[Yaoi] DON'T HIDE ME ซ่อนรัก ลวงร้าย

ตอนที่ 12 : Ep.12::คนที่น่ากลัวที่สุด คือคนที่เสแสร้งได้แนบเนียนที่สุด 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 66,460
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6,498 ครั้ง
    9 พ.ย. 63

 

 

Ep.12

:: คนที่น่ากลัวที่สุด คือคนที่เสแสร้งได้แนบเนียนที่สุด ::

 

 

          การจับสลากมีมาในทุกยุคทุกสมัย...และใช่ครับ การเลือกคู่ต่อสู้ครั้งนี้ก็ต้องพึ่งดวงล้วนๆ ด้วยการจับสลากเช่นกัน 

 

          ผมหยิบเศษกระดาษสีขาวม้วนกลมๆ ขึ้นมาคลี่เปิดดู ตัวอักษร A ปรากฏเด่นหราอยู่ในนั้น  อาจารย์อธิบายว่าคนที่คู่กัน จะได้ตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวเดียวกัน โดยเรียงลำดับการเริ่มต่อสู้จากคู่ A ไปเรื่อยๆ จนครบจำนวนคน

 

          คล้ายสติหลุดลอย ผมพลันจ้องตัว ‘A’ ในมือเขม็ง ไม่ได้กลัวการเป็นคู่แรกหรอก แต่ไม่ชอบไง เพราะการเป็นคู่แรกที่เปิดฉากต่อสู้ มักโดนจับจ้องจากทุกสายตาเป็นพิเศษ

 

          ว่าแต่ผมคู่กับใครกันนะ ชักน่าสนุกแล้วสิ

 

          ผมหันมองรอบตัวตามสัญชาตญาณ ไดร์วูล์ฟเองก็ขยี้เศษกระดาษในมือเขาทิ้งไปแล้ว เล่นเอาทุกผู้คนที่หวาดกลัวว่าจะได้คู่กับเขาพากันลอบกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก

 

          อา...ไม่แปลกหรอก ต้องยอมรับว่าคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวที่สุดในห้อง คือผู้นำตระกูลวูล์ฟคนนี้ เขาคงจัดการคู่ของตัวเองจนเละเป็นโจ๊กอย่างไม่ต้องสงสัย ตั้งแต่รู้จักกันมายังไม่เคยเห็นอีกฝ่ายออมมือให้ใครเลย

 

          น่าสงสารผู้โชคร้ายคนนั้นจริงๆ พับผ่าเถอะ!

 

          “คู่แรก คือ คู่ A ออกมายืนตรงจุดที่กำหนดพร้อมอาวุธที่เลือกได้เลยครับ จากนั้นรอฟังเสียงสัญญาณแล้วค่อยเริ่มแสดงทักษะการต่อสู้ได้”

 

          ผมเริ่มก้าวเท้าเดินออกไปยืนกลางทะเลในระดับที่น้ำสูงมาถึงช่วงอก ยืนรอคู่ต่อสู้สักพักจนกระทั่งได้ยินเสียงลุยน้ำจากด้านหลัง พอเงยหน้าขึ้นเท่านั้นแหละ...ผมนี่แทบผงะหงายเงิบ!

 

          ดวงตาสีเทาซีดจ้องมองกลับมาอย่างไร้อารมณ์ ก่อนจะเดินไปยืนตรงตำแหน่งของตนเองซึ่งอยู่ห่างจากผมเพียงสองเมตรเท่านั้น 

 

          พระเจ้าครับ...ผู้โชคร้ายคนนั้นคือผมเอง ให้ตายเถอะ! ท่านเกลียดอะไรผมมากป่ะเนี่ย จากที่ตอนแรกผ่อนคลาย ผมนี่ถึงกับรู้สึกเกร็งขึ้นมาทันที พวกคนบนบกพากันถอนหายใจดังเฮือกอย่างโล่งอกที่ไม่ได้คู่กับไดร์วูล์ฟ ต่างจากตัวซวยอย่างผมซึ่งกำลังทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

 

          ฮือ ซ่าส์มุดน้ำหนียังทันไหม!

 

          ระหว่างรอเสียงสัญญาณเริ่มต่อสู้ ผมก็กวาดสายตามองศัตรูเฉพาะกิจอย่างระแวดระวัง ไดร์วูล์ฟได้เปรียบในเรื่องสรีระ...น้ำทะเลสูงเพียงช่วงเอวของเขาเท่านั้น แบบนี้คงทำให้เคลื่อนไหวได้เร็วกว่าผมไม่มากก็น้อย

 

          ไม่ยุติธรรม ซ่าส์จะฟ้องร้อง! 

 

          ขณะครุ่นคิด ผมก็แกว่งมีดบางเฉียบทว่าคมกริบในมือเป็นวงกลมเล่นอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะลดมันลงสู่ใต้น้ำ อำพรางจากสายตาศัตรูแม้จะล่วงรู้ว่าไดร์วูล์ฟจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวอยู่แล้วก็ตาม รังสีอันตรายแผ่กระจายรอบบริเวณเสียจนผมรู้สึกอึดอัด

 

          บอกเลยว่าขนลุก...พอเผชิญหน้ากันในสถานะที่แตกต่างแบบนี้ แม่งโคตรกดดันเลย 

 

          “คู่ A เริ่มได้ครับ”

 

          ปรี๊ด! 

 

          ได้ยินเสียงสัญญาณเริ่มการต่อสู้ดังแว่วมาแต่ไกล บริเวณที่ผมอยู่ไม่ใช่ริมฝั่งเปิดโล่ง เพราะมีโขดหินใหญ่แซมบ้างประปราย เหมาะกับการหลบซ่อนตัวยามถูกโจมตี ระหว่างรอดูท่าทีของไดร์วูร์ฟ กลับพบว่าเขาไม่ได้พุ่งเข้ามาหาผมอย่างฉับพลันดังที่คาดคิดไว้ 

 

          ถึงกับเผลอเอียงคออย่างนึกสงสัย จากที่ระแวงอยู่แล้วก็ยิ่งระแวงหนักขึ้นไปอีก ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า...คล้ายจะเห็นดวงตาสีเทาซีดสว่างวาบวูบหนึ่ง ราวกับสัตว์ร้ายตรงหน้ากำลังจ้องจะฉีกกระชากเหยื่อก็ไม่ปาน

 

          ตายกูตาย ไม่เคยต่อสู้กับใครแล้วเครียดเท่านี้มาก่อน! โฮก

 

          พรึ่บ! 

