[Yaoi] DON'T HIDE ME ซ่อนรัก ลวงร้าย

ตอนที่ 14 : Ep. 14::บทสรุปของความสัมพันธ์อันคลุมเครือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 62,980
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,896 ครั้ง
    4 ม.ค. 64

 

 

 

Ep. 14

:: บทสรุปของความสัมพันธ์อันคลุมเครือ ::

 

 

          ในโรงเรียนบนเกาะ Secretland แห่งนี้ มีธรรมเนียมโยกย้ายห้องเป็นระยะ เพื่อให้นักเรียนได้พบปะกันถ้วนหน้า ดังนั้นไม่ต้องหวังว่าจะได้นั่งเรียนกับเพื่อนร่วมห้องเดิมได้นาน

 

          ผมมองผังรายชื่อแล้วก็พบว่าตัวเองถูกแยกห้องกับไดร์วูล์ฟ ผู้คนที่มุงล้อมรอบด้านต่างส่งเสียงจ้อกแจ้กจอแจ ทว่าอยู่ๆ ก็เงียบเสียงลงราวกับมีใครไปรูดซิปปากกะทันหัน ผมเลิกคิ้วเล็กน้อย กำลังจะเอี้ยวหน้ามองดูก็พบว่าตัวการมายืนซ้อนหลังพลางกวาดตามองรายชื่อด้วยท่าทีเย็นชา

 

          “ราชาตะวันออก...กรี๊ด คราวนี้ฉันอยู่ห้องเดียวกับเขา!”

          “หล่อจนจะวูบ ออร่าเรืองรองนั่นมันอะไรกัน”

 

          เสียงซุบซิบแผ่วเบารอบด้านทำเอาผมลอบกลอกตาอย่างนึกระอาใจ กำลังจะก้าวเท้าถอยห่างความวุ่นวาย...แขนของใครบางคนก็คว้าเอวไว้เสียก่อน

 

          “จะไปไหน...” ไดร์วูล์ฟเอื้อนเอ่ยถาม ทั้งที่สายตายังคงจดจ้องผังรายชื่อ ไม่มีเหลือบแลมองลงมาแม้แต่นิด

 

          “ปล่อยเราครับ” 

 

ผมพลันกระซิบเสียงเครียด มาทำประเจิดประเจ้ออะไรตรงนี้ ที่นี่ไม่ใช่ในห้องเดิมที่เขานึกอยากทำอะไรก็ทำได้นะเว้ย นักเรียนที่มุงอยู่มีคนจากห้องอื่นๆ ซึ่งไม่รู้ความสัมพันธ์อันคลุมเครือระหว่างผมกับไดร์วูล์ฟ อีกอย่างเขาไม่มีวันปิดปากทุกคนในที่นี้ได้สนิทเหมือนเพื่อนร่วมห้องเดิมแน่

 

          ไดร์วูล์ฟก้มหน้ามองลงมาครู่หนึ่ง ดวงตาสีเทาทอประกายเข้มลึกราวกับล่วงรู้ความคิด เสี้ยววินาทีนั้นข้อมือก็พลันถูกกระชากรั้งให้เดินตามอีกฝ่ายไปยังมุมตึก ผมรับรู้ได้ถึงสายตาเสียดแทงจากผู้คนทางด้านหลัง และเสียงของคาเรย์ที่เอื้อนเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ

 

          “หวังว่าทุกคนจะสนใจแค่ผังรายชื่อตรงหน้านะครับ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าตระกูลวูล์ฟไม่เกรงใจ...”

 

          

           ปึ่ก!

 

          แผ่นหลังถูกดันเข้ากับกำแพงอย่างฉับพลันโดยมีร่างสูงคร่อมทับกักตัวกันไว้ตรงกลาง บรรยากาศรอบด้านทวีกดดันและร้อนระอุเสียยิ่งกว่าแดดยามเที่ยงวัน ผมเงยหน้าประสานสายตากับไดร์วูล์ฟ ก็พลันเห็นอีกฝ่ายจ้องมองลงมาด้วยสีหน้าราบเรียบ ขัดกับแววตาเย็นชาซึ่งแฝงไปด้วยความคุกรุ่นอย่างสิ้นเชิง

 

          “กลัวอะไร...”

 

          ผมชะงักนิ่ง กำลังจะอ้าปากเอื้อนเอ่ยอะไรบางอย่าง ใบหน้าหล่อเหลาก็โน้มลงมาใกล้จนลมหายใจรินรดอยู่ข้างแก้ม กลืนกินคำพูดที่กระจุกอยู่ตรงลำคอไปจนหมด

 

          “หรือกลัวใคร...จะรู้”

 

          ผมเบือนหน้าหนี เผลอเม้มปากแน่นอย่างกดดัน ก้อนเนื้อในอกเริ่มเต้นแรงขึ้นด้วยความหวาดหวั่น ยิ่งเสียงหัวเราะหึในลำคอของอีกฝ่ายลอยแว่วเข้าหู...ก็คล้ายจะเสียดแทงหัวใจให้เจ็บแปลบในบันดล

 

          “คุณก็รู้ว่าเรากลัวอะไร”

 

          สุดท้ายผมก็เลือกที่จะเผชิญหน้า จ้องตากับอีกฝ่ายไปตามตรง ระยะนี้ไดร์วูล์ฟมาวอแวกับผมไม่หยุด ตั้งแต่บุกเข้าห้องผมคราวนั้น เขาก็วนเวียนอยู่รอบตัวตลอด ทว่ายังคงรักษาระยะห่างยามอยู่ต่อหน้าผู้คนเฉกเช่นเดิม ทำให้ผมไม่อึดอัดใจกลัวว่าเรื่องจะไปถึงหูพวกแฝดมากนัก

 

ทว่าวันนี้...เขาเริ่มล้ำเส้นที่ผมขีดไว้เพียงฝ่ายเดียว

 

“อย่าเพิ่งเข้าใกล้เราต่อหน้าคนอื่นได้ไหมครับ”

 

“ลืมแล้วหรือไง...ว่าใครเริ่มก่อน”

 

ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า คล้ายน้ำเสียงทุ้มเย็นจะทวีความเข้มขึ้นระดับหนึ่ง ราวกับคำขอข้างต้นไปกระตุ้นโทสะส่วนลึกสุดของอีกฝ่ายเข้า ไดร์วูล์ฟกระชับอ้อมแขนที่กอดเอวอยู่แน่นขึ้น รุนแรงเสียจนผมต้องยกมือผลักแผงอกหนาออกห่าง ทว่าก็ไม่ต่างอะไรกับผลักกำแพง เพราะยิ่งผลัก...ก็ยิ่งถูกดึงเข้าไปแนบชิดจนจมอก

 

“ไดร์วูล์ฟ เราเจ็บ...” 

