[Yaoi] DON'T HIDE ME ซ่อนรัก ลวงร้าย

ตอนที่ 16 : Ep.16::นี่มันวันกีฬาสี หรือวันชีวิตมีมรสุม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 54,463
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,664 ครั้ง
    2 มี.ค. 64

 

 

คำเตือน :: เนื้อหาครึ่งหลังมีความรุนแรงไม่เหมาะสมกับเยาวชน  มีฉากก้ำกึ่ง rape กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน (ไรท์ได้ตัดออกไปใส่ไว้ที่อื่นตามกฎของทางเว็บแล้วค่ะ)

 

 

Ep.16

:: นี่มันวันกีฬาสี หรือวันชีวิตมีมรสุม ::

 

 

          ยิ่งใกล้วันกีฬาสีมากเท่าไหร่ คาเรย์ เกลนดอน ก็ยิ่งมีงานหล่นทับมากเท่านั้น ผู้เป็นนายของเขาทำเพียงปรายตาอ่านเอกสารรายละเอียดการแข่งขันต่างๆ กวาดตามองรายชื่อนักกีฬาแบบผ่านๆ แล้วก็โยนกองกระดาษดังโครมลงตรงหน้าลูกน้อง

 

          แน่นอนว่าอัศวินแห่งหอตะวันออกไม่กล้ามีปากมีเสียง...เพราะช่วงนี้ผู้เป็นราชาอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก

 

          ส่วนสาเหตุน่ะหรอ...

 

          “ไปไหน...?”

 

          สุ้มเสียงเรียบเย็นเอื้อนเอ่ยดังไล่หลัง ผมพลันชะงักฝีเท้า มือจับค้างตรงขอบประตู ก่อนจะเอี้ยวหน้าหันมองราชาหอตะวันออก

 

          “สีเรานัดทำฉากห้าโมงเย็นครับ”

 

          “....”

 

          สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความเงียบ ปลายนิ้วเรียวยาวขยับเคาะพนักวางแขนอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังคำนวณเวลาตายของใครสักคนก็ไม่ปาน 

 

          ถ้าจะมีใครตาย ก็คงเป็นแสนซ่าส์คนนี้นี่แหละ! 

 

หากตาไม่ฝาด...คล้ายจะเห็นรูม่านตาของอีกฝ่ายหดแคบลงวูบหนึ่งราวกับกำลังข่มกลั้นโทสะจากอะไรบางอย่าง

 

          สักพักดวงตาสีเทาซีดก็เคลื่อนออกห่างไปมองวิวทิวทัศน์นอกระเบียงแทน ประหนึ่งว่าผมเป็นเพียงธาตุอากาศอย่างไรอย่างนั้น

 

          ผมถอนหายใจดังเฮือก สุดท้ายก็ต้องเดินไปหยุดยืนตรงหน้าอีกฝ่าย ก่อนจะหาญกล้ายื่นมือออกมาแตะข้างแก้มคนตรงหน้าแผ่วเบา

 

          “ไม่ใช่ความผิดของเราที่อยู่สีเงินนะครับ...อ๊ะ!”

 

          พรึ่บ!

 

          พริบตาเดียวแขนแข็งแรงก็รวบร่างผมขึ้นไปนั่งบนตักเสียแนบแน่น ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดข้างแก้มในขณะที่ผมยังคงเบิกตาโพล่งอย่างตื่นตกใจไม่หาย

 

          “สองทุ่ม...”

 

          “แต่ทำฉากมันต้องใช้เวลา...”

 

          “กูไม่สน”

 

          ไม่พูดเปล่า ไดร์วูล์ฟยังเลื่อนริมฝีปากมาขบเม้มใบหูผมให้ได้เจ็บจี๊ดเล่น ๆ ส่วนคาเรย์นั้นถอยห่างไปตั้งแต่ผมโดนคนฉวยโอกาสดึงขึ้นตักแล้ว!

 

          “อึ่ก...ไดร์วูล์ฟ เราไม่เล่นนะครับ”

 

          “สองทุ่ม...ถ้าไม่มา”

 

ริมฝีปากสีซีดเฉียดผ่านข้างแก้มอย่างเชื่องช้า แตกต่างจากมือหนาที่ล้วงลงไปกอบกุมสะโพกพลางบีบหนักๆ อย่างสิ้นเชิง ผมพลันสะดุ้งเฮือก ถลึงตามองฝ่ายตรงข้ามอย่างปรามๆ ทว่าพ่อหมาป่ากลับไม่มีท่าทีเกรงกลัวแม้แต่นิด

 

“บอกลาเพื่อนร่วมทำฉากของมึงไว้ซะ...”

 

          สุ้มเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ส่งผลให้คนฟังขนลุกซู่อย่างไม่ทราบสาเหตุ ผมเริ่มเม้มริมฝีปากแน่นอย่างดื้อดึง ก่อนจะหลับตาลงเพื่อสงบสติอารมณ์

 

          เย็นไว้...ถ้าไดร์วูล์ฟเป็นไฟ ผมต้องกลายเป็นน้ำ ไม่งั้นไปกันไม่รอดแหงๆ !

