[Yaoi] DON'T HIDE ME ซ่อนรัก ลวงร้าย

ตอนที่ 15 : Ep.15::สุดท้ายแล้วคนล่อลวงดันติดกับเสียเอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 58,421
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,629 ครั้ง
    17 ม.ค. 64

 

Ep.15

:: สุดท้ายแล้วคนล่อลวงดันติดกับเสียเอง ::

 

 

 

          กว่าจะเดินมาถึงหอพัก ท้องฟ้าก็มืดลงจนเห็นทัศนียภาพรอบด้านเป็นภาพสลัว ผมที่ไม่รู้ว่าคนข้างตัวอารมณ์ดีขึ้นหรือยังจึงทำได้เพียงชำเลืองมองอีกฝ่ายเป็นระยะ ไดร์วูล์ฟยังไม่ปล่อยมือออกจากเอว...อีกทั้งยังนิ่งเงียบไม่พูดคุยเฉกเช่นยามปกติ

 

          รอบด้านล้วนไร้ผู้คน...บ่งบอกว่าผมทำงานในหอสมุดกับเคลวินจนดึกดื่นเกินไปจริงๆ

 

          “คุณ...จะโอบเอวเราไปจนถึงเมื่อไหร่ครับ”

 

          “ไม่ชอบ...?” สุ้มเสียงทุ้มเย็นย้อนถามด้วยท่าทีไร้อารมณ์ ผมชะงักไปเล็กน้อย ชั่งใจครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้าไปมาในที่สุด

 

          “ความจริง...เราก็ชอบ”

 

          ฉับพลันที่ประโยคยอมรับอย่างไร้ยางอายหลุดลอดออกจากริมฝีปาก ดวงตาสีเทาซีดก็หลุบลงมองอย่างไม่เชื่อสายตา คล้ายมีประกายล้ำลึกพาดผ่านดวงตาดุดันเสี้ยววินาทีหนึ่ง...เป็นวินาทีสั้นๆ ซึ่งทำเอาขนคอลุกชัน

 

          “เดี๋ยวครับ! ลิฟต์เราอยู่อีกทาง...”

 

          จะร้องห้ามก็ไม่ทันแล้ว ไดร์วูล์ฟลากผมขึ้นลิฟต์ของราชามาเรียบร้อย ไอ้บ้าเอ๊ย! มันใช่เรื่องไหมเนี่ย สุดท้ายผมก็ตกกระไดพลอยโจนเข้ามาอยู่ในห้องของราชาอย่างงงๆ

 

          เป็นเพียงสามัญชนแท้ๆ แบบนี้กฎของหอจะศักดิ์สิทธิ์ได้ยังไง ถูกไดร์วูล์ฟทำลายเหยียบขยี้จนเละเทะหมดแล้ว!

 

          “คุณพาเรามาที่นี่ทำไมครับ มันเป็นการทำลายกฎ...”

 

          “กูคือกฎ...”

 

          โอเค สั้นๆ ได้ใจความ ไอ้สัด...เอาแต่ใจเกินไปม้ายย ผมนี่แทบอยากจะยกมือทึ้งหัวตัวเองด้วยความอับจนปัญญาจะต่อกร(เถียง)ด้วย 

 

 

          “เรื่องของคุณเถอะครับ เราจะกลับห้อง...”

 

          ปัง!

 

          ผมสะดุ้งตกใจอย่างฉับพลัน เปล่าหรอก ไม่ใช่เสียงปืน! แต่เป็นเสียงปิดประตูกะทันหันต่างหาก เพียงแค่เงื้อมือเปิดประตูเตรียมชิ่งเล็กน้อย ร่างสูงก็ตามมาประกบหลังกันเสียได้ แถมยังนิสัยไม่ดีดันประตูให้ปิดต่อหน้าต่อตาผมอีก

 

          ขวัญหายไปจะทำยังไง! แต่ตอนนี้คงไม่มีอะไรน่ากลัวเท่าท่าทีของอีกฝ่ายแล้วล่ะมั้ง เหอๆ

 

          “มันเป็นใคร...”

 

          สุ้มเสียงทุ้มเย็นกระซิบชิดริมหูพร้อมลมหายใจอุ่นร้อนซึ่งรินรดท้ายทอย ผมหันไปเผชิญหน้าคนด้านหลังดีๆ ก่อนจะขมวดคิ้วงุนงงเล็กน้อย 

 

          “คุณหมายถึงเคลวินหรอครับ เขาเป็นเพื่อนใหม่เราเอง”

 

          “สนิทกันแล้ว...?” ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า คล้ายน้ำเสียงของไดร์วูล์ฟจะแฝงไปด้วยความคุกคามไม่น้อย ไหนจะดวงตาซึ่งฉายแววเย็นยะเยือกเสี้ยววินาทีหนึ่งอีก 

 

          “ก็ไม่ได้สนิทมากหรอกครับ เพิ่งรู้จักกันวันนี้...เราต้องทำรายงานคู่กับเขาน่ะ”

 

          ไดร์วูล์ฟจ้องมองมาเนิ่นนานเสียจนผมเริ่มเกร็ง อารมณ์เหมือนตัวเองเป็นเด็กเกเรที่ทำความผิดและกำลังถูกครูฝ่ายปกครองไต่สวนอย่างไรอย่างนั้น

 

          “คุณไม่พอใจที่เราเป็นเพื่อนกับเคลวินหรอครับ”

 

ผมเอ่ยถามพลางเอียงคอด้วยความสงสัย ไดร์วูล์ฟไม่โต้ตอบอะไรกลับมา ทว่ามือซึ่งค้ำยันประตูอยู่แต่เดิมกลับเคลื่อนมาสัมผัสบริเวณท้ายทอยกันอย่างเชื่องช้า... ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนกระดูกต้นคอผ่านผิวเนื้อ สร้างความรู้สึกขนลุกชันทั่วสรรพางค์กาย

 

“มึงจะเป็นเพื่อนกับใคร...ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับกู”

 

อ้อ...ครับ ถ้าไม่เกี่ยวก็เลิกทำหน้าตาน่ากลัวสักทีสิเว้ย! คนมองมันขนลุกนะเฮ้ย

 

“แต่อย่าใกล้ชิดให้มันมากนัก...”

