[Yaoi] DON'T HIDE ME ซ่อนรัก ลวงร้าย

ตอนที่ 13 : Ep.13 :: คนที่น่ากลัวที่สุด คือคนที่เสแสร้งได้แนบเนียนที่สุด 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 61,874
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,834 ครั้ง
    23 พ.ย. 63

 

 

Ep.13

:: คนที่น่ากลัวที่สุด คือคนที่เสแสร้งได้แนบเนียนที่สุด 2 ::

 

 

 

          หลายวันต่อมา ผมยังคงใช้ชีวิตวนลูประหว่างเรียนกับพักผ่อนอยู่เช่มเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือพยายามหลบเลี่ยงไดร์วูล์ฟสุดความสามารถ ตั้งแต่โดนคำว่า ‘ผสมพันธุ์’ ตอกหน้าคราวนั้น บอกเลยว่าไปไม่เป็น

 

          ใครไหวไปก่อน เพราะซ่าส์ไม่ไหว! ไม่ได้กระแดะอะไรนะเว้ย แต่แบบน่ากลัวอ่ะ ไดร์วูล์ฟตอนนิ่งๆ ว่าน่ากลัวแล้ว ทว่าตอนทำตัวแปลกไปในทางที่อันตรายขึ้นกลับน่ากลัวกว่า!

 

          “เห็นว่ากีฬาสีของปีเรา จะมีการประกวดคนหน้าตาดีประจำสีด้วยนี่นา”

          “เหมือนจะจัดขึ้นเป็นปีแรก รุ่นเราโคตรน่าตื่นเต้นเลยอ่ะ เธอว่าใครจะได้”

          “ฝั่งผู้หญิงนี่คงเป็น มิกะ จากตระกูลฟูจิวาระ สวยอย่างกับหลุดออกมาจากภาพวาด”

          “ฉันว่าคนที่ควรได้น่าจะเป็น แคทเธอรีน จากฝั่งหอทิศใต้มากกว่า”

          “ถ้าสองคนนี้อยู่สีเดียวกันคงตีกันตาย แต่อะไรก็ไม่ร้ายแรงเท่าขวัญข้าวจากหอตะวันตก อยู่สีเดียวกับ แสนซ่าส์หอตะวันออกหรอกมั้ง นอกจากหน้าคล้ายกันแล้ว ยังดูดีคนละแบบ ถ้าได้อยู่สีเดียวกันขึ้นมาจริงๆ คงเลือกลำบากว่าใครจะเป็นตัวแทนประจำสี”

          “สองคนนี้หน้าสวยจนผู้หญิงอย่างฉันยังอาย...”

 

          ผู้หญิงสองคนทางด้านหน้าเริ่มสังเกตเห็นผมที่เดินตามหลัง ฉับพลันนั้นพวกเธอก็ลดระดับเสียงลงราวกับล่วงรู้ว่าไม่ควรนินทาในระยะเผาขน ก่อนจะรีบเร่งฝีเท้าเดินจากไป ทั้งที่ผมไม่ได้ต่อว่าอะไรแท้ๆ

 

          ส่วนใหญ่ผู้หญิงมักคิดไปเองว่าผู้ชายอย่างเราๆ ไม่ชอบให้ใครมาเปรียบเปรยว่าหน้าสวยอย่างนู้นอย่างนี้ ทว่าสำหรับผมแล้วมันเป็นเรื่องธรรมดามาก คล้ายว่าตัวเองจะโดนพูดแบบนี้ใส่ตั้งแต่จำความได้ คนเราไม่ควรยึดติดคำว่า ‘สวย’ ไว้ใช้เปรียบเปรยแค่ผู้หญิง แม้เป็นผู้ชายหน้าสวย ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตของผมจะตกต่ำลงสักหน่อย

 

          ส่วนขวัญข้าว...ในสายตาคนภายนอกคงมองว่าพวกเราหน้าคล้ายกันไม่น้อย ถ้าไม่ติดว่าพ่อกัลป์ดุมาก จะแอบคิดว่าแม่แสบไปมีกิ๊กแล้ว 

 

          ล้อเล่นน่ะครับ ใครจะกล้าคิด แม่แสบรักพ่อกัลป์จะตาย ถ้าบอกว่าขวัญข้าวเป็นญาติห่างๆ ของผมยังจะเข้าท่ากว่า

 

          “อ๊ะ เจอกันอีกแล้วนะครับ”

 

          นึกถึงผี ผีก็มา ผมเหลือบตามองขวัญข้าวเล็กน้อย อีกฝ่ายยกยิ้มหวานมาแต่ไกล มือหนึ่งปาดเหงื่อออกจากหน้าผาก ในขณะที่อีกมือถือกระเป๋าเรียนด้วยท่าทีเรียบร้อย

 

          แลดูเป็นผู้ชายน่าทะนุถนอม สุภาพอ่อนโยนไม่เบา...

 

          “เดินกลับหอคนเดียว เหงาแย่เลยนะครับ” ปากพูดกับผม แต่ดันแอบมองสำรวจรอบด้านราวกับต้องการหาตัวใครสักคน

 

          “ครับ” ผมตอบรับสั้นๆ คิดว่าขวัญข้าวจะหายไปจากชีวิตแล้วเสียอีก 

 

          “เรื่องคราวที่แล้วต้องขอโทษด้วยนะครับที่เข้าไปรบกวน เราใจร้อนไปหน่อย”

 

          ขวัญข้าวเหลือบมองผมด้วยสีหน้ารู้สึกผิด ก็คงเชื่อ...ถ้าแววตาใสซื่อนั่นไม่เผยประกายแข็งกร้าววูบหนึ่ง

 

          “ถ้าไม่รู้สึกผิดจากใจจริง ก็อย่าพูดออกมาจะดีกว่านะครับ” 

 

คราวนี้เป็นฝ่ายผมบ้างที่พูดประโยคยาวๆ ก่อน ขวัญข้าวนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง พวกคนที่แอบฟังบทสนทนานี้ตามรายทางก็แสดงท่าทีคาดไม่ถึงเช่นกัน

 

          “เพราะมันน่ารำคาญน่ะ...” ผมยกยิ้มหวานส่งท้าย ก่อนจะโบกมือลาอีกฝ่ายอย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม รวมทั้งชื่อเสียงของตัวเองที่อาจพังไม่เป็นท่าด้วย

 

          แต่แล้วยังไง? จะให้เสแสร้งแสดงละครกลับไป...เหอะ ผมไม่ทำหรอกนะ ไร้สาระ

 

          “แสนซ่าส์ เรา...เราไม่คิดว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้เลยนะครับ ทั้งที่เราต้องการเป็นเพื่อนกับคุณแท้ๆ” 

 

          ขวัญข้าวไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือ อีกฝ่ายพูดเสียงดังขึ้นเล็กน้อย สองตาแดงก่ำราวกับคนไม่ได้รับความเป็นธรรม

 

          “แสนซ่าส์กับขวัญข้าวทะเลาะกันหรอ...”