 

          “พวกเขาไม่ได้ผิดอะไร คุณหงุดหงิดเพราะเราอยู่คนละสีหรอครับ”

 

          ผมยกมือเกลี่ยแก้มคนหัวร้อนแผ่วเบา ทว่าใบหน้าหล่อเหลากลับเบือนหนีสัมผัสนุ่มนวลอย่างเย็นชาเสียอย่างนั้น

 

          ใช่ครับ...เรื่องมันเกิดเพราะไดร์วูล์ฟอยู่สีทอง และผมอยู่สีเงิน ถูกโชคชะตาจับแยกห่างเสียจนต่อให้มีเส้นสายก็ไม่อาจใช้บงการโยกย้ายสีได้ เกาะ Secretland ค่อนข้างเข้มงวดกับเรื่องนี้พอสมควรเลย

 

          ส่วนฝาแฝดสองคนของผม ได้ข่าวว่าอยู่สีแดงกันทั้งคู่ ยากจะแยกจากกันจริงๆ สิพับผ่า ถ้าเผลอเดินผ่านสีแดง คงไม่แคล้วถูกลากตัวเข้าไปในวงอย่างไม่ต้องสงสัย

 

          “....”

 

          ไดร์วูล์ฟไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ก่อนคบปากแข็งยังไง หลังคบก็ยังคงเป็นแบบนั้น ด้วยความที่อยากกลั่นแกล้งคนหน้านิ่ง ผมเลยโน้มร่างลงไปจุ๊บแก้มเขาหนึ่งทีอย่างไม่อายผีสางเทวดาภายในห้อง

 

          จุ๊บ!

 

          “เราไปแล้วนะ ไว้เจอกันสองทุ่มครับ”

 

          คลี่ยิ้มหวานพลางกระโดดออกจากตักคนตัวโต ดวงตาสีเทาซีดทำเพียงตวัดมองเล็กน้อย ก่อนจะเคลื่อนกลับไปคล้ายไม่แยแสอะไรทั้งสิ้น

 

          ทว่าแอบเห็นนะ ปลายนิ้วเรียวยาวกระตุกวูบหนึ่งด้วย! เหอะ ทำเป็นเข้มไปเถอะ ถ้าแสนซ่าส์คนนี้ไม่ง้อแล้วจะร้อง!

 

          หรือจะเป็นฝ่ายผมที่ถูกเชือดแทนนะ เหอะๆ ชักไม่มั่นใจขึ้นมาแล้วสิ 

 

 

          “แสนซ่าส์ มาช่วยเรายกผ้ากองนั้นหน่อยสิ”

 

          เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมไม่คุ้นหน้ากวักมือเรียกยิกๆ ซึ่งผมก็เดินตามเธอไปยังกองผ้าสีเงินอย่างไม่อิดออด 

 

          “จะว่าไปนายนี่หน้าตาดีไม่เบาเลยนะ ทำไมถึงไม่เป็นหลีดหรือลงเล่นกีฬาล่ะ”

 

          สาวสวยผมทองชวนผมคุยระหว่างทาง หลังจากพินิจพิจารณาจนมั่นใจว่าเธอไม่มีพิษภัยแอบแฝง ผมเลยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงทุ้มเรียบดังเช่นปกติ

 

          “เราเบื่อๆ น่ะเลยไม่ลงกีฬา ส่วนหลีด...”

 

          เผลอหยุดชะงักไปพักหนึ่งเมื่อครุ่นคิดเกี่ยวกับตำแหน่งนี้ ภายในสีมีคนมาชวนผมลงหลีดเยอะอยู่เหมือนกัน ทว่าพอพ่อหมาป่าโผล่มาได้ยินเท่านั้นแหละ...แทบจะงับหัวคนพูดอยู่รอมร่อ

 

          ดังนั้นอย่าหาเหาใส่หัวจะดีที่สุด! อีกอย่างถ้าให้เลือกระหว่างลงหลีดกับเล่นกีฬา ผมยอมเล่นกีฬาดีกว่า 

 

          “แสนซ่าส์ปฏิเสธไปแล้วสินะ น่าเสียดายจังแหะ”

 

          สาวสวยบ่นพึมพำก่อนจะตรวจสอบเนื้อผ้าทีละกอง ผมเองก็ช่วยนับเช่นกัน ทว่าจังหวะที่กำลังจะยกผ้าขึ้นอุ้ม หางตาก็เหลือบไปเห็นไลท์เข้าเสียก่อน

 

          ร่างสูงของอดีตเพื่อนร่วมห้องกำลังนั่งชันขาพิงพนังเย็นชืด ด้วยความไม่เห็นหน้าค่าตามานาน ผมเลยอดที่จะมองเขม็งไม่ได้ 

 

          “นี่นาย! ทำไมแอบมานั่งสูบบุหรี่ตรงนี้”

 

          สาวสวยด้านข้างตวาดแว้ดขึ้นมาในทันที เธอเป็นคนควบคุมดูแลอุปกรณ์ทำฉาก เลยกลัวกลิ่นบุหรี่จะติดเนื้อผ้าไปด้วย ซึ่งไลท์แม่งก็โคตรยียวนกวนประสาท นอกจากจะไม่มีท่าทีเกรงกลัวแล้ว ยังปรายตามองผมครู่หนึ่งอีกต่างหาก

 

          “ยังไม่ถึงเวลาซ้อม...”

 

          เอ่ยพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วบดขยี้ก้นบุหรี่ด้วยปลายเท้า สาวผมทองถึงกับอ้าปากพะงาบๆ อย่างพูดไม่ออก 

 

          “เป็นนักกีฬาสินะ หน้าตาก็ดีแต่นิสัยแย่ชะมัด ฮึ่ย! แสนซ่าส์ เราไปกันเถอะ” 

 

เอ่ยพลางหอบผ้ากองโตกว่าร่างตัวเองด้วยความโมโห ผมหลุดขำเล็กน้อยตอนอีกฝ่ายเซไปมา ก่อนจะแบ่งผ้าในมือสาวสวยมาถือไว้เกินครึ่ง ผ้านี่ก็หนักใช่เล่น ขนาดโอบไว้ในอ้อมแขนยังสูงเกือบถึงคางผมด้วยซ้ำ ไม่รู้คนทำฉากจะเอาไปทำอะไรนักหนา

 

 “ไม่คิดว่าจะได้อยู่สีเดียวกับมึงนะ...ดอกไม้ประจำหอตะวันออก”

 

ไลท์เอ่ยด้วยสุ้มเสียงทุ้มเย็น ซึ่งไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเป็นการหยอกล้อหรือเสียดสีกันแน่

 

          “ย้ายห้องแล้วหยิ่ง?”

