คลีนหันมามองผมเล็กน้อย แววตามีร่องรอยลำบากใจเจือจาง ก่อนจะหอบหนังสือเล่มหนามานั่งตรงข้ามผมในที่สุด 

 

          โถงด้านล่างหอในยามนี้ร้างไร้ผู้คน เพราะส่วนใหญ่ต่างไปช่วยเตรียมงานกีฬาสี รวมทั้งไดร์วูล์ฟด้วย เมื่อเช้านี้หลังจากตื่นขึ้นมาโดยไร้คำพูดระหว่างกัน พ่อหมาป่าก็แต่งตัวแล้วเดินออกจากห้องไปเลย ซึ่งเดาได้ไม่ยากว่าคงไปจัดการเรื่องงานกีฬาสีนั่นแหละ

 

          เห็นลุคเกเร ทั้งเจาะหู ทั้งสักแบบนี้ แต่ความรับผิดชอบแม่งโคตรสูง

 

          บางทีก็สูงเกินไปจนไม่บอกผมสักคำว่าจะไปไหน แม่ง หันมาบอกกันแค่คำเดียวมันจะตายหรือไงวะ ไอ้คนที่ออดอ้อนคลอเคลียผมเมื่อคืนหายหัวไปไหนก็ไม่รู้

 

          บอกเลยว่าที่มานั่งจ๋องอยู่คนเดียวไม่ใช่เพราะว่างหรอกนะ แต่แบบยังไม่ถึงเวลานัดทำฉากไง 

 

          “คลีนไม่ไปช่วยเตรียมงานกีฬาสีหรอครับ”

 

          คล้ายจะแอบเห็นอีกฝ่ายเม้มปากเล็กน้อยราวกับกำลังรู้สึกกระอักกระอวน ก่อนมือขาวนวลจะเปิดพลิกหน้ากระดาษดังพรึ่บ

 

“ยังไม่ถึงเวลานัดครับ”

 

“เหมือนกันเลยครับ ของเราก็เย็น ๆ นู่น อ๊ะ! ข้อมือโดนอะไรมาหรอครับ”

 

ผมเอ่ยทักเสียงหลงเมื่อเหลือบไปเห็นรอยช้ำตรงข้อมือของอีกคน เป็นเพราะคลีนยกมือพลิกหน้ากระดาษ ร่องรอยนั้นจึงปรากฏให้เห็นเพียงแวบเดียว

 

นี่อาจเป็นสาเหตุที่อีกฝ่ายใส่เสื้อแขนยาวก็เป็นได้ อา...ช่างเถอะ ผมแค่หลุดปากถามเฉย ๆ ถ้าคนตรงหน้าไม่ตอบก็ไม่เป็นไร

 

“อ๋อ...สะดุดล้มน่ะครับ” 

 

ผมพยักหน้าหงึกหงัก แสร้งทำเป็นเชื่อถ้อยคำของอีกฝ่าย ทั้งที่พอคาดเดาได้ลาง ๆ ว่าเป็นร่องรอยถูกบีบข้อมือมาชัด ๆ ไม่ใช่อะไร ผมก็เคยโดนไง รอยเป็นแบบนี้เป๊ะเลย 

 

“คลีนอยู่สีอะไรหรอครับ” ด้วยความไม่มีอะไรทำ ผมเลยถามไปเรื่อยเปื่อย เผื่อจะบรรเทาความหงุดหงิดจากการโดนพ่อหมาป่าเมินเมื่อเช้าได้บ้าง

 

          โปรโมชั่นหวาน ๆ มันมีแค่วันเดียวสินะ เหอะ! กลับห้องมาเดี๋ยวรู้กันเลย

 

          “แดงครับ”

 

          “เอ๊ะ สีเดียวกับพี่ชายเราเลย เคยเจอพี่ชายเราบ้างไหมครับ”

 

          ฉับพลันที่เอ่ยถาม คลีนถึงกับชะงักปลายนิ้ววูบหนึ่ง ใบหน้าสุภาพนุ่มนวลคลี่รอยยิ้มหวานเสียจนตาพร่า เพิ่งรู้ว่าหนุ่มเนิร์ดห้องข้าง ๆ หน้าตาดีก็วันนี้ 

 

          “ไม่ครับ คนระดับล่างอย่างผม...จะไปรู้จักกับคนระดับราชาได้ยังไง”

 

          คลีนเอ่ยด้วยสุ้มเสียงเอื่อยเฉื่อย ก่อนจะปิดหนังสือลงในที่สุด จากนั้นก็หันมาจ้องหน้าผมอย่างจริงจัง 

 

          “คุณมีเรื่องไม่สบายใจหรอครับ”