 

ไม่รู้ทำไมอยู่ๆ ผมก็รู้สึกคล้ายตัวเองกำลังถูกข่มขู่ขึ้นมา ไดร์วูล์ฟเอ่ยถึงเรื่องนี้ด้วยบรรยากาศสงบร่มเย็นแตกต่างจากแววตาแข็งกร้าวประหนึ่งว่าหากผมผิดคำพูดเมื่อไหร่...เขาก็จะบดขยี้กันเมื่อนั้น

 

ไดร์วูล์ฟบอกว่าผมจะเป็นเพื่อนกับใคร ก็ไม่เกี่ยวกับเขา

 

แต่ดันห้ามใกล้ชิดกับเคลวิน...แล้วผมจะเป็นเพื่อนกับเคลวินต่อไปได้ยังไงกันเล่า! แม่งโคตรย้อนแย้ง ฮือ แสนซ่าส์ล่ะปวดหัว!

 

“โอเค เราเข้าใจแล้ว งั้นมีเรื่องจะพูดคุยแค่นี้ใช่ไหมครับ เราจะได้กลับห้อง”

 

ผมยกยิ้มเนือยๆ ตั้งใจจะโบกมือลา ทว่าดันถูกคว้ามือไว้แล้วกระชากเข้าไปในห้องครัวเสียก่อน  พออ้าปากเตรียมโวยวาย หางตาก็เหลือบไปเห็นร่างของคาเรย์แว้บๆ 

 

เอ๊ะ ไดร์วูล์ฟซุกชู้ไว้ในห้อง? ถ้าไม่ติดว่าคาเรย์เป็นอัศวินซึ่งเข้าออกห้องของราชาได้ตามปกติล่ะก็...ผมจะคิดว่าเขาเป็นชู้กับแฟนผมแล้วนะ!

 

อา...พูดคำว่า ‘แฟน’ ได้อย่างไม่กระดากปากเลยแหะ ภูมิใจในตัวเองจริงๆ สิพับผ่า แต่ช่างเรื่องนั้นก่อน เพราะผมเห็นคาเรย์กำลังทยอยเสิร์ฟอาหารขึ้นโต๊ะแล้ว นอกจากเป็นบอดี้การ์ดยังทำหน้าที่พ่อบ้านอีกงั้นหรอ สารพัดประโยชน์จริงๆ แสนซ่าส์ขอคารวะ

 

“เตรียมอาหารเรียบร้อยแล้วครับ” คาเรย์เอ่ยบอกผู้เป็นนายด้วยท่าทีนอบน้อม 

 

ไดร์วูล์ฟเหลือบมองลูกน้องผู้ภักดีทางหางตาจังหวะหนึ่ง ก่อนจะส่งสายตาให้ผมเข้าไปนั่งประจำที่ แหม...ไอ้เราก็อยากเล่นตัวเดินออกจากห้องอยู่หรอก แต่ติดตรงพอได้กลิ่นอาหารขึ้นมาท้องก็ดันร้องเนี่ยสิ

 

“อาหารไทย...?” 

 

          พอเหลือบตามองอาหารดีๆ ผมก็ต้องชะงัก มีทั้งต้มยำกุ้ง ปลากะพงนึ่งมะนาว ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ แกงเขียวหวานไก่ ต้มข่าไก่...เอ่อ เดี๋ยวก่อนนะ ตั้งแต่รู้จักกันมาผมไม่เคยเห็นไดร์วูล์ฟกินอาหารไทยสักครั้งเลย ขนาดผมทำผัดกะเพราไปให้เขายังไม่กิน

 

          ประเด็นคืออาหารบนโต๊ะนี่ของชอบผมทั้งนั้น แต่อาจเป็นเรื่องบังเอิญ...อย่างไดร์วูล์ฟน่ะหรอจะมีอารมณ์ตามสืบประวัติผมแล้วทำอะไรแบบนี้ให้ แค่คิดก็ขนลุก! เขาไม่ได้ว่างงานขนาดนั้นหรอกเชื่อผมสิ

 

          คาเรย์เดินหายลับไปเงียบๆ พร้อมเสียงประตูที่ปิดลง ผมจึงเอ่ยขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

 

          “ถ้าจะชวนเรากินข้าว บอกดีๆ ก็ได้ครับ” 

 

ยอมโดนลากมาตั้งแต่หน้าประตู ถ้าเป็นเรื่องของกินล่ะก็...

 

“คุณเคยกินอาหารพวกนี้ด้วยหรอครับ”

 

“ไม่...”

 

ผมเกือบหลุดอุทานว่าอ้าว แต่ไดร์วูล์ฟดันตัดบทด้วยประโยคขวานผ่าซากเสียก่อน

 

“อยากกินก็กิน...”

 

เอิ่ม...โอเคเลย เอาที่ผู้นำตระกูลผู้ร่ำรวยล้นฟ้าอย่างคุณสบายใจ!

 

          “งืม อร่อยมาก! คาเรย์ทำเองหรอครับ”

 

          ผมชิมไปชมไป ทว่าไดร์วูล์ฟกลับมองมาเงียบๆ ไม่มีท่าทีจะตักอาหารขึ้นกินแม้แต่น้อย

 

          “เชฟทำ...” ไดร์วูล์ฟคงจะหมายถึงเชฟในโรงอาหาร เป็นราชาของหอก็มีอภิสิทธิ์จ้างเชฟทำนอกเวลางานล่ะนะ ชักอิจฉาขึ้นมานิดๆ แล้วแหะ

 

          ตอนแรกคิดว่าคาเรย์เป็นคนทำซะอีก ผมคงเลอะเลือนไปที่คิดว่าบอดี้การ์ดจะมีอารมณ์สุนทรียะมาทำอาหารแบบนี้ได้

 

          “คุณไม่กินหรอครับ”

 

          เอ่ยถามพลางตักต้มยำกุ้งไปให้อีกฝ่ายตัวโตๆ ทว่าไดร์วูล์ฟกลับปรายตามองอาหารชั่วครู่หนึ่ง และไม่มีท่าทีจะกินข้าวแม้แต่นิด

 

          “คุณไม่ชอบอาหารไทยหรอครับ” ผมเริ่มเคี้ยวช้าลง พินิจพิจารณาอีกฝ่ายไม่นานก็พลันเริ่มรู้สึกไม่ดีขึ้นมา

 

          จะให้ผมกินต่อฝ่ายเดียวก็ยังไงอยู่ ขณะตั้งท่าจะวางช้อนลง พ่อหมาป่าก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเสียก่อน

 

          “เปล่า...”