 

          พอเห็นผมไม่ตอบ อีกฝ่ายก็เดินมาดักหน้า เล่นเอาสาวสวยด้านข้างหันมองด้วยความสงสัย

 

          “มีอะไรครับ” 

 

          “ก็ไม่มีอะไร...กูอยู่ว่างๆ เลยตามมา”

 

          ผมหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะทำเป็นเมินเฉยร่างสูงตรงหน้าแล้วเดินผ่านไป ยังไม่ลืมหรอกนะว่าเขามีรังสีอันตรายบางอย่างแผ่รอบร่างตลอดเวลา

 

“ลิซ่ามาแล้ว! ว่าแต่พาหนุ่มหล่อที่ไหนมาด้วยน่ะ นี่มันนักกีฬาดาวเด่นของสีเราหรือเปล่า”

 

กลุ่มผู้หญิงกรี๊ดกร๊าดกันเบาๆ กระทั่งผมกับลิซ่าเดินเข้าไปใกล้ก็ยังไม่หยุดกรีดร้อง

 

“นี่พวกหล่อน! ให้มันน้อยๆ หน่อย หมอนี่แค่ตามมาช่วยงาน เป็นเพื่อนของแสนซ่าส์น่ะ” 

 

สาวสวยที่ผมเพิ่งรู้ว่าชื่อ ลิซ่า เอ่ยปรามเพื่อนพลางระบุสถานะของผมกับไลท์เองเสร็จสรรพ เดี๋ยวนะ...ผมบอกตอนไหนว่าตัวเองเป็นเพื่อนกับไอ้ชนวนระเบิดนี่ ขืนไดร์วูล์ฟมาเจอได้มีบ้านบึ้มแน่ ครั้งก่อนก็เกือบซัดกันไปแล้ว!

 

          

          “เป็นดอกไม้ประจำหอชายนี่โชคดีจังน้า มีแต่คนหล่อๆ อยู่รอบตัว ดูอย่างขวัญข้าวสิ สนิทกับราชาหอตะวันออกไม่เบาเลย เรียนก็เรียนห้องเดียวกัน”

 

“อ้อ หมายถึงดอกไม้หอตะวันตกคนนั้นน่ะหรอ ฉันอยู่ห้องเดียวกับขวัญข้าวเอง พวกเขาไม่ใช่แค่เรียนห้องเดียวกันนะเธอ แต่ยังนั่งข้างกันอีก!”

 

“ตีสนิทกับคนระดับราชาได้นี่ไม่ธรรมดา แต่ก็เหมาะสมกันดีอยู่หรอก ขวัญข้าวเองก็นิสัยน่ารัก...”

 

          พูดว่าใคร...เรียนห้องเดียวกัน และนั่งข้างกันนะ?

 

          ตุ๊บ!

 

          “อย่ามัวแต่เม้าท์มอย รีบมาช่วยกันดูผ้าเดี๋ยวนี้เลย แสนซ่าส์มือไม้อ่อนหมดแล้ว!”

 

          ลิซ่าเอ่ยขัดกลางวงเมื่อเห็นผมทำผ้าหลุดมือ อย่าเรียกว่าทำหลุด...บอกว่าเกือบจะปาทิ้งคงใกล้เคียงกว่า!

 

          “แสนซ่าส์...เป็นอะไรหรือเปล่า นายปวดท้องหรอ” ลิซ่าเอ่ยถามตามมารยาท ทว่าสีหน้าท่าทางดูจริงใจไร้การปรุงแต่งอย่างสิ้นเชิง

 

          “ทำไมเราต้องปวดท้อง...?”

 

          “อยู่ดีๆ นายก็ขมวดคิ้ว แถมยังทำตาแข็งจนฉันเริ่มขนลุกขึ้นมานี่นา ปวดขี้ก็รีบไปถ่ายซะ จะได้กลับมาทำงาน”

 

          ลิซ่าตบไหล่ผมแปะๆ เล่นเอาปรับอารมณ์ตามแทบไม่ทัน คล้ายได้ยินเสียงกลั้นขำในลำคอมาจากทางด้านหลัง เป็นไลท์ที่นิ่งเงียบมาตลอดนั่นเอง

 

          ไดร์วูล์ฟบอกว่าขวัญข้าวไม่สำคัญ...และผมเชื่อมั่นเช่นนั้นเสมอมา

 

          แต่ข่าวลือย่อมมีมูลเหตุ ไดร์วูล์ฟยอมให้ขวัญข้าวเข้าใกล้ลับหลังผมจริงหรือไม่...คงต้องพิสูจน์ด้วยสองตาของตัวเองเท่านั้น

 

          ไม่มีใครรู้ว่าผมกับไดร์วูล์ฟเป็นแฟนกัน ไม่แปลกที่จะเกิดข่าวลือระหว่างเขากับคนอื่น อีกทั้งตอนอยู่ห้องเดียวกับผม เขายังจงใจปิดปากเพื่อนร่วมห้องจนไม่มีใครกล้าแพร่งพรายเรื่องระหว่างเราอีก ซึ่งตอนนั้นผมเองก็พอใจที่ไม่มีใครรู้เรื่องระหว่างเราเช่นกัน