          “ดอกไม้ประจำหอชายตีกันเอง แต่ขวัญข้าวน่าสงสารจัง ถ้าชั้นโดนด่าแบบนั้นก็คงร้องไห้เหมือนกัน”

          “แสนซ่าส์แม่งปากร้ายกว่าที่คิด”

 

          ขนาดซุบซิบกันเสียงเบาแล้ว คำนินทายังลอยมาเข้าหูผมได้อีก ขวัญข้าวไม่รีรอที่จะกระพือไฟให้ลุกโหม อีกฝ่ายเดินตามผมต้อยๆ ด้วยใบหน้าหมองเศร้า

 

          เอิ่ม ต้องการอะไรจากผมก่อน? ทั้งที่ผมยังไม่ได้ทำอะไรให้แท้ๆ โคตรขี้เกียจจะเล่นด้วย บอกเลยว่าเหนื่อย ทุกวันนี้แค่หลบหน้าราชาตะวันออกให้พ้นก็เหนื่อยประหนึ่งตนเองเป็นผู้ก่อการร้ายหลบหนีตำรวจแล้ว!

 

อยากตามก็จะให้ตาม ไหนๆ ทางนี้ก็เป็นหอพักของเจ้าตัวอยู่แล้ว

 

“เอ๋? ไม่ได้กลับหอพักตะวันออกหรอครับ”

 

ขวัญข้าวเอ่ยขึ้นอย่างงุนงง หลุดบทบาทคนโดนรังแกไปชั่วขณะเมื่อผมเดินมาทางหอพักตะวันตก แทนที่จะกลับไปหอตะวันออก

 

“จำไม่เห็นได้ว่าเราต้องบอกเรื่องส่วนตัวกับคุณนะครับ”

 

“...อ่า ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ครับ เราคงทำให้แสนซ่าส์รำคาญใจอีกแล้ว”

 

“ถ้ารู้ตัว ก็เลิกตามเราสักทีสิครับ...หรืออยากได้ใครคืนงั้นหรอ”

 

“....!” ขวัญข้าวชะงักไปเล็กน้อย เป็นจังหวะเดียวกับที่ผมขยับเท้าเข้าใกล้พลางยกยิ้มหยอกเย้า

 

“เอาแต่ตามติดเราเหมือน ‘เขา’ แบบนี้...รู้สึกลำบากใจนะครับ”

 

เอ่ยกระซิบข้างหูคนด้านหลังพลางหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ ก่อนจะเดินไปทางลิฟต์ของราชาอย่างไม่สนใจสายตาลูกหอที่มองคนต่างถิ่นตาเขม็ง น้อยคนที่จะรู้ว่าผมเป็นฝาแฝดของราชาตะวันตก ถ้ายังจำกันได้...มีข่าวลือว่าผมเป็นเด็กของฝาแฝดตัวเองอยู่ช่วงหนึ่ง ด้วยความที่หน้าตารูปร่างไม่เหมือนพวกแฝด บางคนถึงกับแต่งเรื่องว่าผมเป็นลูกบุญธรรมที่ทายาทตระกูลไฟร์ อภิเกียรติวงศ์คนโตเก็บมาเลี้ยงอย่างลับๆ

 

ถ้าเป็นลูกบุญธรรมจริง ก็คงเป็นหนูตกถังข้าวสาร...เพราะดันถูกสปอยล์จากคนทั้งบ้าน

 

ถามว่ารู้สึกกระอักกระอวนเรื่องกลายเป็นกิ๊กกับแฝดตัวเองไหม ไม่หรอก ออกจะตลกด้วยซ้ำ ความจริงเป็นยังไงก็รู้ๆ กันอยู่ ไม่จำเป็นต้องโพนทะนาป่าวประกาศกับชาวบ้านชาวช่องไปทั่ว 

 

หยุดอะไรหยุดได้ แต่หยุดเสียงนินทา...ยิ่งแก้ตัว ข่าวก็ยิ่งล่ำลือผิดเพี้ยนไป

 

ขณะกำลังยืนเหม่อ และคิดจะควักสมาร์ทโฟนเรียกพวกแฝดลงมารับ ลิฟต์ของราชาก็เปิดออกราวรู้ใจ ใบหน้าที่ไม่ได้เห็นมาหลายสัปดาห์ปรากฏขึ้นตรงหน้า ดวงตาของอัคคีและอัคนีปรากฏร่องรอยนิ่งอึ้ง ก่อนมือหนึ่งในนั้นจะคว้าร่างผมแล้วกระชากเข้าลิฟต์อย่างรวดเร็ว

 

          เชี่ย! พวกพี่เวร จำเป็นต้องรีบร้อนขนาดนี้ไหม คนข้างนอกคงเข้าใจผิดไปไกลแล้วแหงๆ มีอย่างที่ไหนมาดึงน้องเข้าลิฟต์กะทันหัน ทั้งที่ตัวเองทำท่าราวกับจะออกไปไหนแท้ๆ ! 

 

          “ไม่เห็นบอก...ว่าจะมา” อัคคีก้มลงมอง ก่อนจะปล่อยข้อมือผมออก

 

          ผมยกมือมาลูบตรงรอยแดงป้อยๆ นี่ขนาดเป็นน้องเป็นนุ่งนะ พี่มันยังไม่อ่อนโยน! 

 

          “ก็ว่าจะโทรหาอยู่ ลิฟต์ของราชาต้องแสกนลายนิ้วมือ...ว่าแต่คีกับนิคจะไปไหนกันหรอ”

 

          “พวกกูเปลี่ยนใจไม่ไปแล้ว...”

 

          อัคนีตอบด้วยท่าทีไม่ยินดียินร้าย ผมกะพริบตามองพวกแฝดสลับกันไปมา เอ่อ เปลี่ยนใจง่ายๆ แบบนี้เลย? ทั้งที่แต่งตัวเต็มยศราวกับจะไปฆ่า...แค่ก! ไปเล่นกับเหยื่อที่ไหนแล้วเนี่ยนะ

 

          ขณะที่อัคนีพูด อัคคีก็กดสมาร์ทโฟนต่อสายหาใครสักคน ส่งเสียงบอกปลายสายว่าเลื่อนวันนัดคำหนึ่ง แล้วกดตัดสาย ทำงานกันเป็นกระบวนการจริงๆ สิพับผ่า

 

          พวกแฝดคงนึกแปลกใจไม่น้อยที่ผมโผล่มา เพราะปกติแล้วช่วงเย็นแบบนี้ผมมักตรงกลับหอ อีกทั้งกฎของแต่ละหอยังระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามนอนที่หอพักอื่น

 

          ติ๊ง!