 

          สุดท้ายผมก็ตัดสินใจพุ่งเข้าหา เปิดฉากก่อนย่อมได้เปรียบ น่าเสียดายที่เป็นการเคลื่อนไหวใต้น้ำ ไม่งั้นคงต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่านี้

 

          เคร้ง!

 

          ไดร์วูล์ฟใช้มีดสั้นรับใบมีดบางเฉียบทว่าคมกริบของผมได้ทัน เล่นเอาเผลอหรี่ตาลงขณะใช้ใบมีดฟาดฟันกับอีกฝ่ายไปสองสามรอบ

 

          เคร้งๆๆ!

 

          อา...สายตาราวกับราชสีห์ที่กำลังมองหนูตัวเล็กๆ นั่นมันอะไรกันน่ะ น่าโมโหชะมัด

 

          มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมมาคล้ายจะคว้าลำคอแล้วล็อกกันไว้ ทว่าผมไหวตัวทัน เบี่ยงหลบแล้วมุดดำน้ำไปโผล่ด้านหลังอีกฝ่าย กะจะจ้วงแทงสักแผลสองแผลแต่อีกใจก็ไม่อยากทำ ทั้งที่ถ้าเป็นคนอื่น...ผมคงทำได้อย่างไม่ลังเลเพื่อตัดกำลังศัตรู

 

          คล้ายไดร์วูล์ฟจะรู้ว่าการเคลื่อนไหวของผมชะงักลงเสี้ยววินาทีหนึ่ง อีกฝ่ายหันกลับมาในจังหวะที่ผมโผล่พ้นน้ำพอดี มีดสั้นในมือหนาพุ่งมาตรงหน้า ทว่าผมปัดออกได้ทัน ส่งผลให้มันร่วงหายต๋อมลงไปยังใต้น้ำ

 

          แต่อย่าคิดเชียวว่านี่คือการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ในความรู้สึกของผม...คนที่เคยหักคอคนด้วยมือเปล่าอย่างเขาน่ากลัวสุดตอนไม่มีอาวุธในมือเนี่ยแหละ

 

          เผลอลูบน้ำออกจากใบหน้าเพียงครั้งเดียว ไดร์วูล์ฟก็หายไปจากครรลองสายตาเสียแล้ว...

 

          ท่ามกลางทะเลอันเวิ้งว้าง ผืนน้ำสงบนิ่งราวกับไม่มีคนยืนอยู่ตรงหน้า ผมหันมองรอบตัว สังเกตผิวน้ำเขม็ง ใจเต้นตุ๊บๆ อย่างหวาดระแวง เชี่ยเถอะ...เขาเอาคืนผมชัดๆ คิดว่าตัวเองเป็นปลาเรอะถึงดำน้ำได้นานขนาดนี้! 

 

          ถ้าไดร์วูล์ฟเป็นปลา...ก็คงเป็นเม็กกาโลดอน ฉลามดึกดำบรรพ์ที่น่ากลัวสุดในท้องทะเล

 

          ไม่ใช่แค่ผมที่นึกตกใจ คนบนบกก็เลิ่กลั่กกันแล้ว ไดร์วูล์ฟหายไปนานกว่าสองนาที ผิวน้ำนิ่งสงบเงียบงันเสียจนน่าหวาดผวา ผมไม่กล้าแม้แต่จะเคลื่อนไหวสุ่มสี่สุ่มห้าเพราะกลัวจะเดินไปติดกับดักเข้า ทว่าอยู่นิ่งๆ ก็ใช่ว่าจะปลอดภัย

 

          จังหวะที่กำลังจะเดินไปหาโขดหินใหญ่แล้วปีนขึ้นดูความเคลื่อนไหวใต้น้ำบริเวณรอบๆ ผมก็พลันขนลุกชันขึ้นมา พอหันขวับกลับไปมองด้านหลังตามสัญชาตญาณก็พบเพียงผืนน้ำนิ่งสนิท เผลอกำชับมีดในมือแน่นขึ้น รู้สึกหนาวยะเยือกทั้งที่แดดร้อนจ้า...

 

          ระดับต่างกันเกินไป...และผมกำลังตกเป็นเหยื่อ

 

          หมับ!

 

          ยังไม่ทันได้หันกลับไปทางเดิม เอวก็พลันถูกคว้าไว้จากใต้น้ำ ผมเงื้อมีดขึ้นเตรียมจ้วงแทง ทว่ากลับถูกบิดแขนจากทางด้านหลัง ใบมีดร่วงหล่นพร้อมร่างทั้งร่างถูกดึงกระชากลงน้ำดังตู้ม เผลอสำลักเอาความเค็มเข้าปากจนตาเหลือกโพล่ง ดิ้นทุรนทุรายก่อนจะหยุดนิ่งยามใบมีดเย็นเฉียบที่เคยเป็นของตัวเองปะทะผิวเนื้อบริเวณลำคอ

 

          ตึกตัก... ตึกตัก...

 

          “แค่กๆ!”

 

          ร้ายกาจมาก ไดร์วูล์ฟใช้อาวุธของผมในการทำให้ผมพ่ายแพ้เสียเอง เขากระชากร่างกันขึ้นเหนือน้ำในจังหวะที่กำลังจะหมดลมหายใจ ใบมีดเย็นเฉียบยังคงตรึงติดผิวตรงลำคอ ความคมเสียดสีจนเจ็บแปลบ เดาได้ไม่ยากเลยว่าต้องมีเลือดไหลออกมาแน่ๆ

 

          ผมช้อนดวงตาแดงก่ำจากการสำลักน้ำขึ้นมองคนตรงหน้าเขม็ง ไดร์วูล์ฟเองก็จ้องตอบกลับมาด้วยแววตายากเดาความคิด และก่อนที่จะมีใครเปิดปากพูด อาจารย์ก็ตะโกนขึ้นขัดบรรยากาศขุ่นมัวกลางคันเสียก่อน

 

          “รู้ผลแล้ว คู่ B เตรียมตัวครับ!”

