[Yaoi] DON'T HIDE ME ซ่อนรัก ลวงร้าย

ตอนที่ 10 : Ep.10::เป็นแค่ลูกไก่ (ที่ไม่ยอมอยู่) ในกำมือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 74,932
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7,072 ครั้ง
    5 ก.ย. 63

 

 

Ep.10

:: เป็นแค่ลูกไก่ (ที่ไม่ยอมอยู่) ในกำมือ ::

 

 

คล้ายสมองของผมกำลังรวนไปหมด...

 

          เพียงคำพูดไม่กี่คำ ไดร์วูล์ฟก็ทำให้ผมอึ้งจนไปไม่เป็น โชคดีที่เสียงฝีเท้าจากอาจารย์หน้าชั้นเรียนเรียกสติขึ้นมาได้เสียก่อน ผมจึงบิดแขนออกจากการเกาะกุมอีกครั้ง และครั้งนี้ไดร์วูล์ฟก็ยินยอมปล่อยมือแต่โดยดี

 

          ทว่าดวงตาสีเทาซีดยังคงจ้องผมเขม็ง...

 

          อ่า ให้ตายเถอะครับ! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ ผมรีบหันไปมองทางไลท์ ปรากฏว่าอีกฝ่ายหันไปตั้งใจเรียนแล้ว ไม่มีท่าทีจะลุกเปลี่ยนที่นั่งกับผมแม้แต่นิด ถ้าให้เดา...เขาคงไม่อยากเอาตัวมาอยู่ท่ามกลางพายุอารมณ์ของพ่อหมาป่าในตอนนี้ล่ะมั้ง

 

          ไลท์เองก็เป็นคนฉลาด ไม่ใช่ว่าเขากลัวการมีเรื่องกับไดร์วูล์ฟหรอก ทว่าคงไม่อยากทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่มากกว่า

 

          ผมเม้มริมฝีปากแน่นอย่างนึกขัดใจ อย่าคิดเชียวว่าจะห้ามซ่าส์ได้! ไดร์วูล์ฟเผลอเมื่อไหร่ผมไปแน่ เขาถือสิทธิ์อะไรมารั้งผมไว้กันล่ะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย

 

          แม้สายตาอีกฝ่ายจะน่ากลัวมากก็ตาม ต...แต่ผมไม่แคร์หรอก ไม่เลยสักนิด!

 

          หลังเลิกเรียนผมก็เก็บของตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือวันนี้ไดร์วูล์ฟยังคงนั่งอยู่...แถมยังนั่งท้าวคางมองวิวทิวทัศน์นอกหน้าต่างไปเรื่อยอีก มีบางจังหวะที่เขาเหลือบหางตามามองผม ซึ่งผมเองก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่เข้าใจไหม...สายตาไดร์วูล์ฟค่อนข้างอันตราย คนที่ถูกเขาจ้องล้วนขนลุกวาบกันทั้งนั้น

 

          “จะไปไหม...”

 

          ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อครู่นี้พ่อหมาป่าพูดกับผมหรอวะ พอหันซ้ายหันขวาก็พบว่าเราอยู่กันแค่สองคนในห้องแล้ว

 

          อา เขาคงไม่พูดกับธาตุอากาศหรอก มีแค่ผมเนี่ยแหละ

 

          “ไปไหน” ผมเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทำเป็นก้มเก็บของไม่มองหน้าอีกฝ่าย ทั้งที่ใจอยากลุกขึ้นและเดินหนีไปแทบแย่ 

 

          “หาลัค...” เพียงพยางค์สั้นๆ ก็ทำเอาผมเผลอชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาทอประกายหม่นลงพร้อมความรู้สึกคล้ายกำลังร่วงหล่นลงเหวอีกครั้ง สรุปคือที่รั้งผมไว้และชวนคุย...เป็นเพราะเจ้าลัคสินะ

 

          ถึงว่าช่วงนี้พ่อหมาป่าทำพฤติกรรมแปลกๆ ผมเองก็ชักเริ่มคิดถึงเจ้าลัคเหมือนกัน ตั้งแต่ยอมตัดใจคราวนั้นก็ไม่ได้ไปหาลูกหมาป่าอีก ป่านนี้คงนั่งชะเง้อคอรอไก่ต้มแล้วล่ะมั้ง

 

          จะเทคนพ่อ ก็ไม่ควรเทคนลูกใช่หรือเปล่า เจ้าลัคไม่ได้ผิดสักนิด เอาเป็นว่าผมจะหาเวลาไปหามันแน่นอน แต่ไม่ใช่ตอนที่มีพ่อของมันอยู่ด้วยแน่ๆ 

 

          เมื่อเห็นว่าผมไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไป ไดร์วูล์ฟก็ขยับนิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า ดวงตาฉายแววเย็นยะเยือกเสียจนแทบจะแช่แข็งคนถูกมองอยู่รอมร่อ

 

          ผมไม่ได้เอ่ยลาเขาเฉกเช่นทุกที พอเก็บของเสร็จก็ลุกเดินออกจากห้องเพื่อกลับหอ

 

          โครม!

          

ลับหลังร่างเล็ก เก้าอี้ด้านข้างก็ล้มระเนระนาดด้วยฝีเท้าของใครสักคน คาเรย์ เกลนดอน ก้าวออกมาจากมุมมืด เหลือบสายตาประเมินอารมณ์ของเจ้านายวูบหนึ่ง...ก่อนแววตาจะเผยร่องรอยหวาดผวาออกมา

 

ไม่ดีแน่...แม้ปกตินายท่านจะชอบทำหน้านิ่ง แต่ก็ไม่เคยหลุดอารมณ์โกรธเกรี้ยวจนถึงขั้นทำลายข้าวของแบบนี้ อา เขาเข้าใจ วัยรุ่นมักเลือดร้อน นายท่านเองก็มีช่วงอารมณ์แบบนี้อยู่สินะ เขาคิดว่าเจ้านายจะตายด้านจนกลายเป็นหุ่นยนต์รบไปแล้วเสียอีก

 

“ทำไม...” สุ้มเสียงเรียบเย็นลอยเอื่อยเข้าหู เล่นเอาคาเรย์ขนลุกซู่อย่างน่าประหลาด

 

เขาเผลอทำหน้าเลิ่กลั่ก หันซ้ายขวาเพื่อมองหาว่าเจ้านายคุยกับใคร

 