 

ผมนิ่วหน้า ทว่าดวงตาสีเทาซีดกลับทอประกายสว่างวาบ ริมฝีปากบางเฉียบขบเม้มใบหูขาวนวลอย่างเชื่องช้า พลางเอื้อนเอ่ยถ้อยคำคล้ายหยอกเย้าด้วยสุ้มเสียงอำมหิต

 

“ตอนนั้นที่ตามกูต้อยๆ ไม่เห็นกลัวพวกมันจะรู้ขนาดนี้” 

 

“ตอนนั้น...คุณก็ปกปิดคนอื่นๆ ด้วยนี่ครับ อีกอย่างเราเลิกตามคุณแล้ว” 

 

อย่าปฏิเสธเลยว่าที่ส่งสายตาให้คนในห้องปิดปากเงียบ หรือกระทั่งไม่มีข่าวลือระหว่างผมกับเขาหลุดลอดออกไปไม่ใช่ฝีมือของไดร์วูล์ฟน่ะ บอกเลยว่าผมไม่เชื่อ

 

“ก็ตอนนั้นไม่ได้สนใจ...”

 

“....!”

 

“มึงจะบอกว่าตอนนี้...ไม่ได้รู้สึกอะไรกับกูสินะ”

 

ฉับพลันนั้นผมก็รับรู้ถึงอันตรายใหญ่หลวง ยังไม่ทันได้ตั้งตัวริมฝีปากสีซีดก็ประกบลงมาอย่างรวดเร็ว ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ากวาดต้อนโรมรันภายใน เกี่ยวกระหวัดเลาะเล็มจนสั่นสะท้านทั่วสรรพางค์กาย ร่างทั้งร่างเริ่มอ่อนยวบ สัญชาตญาณที่แต่เดิมสั่งให้ดิ้นรนขัดขืนก็พลันหดหายตามจังหวะเร่าร้อน

 

เสียงหัวใจเต้นกระหน่ำกลบสติไปเสียมิด...

 

“ทั้งให้กอด ให้จูบ...”

 

ใบหน้าหล่อเหลาผละออกห่าง แววตาเย็นชาทอประกายไร้อารมณ์พลางเกลี่ยนิ้วเย็นเฉียบไปตามขอบปากล่างในขณะที่ผมยังคงตาลอยคว้าง

 

“ก็ง่ายดี...”

 

สิ้นเสียงเย็นยะเยือกแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน อ้อนแขนแกร่งพลันคลายออกห่างปล่อยให้ร่างผมทรุดลงไปกับกำแพงอย่างอ่อนแรง เพราะมัวแต่ตกตะลึงตาค้าง รู้ตัวอีกทีแผ่นหลังกว้างก็พลันหายลับไปจากสายตาเสียแล้ว

 

ผมคว้ากระเป๋าที่ตกพื้น พลางเข้าเรียนในห้องเรียนใหม่อย่างเหม่อลอย ท่ามกลางสายตาเคลือบแคลงสงสัยจากเพื่อนใหม่ ในห้องนี้ไม่มีพวกแฝด...ไม่มีคนที่ผมรู้จัก แต่มีเพื่อนร่วมห้องเก่าที่ผมเคยเห็นหน้าแบบผ่านๆ อยู่บ้าง

 

พอนั่งที่ได้ก็เผลอยกมือกุมหน้า รู้สึกเหนื่อยล้าอย่างประหลาดเสียจนอยากออกไปหาที่เงียบๆ อยู่คนเดียว สุดท้ายผมก็ทำตัวเหลวไหลไม่ลง ยอมนั่งทนเรียนไปครึ่งวันโดยไม่พูดจากับใคร ซึ่งก็ไม่มีใครนึกอยากเข้ามาทักทายผมเช่นกัน 

 

วันนี้ฟ้ามืดครึ้ม ลมแรงขึ้นราวกับพายุจะเข้าในอีกไม่ช้า 

 

หลังเลิกเรียน ภาคบ่ายก็เป็นการศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง ผมถือกระเป๋าเดินออกจากห้องตามหลังคนอื่นๆ ไปอย่างเงียบเชียบ เงยหน้ามองฟ้าแล้วพึมพำตามปกติ

 

“ฝนจะตกแน่ๆ ว่าไหมไดร์วู....” เผลอเหลือบมองข้างตัวตามสัญชาตญาณ...ทว่ากลับไม่พบร่างสูงที่คุ้นเคย   

 

          คำพูดที่เหลือถูกกลืนหายในลำคอ ความวูบโหวงก่อตัวจู่โจมกลางอกจนเผลอชะงักฝีเท้าก้าวหนึ่ง ผมกะพริบตาไล่ความหนักอึ้ง ก่อนจะมุ่งหน้าเดินไปยังป่าหลังโรงเรียนอย่างโดดเดี่ยว

 

          ครืน...!

 

          เสียงฟ้าร้องไม่ได้ทำให้ผมสะทกสะท้าน ร้องเรียกหาไม่กี่ทีเจ้าลัคก็โผล่ออกมาจากป่า ผมล้วงน่องไก่ต้มจากกระเป๋าออกมาให้มัน น่าแปลกที่ความร่าเริงของลัคมักทำให้ผมยิ้มได้ ทว่าวันนี้ผมกลับไม่อยากยิ้มแม้แต่นิด

 

          ดูแหมือนสัตว์หน้าขนนี่จะรู้เสียด้วยว่าคนให้อาหารกำลังเซื่องซึม

 

          “หงิง...”