 

          ผมปัดใบมีดออกห่างจากลำคออย่างฉับพลัน ยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังที่ตัวเองพ่ายแพ้ แต่ที่เหนือกว่านั้น ผมกำลังรู้สึกไม่ดี ถ้าเมื่อครู่นี้ไม่ใช่การต่อสู้ที่ถูกจำลองขึ้นมา...เขาคิดจะปาดคอผมจริงๆ หรือเปล่า? ทั้งที่ผมเองยังไม่กล้าจ้วงแทงเขาเลยด้วยซ้ำ

 

          เหอะ อยากใจเด็ดให้ได้แบบนี้บ้างจริงๆ

 

          คิดพลางลุยน้ำเดินขึ้นฝั่ง โดยมี คาเรย์ เกลนดอน ยืนถือผ้าขนหนูอยู่ผืนหนึ่ง เดาได้ไม่ยากว่าคงเตรียมไว้ให้เจ้านายของเขา พออยู่เหนือน้ำก็พลันสั่นวูบด้วยความหนาวขึ้นมา หลากหลายสายตาจับจ้องมองด้วยความสงสารเห็นใจ ทว่าบางสายตาก็แฝงไว้ด้วยความดูแคลนอย่างไม่ปกปิด พอผมตวัดสายตามองตอบ...พวกนั้นก็หลบตากลับไปเป็นทิวแถวคล้ายไม่อยากมีเรื่องเสียเท่าไหร่

 

          ไม่ได้กลัวผมหรอก แต่คงกลัวพวกแฝดมากกว่า ก็นะ...ผมไม่ค่อยสร้างวีรกรรมอะไรเท่าพวกพี่น้องนี่นา

 

          ปั่ก!

 

          อยู่ๆ ใบมีดบางเฉียบก็ปักลงบนผืนทรายเฉียดใบหน้าพวกที่จับจ้องมองผมไม่วางตา...มองตั้งแต่หัวจรดเท้า เล่นเอาคนพวกนั้นแตกฮือขยับหนีอาวุธแทบไม่ทัน พอหันมองตัวการ...ผ้าขนหนูในมือคาเรย์ก็ถูกฝ่ายนั้นกระชากมาคลุมร่างผมเสียก่อน

 

          พรึ่บ!

 

          เท่านั้นไม่พอ ไดร์วูล์ฟยังกระชากดึงแขนผมให้เดินไปอีกทิศทาง บรรยากาศน่าสะพรึงกลัวแผ่กระจายรอบด้านเสียยิ่งกว่าตอนปะทะกับผมเมื่อครู่นี้เสียอีก คล้ายเห็นดวงตาสีเทาซีดตวัดมองคาเรย์เสี้ยววินาทีหนึ่ง...เพียงเท่านั้น ผู้เป็นลูกน้องก็โค้งคำนับรับคำด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง

 

          “ครับ นายท่าน”

 

          เดี๋ยวก่อนนะ สื่อสารอะไรกันวะ พ่อหมาป่ายังไม่ทันได้พูดอะไรสักคำ! อย่างบอกเชียวว่าแค่มองตาก็รู้ใจ

 

          ลับหลังสองร่างซึ่งเดินตรงดิ่งไปยังทิศทางในป่า คาเรย์ก็ขยับตัวเข้าหาเหล่าผู้โชคร้ายอย่างเงียบเชียบ บรรดาเพศผู้ของห้องต่างมองอัศวินผู้ภักดีด้วยสายตาหลากหลาย ยิ่งคาเรย์ขยับยิ้มมุมปากอย่างสุภาพ ผู้คนที่พบเห็นรอยยิ้มนี้ก็เริ่มรู้สึกหวาดระแวงขึ้นมาอย่างฉับพลัน

 

          “หากไม่อยากถูกควักลูกตา...อย่ารนหาที่ตายด้วยการมองคนของนายท่านจะดีกว่านะครับ”

 

          ใครๆ ก็รู้ว่าหากคู่ต่อสู้ในวันนี้ไม่ใช่คุณแสนซ่าส์...สภาพคงปางตายไปแล้ว ไม่มายืนตาแดงก่ำเป็นกระต่ายอยู่บนบกยั่วยวนเหล่าผู้ล่าได้แบบนี้หรอก   

 

 

          (Sanza talk)

 

          ผมสะบัดมือออกห่างจากร่างสูงซึ่งกระชากกันมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ยกมือลูบรอยแดงที่ถูกจับป้อยๆ ก่อนจะเงยหน้ามองตาขุ่นขวาง

 

          “อย่ามายุ่งกับเรา”

 

          ใจจริงอยากจะขว้างผ้าเช็ดตัวคืนไปด้วยซ้ำ ถ้าไม่ติดว่าลมพัดโชยจนหนาวยะเยือกล่ะก็...ผมคงกอบกู้ศักดิ์ศรีอันน้อยนิดของตัวเองคืนมา แต่เผอิญศักดิ์ศรีมันไม่ได้ช่วยให้หายหนาวไง ดังนั้นเอาไว้ก่อน ค่อยกู้คืนทีหลังก็ยังไม่สาย

 

          เหนียวตัวไปหมด ผมก็เปียกม่อล่อกม่อแลก ตาก็แดงก่ำ คอที่โดนใบมีดเฉียดก็แสบร้อนจนเจ็บไปหมดอีก แล้วคือน้ำทะเลไงคุณ...ถ้าเป็นน้ำจืดผมจะไม่โกรธแค้นเท่านี้เลย!

 

          เอาอะไรไปโกรธเขาก็ไม่รู้ทั้งที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์โกรธด้วยซ้ำ ให้ตายเถอะ ผมชักจะเป็นเอามากแล้ว รู้ตัวนะว่ากำลังงี่เง่าอยู่ แต่ทำไงได้...พอล่วงรู้ว่าความรู้สึกของเรามันไม่เท่ากันจริงๆ ผมก็ชักอยากร้องไห้ขึ้นมาตงิดๆ

 

          ไดร์วูล์ฟเหมือนให้ความหวังผมเลยอ่ะ มาอยู่ใกล้ๆ ให้แอบคิดหวังว่าอีกฝ่ายมีใจ สุดท้ายก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะคนที่คิดจะกล้าทำร้ายผมได้ยังไง ขนาดผมยังไม่กล้าทำอะไรเขาเลย

 