 

          ผมกะพริบตาปริบ ๆ นึกตกใจที่อีกฝ่ายล่วงรู้ ทั้งที่ผมยังไม่ทันได้เอ่ยปากบอกแม้แต่นิด 

 

          “ดูออกง่ายขนาดนั้นเลยหรอครับ” ผมยกยิ้ม จ้องลึกลงไปในแววตาของคนตรงกันข้าม 

 

          อืม...ไม่ธรรมดาเลยแหะ ถึงกับสังเกตสีหน้าและอารมณ์ผมออก ทั้งที่ผมเป็นฝ่ายชวนคุยตลอดแท้ ๆ เป็นคนที่ละเอียดอ่อนไม่เบา คิดว่าจะไม่สนโลกแล้วซะอีก

 

          “รู้ตัวหรือเปล่าครับ...แววตาของคุณเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม”

 

          “....”

 

          เมื่อเห็นว่าผมเงียบเสียงลง คลีนก็เผยสีหน้ากระอักกระอวนขึ้นมาชั่วครู่หนึ่ง ก่อนอีกฝ่ายจะดันหนังสือเล่มหนามาทางผม

 

          “ถ้าไม่รังเกียจ...แสนซ่าส์ลองอ่านหนังสือเล่มนี้ดูสิครับ”

 

          “ให้เราหรอครับ?”

 

          “มันเป็นนิยายแนวคอมเมดี้น่ะครับ ผมอ่านแล้วตลกดี ถ้าแสนซ่าส์อ่านเล่มนี้...อาจหายกลุ้มใจก็ได้นะครับ”

 

          อา...ผมก็เข้าใจผิดมาตลอดว่ามันเป็นหนังสือเรียน!

 

เมื่อเห็นผมเงียบ คลีนก็ทำเพียงยกยิ้มเบาบางส่งให้ นี่มันกระต่ายเวอรชั่นมนุษย์เนิร์ดชัด ๆ จะผิดต่อไดร์วูล์ฟไหมถ้าผมอยากดึงอีกฝ่ายเข้ามาฟัดให้จมเขี้ยว แค่ก...แค่คิดชีวิตก็เสี่ยงตายแล้ว

 

          ขอโทษที่ผมค้นพบความน่ารักของนายช้าไปนะคลีน ไม่งั้นผมจะเทิร์นรุกแล้วไล่จีบนายแทนไอ้หมาบ้าหน้าตายนั่นแน่นอน 

 

          “เรากลุ้มใจเรื่องแฟนน่ะครับ พอดีเราอยู่คนละสีกับแฟน”

 

          ไม่รู้เพราะอะไร แต่สุดท้ายผมก็ยอมเอ่ยปากบอกเรื่องที่ไม่ควรพูดกับคนแปลกหน้ามากที่สุด คงเพราะคลีนมีบรรยากาศเป็นกันเองและดูไร้พิษภัยล่ะมั้ง ผมค่อนข้างมั่นใจว่าอีกฝ่ายจะไม่ไต่ถามแน่นอนว่า ‘แฟน’ ของผมคือใคร 

 

          ดูจากลักษณะนิสัยแล้ว...คงไม่ใช่คนที่สอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านขณะนั้น

 

          “ไม่เห็นยากเลยนี่ครับ...”

 

          คลีนเอียงคอเล็กน้อย ดวงตากลมโตของอีกฝ่ายทำให้ผมนึกหมั่นเขี้ยวขึ้นมาจริง ๆ ไหนจะรอยยิ้มหวานที่แฝงไปด้วยความลึกลับไม่เข้ากับหน้าตานั่นอีก

 

          “ผมมีวิธีทำให้คุณได้อยู่สีเดียวกับแฟน สนใจไหมครับ”

 

 

          ผมเคยคิดว่าคลีนใสซื่อ เรียบร้อย ตามแบบฉบับเด็กเนิร์ด

 

          แต่...สิ่งที่อยู่ตรงหน้า กลับทำให้ความคิดของผมตาลปัตรไปหมด!

 

           “แสนซ่าส์อยากแต่งแบบไหนครับ ปลอมเป็นผู้หญิงหรือปลอมเป็นผู้ชาย”

 

          ผมมองสมุดภาพวาดตรงหน้า บอกเลยว่าลายเส้นโคตรสวย แต่ประเด็นคือมันเป็นโครงร่างผู้หญิงและผู้ชายสารพัดหน้าเลยไง!