 

          พวกผู้หญิงหยุดการนินทาและแยกย้ายกันไปจับกลีบผ้า ก่อนจะแบ่งงานประกอบไม้ทำฉากมาให้ผมกับไลท์ หลังต่อโครงร่างเสร็จก็ละเลงสีตามจุดต่างๆ ของเนื้อไม้ ลิซ่าพินิจพิจารณาภาพก้อนเมฆสีเงินเหลือบขาวที่ผมเกลี่ยสีอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะอุทานแผ่วเบา

 

          “สวยมาก! ไม่คิดเลยว่านายจะมีฝีมือทางด้านนี้ นอกจากเป็นคนสวยแล้วยังเก่งอีก”

 

          อะไรสวยๆ นะ ช่างเถอะ ผมจะยอมรับแค่คำว่าเก่งไว้แล้วกัน

 

          “วันนี้พอแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาต่อใหม่ ไปพักผ่อนกันทุกคน!”

 

          หลังจากเก็บฉากและอุปกรณ์เสร็จ ผมก็แยกย้ายกับพวกลิซ่าในทันที ไลท์เองก็เดินตามหลังมาเงียบๆ จนอดที่จะเหลือบมองทางหางตาไม่ได้

 

          “วันนี้...มึงไม่ยิ้มเลยนะ”

 

          “....”

 

          “ทั้งที่ตอนอยู่ใกล้หมอนั่น มึงยิ้มตลอดเวลาแท้ๆ”

 

          “งั้นหรอครับ...”

 

          เผลอเอ่ยตอบรับในลำคอ ก่อนจะคิดตามคำพูดของไลท์ อา...ผมคงจะยิ้มเยอะไปตอนอยู่ใกล้ไดรวูล์ฟจริงๆ นั่นแหละ

 

          ที่ยิ้ม...เพราะมีความสุขมากๆ จนต้องระบายออกมาผ่านดวงหน้าและแววตา

 

          แต่ทำไมตอนนี้...ผมถึงไม่อยากยกมุมปากแม้แต่นิด

 

          ไม่นานผมกับไลท์ก็เดินมาถึงหน้าหอพัก อีกฝ่ายดูไม่แปลกใจที่ผมขึ้นลิฟต์ของราชา ราวกับว่าเดาเรื่องราวบางอย่างได้อยู่แล้ว ซึ่งผมเองก็ไม่ได้แคร์อะไรมากมายนัก

 

          ติ๊ง!

 

          ผมก้าวขาไปทางประตูอย่างคุ้นเคย เคาะบอกตามมารยาทไม่กี่ครั้งก็เปิดเข้าไป ไดร์วูล์ฟไม่ได้ปิดประตูสนิท...ราวกับกำลังรอกันอยู่ก็ไม่ปาน

 

          สองทุ่มเป๊ะ ตรงเวลากว่าแสนซ่าส์นั้นไม่มี

 

          พลั่ก!

 

          “สองทุ่ม...สิบวินาที”

 

          สุ้มเสียงเย็นยะเยือกเอื้อนเอ่ยข้างใบหู อยู่ดีๆ ผมก็ถูกจู่โจมจนหลังกระแทกกำแพงดังปั่ก ท่ามกลางความมืดสลัวภายในห้อง...เงาร่างกำยำคร่อมทับลงมาเสียจนบดบังทัศนียภาพรอบด้านเสียมิด

          

“ห๊ะ? ด...เดี๋ยวนะไดร์วูล์ฟ อื้อ!”

 

          ขอแก้คำ เป๊ะเรื่องเวลาว่าแสนซ่าส์ ก็หมาบ้าตรงหน้าเนี่ยแหละ!

 

          

 

 

Loading 50%

 

 

ปั่ก!

 

          ผมทุบอกอีกฝ่ายอย่างไม่เบาแรง ทว่ายิ่งทุบ...ริมฝีปากกลับยิ่งโดนรุกล้ำหนักหน่วงขึ้นกว่าเดิม มือหนาสอดรัดรอบเอว ขณะที่ปลายนิ้วเย็นเฉียบลูบไล้ผิวเนื้อใต้ร่มผ้าอย่างเชื่องช้า ไม่มีท่าทีจะขยับมาพันธนาการมือผมเพื่อไม่ให้ประทุษร้ายเขาแม้แต่นิด

 

          ประหนึ่งว่าไม่สนใจ...ผมอยากทุบอย่างไรก็ให้ทุบ จะถึกทนเกินไปแล้ว!

 

          “แฮ่ก...”

 

          สุดท้ายก็เป็นผมที่พ่ายแพ้ก่อน ทุบอีกฝ่ายไปได้ไม่กี่ครั้งก็โดนจูบสูบวิญญาณจนเริ่มหน้ามืด ตัวอ่อนปวกเปียกภายใต้อ้อมแขนของใครอีกคนอย่างหมดท่า และคล้ายไดร์วูล์ฟจะสัมผัสได้ว่าถ้าขืนจูบต่ออีกนิด ผมคงขาดใจตายคาอกเช่นกัน ใบหน้าหล่อเหลาจึงเบี่ยงไปซุกซอกคอขาวนวลแทน

 

จังหวะที่หอบหายใจ จมูกพลันได้กลิ่นหอมเย็นจากสบู่ที่คนตรงหน้าใช้เป็นประจำ ซึ่งความหอมนั้นเจือปนไปด้วยกลิ่นอะไรบางอย่าง...

 

กลิ่นน้ำหอมผู้ชายอ่อน ๆ..เป็นของใคร?

