[Yaoi] DON'T HIDE ME ซ่อนรัก ลวงร้าย

ตอนที่ 11 : Ep.11::บททดสอบกลางทะเลสีคราม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 67,689
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6,550 ครั้ง
    26 ก.ย. 63

 

Ep.11

:: บททดสอบกลางทะเลสีคราม ::

 

 

          ผมหลุดออกมาจากห้องของราชาตะวันออกอย่างงงๆ...

 

          สามัญชนคนธรรมดาขึ้นห้องราชาไม่ได้ก็จริง แต่ดูเหมือนการที่ราชาเป็นคนพา (ลาก) ขึ้นไปเองจะได้รับการยกเว้น พอหลุดออกมาได้ผมก็ตรงดิ่งไปยังห้องของตัวเองในทันที รู้สึกใจหายใจคว่ำอย่างไรก็ไม่รู้

 

          เสี้ยววินาทีที่เผลอกัดปาก...ก็ดันไปโดนจุดบวมช้ำซึ่งเพิ่งโดนขบเม้มมาอีก

 

          ไอ้บ้าเอ๊ย คนนิสัยไม่ดี!

          

          คิดอย่างคับแค้นใจทั้งที่หน้าร้อนผ่าวไปหมด ผมอาบน้ำแต่งตัวนอนทั้งที่อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะเช้าอยู่แล้ว ไหนจะต้องไปเรียนในวันพรุ่งนี้อีก พับผ่าเถอะ ผมยังไม่พร้อมเจอหน้าไดร์วูล์ฟจริงๆ สัมผัสจากมือหนายังติดตรึงอยู่บนผิวเนื้ออยู่เลย

 

          ข่มตานอนได้ไม่นาน...ผมก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย

 

          

เช้านี้อากาศสดใส ผมตื่นเร็วกว่าคนในหอด้วยความเคยชินเพราะต้องไปดักรอไดร์วูล์ฟ แม้ช่วงหลังๆ จะไม่ได้รอแล้ว แต่ผมก็ตื่นเองอยู่ดี

 

ทว่าเดินออกจากหอไปได้ไม่กี่ก้าว คนที่อยู่ในห้วงความคิดก็โผล่เข้ามาในครรลองสายตา ผมถึงกับผงะไปวูบหนึ่งยามเงยหน้าสบมองดวงตาสีเทาซีดซึ่งฉายประกายว่างเปล่า ไดร์วูล์ฟอยู่ในชุดเสื้อฮู้ดสีดำตัวใหญ่รับกับกางเกงยีนส์สีเทาซีด มือหนาถือกระเป๋าสะพายพาดบ่า แลดูหล่อกระชากใจเสียจนไม่อาจละสายตาออกห่างได้

 

เพียงแค่เขาปรายหางตามองใคร คนๆ นั้นคงเป็นลมล้มพับได้โดยง่าย...

 

อา ช่างเถอะ! จะมีคนตามกรี๊ดเขาแค่ไหนก็ไม่เกี่ยวกับผมอยู่แล้ว

 

ใช่ ผมคิดแบบนั้น จนกระทั่งพบว่ามีเสียงฝีเท้าก้าวเดินตามมาห่างๆ พอหันกลับไปมองก็พบใบหน้าหล่อเหลาซึ่งหันมองนกมองไม้ไปเรื่อย ทว่ายามหันกลับมา...ความรู้สึกเสียวสันหลังวาบก็ผุดขึ้นในสมองราวกับมีใครบางคนกำลังจ้องมองกันอยู่

 

สุดท้ายผมก็เลือกที่จะหยุดเดิน ให้เขาเดินนำหน้าไปก่อนที่จะเริ่มประสาทเสียขึ้นมาจริงๆ

 

ทว่าไดร์วูล์ฟกลับหยุดลงตรงตำแหน่งที่ผมยืนอยู่พอดิบพอดี ดวงตาสีเทาซีดเฉกเช่นคนต่างชาติหลุบมองลงมา...ถ้าเป็นของคนอื่นอาจดูสวยราวกับมีดาวนับพันอยู่ในนั้น ทว่ากับไดร์วูล์ฟ...มันน่ากลัว นัยน์ตาของเขานิ่งเรียบเกินไปเสียจนน่าขนลุก

 

“คุณ...ตามเรามาทำไมครับ” 

 

ไม่ได้เข้าข้างตัวเองนะเว้ย แต่ค่อนข้างมั่นใจว่าเขาเดินตามผมมาอ่ะ อุตส่าห์หยุดยืนนิ่งแล้วยังไม่เดินผ่านไปอีก

 

“ไม่ได้ตาม...”

 

“เห็นๆ กันอยู่ว่าคุณตามเรา”

 

ผมยังคงตั้งหน้าตั้งตาเถียง รู้ตัวอีกทีก็พบว่าร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้เสียจนกดข่มกันมิด ดวงตาดุดันหลุบมองริมฝีปากแดงระเรื่อซึ่งค่อยๆ เม้มแน่นขึ้น ก่อนประกายอันตรายจะสว่างวาบภายในนั้น

 

ปลายนิ้วเรียวยกขึ้นมาเค้นคลึงริมฝีปากล่างของผม บรรยากาศรอบด้านคล้ายหนาวเหน็บขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ไม่รอให้ผมรู้สึกสะพรึงกลัวจนต้องปัดออก สุ้มเสียงทุ้มเย็นก็เอื้อนเอ่ยเสียก่อน

 

“ปากดี...”

 

หน้าผมพลันร้อนวาบขึ้นมาในทันที รีบสะบัดออกห่างแล้วเดินตรงดิ่งหนีมาอย่างรวดเร็ว ฉากสาวน้อยเมื่อกี้มันอะไรกันวะ ผมเป็นผู้ชายแมนๆ นะ ก็แค่คนที่ ‘เคย’ ชอบเป็นผู้ชาย ไม่ได้หมายความว่าผมจะต้องถูกไล่ต้อนเป็นสาวน้อยในนิยายตาหวานสักหน่อย

 

ม...แม้มันจะเขินจริงๆ ก็ตาม ฮือ ปกติไดร์วูล์ฟเคยทำอะไรแบบนี้ที่ไหน แล้วเมื่อครู่นี้คือเขาแตะตัวผมก่อน แม่งเอ๊ย! ไดร์วูล์ฟต้องสติฟั่นเฟือนไปแล้วแหงๆ ราวกับเขามีหลายบุคลิกจนผมเริ่มหวาดระแวง

 

 

ลับหลังร่างเล็กซึ่งเดินหนีไปไกลจนเห็นแผ่นหลังอยู่ริบหรี่ คาเรย์ เกลนดอน ก็ปรากฏตัวขึ้น ฉับพลันที่เห็นเขา...ผู้เป็นนายก็ตวัดหางตามองมาอย่างน่าสะพรึงกลัวในทันที

 

แม้ไม่ได้เอ่ยปาก ทว่าสายตาที่แทบจะแช่แข็งคนถูกมองก็ทำให้ล่วงรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคาดโทษสิ่งใด

 

“บางทีวิธีเข้าหาแบบปกติ อาจใช้ไม่ได้ผลกับคุณแสนซ่าส์ครับ” คาเรย์เอ่ยด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ทั้งที่ในใจน้ำตาไหลพราก มือก็ซุกซ่อนหนังสือกลวิธีจีบหญิงไว้ด้านหลัง 

 

เหงื่อของเขาผุดพรายยามเจ้านายมองมาอย่างไม่ละสายตา ก็เขาไม่เคยจีบใครนี่! แล้วเจ้านายก็ทำท่าจะมีปัญหาเรื่องการง้อ...แค่ก! การทวงของของตัวเองกลับคืนมา เห็นแล้วมันขัดลูกตาจนอดที่จะยื่นมือเข้าช่วยไม่ได้ วันนี้เลยแนะนำให้นายท่านยืนรอคุณแสนซ่าส์เพื่อจะเดินไปกินข้าวเช้าด้วยกันเฉกเช่นที่เคยเป็นมา

 

แต่นี่อะไร? เจ้านายดันเดินตามคุณคนสวยไม่ปานว่าสตอล์กเกอร์ ไหนจะข่มขู่คุกคามทางสายตา และใช้นิ้วลวนลามริมฝีปากเขาไปอีก!