          แม่ง ผมไม่คุยด้วยแล้ว คิดพลางเดินหนีเตรียมจะมุ่งไปขึ้นรถเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วค่อยอาบน้ำต่อที่หอ ทว่าไดร์วูล์ฟกลับลากผมถอยลงจากรถ แทบจะอุ้มผมที่ดิ้นรนขัดขืนเพื่อไปยังบริเวณหลังต้นไม้ซึ่งมีบางอย่างโดดเด่นสะดุดตาอยู่

 

          บิ๊กไบค์รุ่น Ecosse Titanium Series FE Ti XX สีดำ ตีเป็นเงินไทยราคาเก้าล้านกว่าบาทเกือบสิบล้านจอดอยู่โล่งๆ ไม่ปานว่ารถจักรยานยนต์ทั่วไปราคาห้าหกหมื่น ถ้าโจรแถวบ้านผมมาเจอคงตาลุกวาวน่าดู ผมมองบิ๊กไบค์สลับกับคนลากจูง ก่อนจะเริ่มเข้าใจถึงอภิสิทธิ์ของราชา

 

          ต่อให้ไดร์วูล์ฟขับบิ๊กไบค์เข้าโรงเรียนตอนนี้ ด้วยความที่เป็นราชาของหอ...ก็คงไม่มีใครทำอะไรได้อยู่ดี เดาได้ไม่ยากเลยว่าต้องมีลูกน้องสักคนเอาเจ้านี่มาให้เขาแน่ๆ

 

          “เราไม่ไปกับคุณ...”

 

          “คิดว่ากูไม่กล้าฆ่ามึงหรือไง” ไดร์วูล์ฟตวัดดวงตาน่าขนลุกมองมา ผมเองก็จ้องเขาอย่างไม่ยอมอ่อนข้อให้เช่นกัน

 

          “ก็เพราะคิดว่าคุณกล้าฆ่าเราไงครับ เราเลยไม่ไป”

 

          ไดร์วูล์ฟจ้องมองผมเนิ่นนาน บรรยากาศเริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดผมก็เริ่มหนาวและเป็นฝ่ายเหลือบตามองต้นไม้ใบหญ้าเสียเอง

 

          “คุณทำแบบนี้เพื่ออะไรกันครับ”

 

          “....”

 

          “คุณ...เข้าใกล้เราทำไม”

 

          ไม่ง่ายเลยกว่าคำถามนี้จะหลุดออกมาจากปากได้ ผมกล้ำกลืนก้อนขมลงคอ หันไปจ้องตาไดร์วูล์ฟตรงๆ อีกครั้ง ก่อนเอ่ยย้ำอย่างชัดถ้อยชัดคำ

 

          “ระหว่างเราเป็นแค่คนรู้จักกันไม่ใช่หรอครับ ดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้องสนใจเรา...อย่ามาให้ความหวังเรา เพราะเรากลัวว่าจากที่เคยชอบ...จะกลายเป็นเกลียด”

 

          พูดพลางเม้มปากตาแดงก่ำ ก่อนจะคลายผ้าเช็ดตัวแล้วโยนใส่คนตรงหน้าอย่างหาญกล้า ขนาดผมยังตกใจตัวเองเลยกับการกระทำอุกอาจนี้ และแทนที่ไดร์วูล์ฟจะโกรธหรือเมินหน้าหนีอย่างไม่ไยดี...เขากลับนิ่งสนิท มีเพียงดวงตาสีเทาซีดซึ่งเริ่มเปล่งประกายเข้มขึ้นเสียจนคนถูกมองหนาวยะเยือก

 

          ผมขยับตัวเตรียมหันเดินหนี ทว่าเสี้ยววินาทีนั้นข้อมือกลับถูกกระชากรั้ง...ร่างทั้งร่างโดนผลักติดต้นไม้ด้านข้างอย่างไม่ทันให้ได้ตั้งตัว มือหนาข้างหนึ่งตรึงข้อมือผมไว้ ในขณะที่มืออีกข้างจับตรึงปลายคางไม่ให้เบี่ยงหนี ดวงตาสีเทาซีดสบมองมาในระยะประชิด ไม่ใช่การขออนุญาต...แต่เป็นการคุกคามซึ่งแฝงไปด้วยความเอาแต่ใจอยู่ในที

 

          “อื้อ!”

 

          ริมฝีปากถูกบดเบียดเร่งเร้า พร้อมลิ้นร้อนที่อุกอาจเข้ามาภายใน สมองพลันขาวโพลนเพราะคาดไม่ถึงว่าไดร์วูล์ฟจะกล้าจูบผมตรงนี้ ในสถานที่ที่ห่างไกลจากคนอื่นเพียงไม่กี่สิบเมตร พอโดนบุกรุกหนักข้อเข้า ร่างทั้งร่างก็โอนอ่อนเป็นขี้ผึ้งรนไฟ รู้สึกตัวอีกทีมือข้างที่จับตรึงปลายคางก็เลื่อนลงไปบีบขยำสะโพกกลมมนจนสะดุ้งเฮือกขึ้นมา ทว่าก่อนที่จะได้เปิดปากสบถด่าความมือไวของอีกฝ่าย ริมฝีปากร้อนผ่าวก็รุกเร้าหนักขึ้นจนเคลิบเคลิ้มไปอีกครั้ง

 

ยามคนตรงหน้าผงะออกห่าง...ผมถึงกับหอบแฮ่กตาลอยคว้าง ภาพตรงหน้าพร่าเลือนเห็นเพียงปลายจมูกโด่งรับกับนัยน์ตาคมกริบซึ่งไม่มีวี่แววจะลดทอความดุดันลงเลยแม้แต่นิด

 

         สุ้มเสียงทุ้มเย็นกระซิบอยู่ริมหู...ในจังหวะที่สติสัมปชัญญะยังไม่กลับเข้าร่างดีนัก

 

         “คนรู้จัก...เขาจูบกันหรือไง”

 

 

 

 

Loading 50%

 

 

 

 

 

         เมื่อได้สดับฟังถ้อยคำนั้น ผมก็พลันเม้มปากแน่น...