 

          พอลิฟต์เปิดพวกพี่ชายฝาแฝดก็เดินนำเข้าห้อง ค่อนข้างจะตกแต่งสวยและกว้างขวางพอๆ กับห้องของไดร์วูล์ฟเลย ผมเผลอชะงักไปเล็กน้อยเมื่อนึกถึงไดร์วูล์ฟขึ้นมา

 

          ป่านนี้คงเลิกตามหาตัวผมแล้วมั้ง...หรือจะดักรออยู่ที่ห้องก็ไม่รู้

 

          “นอนนี่...?” อัคนีนั่งลงบนโซฟา ก่อนจะดึงร่างผมให้ไปนั่งข้างๆ แล้วพาดแขนมาเกี่ยวกระหวัดเส้นผมท้ายทอยเล่นด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง

 

          ก็เป็นซะแบบนี้ไง จะไม่ให้คนอื่นล่ำลือในทางที่ผิดไหวหรอวะ

 

          ผมส่ายหน้า เอนหัวซุกซบไหล่พี่ชายด้วยความเคยชินพลางหลับตาลง “ซ่าส์ไม่มีชุดมาเปลี่ยน...”

 

          “เยอะแยะ” 

 

อัคนีแค่นเสียงหึในลำคอ ก่อนจะลุกขึ้นแล้วดึงร่างผมไปตรงมุมข้างห้องน้ำ มือหนาเปิดประตูตู้แบบวอล์คอินคลอเซ็ทซึ่งครองพื้นที่ของผนังห้องฝั่งหนึ่ง ทางด้านซ้ายมีชุดนอนตัวเล็กสีสันสดใสไม่เข้าพวกกับบรรดาเสื้อยีนส์สีทึบห้อยแขวนไว้หลายสิบตัว

 

          ผมนิ่งอึ้ง หันมองหน้าอัคนีกับอัคคีด้วยความช็อก นี่อยากให้น้องมานอนด้วยขนาดนั้นเชียว? พวกฝาแฝดของผมมันบ้าไปแล้ว โอ๊ย ในโลกนี้มีใครคลั่งน้องเบอร์นี้ไหมวะถามจริง ขนาดผมเป็นผู้ชายนะ...ถ้ากลายเป็นผู้หญิง พวกมันไม่กกไว้เหมือนไข่ในหินเลยเรอะ!

 

          พูดถึงผู้หญิง...พี่ลาวา ฝาแฝดของพี่คิมหันต์เองก็เป็นทายาทผู้หญิงเพียงคนเดียวของตระกูล ผมไม่ได้แช่งหรอกนะ แต่อนาคตอาจมีแววขึ้นคานแน่ๆ เพราะทั้งพ่อ ทั้งพี่คิมหันต์ ทั้งคุณปู่พากันหวงไปหมด 

 

          คล้ายรู้ว่าผมยังช็อกไม่พอ อัคคีหยิบชุดนอนสีฟ้าเนื้อผ้าเรียบลื่นออกมาตัวหนึ่ง แล้วทาบลงบนร่างผมลวกๆ จากนั้นก็โยนกลับเข้าที่เดิม

 

          “พอดีตัว เหมือนที่มึงบอก...” อัคคีเปรยด้วยสุ้มเสียงทุ้มเย็น 

 

          “หึ...กูรู้สัดส่วนซ่าส์ทั้งหมด” อัคนียกยิ้มมุมปากตอบรับ นัยน์ตาทอประกายพึงพอใจวูบหนึ่ง

 

          เดี๋ยวๆ พวกมึงจะมาคุยข้ามหัวกูแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย แล้วใครบอกว่าคืนนี้ผมจะนอนที่นี่ แค่มาหาเฉยๆ หรอก!

 

          “คือซ่าส์ไม่ได้มานอนนะ คีกับนิคก็รู้ว่านอนไม่ได้ เดี๋ยวอีกสักชั่วโมงก็จะกลับแล้ว”

 

          ฉับพลันนั้นพวกแฝดก็หันขวับมองมา สายตาโคตรเย็นชาอำมหิตประหนึ่งว่าจะจับผมหักคอจิ้มน้ำพริกอยู่รอมร่อ ก่อนอัคคีจะเมินหน้าไปในทิศทางอื่น ส่วนอัคนีหุบรอยยิ้มลงพร้อมจ้องมองผมด้วยแววตาอ่านยาก 

 

น่ากลัวชิบหาย แม้จะอยู่ด้วยกันมาทั้งชีวิต แต่บอกเลยว่ายังไม่ชิน! 

 

ยิ่งรังสีเย็นยะเยือกแผ่ซ่านรอบห้อง ผมก็ยิ่งยิ้มประจบเอาใจ เข้าไปกอดเอวคนนู้นทีคนนี้ที พลางออดอ้อนอย่างที่เคยทำตอนสมัยเด็กๆ 

 

          “ไม่โกรธซ่าส์นะครับ น้า นะ ไว้กลับบ้านไปจะให้นอนกอดสิบวันเต็มเลยเอ้า!” 

 

          พอได้ยินคำพูดเช่นนั้น พวกฝาแฝดติดน้องก็พลันมีสีหน้าดีขึ้น อัคคียกมือโยกหัวผมทีหนึ่ง ในขณะที่อัคนีหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วโยนมาคลุมหัวผมอย่างไม่อ่อนโยนเท่าไหร่นัก

 

          “ไปอาบน้ำซะ ถ้าไม่ใส่ชุดที่พวกกูซื้อ...อย่าหวังว่าจะได้ก้าวออกจากห้อง”

 

          อัคนีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ แม่งเป็นโรคจิตแน่ๆ บังคับน้องใส่ชุดไม่ปานว่าเล่นแต่งตัวตุ๊กตา ขืนมันมีตุ๊กตาของตัวเองขึ้นมาจริงๆ...เหอะๆ ผมล่ะไม่อยากจะคิด 

 

คนๆ นั้นต้องโชคร้ายแหงๆ โชคร้ายสุดๆ ไปเลย!

 

 

อีกด้านหนึ่ง

 

“นายท่าน...คุณขวัญข้าวมารออยู่หน้าหอ บอกว่ามีเรื่องสำคัญมากๆ จะคุยด้วยครับ”

 

“ไล่ไปซะ...” 