          “ต้องทำยังไง...ถึงจะเหมือนเดิม” คาเรย์กะพริบตาปริบๆ เริ่มจับใจความได้ว่านายเหนือหัวกล่าวถึงสิ่งใด แต่จะให้สอดปากตอนนี้ก็ใช่ที่ เขาเป็นเพียงลูกน้อง ดังนั้นควรยืนฟังเจ้านายพึมพำอย่างเงียบเชียบก็พอ

 

          “หรือต้องกักขัง...ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน”

 

ยิ่งฟัง...น้ำเสียงที่ใช้ก็เริ่มชวนหลอนประสาทมากขึ้นเรื่อยๆ คาเรย์ชักทนไม่ไหว เขานึกสงสารชายงามตระกูลมังกรจับจิต จึงอดที่จะสอดปากไม่ได้

 

          “ถ้าทำแบบนั้น เกรงว่าคุณซ่าส์จะหนีหายไปนะครับ” ฉับพลันที่เอื้อนเอ่ยแนะนำ ดวงตาสีเทาซีดก็ตวัดมองมาวูบหนึ่ง ทว่ากลับสร้างความรู้สึกสะท้านเฮือกเสียจนเกือบก้าวถอยหลัง 

 

อา...เขาคงเผลอพูดอะไรผิดหูออกไป

 

          “ผมหมายถึง ‘คุณแสนซ่าส์’ น่ะครับ ตระกูลมังกรเองก็ทรงอำนาจไม่น้อย เกรงว่าอาจเกิดสงคราม” แก้คำให้อย่างรู้ใจ เล่นจ้องมองราวกับจะเลาะกระดูกเขาออกมาโยนให้หมาป่ากินแบบนั้น ขืนไม่รีบแก้ตัว...คาเรย์คงไม่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมือขวาคนสนิทของผู้นำตระกูลวูล์ฟมาเนิ่นนานหรอก

 

         “คิดว่ากูสน?” 

 

ชิบหาย...ไม่สนด้วย!

 

คาเรย์หลุดอุทานในใจ สงครามมันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะครับคุณเจ้านาย มือขวาตัวน้อยๆ อย่างเขาล่ะนึกเพลียใจ จะล่ามคนให้ได้เลยใช่ไหม! นั่นคนทั้งคนเลยนะเว้ย แถมเป็นลูกคนเล็กหัวแก้วหัวแหวนของผู้ที่มีภูมิหลังไม่ธรรมดาอีก 

 

จะว่าไปมันก็เป็นนิสัยของนายท่านมาเนิ่นนานแล้วนี่นะ ควรจะชินได้แล้ว แต่ปกตินายท่านจะเด็ดขาดกว่านี้ เขานึกว่านายเหนือหัวตีตัวออกห่างคุณแสนซ่าส์ในคราวแรกเพราะไม่ชอบพอเสียอีก

 

นี่มันคนซึนดีๆ นี่เอง...เจ้านาย นอกจากท่านจะโหดเหี้ยมอำมหิตแล้ว ยังซึนหนักถึงขั้นนี้เลยหรือ คาเรย์แอบส่ายหัวอย่างนึกปลงตก ไม่มีวันหรอก คู่นี้ไม่มีวันลงเอยกันด้วยดีแน่ๆ เขารู้นิสัยเจ้านายตัวเองดี!

 

อีโก้สูงเสียดฟ้า...ด้านชาไม่สนโลกเฉกเช่นนี้น่ะหรือจะลดตัวไปตามใครต้อยๆ

 

“ลองคุยกับคุณแสนซ่าส์ดูไหมครับ” แค่เปิดอกคุยกันคงไม่ยากอะไร พูดพลางยกเก้าอี้ที่ถูกถีบล้มมาตั้งไว้แต่โดยดี

 

เสียงเจ้านายเงียบหายไป คาเรย์พลันขมวดคิ้วมุ่นพลางเงยหน้าขึ้นอย่างฉับพลัน ภาพที่ปรากฏคือแผ่นหลังกว้างซึ่งเดินละลิ่วไปทางประตูอย่างไม่รอฟังคำแนะนำใดๆ ทั้งสิ้น 

 

เจ้านาย...รอกันก่อนสิครับ โธ่!

 

 

(Sanza talk)

 

ผมเดินมาจนถึงทางเข้าหอ ก่อนจะเลิกคิ้วอย่างนึกแปลกใจยามเหลือบไปเห็นร่างเล็กของใครคนหนึ่งยืนพิงประตูรั้วอยู่

 

“อ๊ะ! คุณแสนซ่าส์สวัสดีครับ คือ...พอจะเห็นไดร์วูล์ฟบ้างไหมครับ” เป็นขวัญข้าวนั่นเอง อีกฝ่ายเอ่ยทักผมด้วยรอยยิ้ม

 

“ไม่เห็นครับ” ผมเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบเป็นปกติ ยกยิ้มน้อยๆ ส่งคืนให้เช่นกัน 

 

“อา...จริงหรอครับ แต่คุณนั่งข้างๆ เขานะครับ” ขวัญข้าวมีสีหน้าลังเล คล้ายไม่กล้าซักไซ้มาก ทว่าประโยคที่พูดคุยก็บ่งบอกได้ว่าอีกฝ่ายตามสืบเรื่องผมกับพ่อหมาป่ามาพอสมควร

 

ทั้งที่ไม่ใช่คนในห้อง แล้วรู้ได้ไงว่าผมนั่งข้างไดร์วูล์ฟ? พวกสองแฝดยังไม่รู้เลยนะ

 

คิดมาถึงตรงนี้ รอยยิ้มที่เคยมีก็เลือนหายไปจากใบหน้า ผมจ้องมองอีกฝ่ายอย่างพิจารณาครั้งหนึ่ง ก่อนจะเห็นบางอย่างซ่อนเร้นอยู่ในแววตาคู่สวย

 

ความไม่ยินยอม...