 

ไดร์วูล์ฟไม่ใช้น้ำหอม และผมที่ใกล้ชิดกับเขามากที่สุดก็ไม่ใช้ คาเรย์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง วัน ๆ โดนพ่อหมาป่าจิกหัวใช้งาน จะเอาเวลาที่ไหนไปพรมน้ำหอมกัน

 

          ไม่ใช่แค่ผมที่ชะงัก ไดร์วูล์ฟเองก็หยุดลากริมฝีปากผ่านผิวนวลเนียนของผมราวกับพบความผิดปกติ...ผมเตรียมจะผลักอีกฝ่ายออกเพื่อคุยกันให้รู้เรื่อง ทว่าร่างกำยำกลับรัดเอวกันแน่นขึ้นเสียจนกระดูกแทบหัก 

 

          “...บุหรี่?”

 

          สุ้มเสียงเย็นชาฟังดูคล้ายพึมพำแผ่วเบา แตกต่างจากนัยน์ตาที่ทอประกายเข้มขึ้นอย่างสิ้นเชิง ยังไม่ทันให้ผมได้ตั้งตัวดี ริมฝีปากที่ปัดผ่านผิวบริเวณลำคอแต่เดิม...ก็พลันเผยคมเขี้ยวขบกัดเนื้อนิ่มเสียจนเจ็บแปลบ

 

          เฮือก!

 

          ผมสะดุ้ง ก่อนจะรวบรวมกำลังทั้งหมดผลักไดร์วูล์ฟออกอย่างรวดเร็ว จะเรียกว่าโชคช่วยก็ได้ที่สลัดอีกฝ่ายสำเร็จ เชื่อไหมว่าปกติผมไม่เคยหลุดออกจากอ้อมแขนของเขาได้ง่าย ๆ    

          

“ของใคร...”

 

          จากที่เป็นฝ่ายเหนือกว่า สถานะของผมก็พลันสั่นคลอนเมื่อชายผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตัวอันตรายตรงหน้าย่างสามขุมเข้ามาใกล้ แผ่นหลังติดบานประตูแล้ว...ไม่มีที่ให้ถอยหนีอีก

 

          และก็ไม่รู้ว่าจะหนีไปทำไมด้วย!

 

          “เราต่างหากครับ ที่ต้องถาม...ว่าใคร”

 

          ผมเชิดหน้า สบตาอีกฝ่ายด้วยความท้าทายอย่างที่ไม่เคยทำ ต่อให้ดวงตาสีเทาซีดตรงหน้าจะเริ่มเผยประกายดำมืด ผมก็ยังคงยืนนิ่งคล้ายไม่หวั่นเกรงสิ่งใด

 

          ทั้งที่ภายในใจเริ่มบอบช้ำ...ราวกับแก้วที่กำลังปริร้าวทีละนิด

 

          ไดร์วูล์ฟไม่ใช่คนที่จะให้ใครเข้าประชิดตัวได้ง่าย ๆ แล้วคนแบบไหนกันที่สามารถเข้าถึงตัวเขาจนมีกลิ่นน้ำหอมติดเสื้อผ้ามาด้วยแบบนี้? ตั้งแต่รู้จักกันมา ผมไม่เคยเห็นผู้หญิงที่ชมชอบคนตรงหน้าสามารถเข้าประชิดตัวเขาได้ด้วยซ้ำ

 

          “กูเคยบอกแล้วใช่ไหม...”

 

          สุ้มเสียงเย็นยะเยือกยังไม่น่าสะพรึงกลัวเท่าดวงตาดุดันที่จับจ้องมองมา ไดร์วูล์ฟไม่ได้ทำร้ายร่างกายกันด้วยการกระชากแขนหรือบีบคาง ทว่าเพียงแค่เงาร่างของเขาครอบคลุมผมทั้งตัว ก็สามารถสร้างบรรยากาศน่าหวาดผวาขึ้นมาได้ภายในชั่วอึดใจ

 

         “มีกลิ่นพวกตัวผู้ติดมาแบบนี้...อยากตายมากสินะ”

 

          ผมเม้มปากแน่นยามสดับฟังทุ้มเสียงเจือแววโทสะ แตกต่างจากสีหน้าเย็นชาไร้อารมณ์ของอีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิง ความจริงแล้ว...ถ้าไดร์วูล์ฟเป็นไฟ ผมก็ควรเป็นน้ำ

 

          ทว่าในสถานการณ์แบบนี้ ให้เป็นน้ำคงไม่ไหว!

 

          “เรื่องนั้น...คงไม่สำคัญเท่าคุณเองก็มีกลิ่นน้ำหอมของคนอื่นติดมาหรอกมั้งครับ”

 

          ไร้พิรุธโดยสิ้นเชิง...

 

          ไดร์วูล์ฟไม่แม้แต่จะชะงัก หรือเผยแววตาล่อกแล่กตามประสาคนทำผิดแม้แต่นิด เขาทำให้ผมเริ่มลังเลว่าตัวเองอาจเข้าใจผิดไป ทว่าผมก็ยังไม่วางใจร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างที่เคยบอก คนอย่างไดร์วูล์ฟ...มีใครเข้าใกล้เขาได้ง่าย ๆ เสียที่ไหน

 

          “มึงไม่จำเป็นต้องรู้...”

 

          สุ้มเสียงเฉยชาข้างต้นทำให้อารมณ์ร้อน ๆ หวนกลับคืนมา ผมจ้องมองอีกฝ่ายเขม็ง ก่อนจะยกยิ้มหวานซึ่งไปไม่ถึงดวงตา

 

          “”งั้นเราไปที่ไหน กับใคร คุณก็ไม่จำเป็นต้องรู้...อื้อ!”