 

ไดร์วูล์ฟเอนกายลงนอนบนโซฟาสีแดงดั่งเลือดอย่างเอื่อยเฉื่อย ผมสีเทาขับให้ผิวดูขาวสว่างจนคล้ายมีออร่าทะลุออกจากร่าง คาเรย์นิ่งงันไปครู่หนึ่ง เหม่อมองเจ้านายเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจกล่าวรายงานในที่สุด

 

“แต่คุณขวัญข้าวบอกว่า...เป็นเรื่องของคุณแสนซ่าส์ครับ”

 

          ยามเอื้อนเอ่ยถึงชื่อนั้น ดวงตาสีเทาซีดก็มองมาทางหางตาอย่างน่าขนลุก คาเรย์ไม่รั้งรออีกต่อไป รีบกล่าวรายงานในทันที

 

          “วันนี้คุณแสนซ่าส์ไปที่หอตะวันตก และขึ้นไปที่ห้องราชา...คนของเราที่แฝงตัวอยู่หอนั้นยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงครับ”

          

          ผู้เป็นนายจ้องมองมาเนิ่นนาน...นานเสียจนผู้ใต้บังคับบัญชาเสียวสันหลังวาบ ก่อนจะวกสายตากลับไปในที่สุด ร่างกำยำราวประติมากรรมชั้นสูงนอนนิ่งอยู่เช่นนั้นครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ลุกขึ้นนั่งพลางเสยผมลวกๆ มือหนาแบออกข้างตัว...ไม่ต้องเอื้อนเอ่ยประโยคใด คีย์การ์ดใบหนึ่งก็ถูกวางลงบนฝ่ามือเป็นลำดับถัดมา

 

          ไดร์วูล์ฟจ้องมองคีย์การ์ดในมือชั่วขณะ ดวงตาทอประกายสว่างวาบราวสัตว์ร้าย

 

          คิดว่าหลบไปที่ห้องของฝาแฝด...แล้วจะหนีเขาพ้นหรืออย่างไร

 

          

 

         (Sanza talk)

 

สุดท้ายผมก็อาบน้ำสวมใส่ชุดนอนสีฟ้าตามที่อัคนีต้องการ ก่อนจะมานอนดูทีวีบนเตียงกับพวกมัน จนกระทั่งด้านนอกฟ้าเริ่มมืดแล้ว เลยสะกิดพวกฝาแฝดที่นอนขนาบข้างคนละฝั่งยิกๆ

 

          “ซ่าส์ต้องไปแล้ว” บอกพลางเด้งตัวขึ้นนั่งบนเตียง ก่อนจะลุกไปเอากระเป๋าเรียนมาพาดไหล่ โคตรไม่เข้ากับชุดนอนอ่ะ แต่ทำไงได้ ชุดเก่าเอาเข้าเครื่องซักไปแล้ว ฝากพวกแฝดไว้แล้วกัน

 

          อัคคีและอัคนีเดินลงมาส่งด้านล่างหออย่างว่าง่าย พวกลูกหอต่างมองมาที่เราตาถลน โดยเฉพาะผมที่ถูกจ้องเอาๆ คงเพราะชุดสีฟ้ามันโดดเด่นสะดุดตาล่ะมั้ง หรือไม่ก็อาจมีคนจำได้ว่าก่อนขึ้นไปกับหลังลงมา...ชุดผมเป็นคนละตัวกัน

 

           บันเทิงล่ะ มีเรื่องให้นินทาเพิ่มไปอีก

 

          อัคคีและอัคนีขยับร่างบดบังผมจากสายตาพวกนั้นจนมิด ทั้งสองปรายหางตามองลูกหออย่างเงียบเชียบแฝงไปด้วยกลิ่นอายอำมหิต พอคนหน้าเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้วทำท่าทางราวกับจะไปฆ่าหั่นศพใครเช่นนี้...บอกเลยว่าขนลุก

 

เพียงเท่านั้นทุกคนก็รีบหันขวับกลับไปเสมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ผมคิดว่าพวกแฝดจะส่งแค่หน้าหอตะวันตก แต่ไม่...พวกมันเดินตามมาส่งจนถึงประตูหอพักตะวันออก

 

ขวัญข้าวเองก็หายหน้าหายตาไปเลย ซึ่งก็ดีแล้ว ไม่งั้นผมคงหมดความอดทนจัดการกับอีกฝ่ายขั้นเด็ดขาด

 

“ไปแล้วนะ ไว้ซ่าส์จะไปหาใหม่” 

 

“อืม...” อัคนีกับอัคคีรับคำพร้อมกัน ก่อนจะมองตามหลังผมซึ่งเดินลับเข้าหอไปจนสุดสายตา

 

คล้อยหลังร่างเล็กของน้องชายฝาแฝด อัคคีก็พลันเงยหน้ามองหอตะวันออกอย่างเงียบเชียบ แววตาทอประกายน่าสะพรึงกลัวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเปรยประโยคหนึ่งขึ้นมา

 

“ตรงคอ...”

 

“กูเห็นแล้ว” 

 

อัคนีเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบ มือก็ล้วงมีดขึ้นมาแกว่งเป็นวงกลมเล่น เขามักทำเช่นนี้ตามความเคยชินยามครุ่นคิดบางอย่างที่เป็นเรื่องสำคัญมากๆ

 

และอีกกรณีหนึ่ง คือต้องการเปิดศึกกับใครสักคน...

 

“อาจเป็นแมลงกัด แต่ถ้าไม่ใช่...” 

 

อัคนียกยิ้มมุมปาก แววตาแฝงความเหี้ยมเกรียมอยู่หลายส่วน เพราะรู้ว่าแสนซ่าส์ดูแลตัวเองได้ อีกทั้งยังไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ฝาแฝดคนเล็กของพวกเขาเท่าไหร่ เลยวางใจเรื่อยมา จนกระทั่งวันนี้สะดุดตากับรอยแดงจางตรงลำคอขาวนวล ร่องรอยที่ไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากแมลง...หรือจากคน

 

แต่ไม่ว่าจะเป็นแมลงหรือคน พวกเขาก็จะขยี้มัน...เฉกเช่นที่แล้วมาอยู่ดี

 

          “ก็แค่กำจัด...” ดวงตาของอัคคีทอประกายอำมหิตเจือจาง

 

          คนที่พวกเขาทะนุถนอมมาตลอดทั้งชีวิต จะปล่อยให้โดนรังแกง่ายๆ ได้อย่างไร

 

          สุดท้ายแผ่นหลังของราชาตะวันตกทั้งสองก็หายลับไปท่ามกลางความมืด...และลมหนาวสายหนึ่ง

 

 

 

 

 

Loading 60%

 

 

 

 

 

 

          (Sanza talk)

          

          ผมแตะคีย์การ์ดก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้อง ประตูด้านหลังปิดลงโดยอัตโนมัติ ยังไม่ทันได้เปิดไฟ...แผ่นหลังก็พลันหนาววูบราวกับมีบางสิ่งผิดแปลกไป

 

          ร่างทั้งร่างแข็งทื่อเมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่กำลังรินรดซอกคอ ‘ผู้บุกรุก’ เคลื่อนไหวโดยไร้สุ้มเสียงและสามารถเข้าประชิดตัวผมได้รวดเร็วเสียจนหน้าตกใจ ยอมรับว่าเผลอกำคีย์การ์ดแน่นขึ้นเมื่อเสียงสูดหายใจเข้าลึกดังอยู่ข้างใบหู ปลายจมูกของอีกฝ่ายเฉียดผ่านข้างแก้มจนอดที่จะสะท้านวูบไม่ได้

 