 

          ไดร์วูล์ฟขยับตัวไปขึ้นคร่อมบิ๊กไบค์คันใหญ่ อีกฝ่ายแสดงท่าทีคล้ายไม่ได้เอ่ยอะไรก่อนหน้านี้ จากนั้นก็เหลือบมองผมทางหางตา

 

          “ขึ้นมา”

 

          ผมมองรถบรรทุกที่ยังคงจอดนิ่ง สลับกับมองบิ๊กไบค์ตรงหน้า สุดท้ายก็ต้องเลือกไปกับผู้นำตระกูลวูล์ฟเพราะไม่อยากทนหนาวนานนัก และคล้ายอีกฝ่ายจะรู้ใจ จึงโยนผ้าขนหนูกลับมาคลุมร่างผม ทั้งที่ตัวเองก็เปียกปอนไม่ต่างกัน

 

           ลมแรงพัดปลิวผ่านร่าง เสียดสีผิวหน้าจนเจ็บแปลบ ผมค่อยๆ ก้มหัวซุกแผ่นหลังกว้าง มือก็กอดเอวสอบแน่นขึ้น ไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่หรอกบอกเลย แต่ถ้าไม่กอดไว้ ผมคงต้องกลิ้งลงข้างทางแหงๆ

 

         “แล้วสำหรับคุณ เราเป็นอะไร...”

 

          ท่ามกลางเสียงลมหวีดหวิวและเสียงเครื่องยนต์ ผมกระซิบถามแผ่วเบาคล้ายกำลังถามย้ำตนเองเสียมากกว่า แน่นอนว่าไดร์วูล์ฟไม่ได้ตอบกลับมา

 

          เพราะเขาคงไม่ได้ยิน...

 

          หลังจากกลับมาถึงหอ ผมก็อาบน้ำทำแผล แล้วหลับเอาแรงไปงีบหนึ่ง ตื่นมาอีกทีก็มืดค่ำ ป่านนี้ทุกคนคงสอบเสร็จกันหมดแล้ว พี่ชายฝาแฝดของผมหายเงียบไปเลย จนอดที่จะขมวดคิ้วมุ่นไม่ได้ คงไม่ใช่ว่าไปตามหาเรื่องระรานใครเขาอยู่หรอกนะ

 

          ก๊อกๆ!

 

          เสี้ยววินาทีที่กำลังจะกดโทรหาฝาแฝด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเสียก่อน บางทีอาจเป็นคลีน...รายนั้นชอบมาชวนผมไปอ่านหนังสือสองสามครั้ง 

 

          ผมเดินไปเปิดประตูในสภาพหัวฟูและยังคงอยู่ในชุดนอน ใครว่าใส่ชุดนอนเพื่อนอนตอนกลางวันไม่ได้ ผมนี่แหละทำมาแล้ว!

 

          “ว่าไงคลีน เราไม่...”

 

          คำพูดพลันถูกกลืนหายในลำคอเมื่อคนตรงหน้าไม่ใช่สหายข้างห้อง แต่กลับกลายเป็นผู้อยู่บนจุดสูงสุดของหอตะวันออกแทน

 

          “ใคร...”

 

          ดวงตาสีเทาซีดเปล่งประกายเข้มขึ้นวูบหนึ่ง บรรยากาศรอบด้านพลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกในบันดล ผมหันมองซ้ายขวา แล้วรีบลากร่างสูงเข้าห้องตัวเองก่อนจะมีผู้ไม่หวังดีมาแอบฟังบทสนทนาประสาทแดกของราชาประจำหอเข้า

 

          “มาทำไมครับ”

 

          “เมื่อกี้...พูดถึงใคร”

 

          นอกจากจะไม่ตอบคำถามแล้ว ยังคว้าข้อมือผมแล้วกระชากเข้าหาตัวอีก เล่นเอาปลายจมูกชนลอนกล้ามอกดังปึก อึก...เจ็บชิบ พอคิดจะเงยหน้าเอาเรื่อง ดวงตาคู่ดุแฝงไปด้วยร่องรอยน่าขนลุกก็ทำให้ต้องหุบปากลงเสียก่อน

 

          “เพื่อนที่อยู่ข้างห้อง...ว่าแต่คุณมาหาเราทำไมครับ”

 

          ยิ่งท้าทายอีกฝ่ายก็จะยิ่งทำให้เจ็บตัวเร็วขึ้น ผมเรียนรู้กฎข้อนี้ดีเพราะโดนกระทำมาหลายครั้ง ดังนั้นจึงตอบไปให้มันจบๆ 

 

ไดร์วูล์ฟจ้องตากันนิ่งครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ปล่อยมือออก ตัวเองจำเพื่อนร่วนหอไม่ได้เองแท้ๆ! ทั้งที่เคยอยู่ชั้นนี้ แล้วยังมาคาดคั้นกับผมอีก เหลือเชื่อเลยจริงๆ

 

“เปลี่ยนชุดซะ”

 

ห๊ะ ยังไงนะ อยู่ดีๆ ก็เข้าห้องคนอื่นแล้วมาบอกให้เปลี่ยนชุด บ้าไปแล้วหรือเปล่า!

 

“ทำไมต้องเปลี่ยนด้วยครับ”

 

ขณะเอื้อนเอ่ยผมก็ถอยหลังไปด้วยก้าวหนึ่ง คิดผิดหรือคิดถูกที่ให้พ่อหมาป่าเข้ามาในห้องเนี่ย เขาคงไม่ได้จะพาผมไปขย้ำที่ไหนหรอกใช่ไหม ผมยังไม่อยากตายนะ

 

“จะไม่เปลี่ยน...?”

 

น้ำเสียงฟังดูไร้อารมณ์ แตกต่างจากแววตาที่แฝงไปด้วยความอำมหิตอย่างสิ้นเชิง สุดท้ายผมก็ต้องหอบหิ้วชุดใหม่ไปเปลี่ยนในห้องน้ำ โดยไม่ลืมล้างหน้าแปรงฟันใหม่ด้วย 

 

ให้ตายเถอะ เขามีสิทธิ์อะไรมาบังคับผมถึงในห้อง! พอไม่ทำตามก็ทำท่าเหมือนจะฉีกทึ้งกันอย่างไรอย่างนั้น

 

“เราถามจริงๆ เถอะนะ คุณมายุ่งกับเราเพื่ออะไรกันครับ” ผมเอ่ยถามอย่างนึกฉงน ก่อนจะหยิบรองเท้าผ้าใบคู่โปรดออกจากชั้นวางมาสวมใส่

 

แม้จะพอเดาได้ลางๆ ว่าอีกฝ่ายอาจนึกสนุก นึกสนใจกันขึ้นมา หรืออะไรก็แล้วแต่ ทว่าอีกใจก็ยังคงขัดแย้งว่าไม่มีทางเป็นไปได้ 

 

ผมรู้ดี...ว่าไดร์วูล์ฟไม่มีทางรักผมตอบ แต่ก็ยังแอบหวังลมๆ แล้งๆ

 

“โง่กว่าที่คิด”

 

ผมหันมองร่างสูงตาขุ่นขวางทันทีที่สุ้มเสียงทุ้มเย็นล่องลอยมากระทบหู ไม่รอให้ผมเล่นตัวไปมากกว่านั้น ไดร์วูล์ฟก็ลากกันออกจากห้อง ก่อนจะพาผมไปยังป่าหลังโรงเรียน

 

“บ๊อกๆ!”