 

“ถ้าอยากรู้ก็ไปตามสืบเอาเองเลยครับ ไหนๆ ก็สืบเก่งอยู่แล้วนี่...ใช่ไหมครับ” 

 

ผมยกยิ้มอีกครั้ง คราวนี้เป็นรอยยิ้มหวานที่ขัดกับคำพูดเชือดเฉือนอย่างสิ้นเชิง ขวัญข้าวพลันหน้าซีดลง แลดูน่าสงสารเหมือนผมเป็นคนรังแกอีกฝ่าย เริ่มมีคนทยอยเข้าหอกันมาบ้างแล้ว และพวกนั้นก็จ้องมองเราไม่หยุด

 

มองไปเถอะ ซ่าส์โนสนโนแคร์ เชิญมโนกันตามสบายเลยครับ : )

 

“ร...เราแค่ถามดีๆ เองนะ ทำไมแสนซ่าส์ถึงว่าเราล่ะครับ” 

 

เดี๋ยวก่อนนะ พักก่อน ผมไปว่าคุณตอนไหนวะครับ ประโยคไหนคือคำด่าไม่ทราบ แถมผมยังชมว่าอีกฝ่าย ‘สืบเก่ง’ ด้วยซ้ำ

 

“แล้วทำไมคุณถึงชอบมาถามเรื่องไดร์วูล์ฟกับเราล่ะครับ” ผมเลิกคิ้วถามกลับ ระบายรอยยิ้มเต็มดวงหน้าทั้งที่ในใจเริ่มร้อนผ่าวนิดๆ

 

“ก็คุณดูสนิทกับไดร์วูล์ฟนี่ครับ...ช่วยอะไรเราหน่อยได้ไหม แค่อย่างเดียว แล้วเราจะไม่มาทำให้คุณรำคาญใจอีก” ขวัญข้าวเริ่มฉลาดพอที่จะดูออกว่าผมชักรำคาญ

 

“อะไรครับ”

 

“ช่วยคืนเขาให้เรา...ช่วยทำให้เรากับเขาสนิทกันเหมือนเดิมได้หรือเปล่า”

 

WTF! ทุกวันนี้กูยังเอาตัวเองไม่รอด แล้วจะไปช่วยมึงยังไงก่อน...เป็นเครียด ไม่คุยแล้ว! ซ่าส์จะกลับไปนอน

 

          ยังไม่ทันให้ผมได้อ้าปากตัดบทคนตรงหน้า เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นทางเบื้องหลังเสียก่อน ยามเอี้ยวหน้ามองก็เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่เพิ่งจากกันไม่กี่นาทีที่แล้ว

 

          เหอะ...ทุกทีล่ะตามตัวยาก พอสุดที่รักของเขาโผล่มานี่หาตัวง่ายเชียว

 

          “มายืนทำไมตรงนี้...” สุ้มเสียงเรียบเย็นเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เสี้ยววินาทีนั้นบรรยากาศพลันหนักอึ้งในความรู้สึก ทว่าใครบางคนกลับทำตัวสดใส

 

          “เรามายืนรอนาย...”

 

          “เข้าหอซะ” 

 

          พูดตัดบทหวานใจด้วยน้ำเสียงเฉยชาไม่พอ แถมยังลากผมเข้าหอต่อหน้าต่อตาขวัญข้าวอีก เล่นเอาอีกฝ่ายอ้าปากพะงาบๆ หน้าแตกดังเพล้งเก็บเศษแทบไม่ทัน

 

          “ปล่อยเรา” 

  

ผมกระซิบเสียงลอดไรฟัน ไม่อยากให้คนมุงมากเพราะกลัวเรื่องถึงหูสองแฝด ทว่าคล้ายไดร์วูล์ฟจะไม่รับรู้ เขากวาดดวงตาน่าหวาดผวามองคนในหอเพียงแวบเดียว พวกนั้นก็ตาลีตาเหลือกหนีขึ้นลิฟต์ไปกันหมด

 

          พ่อหมาป่าไม่โต้ตอบอะไร แต่ลากผมไปที่ลิฟต์อีกตัวแทน...ลิฟต์ของราชา

 

          ผมเบิกตาโพล่ง ดิ้นรนหนีสุดชีวิตแต่ถูกล็อกไว้ทุกทาง ฝีมือของเขามันเหนือชั้นเกินไป อีกฝ่ายล็อกมือไว้ไม่ให้ผมสกัดจุดเขาได้ 

 

          “เราไม่ไปครับ ลิฟต์ของราชาไม่ใช่ที่ที่สามัญชนจะเข้าไปอยู่” ยกฐานันดรในหอมาแอบอ้างมันซะเลย อย่างน้อยเขาก็ควรเคารพกฎบ้าง ต่อให้มีอำนาจมหาศาลและเป็นถึงผู้นำตระกูลวูล์ฟ แต่จะแหกกฎมันทุกข้อแบบนี้ไม่ได้! 

 

          ที่พูดคุยกับผมหน้าหอ...ทำขวัญข้าวหน้าแตกเพราะยังแง่งอนกันอยู่น่ะผมเข้าใจ แต่ที่ไม่เข้าใจคือจะลากผมขึ้นห้องไปด้วยทำไม และเพื่ออะไร? ชักรู้สึกว่าชีวิตเริ่มไม่ปลอดภัย จะหนีลงลิฟต์ไปก็ไม่ได้อีก แสนซ่าส์เป็นเครียด! ฮือ

 

          “สามัญชน?...หึ” ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า น้ำเสียงของอีกฝ่ายฟังดูน่าสะพรึงกลัวไม่เบา ราวกับผมกำลังถูกลวงไปฆ่าอย่างไรอย่างนั้น

 

          ปัง!

 

          พาผมเข้าห้องมาได้ไม่ทันไรก็ปล่อยตัวกันในที่สุด ผมรีบถอยไปยืนตั้งหลักห่างๆ เดาไม่ออกเลยว่าคนตรงหน้าต้องการอะไร หรือจะคุยธุระกับผมเลยพามาในห้องนี้ 

 

          “พาเรามาทำไมครับ” อดถามไม่ได้จริงๆ ให้ตายเถอะ ผมนึกระแวงจนจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว!

 

          “ยอมพูดกับกูแล้ว...?”

 

          ผมรีบถอยหลัง เป็นจังหวะเดียวกับที่ไดร์วูล์ฟก้าวเข้าหาเป็นเชิงคุกคาม ดวงตาสีเทาซีดหลุบมองมาวูบหนึ่ง แม้เพียงวูบเดียว...แต่กลับแฝงไปด้วยกลิ่นไออันตรายของผู้ล่าเต็มเปี่ยม                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                      

          “ก็ไม่ได้มีเหตุผลให้เราต้องพูดกับคุณมากมายนี่ครับ”

 

          “มึงเปลี่ยนไป...” สุ้มเสียงทุ้มเย็นเอื้อนเอ่ยอีกครั้ง คราวนี้เขาไล่ต้อนผมมาจนไร้ซึ่งทางหนีแล้ว แผ่นหลังสัมผัสได้ถึงกำแพงเย็นชืด ไหนจะมือหนาที่เท้าลงข้างแก้ม กักร่างไว้ไม่ให้เล็ดลอดหนีไปได้อีก

 

          “เราไม่ได้เปลี่ยนครับ...เราแค่ถอยออกห่างจากคุณ ตามที่คุณต้องการ”