 

          ไม่รู้ทำไม...ยามทอดสายตามองอาหารตรงหน้า คลับคล้ายคลับคลาว่าบรรยากาศรอบด้านจะน่าสะพรึงกลัวขึ้นอีกระดับ ราวกับไดร์วูล์ฟกำลังดำดิ่งอยู่ในห้วงภวังค์ความคิดบางอย่างที่ค่อนข้างเลวร้าย ทว่าเพียงมือหนาตักข้าวสวยหอมๆ ผสมน้ำต้มยำกุ้งเข้มข้นขึ้นมา...บรรยากาศกดดันหนักหน่วงเมื่อชั่วครู่ก็พลันบรรเทาลงอย่างน่าประหลาด

 

           “อา...งั้นหรอครับ เราว่าต้มยำกุ้งอร่อยมากนะครับ เป็นอาหารขึ้นชื่อของไทยเลยนะ ถ้าไม่กินคงเสียดายแย่” ผมเลิกสนใจท่าทีที่แปลกไปของพ่อหมาป่า ก่อนจะหันมาเชียร์อาหารโปรดตัวเองแทน 

 

          ไดร์วูล์ฟตักอาหารเข้าปากในที่สุด ทว่าเพียงคำเดียวอีกฝ่ายก็วางช้อนลง ดื่มน้ำตามอึกใหญ่แล้วผุดลุกออกไปจากห้องครัว ทิ้งให้ผมมองตามตาปริบๆ พร้อมบรรดาอาหารที่ยังพร่องลงไม่ถึงครึ่ง

 

          ผมชะโงกหน้าออกไปมองดูลาดเลา ก็เห็นอีกฝ่ายนอนแผ่อยู่บนโซฟา แขนข้างหนึ่งเกยหน้าผาก...เปลือกตาปิดลงคล้ายจมสู่ห้วงนิทราไปแล้ว

 

เพราะตัวสูงค่อนข้างมาก ขาของเขาจึงยาวเลยโซฟาออกมาไม่น้อย ทว่ากลับไม่ได้ลดทอนออร่าดูดีราวกับนายแบบแม้แต่นิด

 

ผมหันกลับไปมองอาหารบนโต๊ะต่อ ครุ่นคิดไม่นานก็ได้ข้อสรุป...ไดร์วูล์ฟกินเผ็ดไม่ได้

 

ต้องใช่แน่ๆ! แต่แกงเขียวหวานไก่กับต้มข่าไก่ก็ไม่ได้เผ็ดมากนี่นา ไม่สิ ผมไม่ควรเอาความเผ็ดของตัวเองไปเป็นบรรทัดฐานของคนอื่น ตั้งแต่เย็นผมยังไม่ได้กินอะไรยังหิวมาก ไดร์วูล์ฟก็คงหิวเช่นกัน แต่เขาดันสั่งอาหารมาแต่ของที่ตัวเองกินไม่ได้ซะอย่างนั้น

 

 ไม่รู้ผีเข้าสิงหรืออะไร สุดท้ายผมก็เดินไปเจียวไข่มาฟองหนึ่ง ก่อนจะวางโป๊ะลงบนข้าวสวย ตกแต่งด้วยผักชี แล้วนำไปวางบนโต๊ะด้านหน้าโซฟาที่พ่อหมาป่านอนอยู่

 

“ไดร์วูล์ฟ ลุกขึ้นมากินข้าวก่อนครับ”

 

ดวงตาสีเทาซีดเปิดปรือเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาหันมองที่มาของกลิ่นหอม ก่อนจะขมวดคิ้วอย่างเฉยชา

 

“เอาออกไป...”

 

“อันนี้ไม่เผ็ด ถ้าคุณไม่กินจะปวดท้องเอานะครับ เสี่ยงเป็นโรคกระเพาะ...”

 

“กูไม่กิน...”

 

โว้ย! นี่ผมกำลังคุยกับเด็กมีปัญหาอยู่หรือเปล่า ด้วยความโมโห ผมถึงกับปีนขึ้นไปนั่งคร่อมทับอีกฝ่ายอย่างกดดัน ไดร์วูล์ฟชะงักไปเล็กน้อย กล้ามเนื้อหน้าท้องใต้ร่มผ้าแข็งเกร็งขึ้นมาจังหวะหนึ่ง ทว่าผมไม่ได้สนใจมากนัก เพราะกำลังจ้องอีกฝ่ายตาเขียวปั๊ดอยู่

 

“จะกินไม่กิน ถ้าไม่กินเราจะกลับแล้วนะครับ”

 

บอกเลยว่าคงไม่มีใครกล้าพูดจาห้วนๆ กับผู้นำตระกูลวูล์ฟเฉกเช่นนี้ ผมมั่นใจว่าตัวเองต้องเป็นคนแรกแน่ๆ แถมยังขู่ฟ่ออย่างไม่เกรงกลัวอาญาอีก พับผ่าเถอะ! หวังว่าหัวคงไม่หลุดออกจากบ่าในเร็ววัน

 

ดวงตาสีเทาซีดคล้ายเปล่งประกายอ่านยากเสี้ยววินาทีหนึ่ง ก่อนมือหนาจะกระชากรั้งแขนผมให้หล่นทับร่างเขาดังตุ๊บ 

 

“อ๊ะ!”

 

ผมพลันอ้าปากกว้างหลุดเสียงร้อง จังหวะนั้นริมฝีปากสีซีดก็ประกบจูบเข้ามาอย่างไม่ทันให้ได้ตั้งตัว ไดร์วูล์ฟใช้มือหนึ่งล็อกท้ายทอยกันไว้...ในขณะที่อีกมือโอบเอวผ่านแผ่นหลังบาง ตรึงร่างอย่างแนบแน่นจนไม่อาจขยับหลบหลีกได้

 

“แฮ่ก...อื้อ!”

 

รู้ตัวอีกทีผมก็นอนหมดแรงอยู่บนร่างกำยำ พอเงยดวงตาเจือความโมโหขึ้นมองอีกฝ่าย ก็ดันโดนแทะโลมริมฝีปากจนเจ่อบวมหนักกว่าเดิม

 

คนผีทะเล!

 

ไดร์วูล์ฟทำตัวราวกับหมาป่าที่กำลังตะครุบเหยื่อ เขาโอบกอดกันเสียแนบแน่น ไม่ปล่อยให้ผมหลบหนีได้ง่ายๆ อีกทั้งยังทำให้สมองผมปั่นป่วนไปหมด

 

ผมโดนจับจูบไปกี่ครั้งไม่อาจนับได้ รู้ตัวอีกทีไดร์วูล์ฟก็ลุกขึ้นนั่งบนโซฟาพลางเสยผมลวกๆ โดยที่ผมยังคงนั่งคร่อมทับอยู่บนร่าง โชคดีที่อีกฝ่ายยอมปล่อยตัวกันยามดิ้นรนหนีไปนั่งโซฟาด้านข้าง

 

พอตั้งสติได้ผมก็มองไดร์วูล์ฟกินข้าวไข่เจียวไปเงียบๆ ส่วนเรื่องที่เขากินเผ็ดไม่ได้...ผมไม่คิดจะเอามาล้ออยู่แล้ว เพียงแต่คาดไม่ถึงก็เท่านั้น

 

นั่งกระอักกระอวนได้ไม่นานผมก็กลับไปเก็บกับข้าวที่เหลือ และนำจานชามใส่เครื่องล้างจาน พอออกมาก็ดันเจอร่างสูงกำยำยืนพิงกรอบประตูขวางทางไว้ ไดร์วูล์ฟเหม่อมองทัศนียภาพนอกระเบียงห้อง...ต้นไม้กำลังเอนไหวไปมาคล้ายมีลมพายุ

 

“นอนนี่ซะ...”