          ผมลูบเหลี่ยมคมของคีย์การ์ดครั้งหนึ่ง แววตาเปล่งประกายเหี้ยมเกรียม ก่อนจะแทงศอกใส่คนด้านหลัง ไม่น่าเชื่อว่าอีกฝ่ายจะเร็วกว่า...ร่างสูงกำยำคว้าเข้าที่แขน ก่อนจะผลักผมติดกำแพงด้านข้าง บอกเลยว่าสภาพตอนนี้ไม่สู้ดีนัก ใบหน้าและลำตัวแนบติดกับผนังเย็นชืด ส่วนด้านหลังมีแผงอกแน่นตรึงทับไว้

 

          WTF! ใครมันบังอาจบุกรุกห้องวะ แถมยังเก่งถึงขั้นต่อกรกับผมได้อีก ไม่สิ...บางทีอาจเก่งกว่า

 

          คิดไปคิดมา เห็นจะมีอยู่แค่คนเดียว

 

          เหงื่อเย็นเริ่มผุดซึมตามกรอบหน้าอย่างฉับพลัน ผมพึงระลึกได้แล้วว่าการหลบหน้าไม่ได้ช่วยอะไร ยิ่งหนี ก็ยิ่งโดนไล่ต้อนให้จนมุม 

 

          “ไดร์วูล์ฟ คุณเข้าห้องเราทำไมครับ” 

 

คิดว่าเป็นราชาของหอแล้วจะเข้าห้องใครก็ได้เรอะ! อ...อันที่จริงก็ได้แหละ แต่มันไม่ควรไง รู้จักไหมคำว่ามารยาทน่ะ ฮือ ซ่าส์ปวดหัว!

 

          คนด้านหลังนิ่งเงียบไปนาน นอกจากจะไม่ปล่อยตัวผมแล้ว ยังบีบข้อมือแน่นขึ้นระดับหนึ่ง 

 

          “กลิ่น...ของใคร?” 

 

น้ำเสียงโมโนโทนแฝงไปด้วยกลิ่นอายน่าสะพรึงกลัวทำเอาขนลุกซู่ตั้งแต่หัวจรดเท้า เพื่อยืนยันคำพูด...ไดร์วูล์ฟถึงขั้นโน้มใบหน้าลงมาดอมดมกลิ่นข้างลำคอ พื้นผิวที่ถูกปลายจมูกโด่งสัมผัสพลันร้อนวาบราวกับถูกเหล็กนาบในทันที ผมพยายามเอียงคอหนี ทว่ากลับทำได้อย่างยากลำบาก

 

ลมหายใจของตนเองเริ่มถี่กระชั้นขึ้นเสียจนสัมผัสได้...ไม่รู้ว่าระหว่างความหวาดกลัวกับความตื่นเต้น  สิ่งไหนมีมากกว่ากัน

 

 แคว่ก!

 

เสื้อที่สวมใส่อยู่ถูกกระชากออก เหลือเพียงกางเกงนอน ผมอ้าปากพะงาบๆ ยังไม่ทันได้ร้องประท้วง ร่างทั้งร่างก็ถูกอุ้มขึ้นแล้วโยนลงบนเตียงกลางห้องอย่างไม่เบาแรง

 

ตุ้บ!

 

ไอ้เชี่ย...คำว่า ‘ผสมพันธุ์’ ของสัตว์ร้ายในคราบมนุษย์ตรงหน้านี่ลอยเข้าหัวมาเลยไง

 

“ด...เดี๋ยวครับ! คุณจะทำอะไร” 

 

ประโยคโคตรเหมือนนางเอกที่กำลังจะถูกพระเอกย่ำยี แต่ขอเถอะ คือแบบมันหลุดปากไปเองเว้ย เวลาแบบนี้ถ้าไม่ให้ถามจะให้พูดว่าอะไร ‘เชิญมาผสมพันธุ์กันเบบี๋’ ‘งี้หรอ

 

แค่คิดก็อยากผูกคอตายใต้ต้นผักชีให้รู้แล้วรู้รอด โฮก!

 

          ไดร์วูล์ฟตวัดมือดึงอีกที กางเกงผมก็หลุดลอยแล้ว ดีนะที่ห้องยังมืด ไม่งั้นผมคงหวาดกลัวปะปนตกใจจนต้องมุดดินหนีแหงๆ เขาไม่ปล่อยให้ผมตั้งตัวเพื่อประทุษร้ายกลับแม้แต่นิด ร่างสูงกำยำทาบทับลงมาดั่งกำแพงเหล็กกล้าที่ไม่อาจฟันฝ่าออกไปได้ง่ายๆ

 

          “นอกจากหลบหน้า...ยังกล้าให้คนอื่นทิ้งกลิ่นไว้”

 

          “....!”

 

          “...ไม่ใช่ว่าพร้อมผสมพันธุ์แล้ว?”

 

          ทิ้งกลิ่นบ้าบออะไร! ข้ออ้างในการจับกดผมชัดๆ ไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลยสักนิด ถ้ามีกลิ่นจริงๆ ก็คงจมูกดีเกินไปแล้ว!

 

          “คนอื่น? เราแค่ไปหาฝาแฝดเราเองนะ! ไม่สิ นั่นไม่ใช่ประเด็น ใครพร้อมผสมพันธุ์ไม่ทราบ อย่ามาพูดเองเออเองนะครับ!”

 

          เสมือนคำพูดผมเป็นเพียงลมที่ลอยผ่านหู บรรยากาศภายในห้องเริ่มทวีความร้อนระอุขึ้นพอๆ กับอารมณ์ของร่างสูงที่คร่อมทับ ดวงตาสีเทาซีดเปล่งประกายเข้มลึกเสี้ยววินาทีหนึ่ง เพียงมองดูก็รู้ว่าเจ้าตัวไม่ได้อารมณ์ดีนัก

 

          จับผมขย้ำเป็นชิ้นๆ ได้คงทำไปนานแล้ว!

 

          ข้อมือสองข้างถูกพันธนาการไว้ด้วยมือหนาเพียงข้างเดียว ไดร์วูล์ฟทาบทับริมฝีปากลงมาอย่างไม่ทันให้ได้ตั้งตัว ผมสะดุ้งเฮือกตอนฟันคมเลาะเล็มขอบปาก ก่อนอีกฝ่ายจะสอดลิ้นร้อนเข้ามาล่วงล้ำภายในอย่างอุกอาจ ไดร์วูล์ฟตัวใหญ่มาก เมื่อเทียบกับขนาดตัวผมแล้ว...ร่างของเขาจึงบดบังทัศนียภาพรอบด้านไปเสียมิด

 

          “อื้อ!”

 

          ผมเบิกตากว้าง เกร็งข้อแขนจนรู้สึกเจ็บเสียด ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ปรานีแม้แต่น้อย ยามนี้เขาไม่ต่างอะไรกับสัตว์ร้ายคลุ้มคลั่งที่มุ่งจะขย้ำเหยื่อเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

 

          “แฮ่ก...ถะ ถ้าคุณทำ เราจะโกรธ”

 

          ผมพยายามตั้งสติทั้งที่โดนจูบจนดวงตาพร่าเบลอ ริมฝีปากร้อนซึ่งกำลังไล่ขบเม้มผิวข้างลำคอพลันชะงักไปจังหวะหนึ่ง ดวงตาสีเทาซีดแฝงไปด้วยประกายดำมืด ก่อนฟันคมจะขบกัดลงมาคล้ายต้องการสั่งสอนอยู่ในที

 

          “โอ๊ย!”