 

          เจ้าลัคเอาจมูกมาดุนๆ มือ ทำให้ผมต้องลูบหัวมันกลับไป 

 

          ผมผิดหรอ...ที่ไม่อยากให้ครอบครัวล่วงรู้ความสัมพันธ์ที่ไม่อาจเป็นไปได้นี้

 

          พูดว่าให้บอกครอบครัวน่ะมันง่าย แต่พอเอาเข้าจริงๆ มันทำยาก ผมต้องโดนแยกกับไดร์วูล์ฟอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่ใช่เพียงเพราะพี่ชายหวงหรือเพราะไดร์วูล์ฟเป็นผู้ชาย

 

          แต่อีกฝ่ายคือ ‘ผู้นำตระกูลวูล์ฟ’

 

          เดิมทีครอบครัวผมก็ไม่ไว้ใจให้มาเฟียคนอื่นเข้าใกล้ผมอยู่แล้ว ขึ้นชื่อว่ามาเฟีย...แน่นอนว่าไม่ใสซื่อมือสะอาด 

 

อันที่จริงผมก็แค่กลัวการพรากจาก และอยากอยู่กับเขาให้นานกว่านี้

 

อีกฝ่ายอยู่ห่างไกลคนละซีกโลก ไม่แน่ว่าออกจากเกาะนี้ไปคงเป็นการจากลาตลอดกาล ถึงตอนนั้น...เจอเรื่องหยุมหยิมจากครอบครัวผม ไดร์วูล์ฟคงระอาตามประสาคนที่อยู่บนจุดสูงสุดมาตลอด และลืมเลือนเรื่องของเราไป

 

ขนาดเรื่องยังไม่ถึงหูพวกแฝด เขายังเริ่มแสดงท่าทีเบื่อหน่ายผมแล้ว จะให้ผมไปเอาความมั่นใจในความสัมพันธ์อันคลุมเครือนี้มาจากไหนกัน

 

ซ่า...!

 

สายฝนเริ่มกระหน่ำเทลงมา ทว่าผมไม่ได้ลุกไปหาที่หลบ เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนคนอกหักถึงอยากตากฝนกันนัก เพราะเสียงฝนจะช่วยกลบทุกความคิดฟุ้งซ่าน...รวมทั้งชะล้างน้ำตาที่เอ่อคลอให้จางหายไป

 

นั่งตากฝนได้ไม่ถึงสิบวินาที เงาร่มคันใหญ่ก็บดบังเหนือหัว ผมปาดคราบน้ำตาผสมสายฝนออกจากใบหน้าลวกๆ ก่อนจะเงยดวงตาแดงก่ำขึ้นมอง

 

“โง่หรือไง...”

 

สุ้มเสียงเย็นยะเยือกสร้างความหนาวเหน็บไม่ต่างอะไรกับลมพายุรอบด้าน ต้นแขนถูกกระชากรั้งให้ลุกขึ้นยืน ก่อนร่างทั้งร่างจะถูกลากให้ไปหลบฝนใต้อาคารเรียนที่ใกล้ที่สุด ภายในอาคารร้างไร้ผู้คนเพราะต่างทยอยกันกลับหอไปจนหมด

 

ไดร์วูล์ฟกวาดตามองสภาพผมที่เปียกโชกตั้งแต่หัวจรดเท้า ผมเองก็นิ่งเงียบไม่เอ่ยคำ ดวงตามองตรงไปยังสายฝนทางด้านนอก 

 

พอมาอยู่ในที่ร่มแบบนี้ก็รู้สึกหนาวจนขนลุกชันไปทั้งตัว ผมเม้มปากที่เริ่มซีดเซียวแน่น พลางยกมือกอดอกข่มตัวเองไม่ให้สั่น อยู่ๆ เสื้อฮู้ดสีดำตัวหลวมโคร่งก็ถูกคลุมลงบนร่างอย่างลวกๆ

 

ผิวกายที่อุ่นขึ้นทำให้ผมเงยหน้ามองร่างสูงที่สวมใส่เสื้อกล้ามเพราะดันสละเสื้อฮู้ดให้ผมมาแล้ว ไดร์วูล์ฟมองไปทางอื่น แววตาราบเรียบคล้ายกำลังข่มกลั้นโทสะทำให้ผมต้องยื่นมือไปแตะต้นแขนอีกฝ่ายเบาๆ

 

“ขอบคุณครับ...”

 

เพียงแตะเล็กน้อย ก็คล้ายไปปลดสลักระเบิดเข้า ไดร์วูล์ฟผลักผมติดกำแพงท่าเดิมกับเมื่อกลางวันเป๊ะ จะติดก็ตรงครั้งนี้บรรยากาศรอบด้านน่าสะพรึงกลัวกว่าหลายเท่านัก

 

จับผมหั่นเป็นชิ้นๆ ได้คงทำไปแล้ว!

 

“คนที่มึงแคร์...ควรมีแค่กู”

 

“....!”

 

“หรือมึง...ไม่ได้จริงจัง?” 

 

ครั้งนี้สุ้มเสียงทุ้มเย็นแฝงไปด้วยความอำมหิตอย่างไม่ปกปิด ราวกับว่าถ้าผมตอบอะไรผิดหูไป เขาจะกลายร่างเป็นสัตว์ร้ายฉีกทึ้งกันอย่างไร้ปรานี

 

“ตั้งแต่แรก...เราชอบคุณ”

 

“....”

 

“แต่เราไม่มั่นใจ ว่าคุณจริงจังแค่ไหน”

 

 “ก็เลยคิดจะซ่อนกูไว้? หึ กล้ามากนะ...เป็นคนอื่นกูเอาตายไปแล้ว” ไดร์วูล์ฟกระซิบเสียงลอดไรฟัน ผมเลยถลึงตากลับอย่างเริ่มโมโหบ้าง

 

“ก็ตอนเราตามจีบ คุณไม่มีท่าทีอะไรเลย พอเราท้อจนถอยห่าง คุณก็ดันรุกกลับนี่ครับ แบบนี้จะไม่ให้เราเข้าใจว่าคุณหยอกล้อ หรือเห็นเราเป็นของแปลกใหม่ได้ยังไง บางทีคุณอาจแค่หลง...”

 

“ถ้าไม่จริงจัง...จะตามมาถึงนี่ไหม”

 

“....!”

 

“หัดใช้สมองคิดซะบ้าง”

 

ปากร้าย...แม่ง วันนี้ผมโดนไดร์วูล์ฟด่าไปกี่คำแล้ววะ!