 

          “...เชื่อฟังดี” เสี้ยววินาทีนั้นดวงตาสีเทาซีดพลันทอประกายวาวโรจน์วูบหนึ่ง ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนผมตื่นเกร็งไปหมดด้วยอารามไม่คาดคิด

 

         “แต่มาทำตัวเชื่องตอนนี้...สายเกินไปแล้วหรือเปล่า”

 

 

 

 

Loading 50%

 

 

 

 

 

“คุณ...หมายความว่ายังไงกันครับ” ผมรู้สึกมึนงงไปหมด จับต้นชนปลายไม่ถูกว่าไดร์วูลฟ์กำลังพูดถึงเรื่องอะไร ยิ่งยามลมหายใจร้อนผ่าวรินรดข้างแก้มด้วยแล้ว ผมก็ยิ่งแทบกลั้นหายใจจนจะหน้ามืดอยู่รอมร่อ

 

“คุณต่างหากที่เปลี่ยนไป เอาเราไปเป็นตัวแทนของขวัญข้าวไม่พอ ยังมาทำเหมือนแคร์เราอีก คุณต้องการอะไรกันแน่ครับ”

 

ด้วยความอัดอั้นตันใจบวกกับอยากหลุดพ้นจากสถานการณ์ชวนหวาดผวานี้ ผมจึงเผลอหลุดปากพูดไปจนหมดเปลือก รู้ตัวอีกทีก็ทำได้เพียงกะพริบตาปริบๆ กลบเกลื่อน เชี่ยแม่ง...พูดไปแล้ว กูพูดอะไรของกูวะเนี่ย!

 

          ซ่าส์จะบ้า โฮก

 

          “ตัวแทน...?” พ่อหมาป่าชะงักเล็กน้อย ดวงตาคมดุแลดูนิ่งงันขึ้นเสียจนยากจะคาดเดาความคิด ทว่าระยะห่างระหว่างกันก็ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่นิด

 

          ชอบสกินชิพแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? วิญญาณผีร้ายมาเข้าร่างเขาหรือเปล่า ไดร์วูล์ฟที่ผมรู้จักไม่ยอมเข้าใกล้ใครมากขนาดนี้แน่ๆ

 

          “อือ ก็คุณบอกเองนี่ครับ...ว่าที่ยอมให้เราเข้าใกล้ เพราะเราหน้าเหมือนเขา” พึมพำในลำคอ ก่อนจะหลุบตาลงเล็กน้อย 

 

          “มึง...ไม่เหมือนมัน” ผมเผลอเม้มปากแน่นขึ้นก่อนจะตวัดตามองคนตรงหน้าเขม็ง ณ วินาทีนี้คือไม่กลัวอะไรแล้ว ไดร์วูล์ฟกำลังจะสื่อว่าผมไม่ใช่คนที่เขาชอบชัดๆ 

 

          “ใช่ เราไม่เหมือนคนที่คุณชอบหรอก ดังนั้นคุณก็ปล่อยเราสักทีเถอะครับ เราจะกลับห้องแล้ว” 

 

          ผมปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด หลังคลี่ยิ้มฝืดเฝื่อนส่งให้อีกฝ่ายก็พยายามบิดแขนออกจากการเกาะกุม ไม่ใช่ว่าผมไร้ทักษะการเอาตัวรอด ทว่าไดร์วูล์ฟกลับปิดกั้นหนทางรอดไว้ทุกทาง เขาอาศัยความได้เปรียบทางสรีระบดบังร่างกันเสียมิด

 

          “กูไม่เคยชอบใคร...”

          

ผมนิ่งอึ้งไปยามได้สดับฟังถ้อยคำข้างต้น เมื่อเงยหน้ามองก็พบว่าดวงตาสีเทาซีดไม่มีวี่แววล้อเล่นแม้แต่นิด ทว่าผมก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดี ถ้าไดร์วูล์ฟไม่ชอบขวัญข้าว ทำไมต้องตามติดอีกฝ่ายขนาดนั้นด้วย

 

          “คุณจะชอบใคร ก็ไม่เกี่ยวกับเราแล้วล่ะครับ”

 

          เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ภายนอกคล้ายไม่รู้สึกอะไร...แต่ไม่รู้ทำไม ภายในใจถึงเจ็บจี๊ดขึ้นมา

 

          “ขอโทษที่ทำให้คุณอึดอัดมาตั้งนาน นับตั้งแต่นี้ เราจะไม่รบกวนคุณอีก...อื้อ!”

 

          จู่ๆ ปลายคางก็ถูกกระชากรั้งให้แหงนเงยขึ้น ริมฝีปากสีซีดประกบจูบลงมาอย่างไม่ทันให้ได้ตั้งตัว ผมพลันเบิกตาโพล่ง ยกแขนที่ถูกปล่อยเป็นอิสระผลักดันร่างสูงออกห่าง ทั้งจิก ทั้งข่วน ทั้งทุบตี แต่ไม่มีวี่แววว่าไดร์วูล์ฟจะปล่อย...ยิ่งผมต่อต้าน อ้อมแขนกำยำก็ยิ่งขยับรัดเอวแน่นขึ้น 

 

          ยิ่งทำร้าย...ผมก็ยิ่งโดนทำรุนแรงใส่อีกเป็นเท่าตัว

 

          “อึก...”

 

          จากที่จิกทึ้งในคราวแรก ผมเริ่มหมดแรงจะต่อต้านจนต้องปิดเปลือกตาลงในที่สุด ร่างทั้งร่างสั่นระริกคล้ายหวาดกลัวกับการโดนคุกคามในครั้งนี้ แม้ไม่อยากยอมรับ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าผมเป็นดั่งไข่ในหินของครอบครัวมาตลอด 

 

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมโดนคนอื่นแตะต้องตัวอย่างจาบจ้วง...

 

          เมื่อเห็นว่าผมเริ่มอ่อนแรงลง จุมพิตดุดันก็แปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนแฝงไปด้วยความเอาแต่ใจ ปลายลิ้นของอีกฝ่ายกวาดต้อนเข้ามาเกี่ยวกระหวัดภายในอยู่นานเสียจนเริ่มหายใจไม่ออก

 

          ราวกับล่วงรู้ว่าหากตักตวงต่ออีกนิด ผมคงขาดอากาศหายใจตายแน่ ริมฝีปากสีซีดจึงผละออกห่าง แต่ยังไม่วายลากผ่านมาคลอเคลียข้างใบหู

 

“ร้องทำไม...”

 

“....!”

 

“บอกจะไปจากกู...แล้วร้องทำไม?”