 

          เด็กเนิร์ดต้องเป็นแบบนี้ทุกคนหรือเปล่าวะ ผมชักเริ่มกลัวแล้วนะ ตกลงคลีนนี่ใสจริงหรือใสหลอก หรือจะแอบร้าย? โว้ย ไม่อยากเดาแล้ว เอาเป็นว่าผมหลวมตัวเข้าห้องอีกฝ่ายมาอย่างมึนงงเรียบร้อย

 

          ทั้งที่ปกติเป็นคนระวังตัวมากกว่านี้แท้ ๆ ไม่สมกับเป็นแสนซ่าส์เอาเสียเลย

 

          “ผู้ชายครับ”

 

          ให้แต่งเป็นผู้หญิงก็คงไม่ไหว ช่วยดูหุ่นผมด้วย ต่อให้ปลอมเป็นผู้หญิงแล้วแนบเนียน ผมก็จินตนาการตัวเองใส่กระโปรงไม่ออกอยู่ดี

 

          “โอเคครับ แสนซ่าส์อยากได้ลุคแบบไหน”

 

          “เราแค่อยากไปหาแฟนเงียบ ๆ ครับ”

 

          “อืม...” คลีนส่งเสียงครางในลำคอ ก่อนจะเดินไปหยิบวิกผมสีดำกับเสื้อตัวหลวมโคร่งออกมา แล้วก็แว่นตาเลนส์หนาอีกอัน

 

“ลองใส่ของพวกนี้ดูครับ เดี๋ยวผมช่วยแต่งหน้าให้”

 

“ถามได้ไหม ทำไมถึงช่วยเราขนาดนี้ครับ” ผมหยิบเสื้อผ้าจากมืออีกฝ่าย ก่อนจะจ้องมองเด็กเนิร์ดตรงหน้าด้วยแววตาเรียบเฉย สัญชาตญาณส่วนลึกบอกว่าคนตรงหน้าเป็นคนดี แต่ผมก็อดที่จะหวาดระแวงไม่ได้

 

มีคนดี ๆ ที่ไหน ช่วยเหลือคนที่ตัวเองเคยพบหน้าเพียงครั้งสองครั้งแบบนี้กันเล่า!

 

“ผมก็แค่...อยากสนิทกับแสนซ่าส์” คลีนนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะยกมือเกาหัวแกรก ๆ สองแก้มนวลเริ่มแดงก่ำคล้ายกำลังเขินอายไม่มีผิด

 

ก่อนหน้านี้ที่เห็นนิ่งเงียบเรียบร้อย คือเก็บอาการอยู่งั้นหรอ!

 

“ที่ผ่านมาแสนซ่าส์ไม่ค่อยคุยกับใครใช่ไหมล่ะครับ ผมเลยไม่มีโอกาสได้ทำความรู้จักกับคุณสักที”

 

“คลีน...ชอบเรา?”

 

“ครับ ป...เป็นเพื่อนกันนะครับ!”

 

คลีนหลับหูหลับตาหลุดตะโกนออกมาเสียงดัง เล่นเอาผมหน้าเหวอ ก่อนจะหลุดหัวเราะอย่างห้ามไม่อยู่ ให้ตายเถอะ ทำไมเป็นคนตรง ๆ อย่างนี้วะ ผมโคตรรู้สึกผิดที่เผลอคิดไปว่าอีกฝ่ายอาจชอบผมในเชิงนั้น...คือแบบที่ผ่านมามีแต่คนเข้าหาเพราะอยากเป็นคนรักด้วยไง ใครจะไปรู้ว่าคลีนเข้าหาผมเพราะอยากเป็นเพื่อนด้วยจริง ๆ

 

“เอางั้นก็ได้ครับ” 

 

ผมตอบรับอีกฝ่าย ในขณะที่สังเกตสีหน้าเพื่อนใหม่ไปด้วย คลีนยกยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี และตรงเข้ามาช่วยแปลงโฉมผมในเวลาต่อมา

 

ไม่ถามด้วยซ้ำว่าแฟนผมเป็นใคร บางทีคลีนอาจคิดว่าผมแอบคบสาวหอพักทิศเหนือ ไม่ก็ทิศใต้อยู่ล่ะมั้ง

 

“ไม่เลวเลย...”

 

ผมหลุดอุทานออกมาในขณะที่จ้องมองเงาสะท้อนจากบานกระจก...