 

ลัควิ่งเข้ามาตะกุยขากางเกงทันทีที่พบหน้า มันดูตัวโตและสูงขึ้นไม่น้อย ผมพลันยกยิ้มโดยอัตโนมัติ ก่อนจะโน้มตัวไปลูบหัวมันเบาๆ ด้วยความคิดถึง

 

“หงิง...”

 

เจ้าลัคดุนจมูกกับมือไปมา ดวงตากลมโตจดจ้องเขม็งมอง ท่าทางคล้ายกำลังไถ่ถามว่า ‘ไก่ต้มผมล่ะ ไก่ต้มของผมล่ะครับ!’

 

“ตัวโตแบบนี้ หัดล่าสัตว์ในป่ากินได้แล้วนะ”

 

“หงิง...”

 

เจ้าลัคสะบัดหัวสะบัดหางทำท่าทางไม่พอใจ แต่ยังไม่วายคลอเคลียออดอ้อน นึกไปแล้วก็สงสารเพราะมันเป็นหมาป่าไร้ฝูง คงไม่มีหมาป่าตัวอื่นฝึกเรื่องการล่าเหยื่อให้ รอดมาจนถึงทุกวันนี้ได้ยังไงก็ไม่รู้

 

“เป็นพ่อประสาอะไรถึงปล่อยให้ลูกตัวเองหิวแบบนี้”

 

เผลอพึมพำขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ ก่อนจะสะดุ้งโหยงเมื่อคนที่กำลังพูดถึงเดินเข้ามาซ้อนทับร่างทางด้านหลัง ฉับพลันนั้นลัคก็ครางหงิงแล้วผละออกห่างคล้ายกลัวเกรงอะไรบางอย่าง ก่อนจะหันไปนั่งเลียขนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก

 

 “มันไม่ได้หิว...”

 

“ถ้าไม่ได้หิว แล้วทำไมถึงเข้ามาอ้อนเราหนักกว่าครั้งล่าสุดที่เจอกันล่ะครับ”

 

ผมขมวดคิ้วมุ่นพลางถามคนด้านหลังด้วยความสงสัย ถ้ารู้ว่าจะถูกลากมาที่นี่ ผมต้มไก่ติดมือมาด้วยซะก็ดี!

 

ทว่าไดร์วูล์ฟกลับไม่ได้สนใจตอบคำถามผม แววตาเย็นชามองตรงไปยังลัคที่วิ่งไล่งับแมลงเล่น เอ่อ...มันเป็นหมาป่าจริงๆ ใช่ไหม ความสุขุมเย่อหยิ่งหายไปไหนหมด! ผมชักเริ่มไม่มั่นใจแล้ว

 

“หมาป่าไม่ใช่สัตว์ที่จะเข้าใกล้ใครง่ายๆ”

 

ยามดวงตาคมดุตวัดกลับมามอง ผมก็พลันสะดุ้งเฮือกเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว จะก้าวขาออกห่างก็ติดตรงอ้อมแขนกำยำตวัดมารัดเอวกันอย่างรู้ทัน

 

“นอกจากผู้เลี้ยงดู...และคู่ของมัน

 

สุ้มเสียงไร้อารมณ์ดังกระซิบชิดริมหู สร้างความรู้สึกปั่นป่วนเล็กๆ ในอก ผมพลันหายใจติดขัดขึ้นมา ใบหน้าก็ร้อนผ่าวอย่างไร้สาเหตุราวกับมีไฟสุม 

 

“พ...พูดกับลัคก็มองลัคสิครับ! คุณจะมองเราทำไม”

 

เอ่ยบอกพลางดึงกระชากแขนที่เกาะเกี่ยวเอวตัวเองออก ทว่าครั้งนี้ไดร์วูล์ฟกลับไม่ยอมอ่อนข้อให้ง่ายๆ มือหนากระชากรั้งร่างผมเข้าสู่อ้อมแขนซึ่งเป็นดั่งกรงพันธนาการตามเดิม และกระชับแน่นขึ้นเสียจนแทบจะจมอกอยู่รอมร่อ

 

“กูไม่เคยตามใคร...”

 

“คือเรา...เรา...” 

 

ตอนนี้ผมเริ่มติดอ่างแล้ว รับรู้ได้ถึงสถานการณ์ไม่ปกติจนใจเต้นแรงไปหมด มือไม้ก็ไม่รู้จะเอาไปวางไว้ที่ไหน ยอมรับว่าไดร์วูล์ฟในเวลานี้น่าสะพรึงกลัวและรับมือยากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

 

“ยังไม่เข้าใจ...?”

 

สุ้มเสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมใบหน้าหล่อเหลาซึ่งโน้มเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้า ผมพลันพยักหน้ารัวๆ ตัดบท รีบเอนคอหนีจนจะหักอยู่รอมร่อ ไม่ทันสังเกตเลยสักนิดว่านัยน์ตาสีเทาซีดฉายแววเข้มลึกขึ้นมาวูบหนึ่ง

 

“เข้าใจ เราเข้าใจแล้ว...อื้อ!”