 

ผมกะพริบตาสองสามครั้ง ในที่สุดก็เริ่มสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นตรงข้างแก้ม...ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าน้ำตาไหลออกมา ก่อนจะถูกอีกฝ่ายจับจูบอย่างเอาแต่ใจเสียอีก

 

“ร...เรา ไม่ได้ร้อง หรือต่อให้เราร้อง คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาทำกับเราแบบนี้นะครับ” 

 

ปฏิเสธเสียงแข็งทั้งที่ยังหอบหายใจระรัว ก่อนจะเงยหน้ามองพ่อหมาป่าตาขุ่น เส้นเสียงก็ยังคงสั่นไม่หาย จะถอยหนีอีกฝ่ายก็ติดกำแพงด้านหลังไปอีก

 

อุปสรรคช่างมากล้น แสนซ่าส์ล่ะเครียด!

           

          “สิทธิ์...?” คล้ายเห็นดวงตาสีเทาซีดเปล่งประกายน่าสะพรึงกลัววูบหนึ่ง ไดร์วูล์ฟมองมาราวกับว่าผมกำลังพูดเรื่องขบขันต่อหน้าเขาก็ไม่ปาน

 

          “ทำขนาดนี้แล้ว...ยังจะถามหาสิทธิ์อะไรอีก”

 

          น้ำเสียงเนิบนาบแฝงไปด้วยความเย็นชาสร้างความรู้สึกหวาดผวาให้ผู้ฟังเสียจนอยากจะมุดดินหนี ทว่าไดร์วูล์ฟยังคงไม่หยุดอยู่แค่นั้น เขาเอื้อนเอ่ยถ้อยคำที่ทำเอาผมตกตะลึงยิ่งกว่า

 

         “หรือต้องทำ...มากกว่านี้?” 

 

สุ้มเสียงเย็นยะเยือกที่ลอยเอื่อยข้างหู...ยังไม่ทำให้ผมเกร็งร่างตัวแข็งทื่อได้เท่ามือหนาซึ่งเริ่มขยับโอบเอวแรงขึ้น ไม่ต่างอะไรกับงูที่กำลังเลื้อยรัดเหยื่อเลยสักนิด

 

         เสี้ยววินาทีนั้นผมพลันรู้สึกว่าตัวเองโง่เง่ามาก รู้สึกช็อกจนพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ผมควรผลักไส ควรต่อยเขาไปสักหมัดให้สาสมกับความผิดที่อีกฝ่ายกระทำการจาบจ้วงกันอย่างถือดี ทว่ายามเห็นดวงตาสีเทาซีดจ้องตรงมา ใจก็พลันสั่นไหวอย่างน่าประหลาด

 

          เคยคิดว่าตัดใจได้แล้ว แต่ไม่เลย...ผมยังคงมีเขาอยู่ในห้วงความคิดทุกวินาที

 

          “พอเถอะครับ เราเหนื่อยแล้ว” ผมปิดเปลือกตาลง ปิดกั้นทุกความรู้สึกที่อาจเผยออกไปผ่านแววตา 

 

ไม่อยากกลับไปอยู่ตรงจุดเดิมอีกแล้ว...จุดที่ต้องวิ่งไล่ตามไขว่คว้าความรักจากคนที่ไม่แม้แต่จะให้รักตอบกลับมา

 

ที่คุณจูบเราเมื่อครู่นี้...ก็แค่อยากจะรั้ง ‘ไม้กันหมา’ ไว้ ใช่หรือเปล่า

 

เป็นคำถามที่อยากเอ่ยออกไปใจจะขาด แต่ติดตรงกลัวคำตอบ...ผมไม่อาจเอื้อมคิดหรอกว่าเขาเองก็ชอบผมเหมือนกัน ในเมื่อที่ผ่านมา...ไดร์วูล์ฟละเลยผมมากไปจริงๆ หนีหน้าผมเขาก็ทำมาแล้ว ไหนจะชอบใช้คำพูดร้ายๆ ตอกย้ำกันอีก

 

          พอมีขวัญข้าวเข้ามา ท่าทีของเขาก็แปรเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ แบบนี้จะให้ผมคิดเข้าข้างตัวเองได้ยังไง

 

          “คุณอย่าล้อเราเล่นอีกเลย แค่ต่อจากนี้ไป เราต่างคนต่างอยู่....”

 

          ผมชะงักเล็กน้อยตอนไดร์วูล์ฟผละตัวออกห่าง ไม่สามารถเอ่ยต่อจนจบประโยคได้เพราะอีกฝ่ายกำลังจ้องมองกันด้วยแววตาไร้ความรู้สึก ให้เขาพูดโต้ตอบอะไรกลับมาสักคำ...ยังน่ากลัวน้อยกว่านิ่งเงียบเฉกเช่นนี้เสียอีก

 

          “อยากไปก็ไป...”

 

          คล้ายเห็นดวงตาสีเทาซีดเปล่งประกายเข้มขึ้นครู่หนึ่ง มือหนาเอื้อมมาแตะตรงเส้นเลือดซึ่งเต้นตุบๆ อยู่ข้างลำคอ แล้วโอบมันทีละนิ้วจนมิด...ราวกับจะหักคอกันก็ไม่ปาน

 

ทว่าสุดท้าย...รังสีฆ่าฟันก็จางหายไป ก่อนมือหนาจะขยับขึ้นมาบีบปลายคางแทน

         

“รู้ไหม ห้องกู...มีกล้องอยู่ทุกมุม”

 

สุ้มเสียงเรียบเย็นเอื้อนเอ่ยอย่างเอื่อยเฉื่อย พร้อมปลายนิ้วเรียวที่กดลึกลงมาบนผิวเนื้อราวกับต้องการสร้างความหวาดผวาให้ตราตรึงยิ่งขึ้นไปอีก

 

“หลุดออกไปสักภาพสองภาพ...คงไม่เป็นอะไร”

 

ต่อให้ไดร์วูล์ฟไม่ได้ยกยิ้ม ทว่าผมกลับสัมผัสได้ถึงความร้ายกาจซึ่งเริ่มส่อออกมาทางแววตา บรรยากาศพลันแปรเปลี่ยนเป็นกดดันอย่างมหาศาล รู้สึกคล้ายถูกเงามืดพาดผ่านร่างและกดทับไว้แนบแน่นเสียจนหายใจแทบไม่ออก

 

“นี่คุณ...กำลังข่มขู่เรางั้นหรอครับ”

 

ให้ตายเถอะ ที่ผ่านมาคือไดร์วูล์ฟเก๊กอยู่หรืออะไร ตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็นแบบไหนกันแน่ ทำไมมันดูไม่ปกติและน่าหวาดหวั่นแปลกๆ 

 

          “มึงเลือกเอง...”