 

ไอ้เนิร์ดผมเผ้ารุงรังตรงหน้ามันเป็นใครวะเนี่ย! ขืนคุณแม่บังเกิดเกล้ามาเห็นสภาพนี้ ผมคงถูกจับฟาดก้นแหง ๆ

 

“คลีน...บอกความจริงมาเถอะครับ ตอนนี้คลีนก็กำลังแปลงโฉมตัวเองอยู่ใช่หรือเปล่า”

 

ผมกวาดตามองคลีนขึ้น ๆ ลง ๆ ด้วยความสงสัย แบบมือโปรมาก...แต่งหน้าให้ผมมีไฝน่าเกลียดตรงมุมปากได้อย่างเนียน ไหนจะปรับผิวหน้าให้ซีดเป็นผีจูออนเข้าไปอีก ใครผ่านมาเห็นก็คงทักผิดว่าผมเพิ่งคลานออกจากวัดมาแหง ๆ 

 

คลีนบอกว่าหน้าตาของผมโดดเด่นเกินไป ถ้าอยากอยู่สีเดียวกับแฟนอย่างสงบสุข ก็ต้องแต่งแบบนี้เท่านั้น

 

“ความลับครับ” เจ้าของห้องเอ่ยตอบพลางอมยิ้มเล็กน้อย แลดูน่าหยิกไม่เบา

 

“เพื่อนกันเขามีความลับกันด้วยหรอครับ” ผมแกล้งหยอกและแสร้งขมวดคิ้ว จนอีกฝ่ายเริ่มเลิ่กลั่กเล็กน้อย

 

“เปล่าครับ อันที่จริง...ผมชอบลุคนี้ของตัวเองที่สุดน่ะ” อ่อ...แสดงว่าปกติแล้วคลีนแปลงโฉมตนเองได้หลายเวอร์ชั่นสินะ

 

“เราไม่ได้โกรธหรอกครับ แต่คงต้องรีบไปแล้ว...เดี๋ยวจะถึงเวลานัดทำฉากซะก่อน ยังไงก็ขอบคุณนะครับ ส่วนเสื้อผ้าพวกนี้ เดี๋ยวเราซักมาคืนให้”   

 

ถ้าแผนนี้ได้ผล ผมจะไปหาซื้อเสื้อและอุปกรณ์เอง ส่วนเรื่องแต่งหน้าคงต้องรบกวนคลีนจนกว่าจะจบงาน วันนี้ว่าจะไปเซอร์ไพรส์ไดร์วูล์ฟซะหน่อย อยากรู้จริง ๆ ว่าเขาจะจำผมได้หรือเปล่า

 

อันที่จริงก็แค่อยากรู้...ว่าลับหลังผม ไดร์วูล์ฟจะมีท่าทีกับคนอื่นยังไงต่างหาก ผมไม่ได้หาเรื่องชวนทะเลาะหรอกนะ แต่ข่าวลือของขวัญข้าวกับเขามันลอยเข้าหูมาเรื่อย ๆ เลยไง ต้องไปดูให้เห็นกับตาสักหน่อยว่าสนิทกันถึงขั้นไหนแล้ว

 

ต่อให้แฟนผมจะยืนยันว่าไม่ได้คิดอะไรกับอีกฝ่ายก็เถอะ

 

โชคดีที่ยังไม่ถึงวันกีฬาสีซึ่งต้องใส่เสื้อสี ผมเลยแอบเข้าเขตสีทองมาได้อย่างแนบเนียน

 

ในอาณาเขตสีทองนี้เป็นอาคารโซน A ทั้งหมด เดิมทีเป็นตึกเรียนสามชั้น ชั้นล่างสุดเป็นห้องโถงกว้าง ซึ่งบรรดาประชากรสีทองส่วนใหญ่ล้วนอยู่ในนี้

 

ไดร์วูล์ฟเป็นคนที่ค่อนข้างโดดเด่น ผมเห็นเขายืนพิงต้นเสาทรงกลมอยู่มุมหนึ่ง พลางหลุบตาอ่านเอกสารบางอย่างในมือ รอบด้านล้วนเต็มไปด้วยออร่าอันตรายฟุ้งกระจายเสียจนไม่มีใครกล้าเฉียดกรายเข้าใกล้

 

ขณะกำลังครุ่นคิดว่าจะเดินเข้าไปทักโต้ง ๆ หรือลอบสังเกตการณ์ก่อนดี ใครบางคนก็เดินผ่านหน้าผมไปหาเขาเสียก่อน

 

“ไดร์วูล์ฟ ดื่มน้ำหน่อยไหมครับ”

 

รูปร่างบอบบางรับกับใบหน้าหวานเกินชายทำให้ใครต่อใครต่างมองตามอีกฝ่ายได้ไม่ยาก ก่อนคนรอบข้างจะพากันซุบซิบเสียงเบา เมื่อขวัญข้าวก้าวเข้าหาประธานสีทองพ่วงด้วยตำแหน่งราชาหอตะวันออกอย่างไม่เกรงกลัวสายตาประชาชี

 

“เอาอีกแล้ว...รุกเก่งจริงๆ”

“ก็นะ ถ้าเกิดมาหน้าตาแบบนั้น แถมยังมีตำแหน่งดอกไม้ประจำหอตะวันตกพ่วงท้าย ฉันก็คงกล้าเข้าหาราชาเหมือนกัน”

“ถ้ากูเป็นราชา คงใจอ่อนไปนานแล้วว่ะ”

“ไม่เข็ดเลยแหะ ครั้งที่แล้วก็...”