 

“ห๊ะ?” เพียงหลุดอุทานไปคำเดียว อีกฝ่ายก็มองมาเขม็ง 

 

“จะไม่นอน...?”

 

ท่าทีของพ่อหมาป่าไม่ได้ดูกดดันหรือข่มขู่แต่อย่างใด ราวกับถามขึ้นมาลอยๆ ให้ผมได้ตัดสินใจ ทว่าดูจากสายตาแล้ว...ไม่ต่างอะไรกับการคุกคามกันแม้แต่นิด!

 

“เรา...นอนก็ได้ครับ แต่คุณต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่ทำอะไร” 

 

ผมเผลอเม้มริมฝีปากอย่างนึกประหม่า ใจหนึ่งอยากสัมผัสบรรยากาศคนเป็นแฟนกัน ทว่าอีกใจก็กลัวโดนจับกิน และคล้ายไดร์วูล์ฟจะล่วงรู้ ดวงตาสีเทาซีดจึงฉายประกายอ่านยากซึ่งทำเอาคนโดนมองรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมา

 

“ทำอะไร...?”

 

เอ่ยถามอย่างเดียวไม่พอ ยังยืดตัวยืนเต็มความสูงแล้วย่างก้าวเข้ามาประชิดร่างผมอีกต่างหาก เล่นเอาผงะถอยแทบไม่ทัน

 

“ค...คุณเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ถ้าแกล้งเราไปมากกว่านี้ล่ะก็...จะไม่นอนด้วยแล้วนะครับ!”

 

ผมหลับหูหลับตาพูดไปหน้าแดงไป  สุดท้ายไดร์วูล์ฟก็เป็นฝ่ายถอยห่าง ดวงตาสีเทาซีดฉายแววพึงพอใจลึกๆ ก่อนจะเดินนำผมขึ้นไปยังชั้นลอยด้านบนของห้อง

 

เพราะไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามา ผมเลยใส่ชุดของไดร์วูล์ฟไปก่อน เสื้อนอนของเขาใหญ่กว่าผมตั้งสองไซส์ ยิ่งกางเกงนี่ไม่ต้องพูดถึง คงยาวลากพื้น ดังนั้นผมเลยใส่แค่เสื้อกับบ๊อกเซอร์ใหม่แกะกล่องของพ่อหมาป่า สภาพก็แบบเด็กแอบเอาเสื้อผู้ใหญ่มาใส่นั่นแหละ

 

หลังอาบน้ำแล้วแต่งชุดนี้ ไดร์วูล์ฟก็กวาดตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าหนึ่งรอบ ไม่ได้จดจ้องมองตรงไหนเป็นพิเศษทว่ากลับทำให้ขนลุกชันไปทั้งร่าง รู้สึกราวกับตัวเองเป็นเหยื่อที่กำลังจะเข้าปากเสือก็ไม่ปาน

 

ยิ่งดึกก็ยิ่งง่วง แม้ผมจะตื่นเต้นที่ได้นอนเตียงเดียวกับไดร์วูล์ฟ ทว่ากลับข่มกลั้นความง่วงไม่ไหวจนหลับก่อนเขาไปในที่สุด

 

 

ท่ามกลางความมืดมิดซึ่งมีเพียงแสงสลัวจากดวงจันทร์ส่องลอดผ้าม่านเข้ามา ร่างโปร่งบางร่างหนึ่งกำลังขยับเข้าไปซุกซบอกของคนด้านข้างอย่างไม่รู้ตัว

 

ไดร์วูล์ฟปรายหางตามองเจ้าของกลิ่นกายหอมกรุ่นครู่หนึ่ง ริมฝีปากซึ่งเคยแดงระเรื่อบัดนี้กลับซีดเซียว บ่งบอกว่าคนหลับคงรู้สึกหนาวไม่น้อย ไหนจะซุกเบียดเข้าหาเขาอย่างไม่รู้ตัวอีก 

 

สุดท้ายร่างสูงกำยำก็นอนตะแคงข้างก่อนจะตวัดเอวบางเข้าหาตัว กลุ่มผมนุ่มคลอเคลียปลายจมูกโด่งสร้างความรู้สึกวาบหวามจนส่วนกลางกายเกือบแข็งตัว ทว่ากลับต้องกดข่มมันไว้อย่างที่ไม่เคยทำ คนอย่างผู้นำตระกูลวูล์ฟซึ่งไม่เคยเห็นใจและเมตตาใคร...มีหรือจะปล่อยให้เหยื่อนอนสบายบนเตียงได้ง่ายๆ

 

ทว่าเพียงเพราะดวงตาหวาดกลัวลึกๆ เขาจึงยอมปล่อยเหยื่อตัวนี้ไป

 

ราชาตะวันออกหวนนึกถึงความทรงจำหนึ่งซึ่งตกตะกอนอยู่ภายในใจมาเนิ่นนาน และวันนี้มันได้ถูกก่อกวนจนขุ่น...

 

“ฮ่าๆๆ น้องชาย นี่อาหารประเทศแม่นายไง กินเข้าไปสิ”

“คิดถึงแม่ไม่ใช่หรือไง ไอ้ลูกไม่มีแม่”

 

“แค่กๆๆ ผมเผ็ด อย่า...”