 

“งั้น...พวกเราคบกันแล้วใช่หรือเปล่า” 

 

ผมเอ่ยถาม ทว่าแทนที่จะได้เห็นใบหูแดงๆ หรือเห็นอีกฝ่ายเบือนหน้าหนีอย่างขวยเขิน กลับเห็นดวงตาสีเทาซีดทอประกายสว่างวาบราวกับกำลังข่มกลั้นอารมณ์บางอย่างเสียแทน

 

“อืม...” ไดร์วูล์ฟโน้มหน้าลงมาใกล้ พลางส่งเสียงตอบรับในลำคอแผ่วเบา

 

ผมเบิกตากว้างด้วยความช็อกค้าง ทว่ายังไม่ทันให้ใจฟูดี คำพูดต่อมาของคนที่กำลังคุกคามกันอยู่ก็ทำเอาหวาดหวั่นไปหมด

 

“อยากคบ...ก็มาเป็นเมียกูซะ”

 

“ง...งั้นเราไม่คบแล้ว คุณบอกเองว่าเราง่ายนี่ครับ ดังนั้นต่อไปนี้เราจะรักนวลสงวนตัว!” เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดพลางเบือนหน้าหนี 

 

เรื่องความสัมพันธ์ของผมกับไดร์วูล์ฟ...ต่อจากนี้ถ้าพวกแฝดจะรู้ ก็ปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรมเถอะ ผมไม่อยากทะเลาะกับไดร์วูล์ฟแล้ว อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด 

 

ในที่สุดผมก็พร้อมเชิญหน้ากับมันสักที

 

“ปล่อยเลยนะครับ ห้ามกอด ห้ามจูบ ห้าม...อื้อ!”

 

สุดท้ายผมก็โดนจับจูบจนปากเจ่อไปหมด แถมพอจามไปทีนึงยังถูกบังคับถอดเสื้อเปียกๆ แล้วสวมใส่เสื้อฮู้ดตัวเดียวคลุมร่างอีก

 

          ฮึ่ย ฝากไว้ก่อนเถอะ ครั้งหน้าอย่าหวังว่าจะได้แตะ!

 

 

 

 

 

Loadind 50%

 

 

 

 

          สภาพอากาศบนเกาะนี้แปรปรวนมาก เมื่อวานฝนตก...ทว่าวันนี้กลับแดดออก

 

          ผมเหม่อมองแสงแดดซึ่งทอประกายอุ่นวาบอยู่นอกหน้าต่างห้องเรียน เสียงอาจารย์หน้าชั้นลอยแว่วเข้าหูไม่ขาดสาย ทว่ากลับทะลุผ่านสมองไปอย่างฉับพลันเพราะห้วงภวังค์ความคิดมีเพียงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืน

 

          ผมคบกับไดร์วูล์ฟแล้ว...หรือเปล่า?

 

          หลังจากโดนลากไปใต้ตึก รอจนฝนซาลง พ่อหมาป่าก็ลากผมกลับหอพัก น่าแปลกที่อีกฝ่ายยินยอมปล่อยผมกลับห้องตนเองแต่โดยดี ไม่มีท่าทีจะบังคับให้ขึ้นไปยังห้องของราชาดั่งที่ผมนึกกลัว

 

          วันนี้เป็นวันแรกที่ผมนั่งเรียนโดยไม่มีเขานั่งน่าตายอยู่ด้านข้าง ไม่สิ...วันที่สองต่างหาก

 

          ทัศนียภาพที่เปลี่ยนแปลง มาพร้อมผู้คนแปลกหน้ามากมาย พอไม่มีไดร์วูล์ฟคอยสร้างบรรยากาศน่าสะพรึงกลัว นักเรียนในห้องต่างก็เมียงมองมาทางผมอย่างโจ่งแจ้ง ไม่รู้เพราะผมเคยตกเป็นข่าวกับแฝดตัวเอง หรือมีใครสงสัยเรื่องที่โดนไดร์วูล์ฟลากไปตรงซอกตึกเมื่อวานกันแน่

 

          คิดได้ไม่ทันไร ที่นั่งด้านข้างซึ่งเคยว่างมาตลอด บัดนี้กลับมีคนผู้หนึ่งเข้ามาจับจอง อีกฝ่ายรูปร่างสูงใหญ่เกินวัย เค้าโครงหน้าค่อนข้างหล่อเหลาแลดูไม่เป็นมิตรนัก อาจเพราะดวงตาดุดันสีฟ้าหม่นเฉกเช่นชาวตะวันตกคู่นั้นทอประกายเย็นชาตลอดเวลา

 

          จำไม่เห็นได้ว่าเมื่อวานมีคนๆ นี้อยู่ด้วย?

 

          ผมพลันขมวดคิ้วเล็กน้อย ซึ่งไม่ได้มีแค่ผมที่รู้สึกแปลกใจ กระทั่งนักเรียนที่เพิ่งสังเกตเห็นเขายังหันไปซุบซิบกันอย่างไม่เกรงใจอาจารย์ทางด้านหน้า

 

          “เมื่อวานไม่เห็นมีผู้ชายคนนี้...”

          “หล่อมาก! ให้ตายเถอะ เขาเป็นใครกัน”

          

          อาจารย์ที่นี่ไม่ได้สนใจนักเรียนที่มาสายอยู่แล้ว ยิ่งนักเรียนคนนั้นเกเรก็ยิ่งไม่สนใจ ผลลัพธ์เดียวที่อาจารย์ต้องการคือคะแนนสอบทั้งภาคปฏิบัติและทฤษฎี คนด้านข้างผมจึงไม่ถูกเพ่งเล็งจากอาจารย์ซึ่งกำลังบรรยายลักษณะอาวุธแต่ละชนิดผ่านทางจอโปรเจคเตอร์มากนัก

 

          สติผมเริ่มกลับมาและตั้งใจเรียนในที่สุด ต้องขอบคุณชายแปลกหน้าที่คล้ายมีออร่าดึงดูดความสนใจจากทุกผู้คน ผมเลยกลับกลายเป็นจุดบอดเฉกเช่นตอนนั่งเรียนกับไดร์วูล์ฟเหมือนเดิม

 

          “ไหนๆ วันนี้ก็เป็นวันที่สองของการเปลี่ยนห้อง พวกเธอส่วนใหญ่คงยังไม่รู้จักกัน ดังนั้นให้จับคู่กับคนข้างๆ ไปค้นคว้าทำรายงานเรื่องที่ฉันสอนในวันนี้มา พรุ่งนี้จะมีบททดสอบ”