 

          คล้ายเห็นดวงตาสีเทาซีดเจือไปด้วยประกายวาวโรจน์ ก่อนอีกฝ่ายจะบดเบียดริมฝีปากลงมาพลางตรึงท้ายทอยกันไม่ให้เบี่ยงหน้าหนี สองมือก็ถูกรวบไว้ด้วยมือหนาเพียงข้างเดียวอย่างแนบแน่น รู้ตัวอีกที...ร่างทั้งร่างก็ถูกอุ้มขึ้นแล้วโดนจับเหวี่ยงไปยังโซฟากลางโถงกว้าง

 

          ตุ้บ!

 

          ต่อให้โซฟานิ่มแค่ไหน แต่ถูกโยนลงมาตรง ๆ แบบนี้...ใครไม่จุกและเจ็บหลัง ผมจะก้มกราบให้ดู!

 

          “เมียจะไปร่านกับชู้...กูก็ไม่จำเป็นต้องรู้?”

 

          ถ้อยคำเสียดสีและหยาบคายของอีกฝ่ายทำเอาผมถึงกับพูดไม่ออก การสาดอารมณ์ใส่กันมันดีแล้วจริง ๆ น่ะหรือ

 

          ผมรู้ว่ามันไม่ดี ทว่าความเจ็บแปลบและอึดอัดในอกกลับล้นทะลักจนต้องระบายออกมา 

 

          “เราไม่ใช่เมียคุณครับ...จะไปกับชู้ก็เรื่องของเรา”

 

         “หึ...ก็กำลังจะเป็นนี่ไง”

 

         แววตาของไดร์วูล์ฟในเสี้ยววินาทีนั้นทำเอาผมเริ่มขนลุกชันขึ้นมา ถ้าไม่ติดตรงกำลังหัวร้อน เดาได้เลยว่าผมคงจะหวาดกลัวเขาน่าดู

 

          “มะ...!”

 

          ยังไม่ทันให้เอ่ยปฏิเสธ เสื้อผ้าบนร่างก็ถูกดึงรั้งและปลดเปลื้องออกอย่างง่ายดาย ผมผวาเฮือก งัดทุกท่วงท่าที่เคยร่ำเรียนมาเพื่อดิ้นรนหนีจากกรงเล็บของชายที่ดุดันราวสัตว์ร้าย

 

ทว่าระหว่างสมาชิกของตระกูลมาเฟียที่ยังไม่ทันได้เติบโตดี กับผู้นำตระกูลที่มีฝีมือเก่งกาจ ก็คงรู้ ๆ กันอยู่ว่าบทสรุปจะออกมาเป็นอย่างไร

 

 

 

...................................

CUT

....................................

 

 

 

 

          ท่ามกลางความมืดภายในห้อง มีเงาร่างหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวด้วยฝีเท้าเบากริบ

 

          ไดร์วูล์ฟอุ้มคนที่อ่อนเพลียจนหลับคาโซฟาขึ้นไปนอนบนเตียงที่ชั้นลอย ก่อนจะห่มผ้าให้อย่างเงียบเชียบ

 

          น่าขัน...ตั้งแต่เกิดมาคนอย่างผู้นำตระกูลวูล์ฟไม่เคยปรนนิบัติใคร แต่กลับต้องมาห่มผ้าให้คน ๆ หนึ่ง

 

          “แต่คุณทำร้ายเราไปแล้ว”

         

         อยู่ ๆ ถ้อยคำตัดพ้อต่อว่าของอีกฝ่ายก็พลันผุดขึ้นมาในหัว ราชาตะวันออกตีสีหน้าเรียบสนิทก่อนจะโน้มตัวลงนอน ไม่วายดึงเอาร่างที่หลับปุ๋ยเข้ามากกกอดตามความเคยชิน ริมฝีปากสีซีดปัดผ่านกระหม่อมหน้าของศีรษะเล็กทุย ก่อนจะปิดเปลือกตาลง 

 

          ก็แค่หวงจนหน้ามืด...

 

          ใครใช้ให้มันพูดจาสุ่มสี่สุ่มห้า ว่าจะไปหาชู้กัน ไม่ฆ่าตายทันทีก็บุญเท่าไหร่แล้ว

 

เสี้ยววินาทีนั้นภายในหัวปรากฏเพียงคำว่า ‘ต้องครอบครอง’ ทั้ง กาย และ ใจ เขาไม่มีวันยกให้ใครอื่น 

 

ถ้าไม่รีบตีตราจอง...จะหายไปหรือเปล่า

 

เหมือนเสื้อตัวแรกที่บิดาซื้อให้ สัตว์เลี้ยงตัวแรก...แม่นมคนแรก

 

ความหึงหวงบดบังใจจนลืมนึกถึงความรู้สึกของคนในอ้อมแขนไป รู้ตัวอีกทีก็ลงมือทำร้ายอย่างเลือดเย็น แม้จะไม่ถึงขั้นสุดท้ายก็ตาม

 

เพราะเพียงสัมผัสหยดน้ำตาของมัน...ก็รู้สึกขุ่นมัวจนทำต่อไม่ลงขึ้นมา

 

ทว่าถ้าไม่ครอบครองในทันที...แล้วต้องรักษาไว้ยังไง?