 

มือหนาข้างที่ยังว่างเอื้อมมาตรึงท้ายทอยไว้ไม่ให้หลบเลี่ยง ริมฝีปากสีซีดบดจูบลงมาอย่างไม่ทันให้ได้ตั้งตัว เจ้าลัคกะพริบตาปริบๆ มองคล้ายร่วมเป็นพยาน ทว่าผมไม่ได้มีเวลาสนใจมันนัก เพราะกำลังถูกสูบลมหายใจและตักตวงลุกล้ำอย่างอุกอาจ จากที่ดิ้นขัดขืนก็แปรเปลี่ยนเป็นตาลอยคว้าง ยอมรับสัมผัสที่ลึกๆ แล้วใจก็ต้องการโดยดุษฎี

 

ยิ่งเห็นผมยินยอม พ่อหมาป่าคล้ายยิ่งได้ใจ มือหนาเลื่อนลงจากท้ายทอยแล้วล้วงเข้าไปลูบไล้ผิวเนียนนุ่มใต้ร่มผ้า ก่อนจะบีบหนักๆ จนรู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ไม่รีรอให้ผมครางประท้วง ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ลากไล้จากข้างแก้มไปยังผิวเนื้อขาวเนียนตรงลำคอ

 

ไดร์วูล์ฟจงใจขบเม้มมันจนขึ้นรอยช้ำ พลางฝังคมเขี้ยวลงไป...

 

เสี้ยววินาทีนั้นความเจ็บแปลบแล่นพล่านสู่สมอง ช่วยฟื้นคืนสติผมอย่างฉับพลัน ผมอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายเผลอแล้วผลักร่างสูงออกห่างเต็มแรง แต่อนิจจา...ไดร์วูล์ฟแรงเยอะเกินกว่าที่ผมจะผลักออกได้ง่ายๆ 

 

“หยุด อึก...หยุดเดี๋ยวนี้เลยครับ!”

 

ที่นี่เป็นป่าหลังโรงเรียนนะ ย้ำว่าป่าหลังโรงเรียน! ขืนมีใครมาเจอเข้าได้เป็นเรื่องแน่ ไดร์วูล์ฟน่ะไม่เท่าไหร่ แต่กับผมที่อยู่ในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย ปากบวมเจ่อ หัวกระเซอะกระเซิงเช่นนี้...เสียหายกว่าเขาไม่รู้ตั้งกี่เท่า

 

ทว่านั่นไม่ใช่ประเด็น คือไดร์วูล์ฟเป็นบ้าอะไรวะ ถึงมาจับผมจูบกลางป่าแบบนี้! 

 

อาจเพราะรำคาญที่ผมดิ้นขัดขืนหนักข้อขึ้น ร่างสูงจึงผละออกห่างแล้วเสยผมตัวเองลวกๆ ดวงตาสว่างวาบราวสัตว์ร้ายกลับกลายเป็นเย็นยะเยือกเฉกเช่นเดิมคล้ายไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ผมรีบกระโดดหนีทันทีที่ดิ้นหลุด ดวงตาก็จดจ้องคนตรงหน้าอย่างหวาดระแวง

 

“ม...เมื่อกี้ คุณคิดจะทำอะไรเรา” 

 

“ผสมพันธุ์...”

 

ไอ้เชี่ย! จำเป็นต้องตอบออกมาตรงๆ ไหมก่อน ผมนี่ถึงกับอ้าปากค้าง ปากคอสั่นไปหมด จากนั้นชี้นิ้วใส่หน้าคนที่ทำท่าไม่ทุกข์ร้อน

 

“หยุดอยู่ตรงนั้นเลยครับ! เรา...เราจะไม่ไปไหนกับคุณอีกแล้ว ไม่ต้องมาใกล้เราเลยนะ!” 

 

          คราวนี้กลับกลายเป็นผมที่เสียอาการ วิ่งหนีออกมาหน้าตั้งอย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนอีก

 

          พรึ่บ!

 

          วิ่งไปได้ไม่ถึงสามก้าว เอวก็พลันถูกคว้าไว้ แผ่นหลังกระทบแผงอกหนาดังปั่ก เกือบหลุดร้องแล้ว ทว่าน้ำเสียงเข้มลึกแฝงไปด้วยความอำมหิตกลับก็ดังขึ้นข้างหูเสียก่อน

 

          “แต่งตัวดีๆ...”

 

          กระดุมเสื้อถูกมือหนากลัดเข้าที่จนครบทุกเม็ด ปิดบังผิวแดงระเรื่อและลาดไหล่บาง...แต่ไม่อาจบิดบังรอยตีตราตรงข้างลำคอได้

 

          ไดร์วูล์ฟจ้องมองมันครู่หนึ่งด้วยแววตาอันตรายปะปนพึงพอใจลึกๆ ในขณะที่ผมหุบปากเงียบสนิท เพราะรู้สึกช็อกเกินกว่าจะพูดคำใดออกมา

 

          สุดท้าย...ผมก็ต้องเดินกลับหอพร้อมไดร์วูล์ฟอยู่ดี อีกฝ่ายแทบจะไม่ปล่อยให้ผมคลาดสายตา ต่อให้ทำท่าราวกับผมเป็นธาตุอากาศอยู่บ่อยครั้งก็ตาม

          

ฮึ่ย เจ็บใจนัก! ทำไมอยู่ดีๆ ผมก็กลายเป็นเหยื่อให้เขาล่าเสียได้ 

 

เสียชื่อ ‘แสนซ่าส์’ หมดแล้ว!

 

 

 

 

 

 

          Writer talk2

          พ่อรุกแรงมาก และจะรุกหนักขึ้นทุกตอนค่ะ//ซับกำเดา ใครที่กำลังคิดว่าพ่อหมาป่าอ่อนโยนสุดในเซต...บางทีคุณอาจต้องเปลี่ยนความคิดเมื่อไรท์แต่งจนจบเรื่องนะคะ//ยิ้มกรุ่มกริ่ม ย้ำว่าพระเอกเซต DON’T มีดีอย่างเดียวคือหลงเมียเท่านั้น อย่างอื่นคือ...(โปรดเติมคำในช่องว่าง) แล้วพบกันค่า

          ปล. ชื่อตอนมีผลกับเนื้อเรื่องบทถัดไปค่ะ ความจริงพล็อตที่วางไว้ต้องมาตกที่บทนี้ แต่เนื่องจากเนื้อหายาวเกินคาด เลยตัดไปไว้บทหน้าค่ะ ><

ติดตามข่าวสารการอัพเดตนิยายได้ทาง เพจ , ทวิต (จิ้มที่คำว่าเพจหรือทวิตได้เลยค่ะ)

#ซ่อนรักลวงร้าย

รักรีดเดอร์

 

ขอขอบคุณแฟนอาร์ตสวยๆ จากคุณ  @RintishaM  ค่ะ

 