 

          ราวกับจะบอกว่า ‘เปล่าเลย ไม่ได้บีบบังคับ’ เปิดโอกาสให้ผมเลือกหนทางเองอย่างอิสระเสรี...เหอะ อิสระก็บ้าแล้ว! ขืนภาพหลุดออกไป คงไม่ได้มีแค่ผมที่คอขาดหรอก แต่พวกแฝดต้องบุกมาหาเรื่องไดร์วูล์ฟถึงที่แน่ แม้จะไม่ค่อยมั่นใจว่าฝ่ายไหนจะชนะ แต่ผมก็ไม่สนับสนุนให้พวกเขาเปิดศึกกันอยู่ดี

 

          บางทีอาจบานปลายกลายเป็นสงครามระหว่างตระกูล...

 

          ไดร์วูล์ฟกล้ามาก ช่างกล้าที่เอาเรื่องนี้มาข่มขู่คนอย่างผม ขึ้นชื่อว่าสงคราม ก็ย่อมมีการสูญเสีย และผมเองก็ไม่อยากเสียใครไป หากพวกแฝดปะทะกับคนตระกูลอื่น ผมจะไม่นึกหวั่นเลย แต่นี่คือตระกูลวูล์ฟ...ตระกูลมหาอำนาจที่กำลังรุ่งเรืองถึงขีดสุดในโซนตะวันตก

 

          แน่นอนว่าผู้นำตระกูลอย่างไดร์วูล์ฟ...ย่อมไม่ใช่คนที่จะถูกโค่นล้มได้โดยง่าย

 

          “คุณต้องการอะไรครับ” เอ่ยอย่างปลงตก ทั้งที่ในใจไม่ได้จำยอมแม้แต่นิด ผมเริ่มร่างแผนการมากมายในหัว หวังเพียงไดร์วูล์ฟจะเปิดโอกาสให้ผมได้ค้นห้องเขา ผมมั่นใจว่าตัวเองต้องทำลายคลิปจากกล้องวงจรปิดได้แน่

 

          เคยเห็นพี่คิมหันต์ประดิษฐ์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายครั้ง ผมเองก็แอบเรียนรู้มาแบบงูๆ ปลาๆ พี่คิมหันต์เป็นญาติของผมเอง รายนั้นไม่พูดจากับใครหรอก วันๆ เอาแต่นอน ไม่ก็ประดิษฐ์ของจำพวกน่าสะพรึงกลัวทั้งหลาย จนผมแอบคิดว่าพี่มันอาจจะแต่งงานกับของสะสมจำพวกมีดและดาบในอนาคต

 

          อา...จะให้คนคนนั้นมาเจอกับไดร์วูล์ฟไม่ได้เด็ดขาด โลกคงบรรลัยแหงๆ แค่คิดก็ขนพองสยองเกล้าแล้ว!

 

          “อยู่กับกู...”

 

          ผมสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์ความคิดในทันทีที่พ่อหมาป่าเอื้อนเอ่ยอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียง ดวงตาคมดุเผยกลิ่นอายอันตราย...ขณะขยับปลายนิ้วบดเบียดลงมาบนริมฝีปากบวมช้ำจากการโดนบดขยี้อย่างไม่ปรานี

 

          “ยังจะกล้าคิดถึงคนอื่น...?”

 

          “ร...เราเปล่า แต่มันไม่ใช่เรื่องของคุณนี่ครับ ปล่อยเราได้แล้ว!” แอบเสียงสั่นตอนเห็นดวงตาดุดันทอประกายเข้มขึ้นอย่างน่าหวาดผวา ทว่าก็กลับมาทำโมโหกลบเกลื่อนได้อย่างทันท่วงที

 

          ฟู่...เกือบไปแล้ว อย่าเผยพิรุธให้อีกฝ่ายรู้ว่าเรากำลังกลัวเชียวนะแสนซ่าส์ เราต้องไม่หงอ! ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาบงการชีวิตเราขนาดนี้ ไหนจะข่มขู่ด้วยภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องอีก

 

          ยิ่งเห็นผมหลบตาคล้ายมีพิรุธ สีหน้าของไดร์วูล์ฟก็เริ่มอึกครึ้มลงเรื่อยๆ ทั้งที่ทำตัวไร้พิรุธกับพวกแฝดมาตลอด แต่พออยู่ต่อหน้าพ่อหมาป่า ไม่รู้ทำไมผมถึงปกปิดสิ่งที่คิดไม่แนบเนียนสักที 

 

ผมอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายเผลอ...เตรียมบิดแขนแล้วฝ่าออกไป ทว่าเพียงแค่แตะปลายนิ้วลงบนต้นแขนกำยำ ข้อมือก็ถูกกระชากรั้งอย่างรู้ทันเสียก่อน

 

          “โอ๊ย!” เร็วไปแล้ว...จะไม่เปิดโอกาสให้ผมหนีเลยหรือไง!

 

          ซ่าส์อยากจะร้อง! ฮือ

 

          กลายเป็นผมถูกหมุนร่างดันหน้าเข้าหากำแพงดังปั่ก แขนถูกบิดไพล่หลังไม่ให้ก่อเรื่องทั้งสองข้าง เรือนร่างสูงใหญ่กำยำเริ่มเคลื่อนทาบทับ...บดบังร่างผมจากแสงจันทร์ซึ่งส่องผ่านหน้าต่างเสียมิด มือหนาข้างหนึ่งพันธนาการข้อมือบางไว้ ในขณะที่อีกข้างวางทาบกำแพงใกล้ใบหน้าขาวนวล อีกนิดก็จะขยับมาจิกลูกตาผมได้แล้ว

 

          ไอ้สัด...ณ วินาทีนี้เรื่องฆาตกรรมอำพรางศพไหลเข้าหัวมาเป็นฉากๆ 

 

          “ปล่อยเรานะครับ ไม่งั้นอย่าหาว่าเราไม่เตือน!” ผมขู่ฟ่อ ที่กล้าขู่เพราะยังคงมีไพ่ตายหลงเหลืออยู่ 

 

          “อย่าดื้อให้มันมากนัก...”

 

          อะไร...ใครดื้อ นี่ผมกำลังถูกดุอยู่งั้นหรอ?