 

          จะโอดครวญก็ไม่มีใครกล้า ทุกคนต่างพากันหุบปากสนิท เพื่อคะแนนและหน้าตาของวงศ์ตระกูลแล้ว...ไม่มีใครคิดสั้นด้วยการปฏิเสธงานที่อาจารย์มอบหมายหรอก

 

          สุดท้ายผมก็คล้ายถูกบีบบังคับให้ต้องทำความรู้จักกับคนข้างๆ อยู่ดีสินะ

 

          “หวัดดี เราแสนซ่าส์”

 

          ดวงตาสีฟ้าหม่นตวัดมองผมวูบหนึ่ง ก่อนริมฝีปากสีซีดจะขยับเป็นลำดับถัดมา

 

          “เคลวิน”

 

          สั้นๆ แค่นี้...? ไปไม่เป็นเลยพับผ่าเถอะ ชีวิตผมจะเจอคนที่พูดประโยคยาวๆ บ้างไม่ได้หรือยังไงกัน!

 

          “เรื่องรายงาน...หลังเลิกเรียนไปทำที่หอสมุดก็แล้วกัน คุณโอเคไหมครับ”

 

          พูดไปงั้นแหละ ตั้งแต่ย่างก้าวเข้ามาที่นี่ เท้าผมยังไม่เคยแตะพื้นของหอสมุดเลยสักนิด กำลังคิดอยู่ว่าจะเดินไปตามป้ายบอกทางหรือถามทางคนอื่นเอาดี

 

          “อืม” อีกฝ่ายตอบรับกลับมาหลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เป็นการจบบทสนทนาของเราตั้งแต่บัดนั้น

 

          หลังเลิกคลาส ผมก็เก็บของเตรียมไปทำรายงานกับเพื่อนใหม่...อย่าเรียกว่าเพื่อนเลย คนที่เพิ่งคุยกันได้สองคำควรเรียกว่าคนรู้จัก เขาเก็บของเสร็จก่อนผมไปนานแล้ว เหลือแต่ผมที่ยังยัดสมุดลงกระเป๋าไม่เสร็จสักที

 

          “ช่วยไหม...”

 

          “ไม่เป็นไรๆ เราเสร็จแล้ว”

 

          ผมหันไปยิ้มแห้ง ก็นิสัยดีนี่หว่า ถ้าไม่ติดว่าหน้านิ่งไปนิดคงป๊อบปูล่าน่าดู อา...บางทีต่อให้หยิ่ง คนๆ นี้ก็อาจฮอตสูสีกับพวกราชาอยู่ดี

 

          คำถามพลันปรากฏขึ้นในหัว ก่อนหน้านี้เคลวินไปอยู่ไหนมา และโผล่มาได้ยังไง คนหน้าตาดีระดับนี้น่าจะมีคนรู้จักไม่น้อย ทว่าท่าทีของสาวๆ ในห้องกลับบ่งบอกว่าไม่เคยเห็นเขามาก่อน

 

          ผมกับเพื่อนใหม่เดินตรงไปที่หอสมุด กลิ่นอายหนังสือปะทะเข้าเต็มหน้า หลังจากแบ่งงานกันเรียบร้อย ก็แยกย้ายค้นหาหนังสือที่ต้องการ แล้วรวบรวมข้อมูลมาพิมพ์ใส่คอมซึ่งตั้งอยู่โซนหนึ่งของหอสมุด

 

          จะว่าไปที่นี่โคตรเงียบ มีแค่เพื่อนร่วมห้องผมเท่านั้นที่โผล่มาค้นคว้ารายงานบ้างประปราย 

 

          พออยู่ด้วยกันนานขึ้น บรรยากาศระหว่างผมกับเคลวินก็ผ่อนคลายลง ไม่กระอักกระอวนเท่าเดิม แม้ผมจะเผลอจดจ่ออยู่กับงาน ทว่าหางตาก็ยังคงเห็นว่าเพื่อนใหม่ที่นั่งด้านข้างจ้องมองมาไม่วางตาตั้งแต่เมื่อครู่นี้แล้ว

 

          “มีอะไรหรือเปล่าครับ” อดที่จะถามออกไปไม่ได้ อีกทั้งยังละสายตาจากจอคอมไปมองอีกฝ่ายวูบหนึ่ง

 

          “คุณเป็นคนเอเชีย?”

 

          “ใช่ เราเป็นคนไทย” 

 

เอาเป็นว่าจะไม่บรรยายแล้วกันว่ามีกี่สัญชาติในตัวผม เดี๋ยวมันจะยาว ถ้าให้ขุดตั้งแต่รุ่นทวดก็ผสมปนเปไปหมด ปั้นๆ ออกมาได้เป็นตัวผมซึ่งหน้าตากระเดียดไปทางฝั่งแม่ที่เป็นคนไทยเนี่ยแหละ

 

          “ตอนตั้งใจ...คุณดูสวย”

 

          “ห๊ะ?” ผมผละจากจอคอมอย่างฉับพลัน ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้ชาย ผมจะคิดว่ามันกำลังเต๊าะหญิงแล้วนะ

 

          ทว่ามองหน้าเคลวินอยู่นาน ก็ไม่มีท่าทีกรุ้มกริ่มแต่อย่างใด ประหนึ่งว่าอีกฝ่ายเพียงแค่พูดออกมาตามที่เห็นเท่านั้น ไม่ได้แฝงความนัยอื่น

 

          สวยของมัน...คงคล้ายๆ หล่อล่ะมั้ง

 

          “ขอบคุณครับ”

 

          รู้ตัวอีกทีท้องฟ้าทางด้านนอกก็เริ่มมืดลงเรื่อยๆ ผมต้องรีบทำเวลาแล้ว ขณะนี้หอสมุดเหลือเพียงผม เคลวิน และบรรณารักษ์  ความจริงเพื่อนใหม่เพิ่งพิมพ์งานเสร็จไปเมื่อครู่นี้ และผมก็เอามารวมกับของตัวเองแล้ว เพียงแต่ยังเรียบเรียงบทสรุปของรายงานไม่เสร็จสักที

 

          “คุณกลับไปก่อนได้นะครับ”

 

          “....”