 

“ก็ลองดู...” 

 

ถ้อยคำข้างต้นไม่ต่างอะไรกับน้ำเย็นเฉียบราดรดลงมากลางใจ ความรู้สึกจนตรอกแล่นริ้วขึ้นสมองพร้อมความปวดหน่วงในอก เจ็บปวดที่ไดร์วูล์ฟไม่สนใจว่าผมจะรู้สึกยังไง เอาแต่บังคับให้ทำตามความต้องการ ทั้งที่ผมไม่ได้ยินยอมแท้ๆ

 

พอถูกบีบบังคับมากๆ เข้า หยดน้ำตาที่เอ่อคลอก็พลันรินไหลลงข้างแก้ม ยอมรับว่าผมทั้งกลัว ทั้งตกใจ ไหนจะโกรธมากๆ อีก ไดร์วูล์ฟชะงักการกระทำทั้งหมด อีกฝ่ายมองดูผมที่ตัวสั่นเทาอยู่ใต้ร่างด้วยแววตาอ่านยากครู่หนึ่ง

 

“ไม่อยากเป็นของกู...ขนาดนั้น?”

 

สุ้มเสียงทุ้มเย็นดังขึ้นเหนือหัว ผมช้อนตามองเล็กน้อย เม้มปากอย่างโกรธเคืองก่อนจะเบือนหน้าหนีไปซุกหมอนแทน ต่อให้ไดร์วูล์ฟจะหล่อเหลาทะลุความมืดแค่ไหน ทว่าตอนนี้แม้แต่หน้าผมก็ไม่อยากจะมอง!

 

มือหนาคลายข้อมือที่เล็กกว่า ก่อนจะผละตัวออกห่างในที่สุด ดวงตาคมดุฉายแววเย็นชาไร้อารมณ์จนบรรยากาศร้อนระอุรอบด้านพลันเย็นเฉียบขึ้นมาในความรู้สึก

 

“คุณบังคับเรา...”

 

ผมเอื้อนเอ่ยด้วยสุ้มเสียงติดจะแหบพร่าเล็กน้อย ไดร์วูล์ฟนิ่งเงียบไปนาน จนผมอดคิดไม่ได้ว่าอีกสักพักเขาต้องเดินออกจากห้องไปแน่ แล้วความสัมพันธ์ของเราก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม 

 

คนรู้จัก...ไม่ก็เพื่อนร่วมห้อง

 

หมับ!

 

“จะ...จะทำอะไรครับ!” 

 

อยู่ๆ ไดร์วูล์ฟก็นอนลงด้านข้างแล้วตวัดมือคว้าเอวผมอย่างฉับพลัน แผ่นหลังเปลือยเปล่าแนบชิดกับแผงอกกำยำใต้ร่มผ้า ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดขม่อมหลังจนรู้สึกเกร็งไปทั่วทั้งร่าง

 

“ลบกลิ่น...”

 

“ห๊ะ?” เผลอทำหน้าเอ๋อชั่วขณะ ก่อนจะพยายามดึงแขนที่สอดรอบเอวอยู่ออกอย่างอดไม่ได้

 

“อยู่นิ่งๆ...” 

 

ดวงตาสีเทาซีดเริ่มฉายแววดุดันขึ้นมาชั่วขณะ แม้ใจไม่อยากยอมรับ แต่ด้วยสภาพที่ตกเป็นรอง ผมจึงต้องอยู่นิ่งตามคำบัญชาอย่างช่วยไม่ได้

 

ขืนดิ้นมากๆ แล้วไปบดเบียด ‘บางสิ่ง’ ซึ่งดุนดันอยู่ด้านหลังให้ตื่นขึ้น ผมคงงานเข้าของแท้ 

 

ปลายจมูกโด่งเฉียดผ่านกลุ่มผมนุ่ม ก่อนแววตาดุดันจะทวีความเหี้ยมเกรียมเล็กๆ ผมเกือบสะดุ้งตอนคนด้านหลังกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นเสียจนร่างทั้งร่างแทบจะจมอกอีกฝ่ายอยู่รอมร่อ

 

“ปล่อยครับ เราจะใส่เสื้อ...”

 

“นอนซะ...หรือจะไม่นอน?”

 

ต่อให้ไม่ง่วง ณ จุดๆ นี้ก็ต้องแสร้งปิดเปลือกตาลงแล้ว ใจผมเต้นแรงด้วยความลุ้นระทึก ทว่าลึกๆ กลับมีความหวั่นไหวไม่รักดีสายหนึ่งทักทอขึ้นมากลางอก

 

ทั้งที่เมื่อครู่ยังไม่อยากมองหน้า...แต่โดนกอดหน่อยเดียวก็ตัวอ่อนยวบเป็นขี้ผึ้งลนไฟเสียอย่างนั้น

 

แสนซ่าส์ มึงมันคนใจง่าย!

 

 

          แสงจันทร์ซึ่งเล็ดลอดผ่านผ้าม่านทำให้เห็นเสี้ยวหน้าสวยเกินชายเปื้อนคราบน้ำตารำไร ลมหายใจของคนที่ถูกกอดเป็นจังหวะสม่ำเสมอ...บ่งบอกว่าหลับลึกเกินกว่าจะรับรู้เรื่องราวโลกภายนอก

 

          ไดร์วูล์ฟจดจ้องมองกลุ่มผมนุ่ม ไล่มองลงไปจนกระทั่งถึงรอยแดงระเรื่อซึ่งประทับข้างลำคอขาวนวล ไหนจะเอวคอดและสะโพกกลมกลึงซึ่งน่าบีบและตีให้แดงช้ำยิ่งกว่าผู้หญิงและผู้ชายที่เขาเคยพบเจอมา

 

ทว่าเมื่อนึกถึงกลิ่น ‘เพศผู้’ ที่ติดกายอีกฝ่ายในยามแรก อารมณ์เย็นๆ ก็พลันเดือดระอุอย่างไร้การควบคุม

 

          เผลอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเช็คกลิ่นครั้งหนึ่ง ด้วยความที่เขาแนบชิดกับร่างเล็กมานานหลายชั่วโมง...กลิ่นนั้นจึงเจือจางลงจนแทบจะเลือนหายไปแล้ว

 

ความจริง...ต่อให้เป็นเครือญาติ คนอย่างเขาก็ไม่อาจละเว้น

 

ยังดีที่เป็นฝาแฝดของอีกฝ่าย เพราะถ้าเป็นคนอื่น...บางทีร่างขาวนวลนี้อาจโดนเขาขย้ำตั้งแต่ก้าวพ้นประตูห้อง จากนั้นค่อยไปไล่ฆ่าพวกลองดีทีหลัง

 

ไดร์วูล์ฟไม่เคยมีสิ่งที่สนใจอย่างจริงจัง เพราะ ‘ทุกสิ่ง’ ที่เขาสนใจ...มักถูกคนรอบตัวทำลายตั้งแต่เยาว์วัย 

 

ของเล่นชิ้นแรก...