 

“ร้องให้ตายท่านพ่อก็ไม่สนใจเด็กนอกคอกอย่างแกหรอก”

“แม่ฉันบอกว่าไอ้นี่มันเป็นลูกนอกคอกตระกูลของเรา มันไม่เหมาะจะเป็นน้องเราด้วยซ้ำ”

“เกิดมาทำไมก็ไม่รู้ เป็นความอับอายของตระกูลจริงๆ”

 

 

เด็กสี่ขวบที่ถูกยัดพริกและน้ำต้มยำกุ้งเข้าปากจนไอโคลกต่อหน้าบรรดาพี่น้อง และพ่อที่เมินเฉยได้ตายจากไปนานแล้ว 

 

เหลือทิ้งไว้เพียงผู้นำตระกูลวูล์ฟคนปัจจุบันซึ่งเหี้ยมโหดเสียจนล้างบางวงศาคณาญาติไปเกือบหมด คนที่เหลือในตระกูลล้วนหวาดกลัวเขาจนหัวหด...ไม่กล้าแม้แต่จะคิดแข็งข้อ

 

ไดร์วูล์ฟปิดเปลือกตาลง มือก็ลูบไล้แผ่นหลังบางไปเรื่อย...วันนี้เขาให้คาเรย์ไปจัดการจ้างเชฟทำอาหารไทยที่คนในอ้อมกอดชอบมา จะได้ล่อลวงอีกฝ่ายให้ติดกับและตกเป็นของเขาง่ายๆ 

 

เขาก็เพิ่งรู้ว่าหนึ่งในนั้นมีต้มยำกุ้ง อาหารที่เกลียดเสียจนแค่เห็นก็คลื่นไส้ เป็นเมนูที่ทำให้ไม่อยากลิ้มรสความเผ็ดและรับรู้ถึงความอ่อนแอในวัยเยาว์

 

และเพราะไม่อยากให้ใครอีกคนล่วงรู้จุดอ่อนนี้ เลยฝืนกินไปคำหนึ่ง สุดท้ายความโกรธในวัยเด็กก็ปะทุจนยากจะกดข่มเลยต้องมานอนบนโซฟาเงียบๆ เพื่อสงบสติอารมณ์

 

ใครจะคาดคิดว่ากลับโดนปลุกขึ้นมาให้กินไข่เจียวจานหนึ่ง...

 

ถ้าตัวเองในวัยเด็กได้รับไข่เจียวสักจาน หลังถูกจับกรอกต้มยำกุ้งเกือบทั้งชามจนแสบท้องไปหมด...มันจะดีแค่ไหนกัน

 

แววตาซึ่งเจือไปด้วยความเป็นห่วงของคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวว่ากำลังจะถูกจับกิน ทำให้เขาตัดสินใจปล่อยเจ้าตัวไปอีกสักพัก

 

ไม่อยากให้ใครได้เห็น...แม้แต่นิด

 

ดวงตางดงามที่ทอประกายร่าเริง เขินอาย เป็นห่วง...หรือกระทั่งโกรธเคือง

 

ทั้งหมดของแสนซ่าส์...เป็นของเขา 

 

และหากใครหาญกล้ามาพรากไป...

 

คิดมาถึงตรงนี้ เปลือกตาก็เปิดขึ้นเผยให้เห็นดวงตาสีเทาซีดซึ่งทอประกายอำมหิตอย่างไม่ปกปิด  แขนกำยำขยับรัดเอวบางแนบแน่นอย่างไม่รู้ตัว พร้อมถ้อยคำประกาศิตซึ่งวนเวียนอยู่ในหัว

 

มันจะไม่ได้ตายดี...

 

 

 

 

Loading 70%

 

 

 

วันต่อมา

 

“เคลวิน เรื่องรายงานเราส่งไฟล์ให้อาจารย์แล้วนะครับ” 

 

ผมเอ่ยบอกพลางยกยิ้มร่าเริงเฉกเช่นยามปกติ ทว่าเคลวินกลับนั่งเท้าคางและจ้องมองมานิ่งงัน ดวงตาเฉยชาฉายแววอ่านยากเสียจนผมเริ่มรู้สึกกระอักกระอวนขึ้นมา

 

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

 

เผลอเอียงคอถาม เมื่ออีกฝ่ายหลุบตามองบริเวณซอกคอของผมเนิ่นนานกว่าปกติ ทว่ายังไม่ทันให้ได้ระแคะระคาย ดวงตาคมดุก็เคลื่อนกลับมาสบมองกันเสียก่อน

 

“เปล่า...”

 

“อา งั้นหรอครับ” เป็นคนที่แปลกดีจริงๆ

 

“กับไดร์วูล์ฟ...คบกันอยู่?”

 

อยู่ๆ เคลวินก็ถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย โชคดีที่คนทั้งห้องมัวแต่พูดคุยเรื่องงานกีฬาสีที่ใกล้จะถึงนี้กัน เลยไม่ได้สนใจฟังมากนัก ไม่อย่างนั้นคงมีข่าวลือแปลกๆ หลุดลอดออกไปแหงๆ

 

“จะคบหรือไม่คบ...ผมต้องบอกคุณหรอครับ”

 

แทนที่จะสะดุ้งเผยพิรุธ ผมกลับยกยิ้มซึ่งไปไม่ถึงดวงตาให้อีกฝ่ายแทน เคลวินเห็นฉากจูบของผมกับไดร์วูล์ฟแล้ว ไม่แปลกที่เขาจะนึกสงสัย แต่ไม่คิดเลยว่าจะกล้าถามผมตรงๆ แบบนี้

 

ใบหน้าหล่อเหลาหันมองผมเนิ่นนานคล้ายกำลังพิจารณาสินค้าบางอย่าง ก่อนจะเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีไปมองเพื่อนร่วมห้องคนอื่นๆ แทน

 

“ไร้เดียงสาจริงนะ...”

 

ห๊ะ? เคลวินมันกำลังพูดลอยๆ หรือพูดถึงผมอยู่กันแน่

 

“หมอนั่นน่ะ...มึงคุมมันไม่อยู่หรอก”  

 

“....!”

 

“ก็เหมือนกับจับสัตว์ป่าสักตัวมาใส่กรงขังนั่นแหละ มันไม่มีวันเชื่อง...”

 

“นี่คุณ...”

 

“และจะแว้งกัดเจ้าของในสักวัน”

 

ผมไม่ได้โง่ถึงขนาดไม่รู้ว่าเคลวินกำลังเปรียบเทียบไดร์วูล์ฟว่าเป็นสัตว์ป่าตัวหนึ่งอยู่ แต่ที่ไม่เข้าใจคือเขาจะมาบอกผมทำไม อีกอย่าง...เคลวินรู้จักกับไดร์วูล์ฟมาก่อนงั้นหรอ

 

“ทำไมต้องพูดว่าร้ายเขาด้วยครับ”

 

“ก็แค่พูดความจริง...ถ้าไม่ใช่มึง กูไม่เตือนหรอกนะ”

 

ผมชักเริ่มโมโหขึ้นมานิดๆ แล้ว เคลวินคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน ถึงไปตัดสินไดร์วูล์ฟเองแบบนั้น ผมไม่รู้หรอกนะว่าเขาเคยรู้จักไดร์วูล์ฟมาก่อนหรือเปล่า แต่ผมไม่ชอบใจเลยที่เขาพูดเหมือนไดร์วูล์ฟดูแย่ไปหมด

 

“ขอบคุณในความหวังดี แต่เราไม่ต้องการครับ”

 

เคลวินถอนหายใจแผ่วเบา เขาตวัดตามองผมครู่หนึ่ง ก่อนจะเหลือบตามองตรงไปด้านหน้าอีกครั้ง ไม่นานนักก็เอื้อนเอ่ยอย่างเชื่องช้า

 

“มึงคิดว่า...คนที่ขึ้นเป็นผู้นำตระกูลได้ด้วยอายุแค่นี้ ต้องเป็นคนแบบไหน”

 

“....” เพราะไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย ประจวบกับต้องการเก็บข้อมูลว่าเคลวินจะมาดีหรือมาร้าย ผมเลยนิ่งเงียบไว้ก่อน

 

“มึงคบกับมันได้ไม่นานหรอก...”