 

ผมจับจ้องขวัญข้าวที่หยุดยืนอยู่ต่อหน้าไดร์วูล์ฟด้วยสายตาเรียบเฉย ทั้งที่เราหยุดยืนห่างกันไม่ไกลนัก แต่กลับรู้สึกคล้ายอยู่ไกลสุดสายตาก็ไม่ปาน

 

ไดร์วูล์ฟไม่ได้ยื่นมือรับขวดน้ำที่หนุ่มน้อยยื่นให้ ดวงตาสีเทาซีดจับจ้องเพียงแผ่นเอกสารในมืออย่างเย็นชา เกิดความเงียบขึ้นในห้องโถงชั่วขณะหนึ่ง...ก่อนขวัญข้าวจะยกยิ้มอีกครั้งคล้ายไม่ถือสา

 

“ไดร์วูล์ฟยังโกรธเราอยู่ใช่ไหม”

 

“....”

 

ทุกคนเริ่มหันกลับไปทำงานและเลิกสนใจเหตุการณ์นี้ ราวกับเป็นเรื่องปกติที่จะได้เห็นขวัญข้าวตามตื๊อประธานสี ทว่าไม่นานนัก สุ้มเสียงทุ้มเย็นก็พลันเอื้อนเอ่ยตอบ เรียกร้องให้คนแอบหันมองกันอีกครั้ง

 

“...น่ารำคาญ”

 

ไดร์วูล์ฟเหลือบมองอีกฝ่ายทางหางตาเสี้ยววินาทีหนึ่ง ดวงตาสีเทาซีดฉายแววน่าสะพรึงกลัว ประหนึ่งว่าหากยังไม่ถอยออกไป...คงได้ถูกยิงทิ้งภายในไม่กี่นาทีนี้แน่ ๆ

 

ตุ๊บ!

 

“โอ๊ย!”

 

เพราะมัวแต่จ้องมองทั้งสองคนเพลินไปหน่อย ผมเลยโดนเดินชนจนตัวปลิว ไม้ทำฉากหลายแผ่นที่อีกฝ่ายแบกมาหล่นระเนระนาด จนเจ้าตัวหันมามองตาขุ่น

 

“ไอ้เนิร์ดนี่! มายืนขวางทางอะไรตรงนี้ ไม่มีงานทำหรือไงวะ!”

 

ผมว่าผมก็ยืนอยู่เฉย ๆ นะ เป็นคุณหรือเปล่าที่เดินมาชนกันก่อนน่ะ!

 

ด้วยความที่อีกฝ่ายส่งเสียงดัง คนรอบข้างเลยพากันหันมามองกันหมด ซวยแล้วไง...กฎของโรงเรียนอีกข้อหนึ่งคือห้ามแฝงตัวเข้าไปสอดแนมในสีของคนอื่น เพราะมันเป็นมารยาทที่ดีทางสังคม แต่คือผมไม่ได้มาสอดแนมสักหน่อย มาตามดูแฟนนี่มันผิดนักหรอ!

 

“คุณเดินมาชนผมเองนะครับ” หมดยุคเนิร์ดสั่นกลัวแล้ว เดี๋ยวผมจะปฏิวัติภาพลักษณ์ของเด็กเนิร์ดขึ้นใหม่ แล้วฟาดพวกชอบโทษคนอื่นให้ล้มกลิ้งภายในกระบวนท่าเดียวให้ดู

 

  “มึง...!”

 

ชายรูปร่างสูงกำยำตรงหน้าทำท่าจะคว้าแขนผมแล้วกระชากเพื่อหาเรื่อง ทว่ามือของเขากลับถูกใครบางคนจับกุมไว้เสียก่อน

 

“อึ่ก! ร...ราชา”

 

ไดร์วูล์ฟไม่ได้หันมองคนที่กำลังหน้าซีดปากสั่นแต่อย่างใด ดวงตาคมดุหลุบลงมองผมด้วยประกายอ่านยาก ในขณะที่ผมแสร้งเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างมึนงง พลางรีบก้มหน้าลงคล้ายเกรงกลัวเฉกเช่นคนอื่น ๆ หวังเพียงแว่นตาหนาเตอะและเส้นผมสีดำพะรุงพะรังนี่จะปกปิดสายตาตื่นตระหนกได้บ้าง

 

          ทั้งที่กะว่าจะแอบมาดูอย่างเงียบเชียบแท้ ๆ ดันโดนทำเสียเรื่องจนได้! 