 

 ใบหน้าหล่อเหลายังคงจดจ้องมองมา คาเรย์รู้สึกได้ถึงเหงื่อเย็นๆ ที่ผุดพรายตามแผ่นหลัง ทว่าไม่นานนักดวงตาทรงอำนาจของผู้นำตระกูลซึ่งอายุน้อยสุดในประวัติศาสตร์ก็ละห่างออกไป

 

“ในเมื่อไม่ได้ผล...”

 

นายเหนือหัวเอ่ยขึ้นอย่างเลื่อยลอย พลางก้าวเท้าเดินต่ออย่างไม่สนใจลูกน้องที่ถอนหายใจเฮือกใหญ่อยู่เบื้องหลัง ทว่าประโยคถัดมา...ก็ทำเอาคาเรย์แทบจะสำลักเอาอากาศเข้าปอดไม่ทัน 

 

“คงต้องใช้อีกวิธี...”

 

อีกวิธีนั่นมันอะไร?! คงไม่ได้คิดจะตัดแขนตัดขาคุณคนสวยแล้วจับมาขังห้องหรอกใช่ไหม บอกเลยว่าเจ้านายของเขากล้าทำจริง ฟังจากน้ำเสียงน่าขนลุกนั่นแล้ว คาเรย์คิดดีไม่ได้เลย

 

ขอให้คุณคนสวยอยู่รอดปลอดภัยด้วยเถิด...อาเมน

 

 

(Sanza talk)

 

ผมคิดว่าตัวเองเดินมาไกลจนหลุดพ้นแล้ว แต่ไม่...รู้ตัวอีกทีไดร์วูล์ฟก็เดินตามมาทัน และคราวนี้เขาไม่ทำเพียงยืนนิ่งเว้นระยะห่างเฉกเช่นเดิม แต่กลับกระชากข้อมือผมไปเกาะกุมแน่นแล้วลากไปยังโรงอาหาร

 

ด...เดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะเว้ย!

 

  อย่าได้ถามหาความอ่อนโยนจากพ่อหมาป่าเชียว บอกเลยว่ามันไม่มี! มากระชากกันสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้ก็ได้เรอะ ผมเริ่มมองรอบด้านอย่างหวาดระแวง เพราะกลัวมีคนเห็นแล้วเรื่องนี้จะถึงหูพวกแฝดเข้า

 

“ปล่อยเราครับ”

 

เอ่ยกระซิบเสียงลอดไรฟัน แต่นอกจากจะไม่ดังเข้าหูคนตัวโตแล้ว เขายังมองเมินพลางตั้งหน้าตั้งตากระชากลากจูงผมเข้าโรงอาหารไปอีก พอจะขัดขืนหาจังหวะดิ้นรนหนี ไดร์วูล์ฟก็ปล่อยผมออกกลางโรงอาหารเสียก่อน

 

โชคดีที่ผมกับเขามาถึงเป็นคนแรกอีกตามเคย ไม่สิ...ดูเหมือนคาเรย์จะเดินตามมาสมทบอีกคน อัศวินของหอก็ตื่นเช้าเหมือนกันงั้นหรอ ผมไม่เคยเห็นเขามาก่อนเลย 

 

ยังไม่ทันให้อ้าปากทักทาย ไดร์วูล์ฟก็ลากผมมานั่งจุ้มปุ๊กอยู่ตรงโต๊ะตัวที่พวกเราเคยนั่ง คาเรย์เดินไปซื้อข้าวแล้ว และในจังหวะที่ผมจ้องตากับไดร์วูล์ฟเพื่อวัดใจว่าเขาต้องการอะไรกันแน่ ข้าวต้มปลาหอมกรุ่นก็ถูกเสิร์ฟตรงหน้า รวมทั้งกาแฟและเบรคฟาสต์ของพ่อหมาป่าด้วย

 

“อาหารครับ” คาเรย์เอ่ยเพียงสามพยางค์ ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างงุนงง พลางเงยหน้าขึ้นจ้องมองอีกฝ่ายตรงๆ

 

“ไม่ต้องซื้อให้เราก็ได้นะครับ แล้วก็ค่าอาหาร...”

 

“เงินนายท่านครับ” 

 

          หมายความว่าไง นี่พ่อหมาป่าเลี้ยงข้าวผมงั้นหรอ? ยังไม่ทันให้อ้าปากถามคาเรย์ อีกฝ่ายก็คล้ายจะสะดุดลมหายใจไปวูบหนึ่งแล้วเหลือบตามองเจ้านายตัวเอง ฉับพลันนั้นก็รีบเดินตรงดิ่งกลับโต๊ะแทบไม่ทัน

 

          “เราไม่กินฟรี นี่ค่าข้าวครับ” เอ่ยพลางดันเงินไปตรงหน้าอีกฝ่าย ทว่าไดร์วูล์ฟดันเหลือบแลลงมาราวกับพวกมันเป็นเพียงฝุ่นผง อีกทั้งยังไม่มีท่าทีจะรับไปอีก

 

          “ไม่กินก็ทิ้ง...” สุ้มเสียงทุ้มเย็นเอ่ยตัดบท ดวงตาสีเทาซีดยังคงมีร่องรอยคุกรุ่นเจือจาง ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้นึกหงุดหงิดอะไร 

 

          “ต่อให้เราจะรวยเหมือนคุณ แต่ก็ไม่เคยกินทิ้งกินขว้างนะครับ รู้ไหมว่ากว่าชาวนาจะปลูกข้าวมาได้แต่ละเม็ดมันยากลำบากแค่ไหน”

 

          เอ่ยบ่นคนตรงหน้าอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะยอมตักข้าวต้มเข้าปากในที่สุด มันน่าโมโหไหมล่ะ นอกจากไม่รับเงินผมแล้วยังจะทิ้งข้าวอีก เกษตรกรทั่วโลกได้ฟังคงน้ำตาไหลพราก

 

          ไดร์วูล์ฟมองผมคล้ายกำลังพินิจพิจารณาสินค้าชิ้นหนึ่ง ผมจึงชะงักกึกทั้งที่ช้อนยังคงคาปาก นึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองพูดไปเยอะมาก ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไม่คุยกับไดร์วูล์ฟอย่างสนิทสนมเหมือนเมื่อก่อนแล้วแท้ๆ