 

          ด้วยความเกรงใจเลยให้อีกฝ่ายกลับไปก่อน ทว่าเคลวินดันเงียบใส่ผมซะงั้น อีกทั้งยังนั่งเท้าคางจ้องมองมาด้วยแววตาเรียบเฉยประหนึ่งว่าคำพูดไล่ทางอ้อมข้างต้นเป็นเพียงเสียงแมลงหวี่แมลงวันวิ่งผ่านหู

 

          “ก่อนหน้านี้คุณอยู่ห้องไหนหรอครับ” เพราะบรรยากาศมันเงียบเกินไป ผมเลยเปิดปากคุยแก้ขัด 

 

          “เพิ่งมา...ทำธุระให้ที่บ้านนิดหน่อย”

 

          กึก!

 

          ผมถึงกับชะงัก คนๆ นี้เข้าเกาะมากลางคัน? โอ้พระเจ้า ซุปเปอร์เส้นใหญ่เว่อร์! เพิ่งรู้ว่าเข้าเรียนกลางคันแบบนี้ก็ได้ด้วย แต่ช่างเถอะ ไม่ใช่เรื่องของผม ประเด็นสำคัญคือผมควรรีบทำรายงานให้เสร็จได้แล้ว

 

          “ติดตรงไหน...”

 

          เคลวินทำท่าจะลุกขึ้นมาช่วยดูรายงานเจ้าปัญหา ทว่าสุ้มเสียงทุ้มเย็นของใครสักคนกลับดังขึ้นเหนือหัวเสียก่อน

 

          “ทำอะไร...”

 

          แถมยังเป็นความเย็นในระดับติดลบ เย็นจนผมเผลอสั่นสะท้านไปครู่หนึ่งราวกับกำลังหวาดกลัวความผิดทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด

 

          “ไดร์วูล์ฟ...”

 

          ผมพลันเงยหน้าขึ้นมอง ทว่ากลับต้องชะงักตัวแข็งทื่อเมื่อร่างสูงกำยำโน้มลงมาซ้อนทับแผ่นหลัง ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดข้างแก้มจนผิวขาวนวลเริ่มแต่งแต้มไปด้วยสีแดงระเรื่อ ดวงตาสีเทาซีดไม่ได้จ้องมองมาอย่างดุดันเฉกเช่นที่คาดคิด ทว่ากลับมองตรงไปยังจอคอมทางด้านหน้า อีกทั้งยังไม่แม้แต่จะชายตามองเพื่อนใหม่ของผมซึ่งนั่งนิ่งอยู่ด้านข้างกัน

 

          “รายงาน...?”

 

          “อ...อือ” 

 

ผมหันหน้ากลับไปมองจอคอม แทบอยากจะยกมือปิดหน้าแล้วมุดดินหนี ทำไมกันนะ ทั้งที่ไดร์วูล์ฟยังไม่ได้ทำอะไรด้วยซ้ำ ผมกลับเริ่มขวยเขินปะปนสะพรึงกลัวขึ้นมา กระทั่งเส้นเสียงยังสั่นเครือ ฮือ อยากจะบ้า! ต้องเป็นเพราะบรรยากาศกดดันรอบร่างเขาแน่ๆ ที่ทำผมหายใจไม่ค่อยออก

 

          ไดร์วูล์ฟไม่พูดพร่ำทำเพลง เพียงกวาดตามองบทสรุปของรายงานแวบเดียวก็พบปัญหา มือหนากอบกุมทับมือผมซึ่งกำลังจับเมาส์ นิ้วเรียวยาวบังคับทิศทางให้เคลื่อนย้ายประโยค กดลบส่วนที่เวิ่นเว้อออกไม่กี่ที พิมพ์เติมคำเพิ่มนิดหน่อย...รายงานฉบับสมบูรณ์ก็ปรากฏตรงหน้า

 

          ใช้เวลาไม่ถึงห้านาที...

 

          โคตรเทพ ฮือ แสนซ่าส์ขอคารวะ! อยู่ด้วยกันมาตั้งนาน เพิ่งรู้ว่าพ่อหมาป่ามีสารพัดประโยชน์ก็วันนี้        

 

“กลับได้หรือยัง...”

 

ผมหลุดจากห้วงภวังค์เลื่อมใสในทันทีที่สุ้มเสียงเย็นยะเยือกดังกระซิบชิดริมหู อีกทั้งยังฟังดูน่าหวาดหวั่นขึ้นอีกระดับ บ่งบอกว่าไม่ได้กำลังใจเย็นเหมือนหน้าตา...

 

ง่ะ เป็นอะไรไปอีก หรือว่าจะหงุดหงิดที่ผมกลับหอช้า ต้องใช่แน่ๆ

 

“อืม...ขอบคุณครับ”

 

“กูไม่รับ...”

 

พูดจาขวางโลกเสร็จก็ทำท่าจะเดินออกไป ผมนี่ถึงกับหลุดทำหน้าเหวอ รีบหมุนตัวไปดึงรั้งชายเสื้ออีกฝ่ายไว้ตามสัญชาตญาณ

 

“แล้ว...เราต้องทำยังไง” 

 

ในเมื่อคบกันก็ต้องรู้จักยืดหยุ่นต่อกัน คบ...ล่ะมั้ง ต่อให้ผมจะยังไม่ใช่เมียอะไรนั่น ทว่าไดร์วูล์ฟก็ดูแคร์ผมเหมือนเดิมอยู่ดี ไม่งั้นจะตามมาถึงที่นี่ทำไม ผมเผลอรั้งเขาไว้ตามสัญชาตญาณล้วนๆ ทั้งที่ใจจริงนึกอยากสะบัดหน้าใส่แล้วพูดไล่ว่าจะไปไหนก็ไปด้วยซ้ำ

 

ทว่าเมื่อกี้ไดร์วูล์ฟเพิ่งช่วยผมทำรายงาน ขืนไล่อีกฝ่ายคงดูใจร้ายเกินไปหน่อย

 

ดวงตาสีเทาซีดกดลงมองผมครู่หนึ่ง ทว่าคล้ายยาวนานชั่วกัลปาวสาน สุดท้ายใบหน้าหล่อเหลาก็โน้มเข้าใกล้เสียจนเห็นแพขนตาเงางามและคิ้วพาดเฉียงอย่างชัดเจน

 

“มึงรู้...ว่าต้องทำยังไง”

 