 

กร่อบ!

 

คล้ายได้ยินเสียงกระดูกลั่นแผ่วเบา ก่อนคนที่โดนจับกุมจะหลุดร้องตาลีตาเหลือกวิ่งหนีเตลิดไป ประชากรชาวสีทองต่างมองสถานการณ์ตรงหน้าตาปริบ ๆ ก่อนจะหน้าซีดเผือดไปตาม ๆ กัน

 

“คุณหน้าไม่คุ้นเลย อยู่สีเดียวกับเราหรอครับ” ขวัญข้าวเดินเข้ามาใกล้อย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ทว่าโชคร้ายที่ไดร์วูล์ฟจับจ้องเพียงผมเท่านั้น

 

ฉับพลันนั้นเขาก็ยื่นมือข้างที่เพิ่งหักกระดูกคนอื่นมาจับตรึงข้อมือผม...แล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว บอกเลยว่าผมถึงกับเสียวข้อมือวาบ กลัวกระดูกหักมากกว่ากลัวโดนจับพิรุธได้เสียอีก!

 

“อ๊ะ!” 

 

ไม่หลุดร้องก็ไม่ใช่คนแล้ว ดั้งผมนี่ชนแผงอกแข็งปั่กเต็ม ๆ ยังไม่ทันให้เอ่ยอะไรออกไป ผิวเนื้ออ่อนบริเวณลำคอก็ถูกสัมผัสโดยปลายจมูกโด่งเป็นสันเขื่อนเข้าเสียก่อน ผมชะงักนิ่งตัวแข็งทื่อ ขนทั้งร่างลุกพรึ่บอย่างฉับพลันเมื่อเริ่มตรัสรู้แล้วว่าไดร์วูล์ฟกำลังทำอะไร

 

เขากำลังดมกลิ่น...และยิ่งสูดดมมากเท่าไหร่ แขนที่รั้งเอวกันอยู่ก็ยิ่งกระชับแนบแน่นมากขึ้นเท่านั้น

 

“ขืนซนอีก...”

 

“....!”

 

“กูจะฟาดให้ก้นลาย...”

 

ตอนนี้ผมไม่รู้แล้วว่าจะสงสารขวัญข้าวที่โดนเมินจนกลายเป็นธาตุอากาศ หรือสงสารตัวเองก่อนดี!

 

ฟาดก้นบ้าบออะไรกันล่ะ ไม่สนับสนุนความรุนแรงในครอบครัวเว้ย ฮือ ใครก็ได้ช่วยแสนซ่าส์ด้วย

 

 

 

 

 

:: ส่งท้ายคลายเครียด ::

ไรท์ : “รู้ได้ไงคะว่าเป็นแสนซ่าส์?” //ยื่นไมค์

ไดร์วูล์ฟ : “....” //ตวัดหางตามอง กอดซ่าส์แน่น แล้วซุกจมูกดมกลิ่น

ไรท์ : “สมกับเป็นหมา...แค่ก มีฉายาว่าหมาป่าจริง ๆ ค่ะท่าน” //ซับน้ำตา

ขวัญข้าว (ผู้ที่โดนเมินมากกว่าไรท์) : “....” //นั่งกอดเข่าหลบมุม

 

 

 

 

Writer talk2

ครึ่งหลังเป็นอะไรที่ยาวมาก ยาวมากจริง ๆ ค่ะ บทนี้รวมแล้วคือประมาณ 22,200 อักขระ ไดร์วูล์ฟคลั่งรักจริง ๆ ซึ่งเกินไปมากกก//หลบปืน ส่วนขวัญข้าว...นางยังไม่ถูกฆ่าเพราะยังมีประโยชน์อยู่ค่ะ อีกอย่างยังไม่ได้ล้ำเส้นไดร์วูล์ฟถึงขั้นที่ต้องลงมือฆ่า เลยยังรอดมาจนถึงบัดนี้ค่ะ ส่วนเรื่องที่มีข่าวลือนั่งด้วยกันในห้องเรียน มันจะมีเฉลยแน่ๆ ><

แต่ก่อนอื่นไรท์มีข่าวมาแจ้งค่ะ คงได้หยุดอัพนิยายหลายเดือนเลย TT อ่านประกาศได้ที่บทถัดไปนะคะ

ติดตามข่าวสารการอัพเดตนิยายได้ทาง เพจ , ทวิต (จิ้มที่คำว่าเพจหรือทวิตได้เลยค่ะ)