 

 เป็นคำถามที่ไร้ซึ่งคำตอบ เพราะผู้นำตระกูลวูล์ฟไม่เคยคิดจะรักษาสิ่งใดไว้กับตัวมาเนิ่นนานแล้ว จนกระทั่งเจอเจ้าของรอยยิ้มหวานที่สั่นคลอนจิตใจได้อย่างน่าประหลาด

 

ต่อไปนี้...ถ้าไม่จำเป็น จะไม่ซักไซ้ไล่เรียงอะไรมันอีก

 

ในเมื่อผลลัพธ์ทำให้คนในอ้อมกอดแตกสลาย เขาก็จะใช้ ‘วิธีของตัวเอง’ 

 

ต่อให้จะโดนประณามว่า โหดเหี้ยมราวปีศาจร้าย มากเพียงใดก็ตาม

 

มือหนาคว้าสมาร์ทโฟนมาต่อสายหาอัศวินพ่วงด้วยมือขวาคนสนิทในทันที

 

(ครับนายท่าน) รอไม่นาน ปลายสายก็รับ ราวกับต่อให้ดึกดื่นแค่ไหน...คาเรย์ก็พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งเจ้านายอย่างเขาเสมอ

 

“วันนี้...มันไปเจอใคร” แม้ไม่ต้องเอ่ยชื่อ คนที่ทำงานกับเขามานานก็ย่อมรับรู้ว่าหมายถึงใคร

 

(ช่วงไปทำฉากงานกีฬาสี คุณแสนซ่าส์ได้พูดคุยกับลูกสาวท่านเคาตินที่มีหุ้นส่วนเหมืองแร่กับทางเราครับ...แล้วก็ ไลท์ ลูกชายเจ้าสัวตระกูลเลอมัวว์ครับ)

 

เมื่อได้คำตอบ ม่านตาสีเทาก็พลันหดแคบขึ้น ก่อนมือหนาจะโยนสมาร์ทโฟนลงที่เดิม

 

ไดร์วูล์ฟไม่ได้นึกกังวล หากจะมีใครสักคนหายตัวไปก่อนจบการศึกษา...โดยมีเขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

                     

          ทว่าก่อนมันจะหายไป...คงต้องทำให้เข้าใจว่าการมา ‘ทิ้งกลิ่น’ กับเมียคนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้า จะต้องพบจุดจบอย่างไร

 

 

 

 

 

 

         :: ส่งท้ายคลายเครียด ::

          ไรท์ที่ปลอมตัวเป็นหมอดู : “นายกำลังตกอยู่ในอันตราย เพราะไปทิ้งกลิ่นใส่เมียชาวบ้าน”

          ไลท์ : “ทิ้งกลิ่น?” //ก้มมองบุหรี่ในมือด้วยสีหน้าคับข้องใจ

 

          ไรท์ที่ปลอมตัวเป็นหมอดู : “นายมีดวงว่าจะโดนเท โดนคนรักตีตัวออกห่าง...ว๊าก เค้าเป็นแค่หมอดูตัวเล็ก ๆ เองน้า!”//วิ่งหลบ

          ไดร์วูล์ฟ : “มีอะไรจะสั่งเสียก่อนตายไหม...?” //ตวัดมีด

           

 

 

          Writer talk2

          บรรยากาศช่วงนี้ก็จะทะมึน ๆ หน่อยค่ะ ครึ่งหลังเป็นฉากก้ำกึ่ง rape หากท่านใดคิดว่ารับไม่ไหว ไรท์แนะนำว่าไม่ควรไปตามอ่านฉากที่ตัดออกนะคะ ส่วนท่านใดที่รับไหว ฉากตัดอยู่ที่เดิมค่า แล้วพบกันน้า

ติดตามข่าวสารการอัพเดตนิยายได้ทาง เพจ , ทวิต (จิ้มที่คำว่าเพจหรือทวิตได้เลยค่ะ)

#ซ่อนรักลวงร้าย

รักรีดเดอร์

 

 

 

:: ส่งท้ายคลายเครียด ::

          แสนซ่าส์ : “ม...หมาบ้า!”

          ไดร์วูล์ฟ : “ว่าใครเป็นหมา หืม?” //เลียปาก

          แสนซ่าส์ : “อื้อออ”

          ไลท์ : “ฉันมาทำอะไรที่นี่...”

          ลิซ่า : “พวกเรานี่แหละที่กลายเป็นหมา” //เคี้ยวอาหารหมา

 

 

          Writer talk1

          มาแล้วน้า อาทิตย์นี้มาวันอังคารตามที่แจ้งในเพจกับทวิตนะคะ อาจแต่งแล้วเบลอๆหน่อย เพราะไรท์ง่วงมาก ขออภัยด้วยค่าถ้าอ่านแล้วติดขัด แล้วพบกันน้า

ติดตามข่าวสารการอัพเดตนิยายได้ทาง เพจ , ทวิต (จิ้มที่คำว่าเพจหรือทวิตได้เลยค่ะ)

#ซ่อนรักลวงร้าย

รักรีดเดอร์

 

              

 

 

              

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.664K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8,902 ความคิดเห็น

  1. #8818 baekbow (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 มีนาคม 2564 / 09:29
    เกลียดคำว่า ไม่จำเป็นต้องรู้จัง ในเมื่อตัวเองมีสิทธิ์ถามคนอื่นไม่มีหรือไง ถ้าจะเอาให้เสมอกัน ก็ต้องอย่างที่ซ่าพูดนั่นแหละ ในเมื่อเขาไม่จำเป็นต้องรู้ นายก็ไม่จำเป็นต้องรู้เหมือนกัน เหอะ // แค้นอ่ะ รังแกลูกเรา ซ่าอย่ายอมเขาง่ายๆนะลูก คนแบบนี้ต้องโดนซะบ้าง
    #8,818
    0
  2. #8813 supercutemarklee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 มีนาคม 2564 / 06:20
    จริงๆ rape มันค่อนข้างจะแบบว่า ไม่โอเคหรือเปล่าคะ ㅠ_____ㅠ
    #8,813
    0
  3. #8367 Pop455 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 มีนาคม 2564 / 22:53
    พระเอกเป็นไรมากปะ กะอีแค่สายสิบวิ ประสาทหรอ ถ้าแค่การปรับความเข้าใจหรือคุยกันดีๆ คุณก็ยังทำไม่ได้ ก็อยู่คนเดียวและตายเหงาๆไปเถอะ
    #8,367
    0
  4. #8324 aomamonwan (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 มีนาคม 2564 / 18:02
    รอน๊าาา
    #8,324
    0
  5. #8323 Danwtlese (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 มีนาคม 2564 / 01:52
    ไลท์กะคือ กุผิดำรค้าบบ กุแค่สูบุหนี่เองนะค้าบบบ พ่อหมาป่าคืเกินเบอร์ไปมากจ้าา โกรธไปเลยซ่า โกรธนานๆ ให้พ่อหมาป่าร้องเอ้งไปเลย ฮึ้ยยย
    #8,323
    0
  6. #8322 maimetangka (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:59
    หายไปเลยยย~~~
    #8,322
    0
  7. #8321 InppangDecha (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:17
    รอออออ
    #8,321
    0
  8. #8319 CCINTmp (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:25