 

รู้สึกตัวอีกที เคลวินก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ดวงตาเย็นชาเผยประกายลึกล้ำเสียจนผมชะงักตัวแข็งทื่อ สัญชาตญาณบางอย่างเริ่มกู่ร้องให้ถอยห่างอีกฝ่ายไปไกลๆ 

 

“นอกจากจะละทิ้งทุกสิ่ง...”

 

“ถ้าคุณยังเข้ามาใกล้ เราจะไม่เกรงใจแล้วนะครับ”

 

เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ ก่อนจะจ้องตากลับอย่างไม่ยอมอ่อนข้อให้ เคลวินเองก็จ้องมองผมอยู่นาน ท่ามกลางบรรยากาศอึดอัด...สุดท้ายอีกฝ่ายก็เริ่มเผยรอยยิ้มมุมปากอันหาได้ยากยิ่ง ก่อนจะเป็นฝ่ายผละออกห่างผมเสียแทน

 

“สมกับเป็นดอกไม้ตะวันออก...”

 

คนด้านข้างพึมพำอะไรสักอย่าง แผ่วเบาเสียจนผมต้องหรี่ตามอง อยากจะพูดอะไรก็พูดไปเถอะ ผมตัดสินใจแล้วว่าจะไม่นับเคลวินเป็นเพื่อนใหม่เด็ดขาด เขาทำผมไม่สบอารมณ์มากวันนี้ กล้าดียังไงมาว่าแฟนผมเสียๆ หายๆ !

 

ทั้งคาบเรียน ผมกับเคลวินต่างนั่งเงียบใส่กัน จนกระทั่งถึงเวลาเลิกคลาส...นักเรียนก็ทยอยออกจากห้อง ทว่าน่าแปลกที่เมื่อก้าวขาออกจากประตู ทุกผู้คนต่างชะงักและหุบปากเงียบกันเสียหมด ผู้หญิงบางคนก็หน้าแดงระเรื่อตาลอยคว้าง ราวกับพบเจอใครบางคนที่ทำให้สติหลุดอย่างไรอย่างนั้น

 

ผมก้มหน้าเก็บข้าวของ ก่อนจะหิ้วกระเป๋าออกจากห้องเฉกเช่นยามปกติ ทว่าที่ไม่ปกติคือร่างสูงสง่าตรงหน้าต่างหาก...

 

ไดร์วูล์ฟมาทำอะไรที่นี่? กูว่าล่ะ ไม่แปลกใจเลยที่ทุกคนทำตัวผิดปกติกันไปหมด!

 

ขนาดยืนนิ่งๆ ยังหล่อเหลาราวกับไม่ใช่มนุษย์ ฮือ แม่งเกินหน้าเกินตาจริงๆ ว่ะ แฟนใครก็ไม่รู้

 

 “แสนซ่าส์...”

 

สุ้มเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากทางเบื้องหลัง เคลวินคว้าไหล่ผมไว้ จนต้องหันไปมองอีกฝ่ายอย่างช่วยไม่ได้

 

“ลืมปากกา...” 

 

ปากกาสีส้มแท่งโปรดถูกยื่นมาตรงหน้า ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะคลายออกเมื่อนึกขึ้นได้ว่าลืมเก็บจริงๆ เพราะมัวแต่คิดเรื่องไม่เป็นเรื่องตลอดทั้งคาบเรียน ให้ตายเถอะ

 

พรึ่บ!

 

ยังไม่ทันได้เอื้อมมือรับของคืน แขนก็ถูกกระชากรั้งไปทางร่างสูงที่ยืนนิ่งเป็นยักษ์ปักหลั่นอยู่ตรงหน้า ไดร์วูล์ฟปรายตามองมือข้างที่เคลวินใช้จับหัวไหล่ผมเขม็ง ก่อนจะตวัดหางตามองฝ่ายตรงข้ามซึ่งสูงพอๆ กันด้วยแววตาอำมหิตอย่างไม่ปกปิด

 

“ไม่อยากมีมือแล้ว...?”

 

ถ้าคำถามนี้หลุดออกมาจากปากคนอื่นคงฟังดูตลก ทว่าพอเปลี่ยนเป็นไดร์วูล์ฟพูด กลับฟังดูคนละเรื่องกันเลย เขาเอาจริงแน่ ผมมั่นใจว่าถ้าเคลวินพูดจายั่วโมโหหรือทำอะไรขัดหูขัดตาขึ้นมาอีกครั้ง...ราชาตะวันออกคงลงมืออย่างไร้ปรานี

 

ยิ่งไม่ใช่พวกชอบขู่ซ้ำซาก แต่ลงมือทำทันทีอยู่ด้วย...แม่งเอ๊ย! ทำไมผมต้องมายืนตรงกลางระหว่างสองคนนี้ด้วยวะ ยืนผิดที่ผิดทางชิบหาย

 

“หึ...” 

 

เคลวินทำเพียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ ดวงตาเย็นยะเยือกตวัดมองผมสลับกับไดร์วูล์ฟอย่างไม่ทุกข์ร้อน อีกทั้งยังไม่ลดมือข้างที่ยื่นปากกามาให้ผมอีก ประหนึ่งว่าไม่ได้กลัวเกรงเลยสักนิด

 

“ขอบคุณครับ แต่เราไม่เอาแล้ว...อ๊ะ!”

 

พูดตัดบทเคลวินเพื่อจบปัญหาได้ไม่ทันไร ผมก็โดนไดร์วูล์ฟดึงรั้งเอวจนเซถลาไปซบอกอีกฝ่าย โชคดีจริงๆ ที่พวกนักเรียนเดินกลับหอกันหมดแล้ว ไม่งั้นต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ คนหน้าตาดีสองคนทะเลาะกัน ใครบ้างจะไม่อยากรู้ข่าวเรื่องนี้

 

แม้ทุกคนจะอยากอยู่ดูหน้าไดร์วูล์ฟต่อมากแค่ไหน ทว่าเพราะออร่าน่าสะพรึงกลัวและดวงตาเฉยชาจนแทบจะแช่แข็งผู้คน เลยไม่มีใครกล้าอยู่รอดูว่าเขามาหาใครนานนัก

 

“พูดกับมัน...แต่ไม่ทักทายผัว?”