#ซ่อนรักลวงร้าย

รักรีดเดอร์ 

 

 

:: ส่งท้ายคลายเครียด ::

ไดร์วูล์ฟ : “ใส่เสื้อผ้าให้มันดีๆ” //จับแสนซ่าส์ใส่เสื้อผ้า

แสนซ่าส์ : “อื้อ คิดว่าตัวเองเป็นพ่อเราหรือไงครับ!” //ดิ้นหนี

ไดร์วูลฟ์ : “กูเป็นผัว...ไม่ใช่พ่อ”

ขวัญข้าว : “ไม่ได้ออกมาหลายบทแล้วนะไรท์ ผมยังเป็นตัวร้ายเกรดเออยู่ใช่ไหม?"

ไรท์ : “ โอ๋ ๆ น้า เดี๋ยวเลี้ยงอาหารหมา”

ขวัญข้าว : “....” //แดกจุดเงียบ ๆ 

 

 

Writer talk

ประเด็นที่พ่อหมาป่าไม่ยอมบอกน้องเรื่องน้ำหอมดี ๆ คืออิพี่มันซึนค่ะทุกคน! แถมยังปากแข็งมากกกก ให้บอกว่าซื้อน้ำหอมมาฉีดเพื่อกลบกลิ่นเลือด...น้องจะได้ยอมให้เข้าใกล้บ่อย ๆ น่ะฝันไปได้เลย ต่อให้เอาเหล็กมางัดปากพ่อหมาป่าก็ไม่ยอมพูดแน่ค่ะ เป็นคาแรกเตอร์ที่หลง(ว่าที่)เมียนะ แต่ก็ซึนด้วย เมื่อเย็นไปบู๊มาเลือดเต็มตัว เลยสั่งคาเรย์ไปซื้อน้ำหอมมาลองฉีด เพราะรำคาญตอน(ว่าที่) เมียทำปากยู่ใส่   ตอนนี้เป็นไงคะ? ยิ่งกว่าทำหน้าบู้ใส่อีก...แค่ก//หลบปืน แล้วพบกันค่า ตอนหน้าขวัญข้าวจะคัมแบคแล้วน้า

ติดตามข่าวสารการอัพเดตนิยายได้ทาง เพจ , ทวิต (จิ้มที่คำว่าเพจหรือทวิตได้เลยค่ะ)

#ซ่อนรักลวงร้าย

รักรีดเดอร์

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.94K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8,896 ความคิดเห็น

  1. #8884 Lenzmuun (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 เมษายน 2564 / 20:52
    คลีนคู่ของแฝดแน่ๆ
    #8,884
    0
  2. #8874 FPLIN (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 เมษายน 2564 / 13:18
    แอบลุ้นมีคู่ของคลีนมั้ยคะไรท์😍 ใช่แฝดป่าวเนี่ยยย🧐
    #8,874
    0
  3. #8867 crzoldyck7 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 เมษายน 2564 / 22:50
    จะเก่งเกินไปแล้ว ดูท่าจะรู้ตั้งแต่แรกแล้ว ไม่งั้นไม่มาช่วย ไม่มาจับมือไปหรอก แต่เนียนดมคอแฟนไง
    #8,867
    0
  4. #8866 icecream1704 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 เมษายน 2564 / 18:53
    กี้ดๆไม่ใช่ว่าคลีนจะรู้จักกับพี่ของยัยน้องน่ะ//แอบคิด
    #8,866
    0
  5. #8860 Burning Princess (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 มีนาคม 2564 / 13:00
    อยากให้มีคู่ของคลีนจังเลยยยยย
    #8,860
    0
  6. #8859 Burning Princess (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 มีนาคม 2564 / 12:59
    น่ารักอ่ะ ฟาดให้ก้นลาย งื้อออ
    #8,859
    0
  7. #8843 ไม่ได้อ้วนแค่ขนฟู (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 มีนาคม 2564 / 14:23
    กกกร้กกกดด
    #8,843
    0
  8. #8835 0617048476 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 มีนาคม 2564 / 23:58
    ฉันว่าคลีนต้องคู่กับแฝดคนใดคนนึงเนี่ยเเหระ
    #8,835
    0
  9. #8834 Sariei_va (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 มีนาคม 2564 / 23:13
    น่ารักกกกกก ใส่ใจเก่งงงง ดูแลเก่งงงงง หวงเก่งงงงงง
    #8,834
    0
  10. #8831 PILLOWPILLOW_P (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 มีนาคม 2564 / 21:48
    รองับบบ
    #8,831
    0
  11. #8819 baekbow (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 มีนาคม 2564 / 10:02
    พ่อหมาป่าเอาจริงๆน่ารักมากเลยนะ เรื่องน้ำหอมในตอนแรกเราก็เดาไปไกลเหมือนกันว่าไดร์ฟวูฟทำอะไรไม่ดีแน่ๆ ที่ไหนได้ ฉีดเองเพื่อกลบกลิ่นเลือด เพราะไม่อยากให้ซ่าออกห่าง มันน่าตีไหม เรื่องแค่นี้ // ส่วนเรื่องที่ซ่าปลอมตัวไปแอบส่องแฟน แต่แฟนจำได้ทันที ก็ซนพอกัน ระวังโดนตีก้นลายจริงๆนะ 55555
    #8,819
    0
  12. #8810 bj vamtoon (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 มีนาคม 2564 / 02:14
    สมฉายาจริงๆ/วิ่งงงงง ❤️
    #8,810
    0
  13. #8801 WangEn_Tuan (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2564 / 23:03
    อิพ่อออออ ก็นะเมียตัวเองอะจะลืมได้ไง //ส่วนขวัญผีก็คือด้านมาก งง อยากให้พ่อสักป้าบให้นังเข็ดขยาด
    #8,801
    0
  14. #8795 exolbenben (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2564 / 20:25
    แงแงงงง
    #8,795
    0
  15. #8793 NNN (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2564 / 19:07