 

          แต่ไม่ว่าพูดน้อยหรือพูดมาก พ่อหมาป่าก็ยังคงตอบกลับผมด้วยความเงียบเฉกเช่นเดิม เวลาเปลี่ยนแต่ไม่อาจทำให้คนเปลี่ยนได้ นิสัยเคยเฉยชายังไง...บัดนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น แต่ก่อนผมอาจชอบเพราะจะได้เต๊าะได้แหย่ง่ายๆ ทว่าปัจจุบันบอกเลยว่าแอบระแวง

 

          ไม่รู้ว่าภายใต้ใบหน้าเย็นชานั้น จะซ่อนความคิดน่าสะพรึงกลัวอะไรเอาไว้บ้าง

 

          ไม่นานดวงตาคมดุก็ละออกห่าง ก่อนผักกรีนโอ๊คจะถูกวางบนชามข้าวต้มที่เริ่มเกลี้ยงถ้วยของผมดังแหมะ อา...ผักกับข้าวต้มนี่ไม่มีความเข้ากันแม้แต่นิด

 

          ผมชะงักไปเล็กน้อย เงยหน้าสบตาคนที่เขี่ยผักมาให้...ก่อนจะยกยิ้ม

 

          “เราเคยชอบกรีนโอ๊คมาก...”

 

          “....”

 

          “แต่ตอนนี้ ‘ไม่ชอบ’ แล้ว เอาของคุณคืนไปเถอะครับ”

 

          คล้ายเห็นประกายอันตรายบางอย่างพาดผ่านดวงตาคนตรงหน้าครู่หนึ่ง ไดร์วูล์ฟจ้องมองมาอย่างสงบนิ่ง แต่กลับคล้ายผู้ล่าซึ่งกำลังจดจ้องเหยื่อก็ไม่ปาน มือหนาวางส้อมกับมีดลง เขารู้...ว่าผมไม่ได้หมายถึงผักกรีนโอ๊ค

 

          แต่หมายถึงอย่างอื่น...บางสิ่งบางอย่างที่เคยหยิบยื่นให้เขาบดขยี้มันเล่นอย่างไม่ไยดี

 

         “จะกิน...หรือให้ยัดปาก”

 

         สุ้มเสียงทุ้มเย็นฟังดูน่าขนลุกขึ้นมาอีกระดับ ดวงตาคมดุแฝงไปด้วยความเย็นชามากกว่าที่เคย การที่เขานิ่งเงียบแบบนี้ น่ากลัวยิ่งกว่าตอนเผยอารมณ์กรุ่นโกรธออกมาเสียอีก

 

          บางครั้งก็เก็บอารมณ์เก่งเสียจนน่ากลัว...

          

“คุณจะบังคับเราหรอ”

 

เอ่ยถามด้วยสีหน้าไร้เดียงสา ทั้งที่ในใจอยากรู้เต็มแก่ว่าไดร์วูล์ฟจะทำยังไง มีคาเรย์อยู่ด้วยผมก็ไม่ค่อยกลัวมากเท่าไหร่ อย่างน้อยอีกฝ่ายคงไม่รุนแรงกับผมต่อหน้าลูกน้องหรอกมั้ง

 

“เราจะกิน...ก็ต่อเมื่อคุณกินครับ” 

 

ผมรู้ว่าไดร์วูล์ฟเกลียดกรีนโอ๊คมากแค่ไหน เขาเขี่ยมันออกไว้ข้างจานทุกครั้ง แรกๆ ผมก็ฉกมากิน แต่หลังๆ คืออีกฝ่ายแทบจะจิ้มมาใส่จานประเคนให้เลย

 

แม้จะไม่ได้ชอบ(?)เขาแล้ว แต่ความอยากแกล้งและเอาคืนมันก็ยังคงปะทุอยู่ในอกไม่จางหาย

 

“ต่อให้ตอนนี้ไม่ชอบแล้ว...แต่ถ้าคุณยอมกิน เราจะกินด้วยก็ได้” ยังไม่วายพูดยั่วยุอารมณ์ให้ระเบิดลงอย่างต่อเนื่อง ผมเดาว่าไม่โต๊ะก็คอผมเนี่ยแหละที่จะต้องขาดกันไปข้าง

 

ใช่...ผมคิดไว้ว่าไดร์วูล์ฟต้องพังโต๊ะ แล้วตรงเข้ามาบีบคอกันด้วยความโมโหแน่ แต่ไม่เลย มือหนากลับใช้ส้อมจิ้มผักกรีนโอ๊คขึ้นมา ดวงตาเย็นยะเยือกยังไม่ละออกห่างจากใบหน้าผม จังหวะที่ส่งผักเข้าปาก...นัยน์ตาดุดันก็ฉายประกายน่าสะพรึงกลัวขึ้นอีกระดับ

 

ไอ้แม่ย้อย! คิดถูกคิดผิดที่แกล้งแหย่หมาป่าในร่างมนุษย์กันเนี่ย โฮก

 

สัญชาตญาณในหัวผมร้องเตือนกึกก้องยามอีกฝ่ายขยับเก้าอี้ถอยห่างจากโต๊ะแล้วกระชากกันไปนั่งบนตัก มือหนาตรึงหลังคอไว้ไม่ให้หลบหนี ในขณะที่มืออีกข้างรัดเอวบางแน่น ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะฉกจูบลงมาอย่างไม่ทันให้ได้ตั้งตัว 

 

“อื้อ!” 

 

ลิ้นร้อนกวาดต้อนเข้ามาภายใน รสชาติของผักยังติดอยู่แนบแน่นเสียจนผมสัมผัสได้ โชคดีที่เขากลืนมันไปหมดแล้ว ไม่งั้นผมต้องอ้วกออกมาอย่างไม่ต้องสงสัย

 

“มะ...อื้อ ปล่อย...เรา!”

 

ไดร์วูล์ฟควบคุมเกมอย่างเต็มรูปแบบ เขาปล่อยให้ผมยกมือประทุษร้ายเต็มที่ ทั้งผลัก ทั้งทุบ ทั้งข่วน แต่ไม่มีวี่แววว่าอีกคนจะผละออกห่างแม้แต่นิด อีกทั้งเอวยังถูกอ้อมแขนแกร่งรัดแน่นเสียจนอึดอัดไปหมด 

 

สุดท้ายร่างทั้งร่างก็สั่นระริก...เผลอคล้อยตามจุมพิตอันเร่าร้อนจนตัวอ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟ ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าไดร์วูล์ฟเก่งมากกับเรื่องนี้ ที่เห็นถือตัวไม่แตะต้องใครนี่โกหกใช่ไหม เขามันเสือซ่อนเล็บชัดๆ!

 

ทว่าไม่รอให้ผมเคลิ้มนาน ริมฝีปากสีซีดก็ผละออกห่าง มือหนาเอื้อมไปคว้าส้อมจิ้มกรีนโอ๊คที่เหลืออยู่...จากนั้นก็จับยัดใส่ปากผม

 

ย้ำ! ว่ายัดใส่ปากผม อ...ไอ้เชี่ย!