 

          แทนที่จะโมโหควันออกหู ผมกลับหน้าแดงแจ๋อ้าปากพะงาบๆ อย่างเถียงไม่ออก อดคิดไม่ได้ว่าตอนนี้ตัวเองไม่ต่างอะไรกับเจ้าลัคซึ่งกำลังถูกดุแม้แต่นิด

 

          อา ให้ตายเถอะ นี่ผมฝันไปหรือเปล่า ไดร์วูล์ฟใช้น้ำเสียงแบบนั้นกับผม...น้ำเสียงเย็นชาแฝงไปด้วยความอ่อนโยนลึกๆ ประหนึ่งว่าเขากำลังคุยกับสัตว์ตัวเล็กๆ

 

          แล้วแบบนี้จะให้ผมตัดใจได้ยังไง? 

 

          หรือผมควรเชื่อว่าเขาไม่ได้ชอบใครจริงๆ บางทีในฐานะไม้กันหมา จะไปคว้าใครมาก็ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ผมด้วยซ้ำ แต่อีกฝ่ายก็ยังคงรั้งกันไว้

 

          เพราะอะไร...? กำลังสนุกที่ได้ปั่นหัวผม หรือมีบางอย่างแอบแฝงกันแน่ ดึงดันหลีกหนีต่อไปก็คงไม่ล่วงรู้ ดังนั้นผมคงต้องพุ่งชนสถานเดียวแล้ว

 

          “เราเจ็บ...” เอื้อนเอ่ยเสียงอ่อนเพราะใช้ไม้แข็งไม่ได้ผล จากที่สังเกตคือยิ่งผมลงมือรุนแรง ก็จะโดนทำรุนแรงกลับเป็นเท่าตัว 

 

          แต่คือผมเจ็บจริงๆ ไง นี่แขนคนนะไม่ใช่ควาย จะได้ล่ำบึกถึกทึนพร้อมไถนา!

 

          ผมเอี้ยวหน้าไปจับจ้องดวงตาสีเทาซีดอย่างไม่หลบเลี่ยง ใจเต้นตึกตักจนเจ็บอกไปหมดอย่างนึกหวาดระแวง เสี้ยววินาทีนั้นใบหน้าหล่อเหลาพลันโน้มเข้าหา จะหันหนีก็ถูกปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมมาบีบตรึงปลายคางไว้ไม่ให้หลบเลี่ยง

 

          ผมหลับตาปี๋ บอกเลยว่ากลัวมากกว่าจะตื่นเต้น จูบเมื่อกี้ยังเจ็บปากไม่หาย ถ้าขืนจูบเข้าไปอีกปากผมไม่หลุดออกมาเลยเรอะ!

 

          ทว่าหลับตาเตรียมใจอยู่ตั้งนาน ริมฝีปากก็ไม่ถูกสัมผัสเสียที ผมขมวดคิ้วมุ่น เผลอลืมตาขึ้นมาแอบมองข้างหนึ่ง ภาพที่ปรากฏคือไดร์วูล์ฟผละใบหน้าออกห่างไปนานแล้ว แถมเขายังปล่อยตัวผมให้เป็นอิสระอีก

 

          อ...อะไรวะ ทั้งที่วางแผนไว้ว่าครั้งนี้จะกัดลิ้นอีกฝ่ายเป็นการเอาคืนอยู่แล้วเชียว แม่งเอ๊ย แผนผมล่มไปหมด!

 

          คล้ายเห็นร่องรอยรู้ทันจากดวงตาสีเทาซีด เหอะ! ฉลาดนักนะ ไอ้เรื่องแบบนี้อ่ะฉลาดไปหมด 

 

          “เสียดาย...?”

 

          “เราเปล่าเสียดายนะครับ”

 

เขาจะทำให้ผมโมโหให้ได้เลยใช่ไหม ผมเริ่มสับสนจนลืมเรื่องที่ตัวเองโดนลากมาอยู่ห้องคนอื่นเป็นชั่วโมงไปเสียสนิท ไหนจะข้อตกลงเรื่องคลิปที่เราควรคุยกันดีๆ อีก

 

สงสัยจะเผลอทำสีหน้าเสียใจที่ไม่ได้กัดลิ้นคนหนักไปหน่อย ไดร์วูล์ฟถึงแค่นหัวเราะเสียงเย็นราวกับล่วงรู้ความคิดในหัวตั้งแต่ประโยคแรกยันประโยคสุดท้าย

          

“ถ้าไม่อยากตาย...อย่าซนให้มันมาก”

 

          ผมไปซนตอนไหนก่อน!

 

          คำก็ดื้อ สองคำก็ซน 

 

เหอะ ครั้งนี้จะให้อภัยก่อนก็ได้...ไม่ใช่เพราะน้ำเสียงทุ้มเย็นชวนลุ่มหลงหรอกนะ ไม่ใช่เลยสักนิด! 

 

          

 

 

 

 

 

          Writer talk2

          น้อนนน จะไปกันรอดไหมลูก คนหนึ่งก็อธิบายไม่เป็น อีกคนก็คิดเองไปไกล เอาเป็นว่าเวลาจะช่วยให้เขาปรับความเข้าใจกันเองเนอะ ต่อไปคือช่วงขยับความสัมพันธ์ค่ะ ฉากดราม่ายังไม่มาตอนนี้ ไม่ต้องห่วงน้า ความจริงจะแต่งลงตั้งแต่เมื่อคืนค่ะ แต่แต่งไปได้ครึ่งเดียวไรท์ติดธุระก่อนเลยได้ลงตอนนี้แทน ขอโทษที่ให้รอนะคะ แล้วเจอกันค่า ><

ติดตามข่าวสารการอัพเดตนิยายได้ทาง เพจ , ทวิต (จิ้มที่คำว่าเพจหรือทวิตได้เลยค่ะ)

#ซ่อนรักลวงร้าย

รักรีดเดอร์ 

 

 

 

ขอขอบคุณแฟนอาร์ตสวยๆ จากคุณ @MyRabbit_JK97 ค่ะ

(แสนซ่าส์ลุคคูลๆ ค่ะ ใจบางง)

 

 