    คุณไรท์คะ ขอร้องค่ะะ อยากอ่าน3pคุณ🥺🥺🥺

    #8,793
    0
  16. #8789 Mindchth_Y (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2564 / 17:02
    งื้ออออ สมชื่อจริงๆค่าาพ่อหมาาา~ เอ่อ..หมาป่าหน่ะค่ะ แหะๆ ใช้การดมกลิ่มเแนเครื่องพิสูจน์โมเม้นน่ารักเกิ้นนนนนน

    อิฉันก้กลายเป็นสทุนพ่อหมาไปแล้วว ทุกวันนี้กินอาหารหมาเป็นอาหารแล้วค่าาา

    || แงงง เค้าจะรอไรท์มาอัพน้าาาา อ่านวนไปค่าาาา~
    #8,789
    0
  17. #8781 Samatp-gun (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2564 / 12:09
    จะรอนะค้าบ!
    #8,781
    0
  18. #8779 ^ice^ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2564 / 11:34
    จมูกดีจริงๆแหม่ งี้พี่สะใภ้จะไม่โดนอะไรหรอข้อหาเอากลิ่นมาติดเมีย 555555
    #8,779
    0
  19. #8751 TiwticAmp_90 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 22:48

    จมูกดีมากก สมเป็นพ่อหมาป่า

    #8,751
    0
  20. #8748 ๓|.6 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 22:29
    กี๊ดดดดดดดดดด
    #8,748
    0
  21. #8742 tarun_ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 21:45
    กรี๊ดดด กลิ่นคลีนกลิ่นพี่สะใภ้มาแรงมากกกกกก แอบเชียร์คลีนมานานแล้ว สักคู่เถอะแฝด
    #8,742
    0
  22. #8740 Soo Gass (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 21:22
    3พีก็อร่อยนะคะแอด555
    #8,740
    0
  23. #8739 Soo Gass (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 21:21
    เขินมากกกกก อ่ยยยยยยย
    #8,739
    0
  24. #8707 nw39594 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 18:52
    นึกว่าเราเป็นคนเดียวที่คิดว่าคลีนมีsomethingกับหนึ่งในแฝดของน้อนซึ่งเราว่าน่าจะเป็นอัคนีเพราะน้อน(?)ชอบกระต่าย(จากเรื่องป๊ะป๋าเพลิงกัลป์) + ตอนแรกๆที่น้องกระชากแขนคลีนเพื่อให้เปลี่ยนห้องมาอยู่กับน้อนซ่า มันต้องใช่ ต้องใช่แน่ๆ
    #8,707
    0
  25. #8698 ChorthipJoy12 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 17:46
    อือพ่อนะพ่อ
    #8,698
    0
  26. #8611 jxxhtk (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 มีนาคม 2564 / 12:43
    คลีนคู่กับแฝดใช่มั้ยๆๆ แต่เดาไม่ออกเลยว่าคนไหน น้องต้องน่ารักมากแน่ๆ
    #8,611
    1
    • #8611-1 nw39594(จากตอนที่ 17)
      16 มีนาคม 2564 / 18:55
      เราว่าถ้าสายแรงๆหึงแรง ห่วงแรงแสดงออกแบบนี้น่าจะเป็นน้อนนิคค่ะ
      #8611-1