 

สัตว์เลี้ยงตัวแรก...

 

เพื่อนคนแรก...

 

เขาเรียนรู้ที่จะเพิกเฉยเพื่อให้สิ่งนั้นปลอดภัย และแย่งชิงเพื่อให้ได้มา ทว่าสุดท้าย...ก็ไม่อาจรักษาไว้ ไม่ว่าจะโดนคนอื่นทำลายก็ดี หรือทรยศเขาเองก็ดี  

 

          ปลายนิ้วเรียวเล็กขยับเล็กน้อย ดึงความสนใจให้คนที่จมอยู่ในห้วงภวังค์ความคิดหันไปมอง คิ้วเรียวยาวของคนในอ้อมแขนขมวดมุ่น ก่อนร่างบางจะขยับพลิกตัวมาซุกซบแผงอกหนา หันหน้าหนีความเย็นจากเครื่องปรับอากาศไปโดยปริยาย

 

          “งืม...”

 

          ดวงตาสีเทาซีดพลันทอประกายเข้มลึกในความมืด อีกทั้งยังจับจ้องมองใบหน้าขาวนวลไม่วางตา ความรู้สึกหนึ่งก่อเกิดขึ้นในอก มันเร่งเร้าให้เขาครอบครองอีกฝ่าย และกักขังไว้ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน

 

          ต้องตีตรา...ก่อนที่คนๆ นี้จะหายไป 

 

          ต้องพันธนาการไว้ข้างกาย ก่อนจะเผลอทำลายเสียเอง

 

          คนอย่างเขา...มีจุดมุ่งหมายและทางเลือกเดินเพียงหนึ่ง คิดอย่างไรก็จะทำอย่างนั้นโดยไม่เปลี่ยนจุดมุ่งหมายกะทันหัน ความเด็ดขาดไร้ซึ่งความลังเลนี้ผลักดันตัวเองให้ขึ้นมาอยู่บนจุดสูงสุดของตระกูลวูล์ฟท่ามกลางสายตาหวาดผวาของหลายต่อหลายคน

 

ทว่ายามเหลือบไปเห็นคราบน้ำตาบนใบหน้าขาวนวล บุคคลผู้ไม่เคยมอบความปรานีให้ใครกลับหมดอารมณ์จะกระทำทุกสิ่ง 

 

          คืนนี้...เขาทำได้เพียง ‘ลบกลิ่น’ ที่ไม่ใช่กลิ่นของตนบนร่างบอบบางเท่านั้น 

 

          

 

           

      

 

::ส่งท้ายคลายเครียด::

คำถาม : จะลบกลิ่นต้องทำยังไง?

คนทั่วไป : “อาบน้ำใหม่ เปิดประตูระบายอากาศ ใช้กลิ่นใหม่ดับกลิ่นเก่า บลาๆๆ”

ไดรวูล์ฟ : เหลือบหางตามองซ่าส์ ดึงมาจุ๊บหนึ่งที ทำรอยรอบคอ แล้วจับซุบอก 

ไรท์ : นั่งเคี้ยวอาหารหมาเงียบๆ

 

 

 

    Writer talk2

          เห็นสภาพพ่อหมาป่าแล้วหมดคำจะพูด แจกอาหารหมากันถ้วนหน้า มันเป็นยังไงคะ อาการมันเป็นยังไง?//หลบปืน แล้วพบกันค่า 

ติดตามข่าวสารการอัพเดตนิยายได้ทาง เพจ , ทวิต (จิ้มที่คำว่าเพจหรือทวิตได้เลยค่ะ)

#ซ่อนรักลวงร้าย

รักรีดเดอร์

 

 

 

          :: ส่งท้ายคลายเครียด ::

อัคนี : “คอมีรอย...” ชิ้ง! //ถือมีด

อัคคี : “กำจัดแมลง...” กริ๊ก! //ขึ้นนกปืน

ไรท์ : “กว่าจะผ่านแต่ละด่าน...คงไม่ง่าย” //ซับน้ำตา

ไดร์วูล์ฟ : มองเมินด้วยสายตาเย็นชา แล้วแสกนคีย์การ์ดเข้าห้องว่าที่เมียเงียบๆ

แสนซ่าส์ : “....” //แดกจุดเงียบๆ

 

 

 

 

ขอขอบคุณแฟนอาร์ตจากคุณ @Yibo10295009 ค่ะ

(พ่อหมาป่าเวอร์ชั่นหน้าสวย อุกรี๊ด หล่อไปอีกแบบค่า)

 

 

 

          Writer talk1

          มาแล้วค่า ฝาแฝดได้มีบทกับเขาสักที ชักเริ่มระแคะระคายแล้วด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะรอยมันจางมาก พวกแฝดคงบุกหอตะวันตกเปิดศึกไปแล้ว//ยิ้มแห้ง มาจับมาทัชน้องเขาแบบนี้ เป็นใคร ใครก็โกรธ ฉะนั้นแล้วต้องเตรียมสินสอดไปสู่ขอค่า แค่ก! แล้วพบกันน้า

ติดตามข่าวสารการอัพเดตนิยายได้ทาง เพจ , ทวิต (จิ้มที่คำว่าเพจหรือทวิตได้เลยค่ะ)

#ซ่อนรักลวงร้าย

รักรีดเดอร์

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.834K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8,902 ความคิดเห็น

  1. #8878 plai (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 เมษายน 2564 / 11:55

    ทำไมเราอ่านตอนนี้ไม่ได้อะ

    #8,878
    0
  2. #8447 Ying-Gi (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มีนาคม 2564 / 02:58
    อยากเห็นพ่อหมาป่าสู้กับคุณพี่ชายจาแย่
    #8,447
    0
  3. #8424 iLoVeUeIeI (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มีนาคม 2564 / 14:22
    นิยายเรื่องสอนให้รู้ว่า 'อย่าพึ่งตัดสินใครซักคนทั้งๆที่ยังไม่รู้จักเขา' พวกตัวประกอบก็มีประโยชน์ดี😏
    #8,424
    0
  4. #7993 crzoldyck7 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 20:14
    คลั่งรักเกินไป แกคลั่งรักซ่าส์เกินไปปปปปปปป ดีนะที่ไดร์รู้จักพวกแฝด ไม่งั้นมีสงครามแน่ๆ
    #7,993
    0
  5. #7447 PL_JM (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 21:02
    ฉันนี้แหละคนหนึ่งที่จะกินอาหารหมา😂 ขอยาดบอกกับแฝดพี่(มหาโหด)นะคะว่า จัดการไดร์วูล์ฟเถอะค่ะ! หมั่นไส้!! บังอาจเข้าห้องน้องซ่าส์ที่พี่ๆทะนุมทะนอมได้ไง!!! //หลงน้องซ่าส์เต็มพิกัด
    #7,447
    0
  6. #7426 baekbow (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2563 / 20:11
    หึๆๆ สุดท้ายคนที่ไม่เคยยอมใคร ก็ต้องมีคนที่เป็นข้อยกเว้นของทุกอย่างสินะเนี่ย เอ็นดูจัง 5555
    #7,426
    0
  7. #7412 loocbomb (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 16:46