ขอขอบคุณแฟนอาร์ตสวยๆ จากคุณ  @BewBlack2  ค่ะ

 

         Writer talk1

         ช่วยด้วย...น้องซ่าส์ถูกคุกคามอีกแล้ว! แถมดาเมจยังแรงมากด้วยค่ะ ฮือ ตอนนี้พ่อหมาป่ารุกหนักมาก รุกจนไรท์เริ่มเห็นใจหนูซ่าส์ขึ้นมานิดๆ เป็นนายเอกไรท์ต้องอดทนนะคะ//หลบมือแม่ยกหนูซ่าส์ ส่วนสองแฝด บทยังไม่มา รอไปก่อนนะคะ//หลบปืน แล้วพบกันค่า

ติดตามข่าวสารการอัพเดตนิยายได้ทาง เพจ , ทวิต (จิ้มที่คำว่าเพจหรือทวิตได้เลยค่ะ)

#ซ่อนรักลวงร้าย

รักรีดเดอร์

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6.498K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8,896 ความคิดเห็น

  1. #8150 ;เเมเนอร์ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 / 04:25
    เราจะยังไม่ไหวใจ5555 ถึงเเม้การกระทำให้ตอนนี้จะดูอ่อนโยนที่สุดก็ตาม555
    #8,150
    0
  2. #8013 P.ERR (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:29
    ซ่าส์โดนเนิฟในสายตาคนอื่นตลอดเวลา5555555555 น้องไม่ได้ไม่เก่งนะ! แต่อีกคนเก่งเกินไป อย่ามามองดูถูกกก
    #8,013
    0
  3. #7992 crzoldyck7 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 16:49
    ปากแข็ง แต่การกระทำชัดเจนมากค่ะพ่อ พ่อจะผสมพันธุ์เลยรึ คลั่งรักเกินไปเราอ่ะ
    #7,992
    0
  4. #7990 praeprae3012 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 23:40
    รุกหนักมาก กรี๊ดดดดด
    #7,990
    0
  5. #7860 Bennnnnnz (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 23:46
    พ่อเป็นคนตรงไปตรงมา งื้ออออออ
    #7,860
    0
  6. #7850 exolbenben (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 มกราคม 2564 / 11:53
    หลงร้องหนักมาก ดูออก
    #7,850
    0
  7. #7837 MINERVA09 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 มกราคม 2564 / 15:50
    ตอบตรงมากงื้ออออตอนปากแข็งก็คืแข็งนะพอพูดเท่านั้นล่ะ
    #7,837
    0
  8. #7444 Polalie (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 12:08

    ไอเริ้ปคำว่าผสพันธุ์ที่ออกมาจากปากพ่อ อุแง้งงงงง

    #7,444
    0
  9. #7425 baekbow (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2563 / 19:48
    งื้อออออออ ถูกพ่อหมาป่าตีตราแล้วแถมเกือบถูกผสมพันธุ์ด้วย กรี๊ดดดดดดดดด ฉันเขินแทน ถึงคำมันจะแปลกๆก็เถอะ 5555 // ว่าแต่นี่คือการแสดงออกของพ่อหมาป่าสินะ ว่าแต่ซ่าของเราจะเข้าใจหรือยังนะเนี่ย
    #7,425
    0
  10. #7410 loocbomb (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 15:41

    หวงแรงมากแม่

    #7,410
    0
  11. #7370 GFMB (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 00:31
    โอ๊ยยยย อิพ่อออ555555555
    #7,370
    0
  12. #7115 bj vamtoon (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 03:21
    พูดตรงมากพ่อหมาป่า!!
    #7,115
    0
  13. #6901 RealSupamas (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 / 22:32
    พ่อจีบเก่งจังงง
    #6,901
    0
  14. #6688 Amphawan (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 / 19:58
    เป็นอีกเรื่องที่ชอบมากๆ
    #6,688
    0
  15. #6686 SsB3 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 / 16:29
    กมสปาปากสกาหรปการก่ก พ่อจ๋าอย่าทำรู้กเราแลง
    #6,686
    0
  16. #6682 saranporncheer (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 / 07:09
    ดีมากเลย ชอบที่แทะเล็มน้องบ่อยกว่าเรื่องอื่นนี้แหละ ส่วนตัวเราอยากให้พี่แกแบบเดี๋ยวจูบเดี๋ยวจับนู้นจับนี่บ่อยๆ ให้ฟิวเหมือนหมาที่ชอบมาอ้อนชอบมาเลียเจ้านายไรงี้ กรี้สสสสสสส แกมันดั้ย
    #6,682
    1
    • #6682-1 saranporncheer(จากตอนที่ 12)
      7 พฤศจิกายน 2563 / 07:12
      เรื่องนี้ไม่รู้ทำไหมเราอยากให้พอ.หื่นที่สุดในเซ็ทนี้555555
      #6682-1
  17. #6676 MaMeaw456 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 22:34

    กร้าวใจมากพ่อ
    ถ้าแฝดรู้จะเป็นยังไงล่ะทีนี้ ไม่อยากจะคิด
    #6,676
    0
  18. #6675 Nuch03 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 / 19:48
    อยากอ่านเเล้วคร้าา
    #6,675
    0
  19. #6670 JKCBB (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 / 12:22
    รุกแรงมากกกก จูบกันทุกวันนนนน
    #6,670
    0
  20. #6666 TiwticAmp_90 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 / 21:34

    รุกหนักมากกก น้องซ่าส์ไม่น่ารอดมือไปง่ายๆแล้วล่ะค่ะ

    #6,666
    0
  21. #6665 Jun0610539710 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 / 19:22
    ยากอ่านตอนต่อไปแล้วอ่า
    #6,665
    0
  22. #6664 Atom Nutkamon (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 / 00:13
    อยากกรี๊ดดดพ่อไม่เเผ่วเลย
    #6,664
    0
  23. #6663 mew233 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 22:36
    อยากได้เล่มจัง มีเล่มรึยังคะ
    #6,663
    0
  24. #6661 34778X (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 16:37
    โอ๊ยพ่อ เบาาาาาา
    #6,661
    0
  25. #6660 WeeraNUTT (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 07:51

    เบาได้เบาค่ะพ่อ น้องซ่าตั้งตัวไม่ทัน😂
    #6,660
    0