 

สุ้มเสียงเย็นยะเยือกกระซิบชิดริมหู ทำเอาผมเบิกตากว้างหน้าร้อนผ่าวอย่างกับมีไฟลน จากที่คิดจะขัดขืนหนีในตอนแรก ตอนนี้คล้ายสมองถูกน็อกไปแล้ว

 

ผ...ผัวอะไรกันเล่า แม่งโคตรหยาบคาย ทำไมไดร์วูล์ฟเป็นคนแบบนี้วะ!

 

“ย...ยังไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย!”

 

ผมเอ่ยเสียงลอดไรฟัน อาศัยจังหวะนั้นดิ้นจนหลุดแล้วลากแขนไดร์วูล์ฟออกมาก่อนจะมีเรื่องกับเคลวิน ชกต่อยในโรงเรียนมีแต่จะทำให้ภาพลักษณ์แย่ลง ถ้าอยากสู้ ก็ท้าสู้ในโคลอสเซียมให้มันจบๆ ไปซะ

 

พลั่ก!

 

“มึงปกป้องมัน...”

 

คล้ายไดร์วูล์ฟจะตีความการกระทำของผมเป็นอีกอย่าง ดวงตาสีเทาฉายแวววาวโรจน์ยามผลักร่างกันติดมุมกำแพงข้างลิฟต์ของชั้นเรียน มือหนาตรงเข้ามากอบกุมปลายคาง...บีบแน่นเสียจนเริ่มเจ็บแปลบ

 

“เราเปล่า...” ผมเม้มปากแน่น ขึงตาสู้อย่างไม่ยอมอ่อนข้อให้

 

“แค่วันเดียว...ยังสนิทกันขนาดนี้?”

 

คล้ายได้ยินเสียงไดร์วูล์ฟพึมพำในลำคอ มือหนาข้างที่ว่างล็อกข้อมือสองข้างของผมไว้ไม่ให้ดิ้นรนขัดขืนการไต่สวนตัวต่อตัว

 

“หรือมัน...ต้องหายไป”

 

อยู่ๆ ดวงตาสีเทาซีดก็พลันเปล่งประกายเข้มลึกเสียจนผมเริ่มไม่กล้ามองสบตาขึ้นมา ความรู้สึกสะพรึงกลัวเสียจนขนลุกชันเข้าจู่โจมทั้งที่ฝ่ายตรงข้ามเพียงแค่จ้องมอง ไม่ได้ทำร้ายร่างกายกันไปมากกว่าบีบปลายคางแม้แต่นิด

 

ไม่ได้การแล้ว ไดร์วูล์ฟเวอร์ชั่นนี้ผมไม่ชิน ไม่มีวันชินด้วย!

 

แบบไหนคือตัวตนที่แท้จริงของเขากันแน่ ไดร์วูล์ฟที่เฉยชา ขี้หงุดหงิด ไดร์วูล์ฟที่โหดเหี้ยมอำมหิต แต่มีมุมอ่อนโยนกับผมอย่างไม่น่าเชื่อ...

 

หรือ...แบบคนตรงหน้า?

 

“ปล่อยเราเดี๋ยวนี้นะครับ”

 

บอกเลยว่าเริ่มหวั่นเกรงนิดๆ แล้ว คล้ายเขากลายเป็นอีกคนที่ผมไม่เคยรู้จักและสัมผัสมาก่อน สมองเริ่มปวดจี๊ดพอๆ กับปลายคางที่เจ็บแปลบ สุดท้ายผมก็กัดฟันกรอด ยอมเงยหน้าขบเม้มริมฝีปากสีซีดซึ่งอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบแผ่วเบา

 

“เราไม่อยากให้คุณมีเรื่อง...ถ้าอยากสู้ก็ไปที่โคลอสเซียม”

 

“....”

 

“คุณเข้าใจเราไหมครับ...อื้อ!” 

 

จากที่เป็นฝ่ายขบเม้มไล้เลีย ผมดันโดนรุกกลับมาอย่างเร่าร้อนเสียแทน ยิ่งจูบเนิ่นนานลึกซึ้งมากเท่าไหร่ ดวงตาสีเทาซีดก็ยิ่งลดทอประกายแข็งกร้าวลงมากเท่านั้น มือหนาเปลี่ยนจากจับตรึงปลายคางไปกอบกุมท้ายทอยแทน ในขณะที่อีกมือละออกจากข้อมือบางไปโอบรัดเอวผมแน่น

 

“แฮ่ก...”

 

จังหวะที่อีกฝ่ายผละออกห่างเล็กน้อย เป็นจังหวะเดียวกับที่ผมเริ่มรู้สึกหน้ามืดจนต้องใช้แขนทั้งสองข้างคล้องคอเขาไว้ แต่ถึงจะรู้สึกอึดอัดจากการขาดอากาศหายใจ...หรือก้อนเนื้อในอกเต้นแรงมากเท่าไหร่ ผมกลับรู้สึกว่ามันยังไม่พออยู่ดี

 

ความหวาดกลัวต่อ ‘ตัวตนนั้น’ ของไดร์วูล์ฟพลันมลายหายไปเมื่ออีกฝ่ายจูบผมตอบ

 

“เอาอีก...อึ่ก”

 

“อย่ายั่ว...”

 

ผมไม่รู้ว่าเราจูบกันไปมากแค่ไหน รู้แค่วันนั้นท้องฟ้ามืดครึ้ม และเคลวินก็ได้อันตรธานไปอย่างไร้ร่องรอย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Writer talk2

ไม่รู้จะพูดอะไรกับคู่นี้ดีแล้วค่ะ แล้วพบกันน้า ฝันดีค่า เนื้อเรื่องใกล้งานกีฬาสีแล้ว วันนี้ไม่มีส่งท้ายคลายเครียดนะคะ เดี๋ยวจะเครียดหนักกว่าเดิม ^_^;; ครึ่งหลังนี่ 50% น้า ไม่ใช่ 30% ค่ะเพราะแต่งเพลินอีกแล้ว ><

ติดตามข่าวสารการอัพเดตนิยายได้ทาง เพจ , ทวิต (จิ้มที่คำว่าเพจหรือทวิตได้เลยค่ะ)

#ซ่อนรักลวงร้าย

รักรีดเดอร์

 

 

 

 

:: ส่งท้ายคลายเครียด ::