ผมเม้มปาก ใบหน้าพลันแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่ ดวงตาสีเทาซีดทอประกายอันตรายเสียจนนึกอยากถอยหนีให้พ้นๆ ทว่ากลับติดตรงด้านหลังเป็นเก้าอี้และโต๊ะคอม

 

อา...ยังมีเคลวินอยู่ด้วยนี่นา

 

จังหวะที่ผมจะหันไปมองเพื่อนใหม่ซึ่งคงกำลังส่งสายตาสงสัยมาให้ มือหนาก็คว้าหมับเข้าที่ท้ายทอยเสียก่อน ดวงตาสีเทาซีดซึ่งเคยทอประกายเย็นเฉียบแต่เดิมยิ่งเผยประกายคมกริบ ประหนึ่งว่าหากผมดันทุรังมองเคลวินไปมากกว่านี้ อีกฝ่ายจะหักคอกันอย่างไรอย่างนั้น

 

น...น่ากลัวเป็นบ้า นี่มันไดร์วูล์ฟเวอร์ชั่นผีเข้าผีออกชัดๆ!

 

“ทำที่หอ...ได้หรือเปล่าครับ”

 

ผมกระซิบเสียงเบาเป็นการต่อรอง ทว่าดวงตาซึ่งจ้องเขม็งมองมากลับไม่มีวี่แววอ่อนข้อให้แม้แต่นิด

 

เอาล่ะ ถือเสียว่าเหตุการณ์ต่อไปนี้ไม่เคยเกิดขึ้น ระหว่างให้เคลวินเห็นเรื่องน่าอาย กับโดนไดร์วูล์ฟโกรธจนทะเลาะกันไปสามวันแปดวัน ผมขอเลือกอย่างแรก!

 

ผมหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเงยหน้าเขย่งเท้าจุ๊บริมฝีปากร่างสูงเบาๆ

 

“ขอบคุณนะครับ...”

 

          ไหนๆ เคลวินก็เป็นคนต่างชาติ ผมหวังว่าเขาจะไม่ถือสาการจุ๊บในที่สาธารณะ หรือต่อให้รังเกียจ...ก็เป็นเรื่องของเขา เพราะผมไม่ได้แคร์อะไรอีกฝ่ายอยู่แล้วนี่นา คนที่ผมแคร์คือไดร์วูล์ฟต่างหาก

 

หลังจุ๊บเสร็จทั้งหน้าทั้งคอล้วนร้อนผ่าว ทว่ายังไม่ทันผลักไดร์วูล์ฟออกไปไกลๆ ดี แขนแข็งแรงก็โอบรัดเอวเสียแน่นจนขาแทบจะลอยจากพื้น อีกทั้งริมฝีปากสีซีดยังประทับลงมาอย่างไม่ทันให้ได้ตั้งตัว 

 

“อื้อ!” 

 

คมเขี้ยวของพ่อหมาป่าเลาะเล็มขอบปาก ขบกัดจนเผลอเปิดอ้าให้ลิ้นร้อนล่วงล้ำเข้ามาควานหาความหวานภายในอย่างถนัดถนี่ ผมปรือตาสำลักลมหายใจ กว่าจะรอดพ้นความตายมาได้ก็ผ่านไปเป็นนาที และเพราะคนที่ตระกองกอดตัวสูงเกินไป เขาจึงบังร่างเคลวินเสียมิด ผมไม่ทันได้เห็นสีหน้าเพื่อนใหม่ดีด้วยซ้ำ

 

อีกทั้งไม่รับรู้ว่าจังหวะหนึ่ง...ดวงตาสีเทาซีดตวัดมองคนแปลกหน้าด้วยประกายอำมหิต

 

รู้ตัวอีกที ไดร์วูล์ฟก็คว้ากระเป๋าของผมไปพาดบ่าด้วยมือเดียว ในขณะที่มืออีกข้างยังคงโอบเอวกันแน่นไม่ปล่อย ส่วนเคลวินหายไปแล้ว...น่าจะกลับไปตั้งแต่เจอฉากเลิฟซีนร้อนระอุเข้า กระทั่งบรรณารักษ์ยังหายเงียบไร้ตัวตน

 

ให้ตายเถอะ นอกจากสงสารตัวเองแล้ว ทำไมผมเริ่มนึกสงสารเพื่อนใหม่ขึ้นมาก็ไม่รู้!

 

 

 

 

 

 

 

:: ส่งท้ายคลายเครียด ::

ไดร์วูล์ฟ : “กลับช้าต้องโดนลงโทษ...” //จุ๊บๆๆ

แสนซ่าส์ : “อื้อ!”

ไดร์วูล์ฟ : “แถมยังกล้าอยู่กับคนอื่น...” //จุ๊บๆๆ

แสนซ่าส์ : “อื้อออ”

เคลวิน : //เหม่อมอง

ไรท์ : “มาแบ่งกันกินค่า” TT //ยื่นถุงอาหารหมาให้

 

 

 

ขอขอบคุณแฟนอาร์ตสวยๆ จากคุณ @201_bongkot  ค่ะ

(ตะน้อนน น่ารักมากๆ ค่า)

 

 

Writer talk2

ใครโผล่มาอีกแล้วก็ไม่รู้ ไลท์กับขวัญข้าวยังอยู่ดีนะคะทุกคน ยังไม่หายไปไหน มีบทออกแน่ๆ แต่ยังไม่ถึงคิว แล้วพบกันน้า

ติดตามข่าวสารการอัพเดตนิยายได้ทาง เพจ , ทวิต (จิ้มที่คำว่าเพจหรือทวิตได้เลยค่ะ)

#ซ่อนรักลวงร้าย

รักรีดเดอร์

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณแฟนอาร์ตสวยๆ จากคุณ @Bearyingg ค่ะ

(น้องซ่าส์น่าร๊ากกก)

 

ขอขอบคุณแฟนอาร์ตสวยๆ จากคุณ @PeterPanexo7 ค่ะ

(น้องซ่าส์เว่อร์ชั่นผมและสีตาเหมือนพ่อหมาป่าค่ะ งุ้ยย น่ารักไปอีกแบบ)

 

 

 

Writer talk1

น้องซ่าส์ตกอยู่ในอันตรายแล้ว มีแววว่าจะโดนจับกินเร็วๆ นี้ ส่วนพ่อหมาป่า...ทำเป็นเข้มได้ไม่นานนะคะ แหม//หลบปืน ช่วงนี้พ่อหมาป่าอบอุ่นยิ่งกว่าไมโครเวฟ พระเอกไรท์แสนดี (?) ทุกคน จริงๆ น้า แล้วพบกันค่า