 

“อุ๊ก!” จากที่ทำตาปรือ ผมนี่เบิกตาโพล่งขึ้นมาเลย กำลังจะบ้วนทิ้งมือหนาก็ตรงเข้ามาปิดปากกันเสียแน่น 

 

อา...ถึงกับน้ำตาเล็ด ใจคอเขาทำด้วยอะไร มายัดผักใส่ปากผมตอนกำลังเบลอ แบบนี้ก็ได้เรอะ!

 

“ไม่ชอบ...ก็ต้องกิน” สุ้มเสียงทุ้มกระซิบชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวปัดป่ายผิวจนหน้าร้อนวาบไปหมด

 

“ม...ไม่ เราจะชอบอย่างอื่นแล้ว!” ด้วยความโมโห ผมจึงรีบเคี้ยวๆ ผัก แล้วใช้แรงทั้งหมดกระชากมือหนาออก พอหายเบลอเรี่ยวแรงก็กลับมา อย่าคิดว่าจะได้รังแกกันง่ายๆ เชียว

 

จังหวะที่คิดว่าจะดิ้นจนหลุดพ้นแล้ว แขนกำยำกลับขยับรัดเอวกันแน่นขึ้นจนเริ่มเจ็บแปลบ ผมปัดป่ายมืออย่างนึกอึดอัด ทว่าคงเป็นเพราะตัวเล็กเกินไป ยามโดนโอบกอดบนตักแบบนี้จึงแทบจะจมอกอีกฝ่ายอยู่รอมร่อ 

 

          หากเป็นการสู้กันในระยะประชิด ไดร์วูล์ฟแม่งได้เปรียบผมทุกทาง!

 

“ใคร...?”

 

ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่าบรรยากาศในโรงอาหารเงียบเชียบกว่าที่เคยเป็น กระทั่งเชฟซึ่งเดินไปมาในโซนขายอาหารยังหายหน้าหายตาไป คาเรย์ก็ไม่อยู่ ผู้คนที่ควรเข้ามารับประทานอาหารเช้าก็ไม่มี

 

“มันเป็นใคร...”

 

มือหนาตรึงปลายคางผมไว้เสียแน่นจนต้องเงยหน้าสบตาอีกฝ่ายในที่สุด เสี้ยววินาทีนั้นผมพลันสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจจากดวงตาสีเทาซีดอย่างชัดเจน กลิ่นไอสังหารคละคลุ้งในบรรยากาศเสียจนเริ่มเหงื่อตก ชิบหาย! ผีเข้าผีออกอะไรอีก ซ่าส์เริ่มงง อะฮึก

 

คุยเรื่องผักอยู่ดีๆ มาถามหา ‘ใคร’ อีกเนี่ย ผมจะไปรู้ด้วยไหม

 

“คุณ...หมายถึงอะไรครับ”

 

“ถ้าอยากอยู่อย่างสงบสุข...” 

 

อยู่ดีๆ นิ้วเรียวยาวซึ่งตรึงปลายคางอยู่ก็เกลี่ยลงมาบนริมฝีปากล่างหนักๆ ผมพลันขนลุกซู่ตั้งแต่หัวจรดเท้า รู้สึกราวกับถูกเชือกที่มองไม่เห็นผูกมัดไว้ทั้งตัว

 

“อย่ารนหาที่ตาย...”

 

นี่ผมกำลังถูกข่มขู่อยู่หรือเปล่า? แถมเป็นการข่มขู่แบบมึนงงไม่รู้ที่มาที่ไปอีก

 

รับรู้เพียงตอนนี้ผมอึดอัดมาก ความใกล้ชิดทำให้ใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก รู้สึกหวาดกลัวและหวั่นไหวปะปนกันไปหมดจนจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว อีกทั้งยังต้องคิดหาวิธีร้อยพันให้ไดร์วูล์ฟปล่อยตัวจนหัวแทบแตก สุดท้ายผมก็เลือกใช้วิธีเดิมๆ วิธีที่ใช้กับครอบครัวทีไรมักได้ผลทุกที

 

“เราแค่อยากแกล้งคุณ...”

 

ตอนแรกน้ำตาก็คลอหน่วยตั้งแต่ถูกเอาผักยัดปากอยู่แล้ว พอบีบออกมาอีกเล็กน้อยพลางช้อนตาขึ้นมองอีกฝ่าย...ก็คล้ายจะเห็นไดร์วูล์ฟชะงักไปเสี้ยววินาทีหนึ่ง

 

ใครว่าผู้ชายไม่มีมารยา ยิ่งหน้าตาดีด้วยแล้วก็ต้องหัดใช้ให้เป็นประโยชน์ ผมจดจำมาจากแม่แสบล้วนๆ ตอนแม่มองพ่อแบบนี้ทีไรนะ ต่อให้ของที่อยากได้จะหายากราวกับงมเข็มในมหาสมุทร พ่อกัลป์ก็หามาให้แม่ได้

 

ความจริงผมเองก็ไม่ได้อยากใช้วิธีนี้ แต่มันไม่มีทางเลือกแล้ว ยิ่งแข็งข้อผมก็ยิ่งรอดยาก ดังนั้นคงต้องลองดู...

 

“เราแกล้งคุณบ้างไม่ได้หรอครับ”

 

เอ่ยพลางเอนหน้าซุกซบแผงอกหนาเพื่อปกปิดรอยยิ้มร้ายตรงมุมปาก แม้ไดร์วูล์ฟจะนิ่งเฉยมากเพียงใด...ทว่าผมกลับสัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อใต้เสื้อฮู้ดสีดำซึ่งแข็งเกร็งขึ้นเล็กน้อย ราวกับอีกฝ่ายก็คาดไม่ถึงว่าผมจะทำเช่นนี้

 

ดูเหมือนจะมีคนเสียอาการแล้วล่ะ : )

 

 

 

 

 

Loading 60%

 

 

 

 

 

 

 

 

พรึ่บ!

 

ผมรีบผุดลุกออกจากตักแกร่งทันทีที่อ้อมแขนของคนตรงหน้าคลายลง เสียงพูดคุยดังแว่วมาจากด้านหน้าโรงอาหาร มีคนกำลังจะมา...

 

นี่อาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไดร์วูล์ฟปล่อยตัวผมง่ายๆ ก็เป็นได้ คาเรย์ เกลนดอน เองก็โผล่มาในครรลองสายตาราวกับรู้จังหวะ เขาเอ่ยรายงานสถานการณ์บางอย่างอยู่ด้านข้างไดร์วูล์ฟ 

 

“วันนี้อาจารย์นัดเรียนนอกสถานที่ ตรงริมทะเลฝั่งใต้ของเกาะครับนายท่าน”

 

ผมกะพริบตามองคาเรย์อย่างงุนงง แสร้งทำเป็นเมินสายตาน่าขนลุกซึ่งจับจ้องมองมาตั้งแต่เมื่อครู่นี้ คล้ายเห็นพ่อหมาป่าใช้ลิ้นดันกระพุงแก้มทางหางตา ราวกับว่าเขากำลังนึกอยากขย้ำอะไรบางอย่าง

 

ภาวนาว่า ‘เหยื่อ’ ตัวนั้นจะไม่ใช่ผมก็เป็นพอ..