    ตีกันแน่จ้า นี่ถ้าไม่ใช่แฝดโดนฆ่าไปละ

    #7,412
    0
  8. #7371 GFMB (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 00:44
    อ่ะ คนคลั่งน้อง กับคนคลั่งรัก อื้ออออ55555. ไม่อยากจะนึกถึงพ่อกัลป์ อ่ยยย55555

    ปล.ขอยาดเกลียดขวัญข้าว เธอมันหน้าด้าน. เสแสร้ง ใส่ความชาวบ้านเก่งงง จะอะไรยันรุ่นลูกขนาดนั้นอ่ะ อดีตบ้านแม่แสบน่ะห๊ะ!?
    #7,371
    0
  9. #7164 sumittrath48 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2563 / 21:54
    อยากเห็นโมเม้น2เเฝดมีเมีย 3p งี้🥺
    #7,164
    2
    • #7164-1 teeradattt(จากตอนที่ 13)
      6 ธันวาคม 2563 / 10:59
      เหมืินกันเลบ
      #7164-1
    • #7164-2 Sweet Time(จากตอนที่ 13)
      26 กุมภาพันธ์ 2564 / 06:19
      หนับหนุน
      #7164-2
  10. #7163 NthSarobee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2563 / 22:55
    เอาจริงป่ะ อิ2แฝดสู้อภิชาตืผัวของอิช้อยไม่ได้หรอก
    #7,163
    0
  11. #7162 submonstar (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 06:23
    ก็คือคิดเหมือนน้องที่บอกว่าลาวาจะขึ้นคาน แคก! ก็มีพี่และพ่อหวงขนาดนั้น แต่ถ้าไปเป็นสามีเขาพอจะลดหย่อนให้ใช่มั้ยคะ แค่กๆ ใช่ค่ะอิฉันมองลาวาโพผัว
    #7,162
    1
    • #7162-1 mookmyy(จากตอนที่ 13)
      3 ธันวาคม 2563 / 04:00
      ขวัญข้าวนี่ยังไงคะ?

      //
      กี้ดดดดดดดดดดดดด ชั้นเขินแทนแสนซ่ามากกกกกพภกส
      #7162-1
  12. #7161 Goldfish9. (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2563 / 20:39
    ชอบอ่ะ งืออ
    #7,161
    0
  13. #7160 Khaofang75 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2563 / 10:22
    เช็คชื่อคนคลั่งรักนะคะนักเรียน

    ไดร์วู มานะคะ
    #7,160
    0
  14. #7159 NTDPYRICE2003 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2563 / 03:53
    แสนซ่าของแม่ม่ม่ม่ หนูลูกกก
    #7,159
    0
  15. #7157 Burning Princess (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 17:40
    หวงขนาดนี้อีกนิดจะคลั่งรักเเล้วนะไดรวูฟ
    #7,157
    0
  16. #7156 Sunisanisa_sunan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 20:29

    หมั่นไส้ขวัญข้าวมากเลยอ่ะ คือแบบแอปใสอ่ะ แล้วมันปลอมนะโว๊ยแกรแต่ก็ยังมั่นน่าแอปต่อโฮฮฮฮฮฮฮฮฮ #ขอโทษที่อินมากไปนะคะ


    #7,156
    0
  17. #7154 cchubbyB (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 02:41
    อนาคตกลัวเมียแหละดูทรง 5555 น้องร้องไห้อิพี่คืออารมณ์ดับไปเลยย เก่งมากจ้าาาพ่อหมาป่า อย่าข่มเหงลูกชั้นน ลูกชั้นนก็ตัวเท่านี้ 🤏🏻
    #7,154
    0
  18. #7153 258011 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 13:34
    อย่างน้อยก็ไม่ขืนใจน้อง ไม่งั้นพวกแฝดมาถล่มยับเเน่ๆ
    #7,153
    0
  19. #7152 MYNNEE (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 10:57
    สุดท้ายก็แพ้นํ้าตาน้องงงงงงง🤣🤣🤣🤣 สะใจอะ นุ้งซ่าาาเอาอีกนะคะ เชิดๆหยิ่งๆ อย่าสนใจพี่มัน cr.อยากเห็นคนใจสลายเพราะน้องไม่สนใจ😄😄
    #7,152
    0
  20. #7151 Jamjungjammy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 05:32
    5555 อิพี่มันขี้หวง ขี้หึงจริงๆๆนะ
    #7,151
    0
  21. #7150 AISORIN (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 04:17
    ทำน้องร้องไห้นะอิพี่ นิสัย!!
    #7,150
    0
  22. #7149 TheRiverBrown (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 00:40
    เราก็กอดถุงอาหารหมาตาปริบๆ
    #7,149
    0
  23. #7147 Rm_poopae (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 / 17:33
    พ่อคือหึงมาก555

    ขอบคุณไรท์ที่มาอัปนะคะ
    #7,147
    0
  24. #7145 Y_TwwT_Y (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 / 09:26
    ดีแล้วที่ไม่ทำอะไร น้องร้องไห้ขัดขืนขนาดนั้นถ้ายังทำก็ไม่รู้จะพูดไงแล้ว แต่เข้าใจว่าแกมีอดีตอันขมขื่น ค่อยๆปรับไปแล้วกันๆๆๆ
    #7,145
    0
  25. #7144 KiRasaKR (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 / 03:55
    คิดถึงนะคะ พ่อเราก็หวงน้องเก่ง โหดไม่เบาเลย
    #7,144
    0
  26. #7126 KeavalinKort (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 18:14
    ทำไงจะใด้อ่านตอนของแม่แสบ พ่อกัลป์ ปิดการอ่านอะ
    #7,126
    1
    • #7126-1 Rossarinspy(จากตอนที่ 13)
      5 ธันวาคม 2563 / 18:06
      ซื้อหนังสือค่ะ แซ่บมาก แม่แสบแซ่บสุด
      #7126-1
  27. #7066 joseph2 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 06:53
    อาหารหมาก็อร่อยดีนะ//
    เเดกบนหลังคา
    #7,066
    2
    • #7066-1 Litt.PK(จากตอนที่ 13)
      24 พฤศจิกายน 2563 / 07:14
      เธอ5555
      #7066-1
    • #7066-2 โอซามุ ดาไซ(จากตอนที่ 13)
      2 ธันวาคม 2563 / 22:50
      55555555
      #7066-2