ติดตามข่าวสารการอัพเดตนิยายได้ทาง เพจ , ทวิต (จิ้มที่คำว่าเพจหรือทวิตได้เลยค่ะ)

#ซ่อนรักลวงร้าย

รักรีดเดอร์

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.896K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8,902 ความคิดเห็น

  1. #8300 baekbow (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 / 14:58
    แอแงงงง เขาคบกันแล้ว พ่อหมาป่าก็น่ารักอยู่นะ ทำยังไงน้องก็ไม่รู้ตัวสักที พูดตรงๆก็ได้ แถมพอน้องขอคบก็ตกลงอย่างง่ายดาย // ว่าแต่เคลวินคือใครอยู่ๆก็โผล่มา จะมาดีหรือมาร้าย หรือเป็นแค่ตัวประกอบ
    #8,300
    0
  2. #7994 crzoldyck7 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 21:02
    อ่านตอนนี้ละคิดถึงคิมหันต์เหมือนคห.ล่างเลย คิมหันต์ แกได้จุ๊บไออุ่นกี่ที ชั้นถามหน่อย คุยกันถึง10ประโยคไหม แล้วเขารู้ยังว่าเป็นเมียแกแล้ว 55555 //ใจๆเหมือนไดร์วูล์ฟหน่อย
    #7,994
    0
  3. #7965 Hiroyosha (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 23:49
    นายคิมหันต์มาดูไดร์วูล์ฟเป็นตัวอย่าง...นายอย่าเล่นตัวให้มาก ดูไว้พอเหมาะพอควรแบบนี้!!! เมียจะทิ้งละ!!ปากต้องพูดให้ตรงกับใจ!!!!
    #7,965
    1
    • #7965-1 0872576159(จากตอนที่ 14)
      21 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:52


      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:53
      #7965-1
  4. #7959 sawkhonkean (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 06:56
    แสนซ่าส์คนสวย
    #7,959
    0
  5. #7859 ๐Vampire_Z๐ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 22:22
    เคลวิน: ... //ทำหน้าว่างเปล่า แล้วลุกจากไปเงียบๆ😂
    #7,859
    0
  6. #7831 acapybab (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 20:39
    โอ้ยยยยยชั้นขำจนปวดพุง
    ขวยเขินปะปนสะพรึงกลัว 55555+
    #7,831
    0
  7. #7653 Jun0610539710 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 12:59

    รอตั้งแต่เมื่อวานเเล้วนะคะ
    #7,653
    0
  8. #7652 Khanbandai. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มกราคม 2564 / 17:55
    ชอบเคลวินจังอ่ะ ขอได้ไหมคนแบบนี้;-;
    #7,652
    0
  9. #7651 neovenesia (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มกราคม 2564 / 14:37
    ตัวละครใหม่โผล่มาแล้ว
    #7,651
    0
  10. #7650 Jun0610539710 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มกราคม 2564 / 08:42

    รอทุกอาทิตย์เลยค่ะอยากให้อัปทุกอาทิตย์เลยค่ะ
    #7,650
    0
  11. #7649 malaikham (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มกราคม 2564 / 18:55
    I like ชอบในความคบกันนี้อ่ะ ฮือออออ
    #7,649
    0
  12. #7647 ★GiFt FiNy★ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 23:59
    อาหารหมานี่อร่อยนะคะ //หยิบกิน
    #7,647
    0
  13. #7646 Burning Princess (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 10:35
    พอคบกันเเล้วมันฟินงี้นี่เองงงงงง
    #7,646
    0
  14. #7645 Mindchth_Y (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2563 / 15:22
    นะ..นี่มันวิธีไล่คนอื่นของพ่อหมาใช่มั้ย!? อ่าาา...น่าฟินม้วกกกก

    เควิลต้องบอกเลยว่า หมา!! โฮ่งๆเลยจ้าาา
    #7,645
    0
  15. #7644 tingtingg4213 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 17:26
    กินอาหารหมาจะครบทุกยี่ห้อแล้วค่าาา อิ่มมากเว่อร์ 5555555
    #7,644
    0
  16. #7642 ppter (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 10:04
    คนที่น่าสงสารที่สุดคือไรท์55555
    #7,642
    0
  17. #7641 judit (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 09:20
    ชั้นสังหรณ์ใจว่าเคลวินต้องมีบทมากกว่านี้อีกเยอะๆแน่ๆในอนาคต แต่ไม่รู้ใช่พระรองรึป่าว เพราะพระรองของไรท์ไม่เคยตายดีสักราย
    #7,641
    0
  18. #7640 beyour sunshine (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2563 / 23:26
    ซุปเปอร์เส้นใหญ่ นี่...เหมือน ซุปเปอร์ตีนไก่ ไหมนะ 55555
    #7,640
    0
  19. #7639 chichichichichichichic (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2563 / 18:51
    ซุปเปอร์เส้นใหญ่55555555
    #7,639
    0
  20. #7638 นอนน้อยเเต่นอนนะ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2563 / 16:38
    เคลวอนถูกสร้างมาเพื่อมากินอาหารหมาเป็นเพื่อนคนอ่าน
    #7,638
    1
  21. #7637 AneekasSakeena (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2563 / 01:16

    หึงน้องเหรอคะพ่อหมาป่า 🌚

    เคลวินคือใครอีกล่ะเนี่ย จะเป็นคนไม่ดีรึป่าวเนี่ย //ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #7,637
    0
  22. #7636 ^ice^ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 22:22
    หืม ใครอีกล่ะเนี่ยทีนี้
    โถ พ่อคนขี้หวงงงงงงงง
    #7,636
    0
  23. #7635 aommy-22 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 01:02
    แจกอาหารหมาๆๆๆๆ รับไปเลยอาหารหมา1ถุง!!!!
    #7,635
    0
  24. #7634 PANDORA_PANDORE (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 20:21

    หลงอ่ะดิๆๆๆ 555555555 หลงแล้วอ่ะดิ เห้อออออออออออออออทำไงได้น้องได้พี่แสบมาเยอะอิๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #7,634
    0
  25. #7633 Foxgo_O (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 16:25
    ลุนแลงงงงงง
    #7,633
    0