 

“ถึงว่า...วันนี้ไม่ค่อยมีใครมาโรงอาหารเลย” ผมพึมพำแผ่วเบา พลางเหลือบมองคนกลุ่มหนึ่งซึ่งกำลังเดินเข้ามาทางประตูบานเลื่อน

 

“เพื่อไม่ให้ควบคุมสถานการณ์ลำบาก ดูเหมือนแต่ละห้องจะถูกแบ่งให้ไปใช้สถานที่คนละทิศทางครับ โดยมีการเรียนการสอนในทะเลเหมือนกัน”

 

ผมรับฟังคาเรย์เงียบๆ รู้สึกมีอะไรไม่ชอบมาพากล อย่าเรียกว่าการเรียนการสอนเลย...บางทีอาจเป็นบททดสอบสมรรถภาพของนักเรียนเสียมากกว่า

 

 ผมเดินทางไปยังทิศใต้ของเกาะพร้อมไดร์วูล์ฟและคาเรย์อย่างเงียบเชียบ จะแยกไปแบบเดี่ยวๆ ก็ไม่ได้อีกเพราะพ่อหมาป่ายังคงเหลือบมองมาเป็นระยะเสียจนปลีกตัวลำบาก เขาไม่ได้จ้องจนอึดอัด ทว่าการเดินตามหลังให้รู้สึกขนลุกซู่ก็เป็นสัญญาณบ่งบอกแล้วว่าถ้าผมคิดหนีหายระหว่างทาง...ต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแน่ๆ

 

สองข้างทางมีคนเดินอยู่ด้วยเช่นกัน...คุ้นหน้าคุ้นตาว่าจะเป็นเพื่อนร่วมห้อง

 

“นักเรียนที่จะไปทะเลทิศใต้ใช่ไหม ระยะทางค่อนข้างไกล ดังนั้นขึ้นรถมาเลยครับ” 

 

 

(เครดิต >>คลิ๊ก<<)

 

 

มีรถคล้ายรถบรรทุกของทหารรุ่น KrAZ-6322 ในแผ่นดินใหญ่จอดรออยู่ทางด้านหน้า นักเรียนต่างพากันขึ้นไปนั่งประจำที่กันหมด เห็นดังนั้นผมจึงอดสงสัยไม่ได้ว่าทะเลทิศใต้ต้องเป็นคนละที่กับทะเลตรงจุดที่ไดร์วูล์ฟไปเจอศัตรูแหงๆ เพราะตอนนั้นผมเดินไปก็ถึงแล้ว

 

บนรถค่อนข้างแออัด คาเรย์มองที่นั่งซึ่งเหลือเพียงพอสำหรับผู้ชายตัวใหญ่ๆ สองคนพอดิบพอดี สลับกับมองมาที่เจ้านายตัวเอง ราวกับเขาล่วงรู้ว่าไดร์วูล์ฟไม่มีทางนั่งเบียดแนบชิดคนอื่นแน่ อัศวินผู้ภักดีจึงมองสบตาผู้เป็นนายครู่หนึ่ง ก่อนจะขึ้นไปนั่งติดกับเพื่อนร่วมห้องอย่างรู้ใจ

 

แต่ปัญหาคือมันเหลือแค่ที่เดียวแล้ว แม้จะกว้างขวาง...ทว่าพอก้มลงมองสภาพร่างกายของผมกับไดร์วูล์ฟ บอกเลยว่ายากที่จะนั่งด้วยกันได้ พ่อหมาป่าตัวใหญ่เกินไป ผมคงถูกเบียดเป็นปลากระป๋องแหงๆ

 

“เดี๋ยวเราไปนั่งด้านหน้ากับคนขับนะครับ” 

 

ไดร์วูล์ฟกดตาลงมองผม สลับกับมองไปทางด้านหน้าที่มีคนขับและเพื่อนนักเรียนคนหนึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้ว มีผมเพิ่มอีกคนคงไม่เป็นไร แม้จะเบียดกันเล็กน้อย แต่คงไม่อึดอัดเท่าผมนั่งกับเขาตรงนี้แน่

 

หมับ!

 

ยังไม่ทันตั้งท่าก้าวลงจากรถ ไดร์วูล์ฟก็นั่งลงแล้วกระชากแขนผมให้นั่งบนตักเขาอีกที...ผมเบิกตากว้าง กระทั่งเพื่อนร่วมห้องยังมองมาตาแทบถลนออกจากเบ้า ทุกคนพากันอ้าปากค้างคล้ายช็อกไปแล้ว ส่วนคาเรย์ รายนั้นมองมาอย่างเงียบเชียบราวกับล่วงรู้เหตุการณ์ก่อนหน้า

 

“ปล่อยครับ!” ผมดีดดิ้น กัดฟันถลึงตาใส่คนด้านหลัง พัง...บอกเลยว่าพังหมดแล้ว! เรื่องนี้ต้องถึงหูสองแฝดแหงๆ ฮือ ตายหยังเขียด!

 

“จะนั่งนิ่งๆ...หรือกลิ้งลงข้างทาง” 

 

สุ้มเสียงทุ้มฟังดูเย็นยะเยือกเสียจนผมเผลอชะงักตัวแข็งทื่อ เหลือบมองวิวทิวทัศน์นอกหน้าต่างรถที่เริ่มเคลื่อนไหวเป็นภาพเร็วขึ้นแล้วชักไม่กล้าเสี่ยง บอกเลยว่าไดร์วูล์ฟทำจริงแน่ เขากล้าโยนผมออกนอกรถจริงๆ ถ้าขืนยังท้าทายอีกฝ่ายต่อ

 

“ต...แต่ให้เราไปนั่งด้านหน้ารถก็ได้นี่ครับ ทำไมต้องนั่งตักคุณด้วย!” 

 

ผมกระซิบกระซาบคนด้านหลังเสียงเขียว ไดร์วูล์ฟกวาดตามองเพื่อนร่วมห้องเสี้ยววินาทีหนึ่งจนพวกนั้นพากันตัวสั่นงันงก...ไม่กล้ากระทั่งเงยหน้าขึ้นมาเมียงมองอีก ก่อนจะวกกลับมามองผม 

 

“อยากไปนั่งกับมัน...จนตัวสั่น?”

 

สุ้มเสียงทุ้มเย็นดังกระซิบชิดริมหู ยอมรับว่าความหวาดกลัวเกาะกินใจไปกว่าครึ่งจนเผลอจิกมือกับแขนซึ่งกำลังสอดรัดเอวอย่างไม่รู้ตัว ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดบริเวณหลังคอสร้างความรู้สึกขนลุกซู่ไปทั่วเรือนร่าง เผลอเม้มริมฝีปากแน่นอย่างอับจนหนทาง หมดแล้วภาพลักษณ์แมนๆ ของผม!