    รอน้าาาาาา
    #8,319
    0
  9. #8317 RotsalinBudsri (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:13
    รออออออ
    #8,317
    0
  10. #8313 EEMMAA (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:30
    ทำไมห้ะ ทำไมต้องโกรธน้องทั้งที่ตัวเองก็ไม่อธิบาย โกดมากค่ะ ขอให้น้องทิ้ง แบร่
    #8,313
    0
  11. #8312 K ā M i N ī (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:25
    คือยังไม่กล้าไปอ่าน ร่างกายไม่พร้อมปะทะ แต่ยังสงสัยเรื่องน้ำหอม ทีตัวเองยังหวงน้องได้ แล้วทำไมน้องถึงหวงตัวเองไม่ได้ ปากบอกไม่มีอะไร ทำไมถึงให้คนอื่นทิ้งกลิ่นไว้?
    #8,312
    0
  12. #8311 Arezm (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 00:35
    นี้กลัวตรงกลิ่นน้ำหอมสุดดดด
    #8,311
    0
  13. #8310 BaBa_Oh741 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:11

    ต่อไปนี้ นางน่าจะไม่หึงหน้ามืดแล้ว แต่อาจจะหึงโหดเงียบ สั่งเก็บอย่างเดียว--- ฉันกลัวแกแล้วววววว

    #8,310
    0
  14. #8309 aommy-22 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:22
    เปียกปอนหมอนหนุน..... ฮือ อยากโอ๋อยากปลอบ โอ๋ๆนะลูกนะ แงง
    #8,309
    0
  15. #8308 Master RR (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:38
    เปียกปอนเลยย สงสารน้องงง😭
    แต่แบบก็เข้าใจพ่อหมาป่าแหละว่าหวงมากกกก สุดท้ายก็ยอมน้อง อันนี้ดีย์ ละมุนปนๆให้อภัยนิดนึงก็ได้
    #8,308
    1
    • #8308-1 Master RR(จากตอนที่ 16)
      20 กุมภาพันธ์ 2564 / 16:40
      แต่เรื่องน้ำหอมนี้ยังไงคะ????
      ทีตัวเองมีกลิ่นบ้างล่ะ แล้วความรู้สึกน้องล่ะ!!!!!
      #8308-1
  16. #8307 lamsohappyy (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:04
    เอ้อ เอาซี่พ่อหมาป่าหวงน้อง แต่น้องน่าสงสารจริงฮืออออออ
    #8,307
    0
  17. #8306 ไม่ได้อ้วนแค่ขนฟู (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:54
    อ่านฉากคัตได้ตรงไหนแล้วนะ😂
    #8,306
    0
  18. #8305 Soo Gass (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:36
    แล้วตกลงกลิ่นน้ำหอมใคร555
    #8,305
    0
  19. #8304 iceKritz (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:03
    ทำน้องงง เดี๋ยวจะตี
    #8,304
    0
  20. #8303 มังกรติสท์ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:12
    แงงง สนุกมากกก
    #8,303
    0
  21. #8302 tage.1 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:38
    โมโหอ่ะ ใจร้ายมาก อย่ามาทำลูกชั้นนะไดร์ฟวูฟ!!!!!!! ถ้าทำน้องเจ็บอีกชั้นจาฟาดดดดด //โดนมีดปักก่อนมั้ยหรือยังไงดี55555555555555
    #8,302
    0
  22. #8301 DOTAfiym (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:48
    เพียงแค่มีกลิ่น ฮือ หวงแรง หวงหนัก ถ้าเราเปงผุ้ชายขายไก่ย่าง แล้วไปจีบน้องพ่อจะสงสัยมั้ย ร เราแค่มาขายไก่คั้บ
    #8,301
    0
  23. #8299 tinnasoichit (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:59
    ใจร้ายมากเลยพ่อ แต่ก็อยากให้ได้กัน 555;
    #8,299
    0
  24. #8297 อานาโตมี่_อิอิ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 / 21:48

    ตอนนี้อ่ะเราน้ำตาซึมเลย พ่อใจร้ายจนใจเจ็บ แงงงง แต่ก็เข้าใจว่าหวงน้อง และคลั่งรักอย่างรุนแรง?อ่ะนะ แต่ก็สงสารน้องอ่ะ คงคิดว่าพ่อหมาป่าไม่รักแหงๆเลย เป็นกำลังใจให้ทุกคนเลยงับ รักเรื่องนี้มาก
    #8,297
    0
  25. #8296 multuan98a (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 / 18:24
    อร๊ายยยยๆๆๆ กร้าวใจสุดพ่อหมาป่า
    #8,296
    0