Writer talk1

มันคือวิธีการเรียกร้องความสนใจแบบผิดๆ ค่ะ//หลบปืน น้องซ่าส์คงขวัญหายแล้วล่ะตอนนี้ โดนคนที่ไม่เคยสนใจไยดีตัวเองลากเข้าห้องก็ต้องตกใจเป็นธรรมดาค่ะ ตอนที่แล้วมีคนงงๆ อดีตของไดร์วูล์ฟกับขวัญข้าว ไรท์ผิดเองที่ไม่ได้อธิบายให้ละเอียด เดี๋ยวจะแทรกในเนื้อเรื่องเพิ่มนะคะ >< คือไดร์วูล์ฟไม่ได้บอกเรื่องตระกูลกับขวัญข้าวหรอกค่ะ สัญญากันว่าจะไม่บอกใครเรื่องเจอไดร์วูล์ฟในป่าเฉยๆ แต่ตามประสาเด็กน้อย ขวัญข้าวก็เอาไปบอกพ่อตัวเองคล้ายโอ้อวดว่าเจอมนุษย์อยู่กับฝูงหมาป่าไรงี้ พ่อขวัญข้าวเป็นคนที่รู้จักกับตระกูลวูล์ฟอยู่แล้วค่ะ พอตามไปดูเลยรู้ว่าเป็นพระเอก ทายาทนอกคอกที่หายตัวไป แต่ไม่รู้เรื่องแผนการถูกเอาตัวมาปล่อยป่าตอนแรก คิดว่าตระกูลวูล์ฟทำเด็กหายเฉยๆ เลยส่งคืน ส่วนเรื่องตั้งชื่อว่าไดร์วูล์ฟ เด็กสมัยนี้รอบรู้กว่าที่เราคิดค่ะ ในการ์ตูน หนังสือ หรือในหนัง ก็มีคำศัพท์อยู่เยอะ แล้วพบกันใหม่ในครึ่งหลังนะคะ

ปล. แสนซ่าส์คงต้องเอาตัวรอดต่อไป แต่น่าจะรอดยากแล้วนะคะ//ซับน้ำตา

ติดตามข่าวสารการอัพเดตนิยายได้ทาง เพจ , ทวิต (จิ้มที่คำว่าเพจหรือทวิตได้เลยค่ะ)

#ซ่อนรักลวงร้าย

รักรีดเดอร์

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7.072K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8,896 ความคิดเห็น

  1. #8149 ;เเมเนอร์ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 / 03:49
    ก็เรามันชอบเขาอะเนอะ5555
    #8,149
    0
  2. #7986 praeprae3012 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 22:38
    ซึน มาก มากกกกก
    #7,986
    0
  3. #7983 crzoldyck7 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 มกราคม 2564 / 21:23
    รอเรือ ไม้หันอากาศ กอไก่ แค่นี้ค่ะ พูดออกไปค่ะ
    #7,983
    0
  4. #7483 rnhaha (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2563 / 11:06
    กิ้ส ดีกันสักที!
    #7,483
    0
  5. #7423 baekbow (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2563 / 19:04
    ยัยน้องก็คือมูฟออนเป็นวงกลมแหละ เหมือนจะตัดใจแต่ก็ไม่ สุดท้ายก็แพ้เขาอยู่ดี 5555 // ส่วนพ่อหมาป่าก็เก๊กเก่งงง อยากคืนดีกับเขาก็พูดตรงๆสิ บังคับอยู่นั่นแหละ มีความเอาภาพจากกล้องมาขู่ด้วย
    #7,423
    0
  6. #7112 bj vamtoon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 02:47
    มีการข่มขู่ด้วย555
    #7,112
    0
  7. #7052 ิbabychick (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 00:22
    อย่าโดนดุง่า
    #7,052
    0
  8. #6910 Come here!! (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 17:50
    โอ้ยยยเขินมะไหววว
    #6,910
    0
  9. #6685 SsB3 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 / 14:32
    ทำรุ้กกฉันน
    #6,685
    0
  10. #6331 wanwisamaitham (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 20:27
    นี้ก็ยิ้มเขินจนปากจะฉีกอยู่ละ
    #6,331
    0
  11. #6052 hyunjinin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กันยายน 2563 / 12:32
    ไม่ไหวเลยฮื่ออออ
    #6,052
    0
  12. #6043 อัพแล้วหายกันเก่งงง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 21:52
    ไม่ไหวแม่-//-
    #6,043
    0
  13. #6037 อยากกินเสียวหลงเปา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 11:30
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #6,037
    0
  14. #5624 _k_nueyky (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 10:57
    ซึนไม่ไหวแล้ววว สนใจน้องก็พูดไปสิ มันยากอะไรร !! มาเร็วๆน้าาา สู้ๆค่าาาา
    #5,624
    0
  15. #5622 258011 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 20:44
    เป็นการดุเเบบนุ้บนิ้บในหัวใจมาก
    #5,622
    0
  16. #5621 ตัวตลกน้อย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 03:37

    เจ้าบ้าาาา.. ตายมากกกก

    "อย่าดื้อให้มันมาก.."

    "ถ้าไม่อยากตาย.. อย่าซนให้มันมาก"
    #5,621
    0
  17. #5620 Ypsxcio (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กันยายน 2563 / 18:35
    กรี๊ดดดดดด ตอนนี้คือน่ารักไม่ไหวแล้ว นุ้บนิ้บไปหม้ดดดดดด
    #5,620
    0
  18. #5615 sweetpcy614 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 01:34
    โอ้ยยย ฉันหลงพ่อหมาป่าคนซึน ฉันไม่ไหว จับที จะล้มมมม กรี๊ดดดดดดด
    #5,615
    0
  19. #5614 Xpecho (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 23:23
    มาต่อน้าาาา อยากอ่านต่อแล้วว ชอบมากๆๆๆๆๆๆ
    #5,614
    0
  20. #5613 jareeya2538 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 12:45
    รออ่านน้าาาา
    #5,613
    0
  21. #5612 Dionysusssss (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 01:34

    ตอนแรกคิดแล้วว่าปล่อยง่ายจีงคับรูก อ่อ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ต้องเอาด้วยกล ร้ายมากนะ เริ่มสงสารตะหนู
    #5,612
    0
  22. #5611 Dionysusssss (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 01:34

    ตอนแรกคิดแล้วว่าปล่อยง่ายจีงคับรูก อ่อ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ต้องเอาด้วยกล ร้ายมากนะ เริ่มสงสารตะหนู
    #5,611
    0
  23. #5609 cchubbyB (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 18:58
    โถ พ่อออ เอ็นดูยัยน้องอยู่มากแหละ แต่พูดไม่เก่ง 555 นี่คิดภาพคิมหันต์มาเจอพ่อหมาป่า คือว่าสงสารยัยน้องซ่าส์กับไออุ่นรอเลยค่า 5555
    #5,609
    0
  24. #5608 MiMi04 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 06:01
    ฉันจะฟ้องคิมหันต์ ฉันจะแจ้งงงง
    #5,608
    0
  25. #5607 ~PiToN~ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 02:29
    ระวังโดนจับขังไม่ได้ไปไหน
    #5,607
    0