 

ว่าแต่ไดร์วูล์ฟพูดเรื่องบ้าอะไรกัน ‘มัน’ ไหนอีกวะ พอเหลือบมองรอบรถแล้วก็พบคำตอบ เพราะ ‘ไลท์’ ไม่ได้อยู่ในนี้ ดังนั้นคนที่นั่งหน้ารถคู่กับคนขับคงเป็นเขาอย่างไม่ต้องสงสัย

 

ไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองหรอกนะ...แต่คงไม่ใช่ว่าไดร์วูล์ฟกำลังหวงผมหรอกใช่ไหม ตลกเถอะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย ไหนจะเรื่องของขวัญข้าวอีก แม้เขาจะบอกว่าไม่เคยชอบใคร แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอย่างจริงจังสักหน่อยว่ารู้สึกยังไงกับขวัญข้าว

 

ทั้งที่อยากถามออกไปใจจะขาด แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาถามเรื่องแบบนั้นต่อหน้าคนทั้งห้องไง ผมเลยทำได้เพียงเก็บงำความข้องใจไว้เงียบๆ

 

“เราจะนั่งกับใครก็เรื่องของเรา ว่าแต่คุณไม่เมื่อยหรอครับที่ให้เรานั่งบนนี้ ถ้าเราลงไปนั่งข้างคุณน่าจะดีกว่า”

 

ผมพยายามประนีประนอม เพราะรู้ว่ายิ่งใช้ไม้แข็ง สถานการณ์ก็จะยิ่งย่ำแย่ ทว่าไดร์วูล์ฟกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย อีกฝ่ายเอนศีรษะพิงกระจกหน้าต่างทางด้านหลัง เส้นผมสีเทาเงินคลอเคลียตามกรอบหน้าหล่อเหลาเย็นชา...กลับกลายเป็นที่ภาพชวนมองไม่น้อย

 

พอรู้ตัวว่าเผลอเอี้ยวหน้ามองภาพนั้นตาค้าง ผมก็รีบหันกลับมาทางเดิมอย่างรวดเร็ว ใจเต้นแรงจนรู้สึกเจ็บอกไปหมด อยากยกมือขึ้นเคาะหัวตัวเองสักทีสองทีที่เจ็บแล้วไม่รู้จักจำ เผลอหลงรักคนเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

 

และคล้ายไดร์วูล์ฟจะล่วงรู้...อีกฝ่ายถึงขยับร่างเข้าใกล้จนจมูกเฉียดกลุ่มผมนุ่มชั่วครู่หนึ่ง

 

ให้ตายเถอะ โคตรขี้แกล้ง! ยิ่งเขารู้ว่าผมนั่งนิ่งตัวแข็งทื่อก็ยิ่งแกล้ง...เอาไดร์วูล์ฟคนที่ผมแตะต้องตัวเขาไม่ได้คนนั้นกลับคืนมา! ขอคืนด่วนๆ

 

เพราะไม่รู้จะทำยังไงเลยต้องจำยอมอยู่ในสภาพนั้น ต่อให้ผมดึงดันนั่งข้างเขา สุดท้ายก็ถูกเบียดอัดเป็นปลากระป๋องอยู่ดี บางทีอาจเมื่อยกว่านั่งอยู่บนตักสบายๆ แบบนี้ก็เป็นได้ 

 

คิดพลางเผลอเหลือบมองอะไรไปเรื่อย วูบหนึ่งผมเห็นคาเรย์ลอบกลอกตาคล้ายเหนื่อยหน่ายใจยามมองมาที่ผมสลับกับเจ้านายของเขา ทว่าเมื่อรู้ตัวว่าถูกผมจ้องอยู่ อีกฝ่ายก็ส่งรอยยิ้มมุมปากกลับมาด้วยท่าทีนิ่งเฉย

 

ไม่เนียนอ่ะ ไปเรียนมาใหม่! รู้นะว่าในใจกำลังนินทาผมกับไดร์วูล์ฟแหงๆ

 

ในที่สุดรถก็แล่นมาถึงที่หมาย ประตูเปิดออกจนสัมผัสได้ถึงลมซึ่งกำลังโชยพัดเอากลิ่นทะเลมากระทบจมูก ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ รีบผุดลุกขึ้นยืนเมื่ออ้อมแขนกำยำผละออกห่าง น่าแปลกที่ไม่มีสายตากระอักกระอวนจากเพื่อนร่วมห้อง คนพวกนั้นพูดคุยกันตามปกติราวกับไม่เคยเห็นผมนั่งตักไดร์วูล์ฟมาก่อนหน้านี้

 

หรือบางทีอาจไม่มีใครกล้าพูด ทุกคนต่างล่วงรู้ว่าหากมีเรื่องกับตระกูลวูล์ฟ ก็ไม่ต่างอะไรกับยื่นขาเข้าสู่ห้วงอเวจีไปแล้วก้าวหนึ่ง

 

“ยินดีต้อนรับนักเรียนทุกคน วันนี้จะมีการทดสอบทักษะการต่อสู้ในน้ำ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเธออาจต้องเจออันตรายแบบนี้ในยามคับขัน น้ำจะทำให้การเคลื่อนไหวของพวกเธอช้าลง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะรับมือกับศัตรูไม่ได้ ดังนั้นจงดึงเอาทฤษฎีทั้งหมดที่ฉันเคยสอนมาปรับใช้ในวันนี้ซะ ฉันจะสุ่มพวกเธอให้มาต่อสู้กันเป็นคู่ แพ้ชนะไม่สำคัญ คะแนนขึ้นอยู่กับทักษะการเอาตัวรอดที่ใช้ บาดเจ็บได้ แต่อย่าเล่นกันถึงตายล่ะ”

 

อาจารย์พูดจบก็กระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะโบกมือส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ลากกระเป๋าใบใหญ่เข้ามาสามใบ กระเป๋าใบแรกคือชุดว่ายน้ำซึ่งสั่งตัดให้นักเรียนทุกคน ใบที่สองกับสามเป็นอาวุธให้เลือกใช้ มีทุกอย่างยกเว้นปืนกับระเบิด ไม่งั้นก็จะดูโกงกันเกินไป

 

เซอไพรส์มาก ไม่แปลกที่ทางโรงเรียนจะมีข้อมูลของพวกเราทุกอย่าง เพราะเคยกรอกข้อมูลส่วนสูง น้ำหนัก รอบเอว รอบอก แบบละเอียดยิบในช่วงแรกๆ ที่มาถึงเกาะ

 

ชุดว่ายน้ำเป็นโทนสีเทาดำแขนยาว กางเกงรัดรูปเหนือเข่า เป็นแบบเดียวกันทั้งของผู้หญิงและผู้ชาย พวกผู้หญิงนี่กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ ก่อนจะหลบไปเปลี่ยนชุดในรถบรรทุกที่ถูกผ้าใบปิดทึบไว้เรียบร้อยแล้ว 

 

ผมรอจนกระทั่งทุกคนทยอยไปเปลี่ยนชุดกันหมด ก่อนจะเข้าไปเปลี่ยนบ้าง  

 

ด้านในค่อนข้างมืด แต่ก็ยังคงพอมองเห็น ทว่าไม่ทันได้ปลดกระดุม ผมก็เกือบสะดุ้งเฮือกตอนมีใครบางคนเปิดประตูเข้ามา ไดร์วูล์ฟไม่แม้แต่จะจ้องมองมาทางนี้ เขาปิดประตูก่อนจะปลดชุดออกอย่างเงียบเชียบ 

 

ผมอ้าปากพะงาบๆ ด...เดี๋ยวนะ คนหน้าไม่อาย! มาถอดเสื้อต่อหน้ากันแบบนี้ก็ได้เรอะ

 

สุดท้ายผมก็ต้องพยายามไม่ฟุ้งซ่าน ยังไงก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน คงไม่มีอะไรให้ต้องอายมากนักหรอก จะไล่เขาออกไปก็ใช่ที่ คิดพลางหันมาสนใจปลดชุดตัวเองต่อ 