แสนซ่าส์ : “ข้อควรจำข้อที่ 1 ไดร์วูล์ฟไม่กินเผ็ด” //ก้มหน้าจด

ไดร์วูล์ฟ : “....” //ขีดฆ่าวันที่แสนซ่าส์รอดพ้นเงื้อมือไปอีกวัน

 

 

 

 

 

Writer talk1

เตือนก่อน (เตือนทันไหมน้า TT) พระเอกเรื่องนี้ไม่ปกตินะคะ ด้วยความที่นางถูกกระทำมาสาหัสพอตัว ขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูลได้ยังไงนั้น...มันมีเบื้องลึกเบื้องหลังค่า ดังนั้นความยึดติดนายเอกจะค่อนข้างสูงทะลุฟ้าแบบฉุดไม่อยู่ ส่วนเรื่องกินเผ็ดนั้น พ่อหมาป่ากินได้ค่ะ แต่แค่ไม่ชอบเพราะฝังใจ แสนซ่าส์ก็เข้าใจว่าแฟนตัวเองไม่กินเผ็ดไปเลย//เอ็นดู ครึ่งแรกยาวมาก แบบแต่งแล้วติดลมค่ะ ปาไป 70% เลยทีเดียว แล้วพบกันค่า สุขสันต์วันปีใหม่ย้อนหลังนะคะ มีความสุขมากๆ สุขภาพร่างกายแข็งแรงค่า

ติดตามข่าวสารการอัพเดตนิยายได้ทาง เพจ , ทวิต (จิ้มที่คำว่าเพจหรือทวิตได้เลยค่ะ)

#ซ่อนรักลวงร้าย

รักรีดเดอร์

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.629K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8,896 ความคิดเห็น

  1. #8816 baekbow (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 มีนาคม 2564 / 08:36
    แงงง คำว่าพระเอกเรื่องนี้ไม่ปกติของไรท์คืออธิบายทุกอย่างมากก เพราะไดร์ฟวูฟก็ดูไม่ปกติจริงๆแหละ หงุดหงิดเก่งงงมากกก ว่าแต่สิ่งที่เคลวินพูดจะเป็นเรื่องจริงหรือป่าวนะ
    #8,816
    0
  2. #8314 MiMi04 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 05:47
    ตั้งแต่ที่อ่านทั้งหมดของไรท์มาไดรวูฟมีความเป็นพระเอกที่อ่อนโยนที่สุดแต่ถ้าเทียบผู้ชายคนไหนแบดบอยสุดก็ต้องเอเรสแล้วแหละ

    (เทียบนิยายทั้งหมดนะปล.ความเห็นส่วนตัว)
    #8,314
    1
    • #8314-1 RosiemyRose(จากตอนที่ 15)
      13 มีนาคม 2564 / 13:01
      :ท่านเอเรสข้าอยาก

      แต่งงานกับท่าน

      เอเรส :ไสหัวไปซะ
      .....
      #8314-1
  3. #8133 Burning Princess (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 12:28
    ตื่นเต้นนนนน น่ากลัวเเต่ฟินนน
    #8,133
    0
  4. #8130 Honey_moonie (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 07:34
    สงสารเคลวินรอบที่สอง😂
    #8,130
    0
  5. #8129 praplerng2 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 05:32
    อ้ยย คุณพ่อหมาป่าน่าสงสารจัง;-;
    #8,129
    0
  6. #8116 ฝนเน้อ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 / 09:27
    รออออ ตื่นเต้นนน
    #8,116
    0
  7. #8093 ม็อคค่าไม่ใส่นม (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:35
    รออออออออออออออออออออออออออออ #สู้ๆนะคะ
    #8,093
    0
  8. #8012 Jun0610539710 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:06
    รออยู่นะคะ
    #8,012
    0
  9. #8011 Ponly3 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:11
    "เอาอีก" น้อนโว้ยยยย

    พี่ชายกับผัวก็ไม่ต่างกันเลย ความหวง ใครที่เข้าใกล้น้อง มันควรหายไป 🤣🤣🤣5555
    #8,011
    0
  10. #8010 zaap55 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:54
    อยากให้มาจัง รออ่านอยู่น้า
    #8,010
    0
  11. #8009 DAKannikaOrmjula (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:04
    วันนี้มาไหมน่า
    #8,009
    0
  12. #8008 dreamingdreamer2 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 / 19:24
    รอจ้า มาต่อไวๆนะคะ
    #8,008
    0
  13. #8007 mukkyy1234 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 / 15:21
    งื้อออสนุกมากๆค่ะ รอนะคะ
    #8,007
    0
  14. #8004 Jun0610539710 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 18:57

    รออยู่นะคะ
    #8,004
    0
  15. #8003 teddybeary2 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 11:02
    ทั้งหึงทั้งหวงจ้าาคนนี้
    #8,003
    0
  16. #8002 Mackbamaiai (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 มกราคม 2564 / 01:41
    ขี้หึงจริงๆๆ
    #8,002
    0
  17. #8001 Master RR (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 23:46
    หึงเก่ง หึงโหดมากคุณพ่อออ
    #8,001
    0
  18. #7998 lovelybro (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 17:27
    แรงงงมากกกกกก
    ซาร์:เอาอีก
    รีด:เอาอี้กกกอย่าหยุดไปให้สุด
    #7,998
    0
  19. #7997 neovenesia (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 20:47
    สรุปก้อหึงสินะ
    #7,997
    0
  20. #7996 bj vamtoon (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 00:57

    ชอบบบบบบ
    #7,996
    0
  21. #7995 crzoldyck7 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 23:12
    อ่ะจ่ะคนนึงก็จูบเก่ง อีกคนก็เคลิ้มเก่ง พอได้เป็นแฟนก็ไม่สนอะไรอีกแล้วจ้าาาาาาาา
    #7,995
    0
  22. #7991 praeprae3012 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 01:28
    เคลวินเป็นใครเนี่ยย
    #7,991
    0
  23. #7988 faioiio (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 23:10
    เดี๋ยวววหยุดก๊อนนน-ต้าวหมาป่า
    มาเคลียเรื่องยัยข้าวเสียกันก่อนเลยย😏
    #7,988
    1
    • #7988-1 faioiio(จากตอนที่ 15)
      22 มกราคม 2564 / 23:11
      *-ต้าว
      #7988-1
  24. #7966 AneekasSakeena (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 มกราคม 2564 / 05:45
    โอ้โห หึงหนักจังคุณพี่ 555 //ขอบคุณนะคะไรท์
    #7,966
    0
  25. #7964 Buf'Hun (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 22:35
    เบามือหน่อยพ่อคุนนน
    #7,964
    0