 

โชคดีที่ชุดว่ายน้ำเป็นแบบทูพีชเลยสวมใส่ค่อนข้างง่าย ผมแกะซองพลาสติกซึ่งมีชื่อตัวเองติดอยู่ออก ยังไม่ได้ซักเลยมั้งเนี่ย แต่เอาเถอะ ตอนนี้เลือกอะไรไม่ได้แล้ว

 

 พอใส่เสื้อเสร็จ ก็เตรียมจะใส่กางเกงต่อ ฉับพลันที่ปลดกางเกงก็พลันขนลุกวาบราวกับมีอะไรบางอย่างจ้องมองมา ผมแอบเหลือบมองพ่อหมาป่าอย่างหวาดระแวง ก็พบว่าอีกฝ่ายกำลังถอดเสื้ออยู่ เขาใส่กางเกงว่ายน้ำเรียบร้อยแล้ว แถมหุ่นยังดูดีจนยากจะละสายตา ความขาวโอโม่นี่มาเต็มสิบไม่หัก

 

ตายแล้วเกิดใหม่หุ่นผมคงยังไม่ได้ครึ่งเขาเลย...อิจฉาอ่ะ แม่งเอ๊ย!

 

“มองพอหรือยัง...”

 

“เราเปล่านะ...อ๊ะ!” เพราะตกใจที่โดนจับได้ ผมเลยสะดุดชายกางเกงตัวเองทันทีทันใด

 

แสนซ่าส์ ไอ้บ้า! ทำไมซุ่มซ่ามแบบนี้วะ ฮือ ตายๆ ยังไม่ทันเข้าร่วมการทดสอบ ผมคงได้คอหักตายเพราะร่วงลงพื้นผิดท่าเสียก่อน!

 

หมับ!

 

เสี้ยววินาทีนั้นใจผมพลันเต้นแรง ไม่รู้เพราะความตื่นตระหนกหรือเพราะหวั่นไหวกับดวงตาสีเทาซีดซึ่งอยู่ใกล้ในระยะประชิดกันแน่ มือหนาจับตรึงเอวผมแน่น...พยุงร่างให้ยืนดีๆ ก่อนจะกวาดตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าคล้ายสำรวจหาร่องรอยบาดเจ็บ

 

ทว่าผมรู้ดี...เขาแค่ประเมินความเปราะบางของเรือนร่างเล็กจ้อยนี่เท่านั้น

 

“ขอบคุณครับ” พึมพำบอกแผ่วเบา พลางรีบคว้ากางเกงว่ายน้ำมาใส่อย่างรวดเร็ว แม้จะมืด...แต่ช่วงล่างมีแค่กางเกงในตัวเดียวมันเลยรู้สึกหวิวๆ ชอบกล

 

“ซุ่มซ่าม...”

 

 ไดร์วูล์ฟเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉยชา แตกต่างจากนัยน์ตาที่ฉายแววอันตรายอย่างสิ้นเชิง ยิ่งพอผมใส่กางเกงว่ายน้ำเสร็จ ดวงตาสีเทาซีดก็ยิ่งทอประกายน่าขนลุก 

 

อีกฝ่ายกดตามองเรียวขาขาวซึ่งโผล่พ้นกางเกงรัดรูปครู่หนึ่ง บรรยากาศน่าสะพรึงกลัวพลันลอยอบอวนไปทั่วรถอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ไดร์วูล์ฟใส่เสื้อว่ายน้ำลวกๆ เป็นจังหวะเดียวกับที่ผมเดินผ่านไปเปิดประตูด้านหลังรถพอดิบพอดี

 

เนื่องจากรถค่อนข้างสูง เลยมีบันไดพับได้ให้นักเรียนเดินขึ้นเดินลงจากรถ พอผมก้าวเท้าลงไป...ทุกสายตาก็หันมาจับจ้องกันพรึ่บพรั่บ อาจเพราะผมแต่งตัวเป็นคนท้ายๆ ล่ะมั้ง แสงแดดยามสายส่องกระทบใบหน้าจนต้องหยีตาเล็กน้อย เห็นพวกผู้ชายพากันมองมาราวกับตกอยู่ในภวังค์ ผู้หญิงต่างก็ป้องปากกระซิบกระซาบอย่างไม่เก็บงำความคิดแม้แต่น้อย

 

“สมกับเป็นดอกไม้หอตะวันออก ขาเรียวขาวจนผู้หญิงอย่างฉันยังอาย”

“คนเอเชียนี่ตัวเล็กมากเลยอ่ะ ใส่ชุดว่ายน้ำแล้วแอบเซ็กซี่ แถมหน้าอย่างกับตุ๊กตา”

“อยากกระโจนเข้าไปฟัดว่ะ แม่ง”

“ใจเย็น มึงไม่เห็นตอนขามาหรอว่าแสนซ่าส์นั่งตักใคร สำหรับกูแค่ได้มองก็พอแล้ว ถ้าต้องปะทะกับตระกูลวูล์ฟ พ่อกูคงด่าตายโทษฐานนำพาความพินาศไปให้”

 

ตึง!

 

เสียงปิดประตูรถดังแว่วมาตามหลัง เล่นเอาทุกคนพากันสะดุ้งเฮือกจนผมต้องหันไปมองตัวต้นเหตุ ไดร์วูล์ฟมองตอบกลับมาด้วยใบหน้าที่คล้ายต้องการจะฆาตกรรมใครสักคน ดวงตาสีซีดเจือปนไปด้วยร่องรอยอำมหิตอย่างไม่ปกปิด

 

อา...หวังว่าผู้โชคร้ายคนนั้นจะไม่ใช่ผมก็แล้วกันนะ

 

“คาเรย์ เจ้านายคุณเป็นอะไรหรอครับ”

 

เพราะรู้ดีว่าคงไม่ได้คำตอบจากเจ้าตัว ผมเลยหันไปกระซิบกระซาบถามคาเรย์ซึ่งยืนอยู่ด้านข้างรถ อีกฝ่ายใส่ชุดว่ายน้ำเรียบร้อยแล้ว ไวมาก! ไปเปลี่ยนมาตอนไหนเนี่ย

 

คาเรย์หลุบตาลงอย่างเย็นชาและไม่แม้แต่จะมองหน้าผมสักนิด ก่อนจะเอ่ยบอกเสียงเรียบ

 

“ของที่กำลังโปรดปราน...นายท่านย่อมต้องหวงเป็นธรรมดาครับ”

 

อะไรวะ พูดจาชวนงงกันทั้งเจ้านายทั้งลูกน้อง!

 

หมับ!

 

ยังไม่ทันให้ผมได้เสวนากับคาเรย์ต่อ เอวก็พลันถูกคว้าไว้แน่นคล้ายเป็นการบังคับให้เดินไปข้างหน้ากรายๆ ดวงตาสีเทาซีดตวัดมองผู้เป็นลูกน้องทางหางตา เล่นเอาคนถูกจ้องเริ่มมีเหงื่อผุดซึมด้านข้างขมับ

 

ผมตั้งท่าจะกระชากแขนเขาออก ทว่าสุ้มเสียงเย็นยะเยือกกลับดังขึ้นข้างหูเสียก่อน

 

“บททดสอบจะเริ่มแล้ว...”

 

ปัดโธ่เอ๊ย! บททดสอบใกล้เริ่มมันเกี่ยวอะไรกับการที่คุณเอาแขนมาเกี่ยวเอวผมไม่ทราบ  ฮือ อยากจะบ้าตาย!

 

 

 

 

 

 

 

Writer talk2

นี่ขนาดนุ้งซ่าส์ไม่ได้เป็นเมียนะคะ...ยังสาดสายตาอำมหิตใส่คนอื่น ถ้าเป็นเมียแล้วคง—แค่ก ลูกเราโดนลวนลาม! คี นิค น้องแฝดโดนลวนลามแล้วจ้า สองแฝดหายต๋อมไปเลยเพราะถูกไรท์กีดกันบท//หลบปืน แล้วพบกันค่า

ติดตามข่าวสารการอัพเดตนิยายได้ทาง เพจ , ทวิต (จิ้มที่คำว่าเพจหรือทวิตได้เลยค่ะ)

#ซ่อนรักลวงร้าย

รักรีดเดอร์

 

 

 

 

ส่งท้ายคลายเครียด

ไรท์ : “นุ้งซ่าส์ ไรท์ก็อยากโดนอ้อนบ้างนะคะ” //วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้าหา

แสนซ่าส์ : “....” //มองตาปริบๆ

ไดร์วูล์ฟ : “ไม่อยากแต่งนิยายแล้ว...?” //ปามีดดังฉึก!

ไรท์ : “อุกรี๊ด! จะรีบไปแต่งเดี๋ยวนี้เลยค่า TT ” 

 

 

 

Writer talk1

ยกที่ 1 น้องซ่าส์นำไป 1 : 0 ค่ะ เอิ่ม คุณพ่อหมาป่า พอได้จูบครั้งนึงแล้วก็ต้องมีครั้งถัดไปสินะ อนาคตน้องซ่าส์จะเป็นยังไง นี่ขนาดแค่ได้จูบนะคะ//จะวูบ  และขอย้ำว่าได้แค่จูบ...มีสิทธิ์อะไรไปหวงเค้าคะ//หลบปืน รู้สึกเหมือนต้องติดแท็กเพิ่มเลยค่ะ เหมือนในอนาคตจะไม่ใช่แค่ซึน แต่อาจยันเดเระเต็มรูปแบบ—แค่ก ความจริงพ่อหมาป่าก็มีความไม่ธรรมดาพอสมควรเพราะผ่านอะไรที่ชวนให้จิตบิดเบี้ยวมาเยอะ ขึ้นเป็นผู้นำตระกูลได้นี่ก็ไม่ใช่เพราะมันสมองและสองมืออย่างเดียวค่ะ แต่เพราะความเด็ดขาดโหดเหี้ยมกับการใช้อำนาจที่มีด้วย รู้สึกเหมือนเริ่มจะสปอย...แล้วพบกันใหม่น้า

ติดตามข่าวสารการอัพเดตนิยายได้ทาง เพจ , ทวิต (จิ้มที่คำว่าเพจหรือทวิตได้เลยค่ะ)

#ซ่อนรักลวงร้าย

รักรีดเดอร์

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6.55K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8,893 ความคิดเห็น

  1. #8316 Sweet Time (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564 / 05:44
    หวงก็บอกเค้าไปปป
    #8,316
    0
  2. #8154 นอนดึกจนขอบตาดำ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:27
    เนี่ย ซึนขนาดนี้แล้วทำไมเรามองว่ามันน่ารักขนาดนี้!
    #8,154
    0
  3. #7989 praeprae3012 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 23:12
    ใจเย็นพ่อหมาป่า รู้แล้วว่าหวง
    #7,989
    0
  4. #7987 crzoldyck7 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 22:58
    พ่อหมา ถ้าจะนั่งตักไม่สนโลกขนาดนี้แล้ว ประกาศคบเถอะ
    #7,987
    0
  5. #7442 PL_JM (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 21:35
    ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ อะไรจะก็อปมาได้ขนาดนี้น้องซ่าห์~~ แม่แสบภูมิใจในตัวหนูมากกก😍
    #7,442
    0
  6. #7424 baekbow (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2563 / 19:25
    หวงเก่งตลอดเลยพ่อ // คาเรย์พูดผิดนะ ซ่าไม่ใช่แค่ของที่พ่อหมาป่ากำลังโปรดปรานแต่เป็นสมบัติล้ำค่าของพ่อหมาป่าเลยต่างหาก
    #7,424
    0
  7. #7409 loocbomb (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2563 / 15:21

    หวงแหละดูออกก

    #7,409
    0
  8. #7114 bj vamtoon (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 03:05

    หวงมากกกด
    #7,114
    0
  9. #6920 PuayPuayPloy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 18:42
    สำเนาถูกต้องมากแม่ลูกคู่นี้5555
    #6,920
    0
  10. #6849 MeowMai (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 08:13
    คาเรย์น่ารักอะ5555
    #6,849
    0
  11. #6636 Don't disappoint (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 22:42
    #พบคนขี้หวง1อัตราค่า
    ปล.น้องเหมือนระเบิดเวลาที่ห้ามใครเข้าใกล้เลยอ่ะ55
    #6,636
    0
  12. #6325 oomka (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 18:33
    ตอนน้องอ้อนก้คือจัยเหลวปัยหมดแง
    #6,325
    0
  13. #6310 nnnnnnnnnny (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 13:33
    รุกไม่หยุด
    #6,310
    0
  14. #6077 witchbeaming (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 21:22
    หมาป่าหวงสุดดดดดเ
    #6,077
    0
  15. #6076 jaja_2001 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 20:30
    อยากอ่าน nc แล้วววว ต้องดุแน่เลยยย🤭
    #6,076
    0
  16. #6075 wan214854 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 15:37

    หวงน้องขั้นสุด
    #6,075
    0
  17. #6073 _minnie_2007 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 20:30
    คุณไรท์คะ;-; มาอัพเถอะค่ะะะะ
    #6,073
    0
  18. #6070 IAMRIYA (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2563 / 23:15
    หวงน้องแรงมากพ่อ!!!
    #6,070
    0
  19. #6069 Pcywad (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 00:44
    หวงแรงมากกกกก
    #6,069
    0
  20. #6067 toey280844 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 17:03
    หวงแรงนะคะคุณเป็นไรกับเขาอ่ะ
    #6,067
    0
  21. #6066 RungRing_2545 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 14:20

    รอนานๆก็อาจจะบั่นทอนหัวใจ อย่าให้นานเกินไป
    #6,066
    0
  22. #6065 YanisaCH (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2563 / 12:44
    แหนะะะ
    #6,065
    0
  23. #6064 รักคริสเทา ชอบไคโด้ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 22:40
    อุแงงงงงงงงงง หยั่มมาหวงน้องนะะ
    #6,064
    0
  24. #6063 [..body..] (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 13:31
    ของที่กำลังโปรดปราน อืมๆ
    #6,063
    1
    • #6063-1 [..body..](จากตอนที่ 11)
      2 ตุลาคม 2563 / 13:32

      เจ้าข้าเอ้ยยยยยย
      #6063-1
  25. #6062 J☆ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 02:34
    หวงเค้าก็บอกสิพ่อ แหมมมม
    #6,062
    0